[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 44 : บทที่ 43 : พัฒนาตัวเอง เพื่อสังคม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 ก.ย. 61

บทที่ 43 : พัฒนาตัวเอง เพื่อสังคม


 

                1 เดือนผ่านไปไวอย่างกับโกหก สถานการณ์ในเมืองฟรีดอมนั้นพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดด้วยระบบตั๋วแลกของ

 


                ตั๋วแลกของที่เป็นกระดาษ ทำจากเยื่อไม้ ด้วยขั้นตอนลับของนิโค ที่ยังไม่เปิดเผยให้ประชาชนรู้ มีห้องทำตั๋วอยู่ในอาคารหลัก ที่จำเป็นต้องเลื่อนขั้นพนักงานฝึกหัดประจำอาคารหลัก ขึ้นมาอีก 5 ขั้นก่อน ถึงจะได้สิทธิ์เข้ารับชมขั้นตอนการสร้างตั๋ว

 


                ลำดับของการพัฒนาตำแหน่งของ 12 สถานที่สำคัญของฟรีดอม ก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เกิดแรงกระตุ้น ผลักดันให้ประชาชนไม่นั่งๆ นอนๆ ทำงานไปวันๆ แต่กระตือรือร้นในการพัฒนาตัวเอง และเพื่อน เพื่อจะได้พัฒนาให้ตัวเมืองของพวกเขาดีขึ้นไปด้วย

 


                ทำไมตัวเมืองถึงจะดีขึ้นหากพวกเขาพัฒนา? คำตอบคือ หลังทุกคนในเมือง มีตำแหน่งเป็นพนักงานฝึกหัดกันครบทุกคน ย้ำ ทุกคน ท่านนิโคก็เรียกรวมพลที่ลานกว้าง และประกาศแสดงความยินดีกับผู้คนในฟรีดอมว่า มีตำแหน่งพนักงานฝึกหัดกันครบ เลยฉลองด้วยการแจกตั๋วอาหารเช้า กลางวัน เย็นระดับ 2 ให้ทุกคนเป็นเวลา 7 วัน และแจกเฟอร์นิเจอร์ประดับห้อง “ชั้นไม้วางของ” แม้จะอันเล็ก สูง 20 เซนติเมตร กว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร แต่ก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่สองในบ้านของพวกเขาล่ะนะ

 


                และพอมีคนเขียนจดหมายสอบถามเรื่องลำดับการพัฒนาตำแหน่ง มีผลอะไรกับตัวเมืองอีกบ้าง คำตอบคือ กระดานไม้อันใหญ่ถูกนำมาวางไว้หน้าลานกว้าง โดยมีลำดับการพัฒนาตำแหน่งของสถานที่ทั้ง 12 จำนวน 7 ลำดับขั้น พร้อมรางวัลทั้งส่วนตัวและส่วนรวมระบุชัดเจน


 

                พนักงานฝึกหัด : ได้รับภารกิจประจำวัน

รางวัล : ตั๋วอาหารมื้อเช้า กลางวัน เย็น ระดับ 1 อย่างละ 1 ใบต่อวันที่มาทำงาน

                พนักงานประจำมือใหม่ : ได้รับภารกิจประจำวัน และภารกิจสัปดาห์

                รางวัล : ตั๋วอาหารมื้อเช้า กลางวัน เย็น ระดับ 1 อย่างละ 1 ใบต่อวันที่มาทำงาน , ตั๋วแบบสุ่มตามภารกิจรายสัปดาห์ , รางวัลภารกิจสำหรับการฝึกสอนพนักงานฝึกหัด ตั๋วแลกเครื่องบริโภค 2 ใบต่อวัน

 


                ความแตกต่างของพนักงานฝึกหัด และพนักงานประจำมือใหม่นั้น ทำให้เกิดความกระตือรือร้นมากอยู่แล้ว แต่เมื่อได้อ่านรางวัลเมื่อคนทั้งเมืองอยู่ในระดับพนักงานประจำมือใหม่ ก็รู้สึกตื่นเต้นที่พวกตนมีโอกาสไต่เต้าเข้าไปยืนอยู่ ณ จุดที่ได้ผลตอบแทนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ก็ยิ่งกระตือรือร้นที่จะตั้งใจทำงาน พัฒนาตัวเองและเพื่อนร่วมเมืองมากขึ้น


 

                รางวัลสำหรับการพัฒนาระดับคุณภาพชีวิตคนทั้งเมือง เมื่ออยู่ในอาชีพระดับ 2

                1.ตั๋วแลกเฟอร์นิเจอร์ ระดับ 1 คนละ 1 ชิ้น

                2.ตั๋วแลกสีทาผนังบ้าน คนละ 2 ถัง พร้อมแปรงทาสี และชุดกันเปื้อน

                3.เปิดใช้งานระบบ “ภารกิจนอกหมู่บ้าน” เพื่อล่ามอนสเตอร์ , หาสมุนไพร , บุกเบิกเหมืองใกล้เคียง

                4.เปิดใช้งานสบู่และยาสระผมฟรีที่โรงอาบน้ำ (ลงมติเลือกกลิ่นร่วมกัน)

                5.เปิดภารกิจ “หาสัตว์พาหนะเพื่อลากเกวียน” เพื่อเพิ่มระบบคมนาคมภายในเมือง

 


                 รางวัลที่ล่อใจ ย่อมต้องมีเงื่อนไขที่คู่ควรกับรางวัล การจะเป็นพนักงานประจำมือใหม่นั้น ต้องทำงานกับสถานที่แต่ละแห่ง วันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง 7 วันติดกัน และมียอดเวลาทำงานไม่ต่ำกว่า 56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือถ้ามากกว่าก็จะพิจารณาเลื่อนขั้นไวขึ้น พร้อมผลงานที่ดี มีคุณภาพ


 

                ผลงานที่ดีคืออะไร? ยกตัวอย่างง่ายๆ หมายเลข 10 พื้นที่การเกษตร


                พนักงานฝึกหัด : ดูแลแปลงเกษตรอย่างง่าย รดน้ำ พรวนดิน ถอนวัชพืช

                พนักงานประจำมือใหม่ : ดูแลแปลงเกษตรส่วนรวมเหมือนพนักงานฝึกหัด และทดสอบดูแลแปลงเกษตรส่วนตัวขนาด 5 ตารางเมตร เลือกพันธ์พืชที่อยากปลูกเองได้ และต้องเลี้ยงดูพืชของตัวเองให้แตกใบ ออกผลผลิตให้ได้ ไม่ตายไปก่อน ถ้าสำเร็จ จะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำมือใหม่ และคอยถ่ายทอดความรู้ในการดูแลพืชชนิดที่ตนเลือกปลูกให้พนักงานฝึกหัด

 


                แล้ว ถ้าคนไม่มีความรู้ อยากจะปลูกพืชเอง จะทำยังไง? คำตอบคือ “ถาม” คนที่รู้ หรือ “อ่าน” ในห้องสมุด ที่แม้หนังสือจะยังมีน้อย ทว่าก็มีข้อมูลการปลูกพืชอย่างง่ายๆ โดยห้องสมุดจะอยู่ที่อาคารหลัก


 

                อาคารหลัก เป็นอาคารใหญ่ สูง 10 ชั้นตั้งตระหง่านน่าเกรงขาม โดยชั้น 10 คือโซนที่พักผ่อนของท่านนิโค ชั้น 9 เป็นโซนที่พักผ่อนของ 10 ผู้พิทักษ์ ชั้น 8 เป็นห้องประชุมใหญ่ ชั้น 7 เป็นห้องผลิตตั๋วแลกของ และคลังสิ่งของระดับสูง ชั้น 6 เป็นคลังเก็บสิ่งของระดับกลาง ชั้น 5 เป็นคลังเก็บสิ่งของระดับทั่วไป ชั้น 4 เป็นห้องสมุด ชั้น 3 เป็นห้องทำงานและห้องประชุมขนาดกลาง ชั้น 2   เป็นห้องทำงานและห้องประชุมขนาดเล็ก และชั้น 1 เป็นส่วนประชาสัมพันธ์ ติดต่อดำเนินการต่างๆ


 

                พนักงานฝึกหัดประจำอาคารหลักจะได้รับการสั่งสอนให้จดจำชั้นต่างๆ พร้อมทดลองแนะนำสถานที่ให้ผู้มาติดต่อ ช่วยเขียนจดหมายร้องเรียน หรือร้องขอสิ่งต่างๆกับทาง 10 ผู้พิทักษ์ และนำจดหมายระบุภารกิจที่จะมีรางวัลเป็นสิ่งที่ต้องการไปส่งให้ถึงหน้าห้อง  แยกแยะประเภทภารกิจ จัดส่งรางวัลของภารกิจให้ผู้คนอย่างถูกต้อง จดบัญชีสิ่งของต่างๆ ซึ่งเป็นงานบริหารที่ปวดหัวมากสำหรับคนที่ไม่เคยได้รับการศึกษาการจัดการเอกสาร

 


แต่สำหรับคนที่เคยทำด้านนี้ หรือเรียนรู้มาบ้างจะทำได้คล่อง และพวกเขาก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นพนักงานประจำมือใหม่ มีโต๊ะทำงานส่วนตัวที่ชั้น 2  เปลี่ยนเวรมาดูแลด้านประชาสัมพันธ์ ด้านรับจดหมายร้องขอสิ่งของ จัดการบัญชี  ส่งจดหมายภารกิจ เตรียมบรรจุรางวัลลงกลอ่งเพื่อไปส่งของรางวัลถึงบ้าน ซึ่งรางวัลไหนใหญ่มากๆ จะได้รับสิทธิ์เบิก “กล่องมิติ” ที่บรรจุของได้ใหญ่มาก เอาบ้านทั้งหลังไปยัดเพื่อขนย้ายยังได้ พอส่งเสร็จก็ต้องนำมาคืนตามเดิม หากขโมย หรือมุบมิบเก็บไว้ใช้เอง ไม่ส่งคืนภายใน 24 ชั่วโมงจะถือว่ามีพิรุธ ส่อแววลักขโมย จะโดนแจ้งเตือน

 


การโดนแจ้งเตือน ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานประจำอาคารหลักที่ต้องตรวจสอบความผิด เขียนจดหมายให้ผู้ทำความผิดมาชี้แจง หากสำนึกผิดก็จะลงโทษเล็กน้อย หากพยายามปฏิเสธก็จะโดนโทษหนักขึ้น ซึ่งตอนแจ้งความผิดจะมี “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย” มายืนข้างๆเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

 


เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะสังกัดกับอาคารหลัก พัฒนาขึ้นมาจากพนักงานฝึกหัดที่มุ่งเน้นการใช้พละกำลัง เวทมนตร์ต่อสู้ โดยเป็นขั้น 2 ที่ต้องผ่านการทดสอบ แสดงทักษะการต่อสู้ด้วยกายภาพและเวทมนตร์กับหุ่นไม้กลไก ถ้าผ่านเกณฑ์ก็จะได้รับการบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่งไปประจำการที่ต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามช่วงเวลาที่กำหนด และได้ค่าจ้างเหมือนอาชีพอื่นๆ จึงดูเหมือนเอาเปรียบ ทว่าหากเกิดเหตุปัญหาระหว่างการดูแลรักษาความปลอดภัยขึ้นมา เขาก็ต้องจ่ายค่าเสียหายของตัวเองเช่นกัน เช่น หากป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทไม่ได้ ของชิ้นใดเสียหาย เขาก็ต้องหาวิธีซ่อมของชิ้นนั้นเองภายในเวลาที่กำหนดไว้ไม่เกิน 7 วัน หากทำไม่ได้ก็จะถูกหักตั๋วแลกของไปตามมูลค่าสิ่งนั้นๆ


 

การดูแลสิ่งของไม่ให้เสียหาย เป็นหน้าที่ที่ทั้งยากและง่ายในเวลาเดียวกัน ทำให้อดีตทาสส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครนิยมมาฝึกงานเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดกัน เพราะพวกเขาอ่านหนังสือกันแทบไม่ได้ วิธีรักษา ซ่อมแซ่ม คัดลอกหนังสือเล่มใหม่ยิ่งเป็นเรื่องไกลตัวพวกเขา แต่ก็มีคนมาสมัครเพราะอ่านหนังสือออก และสนใจทำงานเกี่ยวกับตัวอักษรอยู่เกือบ 20 คนเลยทีเดียว และพวกเขาเหล่านี้ก็คือ “บรรณารักษ์ฝึกหัด” เทียบเท่าตำแหน่งระดับ 2 แม้ชื่อจะต่างจากพนักงานประจำฝึกหัดก็ตาม โดยพวกเขาผ่านการทดสอบถึงความสามารถในการอ่าน เขียน ดูแล รักษาหนังสือ พร้อมให้คำแนะนำกับผู้อื่นได้เรียบร้อยแล้ว

 


ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้วิชากลายเป็นสถานที่ยอดฮิต ที่บรรณารักษ์ต้องทำงาน คัดลอกหนังสือกันมือเป็นระวิง แต่ก็ได้ผลตอบแทนที่ดี หนังสือหนึ่งเล่มที่คัดลอก ได้ตั๋วอาหาร 3 มื้อระดับ 2 , ตั๋วเฟอร์นิเจอร์ และตั๋วอนุญาตให้คัดลอกหนังสือเก็บที่ห้องนอนส่วนตัวได้ 1 เล่ม หรือพูดง่ายๆคือ ตั๋วแลกสมุดเปล่า พร้อมปากกาและหมึก จะไปคัดลอก หรือเขียน จดบันทึกอะไรก็ได้ลงสมุด ไว้เก็บอ่านส่วนตัว ซึ่งเป็นยอดปรารถนาของหนอนหนังสือเหล่านี้


 

การพัฒนาตัวเอง คือการพัฒนาสังคม และการพัฒนาสังคมคือการพัฒนาเมือง คำพูดที่ฟังดูเข้าใจยากสำหรับอดีตทาส แต่นิโคทำให้เข้าใจง่ายผ่านการกระทำที่เห็นผลชัดเจน ถ้าคนชอบหนังสือ ขี้เกียจพัฒนาการเขียน เน้นแต่อ่านเอาความสุขส่วนตัว สังคมก็จะไม่พัฒนาเพราะความรู้ไม่ถูกเผยแพร่ออกไป ก็จะส่งผลย้อนมายังหนอนหนังสือ ที่ขาดเรื่องราวใหม่ๆของผู้คนที่ได้เอาความรู้จากหนังสือไปทดลองทำ ตัวอย่างเช่น หนังสือบอกว่าพืชชนิดนี้ โตขึ้นใช้เวลาเท่านี้ เท่านั้น แต่พอมีคนเอาไปลองปลูกดู กลับพบว่าต่างจากหนังสือ ทีนี้ก็ต้องช่วยกันคิดว่าทำไมถึงต่าง ปัจจัยใดเป็นตัวแปรที่แตกต่างออกไป เช่น ดิน น้ำ ปุ๋ย อากาศ ฤดู แมลง ซึ่งต้องศึกษา วิจัย และแก้ไข จดบันทึกใหม่ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้ทันสมัย

 


ความคิดนี้ของนิโค ได้รับการตอบสนองอย่างดีจากเหล่าบรรณารักษ์ และเหล่าพนักงานประจำมือใหม่ทุกคน ถ้าพวกเขาตั้งใจทำงานในส่วนของตัวเอง แล้วพบปัญหา ก็คุยกัน ปรึกษา เขียนจดหมายส่งอาคารหลัก ที่จะรับเรื่องไปให้ฝ่ายห้องสมุด ถ้าฝ่ายห้องสมุดคิดวิธีแก้ได้ ก็จะมีการส่งจดหมายเขียนวิธีแก้กลับมาเพื่อทดลอง ถ้าสำเร็จ ฝ่ายห้องสมุดก็จะจดบันทึกวิธีนี้ลง เพื่อไว้อ้างอิงครั้งหน้าเวลาเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ แต่ถ้าไม่สำเร็จ ก็จะคิดวิธีอื่น แต่ถ้าผ่านไป 7 วันปัญหายังแก้ไม่ได้ ก็จะปรึกษาผู้พิทักษ์ และนิโคเป็นลำดับถัดไป ซึ่งรับประกันว่าปัญหาต้องได้รับการคลี่คลายแน่นอน



เพราะผู้คนเกือบ 600 ในฟรีดอมต่างเชื่อมั่นกันสุดหัวใจว่า “ไม่มีอะไรที่นิโค จ้าวแห่งฟรีดอมทำไม่ได้” เห็นได้ชัดจากการที่เธอออกมาชูมือขึ้นฟ้า แล้วยิงระเบิดไฟเป่านกยักษ์ฝูงหนึ่งที่พยายามจะโฉบลงมาขโมยวัวไปกิน ซึ่งวันนั้นมื้อเที่ยงและเย็นเลยมีเมนูที่ทำจากเนื้อ “นกยักษ์” เพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งคนปกติที่ไหนจะเป่าบอลไฟรัวๆเป็นร้อยถล่มฝูงได้แบบสบายๆ แล้วบินขึ้นห้องทำงานไปคิดวิธีพัฒนาเมืองต่อได้หน้าตาเฉยกันล่ะ


______________________________________________

วันๆของอดีตทาสที่ผันตัวมาเป็นชาวเมืองฟรีดอมก็แบบนี้แหละ ♪


ฝากกดไลค์ ติดตามเพจผมกันด้วยน้าาา

https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #69 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 13:13
    ขอบคุณคับ
    #69
    0