[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 51 : บทที่ 50 : อาณาจักรฟรีดอม[จบเรื่อง]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 ก.ย. 61

บทที่ 50 : อาณาจักรฟรีดอม[จบเรื่อง]


 

                โชคดีเหลือเกิน ที่หน่วยบุกเข้าเมืองไปช่วยเหลือทาส และวางระเบิดตามจุดต่างๆมีความฉลาดเฉลียว เลยเก็บเกี่ยวทรัพยากรจากร้านค้าทาสทั้งหมดมาไว้ แม้จะไม่ได้ไปยุ่งกับสถานที่อื่นๆตามแผนการ ทำให้พลาดการถลุงทองในคลังเจ้าเมืองค้าทาสไป แต่ก็ดีกว่าระเบิดทุกอย่างไปหมดเลย


 

                หลังเมืองเป็นแค่ซาก เราก็ต้องรอให้ไฟมอดดับลงก่อน และในเช้าวันใหม่ หน่วยเก็บเกี่ยวทรัพยากรเข้าเมืองไปขุดคุ้ยใต้ดินในสถานที่ที่คาดว่าจะมีห้องใต้ดินเก็บสมบัติ ก็ไม่พ้นเรือนเจ้าเมือง คฤหาสน์ขุนนางน้อยใหญ่ ซึ่งทำให้เก็บกู้สินสงครามมาได้บ้าง


 

เมืองฟรีดอมที่ตอนนี้ต้องขยายพื้นที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มเข้ามาเกือบ 2 พันคน โดยในจำนวนนี้มีคนที่ต้อง “คุมขัง” ใส่กำไลกักพลังไว้ เพื่อให้พวกเขาไม่อาละวาด ขณะ “ปรับทัศนคติ” เสียใหม่ว่าฟรีดอมเป็นเมืองยังไง ต่างจากเมืองค้าทาสมากแค่ไหน เพราะพวกเขาไม่เชื่ออย่างง่ายๆว่าคนในฟรีดอมเคยเป็นอดีตทาสแบบพวกเขามาก่อน


 

ส่วนคนที่พร้อมจะเปิดใจ ทำความรู้จักระบบ “ตั๋วแลกของ” และเข้าอยู่อาศัยใน “รังหนูชั่วคราว” แห่งใหม่นั้น จะได้รับอิสระเสรี ในการเลือกเรียนรู้อาชีพต่างๆตามที่ใจต้องการ เป็นประสบการณ์ต้อนรับการได้รับอิสระจากการเป็นทาสที่ดี ทำให้พวกเขามีความกระตือรือร้นสูงที่จะเริ่มชีวิตใหม่ในเมืองฟรีดอม

 


วันเวลาผ่านไป 1   เดือน อดีตทาสรุ่นใหม่ 1874 คน ได้ตัดสินใจจะพักอาศัยในเมืองฟรีดอมแห่งนี้ 1470 คน ส่วนอีก 404 คนตัดสินใจจะกลับภูมิลำเนาตัวเอง เลยต้องรับการ “ลบความทรงจำ” เกี่ยวกับเมืองแห่งนี้ไว้ ให้หลงเหลือเพียง “ เมืองฟรีดอม เปิดรับผู้อยู่อาศัยเสมอ แต่ต้องมาอย่างเป็นมิตร” เพื่อปกปิดไม่ให้พวกเขานำความลับของเมือง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ แผนผัง ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ ไปเผยให้คนอื่นรู้


 

1470 คนได้โบกมือลาเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ออกนอกเมืองด้วย “อาชาบาทากาชา” ที่ชื่อเหมือนมอนสเตอร์แปลกๆ แต่มันคือ “ม้าเท้าสีดำซีด” ที่เป็นม้าขนขาว กีบเท้าสีเทา ซึ่งเราเผลอหลุดคำตอนฟังชื่อสายพันธ์ที่ชนะการประกวด

 


“ ใครคิดกันนะ สีเทาคือสีกาดำ ที่ตัวชาจนซีด เลยเรียกว่า กาชา โอ่ย”


 

หลัง 404 คนออกไปจนลับตา 1470 คนก็แยกย้ายกันไปเรียนรู้อาชีพที่พวกเขาสนใจกันต่อ ซึ่งบรรยากาศการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้วตื่นเต้น ดีใจ มีความสุขของพวกเขาได้สร้างความคึกคักให้เมืองฟรีดอมมากเลยล่ะ

 


แม้จะมีหลายคนทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง ทำเอาหวาดกลัว จนตัวสั่น ด้วยเกรงว่าจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับคือ “ไม่เป็นไร ลองใหม่ได้” ซึ่งสร้างความแปลกใจให้พวกเขามาก แต่มันก็เป็นอีกสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างตั้งใจ ทำให้ใน 2 เดือนถัดมา ประชากรใหม่บรรลุอาชีพขั้น 2 กันหมดเรียบร้อยแล้ว และเป็นเวลาเดียวกันกับทัพใหญ่จากเมืองหลวงอาณาจักรแห่งนี้ ที่เราลืมชื่อไปแล้วเดินทางมาพบเมืองค้าทาสที่เหลือเพียงซากก็ตกใจมาก


 

ทัพหลวงได้ตั้งค่ายบนซากเมือง ก่อนกระจายหน่วยลาดตระเวน หน่วยย่อยๆ กลุ่มละ 10 คนแยกย้ายไปหาเบาะแสรอบทิศทาง

 


“ คิดว่ากลุ่มย่อยจะเป็นยังไง?” คำถามนี้ตอบได้ไม่ยาก หน่วยลาดตระเวนไม่มีใครกลับฐานสักคน เพราะถูกเก็บเรียบ ทั้งชีวิตและทรัพสิน กลายเป็น “บุคคลสูญหาย” เพิ่มเข้าไปในบัญชี “ผู้ประสบภัยดันเจี้ยนหินลึกลับ”


 

ยิ่งนานวัน ทัพหลวงขวัญเสียหนักขึ้นเรื่อยๆ จากทัพอันยิ่งใหญ่ เกรียงไกรนับหมื่น ผ่านไปแค่ 2สัปดาห์ก็เหลือแค่ 8 พันคนเท่านั้น ทำให้พวกเขาตัดสินใจจะถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ที่เมืองหลวงกันในเช้าวันถัดไป แต่ดูเหมือนรุ่งอรุณวันใหม่ของพวกเขาจะไม่มีวันมาถึงแล้ว

 


ตู้มมมมมมมมมมมมมม


 

ดอกไม้ไฟหายนะถูกจุดขึ้นอีกครั้ง ทัพใหญ่ 8 พันคนตายตกในพริบตา และเช้าวันต่อมาหน่วยเก็บเกี่ยวก็เข้าไปแซะโลหะที่พอใช้ได้ออกมาจากซาก และทำการเก็บกวาดหลักฐาน พลิกแผ่นดินกลบฝังเรียบร้อย ใครผ่านไปผ่านมาจะไม่สังเกตเลยว่าทุ่งดินผืนนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายทหารใหญ่ เคยเป็นซากเมืองค้าทาสมาก่อน และทำการปกปิดซ้ำอีกชั้นด้วยการปูผืนหญ้าทับ


 

 3 เดือนผ่านไป นับเป็นเวลา 2 ปีกว่าๆแล้วนับตั้งแต่ก่อตั้งฟรีดอมขึ้นมา สภาพในเมืองเต็มไปด้วยความก้าวหน้า พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทั้งอารยธรรมทางวัตถุ เทคโนโลยีต่างๆ และจิตใจของผู้คน อดีตทาสทั้ง2044คนได้รับ “โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลง” จากเรา นิโค บลูอายส์ ลิลลี่การ์เด็น ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาก และด้วยสภาพจิตใจที่สูงส่งขึ้น ทำให้มติประชุมในคราวนี้สรุปออกมาว่า

 


ฟรีดอมจะไม่อยู่นิ่งกับที่ เป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวอีกต่อไป ! 


 

 1 เดือนถัดมา หลังตระเตรียมพาหนะในการบุกเมืองต่างๆ “มังกรเหล็ก” ที่มีแบบแปลนมาจากรถตีนตะขาบหุ้มเกราะเหล็ก มีอาติแฟคมนตรากางข่ายอาคมคุ้มกันอีกชั้น ขับเคลื่อนด้วยกลไก มีพลังงานไฟฟ้าและเวทมนตร์เป็นเชื้อเพลิงหลัก บรรทุกปืนใหญ่กระสุนดินปืนและกระสุนมนตรา พร้อมขับเคลื่อนไปยิงบุกเมืองศัตรูให้พังทลาย ด้วยการระดมยิง 10 คันพร้อมกัน 10 นัด ก็เพียงพอจะถล่มกำแพงโลหะหนา 10 เมตร ยาว 100 เมตร สูง 10 เมตรให้พังทลายลงมาได้อย่างง่ายดาย


 

“ และที่ทดลองยิงนั้นยังเป็นกำแพงเหล็กบริสุทธิ์ที่ทนทานที่สุดเท่าที่ประวัติคนแคระอย่างพวกเราเคยสร้างขึ้นมาด้วยนะ มังกรเหล็กของท่านนิโคนี่น่ากลัวจริงๆ” มอร์เธอลิน คนแคระหัวหน้าหน่วยวิจัยและพัฒนาพาหนะโลหะพูดด้วยเสียงหวาดหวั่น ซึ่งหลายๆคนเห็นด้วยกับเขา

 


เป้าหมายของ “มังกรเหล็ก” คือเมืองข้างเคียง โดยใช้แผนเดิมคือ ลักลอบปลดปล่อย ช่วยเหลือทาส วางระเบิดตามจุดสำคัญ ก่อนยิงปืนใหญ่จากมังกรเหล็ก และปืนใหญ่พิสัยไกลถล่มเมืองให้ราบเป็นหน้ากลอง ซึ่งพวกเราได้บุกถล่ม กวาดต้อนสินสงครามจากเมืองรอบๆเมืองค้าทาสนับ 20 เมืองได้ในเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น ทำให้อาณจักรแห่งนี้ไม่อาจส่งทัพใหญ่มาตั้งรับทัน

 


และต่อให้ส่งมาทัน ก็ถูกกำจัดลงอย่างง่ายดาย เหมือนในศึกวันนี้ที่ “น่าเบื่อ” มากสำหรับเรา แค่ดีดนิ้วเป๊าะเดียว “ดอกไม้ไฟหายนะ” ก็งอกเงยอย่างงดงามเหนือค่ายพักแรมของศัตรู


 

การกระทำของเราได้ปลุกระดมความหวาดกลัวให้ผู้คนในอาณาจักรมาก พวกนั้นกล่าวขานเราในชื่อ “จอมมารอัคคี” และเรียกร้องให้ทวีปอื่นส่งทหารกล้า นักผจญภัยระดับ S มาช่วยเหลือ แต่พวกเขาก็ไม่มีใครรอดไปได้สักคน

 


ในวันครบรอบ 3 ปีเมืองฟรีดอม ทั้งทวีปนี้ไม่เหลือเมืองมนุษย์ที่ไหนอีก เป็นอันล่มสลายอาณาจักรต้นสังกัดของเมืองค้าทาส และทำให้ระบบค้าทาสของทวีปนี้ปิดฉากลงอย่างงดงาม พร้อมด้วยการเจรจา ผูกสัมพันธไมตรีทางการทูตกับเมืองเผ่าพันธ์ทรงปัญญาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าครึ่งสัตว์ หรือที่เรียกว่า บีสต์แมน ที่แยกย่อยกันได้เป็นร้อยสายพันธ์ เผ่าเอลฟ์ เผ่าคนแคระ และเผ่าแฟร์รี่

 


 1 ปีผ่านไปนับตั้งแต่อาณาจักรมนุษย์ล่มสลาย อาณาจักรโดยรอบก็ได้ส่งทัพใหญ่มาหมายจะหาเบาะแส และก่อตั้งอาณาจักรมนุษย์ขึ้นมาใหม่ แต่ก็ถูกขัดขวาง ถล่ม ทำลายเรียบ


 

การกระทำตลอด 4 ปีของเรา ได้ถูกพระเจ้าเรียกตัวไปถามหาสาเหตุ เพราะเราสั่งฆ่ามนุษย์จำนวนมากเหลือเกิน แต่เราก็หาคำตอบให้พระเจ้าได้โดยง่าย


 

“ มนุษย์ที่เห็นแก่ตัว อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ สู้ผูกมิตรกับมนุษย์ที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และคนต่างเผ่าที่มีจิตใจสูงส่ง จะได้ร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคในอนาคตด้วยกันได้”

 


พระเจ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะชมเล็กน้อยว่า เราก็ไม่ได้โหดร้าย ฆ่าล้างบางมนุษย์ทั้งหมดเสียทีเดียว เหล่าเจ้านายของอดีตทาสที่เป็นคนดี ต่างได้รับโอกาสให้มาใช้ชีวิตในเมืองฟรีดอม ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่า “อาณาจักรฟรีดอม” แล้ว เพราะขยายเป็นอาณาจักรที่มี 15 หัวเมือง ได้แก่ 1 เมืองหลวง 10 เมืองป้อมปราการที่สร้างขึ้นใหม่ห่างจากเมืองหลวง 20 กิโลเมตร และอีก 5 เมืองในปกครอง ที่พวกเขาเข้ามาสวามิภักด์หลังเมืองเราเข้าไปปลดปล่อยพวกเขาจากการปกครองที่กดขี่ข่มเหงของเมืองมนุษย์

 


10 ปีผ่านไปไวอย่างกับโกหก ในที่สุด วันแห่งคำทำนายของพระเจ้าที่มอบให้ไว้หลายๆเผ่าก็มาถึง มิติปริแตก พร้อมการบุกมาของ “จอมมารต่างมิติ” ที่นำทัพปิศาจน่าเกลียด น่ากลัวบุกเมืองต่างๆราวกับรู้ตำแหน่งที่ตั้งล่วงหน้า ทว่าเมืองต่างๆในอาณาจักรฟรีดอมนั้น เตรียมตัวรับมือไว้อย่างดีแล้ว

 


ปืนต่อต้านอากาศยานกราดยิงศัตรูกลางอากาศ , ปืนใหญ่ยิงทำลายทัพเดินเท้าของศัตรู โดยสลับกันยิงระหว่างกระสุนดินปืน กระสุนมนตรา , เวทมนตร์ระดับสูงที่กินวงกว้างได้ถูกร่ายและปลดปล่อยไปทำลายศัตรูอย่างรวดเร็ว ส่วนแม่ทัพของศัตรูที่พยายามประกาศกร้าวถึงศักดาจอมมารต่างมิติก็หัวขาดจากการโบยบินไปฟันฉับเดียวดับดิ้นสิ้นชีพ โดยเหล่าผู้พิทักษ์ของแต่ละเมือง

 


“ อาณาจักรฟรีดอมอยู่ภายใต้การปกครองของข้า นิโค บลูอายส์ ลิลลี่การ์เด็น” เราประกาศเสียงดังก้องไปทั่วอาณาจักร เป็นการสำแดงพลังเวทมนต์ในตัวที่สูงขึ้นกว่า 4 ปีก่อนมาก ถ้าเทียบเป็นตัวเลขก็คง 100 เท่าเลยล่ะมั้งนะ

 

“ แก !” เสียงในลำคอของจอมมารชุดคลุมดำ ไร้ศีรษะ มีเพียงกลุ่มก้อนดำๆลอยเหนือผ้าคลุมเท่านั้น “ ข้าสัมผัสได้ว่าแกไม่ใช่คนของโลกนี้ แล้วทำไมแกต้องขัดขวางความสนุกของข้าด้วย”

 


“ ถ้าความสนุกของแกคือทำลายล้าง  ถ้างั้นความสนุกของเราก็คือขัดขวางแกยังไงล่ะ”แสงสีทองส่องประกายเจิดจ้าเหนือฝ่ามือขวาของเรา ก่อนมันจะพุ่งตรงไปเป็นเส้น สลายร่างศัตรูตรงหน้าเป็นฝุ่นละอองไปอย่างง่ายดาย แต่ไม่วายมันทิ้งประโยคสุดคลาสสิคทิ้งท้ายว่า



“ ตราบใดที่สิ่งมีชีวิตยังเต็มไปด้วยความคิดแง่ลบ ข้า จอมมารต่างมิติจะกลับมา !


____________________________________________________


จบแล้วครับ !

Change Chance !

เริ่ม27 พฤศจิการยน 2560

จบ10 กันยายน 2561

ไม่ครบปี แต่ก็ถูก (ตัด) จบแล้ว

เหมือนจะนาน แต่ก็ไวเหมือนกันนะ


ส่วนของการตัดจบนั้น ตัดจาก 10 ภาคที่ตั้งใจ

รวบรัดบีบอัด เร่งเครื่องจนเหลือ 3 ภาค

และตัดฉับอีกรอบ จากภาค 3 ที่จะมี 20 ตอน บรรยายสงครามยืดเยื้อ

ก็เหลือ 10 ตอน และจบลงที่ 50 บท หรือ 51 ตอนของนิยายไปเรียบร้อยแล้ว


ความสามารถที่โม้ไว้เยอะแยะต้นเรื่อง ได้ใช้จริงไม่กี่อันเอง แหะๆ

เอาไว้จะนำไปปรับปรุง แก้ไข ใช้เขียนในเรื่องหน้าๆนะครับ

ผมจะยังคงเขียนแนวแฟนตาซีอย่างต่อเนื่องแน่นอน ชอบแนวนี้มาก

แต่อนาคตอาจมีแนวอื่นๆมาแทรก เช่น ไซ-ไฟ เน้นหลักวิทยาศาสตร์ผสมจินตนาการ

หรือกำลังภายใน ฝึกวิทยายุทธ์ ในบรรยากาศจีนๆบ้าง


สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนจบเรื่องนะครับ

และขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆที่กำลังดำเนินเรื่องอยู่

และนิยายเรื่องใหม่ๆในอนาคตด้วยนะ XD



//ฝากกดไลค์ ติดตามเพจผมกันด้วยน้าาา

 https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #79 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 19:17
    อยากให้มี after story หน่อยอะ แต่ถ้าจะไปเขียนเรื่องใหม่ บอกกันในนี้ด้วนะคับ
    #79
    0