[Fiction Harry Potter] Pensy The Musical [Yuri : Pensy x OC ]

ตอนที่ 48 : Pensy the Musical • Unremitting Sorrow บทที่ 14 : โปรดเถิดรัก♪

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    8 ก.ค. 62

Pensy the Musical • Unremitting Sorrow บทที่ 14 : โปรดเถิดรัก

 


            “ ฉากเรียกน้ำตา” ที่เปิดการแสดงละครเพลงชุด “ กระจกเงาแห่งแอริแซด” ได้รับกระแสตอบรับดี ไม่แพ้ละครเพลงอีก 8 เรื่องที่ขึ้นแสดงต่อเลย แม้จะใช้เวลาน้อยสุด ทว่าก็ได้รับการพูดถึงมากที่สุด เพราะเป็นดั่งการ “สปอย” คนดูตั้งแต่ต้น เนื่องจากละครเพลงอีก 8 เรื่องต่อจากเพลงนี้นั้น เป็นการเล่าเรื่องรักสามเส้าระหว่างสามคนนี้ที่ปรากฏตัวในเพลงเปิด ผ่านมุมมองของคนอื่นๆ ที่มีการประยุกต์นิทาน นิยาย ตำนานต่างๆมาใช้เล่าเรื่องความรักระหว่างเกวาลีน กับลิเวีย ที่ตอนแรกก็ดีๆอยู่ จนกระทั่งเกวาลีนไปส่องกระจกเงาแห่งแอริแซดของปลอม ที่เวนิก แม่มดจากฝรั่งเศสมาร่ายมนต์มายา เพื่อแย่งเกวาลีนไปจากลิเวีย


 

            การเล่า 8 เรื่องที่ต่อเนื่องกัน โดยมีเวนิก กับเกวาลีนเป็นตัวละครเสริม แต่มีบทบาทสำคัญ เป็นอีกวิธีการนำเสนอละครเพลงที่แปลก เพราะพระเอก นางเอกละครเพลง 8 เรื่องนั้น จะมีความเกี่ยวข้องกับสองตัวละครนี้ มีทั้งกลุ่มสนับสนุน กลุ่มต่อต้าน และกลุ่มเฉยๆ ไม่สนใจ แต่จุดเชื่อมโยงคือกระจกเงาแห่งแอริแซดที่ถูกปลอมแปลง

 


ทว่าในท้ายที่สุด เรื่องที่ 8 ก็สรุปได้ว่ากลุ่มไม่สนใจได้แอบมาเปลี่ยนกระจกให้สะท้อนภาพที่คนมองหวาดกลัว นั่นทำให้คนดูเข้าใจฉากจบของเพลงฉากเรียกน้ำตาว่า เป็นภาพที่ลิเวียมองเห็นสิ่งที่เธอกลัว นั่นคือการร้องไห้คนเดียวระหว่างดูอดีตแฟนกับสาวอื่นเดินจับมือกัน

 


และในฉากจบเพลงสุดท้ายที่ใช้ในเรื่องที่8 ก็เป็นลิเวียก็เป็นคนเดินจากไปแบบไม่ใยดีอะไร ในเพลง “ไม่มีเธอ ไม่ตาย” ผ่านการประสานเสียงของนักเรียนที่ดำเนินเรื่องนี้แบบได้เฟร็ด จอร์จเป็นแบบอย่าง คือ ก่อกวนคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ทั้งสกัดแผนเวนิกบ้าง รวมมือแกล้งลิเวียเล็กๆน้อยๆบ้าง ซึ่งใครๆก็ดูออก จนต้นแบบถึงกับอุทานออกมาว่า


 

“ เฟร็ด นายแอบไปช่วยกลุ่มนี้เขียนบทใช่ไหม? ฉากป่วนแผนเวนิกด้วยการปล่อยสกรู๊ตปะทุไฟออกมาจากกล่องระหว่างคาบแฮกริดนี่มันนายชัดๆ”



“ ฉันกำลังจะถามนายแบบนี้เลยจอร์จ นายต้องไปร่วมเขียนฉากที่แกล้งลิเวียด้วยการยื่นน้ำส้มสายชูแล้วหลอกว่าเป็นน้ำเปล่าแน่”

 


ต้องขอบคุณครูซาร์ทที่เบรกการเล่นอะไรแผลงๆไว้ จึงไม่มีสกรู๊ตปะทุไฟจริงๆมาเผาเวที เพราะที่ทุกคนได้เห็นคือภาพอัดวิดีโอ ที่เป็นเหมือนการบันทึกประจำวันของแฮกริดในการดูการเติบโตของสกรู๊ตปะทุไฟไปซะแล้ว และฉากพ่นไฟจนไม้ไหม้ก็เป็นกล่องไม้ที่ใช้เลี้ยงพวกมัน ตอนเอามาประกอบการแสดงก็ตัดต่อนิดๆหน่อยๆ พร้อมกับบอกศาสตาจารย์ดัมเบิ้ลดอร์ มาดามมักซีม ศาสตราจารย์คาร์คาร์ลอฟ และคนใหญ่คนโตส่วนใหญ่ไว้แล้ว จะได้ไม่ต้องตกใจเวลาเห็นสัตว์ประหลาดของแฮกริดมาพ่นตดไฟบนเวที

 


ด้วยผลงานที่ดี ครูซาร์ทผู้สอนวิชาการดนตรีจึงได้รับจดหมายชื่นชมจนแทบจะล้นโต๊ะ พอๆกับนักเรียนทุกคนเลยล่ะ ที่ได้จดหมายชื่นชม และขนมต่างๆมาเป็นของขวัญ มีบางคนที่ได้อุปกรณ์ดนตรีส่วนตัวกันเลย



ฉันก็ได้ของเยอะอยู่นะ อันไหนไม่ใช้ก็ให้ทางวิชาการดนตรี หรือถ้าเกี่ยวข้องกับวิชาไหน ก็บริจาคให้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนไป อย่างต้นสมุนไพรในกระถางดิน เซ็ตวัตถุดิบปรุงยาบำรุงเสียงอะไรแบบนั้น แต่ที่ฉันชอบที่สุดนั้น เป็นไมโครโฟนอันใหม่แกะกล่อง ก่อนหน้าวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1สัปดาห์จากบริษัทJ&K Electro-Magic ด้วย ซึ่ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คน นั้นได้มาดูการแสดงในฐานะศิษย์เก่า แล้วถูกใจกับการร้องเพลงไป เล่นเปียโนไปของฉันล่ะ



ชื่อบริษัทที่ดั๊น ไปคล้ายนามปากกาผู้รังสรรค์โลก Harry Potter ย่อมาจาก J-Jarvis กับ K-Krusso รุ่นพี่เรเวนคลอที่จบการศึกษาไปได้ 15 ปี และนอกจากมอบไมค์รุ่นใหม่ให้ฉันแล้ว ยังสนับสนุนภาควิชาการดนตรีด้วยการบริจาคเครื่องดนตรีให้อีกหลายเครื่องเลยล่ะ และไม่ได้บริจาคให้แค่ฮอกวอสต์นะ พวกเขายังส่งไปยังโรงเรียนเดิร์มสแตรงค์และโบซ์บาตงด้วย



และเพราะพวกเราได้ของขวัญกันเยอะ ทำให้มีกำลังใจเพิ่มพูน พร้อมกับความกดดันในการร่วมกันคิดโชว์ละครเพลงในวันพุธที่ 29 ส่งท้ายเดือนมีนาคม ซึ่งมีเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ แต่ด้วยความช่วยเหลือของครูซาร์ท ที่ให้โจทย์ว่าแสดงละครเพลงแบบไม่ต้องเชื่อมโยงกันก็ได้ ให้ฉีกแนวกันไปเลยบ้างก็ดี จะได้ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการเกลี่ยบทต่างๆ และคราวนี้จะให้กลุ่มฉันขึ้นแสดงปิดท้าย



แม้ครูซาร์ทจะพูดอย่างนี้ แต่ทุกคนกลับคิดว่าอยากให้มีความเกี่ยวโยงกันอยู่ดี เพราะนี่น่าจะเป็นความคาดหวังของคนดู และทุกคนก็เหมือนจะเทอำนาจการตัดสินทิศทางของโชว์วันพุธให้ฉัน โดยถามว่าจะขึ้นแสดงเพลงอะไร ?



เป็นเรื่องหนักใจสำหรับฉันไม่น้อย ว่าจะขึ้นแสดงเพลงอะไรดีนะ แต่ก็ปากไว ตอบไปก่อนว่าจะเป็นเพลงแนวผิดหวังในความรักแน่ๆ ขอเวลาไปคิดทบทวนก่อนว่าจะนำเพลงไหนที่เคยฝันช่วงปิดเทอมหลังอกหักครั้งแรกในชีวิตมาใช้ดี เพราะมันก็มีหลายสิบเพลงที่ดังขึ้นมาในช่วงนั้น แต่ก็ลืมๆไปบ้าง



“ คงเป็นปิดเทอมที่เศร้าน่าดูเลยนะ ตอนตื่นก็เจอความเจ็บปวด ตอนหลับก็ได้ยินเพลงช้ำรัก” ครูซาร์ทพูดขึ้นด้วยเสียงสงสาร พร้อมยื่นช็อคโกแลตสุดหรูราคาแพง Sunny Heart ให้ฉันสองก้อน



“ เอ่อ . . . ขอบคุณค่ะ” ฉันกระพริบตาปริบๆขณะรับช็อคโกแลตหรูมาถืออย่างงงๆ “ แต่ตอนนี้หนูไม่เป็นอะไรมากแล้วค่ะ แต่เพราะไม่เป็นไร ไม่คิดมากเท่าไหร่แล้วนี่แหละ เลยลืมๆเพลงเศร้าๆที่เคยได้ยินในความฝันไปบ้างแล้ว แหะๆ”



คืนวันพฤหัสบดี หลังเล่นหมากรุกกับน้องๆสึยามะ มิลลี่ แดฟเน่ และเมอร์เทิ้ลตามปกติแล้วเข้านอน ฉันก็ฝัน. . . ไม่สิ ถูกดึงวิญญาณไปดูการแสดงของ หน้ากากมโนราห์ ในรายการ The Masked Singer • Line Thaiแบบ Exclusive ที่ไม่น่าจะมีใครได้ดู นั่นก็คือ... ไปดูในฐานะหน้ากากฝอยทอง ที่นั่งข้างสนาม ซึ่งแม้จะเป็นความฝัน แต่สัมผัสชุดร้อนๆนี่ก็สมจริงเหลือเกิน



ทว่าระหว่างนั่งฟังหน้ากากมโนราห์ร้องไปได้แค่ครึ่งเพลง ฉันก็รู้สึกร้อนมากจนสะดุ้งตื่น พบว่าฉันถูกน้องยูริกอดแทนหมอนข้าง และตัวของน้องยูริก็ร้อนมากๆแบบคนเป็นไข้ด้วยและนั่นก็ทำให้ฉันต้องปลุกนุ้ยกับแก้มขึ้นมาถามว่ายูริตัวร้อนแบบนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า เพราะฉันไม่รู้ว่าพวกเธอทั้งสามเป็นลูกครึ่งพ่อมดแม่มดกับเผ่าพันธุ์อะไร และอาการแบบนี้ปกติไหม จะให้รีบอุ้มไปบุกห้องพยาบาลตอนดึกสงัดแบบไม่รู้อะไรสักอย่างนอกจากอาการตัวร้อนของยูริเลยก็คงไม่ดี


 

“ อ่า. . . แย่แล้ว” แก้มเอามืออังหน้าผากแฝดของตัวเอง แล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ ยูริซึมซับพลังแห่งความรักจากพี่เพนซี่ ที่ตอนนี้ถือครองดวงใจ. . . อ่า พี่เพนซี่ฟังหนูพูดภาษาไทยรู้เรื่องไหมคะ?”



ฉันกระพริบตาปริบๆ กับคำพูดท่อนแรกที่เป็นภาษาไทยของน้องแก้ม ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษในท่อนหลัง ฉันสงสัยจริงว่าที่แก้มพูดหมายถึงอะไร ฉันถือครองดวงใจอะไร แล้วยูริซึมซับความรักจากฉัน เลยป่วย?



“ อ่า ฟังออกนะว่าพูดเสียงอะไร แต่ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แล้วตกลงยูริเป็นไข้ใช่ไหม?” ฉันเนียนเป็นไม่รู้เรื่องไป แก้มพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะบอกว่าเป็นไข้นิดหน่อย ไม่ต้องไปปลุกมาดามพรอมฟรีย์หรอก เดี๋ยวเธอกับนุ้ยจะจัดการกันเอง โดยจะพาไปเช็ดตัวที่ห้องของพวกเธอ แล้วนอนที่นั่นเลย เพราะถ้าให้คนป่วยนอนนี่ อาจทำให้ฉัน มิลลี่ แดฟเน่ป่วยตามได้



“ พี่เพนซี่นอนต่อเถอะค่ะ” นุ้ยบอก ก่อนจะช่วยกันเสกคาถาให้ยูริที่นอนซมลอยออกจากเตียงรวมในห้องนี้ ไปยังทางเดินพิเศษสู่ห้องนอนของพวกเธอ “ จะได้ตื่นเช้าๆมาคิดเรื่องเพลงได้”



“ งืออ มีอะไรเหรอ?” แดฟเน่สลืมสะลือขึ้นมา “ อ้าว จะพายูริไปไหนล่ะนั่น?”



ฉันกระซิบเล่าสถานการณ์คร่าวๆให้ฟังเบาๆ เพื่อไม่ให้มิลลี่ตื่นขึ้นมาอีกคน แดฟเน่พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะชวนฉันนอนต่อ จะได้ตื่นก่อนสามแฝด แล้วไปเตรียมอาหารเช้าสำหรับคนป่วยอย่างโจ๊กให้ได้ ฉันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเข้านอนต่อ แต่น่าเสียดายว่าฉันไม่ฝันเรื่องเดิมต่อแล้ว ทว่าฉันก็ได้ไอเดียดีๆมาใช้ละนะ



เช้าวันใหม่มาถึง ฉันกับแดฟเน่รีบลงไปห้องครัวผ่านทางพิเศษ และขอโจ๊กอุ่นๆ กับอาหารสำหรับคนป่วย เอลฟ์ประจำบ้านก็จัดการให้เรียบร้อย เราสองคนก็ขึ้นมาเสิร์ฟอาหารเช้าให้ยูริ ที่ดูมีอาการดีกว่าเมื่อวานมาก



“ อ่า ขอบคุณนะคะพี่เพนซี่ พี่แดฟเน่” ยูริยิ้มให้ก่อนจะรับประทานอาหารเช้าที่มีแก้ม แฝดผู้วางตัวเป็นพี่ใหญ่ป้อนให้ และเมื่อเห็นว่าไม่เป็นไรมากแล้ว ฉันเลยคุยกับพวกเธอทั้ง 3 คนเรื่องที่จะชวนไปขึ้นเวทีแสดงเพลงปิดในวันที่ 29 มีนาคมด้วยกัน



สามแฝดพยักหน้าช้าๆขณะฟังคำชวน และเพลงที่ฉันร้องออกมาบางท่อน ก่อนจะตอบตกลงทันที โดยแดฟเน่นั้นบ่นเบาๆว่า ตอนแรกก็อยากฟังเต็มๆก่อนใคร แต่เอาไว้ฟังพร้อมคนอื่นก็ได้



“ ถ้าอยากฟังก่อนใคร ก็ไปนั่งฟังพวกเราซ้อมกันในห้องวิชาการดนตรีได้นะ” ฉันบอก แดฟเน่ส่ายหน้าแล้วบอกว่าไว้ดูพร้อมคนอื่นน่าจะเซอร์ไพรส์กว่าล่ะนะ และมิลลี่ก็เดินมาหาพวกเราด้วยท่าทีหัวเสียเล็กน้อย โดยมีเมอร์เทิ้ลลอยตามหลังมาด้วยสีหน้าขำขัน



“ ไม่เห็นมีใครปลุกฉันเลย ! ตื่นมาเจอแต่กองตุ๊กตาข้างตัว กับเมอร์เทิ้ลที่ลอยมาทักยามเช้า ตกใจหมด นึกว่ายังไม่ตื่นจากฝันร้ายเมื่อคืน ที่โดนเมอร์เทิ้ลไล่บี้ขุนจนแพ้ยับ 3 ตาติด”



“ จริงๆเธอแพ้ฉัน 4 ตาติดนะ ในฝันแพ้ไปแค่ 3 ก็ไม่เป็นเป็นไร” เมอร์เทิ้ลหัวเราะคิกคัก



“แต่ถ้ารวมฝันกับความจริง มันก็ 7 ตาที่ฉันแพ้เธอเลยนะ !” มิลลี่เบะปากอย่างไม่พอใจ ก่อนที่แดฟเน่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟัง “ อ๋อ แล้วยูริตอนนี้เป็นไงบ้าง? อยากกินขนมหรืออะไรไหม? เดี๋ยวพี่จะไปเอาจากห้องครัวมาให้”



“ หนูอยากกินพิซซ่าหน้าอะไรก็ได้ แต่ใส่ชีส3เท่าค่ะ” “ได้เลยน้อง พี่ก็อยากกินอยู่พอดี”



“ คนป่วยที่ไหนกินพิซซ่าชีสได้กันล่ะ กินโจ๊กที่ย่อยง่ายๆ ดีต่อสุขภาพ จะได้หายป่วยไวๆ” ฉันบอกยูริอย่างเป็นห่วง พร้อมส่งสายตาไม่พอใจไปให้มิลลี่ ที่ถูกแดฟเน่ดึงแขนไว้



“ และคนปกติที่ไหนกินพิซซ่าเป็นมื้อเช้ากันเล่า ยิ่งเป็นชีส 3 เท่าที่เลี่ยนโคตรๆ แต่เธอกับยูริดันชอบนี่ . . . แค่คิดก็สยองแล้ว”



            หลังนั่งดูน้องยูริกินโจ๊กจนหมด มิลลี่ก็อาสาเอาภาชนะไปคืนโรงครัว เพื่อจะสั่งพิซซ่าฮาวายเอี้ยน เพิ่มชีส 3 เท่ามากินกันเป็นมื้อเที่ยงให้ ส่วนฉัน แดฟเน่ นุ้ย แก้มก็ลงไปกินข้าวที่โต๊ะตามปกติ ให้ยูรินอนพักบนเตียงต่ออีกหน่อย ไว้ 10 นาทีก่อนเริ่มคาบแรกค่อยขึ้นมารับ



            มื้อเที่ยง พิซซ่าฮาวายเอี้ยนชีส 3 เท่าถาดใหญ่ 20 กว่าชิ้นถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะสลิธีริน หลายๆคนแปลกใจมากที่เห็นมิลลี่กับยูริไปรับพิซซ่าจากเอลฟ์ประจำบ้าน และขอบคุณพวกเขา 5 ตัวที่ช่วยกันยกมาอย่างมีความสุข ที่ไม่ใช่ขอบคุณแบบขอไปที หรือมีท่าทีดูถูกแบบที่เด็กบ้านสลิธีรินชอบทำ ไม่สิ คนทั่วไปมักทำกัน จนเอลฟ์น้ำตาคลอเบ้า ร้องไห้กันจนต้องช่วยกันปลอบหลายนาที และมื้อเที่ยงวันนี้ พวกเราก็ในกลุ่ม 6 คนก็ต้องช่วยกันกินพิซซ่ากันไปคนละ 2-3 ชิ้น โดยคนสั่งกินเยอะกว่าคนอื่น ส่วนฉันกินไปแค่ชิ้นเดียวก็จุกกับชีสเลี่ยนๆแล้ว

           


ระหว่างรับประทานอาหารเย็น ยูริอาการดีขึ้นมาก โดยมีมิลลี่เคลมผลงานว่าที่หายดีเพราะพลังแห่งชีส 3 เท่าแน่ๆ แต่ก็โดนแดฟเน่ดึงแก้มอย่างหมั่นไส้เป็นการลงโทษไปเรียบร้อย ก่อนที่สามแฝดจะถามถึงการซ้อมว่าจะเริ่มเย็นนี้เลยไหม



            “ ไว้วันเสาร์ดีกว่า ต้องแน่ใจว่ายูริอาการเป็นปกติจริงๆค่อยไปซ้อม ไม่งั้นซ้อมไปแล้วจู่ๆทรุดขึ้นมาจะแย่นะ” ฉันตอบ ก่อนจะลุกจากโต๊ะ ขึ้นไปยังห้องวิชาการดนตรี เพื่อซ้อมกับวง 3Rocks ต่อจากที่ซ้อมกันไปช่วงเช้าและบ่าย โดยตอนนี้เพลงที่ฉันเตรียมไว้บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีอย่างกีตาร์ เบส กลองชุด และเปียโนเรียบร้อย เหลือแค่ซ้อมพร้อมกับไลน์เสียงดนตรีไทยอย่างเปิงมาง ระนาด และซอเท่านั้น



            เช้าวันเสาร์ สามแฝดสาวมาห้องวิชาการดนตรี และเริ่มซ้อมกับ 3 Rock ทันที และช่วยกันปรับรูปแบบการเล่น รวมถึงเปลี่ยนเครื่องดนตรีจากซอ กับระนาดที่พวกน้องๆบอกว่าไม่น่าเข้ากับเพลงนี้ที่ใช้ท่วงทำนองแบบที่ฉันต้องการมากนัก ให้ใช้แค่เปิงมาง กับปี่ดีกว่า ซึ่งผู้รับหน้าที่เป่าปี่ก็คือยูริล่ะ



            เหมือนในโชว์ในรายการเป๊ะเลย ที่ใช้เปิงมาง กับปี่ฉันคิดในใจอย่างแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนจะซ้อมร้องพร้อมๆกับบรรเลงไปกับวงอย่างตั้งใจ



            วันพุธที่ 29 มีนาคม 1995 ได้มาถึง เวทีถูกจัดขึ้นที่สนามควิดดิชเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือผู้มาร่วมรับชมมีจำนวนมากขึ้นอีกแล้ว โดยมีคณะนักเรียน และผู้ปกครองจากโบซ์บาตงเดินทางมาเยี่ยมเพื่อนๆที่มาอยู่ระหว่างประลองเวทไตรภาคี ควบคู่กับดูโชว์ละครเพลงด้วยล่ะ



            ละครเพลง 8 เรื่องแรก ฉีกจากการแสดงครั้งก่อนๆที่มีการประกาศธีม ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน แต่รอบนี้เรื่องใคร ก็เรื่องของกลุ่มนั้นแบบเอกเทศ ทว่าเนื้อหากลับเข้มข้นขึ้น น่าติดตามตั้งแต่เริ่มจนจบมากขึ้น คาดเดาเนื้อเรื่องแต่ละเรื่องยากขึ้น  คนดูเลยตื่นเต้นตั้งแต่เรื่องแรกจนถึงเรื่องสุดท้าย ทว่าก็มีหลายคนพอจะจับความเชื่อมโยงได้บ้าง



            “ ความรักที่ผิดหวัง” คือสิ่งที่ผู้แสดงละครเพลงเรื่องสุดท้ายประกาศออกมาว่าคือธีมการแสดงละครเพลงในวันนี้ ที่แต่ละทีมจะนำไปตีความตามความคิดของตน และ Pensy The Musical & 3 Rocks + Trio Tsuyama จะมาบรรเลงเพลงจบการแสดงในครั้งนี้



            ม่านเวทีปิดตัวลง พร้อมเสียงปรบมือดังควบไปกับเสียงเฮ เสียงเรียกชื่อนักแสดงกลุ่มนั้นและชื่อของวง 3Rocks+สึยามะทั้ง 3 ดังขึ้นมาระหว่างที่พวกเราจัดอุปกรณ์เตรียมตัวขึ้นแสดง ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที ม่านก็เปิดออก เผยให้เห็นการจัดตำแหน่งที่ดูเรียบง่าย ครึ่งซ้ายเวทีเป็นวง 3 Rocks ครึ่งขวาเป็นน้องๆสึยามะสองคน ยูริยืนตรงถือปี่ยืนหน้าไมค์ติดขาตั้ง ปรับระดับเท่าส่วนสูงของเธอ และเปิงมางของน้องนุ้ยที่นั่งบนกล่องที่ปูทับด้วยพรมแดง เป็นพื้นยกระดับจากเวที ฉันนั่งหันหลังให้คนดู หันหน้าเข้าเปียโน ส่วนแก้มนั้นได้ยืนตรงกลางในชุดตัวละคร “นาง” ที่ดูเด่นมาก เพราะสวมเครื่องประดับจัดเต็ม ตั้งแต่มงกุฎ ทับทรวง กำไลข้อมือ



            https://www.youtube.com/watch?v=w7onnFyND78



            “ รู้ดีว่ามันก็จบไปนานแล้ว แต่ใจยังคงคิดถึง ใจยังคงต้องการ

 รู้ดีว่ามันต้องใช้เวลา แต่ใจยังคำนึงถึงใจยังคงต้องการ”



แก้มค่อยๆร่ายรำในท่าทางนาฏศิลป์ไทยประกอบจังหวะเพลงได้อย่างดี และแต่ละท่าก็ดูเป็นดั่งภาษากายที่สอดคล้องไปกับเนื้อเพลง



“ นานเท่าไร~ แต่ดูเหมือนว่ามันยังไกล

 และดูเหมือนเวลาไม่เคยทำมันให้จาง. . .

 บอกหน่อยเถิดรัก บอกว่าเป็นเช่นไร

ฉันไม่เคยรู้ว่าทำไม ฉันไม่เคยเข้าใจอะไร ทำไมเมื่อมีรัก ฉันจึงต้องช้ำใจ

หากเป็นอย่างนั้นขอได้ไหม ให้ฉันไม่รักใครอีกเลย”



การร่ายรำของแก้มนั้น เป็นดั่งการระบายเนื้อเพลงออกมาเป็นท่าทาง ที่ทำให้คนอินไปกับเนื้อเพลงได้ในจังหวะเดียวกัน ซึ่งท่ารำไทยนี้แม้ผู้วิเศษฝั่งยุโรปหลายคนจะไม่ค่อยรู้จัก แต่ก็มีผู้ที่รู้จักศิลปะฝั่งเอเชียตะวันออกเชียงใต้อยู่ไม่น้อย ที่ลุกขึ้นปรบมือชื่นชมกันมาก ก่อนจะหยุดปรบอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเสียงร้องเนื้อเพลงท่อนถัดไปดังขึ้น



“ ครั้งหนึ่งฉันเองก็เคยออกตามหา

แต่ว่ามันก็ต้องผิดหวัง เมื่อปลายทางของฉันนั้นว่างเปล่า

รู้ดีว่าเธอคงไม่ย้อนมา แต่ฉันยอมทุกอย่าง

 ยอมทำทุกทางให้เธอย้อนคืนมา~”



ฉันร้องลากเสียงยาว สอดคล้องกับท่ารำของแก้มที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางซ้ายของเวที พร้อมลากวงแขนอย่างอ่อนช้อย และรำในท่าทีเหมือนคนกำลังเมียงมองไปยังเส้นทางที่ไกลออกไป



“ นานเท่าไหร่~ แต่ดูเหมือนว่ามันยังไกล

และดูเหมือนเวลาไม่เคยทำมันให้จาง”

“ บอกหน่อยเถิดรัก บอกว่าเป็นเช่นไร

ฉันไม่เคยรู้ว่าทำไม ฉันไม่เคยเข้าใจอะไร

 ทำไมเมื่อมีรัก ฉันจึงต้องช้ำใจ หากเป็นอย่างนั้นขอได้ไหม ?

บอกมาว่ารักคืออะไร บอกมาได้ไหมเป็นยังไง บอกมาได้ไหม~”



แก้มค่อยๆเดินกลับมาที่กลางเวที แล้วเอ่ยปากเอื้อนเสียง “ เอื๊อง เอย”ยาวประกอบเสียงเปิงมาง ปี่  และรำในท่าตั้งวง ขยับแขนช้าๆจนเหมือนสั่นเบาๆ ซึ่งเสียงการเอื๊อนของแก้มในตอนนี้ ทำให้ฉันขนลุกซู่ยิ่งกว่าตอนซ้อมกันมา  และคนดูหลายคนก็คงรู้สึกไม่ต่างจากฉัน ถึงได้ปรบมือกันดังหลังเสียงแก้มหยุดลงพร้อมๆกับเสียงเปิงมางกับปี่



“ นานเท่าไร. . .” ฉันบรรเลงเปียโนโซโลในท่อนนี้ “นานแค่ไหน~”


“ แต่ดูเหมือนว่ามันยังไกล” กลองตีเข้าจังหวะ ตามด้วยเสียงเครื่องดนตรีอื่นๆ พร้อมกับเสียงขับร้องของฉันที่เร่งความดังและเสียงสูงขึ้น “ และดูเหมือนเวลาไม่เคยทำมันให้จาง~ ฮา ฮ๊ายยยย ฮา ฮ๊ายยยยย ฮา ฮ่า ฮา ฮ๊ายยยยยยยยยย ~”



“ บอกหน่อยเถิดรัก บอกว่าเป็นเช่นไร  ฉันไม่เคยรู้ว่าทำไม ฉันไม่เคยเข้าใจอะไร~  โฮ้วววว (ทำไมเมื่อมีรัก ฉันจึงต้องช้ำใจ หากเป็นอย่างนั้นขอได้ไหม ให้ฉันไม่รักใคร)” แก้มร้องเบาๆคลอไปกับเสียงคนอื่นๆบนเวทีที่เป็นการคอรัสระหว่างฉันลากยาว “ โฮ้ววววววว ”  



“ บอกหน่อยเถิดรัก~ เอ้อออ เอยยย

( บอกว่าเป็นเช่นไร ฉันไม่เคยรู้ว่าทำไม ฉันไม่เคยเข้าใจอะไร)

 ทำไมเมื่อมีรัก ~(ฉันจึงต้องช้ำใจ หากเป็นอย่างนั้นขอได้ไหม)

 ให้ฉันไม่รัก . . .ฉันยอมทุกอย่างแค่ฉันไม่ต้องรักใคร. . .”


 เสียงทุกอย่างหยุดลง ก่อนที่แก้มจะเอื้อนปิดท้ายในท่ารำที่กลับมาตั้งวง “เอิ๊ง เออ เอ้ออ เอ่ออ เอยยย~”



ม่านปิดตัวลง พร้อมเสียงปรบมือดังก้อง  และเสียงชื่นชมว่านางรำอายุน้อย แต่สื่อถึงศาสตร์และศิลป์ของไทยออกมาได้ดีมาก ซึ่งผู้ที่ชมก็ไม่ใช่ใครอื่นเลย. . . พี่เอลซ่า ที่ไม่รู้มาดูตอนไหน และไม่รู้ทำไมถึงได้ไมค์มาพูดชมน้องแก้ม และวิเคราะห์โชว์ของเราให้ผู้วิเศษยุโรปได้สัมผัส และเข้าใจถึงคุณค่าความงามของการผสามดนตรีไทยเข้ากับดนตรียุโรปได้ ม่านเปิดอีกครั้งเพื่อให้พวกเราออกมาโค้งรับเสียงปรบมือและคำชื่นชม



  “ ศิลปะไม่มีพรมแดน เพนซี่ 3 Rocks และสึยามะได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้ว” พี่เอลซ่าพูดปิดท้าย ก่อนที่การแสดงวันนี้จะจบลงด้วยดี โดยพี่เอลซ่าได้ขึ้นเวทีมาถ่ายรูปกับกลุ่มนักแสดงแต่ละกลุ่มลงหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ และวารสารของมหาตระกูลแห่งศิลปะศาสตร์ที่จะวางจำหน่ายในสำนักงาน และส่งตามบ้านผู้สมัครรับวารสารฉบับเดือนเมษายน 1995 ด้วยล่ะ


_________________________________________

อะไรคือความจริงที่ถูกซ่อนไว้เบื้องหลังคำพูดที่จงใจหลีกเลี่ยงใช้ภาษาไทยของน้องแก้ม

 “ ยูริซึมซับพลังแห่งความรักจากพี่เพนซี่ ที่ตอนนี้ถือครองดวงใจ. . ."


ปริศนาเริ่มก่อตัวมากขึ้น. . .

เพนซี่ถือครองดวงใจอะไรไว้กันอยู่นะ?

นี่คือเหตุผลที่ทำให้เธอถูกน้องๆสึยามะ

 มองหน้าอกหน้าใจกันเขม็งตอนเจอกันครั้งแรกบนรถไฟใช่ไหม??


แต่ปริศนานี้ เพนซี่สนใจได้ไม่นาน. . .

 ก็เจอ Sunny Heart ช็อคโกแลตสุดหรูหรา และเลิศรสจากครูซาร์ทดึงความสนใจไป

+

พี่เอลซ่ามาดูละครเพลง พร้อมถ่ายรูป และสัมภาษณ์เตรียมลงวารสารระดับโลกของมหาตระกูลฯอีก


ดังนั้นปริศนานี้ก็จะค่อยๆห่างหายไปสักพัก. . .


//!สปอย!\\

หัวใจ. . . ของเพนซี่ คือหัวใจหลักของฟิคนี้ล่ะ

มีบทบาทสำคัญในภาค7 ~





ในเดือนกรกฎาคม ผมจะอัพนิยาย 2 เรื่อง+แฟนฟิค 1เรื่องล่ะ


Tale of Thrae ภาค 13 อัพวันเว้นวัน (จบภาค 13-1แล้ว)

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1462315

Persephone Order ภาคฤดูใบไม้ร่วง เดือนแรก อัพวันเว้นวัน

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1761032

SoulOrbChronicle ภาค 4 อัพวันเว้นวัน

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1748399



Pensy The Musical ภาค 2 อัพจันทร์ พุธ ศุกร์

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1925840



ฝากกดไลค์ ติดตามเพจของผมด้วยน้าาา

เวลามีการเลื่อนอัพ งด ดองอะไร ผมก็จะแจ้งในเพจนี่แหละ

https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/



           



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

391 ความคิดเห็น

  1. #314 lnwkhunza (@lnwkhunza) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 15:22
    นั่งอ่านแบบมึนๆเพราะไม่ได้ตามแฮรี่ทุกภาค //ดูแค่ภาคแรกๆหลังๆไม่ได้ดูเลย
    #314
    0
  2. #313 Eifel3955 (@Eifel3955) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 13:17
    เอาตรงๆไม่​ชอบepนี้อะ แต่ก็ยังติดตามต่อนะ
    #313
    0
  3. #312 Goosethecat (@Goosethecat) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 12:55
    ขอ ไม่มีคำสัญญา ver. the gifted เเละ หลุดพ้น ver. the gifted นักเรัยนพลังกิฟต์
    #312
    0