Fic KHR - Reborn

ตอนที่ 22 : รอยต่อจากอดีต ตอนที่2 วาเรียที่วุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 มี.ค. 52

ตอนที่2 วาเรียที่วุ่นวาย

 

...ทำไมกัน...เพราะอะไร...

 

พล่ามอะไรของแกอีกวะ ไอ้สวะ

 

แซนซัสสบถอย่างหงุดหงิด  เอาอีกแล้ว  พอรู้สึกตัวอีกทีก็จะมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาครวญครางกวนใจอยู่ในสถานที่อันมืดมิด

 

...ทำไมเจ้าถึงทิ้งข้าไป...

 

ก็ใครล่ะที่ทิ้งแกไป ไอ้สวะ

 

...ทำไมเจ้าถึงไปจากข้า...เพราะอะไร...ทำไมเจ้าถึงทำกับข้าแบบนี้...

 

ไอ้สวะ แกก็ไปหาคนที่ทิ้งแกไป แล้วถามมันเองสิวะ...

 

...ไม่ใช่มาเพ้อเจ้ออยู่ตรงนี้!!!”

 

โว้ย ดึกป่านนี้ ตะโกนหาพระแสงอะไร ไอ้คุณบอส

 

เสียงตะโกนของหัวหน้าและรองหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าสุดแกร่งแผดเสียงกังวานไกลพอสำหรับคนที่อยู่ห่างไปสักสองลี้จะไม่ได้ยิน  แต่กับคนที่อาศัยอยู่ชายคาปราสาทเดียวกัน...

 

เกิดอะไรขึ้นครับบอส!!!”

 

บอสฝันร้ายอีกแล้วเหรอฮ่ะ

 

ไม่มีอะไรพังใช่มั้ย แค่นี้ก็ติดตัวแดงจะแย่แล้วนะ

 

ชิชิชิ เจ้าชายง่วงง่า

 

เลวี่อาเทน ลุสซูเรีย มามอน เบลเฟกอล 4ลูกน้องแห่งวาเรียพากันโผล่หน้าเข้ามาในห้องรองหัวหน้าวาเรียชนิดไม่รู้จักว่ากลอนประตูคืออะไร

 

เฮ้ย พวกแกเข้ามาได้ยังไง...ว่าแต่ บอสฝันร้ายอีกแล้วเรอะ นี่มันหนที่5ในรอบสัปดาห์แล้วนะ

 

สควอโล่เอ่ยอย่างหัวเสีย  สาเหตุหลักที่แซนซัสต้องระเห็จมานอนร่วมเตียงกับเขาเป็นเพราะฝันร้าย  ครั้งล่าสุดแซนซัสเกิดควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ใช้เพลิงพิโรธถล่มห้องตัวเองจนพังไปทั้งแถบ  และเมื่อมานอนห้องเดียวกับสควอโล่แล้วก็ไม่มีอะไรมายืนยันว่าห้องจะไม่พังเพราะบอสอาละวาดด้วย

 

ก็เออสิวะ

 

แซนซัสเอ่ยอย่างหงุดหงิด  หันไปคว้าขวดยินข้างเตียงมาดื่มแทนน้ำได้หน้าตาเฉย

 

ไม่ใช่เด็กเล็กๆสักหน่อย จะได้แหกปากโวยวายกับอีแค่ฝันร้าย...

 

เพล้ง!!!

 

สิ้นคำของฉลามหนุ่ม  ขวดเหล้าในมือถูกประเคนเข้าเต็มศีรษะ  เรือนผมยาวสีเงินชุ่มไปด้วยของเหลวในขวดและเลือดของเขาเอง

 

เฮ้ย มันเจ็บนะโว้ย ทำอะไรของแกว่ะ ไอ้คุณบอส

 

โครม!!!~

 

พริบตาต่อมาสควอโล่ก็ได้ลงไปโวยวายต่อบนพื้นจากการยันรวดเดียวถึงพื้นของเท้าแซนซัส

 

หนวกหูจริง ไอ้สวะ พวกแกออกไปให้หมด!!!”

 

เฮ้ย แต่นี่มันห้องของฉันนะเฟ้ย แซนซัส!!!”

 

สควอโล่ตะโกนลั่น  แต่เพราะแรงดึงจากลุสซูเรียและเลวี่อาเทน  ห้องของสควอโล่จึงตกเป็นของแซนซัส  ทิ้งให้ราตรีนี้บอสหนุ่มแห่งวาเรียนอนหัวเสียอยู่คนเดียวเพราะฝันบ้าๆ

 

 

 

เช้าวันต่อมา  ปราสาทวาเรียเผชิญภาวะสงครามเย็นที่ลุกโชติช่วง  อันแผ่ออกมาจากบอสใหญ่  อารมณ์หงุดหงิดของแซนซัสเดือดทะลุปรอทยิ่งกว่าอากาศในเมืองไทย  ดังนั้นเหล่าสมาชิกที่เหลือจึงจับกลุ่มประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา

 

ถ้าบอสยังไม่เลิกฝันร้าย มีหวังปราสาทวาเรียของเราไม่เหลือแน่

 

ลุสซูเรียเริ่มต้นบทสนทนา  ตามมาติดๆด้วยเสียงกดเครื่องคิดเลขมือเป็นระวิงโดยอัลโกบาเลโน่สุดเค็ม

 

ค่าสร้างปราสาทใหม่มันแพงมากนะ...ทั้งยังค่าสร้างห้องบอสใหม่...ค่าตกแต่งภายใน...ค่าเครื่องเรือนชั้นสูงที่พังไปเพราะบอสอาละวาด...ค่า...ค่า...ค่า...

 

ชิชิชิ ถ้าให้บอสออกไปฆ่าคนเยอะๆ จะต้องหลับฝันดีเหมือนเจ้าชายแน่ๆ

 

เจ้าชายนักฆ่าพูดแทรกขึ้นมา  ฟังดูมันก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย  และคงจะได้ผลดีเยี่ยม...

 

...ถ้าคนฝันร้ายคือเบลเฟกอลไม่ใช่แซนซัสล่ะก็นะ...

 

ให้ตายสิ โตป่านนี้แล้วยังมาฝันร้ายเป็นเด็กๆไปได้

 

ฉลามคลั่งสบถอย่างหงุดหงิด  นั่นทำให้นักฆ่าที่อ้างตัวว่างดงามที่สุดปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิด  ทำสัญาณให้คนอื่นๆเอียงหูมาฟังใกล้ๆ...

 

เฮ้ย แน่ใจนะว่าวิธีนี้จะได้ผล

 

ต้องได้ผลสิ ไม่มีเวลาแล้ว ลงมือกันเลย!!!”

 

 

และในคืนนั้นเอง  เมื่อบอสใหญ่แห่งวาเรียเปิดประตู<อดีต>ห้องนอน<ของสควอโล่> 

 

เพลิงพิโรธ!!!”

 

โครม!!!~

 

ห้องของสควอโล่ได้เป็นอดีตจริงๆไปแล้ว

 

เฮ้ย แกระเบิดห้องฉันทำไมวะ ไอ้คุณบอส

 

สควอโล่ตวาดลั่น  กะแล้วว่าแผนเฮงซวยนั่นต้องไม่ได้ผล

 

แกใช้หัวแม่เท้าคิดหรือไง ไอ้สวะ แกเอาลูกตาไปไว้ที่ไหนถึงได้เปลี่ยนห้องนอนฉันให้กลายเป็นห้องเลี้ยงทารก

 

แซนซัสตวาดกลับ  ภาพแรกที่เขาเห็นตอนเข้ามาคือ  เตียงสี่เสามีลูกกรงกันขอบเตียงกันตก  กับโมบายหมุนได้ลายลูกปลาฉลาม  และยังสเตริโอเปิดเพลงกล่อมเด็กคลอเบาๆ

 

เตรียมใจตายไว้แล้วใช่มั้ย ไอ้พวกสวะ

 

สุดท้ายแล้วคืนนั้นแซนซัสก็ได้หลับสนิทตลอดคืนโดยไม่มีฝันร้ายมากล้ำกราย  อาจจะเป็นอย่างที่เบลว่าก็ได้  หลังจากอาละวาดอย่างเต็มเหนี่ยวจนมามอนกดเครื่องคิดเลขคำนวณค่าเสียหายไม่ทัน  ของบ้านๆอย่างฝันร้ายจึงถูกโยนทิ้งหน้าต่างไป

 

 

 

ณ.บ้านหลังหนึ่งที่ถูกทิ้งรกร้างมานานกว่า20ปี  เสียงสวบสาบของคนผู้หนึ่งซึ่งสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าก้าวผ่านต้นหญ้าสูงเทียมหัว  เมื่อผ่านสวนที่ไร้ผู้ดูแลจนมาถึงตัวบ้านซอมซ่อ  ทั้งประตูหน้าต่างของบ้านหลังนี้ถูกแผ่นเหล็กตอกปิดตาย  มีเพียงประตูหลังเท่านั้นที่สามารถเปิดได้

 

...หากคนเปิดมีกุญแจ5ดอกที่ใช้เปิดล่ะก็นะ...

 

ภายในบ้านที่ไร้แสงไฟ  บนเตียงเก่ามีคนๆหนึ่งนั่งเหม่อลอยมองแสงจันทร์เพียงลำพัง  ที่ข้อเท้าของคนๆนี้สวมโซ่เหล็กล่ามติดไว้กับขาเตียง  คนที่สวมผ้าคลุมเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมกับเปิดด้านหน้าเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นดวงตาสองสีซึ่งลุกโชนในความมืด  ดวงตาสีไม่เข้าคู่จ้องชายผมขาวตรงหน้าเขม็ง

 

คุฟุฟุ สบายดีหรือเปล่าครับ คุณเบียคุรัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #457 nampeung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2557 / 23:41
    555555555555555
    #457
    0
  2. #416 พันปักษา (@vongolatsuna27) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 00:39
    เตียงเด็ก?? เจ้าชายติงต้องไอเดียกระจายจริงๆ ป๋าเลยได้ไล่ฆ่าและหลับสบายไปเลย ชิชิชิ

    เบียงคุรันสภาพโทรมสุดๆสมกับที่แพ้ศึกเลยเฮอะ มุคุจังมาทำไมเอ๋ย หรือว่าจะมาดูแลกันนาาา
    #416
    0
  3. #412 Fasai Hongudom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 13:57
    ช่างไอเดียบรรเจิดนะครคิดเนี่ย เ่ล่นซะป๋าปรี๊ดแตกเลย 555+
    #412
    0
  4. #356 mmm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 01:04
    เตียงเดก??? =.=
    #356
    0
  5. #311 ม่านทราย (@pixxy-pix) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 00:37
     69100 เรอะ หรือ 10069 ??(โดยส่วนตัวชอบ1869)
    #311
    0
  6. #300 ปีกแห่งภูติ (@wing-of-angel) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2553 / 19:32
    คิดได้ไงคะเตียงเด็ก  เป็นใครก็ปรี๊ดแตกค่ะ
    #300
    0
  7. #292 kloy&maria (@warawad) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 11:25
    = = นั้นสิ อุตส่าห์คิดได้เนอะ
    #292
    0
  8. #262 sabmaren (@haru86) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 15:09
    ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
    #262
    0
  9. #257 รักฮิ baริ เคียวya (@52152) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มีนาคม 2553 / 15:41
    สงสาร สคอโล่อ่ะ
    #257
    0