Fic KHR - Reborn

ตอนที่ 27 : รอยต่อจากอดีต ตอนที่7 ความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 994
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 เม.ย. 52

สายฟ้าสีทองผ่าลงกลางบ้านร้างทั้งที่มุคุโร่กับเบียคุรันยังอยู่ข้างใน ฮิบาริวิ่งฝ่าสายฝนไปทางบ้านร้าง ที่หน้าประตูหลังเจ้าของทรงผมคุ้นตานั่งแปะอยู่ที่พื้นราวกับไม่รู้สึกถึงสายฝนจากฟากฟ้า


นั่นแปลว่ามุคุโร่ออกมาจากบ้านก่อนที่ฟ้าจะผ่าลงมา


“แกเป็นคนหรือเป็นผี ไอ้พืชไร่ตายยาก”


ไม่มีเสียงตอบรับจากคนบนพื้น วูบหนึ่งฮิบาริถึงกับคิดไปว่ามุคุโร่ช็อกเสียสติไปอีกคนแล้วเพราะสายฟ้า ชายหนุ่มไม่อยากคิดต่อว่าถ้าเกิดเป็นเรื่องจริงเขาจะต้องวุ่นวายอีกสักแค่ไหน


“เฮ้ย ตอบอะไรกลับมาบ้างสิ มุคุโร่!!!”


ฮิบาริคุกเข่าลงข้างหนึ่งเขย่าไหล่บางแรงๆ นิ้วสั่นเทาของมุคุโร่ชี้เข้าไปในบ้าน ริมฝีปากขยับเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา


“ฉันจะเข้าไปดูอาหารของแกให้ก็ได้”


ฮิบาริกระแทกเสียงแต่ก็ยอมเดินเข้าไปในบ้านแม้การทำเช่นนี้จะหมายรวมถึงการทำตามคำสั่งของคนอื่นที่ฮิบาริเกลียดที่สุดก็ตาม ภายในบ้านร้างส่งกลิ่นเหม็นไหม้รุนแรง ข้าวของเปื้อนฝุ่นไหม้เกรียม หลังคารั่วทั้งยังมีบางจุดไฟไหม้ ทั้งที่เป็นแบบนั้น


“ทำไมถึงมีแต่พวกตายยากยังกับแมลงสาบนะ”


ถึงตามตัวจะเลอะเทอะมากกว่าเดิม ทั้งยังได้รับบาดเจ็บ แต่เบียคุรันก็ดูจะปลอดภัยดี




1ชั่วโมงต่อมา ภายในห้องหนึ่งของโรงแรมเล็กๆ


ฮิบาริพาทั้งมุคุโร่และเบียคุรันมาอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราว ที่พาเบียคุรันมาด้วยเพราะขืนปล่อยไว้ได้ตายเพราะโดนบ้านถล่มทับแน่


“เอ้า อาหารและก็ยาทำแผล”


ฮิบาริโยนของที่ว่าลงบนเตียงว่าง มุคุโร่นั่งบนโซฟา ส่วนเบียคุรันนอนอยู่อีกเตียง


“...ขอบคุณครับ”


มุคุโร่เอ่ยเสียงแผ่ว เวลานี้เขาไม่มีอารมณ์จะกวนโทสะฮิบาริอีกแล้ว แค่เพียงก้าวเท้าออกจากบ้าน สายฟ้าก็ผ่าลงมาชนิดต่อหน้าต่อตา เสี้ยววินาทีนั้นในหัวมีเพียงภาพของคนที่นอนบนเตียงเท่านั้น ไม่กล้าแม้กระทั่งจะเดินเข้าไปดูเองว่าคนๆนั้นยังมีลมหายใจอยู่หรือเปล่า


ความหวาดกลัวหยั่งรากลึกในจิตใจ ฝั่งแน่นในความทรงจำ มุคุโร่ไม่อยากจะคิดว่าถ้าคนๆนั้นตายไปเขาจะทำเช่นไรต่อ


“ฉันจะกลับคฤหาสน์ คืนนี้แกนอนเฝ้าเจ้านั่นไปแล้วกัน เรื่องต่อจากนี้แกก็จัดการเอาเอง”


“เข้าใจแล้วครับ พรุ่งนี้ผมจะหาที่อยู่ใหม่ให้เขา”


ปัง!!!


เสียงประตูปิดลงแล้ว มุคุโร่พรูลมหายใจยาวในหัวยังเบลอไม่หาย ชั่วขณะหนึ่งเขาถึงกับรู้สึกอยากให้ฮิบาริ เคียวยะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก แต่แล้วมุคุโร่ด็รีบสลัดความคิดนั้นออกไปทันที


“ผมต้องทำแผลให้คุณก่อน”


มือเรียวสั่นเล็กน้อยขณะถอดเสื้อให้เบียคุรัน ทั้งที่ยังปลดกระดุมเม็ดที่สามค้างไว้ แต่มุคุโร่กลับหยุดมือขยับตัวจะออกไปสงบสติ ทันใดนั้น มือของคนที่น่าจะเสียสติช่วยเหลือตัวเองไม่ได้กลับคว้าหลังเสื้อกระชากมุคุโร่นอนแผ่ลงกับเตียง


“คุณเบียคุรัน!!!”


สองมือของมุคุโร่ถูกรวบไว้เหนือศีรษะ เบียคุรันขึ้นคร่อมกันไม่ให้ร่างโปร่งลุกหนี


“ทำไมไม่ถอดเสื้อฉันต่อล่ะ”


“คุณเบียคุรัน นะ นี่ คุณ...”


“งั้นเปลี่ยนให้ฉันถอดเสื้อเธอบ้างก็ดีนะ มุคุโร่คุง”


และเบียคุรันก็ทำอย่างที่พูดจริงๆ กระดุมเสื้อมุคุโร่ถูกปลดออกทีล่ะเม็ดๆ จนกระทั่งกระดุมเสื้อถูกปลดจนหมด มุคุโร่จึงได้สติ


“คุณได้สติแล้ว...ความทรงจำของคุณ...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”


เบียคุรันหยุดมือที่กำลังเลื่อนลงต่ำ ขมวดคิ้วทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจังไม่ใช่ท่าทางขี้เล่นเหมือนปกติ ดูเหมือนชายหนุ่มจะให้ความสำคัญต่อคำถามนี้มากพอทีเดียว


“ตอนที่ฟ้าผ่า...ไม่รู้ทำไม ก่อนหน้านั้นฉันรู้สึกแย่มาตลอด จนกระทั่งฟ้าผ่าลงมาทำให้หัวฉันปลอดโปร่งมากทีเดียว”


“งั้นก็แปลว่า...คุณได้สติมาตลอด จนกระทั่งมาถึงที่นี่”


การตบตาฮิบาริได้ถือเป็นละครระดับตุ๊กตาทอง เบียคุรันเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ จัดการปลดเข็มขัดมุคุโร่ออกโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกเพราะมัวแต่ตะลึง


“ฉันคิดว่าเรื่องต่อจากนี้ ฮิบาริ เคียวยะไม่ควรรู้ หรือถ้ามุคุโร่คุงอยากให้เขาเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน จะโทรไปตามก็ได้นะ”


“พยาน...อ่ะ คุณจะทำอะไรน่ะ”


มุคุโร่เพิ่งรู้ตัวว่าข้อมือของตนถูกเข็มขัดหนังของตัวเองรัดจนแน่น และมือของคนที่คร่อมตนอยู่ก็ว่างทั้งสองข้างแล้ว เบียคุรันโน้มหน้าลงกระซิบข้างหู


“ก็ขอค่าเลือดที่ให้เธอดื่มไปตลอดเวลาที่ฉันเสียสติน่ะสิ”




3วันต่อมา


“นี่ ยัยขี้เหร่ บอกมานะว่าท่านมุคุโร่ไปอยู่ที่ไหน”


“ท่านมุคุโร่ไม่ได้ติดต่อมาเลยเหรอ”


โคลมที่รองรับอารมณ์ร้อนเปิดเผยจากเคนและอารมณ์ร้อนลุ่มลึกจากจิคุสะได้แต่ส่ายหน้าอย่างอดทนเหมือนทุกที


หลังจากคืนที่ฮิบาริพามุคุโร่ออกไปโดยบอกกับทุกคนว่าไปโรงพยาบาลก็ไม่มีใครได้เห็นหน้ามุคุโร่อีกเลย แม้กระทั่งตัวฮิบาริเอง


พอเช้าวันต่อมาฮิบาริก็กลับไปที่โรงแรมแต่ก็พบว่าทั้งมุคุโร่และเบียคุรันไม่อยู่แล้ว ทางโรงแรมบอกว่าทั้งสองคนเช็คเอาท์ออกไปตั้งแต่เช้าโดยไม่บอว่าจะออกไปที่ไหน


โคลมถอนหายใจเบาๆหลังจากปลีกตัวจากเคนกับจิคุสะได้แล้ว เธอออกมาเดินเล่นคนเดียวในสวนสาธารณะ น่าแปลกที่สวนสาธารณะในวันหยุดร้างผู้คน ทันใดนั้นกลุ่มหมอกสีเทาแผ่ปกคลุมรอบตัวโคลมไว้


“ท่านมุคุโร่ ท่านมุคุโร่ค่ะ”


โคลมผุดลุกกวาดสายตาไปรอบๆทันที พลังแบบนี้คนเดียวที่ทำได้ก็คือ...


“ท่าทางสบายดีนะครับ โคลมที่น่ารักของผม”


มุคุโร่เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มละไม แต่ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที เพราะเขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว


“ฟังให้ดีนะครับ โคลม ผมจะไม่กลับไปที่คฤหาสน์สักพักใหญ่ ผมสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง และไม่ต้องตามหาผมนะครับ บอกวองโกเล่ เคนและก็จิคุสะตามนี้ด้วย แล้วผมจะติดต่อไปอีกที”


แล้วหมอกลวงตาก็หายไป...




ณ.ที่แห่งหนึ่ง


มุคุโร่ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสองสีหรี่ลงอย่างครุ่นคิด อันที่จริงการที่เขาจะหนีจากเบียคุรันเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ถึงความทรงจำและสติจะกลับมาแต่คนที่ตกหน้าผากระดูกแขนขาซี่โครงหักหนำซ้ำยังโดนฟ้าผ่า ไม่มีทางจะที่สภาพร่างกายจะสมบูรณ์พร้อม หากสู้กันจริงๆชัยชนะต้องเป็นของมุคุโร่แน่นอน


ทั้งที่เป็นแบบนั้นเบียคุรันกลับเดินเข้าไปอาบน้ำได้อย่างสบายใจโดยไม่จำเป็นต้องกลัวว่าออกจากห้องน้ำจะไม่เจอมุคุโร่ เพราะพันธะสัญญานิรันดร์ผูกมัดให้มุคุโร่ไม่อาจแยกห่างจากเบียคุรันได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดหิวขึ้นมาจะไปหาเลือดเบียคุรันจากไหนล่ะ


ชายตาสองสีนั่งมองเข็มยาวเล่นไล่จับกับเข็มสั้น เพราะนั่นคือสิ่งเดียวในห้องที่เคลื่อนไหว เวลาผ่านไปๆ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเบียคุรันจะออกจากห้องน้ำ น่าแปลก ปกติเบียคุรันไม่เคยอาบน้ำนานขนาดนี้


“คุณเบียคุรัน...”


มุคุโร่ร้องตะโกนเรียกฝ่าเสียงน้ำไหล


“คุณเบียคุรัน ได้ยินหรือเปล่า ถึงตอนคุณเสียสติผมจะไม่ได้ใส่ใจอนามัยของคุณ แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวันในการขัดตัวนะครับ”


มุคุโร่ลุกจากเตียงเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเรียก แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างใน


“คุณเบียคุรัน...คุณเบียคุรัน...ตอบผมบ้างสิ คุณเบียคุรัน!!!”


พริบตาที่มุคุโร่เอื้อมมือไปที่ยังลูกบิด ประตูห้องน้ำก็เปิดออกเบียคุรันในชุดเสื้อคลุมส่งยิ้มให้


“คิดถึงฉันขนาดรอไม่ไหวเลยเหรอ มุคุโร่คุง”


“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยครับ ผมแค่กลัวว่าถ้าคุณจมน้ำตายในห้องอาบน้ำ ผมจะไม่มีเลือดคุณไว้ดื่มต่างหาก”


มุคุโร่โต้กลับอย่างถือดี แต่เมื่อสังเกตคนตรงหน้าให้ดีพบว่าใบหน้าของเบียคุรันแดงจัดแต่ในห้องน้ำไม่ปรากฏไอร้อนของคนแช่น้ำอุ่น และถึงแม้จะยิ้มอยู่แต่ก็ไม่อาจซ่อนอาการหอบหายใจหนักๆไปได้ หรือว่าระหว่างที่อยู่ในห้องน้ำเกิดอะไรขึ้น...


“คุณเบียคุรันเกิดอะ...”


“พูดถึงเรื่องพันธะสัญญา เธอไม่อยากรู้หรือ ว่าทำยังไงพันธะสัญญาถึงจะหมดไป”


เบียคุรันเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เดินผ่านร่างโปร่งไปนั่งที่โซฟา จ้องดวงตาสองสีเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงหัวใจ


“ความตายของฉันไงล่ะ มุคุโร่คุง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #462 nampeung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 00:10
    ป๋าเบียเทพมากกกกกกกกกกกกกก
    #462
    0
  2. #422 พันปักษา (@vongolatsuna27) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 01:16
    ป๋าเบียงนี้ยังเจ้าเล่ห์เจ้าบทบาทจริงๆ หลอกท่านฮิซะสนิท

    แล้วนี้พากันไปจูจี้กับมุคุโร่ที่ไหนละนั้น

    แล้วที่บอกว่าความตายของตัวเองถึงจะทำให้หมดพันธะสัญญาได้

    นี้คิดบ้าอะไรขึ้นมาละ คิดจะตายด้วยมือมุคุโร่จริงๆเหรอ
    #422
    0
  3. #94 ZENRI_SERO (@zenri_sero) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 11:25
    ไรท์เตอร์อัพบ่อยดีจัง อิอิ
    #94
    0
  4. #93 oong♪fong♪ (@Asuki) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 02:38
    อ่ะ...ป๋าทามมายพูดง้านอ่ะ? ป๋ายังต้องอยู่เป็นสามีของมุคุจังอยู่น้าแล้วอีกอย่างน้า เราว่ามุคุจังไม่ฆ่าป๋าหรอก รักกันดีนี่ หุหุ^^
    #93
    0