Fic KHR - Reborn

ตอนที่ 28 : รอยต่อจากอดีต ตอนที่8 สุดยอดความคิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 เม.ย. 52

“คุณที่10เลิกฝันร้ายแล้วไม่ใช่หรือครับ”


สึนะส่งเสียงรับคำในคอ หลังจากวันที่ฝันเห็นรุ่นที่1วันนั้นเขาก็ไม่ฝันร้ายอีกเลย


“แล้วทำไมสึนะยังต้องกังวลใจอีกล่ะ”


การเลิกฝันร้ายถือเป็นเรื่องดีและไม่จำเป็นที่สึนะจะต้องกังวลใจอย่างที่ยามาโมโตะพูด แต่ว่า...


ความสงสัยมันครอบงำ เพราะรู้แน่แล้วว่าตัวตนของฝันร้ายคือรุ่นที่1 ความสงสัยจึงบังเกิดตามมา ทำไมวองโกเล่รุ่นที่1ถึงมาเข้าฝัน ต้องการอะไรจากสึนะหรืออยากให้สึนะทำอะไรให้ ทำไมปรากฏตัวให้เห็นครั้งหนึ่งแล้วจึงไม่มาเข้าฝันอีกเลย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความกังวลใจที่ไม่อาจสลัดหนี นอกจากนั้น...


“ฉันรู้สึกเหมือน วองโกเล่รุ่นที่1มีเรื่องทุกข์ใจ มีความปรารถนาบางอย่างที่ไม่สามารถทำให้เป็นจริง และต้องการความช่วยเหลือ...”


สึนะนวดขมับตัวเองหลายๆทีพยายามเค้นสมองฟื้นความทรงจำที่ผ่านๆมา


“รุ่นที่1มีคนที่อยากพบแต่พบไม่ได้ บางทีถ้าฉันหาคนๆนั้นเจอ...”


“เป็นไปไม่ได้หรอกสึนะ คนที่วองโกเล่รุ่นที่1อยากพบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องเป็นคนที่อยู่คนล่ะยุคสมัยกับพวกเรา ไม่แน่ว่าคนๆนั้นอาจจะตายไปแล้วเหมือนรุ่นที่1ก็ได้”


“ใช่แล้ว นั่นล่ะๆ คนๆนั้นตายไปแล้ว ตายไปก่อนที่จะได้พบกับรุ่นที่1เป็นครั้งสุดท้าย...”


สึนะผุดลุกขึ้นอย่างดีใจ แต่แล้วก็ชะงักนั่งหมดแรงกับโต๊ะทำงานต่อ


“ถ้าตายไปแล้ว ฉันก็พาไปพบรุ่นที่1ไม่ได้น่ะสิ และถึงจะยังไม่ตายฉันก็พาไปพบรุ่นที่1ที่ตายไปแล้วไม่ได้เหมือนกัน”


อย่างที่แซนซัสว่าเลย ‘ใครจะไปรู้เหตุผลของคนที่ตายไปตั้งชาติแล้วล่ะ’ แปลว่าไม่มีอะไรที่สึนะจะทำได้เลยหรือไง


ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้ามือถือของยามาโมโตะดังขึ้น หนุ่มเบสบอลชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา


“ใครโทรมาล่ะถึงได้ทำหน้าอย่างกับเห็นผี”


“สควอโล่...”


ยามาโมโตะตอบเสียงเคร่งขรึม กดรับสายแล้วยกโทรศัพท์แนบหู เสียงปลายสายไม่สนใจเสียงทักทายของเขาเอ่ยธุระอย่างรวดเร็ว เสียงที่พูดยังแผ่วเบาติดจะร้อนรนเหมือนกลัวใครได้ยินอีก


“เข้าใจล่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”


ยามาโมโตะกดตัดสายวางท่าเคร่งขรึมอยู่คนเดียวจนโกคุเดระอดรนทนไม่ได้


“เฮ้ย เจ้าบ้าเบสบอล อย่ามัวอมพะนำเด่ะ สควอโล่โทรมาว่าอะไร”


“ชวนไปเดทน่ะ”


ยามาโมโตะพูดหน้าตาย ทั้งยังเสริมอีกว่า...


“นายอยากให้ฉันไปหรือเปล่า โกคุเดระ”


“...กะ แกจะไปเดทกับใครก็เรื่องของแก ทำไมต้องมาถามฉันด้วยเล่า...รุ่นที่10ครับ ผมขอตัวก่อน”


ยามาโมโตะรีบลุกจากเก้าอี้ก้าวเท้าเร็วๆตามไปคว้าแขนโกคุเดระที่พลุนพลันออกไปได้ทัน


“อะไรของแก ปล่อยฉันนะ เจ้าบ้า”


“ฉันอยากไปเดทกับนาย ได้หรือเปล่า”


ยามาโมโตะกระซิบลอดไรฟัน แน่นอนว่าสึนะที่นั่งห่างออกไปไม่ได้ยิน แต่กับคนที่หน้าแดงจัดทันทีแม้จะเป็นเสียงกระซิบที่เบาแค่ไหนก็ตามนับว่าเป็นปฏิกิริยาที่คุ้มค่า


“แหะๆ ฉันล้อเล่นน่ะ ที่จริงสควอโล่โทรมาบอกว่าอยากคุยเรื่องที่สึนะไปหาแซนซัสและถามเกี่ยวกับรุ่นที่1 เพราะงั้นเดี๋ยวฉันกลับมานะ”


ยามาโมโตะกลับไปพูดด้วยเสียงปกติหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งแหย่โกคุเดระ โบกมือให้สึนะเร็วๆก่อนจะเดินออกจากห้องไป


“หนอย เจ้าบ้าเบสบอลบ้า!!!”


โกคุเดระสบถลั่นเดินแยกไปอีกทาง ทิ้งให้สึนะนั่งตาปริบๆในห้องคนเดียว ตกลงเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอ





ที่ร้านกาแฟ ยามาโมโตะใช้เวลาไม่นานก็เจอคนที่นัดพบ แม้จะนั่งหลบในมุมอับสายตาผู้คน แต่เรือนผมยาวสยายสีเงินตัดกับอาภรณ์สีนิลใช่ว่าจะซ่อนกันได้ง่ายๆ


“ขอโทษทีที่มาช้า”


“ช่างเหอะ เข้าเรื่องเลย ทำไมพวกแกถึงอยากรู้เรื่องของวองโกเล่รุ่นที่1”


ดังนั้นยามาโมโตะจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องที่สึนะฝันร้าย และพบว่าต้นเหตุของฝันคือปฐมวองโกเล่


“จะบอกว่าทั้งหมดเป็นเรื่องบังเอิญงั้นเหรอ...”


ฉลามหนุ่มพึมพำในคอ แต่สายตาของยามาโมโตะก็ดีพอจะอ่านถ้อยคำจากริมฝีปากได้รูปนั้นได้


“คือว่า...”




“อะไรนะ แซนซัสเองก็ฝันเห็นรุ่นที่2งั้นหรือ”


ยามาโมโตะนำเรื่องที่สควอโล่เล่ากลับมาถ่ายทอดให้คนอื่นๆฟัง สึนะและแซนซัสต่างฝันร้ายพร้อมกันและพบว่าคนที่เข้าฝันก็คือวองโกเล่รุ่นที่1และ2 ทั้งหมดนี้มันเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ ดังนั้นยามาโมโตะกับสควอโล่จึงลงความเห็นกันว่า...


“จะให้โคลมกับมามอนเข้าฝันสึนะและแซนซัสพร้อมกัน!!!”


โครม!!!


สิ้นเสียงตะโกน เสียงไม่น่าวางใจไร้ที่มาดังมาจากชั้นล่าง พวกสึนะต่างถลาไปโผล่หน้าต่างก้มดูข้างล่างทันที


“แย่แล้ว คุณฮิบาริกับมุคุโร่”


วองโกเล่รุ่นที่10ร้องลั่น ออกวิ่งนำไปที่สวนหน้าคฤหาสน์ทันที มุคุโร่กลับมาแล้ว กลับมาถึงก็มีเรื่องกับคุณฮิบาริได้พอดีจนน่าปวดหัวเลย





ที่สวนหน้าคฤหาสน์ ต้นไม้ต้นหนึ่งหักสองท่อนล้มกระแทกรูปปั้นกระดับจนพังไม่เป็นชิ้นดี พุ่มไม้ที่ได้รับการตกแต่งอย่างดีกลายเป็นอดีต สวนหน้าคฤหาสน์กำลังกลายเป็นสภาพหลังสงครามขึ้นทุกทีหากผู้พิทักษ์แห่งเมฆายังไม่เลิกไล่ฆ่าผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก


“บอกมา เจ้าสัตว์กินพืช แกหายไหนกับเจ้าหมอนั่น ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้ แล้วแกเอาเจ้านั่นไปไหนแล้ว”


ทุกคำถามของฮิบาริมาพร้อมทอนฟาที่หวดอย่างบ้าคลั่ง ความคล่องในการหลบของมุคุโร่ลดลงเรื่อยๆ แค่เขาก้าวเท้าเหยียบหน้าคฤหาสน์วองโกเล่ก็ถูกไล่ฟาดขนาดนี้ ถ้ามุคุโร่เข้าไปนอนเอกเขนกในห้องนอนฮิบาริจะเป็นยังไงนะ


“ก็ผมบอกแล้วไงครับ ว่าที่ยังไม่กลับมาเพราะมัวเสียเวลาหาที่อยู่ใหม่ให้เขา ถ้าคำตอบนี้ยังไม่ทำให้คุณพอใจ จะเอาทอนฟาของคุณฟาดผมให้ตายผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ”


มุคุโร่ตัดพ้อแสดงอารมณ์อย่างไม่คิดปิดบัง แค่นี้เขายังมีเรื่องให้ขบคิดไม่พอหรือไงนะ มุคุโร่กัดริมฝีปากแน่นนึกถึงข้อความสุดท้ายที่เบียคุรันพูดเอาไว้ก่อนที่เขาจะกลับมาที่นี่ โดยลืมไปว่าการคิดนอกเรื่องระหว่างที่ฮิบาริ เคียวยะเลือดขึ้นหน้าเป็นสิ่งผิดมหันต์


เพราะหลบทอนฟาทำให้มุคุโร่เสียหลักเซล้มลง พริบตาที่ฮิบาริเงื้อแขน มุคุโร่หลับตาเตรียมรับความเจ็บปวด


เคร้ง!!!


ชิงูเระคินโทคิของยามาโมโตะช่วยกันทอนฟาให้ พร้อมๆกับที่สึนะและโกคุเดระช่วยกันยื้อยุดฉุดฮิบาริให้เลิกอาละวาด


“กรุณาหยุดเถอะครับ คุณฮิบาริ” สึนะร้องลั่นหลับตาแน่นทั้งที่สองมือยังเกาะแขนแกร่งไว้แน่น


“น่าๆ พอเถอะนะ ฮิบาริ” ยามาโมโตะพูดเสริม ออกแรงสุดชีวิตเพื่อจะทานน้ำหนักทอนฟาที่คนตัวเล็กกว่ากดลงมา


“แก เลิกทำให้รุ่นที่10ลำบากใจซะทีสิฟะ” โกคุเดระพูดใส่เป็นคนสุดท้าย


ฮิบาริสบถในคอสะบัดแขนที่ถูกเกาะ เบี่ยงตัวก้าวพรวดๆหายเข้าไปในคฤหาสน์เป็นอันจบเรื่อง





“มุคุโร่คุงไม่อยากรู้หรือ ว่าทำยังไงพันธะสัญญาถึงจะหมดไป”


มุคุโร่หรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง ไม่อาจคาดเดาความคิดของคนตรงหน้าได้แม้แต่น้อย เบียคุรันยังคงพูดต่อโดยโปรยรอยยิ้มแพรวพราว พาให้รู้สึกแสบตาขึ้นมาตะหงิดๆ


“ความตายของฉันไงล่ะ มุคุโร่คุง หากฉันตายไปพันธะสัญญาก็จะสิ้นสุดลง และเธอก็จะได้เป็นอิสระจากฉันตลอดกาล”


“คุฟุฟุ คุณพูดเหมือนกับจะบอกให้ผมฆ่าคุณซะเดี๋ยวนี้เลยนะครับ”


“แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ”


“ไม่สมเป็นคุณเลยนะครับ คุณเบียคุรัน คุณวางแผนอะไรอยู่กันแน่”


“เอ...ไม่รู้สินะ แค่คิดว่าได้ตายด้วยมือของเธอมันคงดี ถ้าตัดสินใจฆ่าได้แล้วก็มาหาฉันที่นี่ได้ทุกเมื่อ ฉันรออยู่นะ มุคุโร่คุง...”


...ฉันรออยู่นะ...ฉันรอเธออยู่...รอให้เธอมาฆ่าฉัน...มุคุโร่คุง


“...มุคุโร่...มุคุโร่...ฟังอยู่หรือเปล่าน่ะ มุคุโร่!!!”


“ก็ต้องฟังอยู่สิครับ...”


ฟังสิ่งที่คุณเบียคุรันพูดเอาไว้โดยที่ไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่พวกคุณพูดแม้แต่น้อย นี่คือความจริงในใจมุคุโร่ แต่บุรุษแห่งหมอกก็ยังคงเป็นสายหมอกวันยังค่ำ


...ขอบคุณนะครับ โคลมที่น่ารักของผม...


มุคุโร่ส่งเสียงตอบในใจ หลังได้ฟังเนื้อหาประชุมจากโคลม พูดคุยกันในหัวรู้กันแค่สองคน ทำราวกับเด็กแอบลอกข้อสอบอย่างนั้นล่ะ


“พวกคุณกำลังจะให้โคลมกับอัลโกบาเลโน่โลภมากเข้าฝันแซนซัสกับวองโกเล่พร้อมกันสินะครับ แต่ผมว่าเปลี่ยนจากอัลโกบาเลโน่โลภมากคนนั้นเป็นผมกับโคลมดีกว่า เพราะถ้าเป็นผมกับโคลมที่จิตใจเชื่อมโยงกันอยู่จะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า”


“งั้นก็ตกลงตามนี้ คิดว่าอีกไม่นานสควอโล่จะพาแซนซัสมา...”


“เฮ้ย!!!”


เสียงตะโกนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครดังขึ้นจากหน้าประตูคฤหาสน์ชัดแจ้งเต็มสองรูหูทุกคนทันที นั่นแสดงว่าปฏิบัติการพิชิตความฝันกำลังจะเริ่ม


“คุฟุฟุ น่าสงสัยนะครับว่า คนอย่างแซนซัสยอมมาถึงที่นี่ได้ยังไง”


มุคุโร่เอ่ยทิ้งท้ายหัวเราะเบาๆก่อนเดินตามทุกคนไปยังห้องนอน เมื่อไปถึงห้องนัยน์ตาสองสียิ่งเบิกกว่าด้วยความประหลาดใจ นี่โลกหมุนกลับด้านไปแล้วหรือตัวเขากำลังตีลังกาเดินนะ วันนี้ถึงได้มีแต่เรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นติดๆกันเยี่ยงนี้


...ทั้งคุณเบียคุรัน...ทั้งแซนซัส...และยัง...


“รีบๆเริ่มซะที ไม่อย่างนั้นฉันจะขย้ำพวกแกทุกคนให้ตายข้อหาสุมหัวต่อหน้าฉัน”


ฮิบาริพูดเสียงเข้ม จ้องทุกคนในห้องด้วยสายตาแผดเผา บางทีเขาอาจจะยังอารมณ์เสียเรื่องมุคุโร่ไม่หาย หนำซ้ำยังต้องเข้ามาร่วมปฏิบัติการบ้าๆนี้ด้วย


“งั้นก็เข้ามาเลยสิวะ ไอ้พวกสวะ”


แซนซัสตะคอกกลับ จู่ๆไอ้พวกลูกน้องสวะก็เข้ามารุมจับลากถูลู่ถูกังมาที่นี่เพื่อเรื่องไร้สาระอย่างการเข้าฝัน บ้าแท้ๆ แต่บางทีตัวแซนซัสที่เห็นด้วยนิดๆและยอมตามมาคงบ้ายิ่งกว่า


“ถ้าอย่างนั้น ขอให้วองโกเล่กับแซนซัสหลับตาลงแล้วแตะหน้าผากชนกันด้วย ส่วนคนอื่นๆก็จับตัวสองคนนี้ไว้แน่นๆนะครับ”


“เฮ้ย ทำไมฉันต้องทำอะไรทุเรศๆแบบนั้นด้วย”


แซนซัสตะคอกใส่ โดยไม่ทันเห็นหน้าสึนะที่ซีดลงเรื่อยๆ ให้เอาหน้าผากตัวเองแตะหน้าผากแซนซัส พระเจ้า มีเรื่องน่ากลัวกว่านี้มั้ยเนี่ย


“อย่าเรื่องมากได้มั้ยครับมันเสียเวลา อ้อ แล้วก็คนที่จะเข้าฝันแซนซัสให้เป็นผมเอง เพราะผมกลัวว่าโคลมที่น่ารักของผมจะไปเห็นอะไรที่สร้างมลทินกับเธอในหัวของคุณ”


มุคุโร่พูดต่อ ยกยิ้มมุมปากพลางเหลือบมองแซนซัสที่แยกเขี้ยวตอบ


“จะเริ่ม...”


“ชิชิชิชิ ดูเหมือนจะเริ่มไม่ได้ถ้าเจ้าหนูรุ่นที่10ยังไม่ไปต่อกระดูกเพิ่มความสูง”


เป็นความจริงที่สึนะตัวเล็ก แต่เป็นความจริงยิ่งกว่าที่แซนซัสตัวโตเกินไปต่างหาก ถึงขนาดต้องให้สึนะขึ้นไปนั่งบนเตียงในขณะที่แซนซัสนั่งชันเข่าที่พื้นระดับหน้าผากทั้งคู่จึงจะชนได้พอดี สภาพที่ส่วนหนึ่งของใบหน้าชนกันแบบนี้ยิ่งทำให้สึนะหน้าแดงจัดหลับตาแน่นไม่กล้าสบตาแซนซัสเข้าไปใหญ่


“ขอให้ทั้งสองคนนึกถึงภาพในความฝันอย่างชัดเจนด้วยนะครับ”


สึนะปรือตาขึ้นเล็กน้อย นึกถึงภาพในความฝันงั้นเหรอ วองโกเล่รุ่นที่10หลับตาลงอีกครั้ง อาการตื่นกลัวหายไปจนหมด ในหัวมีแต่ใบหน้าของวองโกเล่รุ่นที่
1

เมื่อคนอื่นๆจับตัวสึนะกับแซนซัสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มุคุโร่จึงหันไปพยักหน้าให้โคลมเป็นอันเริ่มต้น ไฟธาตุหมอกแผ่ปกคลุมทั่วทั้งห้อง พลังของมุคุโร่และโคลมราวกับหินก้อนใหญ่ถูกโยนลงก้นแม่น้ำ ตะกอนความฝันในมุมสุดของหัวใจลอยขึ้นสู่ผิวน้ำประจักษ์แก่สายตาทุกคน


...ผมอยากช่วยคุณ ได้โปรดให้ผมได้เห็นถึงความปรารถนาของคุณด้วย...


สิ้นคำอธิษฐานของวองโกเล่รุ่นที่10 เพลิงสีส้มจากแหวนแห่งนภาพลันลุกโชน ภายในเปลวเพลิงนั้นสลักเรื่องราวมากมายตกทอดสืบต่อกันมาในผู้นำวองโกเล่แต่ล่ะรุ่น แหวนแห่งนภามองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงเรื่องราวแสนเศร้าของปฐมวองโกเล่...



TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #463 nampeung (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 00:19
    ขนาดตัวเป็นเรื่องสำคัญมากกกกกกกกกกกกกกก
    #463
    0
  2. #423 พันปักษา (@vongolatsuna27) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 01:35
    เออ... ขนาดตัวมันผิวกันจริงๆ เหมือนเด็กกับผู้ใหญ่ละนะ 

    แต่ตัวเล็กขี้อายน่ารักๆแบบนี้น่าลักเอากลับบ้านด้วยชะมัด
    #423
    0
  3. #315 ม่านทราย (@pixxy-pix) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 01:07
     ลุ้นอย่างสุดหัวใจ
    #315
    0
  4. #284 ........... (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 14:26
    สึนะตัวเล็กไปไมนิ อย่าทำตัวให้น่ารักไปกว่านี้นร้าาาเดีนยวทนไม่ไหว คุฟุฟุ
    #284
    0
  5. #96 ZENRI_SERO (@zenri_sero) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 เมษายน 2552 / 18:02
    รอตอนต่อไปอย่างจดจ่อ

    #96
    0