Fic KHR - Reborn

ตอนที่ 30 : รอยต่อจากอดีต ตอนที่10 แหวนแห่งคำสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 เม.ย. 52

สายฝนตกลงมาอย่างหนักหน่วงราวจะกระแทกกระทั้นคาดคั้นจิตใจ ทุกหยาดฝนตอกย้ำความเจ็บปวดที่สะสมในใจ ซ้ำเติมจนจ็อตโต้ไม่อาจขยับลุกยืน


จนกระทั่งปรากฏเค้าร่างสูงทางด้านหลัง เวลานี้จ็อตโต้ไม่สนใจอีกแล้วว่าใครบังอาจลุกล้ำสถานที่ส่วนบุคคลของเขา


“จะนั่งอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน”


“...จะนั่งอยู่ทั้งชีวิตก็เรื่องของเรา”


ถ้อยคำซังกะตายไม่สมเป็นผู้นำหลุดจากปากร่างโปร่ง


ชายผมดำเดาะลิ้นเสียงหงุดหงิดตรงเขาดึงแขนฉุดให้ลุกร่างโปร่งลุกขึ้น พร้อมกับใช้แขนอีกข้างตวัดขาอุ้มร่างบอบบางเปียกปอนไว้ในอ้อมแขน


“ถ้าลุกไม่ไหวก็บอกมาตรงๆสิ”


ชายผมดำพูดเพียงแค่นั้น จากนั้นก็ก้าวเดินพาจ็อตโต้กลับขึ้นห้อง กลิ่นที่คุ้นชินของห้องอีกทั้งไม่มีสายฝนที่แผดเผาจิตใจราวกับไฟทำให้จ็อตโต้รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย สายตาเหม่อลอยมองชายผมดำเปิดตู้เสื้อผ้าของตนตามใจชอบ จนกระทั่งหยิบได้เสื้อกับกางเกงชุดหนึ่งและผ้าขนหนูจึงเดินกลับมาหาเขา


“เฮ้ นั่งเฉยทำไม เดี๋ยวก็ไข้ขึ้นหรอก รีบถอดเสื้อออกสิ”


บางทีปฏิกิริยาโต้ตอบของจ็อตโต้เวลานี้จะช้าไปหรือไม่ก็ความอดทนของร่างสูงต่ำกว่าเกณฑ์ ชายผมดำจึงถือวิสาสะปลดกระดุมจัดแจงถอดเสื้อให้เองเสร็จสรรพ แค่สวมเสื้อเปียกฝนอยู่ก็หนาวมากแล้วพอถอดเสื้อเปิดผิวขาวเนียนต้องลม จ็อตโต้ถึงกับขนลุกเกรียวตัวสั่นขึ้นมาทันที


แต่ก็ได้ผ้าขนหนูผืนหนาคลุมตัวถ่ายทอดความอบอุ่น ในขณะที่ร่างสูงสาละวนกับการเช็ดเรือนผมสีอ่อนเปียกปอนให้แห้ง จ็อตโต้เผลอลอบมองใบหน้าคมคายในระยะประชิด จนกระทั่งร่างสูงรู้สึกตัวว่าถูกมอง ร่างโปรงจึงรีบเบือนหน้าหนีเบี่ยงตัวลุกขึ้นจัดแจงเช็ดตัวด้วยตัวเอง


“เราจัดการตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาช่วย ออกไปได้แล้ว”


ร่างสูงยักไหล่ให้คำพูดอวดดีของร่างโปร่ง ก้าวยาวก้าวเท้าจะออกจากห้อง ทันใดนั้น...


“...เจ้าเป็นใครกันแน่”


คำถามที่แม้แต่คนถามก็ยังคาดไม่ถึงหลุดออกจากปากอย่างรวดเร็ว บางทีที่จ็อตโต้อยากถามคงเป็นสาเหตุที่อีกฝ่ายดีกับเขาถึงเพียงนี้มากกว่า


“ข้าเป็นใครน่ะเหรอ เจ้าจะสนใจไปทำไมกัน”


ร่างสูงได้ทีเอ่ยคำยอกย้อนบ้าง คนถูกย้อนเพียงพึมพำเบาๆว่านั่นสินะ นั่นนับว่าผิดคาดไปไกล ที่เขาเอ่ยคำกวนโทสะก็เพื่อหวังจะให้คนตรงหน้าเลิกเซื่องซึมและทำตัวหยิ่งยโสเหมือนทุกที ชายผมดำเกาศีรษะตัวเองก่อนจะถอนใจยาว เอ่ยประโยคที่ถูกเก็บซ่อนในหัวใจมาตลอด


“ข้าเป็นแค่คนไม่สำคัญ ที่อยากอยู่ข้างๆเจ้าตลอดไปเท่านั้น”





...คนไม่สำคัญที่อยากอยู่ข้างๆตลอดไป...


จ็อตโต้เผลออมยิ้มทุกครั้งที่นึกถึงประโยคหวานๆขัดกับท่าทางแข็งกร้าวของร่างสูง นับจากวันนั้นในสวนน้ำพุก็ไม่ได้มีเพียงจ็อตโต้อีกต่อไป บ่อยครั้งที่คนๆนั้นมานั่งเป็นเพื่อนรับฟังคำพูดเรื่อยเปื่อยของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ หรือไม่ก็นั่งกันเงียบๆปล่อยให้ธรรมชาติสนทนากันไป


“จ็อตโต้...”


จ็อตโต้ตอบรับเสียงเรียกเบาๆในคอ ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังนอนแผ่สบายบนขอบปูนส่วนฐานของน้ำพุฟังเสียงน้ำพุอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ชายผมดำนั่งบนพื้นหญ้าเอนหลังพิงขอบปูนอยู่ข้างกัน


“จ็อตโต้...”


“อะไรล่ะ!!!”


จ็อตโต้ชันตัวขึ้นรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่อีกฝ่ายเอาแต่เรียกชื่อไม่ยอมพูดธุระออกมาสักที แต่แล้วชายหนุ่มก็แปลกใจเล็กน้อยเพราะตนถูกจ้องมองด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม


มือแกร่งดึงมือจ็อตโต้มากุมไว้แน่น จ็อตโต้ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมบรรยากาศที่ไม่อาจคาดเดา ราวกับชายตรงหน้าคือศูนย์กลางความไม่ชอบมาพากลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะนี้


“จ็อตโต้...ข้ารักเจ้า”


อะไรนะ!!!


คนถูกบอกรักแหกปากลั่นในใจ โดยที่ภายนอกไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรราวกับถูกสาปด้วยเวทย์มนต์ที่มีชื่อว่าคำบอกรัก


“ข้ารักเจ้า...แหวนนี่คือคำสาบานรักของข้า”


มืออุ่นที่กุมไว้คลายออก เมื่อก้มลงมองพบว่าบนนิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนรูปทรงแปลกๆสวมไว้


จ็อตโต้พินิจแหวนที่นิ้วตนพลางรู้สึกว่าคล้ายกับอะไรบางอย่าง จนได้เหลือบไปเห็นแหวนแบบเดียวกันที่นิ้วนางข้างซ้ายของอีกฝ่ายเขาจึงนึกได้ แหวนนี่เป็นแหวนแบบเดียวกับวองโกเล่ริง เป็นแหวนที่ต้องใช้แหวนแบบเดียวกันสองวงมาประกบเข้าด้วยกัน และเมื่อประกบเข้ากันแล้ว รูปบนหัวแหวนก็คือ...


...รูปหัวใจ ใจสองดวงรวมเป็นหนึ่ง...


คำบอกรักก็ผ่านไปแล้ว คำสาบานรักก็ผ่านไปแล้ว แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลยจากร่างโปร่ง ไม่มีทั้งคำตอบรับหรือคำปฏิเสธ มีเพียงความเงียบที่เนิ่นนานราวข้ามศตวรรษ


“เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบตอนนี้ก็ได้...หรือไม่ต้องตอบเลยก็ได้”


คำตัดพ้อจากร่างสูงเรียกปฏิกิริยาตอบโต้จากจ็อตโต้ได้บ้าง ริมฝีปากได้รูปขยับจะแย้งแต่คนตรงหน้าไม่เปิดโอกาสให้พูดแม้แต่น้อย


“ไม่ว่าเจ้าจะรักข้าหรือไม่ ขอให้รู้ไว้อย่างหนึ่ง...”


มือแกร่งกุมมือร่างโปร่งทาบบนหน้าอกข้างซ้ายของตน สัมผัสล้ำลึกที่ร่างสูงมอบให้ทำให้จ็อตโต้รู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจทั้งของคนตรงหน้าและของตนเอง เสียงหัวใจสองดวงกำลังเต้นพร้อมกันราวกับถูกความรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว


“ใจของข้าจะอยู่กับเจ้าเสมอ แม้ว่าเจ้าจะมองไม่เห็นมันก็ตาม”


สิ้นคำร่างสูงประทับริมฝีปากแผ่วเบาบนหัวแหวนรูปหัวใจครึ่งหนึ่ง สัมผัสเบาหวิวแล่นผ่านปลายนิ้วไปถึงสมองเล่นเอาจ็อตโต้ขนลุกซู่


“หลังจากนี้ข้าได้รับคำสั่งให้ไปปราบมาเฟียนอกรีตที่ต่างประเทศ อย่างเร็วคงสักสองหรือสามเดือนถึงจะกลับมา ถึงตอนนั้น...”


ถึงตอนนั้นข้าอยากจะฟังคำตอบของเจ้านะ ข้าอยากจะรู้ว่าจะมีสักวันมั้ยที่หัวใจสองดวงจะรวมเป็นหนึ่ง แต่ร่างสูงก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยประโยคที่คิดไว้ในใจออกมา ลุกขึ้นยืนหมุนตัวเดินจากไปทั้งที่ยังทิ้งความเงียบงันฝังรากลึกในใจวองโกเล่รุ่นที่1


จ็อตโต้ยังคงนั่งค้างแข็งตรงขอบน้ำพุเหมือนเดิม ที่ต่างออกไปคือแหวนครึ่งวงบนนิ้วนางข้างซ้าย ชายหนุ่มชูแหวนส่องสะท้อนกับดวงตะวันด้วยสายตาเหม่อลอย คำบอกรักที่ละลายหัวใจยังคงดังก้องในสมอง แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เลย


...ทั้งที่ใจอยากบอกว่ารักมากเพียงใด แต่ปากกลับไม่อาจพูดคำๆนั้นออกไปได้เลย...





1วัน...2วัน...ผ่านไป
1สัปดาห์...2สัปดาห์...ล่วงเลย
1เดือน...2เดือน...ไม่คืนกลับ


ร่างโปร่งของวองโกเล่รุ่นที่1นอนแผ่เหยียดกายบนเตียงนุ่ม ในสายตาล่องลอยมีเพียงภาพแหวนครึ่งวงที่ไม่เคยถอดออกเลยสักครั้ง เวลาผ่านไปสองเดือนแล้วนับแต่ได้แหวนวงนี้มา อีกไม่ช้าคนที่มอบแหวนวงนี้ให้ก็จะกลับมา เมื่อนึกถึงตรงนี้จ็อตโต้พลิกตัวเปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคงขดตัวกลม ทั้งที่หัวใจร่ำร้องบอกว่ารัก แต่มีสิ่งหนึ่งปิดกั้นความรู้สึกนั้นไว้...


...ความกลัวถูกทรยศ...


จะมีอะไรยืนยันได้บ้างว่าคำบอกรักจะเป็นนิรันดร์ จะมีอะไรยืนยันได้ว่ามีเพียงความตายเท่านั้นที่จะทำให้เราแยกจากกัน จะมีอะไรยืนยันได้ว่าคนๆนั้นจะไม่ทิ้งเราไป


บางทีเพราะถูกทรยศมาหลายครั้งในเส้นทางมาเฟีย หัวใจแห่งความเชื่อจึงถูกลบเลือนจนไม่อาจเชื่อใจใครได้อีก จ็อตโต้ฝังใบหน้าเศร้าหมองลงบนหมอนใบใหญ่ เสียงสะอื้นดังสะท้านความเงียบประหนึ่งบทเพลงขับกล่อมความเศร้า






เหล่าผู้บริหารของวองโกเล่กำลังถกเถียงกันเรื่องขยายอิทธิพลของวองโกเล่แฟมิลี่ไปยังต่างประเทศ หนึ่งเพื่อความรุ่งเรืองของแฟมิลี่ สองเพื่อหาทายาทนามวองโกเล่ในอนาคต หัวหน้าแก๊งและว่าที่คือเป้าหมายแรกๆของกลุ่มนักฆ่า ดังนั้นการมีว่าที่หัวหน้าแก๊งที่เหมาะสมไว้เยอะๆจึงเป็นการดี


เรื่องประเทศที่จะขยายอิทธิพลไปก็ได้เลือกไว้แล้ว ปัญหาอยู่ที่ตัวคนไป...


“เราจะไปเอง”


จ็อตโต้เอ่ยปากอย่างหนักแน่นโดยไม่สนเสียงคัดค้าน ณ.เวลานี้ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือหาที่สงบใจ และเวลาไตร่ตรองเรื่องแหวนบนนิ้วนาง เพื่อที่วันหนึ่งยามรู้ใจตัวเองแหวนวงนี้จะได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว


“แต่ท่านคือวองโกเล่รุ่นที่1...”


เสียงลูกน้องพากันคัดค้านเพราะตำแหน่งหัวหน้าแก๊งค้ำคอซึ่งจ็อตโต้ก็คิดไว้แล้ว


“ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็...”





อีก1สัปดาห์ต่อมาการกวาดล้างมาเฟียนอกรีตก็จบลง ชายร่างสูงผมดำเดินทางกลับแฟมิลี่พร้อมรับรู้ข่าวที่น่าตื่นตะลึง...


จ็อตโต้จากไปแล้ว และยังทิ้งตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่2ให้เขาเป็นของดูต่างหน้าโดยไร้คำบอกลา


ที่สวนน้ำพุสวนเดิม ดอกไม้ยังชูช่อเบ่งบานเหมือนเดิม ยังได้ยินเสียงนกร้องฟังเสียงสายลมพัดหวน น้ำพุที่ใจกลางก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป เวลายังคงไหลต่อไปโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ราวกับสิ่งเหล่านี้ไม่อนาทรร้อนใจกับการจากไปของจ็อตโต้แม้แต่น้อย


วองโกเล่รุ่นที่2มองแหวนเพียงครึ่งวงที่นิ้วตน หลับตาลงอย่างเจ็บปวดและเงยหน้าอีกครั้งดวงตาสีนิลสะท้อนภาพนภากว้าง


บนเรือสินค้าลำใหญ่จุดหมายคือเมืองท่าที่ญี่ปุ่น จ็อตโต้เดินไปที่หัวเรือลมทะเลพัดผ่านใบหน้าหมองม่น ชายหนุ่มจุมพิตเบาๆที่หัวแหวนรูปหัวใจครึ่งดวง เหม่อมองท้องฟ้าสีคราม


...ทั้งที่กำลังมองท้องฟ้าผืนเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมหัวใจถึงได้ไกลห่างกันเหลือเกิน...





การเดินทางเพื่อตามหาหัวใจของวองโกเล่รุ่นที่1เริ่มต้นขึ้นโดยไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ หน้าสุดท้ายของหนังสือประวัติศาสตร์วองโกเล่รุ่นที่1บันทึกเอาไว้ว่า...


...วองโกเล่รุ่นที่จบชีวิตลงเพราะโรคระบาดที่ประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ได้กลับแผ่นดินมาตุภูมิอีกเลย...


TBC...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

471 ความคิดเห็น

  1. #465 nampeung (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 00:37
    เศร้าาาาาาาาาาาาาา

    แต่ซึ้งอ่ะ
    #465
    0
  2. #425 พันปักษา (@vongolatsuna27) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 02:10
    หัวใจที่ตามหาแต่น่าเสียดายที่รุ่นที่ 1 ไม่อาจกลับมาเพื่อพบกับหัวใจอีกครึ่งของตนได้

    รุ่นที่ 2 ขึ้นรับตำแหน่งพร้อมๆกับความเจ็บปวดของการลาจากที่ไร้คำอำลา....
    #425
    0
  3. #357 mmøøø (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 01:41
    T^T'' drame
    #357
    0
  4. #99 CapaLdI (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 18:21
    ขอแก้นิดนะ ..

    ต้องเป็น..รุ่นที่ 2 กับรุ่นที่ 1 สินะ..

    ....ขอโทษด้วยนะ....
    #99
    0
  5. #98 CapaLdI (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 18:19
    เศร้ามากเลยเรื่องราวของรุ่นที่ 1 กับรุ่นที่ 2

    ..

    คู่อื่นๆมีใครคู่ใครกันบ้างน่ะเหรอ? ชักงงๆแล้วน่ะ

    หรือคู่หลักคือ รุ่นที่ 1 กับ รุ่นที่ 2 ??

    ..

    ยิ่งประโยคสุดท้ายน่ะ

    (..วองโกเล่รุ่นที่ 1 จบชีวิตลงเพราะโรคระบาดที่ประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ได้กลับแผ่นดินมาตุภูมิอีกเลย..)

    เรารู้สึกว่า เศร้ามากๆเลย....ไม่รู้ทำไมนะ..(ฮะๆช่างมานเถอะ)

    ..

    ไรเตอร์อัพต่อนะ รออ่านอยู่

    เป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ
    #98
    0
  6. #97 oong♪fong♪ (@Asuki) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2552 / 14:22
    โอ้ว อารายกันล่ะครับพ่อแม่เพ่น้อง รุ่นที่1กับรุ่นที่2>[]< งั้นที่แซนซัสบอกว่ารุ่นที่1กลัวรุ่นที่2ก็จริงอ่ะดิ 
    กลัวใจตัวเอง>_< แต่ต้องมาเสียใจที่สุดเพราะต้องตายจากไปโดยไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองT0T น่าสงสารจัง
    #97
    0