เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

ตอนที่ 13 : ภารกิจน่าสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    27 พ.ค. 60

     ในคืนสังสรรค์ทั้งสามกำลังสนุกครื้นเครงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จนไม่รับรู้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่สอดแนมพวกเขาอยู่

“คุณหนูเอเลน่าอยู่กับพวกมันจริงๆครับ จะให้เอายังไงดี?” เสียงชายในเงามืดใช้สร้อยคอเวทย์สื่อสารกับผู้เป็นนายที่อยู่ไกลออกไป

“ยังก่อน สบจังหวะค่อยลงมือ ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน เจ้ากลับมาก่อน”  หลังจากเสียงปลายทางอีกฟากเอ่ยขึ้น สายตาคู่นั้นก็เลือนหายไปในความมืดทันที

            แกรนด์ บ็อบ เอเลน่ายังคงสนุกกับกับการฉลองจนดึกดื่น เรื่องราวรั่วๆฮาๆถูกขุดออกมาเล่าอย่างออกรส เอเลน่าไม่เคยได้ลิ้มรสเนื้อที่อร่อยและมีคุณภาพสูงขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเจริญอาหารและกินได้เยอะที่สุด บวกกับความอ่อนล้าจากการต่อสู้กับกระทิงเขาเกรียวทำให้ในค่ำคืนนี้ทุกคนปลดปล่อยกันเต็มที่ การสังสรรค์ยังคงดำเนินไปจนดึกดื่น เอเน่าขอตัวกลับเข้าไปนอนข้างใน แกรนด์และบ็อบนอนที่โต๊ะอาหาร โดยเฉพาะบ็อบที่หลับคากองอาหารข้างๆเตาไฟ ใบหน้าดูเอิบอิ่มอย่างถึงที่สุด

            รุ่งเช้าต่อมาทั้งสามเลือกที่จะพักผ่อนจนกว่าพลังจะฟื้นฟู การต่อสู้เมื่อวนทำให้อ่อนเพลียมาจนถึงวันนี้ เอเล่ายังคงนั่งผสมยาอยู่ด้านใน แกรนด์นั่งเล่นกับลูกงูทั้งสองอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ส่วนบ็อบก็นั่งจัดการส่วนที่เหลือจากเมื่อคืนต่อที่กองไฟ อีก 5 วันจะถึงงานประมูล พวกเขาต้องเตรียมนำสินค้าไปประมูล แกรนด์ได้เตรียมหนังงูเห่าไฟดำ 1 ผืน กับหนังงูน้ำเก็ดเงินอีก 2 ผืน รวมเป็นชิ้นส่วนของสัตว์อสูรชั้นสูง 3 ชิ้น ชิ้นส่วนของกระทิงเขาเกรียวนั้นแกนด์ต้องการเก็บไว้เองโดยสตาฟหัวของมันมาติดผนังบ้าน ตกเย็นมาเอเลน่าก็กลับบ้าน เธอบอกว่าจะหาภารกิจง่ายๆแต่ได้ค่าตอบแทนสูงมาให้ทำแก้เบื่อพรุ่งนี้ เพราะถ้าจะเอาภารกิจกำจัดสัตว์อสูรมาอีกก็คงต้องรอให้สภาพร่างกายกับพลังของพวกเขาฟื้นอย่างเต็มที่ก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นหลังการประมูล แกรนด์คาดไว้ว่าจะล่าสัตว์อสูรชั้นสูงมาประมูลรอบหน้า

            เมื่อเอเลน่าเดินกลับเข้าในเขตเมืองมาเธอรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เธอตลอดเวลา เธอรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจอย่างมาก เอเลน่าปล่อยจิตสังหารตรงดิ่งไปยังทิศทางที่เธอรู้สึกว่าเป็นต้นทางของสายตาที่น่ารังเกียจนี้ จิตสังหารที่แฝงด้วยพลังน้ำแข็งรุนแรงและหนาวเหน็บได้แผ่ทั่วบริเวณ  ทันทีที่ปล่อยจิตสังหารออกมาสายตาที่น่ารังเกียจคู่นั้นได้หายไปทันที เอเลน่าได้เดินตรงไปที่ปราสาทกิลล์ภารกิจเพิ่อที่จะรับรางวัล นอกจากจะได้รางวัลจากผู้จ้างวานแล้ว หากภารกิจสำเร็จสามารถมารับรางวัลจากกิลล์ภารกิจได้เพราะถือว่าเป็นการช่วยทางการปราบภัยคุกคามในอาณาจักร เอเลน่ายื่นกระดาษผ่านหนึ่งที่ที่หน้าเคาน์เตอร์ หญิงที่เป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับภารกิจได้เก็บกระดาษใบนั้นมาตรวจสอบ การดาษแผ่นนี้คือใบที่ติดประกาศภารกิจพร้อมด้วยลายมือของผู้จ้างวานที่รับรองว่าภารกิจนี้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวผู้ดูแลเช็คอย่างถี่ถ้วนก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ภารกิจ 5 ดาวสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถไปเลือกของรางวัลหรือแลกเป็นเงินได้ที่คลังของปราสาทกิลล์ภารกิจ ไม่ทราบว่าท่านจะแลกอะไรดีคะ?”

“ข้าจะเก็บแต้มไว้ก่อน คิดออกแล้วค่อยมาแลกแล้วกัน” เธอตอบพร้อมกับเก็บตราสัญลักษณ์ของปราสาทกิลล์ภารกิจไว้ ของชิ้นนี้ทำจากโลหะที่เป็นรูปวงกลม มีสัญลักษณ์ของปราสาทกิลล์ภารกิจและมีดาว 5 ดวงเรียงตัวอยู่บนตรานั้น ตราสัญลักษณ์นี้จะถูกส่งมอบให้บุคคลที่ทำภารกิจในบอร์ดสำเร็จ ซึ่งมีตั้งแต่ต่ำสุด 1 ดาวไปจนถึงสูงสุด 5 ดาว ถ้าต้องการแลกเป็นเงินตรา 1 จะมีมูลค่า 500 เหรียญ 2 3 4 ก็มีมูลค่า 5พัน 5หมื่น 5แสน และภารกิจ 5 ดาว สามารถใช้ตราแลกเงินได้จำนวน 5ล้านเหรียญ!! สามารถแลกมาได้ถึง 5 เหรียญทอง เป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยที่ใช้ตอบแทนในความสามารถแต่ละระดับ ถ้าไม่ต้องการแลกเป็นเงินสามารถใช้แลกของที่มูลค่าเทียบเท่ากันได้ แน่นอนว่าภารกิจ 5 ดาวไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน

เอเลน่าเดินไปเลือกภารกิจที่บอร์ดต่อ วันนี้เธอตัดสินใจเลือกภารกิจปราบฝูงจิ้งจอกไฟ

จิ้งจอกไฟเป็นสัตว์อสูรชั้นกลางหนิ? ทำไมมันถูกจัดในภารกิจ 5 ดาวกัน? หรือว่าเป็นเพราะมันมาเป็นฝูง?เอเลน่าขมวดคิ้วเข้าหากัน ยังไงก็ช่าง ภารกิจนี้น่าจะง่ายที่สุดในบรรดาภารกิจ 5 ดาวแล้ว ด้วยว่ามันเป็นแค่สัตว์อสูรชั้นกลาง ต่อให้มาเป็นฝูงแล้วจะทำอะไรได้กัน ด้วยความสามารถของทั้งสามกรจัดการสัตว์อสูรชั้นกลางช่างง่ายดาย เพราะสัตว์อสูรชั้นกลางความเก่งกาจของมันพอๆกับนักรบหรือผู้ใช้เวทย์คลาส 3ขั้นสูงเท่านั้น ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดของสัตว์อสูรชั้นกลางมีความแข็งแกร่งพอๆกับคลาส 4 ขั้นต้น เธอดึงภารกิจที่จะทำจากบอร์ดและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลปราสาทกิลล์ภารกิจมองด้วยสีหน้างงงวย เธอเลือกภารกิจ 5 ดาวอีกแล้วงั้นหรือ?

            เอเลน่ากลับมาที่บ้านก็พบว่าพ่อของเธอกำลังนั่งจิบไวน์อยู่ที่โต๊ะอาหารใหญ่ในห้องโถง ในมือของพ่อกำลังเปิดหนังสือเกี่ยวกับบันทึกทางการแพทย์ พ่อของเธอเป็นคนที่ศึกษาเรื่องโรคอย่างจริงจัง เมื่อเกิดโรคใหม่ๆระบาดพ่อของเธอจะเป็นคนแรกๆในการเริ่มทำยารักษาเสมอ พ่อละสายตาและหันมามองที่ลูกสาว เขาส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนออกมาทำให้เอเลน่ารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ

“วันนี้สนุกมั้ย?

ฮาเวิร์ดถามขึ้นอย่างสนใจ หลายวันมานี้เอเลน่าดูเหมือนจะตั้งใจคิดค้นยามากกว่าเดิม เมื่อคืนก่อนก็อดหลับอดนอนจนสว่างแถมเธอยังรีบไปหาเพื่อนๆเมื่อถึงเวลา เขาคิดว่าเหตุที่ลูกสาวของเขาตั้งใจขนาดนี้อาจเพราะคนเหล่านั้นทำให้เธอมีแรงกระตุ้นเธอก็เป็นได้

“สนุกมาค่ะท่านพ่อ ข้านำของมาฝากท่านด้วยแหละ” หลังจากกล่าวจนเอเลน่าก็หยิบจานขึ้นมาใบนึงแล้วเอาของที่อย่าในแหวนมิติออกมาวางในจาน เนื้อสเต็กย่างชิ้นใหญ่พร้อมด้วยบาบีคิวชิ้นใหญ่อีก 1 ไม้ถูกวางลงในจานจนเต็มพอดี ชิ้นเนื้อในจานส่งกลิ่นหอมอบอวลทั่วทั้งห้องโถง ฮาเวิร์ดถึงกับแปลกใจ เขาสูดกลิ่นของมันอีกครั้ง น้ำลายในปากเริ่มซึมจนท่วมลิ้น

อึก!

ฮาเวิร์ดกลืนน้ำลายลงทันทีอย่างไม่รู้ตัว กลิ่นของเนื้อย่างจนเหลืองหอมมีมันอาบที่เนื้อดูระยิบระยับ กลิ่นไหม้อ่อนๆของถ่านไฟผสมกับกลิ่นเครื่องเทศทำให้กลิ่นที่ได้นั้นลงตัวยิ่งนัก

“ท่านพ่อลองชิม นี่เป็นของจากพวกเรา”

เอเลน่าผายมือเชื้อเชิญให้พ่อของเธอลิ้มรส พูดจบเธอเองก็ตรงไปที่ห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำล้างเหงื่อไคล ฮาร์ดเวิร์ดชิมเนื้อสวรรค์คำแรกแทบจะร้องโฮออกมา เขานั่งกินเนื้อพร้อมกับกระดกไวน์ในมืออย่างสำราญ ลูกสาวของเขาช่างสรรค์หาของฝากได้ยอดเยี่ยมนัก เห็นทีต้องหาโอกาสขอบคุณเพื่อนๆของเธอด้วยแล้ว

“หืม? ล่าจิ้งจอกไฟ?” แกรนด์ทวนถามเอเลน่าอีกครั้งตอนี่เธอยื่นรายละเอียดภารกิจให้

“ใช่แล้วล่ะ ภารกิจล่าสัตว์อสูรระดับกลางแต่รางวัลภารกิจสูงมาก มีกลุ่มนักล่าคลาส 4 เคยรับไปทำสองกลุ่มแต่ไม่ได้กลับมาอีก ข้าคิดว่ามันคงมีไม่ต่ำกว่า 10 ตัว จริงอยู่ว่ามันเป็นสัตว์อสูรระดับกลางที่ดุร้าย แต่คงไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเราหรอกว่ามั้ย”

“ข้ากับลูกพี่เคยล่ามันมาแล้วล่ะ แต่รสชาติมันบัดซบสุดๆเลยล่ะ” บ็อบพูดพร้อมใบหน้าที่ไม่ค่อยอยากจะทำเท่าไหร่ เพราะล่ามาแล้วมันก็กินไม่ได้ เนื้อมันเหม็นฉุนเหมือนเอาเนื้อวัวมาแช่ปัสสาวะไว้ 10 วันยังไงยังงั้น

“ข้าก็แปลกใจทำไมมันถึงเป็นภารกิจระดับ 5 ดาวได้ ผู้จ้างวานภารกิจนี้เสนอเงินรางวัลสูงกว่าภารกิจของกระทิงเขาเกรียวอีก อาจเป็นเพราะเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่กว่าเลยระดมเงินได้มากกว่าก็เป็นได้ เพราะยิ่งค่าจ้างสูงยิ่งมีคนอยากทำ” เอเลน่าสันนิฐานเกี่ยวกับภารกิจนี้ ที่เธอเลือกภารกิจนี้เพราะมีความสงสัยบางอย่างที่ดูมีลับลมคมใน

“ไปสำรวจดูกันก่อนละกัน แต่จิ้งจอกไฟเป็นสัตว์อสูรที่เคลื่อนที่เร็วมาก ถ้ามันมากันสิบกว่าตัวคงใช้เวลาล่านานหน่อย การโจมตีของบ็อบคงตามความเร็วมันไม่ทัน ท่าหอกน้ำแข็งของเจ้ากับธนูของข้าคงจัดการได้ไม่กี่ตัวแล้วเสียเวลาแกะรอยตามไปจัดการพวกที่เหลือ เราต้องวางแผนที่ดีกว่าการเข้าปะทะตรงๆจะดีกว่า” แกรนด์เริ่มเปิดประเด็นการวางแผน ถ้าจะจัดการสัตว์ที่เคลื่อนที่เร็วแถมยังมีกันหลายตัวต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อประหยัดเวลา

“วางยามันมั้ยล่ะ ง่ายและประหยัดเวลาด้วย” เอเลน่าเสนอวิธีขขึ้นหลังจากที่นั่งคิดชั่วครู่

“จะวางยายังไงล่ะ?”

“ข้าจะใช้ยาหยุดวิญญาณกับมัน ยาตัวนี้จะทำให้สัตว์อสูรต่ำว่าชั้นสูงตัวชาและขยับไม่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง มันใช้ได้ดีกับพวกประเภทกินเนื้อ อีกอย่างยาไม่มีกลิ่นด้วย ถึงมันจะจมูกดีแค่ไหนก็ไม่รู้หรอก”

“เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมไปเลย เจ้ามียานั้นอยู่งั้นหรอ”

“ไม่มีหรอก เราต้องไปหาวัตถุดิบมาสกัดก่อนน่ะ มันอยู่แถวๆนั้นพอดีการสกัดไม่ค่อยยุ่งยากหรอกแต่ส่วนผสมถ้าผิดพลาดนิดหน่อยมันจะทำให้ยาตัวนี้กลิ่นแรงมากเลยล่ะ”

“งั้นเรารีบไปกัน” แกรนด์เตรียมของที่จำเป็นไว้พร้อมแล้ว บ็อบที่ตั้งแต่ได้แหวนมิติมาก็ใช้เก็บแค่ขวานหนักเท่านั้น ขวานเล่มที่ใช้อยู่ปัจจุบันยังถือติดมือไปทุกที่ บ็อบชินกับการถืออาวุธไปไหนมาไหนมากกว่าการเดินตัวเปล่า

ทั้งสามรุดหน้าไปยังหมู่บ้านที่จ้างวานภารกิจนี้ ระหว่างทางแกรนด์ได้เห็นรอยเท้าจิ้งจอกไฟมากมายตามพื้น แสดงว่านี่เข้าใกล้เขตที่มันอาศัยแล้ว แกรนด์ใช้สกิลตรวจสอบค้นหาร่องรอยจิ้งจอกไฟในบริเวณโดยรอบแต่ก็ไม่พบอะไรเลย ยิ่งเดินไปก็ยิ่งเจอร่องรอยของมันเพิ่มมากขึ้น แกรนด์ตรวจพบจิ้งจอกไฟ 3 ตัวบริเวณใกล้ๆ พวกเขาเลือกที่จะหลบไปเพราะไม่อยากทำให้พวกมันทั้งฝูงรู้ตัว  หลบไปได้สักพักก็เจออีก 2 ตัวกำลังเดินเหมือนลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ ทำให้รู้ว่าพวกเขาได้เข้ามาในเขตของมันเรียบร้อยแล้ว เอเลน่าได้ส่วนผสมมา 3 อย่างแล้ว เหลืออีกแค่อย่างเดียวเท่านั้น

“นี่ ครบรึยัง ยาของเจ้าหายากกว่าสัตว์อสูรอีกนะ” แกรนด์ถึงกับโอดคราญอย่างช่วยไม่ได้

“เงียบเถอะน่า คอยระวังพวกมันไว้แล้วกัน”

ชั่วโมงครึ่งต่อมาก็หาส่วนผสมชนิดสุดท้ายเจอจนได้ วันนี้พวกเขาใช้เวลาในการหาส่วนผสมยาตัวนี้กว่า 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว

“ข้าจะสกัดตัวยาแล้ว เจ้าจะเอาอะไรล่อมันล่ะ?”

“ข้าว่าจะเอาเครื่องในของเจ้ากระทิงเขาเกรียวล่อมัน” แกรนด์ตอบอย่างมั่นใจ ในที่สุดเครื่องในของมันก็จะได้เอามาใช้ประโยชน์เสียที เอเลน่าสกัดยาจนเสร็จทั้งสามตกลงกันว่าจะไปหาผู้จ้างวานเพื่อถามข้อมูลภารกิจเพิ่มเต็มกันก่อน

ทั้งสามเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านอย่างระวัง บริเวณใกล้ๆหมู่บ้านไม่มีจิ้งจอกไฟอยู่เลย มีแต่ร่องรอยของมันเต็มไปหมดเหมือนเพิ่งจากไปเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อมาถึงหมู่บ้านทั้งสามก็ต้องตกตะลึงเพราะสภาพของที่นี่ตอนนี้มันเป็นหมู่บ้านร้างชัดๆ สภาพบ้านเรือนพังเสียหายเหมือนมีสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาทำลาย บรรยากาศโดยรอบเงียบไปหมดไม่มีสัญญาณของมนุษย์อาศัยอยู่เลย แกรนด์ใช้สกิลตรวจสอบหาร่องรอยของชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณแถวนี้พบว่ามีคลื่นพลังของมนุษย์อยู่ใต้ตินของหมู่บ้าน

“ใครเป็นผู้จ้างวานภารกิจกำจัดจิ้งจอกไฟ ออกมาหาพวกเราหน่อย”

แกรนด์เอ่ยขึ้นพลางมองไปรอบๆเพื่อนหาทางเข้าออกของอุโมงค์ใต้พื้นดิน สักครู่มีชายหนุ่มคนหนึ่งอายุราว 25 ปีออกมาจากอุโมงค์โดยทางเข้าซึ่งซ่อนอยู่ใต้พื้นบ้านหลังหนึ่ง

“ข้าเป็นตัวแทนของหมู่บ้านที่จ้างวานภารกิจนี้ พวกท่านมากันกี่คนงั้นหรอ?” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับมองไปรอบๆเหมือนจะหาคนเพิ่มขึ้นอีก

“เรามากันแค่นี้ล่ะ” แกรนด์ตอบห้วนๆ เขาเห็นสีหน้าที่ดูผิดหวังของชายหนุ่มคนนั้น ชายหนุ่มได้เชิญให้ทั้งสามลงไปยังอุโมงค์ใต้ดินซึ่งเป็นหลุมหลบภัยของหมู่บ้าน ชาวบ้านที่หลบในหลุมแห่งนี้มีประมาณเกือบร้อยคน มีทั้งเด็ก คนแก่และวัยหนุ่มสาว ชาวบ้านเห็นร่างกายสูงใหญ่ของบ็อบแล้วแสดงท่าทีถึงความกลัวทันทีโดยเฉพาะเด็กๆ

“คลาส 5!! พวกมีพลังอยู่คลาส 5 ยอดฝีมือขั้นสุดยอดกับจอมเวทย์ขั้นกลางและยังมีออร์คอีก!

ชายคนหนึ่งที่อยู่ในหลุมหลบภัยตะโกนขึ้นมีอย่างดีใจ ชาวบ้านได้หันไปมองที่ทั้งสามอย่างมีความหวัง

“หืม? เจ้าใช้สกิลตรวจสอบได้ด้วยงั้นเหรอ?” แกรนด์มองไปที่ชายหนุ่มและถามด้วยความสงสัย

“ใช่แล้ว แต่ก่อนข้าเคยเป็นทหารในเมือง ข้าฝึกสกิลตรวจสอบและทำงานอยู่หน่วยสอดแนม”

ชายหนุ่มตอบ เขามีพลังนักรบคลาส 2 ขั้นสูง เขาดูจะตื่นเต้นอย่างมาก เพราะผู้มีพลังคลาส 5 ไม่ใช่จะพบเจอได้อย่างง่ายดายแม้จะอยู่ในเมืองก็ตาม ถ้าทำงานให้ทางการผู้มีพลังระดับนี้ย่อมมีสถานะสูงพอสมควร

“ช่วยบอกรายละเอียดภารกิจนี้อย่างละเอียดหน่อยหน่อย”

 “ข้าจะเป็นคนอธิบายเอง” ชายคนที่ออกไปพาทั้งสามเข้ามาในนี้เอ่ยขึ้น ในตอนแรกเขาดูผิดหวังที่คนที่มาทำภารกิจนี้มากันแค่สามคน แต่เมื่อครู่ว่าทุกคนมีพลังอยู่ที่คลาส 5 เขาก็ดูมีความหวังขึ้นมา

“เดือนก่อนหมู่บ้านของเราถูกบุกโดยฝูงจิ้งจอกไฟ พวกเราไม่รู้ว่าพวกมันมาจากไหนและไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ พวกมันบุกมาอย่างกะทันหันโจมตีชาวบ้าน พวกมันกินทุกอย่าง กินคนและสัตว์ที่พวกเราเลี้ยง ข้ารู้ว่ามันเป็นสัตว์อสูรชั้นกลาง ลำพังพลังของพวกเราสู้มันไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว พวกเราจึงอพยพชาวบ้านเข้ามาหลบในหลุมหลบภัยใต้ดินของหมู่บ้าน เดิมทีหมู่บ้านของเรามีชาวบ้านสองร้อยกว่าคน แต่ตอนนี้เหลือแค่ 94 คนเท่านั้นที่รอดจากการบุกโจมตีอย่างกะทันหันของพวกมัน เราได้ส่งข้อมูลภารกิจไปให้ปราสาทกิลล์ภารกิจของเมืองกลอเซนจากนกพิราบสื่อสารที่เลี้ยงเอาไว้ในหลุมหลบภัยเผื่อยามฉุกเฉิน ในนี้มีเงินค่าจ้างที่เตรียมไว้ในยามฉุกเฉินด้วยส่วนหนึ่ง กลังจากที่ส่งภารกิจแล้วในเดือนนี้มีคนรับภารกิจมาทำสองกลุ่ม ทั้งสองกลุ่มก็ถูกพวกมันฆ่าและคาบไปกินเป็นอาหารหมด ตอนนี้อาหารและน้ำในหลุมหลบภัยของพวกเราหมดแล้ว พวกท่านช่วยเราด้วยเถอะ ถึงพวกเราอยากจะหนีก็หนีไม่ได้อยู่ดี พวกมันจะกลับมาที่หมู่บ้านนี้ทุกคืน กลางวันพวกมันจะลาดตระเวนในบริเวณแถวๆนี้ ชาวบ้านที่หนีออกไปก็โดนพวกมันฆ่าหมด ท่านได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะ” ชาวบ้านทุกคนใบหน้าซูบผอม แววตาเศร้าหมองและมองมาที่ผู้มาเยือนทั้งสามอย่างมีความหวัง

“เอาล่ะๆ ข้ารับปากว่าจะช่วยพวกเจ้าแล้วกัน” แกรนด์พูดออกมาพร้อมยืดอกขึ้น แค่สัตว์อสูรชั้นกลางมันจะไปมีน้ำยาอะไร

“ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณท่านมากจริงๆ” ชาวบ้านทุกคนดีใจจนปาดน้ำตา ทุกคนต่างรู้สึกกดดันและกังวลว่าแกรนด์จะไม่รับภารกิจ แต่ทุกคนก็รู้สึกโล่งใจเมื่อเขาตอบตกลงที่จะช่วย

 “ข้ายังสงสัยอยู่อย่างนึง ฝูงจิ้งจอกไฟที่ว่านี่มีกี่ตัวกันล่ะ?”

“พวกมันมีประมาณ 200 ตัว”

ใบหน้าเปื้อนยิ้มแสดงถึงความภาคภูมิที่ชาวบ้านอุตส่ายกยอของทั้งสามแข็งค้างทันที

บัดซบ ทำไมไม่บอกทั้งแต่แรกว่ามันเยอะขนาดนี้! ในภารกิจดันบอกว่า ฝูงจิ้งจอกไฟ นี่มันไม่ฝูงแล้ว เยอะขนาดนี้ควรเรียกว่ากองทัพจิ้งจอกไฟเลยไม่ใช่เหรอ!’ แกรนด์คิดในใจอย่างกระอักกระอวนแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาให้เสียฟอร์ม

“เราจะเตรียมตัวกันเพื่อรอต้อนรับมันในคืนนี้ อาจจะเสียงดังโหวกเหวกหน่อย หาอะไรมาอุดหูเด็กๆด้วย แล้วอย่าออกมาจนกว่าจะถึงเช้าล่ะ” แกรนด์เอ่ยกับชาวบ้านทุกคนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ในตอนแรกทั้งสามคิดว่าภารกิจนี้คงง่ายและกินเงินรางวัลนิ่มๆ แต่ที่ไหนได้งานเข้าจนเพิ่งรู้ว่าภารกิจนี้เป็นงานช้างจนได้

“พวกเราไปเตรียมการต้อนรับพวกมันข้างนอกเถอะ” ทั้งสามเดินออกมาจากอุโมงค์ พวกเขามองเห็นพื้นที่เหมาะสมสำหรับคืนนี้พอดี

“โซนสังหารกำลังจะเริ่มแล้ว”

 

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #42 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 18:02
    55555 200 ตัวแค่นั้นเอง
    #42
    0