เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

ตอนที่ 18 : กลิ่นอายทรงพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    3 มิ.ย. 60

            “หารังก็อบลิน?”

            ทั้งห้าหันมามองหน้ากันด้วยความมึนงงแต่ไม่ได้ถามหาเหตุผลในคำสั่งนั้น

            “พวกข้าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นายท่านโปรดวางใจ”

            ไคลน์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่จะพาลูกทีมเดินออกไปเพื่อพักผ่อนจะเริ่มออกไปปฏิบัติภารกิจช่วงเช้า แกรนด์สังเกตได้ว่าไคลน์นั้นเป็นคนที่จริงจังกับทุกเรื่อง ซื่อตรงแต่มีความยืดหยุ่นน้อยไปหน่อย เขามีพลังและประสบการณ์ที่มากที่สุดในกลุ่ม ลูกชายของไคลน์ตัวขนสีเงินชื่อโคลด์ เป็นโคโบลด์ซอร์ตเช่นเดียวกัน ลูกชายคนเล็กที่ขนสีฟ้าชื่อคูลด์ ยังเป็นโคโบลด์ธรรมดาที่ยังไม่วิวัฒนาการ รวมทั้งเพื่อนอีก 2 คนที่ยังใช้หอกเช่นกัน ที่แกรนด์สั่งเหล่าโคโบลด์ให้ไปหารังก็อบลินนี้เพราะโคโบลด์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีประสาทสัมผัสการดมกลิ่นและการได้ยินที่สูงมาก การหาและแกะรอยสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์ มีความรวดเร็วคล่องตัวแม้จะพลังในการโจมตีจะน้อยไปหน่อยก็ตามที อีกทั้งโคโบลด์และก็อบลินต่างเป็นศัตรูทางธรรมชาติของกันและกันเหมือนมนุษย์กับออร์ค การจะหาพวกก็อบลินคงใช้เวลาไม่นานนักอย่างแน่นอน

            หลังจากที่ได้เงินมาจากการประมูลจำนวนมากแกรนด์คิดจะปรับปรุงที่อยู่ตรงนี้ให้มั่นคงมากขึ้นโดยใช้กำลังทรัพย์ที่เพิ่งจะได้มาเป็นตัวช่วย แกรนด์ติดต่อไปที่อริสเพื่อเริ่มโครงการก่อสร้าง อริสส่งช่างก่อสร้างและวัสดุมากมายมาและเริ่มการก่อสร้างให้เร็วที่สุดทันที จากตอนแรกที่ให้คนของเขาสร้างกันเอง แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เขามีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอ แต่ก็ต้องการให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด เหล่าชาวบ้านเปลี่ยนไปเป็นลูกมือช่วยช่างมืออาชีพที่มาทำ ไม่กี่วันก็ดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก

            วันที่ 10 หลังจากการประมูลได้มีรถม้าแปลกๆมาพร้อมกับขบวนขนอุปกรณ์ก่อสร้างมาในช่วงเช้า รถม้าคันนี้สวยงาม ทำจากจากไม้หายากที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี รวมถึงลวดลายต่างๆที่สลักลงอย่างบรรจง ไม่ต้องเดาเลยว่ารถม้าคันนี้เป็นของผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน รถม้าคนนี้จอดหน้าลานกว้างบริเวณที่บ็อบกำลังฝึกทุกคนในตอนเช้าอยู่ บุคคลผู้มาเยือนกลายเป็นจุดสนใจทันที

            “ทำไมไม่บอกข้าก่อนล่ะว่าจะมาที่นี่”

            แกรนด์เอ่ยขึ้นหลังจากที่คนขับรถม้าลงมาเปิดประตูให้หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถพร้อมกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

            “ขออภัยที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ท่านพ่อของข้าอยากพบกับท่าน ข้าเองก็อยากมาดูที่นี่เหมือนกัน พวกเราเลยตัดสินใจเดินทางมากันกะทันหัน”

            ชายวัยกลายคนที่ยืนอยู่ข้างๆอริสคือพ่อของเธองั้นเหรอ? แกรนด์ไม่เคยพบกับเขาสักครั้งตั้งแต่เริ่มทำการค้ากับทางร้าน ไม่คาดคิดว่าเป็นทางนั้นเองที่อยากจะพบกับเขา

            “ข้าเป็นเจ้าของร้าน ชื่อเวสก้า ลูกสาวของข้ากล่าวชื่นชมท่านให้ข้าฟังอยู่บ่อยๆ พอได้มาเห็นตัวจริงข้าสัมผัสถึงออร่าความยอดเยี่ยมจากตัวท่านได้ทันที ผู้ที่อายุยังน้อยแต่กลับมีพลังระดับนี้ครอบครองช่างน่าทึ่งนัก อีกอย่างข้าอยากจะมากล่าวขอบคุณท่านเรื่องการประมูลที่ผ่านมาด้วย”

            ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยความสุภาพ รูปร่างของเขาสูงโปร่ง ดูภูมิฐานน่านับถือ ไว้หนวดเคราที่ไม่ยาวมาก ดูเข้ากับรูปหน้าที่เพิ่งจะอายุประมาณ 40 ต้นๆ เขามองมาที่แกรนด์ด้วยแววตาที่ชื่นชมและขอบคุณเป็นอย่างมาก ในการประมูลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาร้านของเขาแทบไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ แต่ได้กำไรมามากมายอย่างน่าตกใจ

            “เชิญพวกท่านเข้าไปในบ้านข้าก่อน เดินทางมาไกลคงเหนื่อยหน่อย”

            “ท่านไม่ต้องเกรงใจไป ทางนี้ต่างหากต้องขออภัยที่มาโดยไม่แจ้งให้ทราบ โดยปกติผู้มีพรสวรรค์หรือมีพลังสูงส่งมักจองหองและเย่อหยิ่งอย่างที่สุด แต่ข้าสัมผัสบุคลิกแบบนั้นของท่านไม่ได้เลย ช่างเป็นคนที่น่าคบหานัก ฮ่าๆๆ”

            “ข้าเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดีน่ะ”

            ในระหว่างที่เดินไปที่บ้าน แกรนด์ชี้ให้ทั้งสองดูจุดต่างๆที่กำลังก่อสร้าง บ้าน โรงเก็บเสบียงหลัก ลานฝึกแห่งใหม่ที่กำลังสร้าง หอสังเกตการณ์ อริสที่มองไปรอบๆอย่างสนใจตระหนักขึ้นทันทีว่าเธอคาดเดาถูกตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าแกรนด์มีกองกำลังนักล่าเป็นของตัวเอง เพราะปริมาณอาหารที่เขาสั่งในแต่ละรอบเป็นปริมาณสำหรับคนเป็นร้อยไม่ผิดแน่ เธอมองไปอีกด้านที่ชาวบ้านกำลังตากอะไรสักอย่างเหมือนหนังสัตว์

            “นั่นอะไรน่ะ?”

            “หนังจิ้งจอกเพลิง 214 ผืน กำลังตากอยู่ เดี๋ยวก็คงส่งไปขายที่ร้านเจ้าแล้วล่ะ”

            แกรนด์เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี สองพ่อลูกได้ยินที่แกรนด์พูดถึงกับอ้าปากค้างแทบลากดิน หนังสัตว์อสูรระกับกลาง 214 ผืน? และที่ตากอยู่ลานตรงนั้นเหมือนจะล่ามาพร้อมกันครั้งเดียว? สัตว์อสูรพวกนี้ถ้ามันมามากถึงสองร้อยตัว แค่พวกมันวิ่งผ่านเฉยๆหมู่บ้านตามชนบทก็เรียบเป็นหน้ากองแล้ว ไม่ต้องคิดสภาพถ้าคิดจะสู้เลย

            แกรนด์เชื้อเชิญทั้งสองให้เข้ามาให้บ้าน โต๊ะอาหารที่ห้องโถงภายในบ้านเป็นโต๊ะรับแขกไปโดยปริยาย เอเลน่าที่กำลังจิบชาและนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ เธอเห็นแขกผู้มาเยือนเข้ามาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

            “คุณหนูเอเลน่าเองก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ ยินดีที่ได้พบ”

            “ยินดีที่ได้พบเช่นกัน”

            เอเลน่าปิดหนังสือพร้อมกับยิ้มทักทายเวสก้าอย่างเป็นกันเอง สองพ่อลูกเข้ามาในห้องโถงนี้ก็รู้สึกถึงกลิ่นไอของสัตว์อสูรชั้นสูงจางๆ บนหัวมีโมบายที่ทำจากเขี้ยวสัตว์อสูรระดับสูงถึงสามตัว พรมเช็ดเท้าหน้าบานประตูห้องของใครคนหนึ่งก็เป็นหนังจิ้งจอกไฟที่ใหญ่ผิดปกติ มันต้องไม่ใช่สัตว์อสูรชั้นกลางธรรมดาแน่ๆ แถมยังมีหัวของกระทิงเขาเกรียวที่ถูกสตาฟติดผนังห้องโถงอีก อริสจำได้ว่าแกรนด์ไม่เคยเอาชิ้นส่วนของกระทิงเขาเกรียวมาขายให้กับทางร้าน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

            “พวกท่านมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไรงั้นเหรอ?”

            “ที่ข้ามาที่นี่มีจุดประสงค์สองอย่าง อย่างแรกคือข้าอยากจะมาขอบคุณอย่างเป็นทางการด้านตนเองในฐานะเจ้าของร้าน อย่างที่สองคือเรามาเพื่อเสนอข้อข้อตกลงทางการค้าและอำนวยความสะดวกให้ท่าน”

            “ข้อเสนอ? เชิญท่านเวสก้าว่ามา”

            “ข้าอยากจะช่วยสนับสนุนท่านในการหาวัตถุดิบต่างๆ ทางร้านเราจะเป็นผู้รับซื้อและอำนวยความสะดวกให้ โดยที่ข้าจะมาเปิดร้านสาขาเพื่อรับสินค้าของท่านที่นี่ มีการไปกลับขนส่งสินค้าระหว่างร้านหลักกับที่นี่ทุก 3 วัน สินค้าทุกอย่างเพียงท่านสั่งจากร้านสาขาที่นี่ ของทั้งหมดก็จะถูกส่งมาโดยที่ท่านไม่ต้องลำบากเดินทางเข้าไปในเมือง รวมทั้งข้าจะหาช่างเหล็กมาเพื่อคอยช่วยพวกท่านเรื่องการซ่อมแซมอาวุธ ท่านเห็นว่าเป็นยังไงล่ะ?”

            “อืม เป็นความคิดที่ดี ตกลงตามนี้”

            “ขอบคุณท่านที่ไว้ใจเรา”

            เวสก้ายิ้มรับด้วยความยินดีหลังจากที่แกรนด์ตกลงตามข้อเสนอของเขา นี่อาจเป็นโชคชะตาที่ทำให้พวกเขาพบเจอกันก็ได้ ทั้งสี่อยู่คุยกันอยู่ 2 ชั่วโมงสองพ่อลูกก็ขอตัวกลับ

            7 วันต่อมาการก่อสร้างที่พักของชาวบ้านก็แล้วเสร็จ การเร่งทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำของทุกคนทำให้การก่อสร้างคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วเพราะชาวบ้านหลายคนในที่นี้เป็นช่างไม้มาก่อน ทำให้ทักษะบางอย่างไม่ต้องสอนกันใหม่ งานจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แกรนด์ตรวจดูด้วยความพึงพอใจ บ้านขนาดเล็กหลายหลังตั้งเรียงรายอยู่เป็นระเบียบดูน่าอยู่กว่าเพิงที่มีแค้ผ้าผูกกับไม้เพื่อบังแดดเป็นไหนๆ หลังจากนี้ใครจะต่อเติมบ้านของตัวเองก็คงแล้วแต่คนๆนั้นล่ะนะ

            หนังจิ้งจอกเพลิงนอกจากตัวจ่าฝูงที่แปรสภาพเป็นพรมเช็ดเท้าหน้าห้องของแกรนด์แล้ว ลูกฝูงตัวอื่นๆก็แปรสภาพเป็นหนังที่ตากแดดไว้ ส่วนเนื้อของมันที่เหม็นฉุนเหมือนกลิ่นฉี่หมักหมมก็เอามันมารวมกันและขนไปทิ้งไกลๆ

            “ผู้ใช้เวทย์ต้องทำการฝึกนานกว่าพวกนักรบหน่อยนะกว่าจะใช้พลังช่วยคนอื่นๆสู้ได้”

            เอเลน่าเดินมาบอกกับแกรนด์ในขณะที่เขากำลังสอนเด็กๆอยู่ จากที่ดูแล้วก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะกลุ่มที่บ็อบสอนพร้อมที่จะลุยกันเต็มที่แล้ว

            “เมื่อสร้างพื้นฐานได้แล้วสถานการณ์จริงจะช่วยพัฒนาพวกเขาได้”

            ในเย็นวันนั้นแกรนด์ได้มอบหมายงานให้แต่ละกลุ่มไปทำในวันพรุ่งนี้และสั่งห้ามไม่ให้ไปยุ่งกับสัตว์อสูรชั้นกลางเด็ดขาดซึ่งทุกคนก็ดูจะเข้าใจดี

            “ทำไมเจ้าถึงสนใจก็อบลินนักล่ะ?”

            เอเลน่าถามขณะกำลังนั่งจิบชาบนโต๊ะ เธอสงสัยว่าเขาต้องมีแผนอะไรแน่ๆจึงให้ความสนใจกับพวกกระจอกงอกง่อยแบบนั้น  

            “ลูกพี่อยากไปปล้นรังมันน่ะสิ ฮ่าๆๆ”

            บ็อบแทรกตอบขึ้นมาก่อนที่แกรนด์จะได้เอ่ยปาก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแกรนด์กำลังคิดจะทำอะไร

            “ปล้น? ข้าก็เคยอ่านเจอมาเหมือนกันนะเรื่องที่ก็อบลินมันชอบสะสมสมบัติเอาไว้น่ะ”

            “โดยปกติก็อบลินมันชอบอาศัยอยู่ในถ้ำหรือไม่ก็เหมืองร้าง มันจะขุดถ้ำเป็นโพรงเข้าไปอีกเพื่อเก็บสิ่งของต่างๆไว้ในนั้น ถึงพวกก็อบลินมันจะโง่เง่าละด้อยปัญญาพอๆกับเด็ก แต่พวกมันก็ขยายพันธุ์เร็วมาก เจ้าพวกนี้มันชอบบุกหมู่บ้านตามแถบชนบทอยู่บ่อยๆ หรือไม่มันก็แอบไปขโมยของมีค่ามาสะสมไว้ในถ้ำของมัน เอาไปใช้ก็ไม่ได้ ไม่รู้จะสะสมไว้ทำบ้าอะไร ข้าแค่จะไปเอามาใช้แทนพวกมันแค่นั้นเอง”

            “เหมือนจะเป็นงานที่ง่ายนะ ข้าเห็นภารกิจปราบก็อบลินที่บอร์ดบ่อยๆ ส่วนมากในภารกิจก็มีแค่ปราบพวกที่มาขโมยของชาวบ้านตัวสองตัว ไม่เคยเห็นภารกิจไหนที่จะจ้างหรือเอ่ยถึงว่าไปถล่มรังมันเลย ถ้ารังไหนมีเจ้าพวกตัวปัญหาอยู่หลายตัวก็คงแย่เอาการอยู่”

            เอเลน่าพยายามนึกถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน แน่นอนว่าต้องมาจากพวกฮอบก็อบลิน แม้ว่าก็อบลินจะมีสติปัญญาต่ำต้อยพอๆกับเด็ก 5 ขวบ แต่ถ้ามันวิวัฒนาการเป็นฮอบก็อบลินแล้วจะกลายเป็นคนละเรื่องทันที ทั้งพลังที่เพิ่มขึ้นมากมาย รูปร่างที่คล้ายมนุษย์และภูมิปัญญาของมันยังใกล้เคียงมนุษย์อีกต่างหาก บางตัวที่เป็นฮอบก็อบลินเมจ สามารถใช้เวทย์ได้ไม่ด้อยไปกว่าผู้ใช้เวทย์คลาส 3 ขั้นสุดยอดเลยทีเดียว บางตัวเก่งเท่าผู้ใช้เวทย์คลาส 4 ด้วยซ้ำไป พวกนี้มันจะเจ้าเล่ห์ วางแผนวางกับดักได้แยบยล โดยปกติแล้วจะเป็นหัวหน้าของรังต่างๆ

            “เราจะกวาดล้างพวกมันทั้งรัง ถึงในถ้ำรึในเหมืองร้างมันจะขุดเหมือนเขาวงกต มีห้องหลอกมีทางตันเราก็แค่ให้พวกโคโบลด์ดมแล้วพาเราไปขนที่ห้องสมบัติของมัน ก็แค่นั้น”

            แกรนด์ยิ้มด้วยความมั่นใจเหมือนพวกวายร้ายที่วางแผนอะไรไว้สักอย่าง เอเลน่าที่ชาชินกับเหตุการณ์เช่นนี้แล้วก็ช่วยไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้เธอกำลังจะให้คนมาต่อเติมทำเป็นห้องอีกห้องภายในบ้านหลัก เพื่อความสะดวกและมีเวลาวิจัยอะไรต่างๆเพิ่มขึ้น เธอเบื่อหน่ายที่จะต้องไปกลับบ้านทุกวันซึ่งเสียเวลาอันมีค่าโดยใช่เหตุ ทั้งตอนนี้ยังขนอุปกรณ์อะไรต่างๆมาฝากไว้ในห้องของแกรนด์กับห้องของบ็อบจนแทบไม่มีทางจะเดิน บ้านหลักจะถูกต่อเติมหลังจากที่สร้างสนามฝึกแห่งใหม่เสร็จ

            เย็นวันนี้เป็นอีกวันที่ทั้งสามว่างงาน  หลังจากสอนวันสุดท้ายเสร็จบ็อบก็รู้สึกคันไม้คันมีเพราะไม่ได้ออกไปล่าที่ไหนเกือบจะครึ่งเดือนแล้ว เขารู้สึกอยากยืดเส้นยืดสายบ้าง บ็อบมองไปยังแกรนด์ที่กำลังเดินเล่นอยู่

            “ลูกพี่ มาบิดขี้เกียจกันหน่อยมั้ย?”

            “ก็เอาสิ กำลังเบื่อๆพอดี”

            แกรนด์เดินมาที่ลานประลองอย่างกระตือรือร้น เขาเองก็อยากที่จะออกกำลังเช่นกัน วันที่ประลองกับไคลน์ไม่ได้เรียกว่ายืดเส้นยืดสายด้วยซ้ำเพราะความห่างชั้นมีมากเกินไป แต่แกรนด์กับบ็อบพลังใกล้เคียงกัน พวกเขาทั้งสองซ้อมการต่อสู้ด้วยกันบ่อยๆ

            “มาวัดกันด้วยหมัดดุ้นๆนี่ล่ะ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เสมอแน่”

            “ถ้าลูกพี่ใช้พลังเวทย์ร่วมด้วยข้าสู้ท่านไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าเรื่องพลังกายเพียวๆท่านคงกำลังเพ้ออยู่นะที่ว่าจะชนะ”

            “ก็ลองดูสิ”

            แกรนด์กับบ็อบเร่งพลังขึ้นจนทำให้บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไป คนที่มามุงดูรู้สึกอึดอัดจนหายใจลำบาก

            “ทุกคน ถอยออกไปหน่อย มันอันตรายนะ”

            เอเลน่าเตือนคนที่มามุงดูไม่ให้อยู่ใกล้จนเกินไป การต่อสู้ของผู้มีพลังระดับนี้ถึงอยู่ห่างกันหลายสิบเมตรยังรับรู้ถึงความรุนแรงได้เหมือนไปยืนอยู่ใกล้ๆ

            “ปราการคุมขังเยือกแข็ง”

            เอเลน่าใช้เวทย์สร้างกำแพงน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมาให้ทั้งสองได้ซัดกันอยู่ในนั้น และกันคนอื่นๆที่จะได้รับผลกระทบจากการปะทะด้วย

            “เจ้าจะมาร่วมวงกับพวกเรามั้ย”

            “เล่นกันสองคนเถอะ ไร้สาระชะมัด”

            เอเลน่าตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย จะตีกันก็มาตีกันอยู่ตรงนี้ บ้านช่องที่เพิ่งสร้างพังมาจะทำยังไง

            อ้ากกกก!!!

            บ็อบพุ่งตัวเข้าใส่แกรนด์ก่อนพร้อมกับเหวี่ยงหมัดใส่เป้าหมายตรงหน้า แกรนด์รับรู้ถึงความรุนแรงถึงกับตกใจรีบเอาแขนทั้งสองข้างกันหมัดที่พุ่งเข้ามา

            ผลั้วววว!!!

            พลังหมัดเข้าปะทะแขนแกรนด์อย่างหนักหน่วงจนตัวเขาปลิวไปกระแทกกำแพงน้ำแข็งอย่างรุนแรงจนกำแพงสะเทือน แกรนด์พยุงตัวขึ้นมาพร้อมกับกุมที่แขนของตัวเอง แขนทั้งสองข้างชาหนึบจากการเข้ารับแรงประทะตรงๆแค่ครั้งเดียว เขาทึ่งที่พลังของบ็อบเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากหลังจากผ่านศึกมาหลายครั้งในช่วงนี้ แน่นอนว่าคนที่พลังเพิ่มอย่างมากมีแค่บ็อบกับเอเลน่า ส่วนแกรนด์พลังอยู่ที่ 100% ของคลาส 5 มาครึ่งปีแล้ว พลังของเขาเหลือแค่ทะลวงคอขวดไปให้ได้เท่านั้นไม่มีเพิ่มขึ้นแล้ว

            “หัวหน้า! โดนแค่ดอกเดียวอย่าเพิ่งเดี้ยง ข้าลงข้างท่านตั้ง 20 เหรียญนะ”

            “สู้เขาคุณบ็อบ ซัดหัวหน้าให้หมอบเลย พวกเราลงฝั่งท่าน”

            กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายลงลงเดิมพันกันอย่างคึกคัก แม้ว่าการต่อสู้ของบ็อบกับแกรนด์จะรุนแรงแต่ก็ยังมีเอเลน่าที่คอยควบคุมพลังไม่ให้มันออกนอกสนามมากเกินไป นักล่าฝึกหัดทุกคนต่างมาเชียร์การต่อสู้ที่ขอบสังเวียนกันอย่างสนุกสนาน การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้แทบทุกคนที่ดูมีแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งดังเช่นหัวหน้าของพวกเขาทั้งสามคน การดูเทคนิคการต่อสู้ของผู้ที่เชี่ยวชาญก็เป็นการเรียนรู้ทักษะการต่อสู้อีกทางหนึ่ง เทคนิคการต่อสู้ของแกรนด์จะเป็นประเภทการเข้าโจมตีแบบประชิดที่รวดเร็ว คล่องตัว ถอยและหลบการโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากการโจมตีของคู่ต่อสู้โดยการมองหาจุดบอด ส่วนบ็อบจะเป็นการโจมตีรูปแบบเดินหน้าทำลายล้างบดขยี้คู่ต่อสู้ลงด้วยพลังที่เหนือกว่าและการเคาน์เตอร์สกัดการโจมตีพร้อมกับสวนกลับ

การต่อสู้ดำเนินไปกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดชัยชนะก็ตกเป็นของบ็อบ แน่นอนว่าทุกครั้งบ็อบกับแกรนด์สู้กันด้วยพละกำลังจะจบด้วยการเสมอกัน แม้บ็อบจะเป็นต่ออยู่มากพอสมควร แต่แกรนด์ก็สู้ได้อย่างสูสีเพราะมีเทคนิคการต่อสู้ที่มากกว่า แต่ในครั้งนี้พลังกายของบ็อบแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แกรนด์รับมือได้เพียงครึ่งชั่วโมงก็เต็มกลืนแล้ว เขารู้สึกดีใจมากที่บ็อบแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้

“ข้าสู้ไม่ได้เลยจริงๆ วันนี้มาฉลองกับความแข็งแกร่งของเจ้ากัน”

“ของมันแน่อยู่แล้ว ครั้งหน้าข้าจะจัดการลูกพี่แค่ 10 นาที ฮ่าๆๆ”

“มาเลยๆ ถ้าเจ้าทำได้ ไปเอาเหล้ากับเนื้อย่างมา”

“แพ้ก็ฉลอง ชนะก็ฉลองนะเจ้าเนี่ย”

เอเลน่าเอ่ยขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ สองคนนี้มันหาเรื่องฉลองได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ

ในขณะที่ทั้งสามกำลังรื่นเริงอยู่บนโต๊ะอาหารก็มีสัมผัสพลังที่คุ้นเคยตรงเข้ามาใกล้ที่พักอย่างรวดเร็ว

“เรียนนายท่าน พวกเราทั้งห้ากลับมาจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายแล้วขอรับ”

“ทำไมไปกันนานขนาดนี้ล่ะ ข้ากะเวลาทีแรกประมาณอาทิตย์เดียวก็น่าจะเสร็จ นี่ล่อไปสองอาทิตย์เลย”

“ขอภัยนายท่าน ตอนแรกพวกข้าจะสำรวจแค่รังก็อบลิน แค่ในรัศมี 20 กิโลเมตรจากที่นี่มีกลิ่นอายสัตว์อสูรชั้นสูงด้วย 5 จุดรวมถึงที่อยู่อาศัยคร่าวๆของสัตว์อสูรชั้นกลางหลายชนิด มีรังก็อบลินทั้งหมด 6 แห่ง พวกข้าอยู่เก็บข้อมูลกำลังรบของมันในแต่ละรังที่มันอาศัย ถ้านายท่านให้เวลาข้าสักหนึ่งเดือน ข้าจะหาข้อมูลสัตว์อสูรโดยละเอียดในรัศมี 20 กิโลเมตรมาให้ท่านได้”

“ไม่ต้องหรอก แค่นี้ก็พอแล้ว ข้าไม่ต้องการข้อมูลของสัตว์อสูรพวกนี้เท่าไหร่ อีกอย่าง สัตว์อสูรชั้นสูง 5 ตัวที่เจ้ารายงานมา 3 ตัวก็อยู่ในบอร์ดภารกิจอยู่แล้ว อีก 2 ตัวคงยังไม่อาระวาด แล้วรายละเอียดเรื่องรังก็อบลินล่ะว่ายังไง?”

“เป็นถ้ำ 3 แห่ง เหมืองร้างอีก 2 แห่ง แต่ละแห่งจะมีฮอบก็อบลินเป็นหัวหน้าคอยควบคุมอยู่ มีการปกครองเฉพาะแห่ง ทุกแห่งจะไม่เกี่ยวของกัน แต่มีอยู่สถานที่อีกแห่งหนึ่ง เป็นโบราณสถาน มีกลิ่นอายบางอย่างที่ทรงพลังแผ่ออกมาจากที่แห่งนั้นจนทำให้พวกข้าไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้”

“พวกเจ้าเจออะไรที่นั่น?”

“ห่างจากนี่ 17 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่โบราณสถานมีกลิ่นอายของโอเกอร์ขอรับ!

ทั้งสามคนได้ยินรายงานจากไคลน์ถึงกับหยุดกินและมองหน้ากันทันที ในนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักโอเกอร์ แกรนด์ถึงกับขมวดคิ้วคิดหนักทันที

“อะไรวะเนี่ย มีไอ้ตัวโคตรอันตรายอยู่ใกล้เราขนาดนี้ได้ยังไง?”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #49 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 19:47
    บ๊อบหาเรื่องกินตลอด5555
    #49
    0