เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

ตอนที่ 23 : งูเหลือมหิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    13 มิ.ย. 60

หลังจากที่รูดแหวนมิติทองแดงจากนิ้วของเอลรอน แกรนด์ส่องเข้าไปดูของที่เก็บไว้ข้างในอย่างอารมณ์ดี

“โห้วววว สมกับเป็นลูกหลานตระกูลขุนนางชั้นสูง เก็บของดีไว้เพียบเลยนี่หว่า ไม้เท้าที่สามารถชักเป็นดาบได้พร้อมกับเสริมพลังธาตุไฟ เกราะอ่อนเสริมพลังธาตุไฟ ผ้าคลุมวายุที่ช่วยให้เคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นแถมยังเสริมออฟชั่นกันไฟไว้ด้วย ไวน์องุ่นรีย์แบง 100 ปี 3 ขวด! หมดนี่มันราคาเท่าไหร่เนี่ย?”

แกรนด์พบของข้างในที่มีมูลค่ามากมายทำให้อดดีใจไม่ได้ ไม่นึกว่าการสั่งสอนเอลรอนครั้งแรกจะได้ค่าครูเยอะขนาดนี้

ทั้งสองเดินสำรวจตลาดพร้อมกับหาซื้อสินค้าที่จำเป็นไปไว้ในบ้าน เอเลน่าซื้อวัตถุดิบหลายอย่างเพื่อทำยาเผื่อการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ ส่วนแกรนด์หาเลือกซื้อสินค้าจิปาถะตามใจอยากได้ ยังไงวันนี้ก็แค่มาสำรวจตลาดเท่านั้น

“โอ้! นั่น ลูกพี่กลับมาแล้ว”

บ็อบพูดขึ้นอย่างดีใจ แกรนด์เข้าเมืองทีไรต้องมีของมาฝากเขาทุกครั้งแน่ ครั้งนี้ก็คงต้องลุ้นว่าเป็นอะไร

“เวนไฮร์ รับไป ไม้เท้าดาบเสริมธาตุไฟกับเกราะอ่อนเสริมธาตุไฟ ใช้มันดีๆล่ะ ของแพง”

แกรนด์ยื่นของให้เวนไฮร์ที่สอนพวกเด็กๆอยู่ เวนไฮร์อึ้งไปชั่วครู่ ของพวกนี้เป็นของที่คุณภาพดีมาก ดีจนมีค่าพอที่จะมีกลุ่มคนมาฆ่าเขาเพื่อชิงอุปกรณ์พวกนี้ไปเลยทีเดียว

“ไคลน์ ของเจ้า ผ้าคลุมวายุ ใส่แล้วตัวเบาหวิว”

“ขอบคุณนายท่าน”

“บ็อบ ของเจ้า ไวน์องุ่นรีย์แบงคุณภาพสูง อายุร้อยปี”

“โอ้วววววววววว!!! ของฝากข้าสุดยอดจริงๆ เมื่อครู่ข้ายังห่วงอยู่ว่าท่านจะเอาอาวุธชุดเกราะมาให้เหมือนสองคนนี้รึเปล่า มันคงแพงมากสินะ สามขวดนี้น่ะ”

“ก็แพงมากอยู่ แต่ข้าใช้ความพยายามเล็กน้อยเพื่อเอามันมาน่ะ”

“ท่านเดินหาในเขตการค้านานพอดูเพื่อหาเจ้านี่มาให้ข้าสินะ อืมๆ วันนี้ต้องฉลอง เอาเนื้อสวรรค์ออกมา”

บ็อบถือขวดไวน์เดินวอกแวกเหมือนกลัวใครจะมาชิงสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ของเขาไปยังไงยังงั้น เอเลน่าได้แต่กรอกตามองบนกับคำว่า “ใช้ความพยายามเล็กน้อยเพื่อเอามันมา”

ทั้งห้าฉลองค่ำคืนนี้ด้วยเนื้อสวรรค์ที่แกรนด์แบ่งออกมา 100 กิโลกรัม ไคลน์กับเวนไฮร์เพิ่งจะเคยลิ้มลองเนื้อสวรรค์เป็นครั้งแรก ไคลน์ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาทันที โคโบลด์เป็นเผ่าที่ชอบกินเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ พอได้มาลิ้มรสชาติเนื้อชิ้นนี้เขาถึงกับน้ำตาไหล ไม่คิดว่าเกิดมาจะได้มีโอกาสลิ้มลองเนื้อที่รสชาติวิเศษขนาดนี้

“นายท่าน ข้าขอแบ่งสักเล็กน้อยไปให้ลูกชายข้ากับเพื่อนของเขาได้มั้ยขอรับ?”

“จัดไป”

“หัวหน้า ข้าขอแบ่งให้ลาลี่ลองชิมบ้างได้มั้ย?”

“ไม่มีปัญหา”

ค่ำคืนแห่งการฉลองที่ชื่นมื่นก่อนไปทำภารกิจดำเนินไปเรื่อยๆ ที่แกรนด์มอบของที่มีคุณภาพและราคาสูงต่างๆให้ไคลน์กับเวนไฮร์โดยไม่ต้องใช้แต้มแลกเปลี่ยนเช่นคนอื่นมีเหตุผลหลักๆสองประการ ประการแรกคือทั้งสองคนแบกรับหน้าที่มากกว่าคนอื่นๆคนในหมู่บ้านนักล่าแห่งนี้มีหน้าที่เพียงแค่ล่าสัตว์อสูรต่างๆที่ปักไว้บนบอร์ดตามแต่ที่แกรนด์จะสั่ง ประการที่สอง ทั้งไคลน์และเวนไฮร์เป็นกำลังสำคัญ ถ้าหากว่าสูญเสียใครคนหนึ่งไปกำลังรบโดยรวมจะลดลงอย่างมากแน่นอน อีกทั้งสองคนนี้ยังมีวิถีการต่อสู้และแนวทางการเพิ่มความแข็งแกร่งของตนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวล่อเป็นรางวัลในการพัฒนาตนเองเหมือนเช่นคนอื่นๆ

 

...ตระกูลฟลูตัน...

“อะไรนะ? แกรนด์เป็นคนจัดการเอลรอนจนอยู่ในสภาพนี้?”

ดูเอลมองมาที่เอลซ่าที่กำลังรายงานด้วยความสั่นกลัว พักหลังตลอด 10 ปีมานี้เขาดูแลลูกๆด้วยความเข้มงวด จากการเสียหน้าเมื่อ 10 ปีที่แล้วทำให้เรื่องที่ตระกูลฟลูตันให้กำเนิดทายาทที่ไร้พลังจนเป็นที่ติฉินนินทาไปต่างๆนาๆว่าดูเอลถูกสวมเขาให้แล้ว เรื่องนี้ทำให้ตระกูลฟลูตันเสื่อมเสียเกียรติลงไปมาก ช่วงนั้นดูเอลแทบไม่กล้าออกไปสู้หน้าใครเป็นเวลานาน และพยายามเข้มงวดกับการฝึกของลูกทั้งสองคน เหตุผลนี้เองที่ทำให้ทั้งเอลรอนและเอลซ่ากลัวพ่อเป็นอย่างมาก ทั้งสองต้องทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุตามที่พ่อหวังไว้ ดูเอลตีกรอบความคาดหวังกับลูกทั้งสองไว้มาก เขาไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำแบบนี้เป็นการครอบงำลูกอยู่

ในครั้งแรกที่เอลรอนฟื้นขึ้นมาหลังจากที่มาถึงบ้าน หมอประจำตระกูลได้เข้ามารักษาให้อย่างทันท่วงที่ เอลรอนฟื้นขึ้นมาดุจคนเสียสติ พร่ำเพ้อแต่เรื่องของแกรนด์ ยิ่งพูดถึงเรื่องแกรนด์ทีไรเขาจะมีอาการปิดตาไว้พร้อมกับสั่นกลัว หมอลงความเห็นว่าเอลรอนถูกข่มขวัญจากพลังจิตอย่างร้ายแรงจนมีผลต่ออารมณ์ของเขา ในทางหนึ่งหากรักษาไม่ได้อาจกลายเป็นคนเสียสติไปเลย ส่วนแผลจากการถูกพลังสายฟ้าช็อตทำให้แขนขวาของเขาจากหลังมือเลยไปจนถึงข้อศอกเกิดเป็นแผลเป็นจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน ดูเอลเรียกหมอมากมายเพื่อรักษาอาการของลูกชาย เขาเห็นตอนที่เอลรอนพร่ำเพ้อถึงแกรนด์เหมือนคนบ้าแต่ไม่รู้สึกเชื่อถือเท่าไหร่ เอลรอนนั้นกลัวพ่อดุด่าเป็นอย่างมาก เวลาแพ้การประลองกับคร็อกคัสหรือคนอื่นมักจะโกหกผู้เป็นพ่อหรือไม่ก็เฉไฉบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ดูเอลไม่เชื่อถือคำพูดของเอลรอน โดยเฉพาะออกมาจากปากคนที่มีอาการเหมือนคนเสียสติด้วยแล้ว เขาจึงเรียกเอลซ่ามาสอบถามซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าเป็นแกรนด์เช่นกัน เขายังไม่ตาย ทั้งความแข็งแกร่งระดับที่ในประวัติศาสตร์เมืองกลอเซน ไม่มีใครที่มีพลังและความแข็งแกร่งถึงขั้นนั้นโดยที่อายุเพียงแค่ 20 ปี

“เจ้าไม่ได้โกหกข้าใช่มั้ย?”

“ข้าไม่กล้าโกหกท่านพ่อ เป็นเขาจริงๆ และเขาก็ยอมรับเองว่ายังไม่ตายด้วย”

“ความสามารถของมันล่ะ เป็นยังไง?”

“ข้าไม่ทราบความสามารถ เขาจัดการเอลรอนได้โดยที่ไม่ขยับออกจากจุดที่ยืนด้วยซ้ำ จากคำพูดของเขาน่าจะมีพลังนักรบธาตุสายฟ้า เขาไปที่ปราสาทกิลล์ภารกิจพร้อมกับเอเลน่าและดูสนิทสนมกันดี”

“ไปพร้อมเอเลน่า? นักรบธาตุสายฟ้า?”

ดูเอลรู้สึกสับสนขึ้นมาทันที ผู้ที่มีพลังธาตุสายฟ้าจำต้องได้รับการดูแลและการฝึกเป็นพิเศษเฉพาะตัว ความหายากของธาตุสายฟ้าคือไม่สามารถถ่ายทอดธาตุทางสายเลือดได้ มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ในแสนที่แปรผันมาจากธาตุอื่น ซึ่งตามปกติพ่อกับแม่ธาตุไฟ ลูกที่เกิดมาย่อมธาตุไฟ เว้นเสียแต่ถ้าปู่ย่าตายายธาตุอื่นๆก็จะมีโอกาสเกิดมาธาตุไม่ตรงกับพ่อแม่บ้างเล็กน้อยนี่ถือเป็นเรื่องปกติ บางคนเกิดมาไม่สังกัดธาตุใด คนเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทักษะการต่อสู้อื่นที่ไร้ธาตุ เช่น การผสานร่างสัตว์อสูรหรือเวทย์อัญเชิญพันธะ 10 ปีที่แล้วในสนามทดสอบ แกรนด์ไม่มีธาตุ มีพลังเล็กน้อย ไม่มีเวทย์ ไม่มีพลังวิญญาณ ซึ่งดูเอลก็ได้เห็นกับตาของตนในวันนั้นด้วย จะเป็นไปได้อย่างไรที่วันนี้เขาจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำบางอย่างแน่

“เอลซ่า เจ้าหนุ่มนั่นทำร้ายเอลรอนสาหัสขนาดนี้แล้วทำไมเขาปล่อยเจ้าไว้ล่ะ?”

“เขาบอกเห็นแก่หน้าข้า เลยให้ข้าพาเอลรอนมารักษา”

“เจ้าจงตามหาจะจับตาดูมันเอาไว้ พยายามตีสนิทและล้วงเอาความลับของมันออกมาให้มากที่สุด ตอนนี้เรายังไม่แน่ใจว่ามันเป็นใครกันแน่ เจ้าดูจะคุ้นเคยกับเอเลน่า เข้าหาเอเลน่าเพื่อให้เข้าถึงเจ้าหนุ่มนั่นได้ง่ายขึ้นซะ มีข้อมูลอะไรสำคัญรีบมารายงานข้าโดยด่วน ส่วนเรื่องของเอลรอนปิดปากไม่ให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพูดถึงเรื่องนี้ ถ้ามีคนรู้ว่าเขาแพ้คนจรอายุรุ่นราวเดียวกันที่ไหนก็ไม่รู้ชื่อเสียงเราคงป่นปี้แน่ ข้าจะไปบอกหัวหน้าของเขาเองว่าเอลรอนไปธุระต่างเมือง ส่วนเจ้าก็ทำงานตามที่ข้าสั่งให้ดีล่ะ อย่าให้ผิดสังเกตจนพวกมันไหวตัวทัน”

“ข้าทราบแล้วท่านพ่อ”

เอลซ่าในตอนนี้สีหน้าซับซ้อนหลากหลายอารมณ์ผุดขึ้นมา เธอคาดผิดอย่างมากที่เล่าเรื่องของแกรนด์ให้พ่อฟัง ปฏิกิริยาของดูเอลแทนที่จะดีใจ พ่อของเธอกลับทำเหมือนเขาเป็นภัยคุกคาม ถึงอย่างไรเธอในตอนนี้ก็ต้องทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอยู่ดี นี่อาจเป็นโอกาสที่จะได้รู้ข้อมูลของชายหนุ่มคนนี้เพิ่มขึ้นก็ได้

...เช้าตรู่ในหมู่บ้านนักล่า...

แกรนด์ บ็อบ เอเลน่า ไคลน์ ทั้งสี่เตรียมตัวเดินทางไปยังจุดที่งูเหลือมหินอาศัยอยู่ ตามแผนที่ได้บอกจุดที่มันอาศัยแค่คร่าวๆเท่านั้น เพราะมันเคลื่อนที่ไปๆมาๆระหว่างถ้ำของมันกับจุดที่มันหาอาหารในโซนแถวๆนั้น

“พลังป้องกันกายภาพมันพอๆกับกระทิงเขาเกรียว พยามยามรักษาระยะห่างกับมันเอาไว้ ถ้าถูกมันใช้ลำตัวรัดได้จบเห่แน่ บ็อบ เจ้าอย่าคำรามเรียกให้มันมาโจมตีที่เจ้าคนเดียว พยายามล่อมันคนละทางให้มันสับสนแล้วฉวยโอกาสโจมตี”

“ข้าเข้าใจแล้ว”

ในระหว่างที่เดินทางไปยังจุดหมายแกรนด์ได้บอกแผนการในวันนี้และยุทธวิธี งูเหลือมหินเป็นสัตว์อสูรชั้นสูงธาตุดินที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งมาก ผิวหนังของมันมีหินเรียงตัวเป็นชุดเกราะแทนเกร็ด บริเวณลำตัวที่ทอดยาวของมันมีอัญมณีมีค่าฝังอยู่ตามเกร็ดเต็มไปหมด อัญมณีที่ส่องประกายบนลำตัวของมันทุกเม็ดแฝงพลังของธาตุดินไว้เต็มเปี่ยม ถ้าเทียบแล้วก็คือ เจ้านี่มันตู้อัญมณีเลื้อยได้ชัดๆ

   “เจ้างูนี่น่าจะขายได้คุ้มค่ารองๆจากเนื้อสวรรค์ รึข้าจะเอาหนังมันไปแขวนโชว์ในบ้านดี พวกเจ้าว่าไง”

“เห็นท่านเลออนเคยบอกว่าเนื้อมันออกแข็งๆนะลูกพี่ ข้าไม่ชอบเท่าไหร่”

“ข้าไม่สนอัญมณีธาตุดิน จะแขวนรึจะขายก็แล้วแต่”

“ข้าไม่กล้าออกความเห็นในการกระทำของนายท่านหรอกขอรับ”

“พวกเจ้าเนี่ยมีแนวทางความเห็นของตัวเองตลอดเลยนะ”

แกรนด์อดที่พึมพำไม่ได้ บ็อบเองก็สนใจแต่เรื่องอาหารการกิน เอเลน่าถ้าชอบไม่ชอบเธอจะบอกอย่าชัดเจน ส่วนไคลน์ก็เป็นพวกที่จริงจังตามคำสั่งไม่กล้าขัดหรือออกความเห็นใดๆ

“นายท่าน แถวนี้มีกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับสูงอยู่”

“หืม? เหลืออีกตั้งไกลกว่าจะถึงจุดที่แผนที่ระบุ”

แกรนด์กางแผนที่ออกมาพร้อมกับไล่ดูโซนที่งูเหลือมหินอาศัยและออกหากิน

“รึว่ามันขยายพื้นที่หากินออกมาไกลยิ่งขึ้น? ไคลน์ ตรวจสอบกลิ่นอายของมันที”

“รับทราบ”

ไคลน์ใช้จมูกดมกลิ่นเพื่อตามรอบกลิ่นอายอ่อนๆในบริเวณนี้ เหมือนว่าไม่กี่วันก่อนมันจะเคยมาที่นี่จริงๆ แกรนด์เองก็คิดเช่นกัน ยังไงซะแผนที่นี้ก็เขียนไว้เป็นเดือนแล้ว คงไม่มีการอัพเดทเรื่องที่มันขยายเขตหากิน ทั้งสี่ตามรอยงูเหลือมหินมาจนเจอร่องรอยของมัน เป็นรอยเลื้อยขนาดใหญ่ที่แหวกหญ้าจนเป็นร่อง

“รอยนี้เกิดเมื่อวาน ตอนนี้มันน่าจะอยู่แถวนี้นะนายท่าน”

“งั้นเราไปหาชาวบ้านที่จ้างวานก่อนค่อยมาตามรอยมันต่อ ยังไงมันก็อยู่แถวนี้ไม่ผิดแน่”

ทั้งสี่ไปยังหมู่บ้านที่ระบุในแผนที่ว่าเป็นหมู่บ้านที่จ้างวาน สภาพหมู่บ้านตอนนี้เหมือนหมู่บ้านร้าง ไม่พบผู้คนที่อาศัยบริเวณนี้เลย

“เอาอีกแล้วหรอเนี่ย ชาวบ้านไปไหนกันล่ะ?”

“หลังหมู่บ้านมีกลิ่นมนุษย์เป็นร้อยคน ข้าว่าพวกเขาน่าจะอยู่ที่นั่น”

ทั้งสี่ตรงไปที่หลังหมู่บ้านตามที่ไคลน์บอก พวกเขาพบเพิงพักของชาวบ้านเรียงรายกันอยู่ ด้านหลังเป็นบึงน้ำ รอบๆเพิงพักเป็นคูน้ำที่ชาวบ้านช่วยกันขุดเพื่อกันเจ้างูนั่นไว้ งูเหลือมหินเกลียดน้ำเอามากๆ ในวันที่ฝนตกมันจะไม่ปากฎกายออกจากถ้ำเลย

“พวกท่านคือคนที่มาเพื่อทำภารกิจใช่มั้ย?”

“ใช่”

“โอ้ ยินดีตอนรับพวกท่าน เชิญข้างในก่อน”

หัวหน้าหมู่บ้านเชื้อเชิญผู้มาเยือนให้เข้ามาข้างในด้วยวามยินดี ชาวบ้านที่อยู่ที่นี่ต้อนรับทั้งสี่ด้วยความดีใจ พวกเขาอาศัยอยู่ในเกาะที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำนี้มาเดือนกว่าแล้ว การที่มีผู้เลือกภารกิจกำจัดงูเหลือมหินมาแบบนี้แม้แค่มาเยือนพวกเขาก็ซึ้งใจมากแล้ว หลังจากที่พูดคุยเรื่องรายละเอียดภารกิจเรียบร้อย ทั้งสี่ก็ออกจากหมู่บ้านและตามแกะรอยเป้าหมายต่อ ตามข้อมูลที่หัวหน้าหมู่บ้านบอก ก่อนหน้านี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาบอกกับชาวบ้านว่าจะอาสาจัดการกับงูเหลือมหินให้ ทั้งสี่ถึงกับมองหน้ากัน มาจัดการกับงูเหลือมหินด้วยตัวคนเดียว แถมยังอายุพอๆกับแกรนด์ แต่ตามที่เล่าเหตุการณ์นี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ไม่เห็นวี่แววว่าชายหนุ่มผู้นั้นจะกลับมา ไม่ใช่ว่าถูกเจ้างูนั่นกินไปแล้วหรอกหรือ?

“นายท่าน กลิ่นอายงูเหลือมหิน อยู่ห่างจากเราไม่ไกล!

ไคลน์รีบบอกแกรนด์ทันที ในตอนแรกพวกเขาว่าจะไปแกะรอยจากที่จุดเดิมที่มันเลื้อยมาเมื่อวาน แต่ขากลับเดินกลับทางลัดเพื่อย่นเวลาไปถึง ไม่คิดว่าจะเจอมันอยู่ใกล้ๆแถวนี้ด้วย

“ตามไคลน์ไป เจอมันแล้วแยกกันสู้ตามแผน! ทางทีดีโจมตีที่หัวมันอย่างเดียว ทำให้หนังของมันเสียหายน้อยที่สุด”

“เจ้าพูดเหมือนมันกระจอกจังนะ”

เอเลน่าบ่นออกมาทันที คนที่พอโจมตีงูเหลือมหินได้อย่างรุนแรงมีแค่เอเลน่าที่ใช้ธาตุน้ำเพียงคนเดียว แกรนด์ใช้สายฟ้ากับหินก็เหมือนผลาญพลังทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ บ็อบเองก็โจมตีกายภาพ ซึ่งทำอะไรกับมันไม่ค่อยได้ ไคลน์เองก็เป็นได้แค่ตัวล่อเท่านั้นเพราะพลังของเขาตอนนี้ไม่พอที่จะสะกิดสัตว์อสูรชั้นสูงได้ด้วยซ้ำ

“เจอแล้ว!

ไคลน์ชี้จุดที่งูเหลือมหินนอนขดอยู่ให้ทั้งสามทราบตำแหน่ง เจ้างูตัวนี้เหมือนมันกำลังนอนพักหลังจากที่กินอิ่มมาหมาดๆ

“หอกน้ำแข็ง!

หอกน้ำแข็งสิบเล่มถูกสร้างขึ้นมาลอยรอบตัวเอเลน่าไว้ คนที่เปิดการโจมตีสายฟ้าแลบคนแรกต้องเป็นคนที่สร้างความเสียหายให้มันได้มากที่สุด

“ไป!

เฟี๊ยว! เฟี๊ยว! เฟี๊ยว! เฟี๊ยว!

หอกน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่หัวของงูเหลือมหินอย่างจัง มันเปิดเปลือกตาขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด การโจมตีโดยการเล็งที่หัวตอนมันหลับสร้างความเสียหายให้มันได้พอสมควร และทำให้มันอารมณ์เสียมากด้วยเช่นกัน

ซี๊ดดดดด!!!!

ลูกธนูที่อัดแน่นด้วยพลังสายฟ้าของแกรนด์พุ่งเข้าใส่งูเหลือมหิน แกรนด์รอโจมตีต่อจากเอเลน่า เขาเล็งไว้ตอนที่มันเปิดเปลือกตาออก เพราะตอนที่มันนอนปิดตาโอกาสที่จะทะลวงเปลือกตาของมันได้ค่อนข้างต่ำ

ปัง!!

งูเหลือมหินหันหน้ามาทางที่ลูกธนูสายฟ้าพุ่งเข้ามาพร้อมกับเอาหัวของมันกันไว้ ลูกธนูที่พุ่งมากระทบถึงกับแหลกละเอียด ส่วนหัวของงูเหลือมหินไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

“หัวมันแข็งชะมัด หืม? หัวแข็ง?”

แกรนด์สังเกตเห็นมันตอนอ้าปากแล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขาพบจุดอ่อนของมันจุดแรกซะแล้ว

“พวกเจ้าล่อความสนใจมันไว้ ข้าจะคอยซุ่มโจมตีมัน!

แกรนด์ตะโกนบอกทั้งสามแล้วก็หายเข้าพุ่มไม้ไป เขาเอาขวดพิษของงูเห่าไฟดำออกมาแล้วจุ่มลูกธนูลงในขวดพิษหลายสิบดอก เป้าหมายของลูกธนูเหล่านี้คือปากของงูเหลือมหิน จริงอยู่ที่ว่าร่างกายของมันปกคลุมด้วยเกร็ดหินอันแข็งแกร่งชนิดที่ว่าการจะทะลวงเข้านั้นยากนักหนา แต่ภายในปากกับอวัยวะภายในของมันยังเป็นเนื้ออยู่ ดังนั้นถ้ายิงเข้าไปในปากมันได้พิษต้องมีผลแน่นอน แถมนี่ไม่ใช่พิษธรรมดา เป็นพิษจากสัตว์อสูรชั้นสูงด้วยกันอีกต่างหาก

ตามปกติงูเหลือมหินจะโจมตีด้วยการรัดจนกระดูกของเหยื่อแหลกละเอียดจนตาย แต่บางครั้งถ้าศัตรูอยู่ใกล้ปาก มันก็มีอ้าปากฉกเหมือนกัน ไคลน์ที่ได้ผ้าคลุมวายุมาสวมทำให้ความเร็ว ความคล่องตัว การหลบหลีกเพิ่มขึ้นมาก เหมาะที่จะเป็นตัวล่อเพราะงูเหลือมหินมันไม่ได้รวดเร็วอะไรนัก ไม่มีทางตามความเร็วของไคลน์ทันแน่ แต่เหมือนมันจะรู้และระวังลูกธนูที่พุ่งเข้ามาเป็นพิเศษ มันพยายามโจมตีด้วยการรัดและไม่ฉกกัดเหมือนเช่นการต่อสู้ปกติ หรือว่าเจ้านี่มันรู้จักปรับตัวกับการต่อสู้ตามสถานการณ์?

ทั้งสี่ยังคงไล่ต้อนโจมตีมันคนละทิศทางต่อไป ความเสียหายเล็กน้อยตามตัวของมันเป็นการโจมตีของเอเลน่าแทบทั้งหมด บ็อบซึ่งไม่ถนัดการโจมตีแบบล่าถอยทำให้ไม่สามารถทำอะไรมันได้มากนัก

“นายท่าน มันกำลังจะเลื้อยหนี!

“หืม? ทางที่มันไป มันกำลังเลื้อยไปทางถ้ำของมัน!

แกรนด์ดูแผนที่กับทิศทางที่งูเหลือมหินเลื้อยตรงไป มันคือถ้ำที่ถูกระบุว่าเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้างูตัวนี้

“ขวางมันไว้ อย่าให้มันเข้าถ้ำของมันได้!

แกรนด์ดูกังวลขึ้นมาทันที ถ้ามันหนีเข้าถ้ำได้งานที่ทำจะยากและอันตรายขึ้นมาก เพราะในถ้ำไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอพวกเขาอยู่

เอเลน่าพยายามโจมตีไล่หลังมาและใช้กำแพงน้ำแข็งสกัดมันไว้ แต่เหมือนเจ้างูเหลือมหินไม่ได้สนใจร่างการที่ถูกโจมตีเลยแม้แต่น้อย มันทะลวงกำแพงน้ำแข็งด้วยหัวกะโหลกอันแข็งแกร่งของมันและรีบมุ่งหน้าไปที่ถ้ำโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น

“แย่แล้วสิ มันใกล้ถึงหน้าปากถ้ำแล้ว!

แกรนด์ดูเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถ้ามันเข้าไปในถ้ำได้พวกเขาคงต้องเสียเวลาวางแผนเพื่อที่จะล่ามันใหม่ แถมยังเสียเวลาและเสี่ยงอันตรายเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“ประกายแสงโชติช่วงยามรัตติกาล จันทราสาดแสงสีทองสู่พื้นพิภพ ดอกไม้แห่งเปลวเพลิงเบ่งบานเต็มท้องนภา คัมภีร์ดอกไม้ไฟรัตติกาล : แอเรียเวทย์ เขตแดนระเบิดสังหาร!!!

“ทุกคนหยุด! อย่าตามมันไป! รีบถอยออกมา!!!

แกรนด์รู้สึกได้ถึงอันตรายวูบหนึ่งจนเขาเสียวสันหลังวาบพร้อมกับสั่งให้ทีมถอยออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

ตูมมมมมมมมมมม!!!!!!!!

เกิดระเบิดขึ้นที่หน้าปากถ้ำของงูเหลือมหินอย่างรุนแรง แรงระเบิดพัดไคลน์ที่ไล่กวดเข้าใกล้ที่สุดกระเด็นออกมา ยังดีที่มีเกราะน้ำแข็งของเอเลน่าหุ้มไว้ก่อนที่จะโดนแรงระเบิด เกราะน้ำแข็งที่หุ้มตัวไคลน์ไว้แตกละเอียดจากแรงระเบิดทันที เอเลน่าใช้เวทย์น้ำแข็งสร้างเกราะขึ้นมาป้องกันสะเก็ดระเบิดให้กับทุกคนเอาไว้ แม้จะอยู่ห่างพอสมควรแต่กระนั้นเกราะน้ำแข็งยังเกิดรอยร้าวเล็กน้อย แกรนด์มองดูแรงระเบิดมหาศาลที่เกิดขึ้นต่อหน้า อานุภาพของมันทำให้ถ้ำงูเหลือมหินพังลงทันที แผ่นดินที่อยู่ในบริเวณนี้หลายร้อยเมตรสั่นละเทือนอย่างรุนแรง

“แอเรียเวทย์? ใครกัน?”

เอเลน่าเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย จากคำร่ายเวทย์ที่แว่วมาเมื่อครู่ทำให้เธอฉุกคิดขึ้นมา มีคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นอยู่แถวนี้ด้วยงั้นหรือ? ผู้ที่จะใช้แอเรียเวทย์ได้จะต้องเป็นผู้ใช้เวทย์ที่มีคลาส 6 ขึ้นไปเท่านั้น ต้องเป็นระดับอัศวินจอมเวทย์ขึ้นไปเท่านั้น!

“ลูกพี่ ดูนั่นสิ งูเหลือมหินตัวนั้น!!

บ็อบชี้ไปยังหลุมขนาดใหญ่ที่มีควันโขมงลอยคลุ้งบริเวณรอบๆ ที่น่าตกใจก็คืองูเหลือมหินตัวนี้ถูกจัดการไปแล้ว ถูกจัดการอย่างเด็ดขาดด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว!

“อย่าเรียกตัวเลยบ็อบ ตอนนี้มันเหลือแค่หัวเท่านั้น”

แกรนด์มองไปที่ซากหัวของงูเหลือมหินอย่างสลดใจ ความหวังที่จะเอาหนังของมันไปประดับฝาบ้านได้พังทลายลงแล้ว สภาพในตอนนี้ร่างการของมันแหลกละเอียดเหลือเพียงแค่หัวเท่านั้น

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #55 miss Iu (@zxto2500) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 21:12
    ขอบคุณจ้าสนุก พ่อมันนี่เลวได้อีกนะ
    #55
    0
  2. #54 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 20:50
    ด์ไปจัดการพ่อชั่วนั้นเลย5555เหลือแต่หัวแกรน
    #54
    0
  3. #48 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 18:50
    นุกมากคับ
    #48
    0
  4. #47 RangsunBuachaeng (@RangsunBuachaeng) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 18:37
    สุดยอดเลยครับสนุกดีจริงๆ
    #47
    0
  5. #36 Waiwit (@Waiwit) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 17:37
    ใครมาเจือกนิ
    #36
    0