เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

ตอนที่ 31 : ร่างสถิตมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    2 ก.ค. 60


          แม้จะอารมณ์ดีจากทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ก็มีสิ่งที่กวนใจแกรนด์ตอนนี้ตลอดคือ พลังที่เพิ่งจะเลื่อนคลาสมายังไม่ถูกทดสอบ ทั้งความสามารถต่างๆจากความรู้สึกตอนนี้มันออกจะไม่เหมือนเดิมซะทีเดียว มีทั้งทักษะที่เพิ่มขึ้นมาแต่ยังไม่ได้ฝึกฝน ทักษะเดิมที่พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นทักษะใหม่ก็มี ทักษะที่เลื่อนระดับขึ้นก็มี ที่เห็นได้ชัดที่สุดตอนนี้คือสกิลตรวจสอบ ที่ตอนนี้ได้เลื่อนขั้นกลายเป็นสกิลตรวจสอบขั้นสูงแล้ว การวิเคราะห์ของทักษะนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก แกรนด์ลองใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์พลังของตัวเองในตอนนี้เพื่อที่จะประเมินความต่างจากของเดิม

“นักรบคลาส 6 พลัง 1% ธาตุสายฟ้า(พิเศษ) ระดับอัศวินขั้นต้น”

สกิลตรวจสอบเดิมนั้นวิเคราะห์ได้แค่พลังของมนุษย์ในระยะที่ตนมองเห็นได้ชัดเท่านั้น รวมถึงการสัมผัสกลิ่นอายอ่อนๆของผู้ที่อยู่ในระยะ 20 - 100 เมตร แล้วแต่ความชำนาญของผู้ใช้ ซึ่งของเดิมแกรนด์ใช้ได้ถึง 100 เมตรที่เป็นระยะเขตสุดแล้ว แต่ขั้นพัฒนาขึ้นมานั้นใช้วิเคราะห์พลังเผ่าอื่นได้ด้วย ทั้งยังบอกเป็น % และยังเปรียบเทียบความสามารถกับมนุษย์ในอย่างอัตโนมัติ การสัมผัสกลิ่นอายพลังก็เหมือนจะเข้มขึ้นมาหน่อยนึง ตอนนี้อยู่ระยะของหาตรวจสอบของแกรนด์ก็ประมาณ 100 เมตรไม่แน่ใจว่าจะฝึกเพื่อเพิ่มระยะการสัมผัสได้รึเปล่า ขั้นพัฒนาของสกิลตรวจสอบถูกเขียนไว้ในตำราฝึกของทักษะนี้ ขีดความสามารถของมันไม่ควรที่จะผิดพลาด แต่...

  “เฮ้ยๆ นี่มันไม่แปลกไปหน่อยรึไง”

แกรนด์เอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ เมื่อเขาใช้งานสกิลตรวจสอบขั้นสูงกับตนเองเมื่อครู่ก็ปรากฏออร่าของพลังของทุกคนที่อยู่ในรัศมี 100 เมตร ที่มันแปลกก็คือ ไม่เพียงแต่จับสัมผัสได้ แต่แกรนด์สามารถระบุพลังของทุกคนได้แม้จะมองไม่เห็น นี่เป็นความสามารถที่เหนือกว่าในตำราระบุไว้เสียอีก แกรนด์ลองค้นดูในความทรงจำก็พบว่าร่างกายของเขาในตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาเช่นแต่ก่อน นี่คือร่างกายพิเศษที่จะมีเฉพาะผู้ที่ได้รับการสืบทอดพลังรุ่นแรกเท่านั้น ร่างกายพิเศษที่เทพมังกรได้พูดถึงและบอกว่าออกไปแล้วเจ้าจะรู้เอง โดยร่างของแกรนด์จะถูกเรียกว่า “ร่างสถิตมังกร” ร่างนี้มีความสามารถที่เรียกว่า “เขตสัมผัส” เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเผ่ามังกรที่จะรับรู้พลังของผู้อื่นได้ภายในรัศมีดังตาเห็น แม้ว่าจะหลบอยู่ที่ไหนก็ตาม ความกว้างของขอบเขตการรับรู้ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน เมื่อใช้รวมกับสกิลตรวจสอบขั้นสูงจึงเป็นดังที่เห็น ผู้ที่อยู่ภายใต้รัศมี 100 เมตรจากตัวเขาย่อมถูกระบุพิกัดตัวตน เผ่า รวมถึงพลัง แม้จะหลับตาหันหลังให้ แต่ถ้าอยู่ในรัศมีสัมผัสก็รู้อยู่ดี การซุ่มโจมตีในระยะประชิดหรือกระทั้งการสะกดรอยเรียกว่าไร้ผลเลยทีเดียว การรับรู้ถึงขั้นนี้จะบอกว่าโกงยังดูกระดากปากไปด้วยซ้ำ และความสามารถของร่างสถิตมังกรอีกอย่างคือ พลังจิตของแกรนด์ถูกพัฒนาจนเป็นจิตที่แฝงด้วยพลังของเทพมังกร ซึ่งจะไม่มีทางถูกข่มได้จากพลังจิตของคนอื่น แกรนด์รู้สึกขอบคุณเทพมังกรอย่างสุดซึ้ง การมอบพลังขนาดนี้ให้มนุษย์หมายความว่าเทพมังกรนั้นเทหมดหน้าตักแล้ว แม้ว่าในตอนนอนนี้จะยังแค่ขั้นเริ่มต้น แต่ถ้าฝึกถึงขั้นสูงสุดอย่างที่เทพมังกรบอกคงยากที่จะจินตนาการถึงพลังของมันได้ แกรนด์เก็บของทั้งหมดเอาไว้และเข้าไปนอนอย่างอารมณ์ดี ถึงการต่อสู้ครั้งล่าสุดจะเฉียดตายมา แต่สิ่งที่ได้กลับมานับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก ป่านนี้ไอ้แก่นั้นมันไม่คลั่งจนแทบบ้าไปแล้วหรือ? เขาหัวเราะจนน้ำตาเล็ดอย่างสะใจก่อนจะนอนหลับไปอย่างไร้ความกังวล

รุ่งเช้าแกรนด์ลุกขึ้นมาในเวลาประจำ ช่วงเวลานี้คือตอนตีสี่ ข้างนอกแม้จะยังมืดอยู่แต่เหล่านักล่าก็ออกมารวมกันที่ลานฝึกเพื่อฝึกตอนเช้าเช่นเคย หน้าบ้านที่จัดงานเลี้ยงเมื่อคืน บ็อบกับครีทยังนอนกองกันอยู่บนพื้น ที่โต๊ะมีกองไพ่กระจัดกระจายอยู่ เวนไฮร์เพิ่งจะลุกจากโต๊ะ กำลังเตรียมตัวที่จะไปยังลานฝึก ส่วนไคลน์ หลังจากเลิกงานเลี้ยงก็กลับไปนอนอยู่ที่บ้านของเขาเพราะร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แกรนด์ลองใช้สกิลตรวจสอบดูอีกครั้ง เพื่อให้ชินกับมัน ความสามารถนี้กินพลังเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานจะมีผลที่ให้สมองอ่อนล้าและปวดหัว ผู้ที่ฝึกทักษะนี้จึงใช้ไม่เกิน 10 วินาทีในแต่ละครั้ง แกรนด์เองก็ไม่มีข้อยกเว้น แต่เวลาแค่นั้นสำหรับเขาก็เกินพอแล้ว ทั้งตอนนี้เขตสัมผัสที่เป็นความสามารถใหม่ของเขาและมมันยังทำงานตลอดเวลา เรียกได้ว่าเป็นความสามารถติดตัวที่ได้มาทางสายเลือดก็ว่าได้ ในรัศมี 100 เมตรเขารู้อยู่แล้วว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ถ้าอยากรู้รายละเอียดมากกว่านั้นก็ลำบากเพียงเปิดใช้สกิลตรวจสอบ

เมื่อสกิลตรวจสอบขั้นสูงถูกเปิดใช้งาน ผู้คนในรัศมี 100 เมตรต่างถูกระบุตัวตน ภายใน 100 เมตรมีพลังเป็นร้อยจุดปรากฏขึ้นมา พลังที่มีความเข้มสูงกว่าจะดูเด่นเป็นพิเศษ เพราะสามารถสังเกตุได้ง่ายกว่าพลังชาวบ้านธรรมดาที่อ่อนและเจือจางมาก

บ็อบ ออร์ค(พิเศษ) พลัง 95% ธาตุดิน พลังเทียบเท่านักรบคลาส 6 ขั้นต้น

เอเลน่า มนุษย์ คลาส 5 พลัง 91% ธาตุน้ำ ระดับจอมเวทย์ขั้นสุดยอด

ครีท มนุษย์ คลาส 3 พลัง 72% ธาตุไฟ ระดับผู้ชำนาญเวทย์ขั้นสูง

เวนไฮร์ ฮอบก็อบลิน(เมจ) พลัง 74% ธาตุไฟ พลังเทียบเท่าผู้ใช้เวทย์คลาส 4 ขั้นสุดยอด

ไคลน์ โคโบลด์ซอร์ด พลัง 76% ธาตุลม พลังเทียบเท่านักรบคลาส 4 ขั้นสุดยอด

โคลด์ โคโบลด์ซอร์ด พลัง 9% ธาตุน้ำ พลังเทียบเท่านักรบคลาส 4 ขั้นต้น

“โคตรเจ๋งเลยว่ะ ขนาดคนที่มองไม่เห็นยังรู้ว่าอยู่ตรงไหน พลังเท่าไหร่”

แกรนด์อุทานออกมาด้วยสีหน้ายินดี ทีนี้ข้าก็ไม่ต้องระแวงคนที่มาลอบโจมตีอีกแล้ว และความเจ๋งที่สุดของความสามารถนี้คือ ถ้าเอาไปใช้ในถ้ำที่มืดมิดและมีศัตรูดักซุ่มอยู่ ผลมันคงตรงข้ามกับที่พวกดักรอคาดไว้แน่ๆ แต่ที่น่าตกใจอยู่หน่อยคือพลังของเอเลน่า ตั้งแต่เธอเลื่อนเป็นระดับจอมเวทย์ จนถึงตอนนี้ผ่านมายังไม่ถึงปี หลายเดือนก่อนที่เจอกันครั้งแรกเธอยังเป็นจอมเวทย์ขั้นต้น แต่ตอนนี้พลังของเธออยู่ในระดับจอมเวทย์ขั้นสุดยอด ใกล้จะถึงคอขวดภายในเวลาไม่กี่เดือน? ทั้งที่เธอก็ไม่ค่อยได้ฝึกฝนอะไรมากนักเท่าไหร่ เวลาส่วนมากจะหมดไปกับการศึกษายาต่างๆ พอมีเวลาว่างหรือต้องการที่จะยืดเส้นยืดสายเธอถึงจะออกมาฝึกสักที แม้จะดูเหมือนว่าเป็นเวลาที่ไม่มากมายเท่าไหร่ แต่เวลาแบบนี้เองที่แกรนด์และเอเลน่าได้ฝึกท่าเวทย์ประสานสำเร็จจนทำให้มิคาเอลเงิบไปได้หลายวิ ส่วนนี้คงต้องเรียกว่าผู้มีพรสวรรค์สินะ ส่วนพลังของบ็อบก็ใกล้ที่จะถึง 100%ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของออร์คเช่นกัน พักหลังมานี้พลังของบ็อบก็เพิ่มเร็วเป็นพิเศษ คงเพราะการดูดซึมไอพลังจากการล่าสัตว์อสูรระดับสูงที่ช่วงที่ผ่านมาเลือกที่จะล่าแต่พวกแบบนี้ แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องของออร์คเท่าไหร่แต่ก็รู้ว่าถ้าพลังของบ็อบถึง 100% และสามารถที่จะทะลวงคอขวดไปได้ เขาจะวิวัฒนาการไปเป็นออร์คสายพันธุ์ที่สูงขึ้น แต่เพราะข้อมูลในตอนนี้ยังไม่เพียงพอจึงสรุปไม่ได้ว่าเป็นจะแบบไหน เพราะความรู้ของออร์คถ่ายทอดสู่โลกภายนอกน้อยมาก ขนาดเจ้าตัวเองยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับขั้นพัฒนาสักอย่าง ครีทเองพลังของเขาจะมากจะน้อยมันก็ใช้ระเบิดกับเทคนิคเฉพาะตัวแบบไม่สนระดับอยู่ดี เมื่อวานทันทีที่กลับมาแกรนด์ได้รับรายงานว่ามีนักล่าหลายคนที่เลื่อนขึ้นคลาส 2 ได้แล้ว เขาจึงเตรียมของขวัญที่เป็นชุดเกราะเบาที่ทำจากหนังวัวสามหางเอามาให้เป็นของขวัญ ชุดเกราะนี้ถ้าใช้แต้มล่าแลกมันมาต้องใช้หลายแต้มอยู่ แต่จะแจกฟรีสำหรับคนที่เลื่อนจากคลาส 1 มา 2 ได้ ผู้ที่เลื่อนคลาสสูงกว่านี้ก็จะมีของขวัญที่มีมูลค่าสูงกว่านี้ให้เช่นกัน

“ลูกพี่ มาพอดีเลย ข้ากำลังว่าจะชวนยืดเส้นยืดสายพอดี”

บ็อบลุกขึ้นมาอย่างงัวเงีย เขาเดินไปล้างหน้าสักพักก็กลับมาอย่างกระฉับกระเฉง แกรนด์รู้อยู่แล้วว่าบ็อบต้องดวลกับเขาให้ได้แน่ๆ แกรนด์ตอบรับด้วยความยินดี เขาเองก็กำลังอยากทดสอบพลังใหม่อยู่พอดี ทั้งสองพากันเดินไปที่ลานฝึก พวกที่กำลังฝึกอยู่เมื่อเห็นแกรนด์กับบ็อบมาก็หลีกทางออกไปยืนกันอยู่รั้วลานฝึกกันหมด สองคนนี้มาด้วยกันทีไรต้องได้อัดกันตลอด แต่วันนี้ดูบรรยากาศแตกต่าง มันเหมือนกับว่าทั้งคู่วันนี้จะเอาจริง โต๊ะแทงเฉพาะกิจเปิดที่ข้างสนามอีกครั้ง ความบันเทิงแบบนี้หาได้เป็นบางวันเท่านั้น ปกติแต้มต่อของบ็อบจะสูงกว่าเพราะทุกครั้งที่ต่อสู้ทั้งสองจะใช้แค่พลังกายเท่านั้น ห้ามใช้ทักษะอื่น ซึ่งบ็อบเหนือกว่าแกรนด์มาตั้งแต่ต้น หลังๆมานี่แกรนด์แพ้รวด การลงเดิมพันจึงเปลี่ยนไปเป็นบ็อบจะล้มแกรนด์ได้ในกี่นาที แต่ในตอนนี้พวกเขารู้ว่าแกรนด์เลื่อนคลาสแล้ว ถึงจะไม่เข้าใจว่าพลังจะเป็นแบบไหนแต่แต้มต่อของบ็อบก็ยังคงสูงกว่าอยู่ดี

“ข้าแทงฝั่งหัวหน้า 20 เหรียญ”

“ข้าแทงฝั่งคุณบ็อบไปเลย 50 เหรียญ”

“วันนี้เมียข้าอยากได้ชุดใหม่พอดี แทงฝั่งคุณบ็อบไปเลย 100 เหรียญ!

“วันนี้บรรยากาศดูแปลกๆนะ ลองเสี่ยงฝั่งหัวหน้า 30 เหรียญแล้วกัน”

ทุกคนต่างวิเคราะห์กันไปต่างๆนาๆ แกรนด์กับบ็อบขึ้นมาบนลานฝึกด้วยกันทั้งคู่แล้ว ทั้งสองมองหน้ากันครู่นึงและกระโจนเข้าหากันโดยที่ไม่พูดจาก หมัดแรกของทั้งสองที่พุ่งเข้าปะทะกันเกิดเป็นคลื่นพลังรุนแรงกระจายออกไปรอบข้าง ผู้คนที่ยืนเชียร์อยู่ไม่ทันได้ตั้งตัวป้องกันก็โดนคลื่นพลังที่แผ่ออกมาผลักร่างจนแทบจะกระเด็นถอยหลัง หมัดแรกที่ปะทะกันสร้างหลุมบนพื้นหินไปแล้วหนึ่งหลุม

บ็อบแปลกใจที่แกรนด์แข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ถ้าเป็นเมื่อก่อน การเข้าปะทะหมัดกับเขาตรงๆแบบนี้ แกรนด์ได้กระเด็นกลิ้งไถดินอยู่นอกสนามไปแล้ว แต่บ็อบก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ความรู้สึกที่จะได้ประมือกับผู้ที่มีพลังกายทัดเทียมกับเขาได้กลับมาอีกครั้ง บ็อบเร่งพลังขึ้นอีกออร่าพลังสีแดงพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย แกรนด์เองก็เร่งพลังขึ้นเช่นกัน ออร่าพลังสีฟ้าแผ่ออกมาปกคลุมกาย สีของมันสว่างและดูทรงพลังกว่าเมื่อก่อนมาก ผู้คนที่เกาะรั้วลานฝึกดูอยู่รอบข้างต่างเผ่นหนีถอยออกไปดูไกลๆ โต๊ะแทงเฉพาะกิจถูกหามวิ่งไปตั้งยังที่ปลอดภัยก่อนที่จะมีการปะทะกันรอบถัดไป ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันด้วยหมัดต่อหมัด การต่อสู้ด้วยพลังกายของทั้งสองส่งผลให้เกิดคลื่นพลังสาดออกมาจากการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง เสียงการปะทะดังจนไม่ว่าใครจะหลับลึกแค่ไหนก็ต้องตื่นขึ้นมาดู ลานฝึกที่ทำด้วยหินพังทลายลงทีละส่วนอย่างรวดเร็ว การปะทะผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง แกรนด์กับบ็อบยืนหอบทั้งคู่ ไม่มีใครที่กดดันกันได้ ผลออกมาคือเสมอกัน ลานฝึกทั้งลานพังยับจนแทบจำไม่ได้ว่าสภาพเดิมมันเป็นแบบไหน มองไกลๆคล้ายกับว่าจุดนี้มันคือซากปรักหักพังของโบราณสถานไม่ก็เหมือนลานอะไรสักอย่างที่โดนอุกาบาตหล่นใส่ยังไงยังงั้น

“แข็งแกร่ง แข็งแกร่งจริงๆ หลังจากตื่นขึ้นมาข้าก็รู้สึกว่าพลังของข้าเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนพอดู ตอนแรกข้านึกว่า 10 นาทีก็น่าจะเหลือเฟือที่จะล้มลูกพี่ได้ จนเมื่อครู่ที่ประลองกันเกือบจะต่อให้ท่านใช้สายฟ้าด้วยซ้ำ ถ้าข้าต่อให้จริงจะไม่นอนเลียพื้นตั้งแต่ 3 นาทีแรกเลยหรอ”

“เจ้าก็พูดไป ถ้าเจ้าใช้ค้อนนั่นข้าก็คงแย่เหมือนกัน”

แกรนด์ตอบกลับอย่างถ่อมตัว จริงๆแล้วด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นและพลังที่ทะลุขีดจำกัดมา ถ้าใช้ทักษะสายฟ้าเข้าร่วมด้วยคงจะจัดการบ็อบได้อย่างไม่ยากเย็นตามที่บ็อบว่านั่นแหละ

หลังจากสู้กันจนสนามพังยับเยิน เหล่านักล่าก็ต้องทยอยกันออกไปฝึกที่ลานหญ้าหน้าหมู่บ้านเหมือนเดิม  แกรนด์เรียกให้ช่างมาปรับปรุงหมู่บ้านเป็นการใหญ่ ในตอนนี้เขามีเงินไว้ในมือมหาศาล การปรับปรุงหมู่บ้านที่ก่อสร้างขึ้นมาอย่างเร่งรีบในตอนแรกเป็นสิ่งที่สมควรอยู่แล้ว ทีมช่างถูกว่าจ้างด้วยเงินสูงลิ่วภายใต้เงื่อนไขว่าต้องเร่งรัดการทำงานให้เร็วที่สุด ปรับปรุงบ้านหลักทั้งหลัง ปรับปรุงคลังแสง โรงเสบียง หอสมุด ร้านค้าและปรับปรุงอาคารพยาบาลให้เป็นกิจจะลักษณะ สร้างโรงอาบน้ำเพิ่มขึ้นมา น้ำพุและสวนพักผ่อนกลางหมู่บ้าน ลานประลองเอาแบบเดิม เพราะเดี๋ยวมันก็พังอีก สร้างโรงตีเหล็กเพื่อผลิตและซ่อมอาวุธ ปูถนนทั้งหมู่บ้านด้วยอิฐ สร้างแนวกั้นหินรอบหมู่บ้านและเปลี่ยนจากหอสังเกตการณ์เป็นป้อมหินขนาดย่อม ส่วนอื่นๆที่เสริมมาคือสวนสมุนไพรของเอเลน่าที่เธอรวบรวมเอาไว้ โรงหมักเหล้าพร้อมบาร์ในตัวของบ็อบ และคลังพัฒนาระเบิดของครีทซึ่งต้องเอาไปตั้งห่างที่อื่นหน่อย เมื่อคำนวณรายจ่ายคร่าวๆแล้ว ที่ทำทั้งหมดนี่ใช้เงินไปแต่ 0.2% จากในหีบของมิคาเอล ความมั่งคั่งขนาดนี้ทำให้แกรนด์รู้สึกเหมือนฝันไปเลย รายได้ประจำของหมู่บ้านมาจากสินค้าพวกชิ้นส่วนสัตว์อสูรของนักล่าในหมู่บ้าน รายรับต่อเดือนน่าจะประมาณ 2-3 แสนเหรียญได้ ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะพอใช้เท่าไหร่ ถ้าไม่กระดากปากที่จะพูดก็คงต้องถือว่ารายได้เกือบทั้งหมดของที่นี่มาจากการรูดแหวนเสียกระมัง

แกรนด์เข้ามาในห้องเพื่อเตรียมตัวที่จะไปที่งานประมูลในวันนี้  ของที่จะนำไปประมูล 10 ขวดถูกใส่ไว้ในแหวนมิติของเอเลน่า เช่นเคย ก่อนจะออกไปทั้งสองคลุมตัวด้วยผ้าคลุมสีดำ และเดินทางเข้าเมืองด้วยความเร็วสูงสุด จากข้าวลือที่ครีทปล่อยเมื่อหลายวันก่อนทำให้บรรยากาศในวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ แกรนด์อดที่จะยิ้มอย่างพึงพอใจไม่ได้ ความปั่นป่วนแบบนี้แหละที่เขาต้องการให้มันเกิด เพราะแผนการที่วางไว้แต่แรก เหตุผลหลักๆไม่ได้ขายเพื่อที่จะเอาเงินแบบครั้งก่อน แต่เป็นการล่อให้เกิดความสนใจด้วยการใช้ยานี่เป็นตัวล่อให้ตระกูลต่างๆภายในเมืองมารวมกันให้หมดและเช็คขุมกำลังของเมืองนี้ ส่วนกำไรจากการประมูลมันแค่ผลพลอยได้ที่ตามมา

“เอาล่ะ วันนี้จะมีหมูตัวไหนมาให้ข้าเชือดกันนะ หึหึ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #99 สายมุก (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:53
    ตื่นเต้นจะได้อ่านบรรยากาศการประมูล

    การประมูลราคาคือสีสันของนิยายต่างมิติ
    #99
    0
  2. #98 haremkinglv100 (@haremkinglv100) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:17
    บาทหลวงนั้นคงกระอักเลือดตายไปแล้วละ
    #98
    0
  3. #97 defy (@chaimaha) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 18:38
    ขอบคุณครับ
    #97
    0
  4. #96 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 13:00
    รอตอนต่อไปคร้าบบบบ รูดแหวนทีรวยๆๆๆ
    #96
    0
  5. #95 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 12:02
    thank you
    #95
    0
  6. #94 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 11:16
    ขอบคุณครับ
    #94
    0