เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

ตอนที่ 33 : แผนการล่อหมากัดกัน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

“หนี! หนีเร็ว! หนีกันไปคนละทาง!

หัวหน้าตระกูลที่อยู่ระดับนักรบจอมเวทย์ตะโกนขึ้นสุดเสียง ผู้ที่มีพลังขนาดที่ว่ากำจัดผู้ที่อยู่ในระดับอัศวินได้ภายในครั้งเดียว แถมยังเป็นการโจมตีทางกายภาพ พลังระดับนี้อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นนักรบคลาส 7 ขึ้นไปไม่ใช่หรือ? ถ้าพวกเขาอยู่ที่นี่ไม่เท่ากับเอาชีวิตมาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์? ตอนนี้เขานึกเสียใจขึ้นมาทันที เพราะรู้สึกว่าตนได้รนหาที่ตายกันเอง และกำลังรบที่พามาก็เป็นกำลังรบครึ่งหนึ่งของตระกูล

“ใครอนุญาตให้พวกเจ้าไป?”

ชายในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นจนทำให้ผู้ที่ได้ยินหวาดผวา สิ้นเสียงที่พูดดวงตาของชายในชุดคลุมเปล่งประกายสีฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปทันที คนที่กำลังจะหนีล้วนแต่หยุดอยู่กับที่ ก้าวขาไม่ออก เหงื่อผุดออกมาเต็มใบหน้า หน้าตาบิดเบี้ยวเพราะความหวาดกลัว เกือบทุกคนต่างล้มลงและแทบจะลุกไม่ขึ้น ตามร่างกายในตอนนี้รู้สึกด้านชาไปหมด ไม่มีใครรู้ว่าเรี่ยวแรงของพวกเขาหายไปไหน

“พ..พ..พลังจิต พลังจิตข่มขวัญ!

หัวหน้าตระกูลเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว ผู้ที่ข่มขวัญผู้อื่นได้มีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคนที่ตนข่มขวัญอย่างเด็ดขาดเท่านั้น!

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

“อ้ากกกกกกกกกกกกก!!!!

เสียงระเบิดของพลังที่เข้าปะทะกับร่างกายปนออกมาพร้อมกับเสียงร้องคราญครางด้วยความเจ็บปวดของกลุ่มคนที่ตั้งใจสะกดรอยตามมาเพื่อปล้น แต่เหตุการณ์กลับพลิกจนกลายเป็นลานสังหารของพวกเขาเอง ชายในชุดคลุมจัดการพวกเขาแต่ละคนเพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้น ทุกคนที่โดนเข้าไปล้วนมีสภาพไม่ต่างกัน คนที่ยังไม่ถูกโจมตีได้แต่มองคนในกลุ่มตายไปทีละคน ความหวาดกลัวจากการข่มขวัญได้แทรกเข้ามายังส่วนลึกของจิตใจจนไม่สามารถตั้งสติเพื่อให้กลับมาต่อสู้ได้ หัวหน้าตระกูลที่เป็นผู้ฝึกพลังคลาส 6 ทั้งสองคนแม้จะได้รับผลจากการข่มขวัญน้อยกว่าคนอื่นๆ แต่พวกเขาก็รับรู้ได้ว่าพลังมันคนละระดับอย่างเห็นได้ชัด อย่าว่าแต่ต่อสู้เลย แค่จะหนียังนึกไม่ออกว่าจะหนียังไงให้รอดพ้นจากตรงนี้ไปได้

“หืม?”

แกรนด์หยุดการโจมตีและหันไปทางชายป่าทิศที่มาจากเมือง ชั่วครู่เขาก็พุ่งตัวเข้าป่าด้วยความเร็วสูงและหายไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่เหลืออยู่ไม่กี่คนได้แต่ตะลึงและมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“มันไปแล้ว?”

ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเหมือนตื่นจากฝันร้าย จู่ๆชายในชุดคลุมที่กำลังโจมตีพวกเขาอย่างกระหายเลือดกลับพุ่งตัวหายเข้าป่าไปทั้งอย่างงั้น

“บ้าเอ้ย! ข้ายังไม่ได้เก็บค่าบริการกับพวกมันสักแดงเดียว ดันแห่กันมาเยอะแยะ ไอ้พวกหมาหมู่ มาไม่รู้จักเวร่ำเวลา!

แกรนด์หนีไปพลางสบถไป เมื่อครู่เขาจับสัมผัสได้ว่ามีคนเกือบร้อยกำลังตรงเข้ามาในป่า มาจุดที่เกิดการต่อสู้กันอยู่ แถมคนที่นำกองกำลังมาไม่ใช่ใครที่ไหน หัวหน้าภาคีเวทย์นั่นเอง ทันทีที่จับสัมผัสได้เขารีบพุ่งตัวหนีอย่างเร็วที่สุด ถ้าถูกจับได้ทุกอย่างก็จบเห่กันพอดี แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกเสียดาย ในตอนแรกว่าจะกำจัดคนพวกนี้ที่มันตามมาแล้วเก็บเอาแหวนชิลๆแท้ๆ เรื่องที่มีกองกำลังมาเสริมเป็นเรื่องที่เกินคาดไปหน่อย เขาจึงอดที่จะสบถด่าไม่ได้

“ทำไมเทพมังกรไม่เห็นบอกเรื่องนี้ด้วยล่ะเนี่ย?”

หลังจากหนีมาสักพักความเร็วของแกรนด์ก็ตกลงมาเรื่อยๆ ในตอนที่เขาใช้ทักษะจัดการกับกลุ่มคนที่ตามมาปล้น เขารู้สึกได้เลยว่าทักษะที่ใช้กินพลังอย่างมาก แต่เดิมแล้วกำปั้นอสนีเป็นทักษะที่ใช้พลังเพียงแค่เล็กน้อย ในยามต่อสู้สามารถใช้ต่อเนื่องได้นานพอสมควร แต่ในตอนนี้ได้พัฒนามาเป็นหมัดเหล็กเทพสายฟ้า พลังของมันเพิ่มขึ้นจนเกือบพอๆกับท่าไม้ตายของเขาในตอนที่ยังไม่เลื่อนคลาส และแน่นอน มันสูบพลังมากมายไปด้วย ใช้ไม่กี่ครั้งก็หืดขึ้นคอซะแล้ว แล้วทักษะอื่นจะเป็นยังไงบ้างล่ะ? ทั้งการใช้พลังจิตข่มขวัญที่พัฒนาขึ้นจนศัตรูที่ถูกข่มขวัญติดอาการชาจนแทบขยับไม่ได้จากสายฟ้า เป็นการพัฒนาที่น่าประทับใจและมีประโยชน์อย่างมาก กลับไปแกรนด์คิดว่าคงต้องเร่งฝึกให้ร่างกายมีพลังเพียงพอที่จะใช้ทักษะเหล่านี้โดยที่พลังไม่หมดลงเอาง่ายๆแบบนี้แล้วล่ะ

 

...ลานสังหารในป่า...

กองกำลังเสริมมาถึงจุดที่มีการต่อสู้แล้ว ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาคือร่างไร้วิญญาณหลายร่างกระจัดกระจายกัน พื้นที่โดยรอบไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ต่างหักโคนเพราะแรงปะทะของร่างคนเหล่านี้ที่พุ่งไปกระแทก

“ท่านดูเอล ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?”

คนที่รอดต่างมองไปที่ชายผู้สวมชุดสีแดงเพลิงด้วยแววตาเป็นประกาย พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะสามารถรอดจากฝันร้ายครั้งนี้ไปได้

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ข้ามาที่นี่เพราะเห็นพวกเจ้าพาคนไปอย่างผิดสังเกต ไม่นานก็มีเสียงการต่อสู้เกิดขึ้นจึงรีบมาดู”

“เอ่อ...คือ...คือ”

ชายที่ถูกถามกลับอ้ำๆอึ้งๆเพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ดูเอลเดินสำรวจดูพื้นที่รอบๆ เขามองไปที่ร่างของหัวหน้าตระกูลที่ถูกจัดการคนแรก หน้าอกของเขามีร่องรอยของการโจมตีที่รุนแรงเหมือนเอาค้อนทุบด้วยแรงมหาศาล รอบๆบริเวณหน้าอกเสื้อผ้าและผิวหนังไหม้เล็กน้อย เส้นเลือดแตกกระจายพร้อมทั้งเกิดรอยช้ำรอบอกทียุบลงไป เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นคุณสมบัติของธาตุสายฟ้า เป็นทักษะของนักรบธาตุสายฟ้า

“แกรนด์? เป็นไปไม่ได้”

ดูเอลตัดตัวเลือกนี้ออกไปทันที ตามคำบอกเล่าของเอลซ่าแกรนด์เป็นนักรบธาตุสายฟ้าที่น่าจะอยู่ช่วงคลาส 5 แต่การจะกำจัดผู้คนมากขนาดนี้มันเป็นไปได้หรือ ขนาดสมาชิกในภาคีทั้งสองเองก็แทบไม่มีใครทำได้ในช่วงเวลาสั้นๆแบบนี้ ในระหว่างที่สำรวจความเสียหายและสอบสวนเบื้องต้นอยู่ หัวหน้าอัศวินก็มาถึงที่เกิดเหตุ ดูเอลได้รายงานข้อมูลเบื้องต้นให้เขาฟังทันที มาคัสนอกจากจะเป็นหัวหน้าภาคีอัศวินแล้ว เขายังเป็นแม่ทัพใหญ่ของเมืองกลอเซนอีกด้วย ดูเอลแม้จะมีฐานะเท่ากันแต่ตำแหน่งก็ยังด้อยกว่ามาคัสอยู่

“พวกเจ้าเล่ารายละเอียดทั้งหมดที่รู้มา”

มาคัสหันไปถามคนที่รอดชีวิตที่ดูเหมือนสติจะคืนมาได้บ้างแล้ว กลุ่มผู้รอดชีวิตรู้สึกโล่งใจมากที่เห็นหัวหน้าอัศวินอยู่ตรงหน้า พวกเขาคงรอดตายจริงๆแล้ว บางคนถึงกับสวดขอบคุณพระเจ้าด้วยซ้ำ

“พวกเราเห็นคนน่าสงสัยเดินอยู่ในเมืองจึงสะกดรอยตามมันมา แต่พอมาถึงนี่มันเกิดรู้ตัวเสียก่อน พวกเราพยายามสู้กับมันอย่างสุดความสามารถ แต่พลังของมันมีมากเกินไปทำให้พวกเราตายกันไปเกือบหมด ท่านดูเอลมาถึงที่นี่ช้าไป มันที่บาดเจ็บอยู่เลยฉวยโอกาสนี้หนีไปขอรับ”

“มันหนีไป? มันบาดเจ็บด้วย?”

“เป็นเช่นนั้นขอรับ”

ตูมมมมมมมมม!!!!

มาคัสใช้เท้ากระทืบลงพื้น แค่ครั้งเดียวพื้นเป็นหลุมยุบลงไปเล็กน้อย เกิดรอยร้าวแตกขยายบนพื้นดินไปทั่วบริเวณ แค่กระทืบลงครั้งเดียวพื้นดินกลับสะเทือน คนผู้ที่ยืนรายงานอยู่ล้มลงไม่เป็นท่า ใบหน้าของมาคัสในตอนนี้เป็นใบหน้าของคนที่กำลังโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด ชายที่รายงานอยู่หน้าซีดเผือกทันที ได้แต่ก้มหน้าคงพื้น ไม่กล้าแม้จะมองขึ้นไป

“เจ้ากล้าโกหกข้างั้นหรือ? เจ้าเห็นข้าเป็นตัวอะไร เจ้ากำลังดูถูกและหาว่าข้าเป็นพวกโง่เง่าหูเบารึไง?”

“ข้าไม่กล้า! ข้าไม่กล้าคิดกับท่านแบบนั้น”

ชายผู้รอดชีวิตรีบลุกขึ้นมาคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว แม่เข้าจะเป็นถึงนักรบคลาส 6 แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของนักรบผู้ที่มีพลังคลาส 8 ผู้ที่อยู่ในระดับอัศวินศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ แค่ออร่าที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายก็ทำให้เขาตัวสั่นได้แล้ว

“ไม่กล้าคิด? ชายผู้นั้นมันน่าสงสัยเรื่องอะไรพวกเจ้าถึงตามมันมา พวกเจ้าบอกว่าสู้ตายแต่สภาพที่มาเจอกลับเหมือนคนเสียสติ ถูกข่มขวัญ พวกเจ้าบอกมันบาดเจ็บแต่สภาพศพทุกคนที่อยู่ที่นี่ตายเพราะการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว ผู้ที่ทำได้ขนาดนี้พวกเจ้ามีปัญญาทำให้มันบาดเจ็บจนหนีไปด้วย? คิดว่าโกหกแล้วจะปิดความผิดของตัวเองพ้นรึไง?”

ผู้รอดชีวิตที่รู้สึกโล่งใจในทีแรกตอนนี้หน้าซีดปากคล้ำขึ้นมาทันที มือของพวกเขาเย็นเฉียบและสั่นไม่หยุด มาคัสนั้นอ่านเกมขาดทีเดียว จากคำแก้ตัวเพื่อหวังประจบว่าพวกตนได้สละกำลังของตระกูลเพื่อปกป้องและรักษาความปลอดภัยของเมืองจากภัยคุกคาม ในตอนนี้เหมือนผลมันกำลังจะกลายเป็นตรงกันข้าม

“ถ้าข้าคาดไม่ผิดพวกเจ้าน่าจะรวมหัวกันสะกดรอยตามผู้ที่เอายามาประมูลในวันนี้ แล้วเกิดพลาดโดนจัดการซะเอง ข้าพูดถูกรึไม่?”

“พวกเราผิดไปแล้ว ท่านมาคัส ให้อภัยเราด้วย!

“เป็นทหารแต่กลับรวมกลุ่มและเลือกที่จะปล้นผู้อื่นเหมือนโจร ถ้าเมืองอื่นรู้เข้าว่าทหารเมืองกลอเซนรวมหัวกันปล้นผู้นำสินค้ามาประมูลแล้วข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! พวกเจ้าทั้งสองก็เช่นกัน! เป็นถึงหัวหน้าตระกูลแต่กลับทำเรื่องบัดซบแบบนี้พวกเจ้ามีเกียรติของนักรบผู้ภาคภูมิรึเปล่า! เอาพวกมันไปขังให้หมด! แต่ก่อนเอาไปขัง พวกนักรบให้ตัดเส้นเอ็นมือเท้ามันออก ผู้ใช้เวทย์ทำลายแกนเวทย์มันซะ ทหารสวะแบบนี้ข้าไม่ต้องการ!

มาคัสสั่งการด้วยความเด็ดขาด เขาเป็นคนที่จริงจังไปกับทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกฎระเบียบของทหาร หากใครทำผิดเขาจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นพิเศษ ฉายาอัศวินจอมฉีกกระชากก็เป็นส่วนหนึ่งจากนิสัยของเขาที่เป็นแบบนี้

“แล้วชายในชุดคลุมจะให้ทำอย่างไรดีขอรับ?”

“เรื่องคนผู้นั้นช่างเถอะ ยังไงพวกนี้มันก็ไปปล้นเขาเอง โดนฆ่าก็สมควรแล้ว ท่านดูเอล เราไปเตรียมตัวกันเถอะ ท่านลอร์ดต้องการที่จะเดินทางไปคืนนี้ ส่วนเรื่องโอเกอร์ข้าจะให้ท่านเคเซอร์จัดการมันเอง”

“ข้าทราบแล้ว”

ดูเอลเดินออกจากที่เกิดเหตุและตรงกลับไปที่บ้านทันที มาคัสสั่งให้ทหารเก็บกวาดพื้นที่ให้เรียบร้อยและกลับบ้านเช่นกัน ในอีกไม่กี่วันที่เมืองหลวงจะมีการแต่งตั้งรัชทายาท เจ้าเมืองทุกคนต้องเดินทางเข้าร่วม พิธีการนี้เป็นพิธีใหญ่ระดับทวีปเลยก็ว่าได้ การแต่งตั้งรัชทายาทก็เหมือนกับการประกาศว่าคนที่จะกำลังถูกแต่งตั้ง ในอนาคตจะเป็นผู้นำของเผ่ามนุษย์ จะเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของจักรวรรดิและทวีปนี้ ดังนั้นคนใหญ่คนโตของทุกเมืองจึงต้องไปร่วมในพิธีการนี้อย่างพร้อมหน้า ทางเมืองกลอเซนเจ้าเมืองได้ไปพร้อมกับหัวหน้าภาคีทั้งสองและสมาชิกอีกสิบกว่าคน ที่เหลืออยู่ก็ทำหน้าที่เฝ้าเมืองตามปกติ การเดินทางค่อนข้างจะฉุกละหุกเพราะแต่เดิมการเดินทางจะเริ่มตั้งแต่เมื่อวาน แต่ถูกขยายเวลามาเป็นค่ำวันนี้เพราะเจ้าเมืองต้องการที่จะดูการประมูลในครั้งนี้เสียก่อน

 

...หมู่บ้านนักล่า...

“โอ้ นั่น ลูกพี่กลับมาแล้ว”

บ็อบชี้ไปทางแกรนด์ที่เดินอยู่ทางเข้าหน้าหมู่บ้าน พวกเขานั่งรอตั้งแต่ที่เห็นเอเลน่ากลับมาก่อน

“บ็อบ นี่ของฝาก”

แกรนด์เอาไวน์ร้อยปีออกมาจากแหวน ไวน์คุณภาพสูงที่ว่าไม่ได้เป็นขวดเหมือนที่เอามาจากแหวนเอลรอน แต่มันเป็นถัง! บ็อบตาลูกวาวขึ้นทันที แค่ขวดเล็กๆมันก็แพงมากแล้ว รายได้ทั้งเดือนของหมู่บ้านนักล่าเพียงพอที่จะซื้อไวน์ร้อยปีนี้ได้แค่ขวดสองขวดเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงราคาของมันถ้าซื้อมาเป็นถัง

“เจ้าไปเอาเงินมาจากไหนเยอะเยอะ เมื่อเช้าข้าก็เห็นเจ้าสั่งช่างปรับปรุงหมู่บ้านเยอะแยะ ดูตอนนี้สิ ช่างมากันเป็นร้อย เยอะกว่าชาวบ้านทั้งหมู่บ้านอีก”

เอเลน่ามองไปทางไหนก็มีแต่การปรับปรุงก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ถูกขนมากองไว้เต็มพื้นที่จนที่นี่ดูแคบขึ้นมาทันตา

“เอามาจากเงินบริจาคของชาวเมือง ฮ่าๆๆๆ”

แกรนด์พูดพลางหัวเราะ ไม่ต้องเดาให้เมื่อยสมองเลยว่านี่เป็นเงินที่เอามาจากไหนและเคยเป็นของใคร ถึงพวกเขาจะไม่รู้จำนวนแต่ก็คงมากมายพอดู อีกอย่าง วันนี้ก็ได้มาเพิ่มอีก 107 เหรียญทอง เงินจำนวนนี้ถ้าเอามาเป็นงบกองกำลังเล็กๆแค่นี้ก็ถือว่ามั่งคั่งมากแล้ว แกรนด์ที่แวะย่านการค้าหลังจากที่เดินออกมาจากหอประมูลวันนี้ได้แกนชีวิตของกูลติดมือมาด้วย 3 ชิ้น เขาเอามันให้เอเลน่าเพื่อกลั่นยาเบิกจันทราออกมาอีก

ช่วงเย็นระหว่างมื้ออาหาร แกรนด์พูดคุยถึงการฝึกรูปแบบใหม่กับทีมของเขา นั่นคือ การฝึกเวทย์ผสาน แต่ก่อนในตอนที่แกรนด์อยู่กับบ็อบสองคน พวกเขาร่วมมือกันต่อสู้แบบทีมที่อาศัยความเข้าขาและความเคยชินต่อสู้มาโดยตลอด แต่ตอนนี้มีหลายคนในทีมที่เป็นผู้ใช้เวทย์ ซึ่งสามารถที่จะร่วมกันต่อสู้และฝึกทักษะร่วมกันให้กลายเป็นทักษะใหม่ได้ อย่างเช่นทักษะดาวตกอสนีที่แกรนด์กับเอเลน่าลองฝึกด้วยกัน นอกจากเรื่องทีมแล้วทักษะใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ก็ควรจะมีไว้เพื่อความยืดหยุ่นของทีมและบางทีมันอาจจะเป็นไพ่ตายของทีมไปเลยก็ได้ จริงๆแล้วการผสานพลังเวทย์มีเขียนถึงอยู่ในตำราหลายเล่ม นอกจากจะเป็นการผสานพลังของสองคนขึ้นไปอย่างลงตัวจนกลายเป็นทักษะใหม่แล้ว การผสานเวทย์ยังต้องอาศัยจังหวะควบคุมที่แม่นยำของผู้ใช้ พูดง่ายๆคือ ยิ่งมีคนประสานมากยิ่งมีความรุนแรงมาก แต่การจะควบคุมและอัตราความสำเร็จในการฝึกยิ่งยากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว การผสานเวทย์ของพลังธาตุเดียวกันจะผสานได้ง่ายกว่าต่างธาตุ เช่นไฟกับไฟจะผสานกันได้ง่าย ในกรณีของแกรนด์กับเอเลน่าถือว่าเป็นธาตุที่ต่างกัน การฝึกที่เรียกว่าการผสานพลังเวทย์นั้นเป็นเพราะผู้ใช้เกือบทั้งหมดเป็นผู้ใช้เวทย์ที่ผสานพลังกัน น้อยนักที่จะมีผู้ใช้เวทย์ที่ผสานพลังกับนักรบ ส่วนนักรบกับนักรบไม่มีการผสานพลัง เพราะการต่อสู้เป็นทีมจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการรวมพลังโจมตีในครั้งเดียว ส่วนทักษะที่ได้จากการผสานพลังนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะพลังและจินตนาการของผู้ที่ฝึกการผสานพลังเวทย์กัน

“ใครสนใจอยากผสานกับข้าบ้าง?”

ครีทนั่งดีดนิ้วเล่น สะเก็ดไฟแตกเปาะแปะออกมากลางอากาศแลดูเหมือนไฟเย็นไร้พิษสงตามงานเทศกาล

“ข้าขอผ่านแล้วกัน ไฟกับน้ำแข็งเข้ากันไม่ได้”

เอเลน่าตอบแบบถนอมน้ำใจเอาไว้ ที่จริงเธอก็อยากบอกอยู่หรอกว่าสะเก็ดไฟแค่นั้นจะเอามาผสานอะไรกับใครได้ เอาระเบิดไปสู้เหมือนเดิมเถอะ แต่ก็เกรงจะเสียบรรยายกาศในการสนทนา

“ข้าๆ ข้าสนใจ มาผสานกับข้า ชักเครื่องร้อนแล้วสิ ไปฝึกคืนนี้เลย เอาไวน์ถังนี้ไปด้วย”

“เดี๋ยว! บ็อบ! เดี๋ยว!

แกรนด์เรียกไม่ทันซะแล้ว บ็อบลุกพรวดพราดขึ้นหอบถังไวน์และลากคอครีทออกไปจากห้องพร้อมกันอย่างกระตือรือร้น ไอ้ขยันมันก็ดีอยู่หรอก แต่ก็น่าจะศึกษาแนวทางกับเทคนิคการผสานไว้บ้าง ไม่ใช่จะพากันไปทั้งยังงั้น แบบนั้นนอกจากความเมาแล้วคงไม่ได้อะไร

“ไคลน์กับเวนไฮร์ พวกเจ้าก็ลองไปฝึกกันดูแล้วกัน”

“ข้าจะลองดูขอรับ”

 “พรุ่งนี้เจ้ามีแผนเตรียมไว้รึยังล่ะ?”

เอเลน่าเริ่มถามเข้าเรื่องสำคัญ อย่างที่รู้กันว่าพรุ่งนี้เคเซอร์จะนำกองกำลังเมืองกลอเซนไปถล่มโอเกอร์ที่โบราณสถาน เรื่องนี้ถูกพูดถึงกันอย่างเซ็งแซ่ในย่านการค้า การสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวเมืองก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการปกครอง ทั้งหน่วยสอดแนมของเมืองยังเก็บข้อมูลที่จำเป็นมามากพอที่จะจัดกองกำลังไปถล่มมันแล้ว

“ข้าคิดแผนคร่าวๆมาแล้วล่ะ พวกเราไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเอง”

“ยังไง?”

“พรุ่งนี้เราจะล่อหมาสองฝูงให้มันไปกัดกันไกลๆโบราณสถานหน่อย หึหึ”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #159 Monizaa (@Monizaa) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 16:28
    บ้อบนี่จะปาระเบิดหรอ555
    #159
    0
  2. #158 Monizaa (@Monizaa) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 16:27
    ติดหนักมาก5555
    #158
    0
  3. #110 Huntherfc (@Huntherfc) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:35
    มาเรื่อยๆๆๆสนุกมาก
    #110
    0
  4. #109 haremkinglv100 (@haremkinglv100) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 10:02
    คุ้มค่าแก่รอคอย
    #109
    0
  5. #108 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:49
    นุกมาก
    #108
    0
  6. #107 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:16
    ขอบคุณครับ
    #107
    0