เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

ตอนที่ 5 : ข้าจะรวยแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    24 พ.ค. 60

            พลบค่ำคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ทอลงมายังพื้นเบื้องล่างทำให้สว่างกว่าค่ำคืนทั่วไป ชายหนุ่มวิ่งมาด้วยความเร็วสูงสุดไม่นานนักก็มาถึงต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆกับลำธาร ใต้ต้นไม้มีกองไฟและเงาบุคคลร่างใหญ่นั่งอยู่ บ็อบกำลังนั่งลับขวานใหญ่ที่มีคมสองด้านซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของเขาอยู่ หัวขวานเล่มนี้ทำจากเหล็กมีรอยบิ่นเป็นริ้วหลายรอย แสดงให้เห็นถึงการผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนและยาวนาน ด้ามจับทำจากไม้ธรรมดา แต่น้ำหนักโดยรวมของขวานเล่มนี้มากกว่า 100 กิโล ซึ่งถ้าเทียบกับพละกำลังของออร์คแล้ว น้ำหนักแน่นี้นับว่าเบาหวิว  

“ลูกพี่ ในเมืองเป็นไงมั่ง?”

บ็อบถามในขณะที่เหลือบเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาหาที่กองไฟ ในมือพลางถูหินลับคมขวานไม่หยุด

“ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากมายจากตอนที่ข้าเคยอยู่ ข้าคิดว่าเราต้องปักหลักอยู่เมืองนี้ไปสักระยะล่ะนะ ข้าไปสำรวจย่านการค้ามาแล้วด้วย”

แกรนด์พูดด้วยใบหน้าที่ขมขื่นเมื่อเอ่ยถึงสำรวจตลาด เขานั้นติดหนี้ก้อนโตกลับมาด้วยแต่ไม่อยากเอ่ยเรื่องนั้น

“เอางี้ พรุ่งนี้เราจะสร้างที่พักกันก่อน ตรงนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ เจ้าคิดว่าไง?”

“ลูกพี่เอาไงข้าก็ตามนั้นแหละ แล้วท่านได้อาหารติดมือกลับมารึเปล่าล่ะ?” บ็อบกล่าวขึ้นโดยให้ความสนใจอย่างหลังมากกว่า

“แน่นอน ข้าสั่งอาหารมาตุนไว้หลายวันสำหรับอยู่ที่นี่สบายๆ ขนมปัง 500 ก้อน เบียร์ 10 ถัง ชีส 20 กิโล มีเครื่องเทศ อุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆแล้วก็พวกอุปกรณ์ก่อสร้างน่ะ” แกรนด์ไล่ให้ฟังในรายการของที่สั่งมา

“พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มงานกัน ตอนนี้มาฉลองวันแรกกันก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มดีดที่ตุ้มหูทองคำ ขนมปัง 20 ก้อน ชีส 1 กิโล เบียร์อีก 1 ถังและเหยือกไม้สองอันปรากฏขึ้นมาที่หน้ากองไฟ

“โอ้ววววว เบียร์นี่ของโปรดข้าเลย เอาเนื้อที่เหลือมาย่างด้วยคงเข้ากันไม่น้อย ท่านได้ของมาเยอะขนาดนั้นแสดงว่าของที่เราหามาได้ราคาดีสินะ” บ็อบพูดพลางดังจุกถังเบียร์ออกด้วยความพึงพอใจ ชายหนุ่มยิ้มพร้อมหัวเราะเล็กน้อยแทนคำตอบพลางเอาเนื้อขาหลังรวมถึงสะโพกวัวป่าสามหางที่เหลือออกมา เนื้อน่องทั้งชิ้นหนักเกือบ 100 กิโลได้ โรยเกลือและเครื่องเทศจนทั่ว จากนั้นเอาเหล็กยาวแหลมที่เพิ่งซื้อมาเสียบ เหล็กง่ามรูปตัวYสองชิ้นได้ถูกตอกคนละฝั่งของกองไฟ เนื้อน่องวัวป่าสามหางได้ถูกพาดบนเหล็กง่ามทั้งสองที่ตอกไว้ให้ขนานกับกองไฟ ชายหนุ่มเขี่ยถ่านไฟให้แดงพอดีสำหรับการย่าง ทั้งสองเริ่มคุยกันถึงเรื่องงานพรุ่งนี้ เมื่อเนื้อที่ย่างไว้เริ่มสุกเหลืองส่งกลิ่นหอมก็จะถูกตัดแบ่งออกมา รสชาติเนื้อย่างเคล้ากับเบียร์ช่างเป็นรสชาติที่น่ารื่นรมย์อย่างยิ่ง เมื่ออิ่มแล้วบ็อบก็หลับไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของเบียร์ แกรนด์ลุกขึ้นและเดินสำรวจรอบๆบริเวณนี้ ที่ราบ ลำธาร

“อืม เข้าท่าแฮะ เหมาะสำหรับสร้างที่พักพอสมควร คงมีแต่หินพวกนี้แหละนะที่เกะกะ” หลังจากเดินสำรวจสักพักชายหนุ่มจึงกลับมานอนพักผ่อน

            ช่วงเช้ามืดย่างกรายมาถึง แกรนด์กับบ็อบลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืด ช่วงเวลาตี 4 คือช่วงเวลาตีประจำของพวกเขา ทุกวันพวกเขาทั้งสอจะตื่นขึ้นมาเวลานี้เพื่อฝึกฝน แกรนด์ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจไปมา ส่วนบ็อบนั้นนั่งเอามีดแทะเนื้อวัวย่างส่วนที่เหลือที่กองไฟ แกรนด์เริ่มคำนวณจำนวนไม้ที่ใช้ทำส่วนต่างๆคร่าวๆ ที่พักชั่วคราวที่พวกเขาจะสร้างนั้นไม่ได้ต้องการใหญ่มากแต่ต้องอยู่ได้อย่างไม่อึดอัด เท่าที่แกรนด์คิดคือทำที่พักหลักไว้ซุกหัวนอนหลบแดดฝนก่อน ส่วนที่เหลือค่อยต่อเติมเอาตามการใช้งาน

“อืม ประมาณนี้น่าจะใช้ได้” แกรนด์พยักหน้าให้กับความคิดในหัวสมองของเขา

“ไปกันได้แล้วบ็อบ กลับมาแล้วค่อยกินต่อ”

“ไม่เป็นไรลูกพี่” บ็อบลุกขึ้นพร้อมหยิบเนื้อน่องวัวย่างกัดกินทั้งแบบนั้น แกรนด์ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนเป็นภาพปกติ

“เอาที่เจ้าสบายใจละกัน”

            ทั้งสองเดินหาต้นไม้ที่มีสเปกตามความต้องการ เมื่อเจอแล้วแกรนด์จะเอาผ้าสีแดงผูกไว้แล้วเดินไปเลือกต้นอื่นๆ บ็อบจะใช้ขวานสองคมที่เป็นอาวุธประจำกายของเขาตัดต้นไม้ที่มีผ้าแดงผูกไว้และแบกกลับไปไว้ยังจุดที่จะสร้าง แกรนด์นำอุปกรณ์ก่อสร้างที่เขาซื้อไว้ออกมา ไม่ว่าจะเป็นสายวัด เลื่อย ค้อน ตะปู และอื่นๆ พวกเขาจัดการเคลียร์ก้อนหินที่อยู่เกะกะในพื้นที่นั้นออกด้วย หลังจากวันที่ 2 ไม้ที่ได้มาก็ครบตามจำนวนที่จะใช้และรุ่งเช้าวันต่อๆไปก็เปลี่ยนไปล่าสัตว์แทน ทั้งสองใช้เวลาในการสร้างอยู่ 10 วัน ในที่สุดที่พักชั่วคราวก็เสร็จสมบูรณ์

“กว้างขวางไม่เบาเลยนะลูกพี่” บ็อบพูดพลางยิ้มแป้นดีใจกับผลงานที่ออกมา

“ก็แหงสิ ทำหามรุ่งหามค่ำกันมาหลายวันเลยหนิ” แกรนด์พูดทั้งที่ยังตอกตะปูเพื่อทำเตียงนอน ตัวบ้านมีห้องนอน ห้องครัวที่มีพื้นที่ค่อนข้างมากหน่อยเพราะจะใช้ในการเก็บอาหารไว้ด้วย ห้องอาบน้ำมีอ่างไม้ที่แกรนด์ซื้อมา พื้นที่ว่างๆตรงกลาง เอาไว้วางโต๊ะอาหาร เพิงข้างนอกใกล้ๆโคนต้นไม่ใหญ่เป็นที่จัดการวัตถุดิบสำหรับสัตว์ที่ล่ามา หลายวันมานี้สัตว์ที่พวกเขาล่ามาช่วงเช้าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อช่วยกันจัดของเข้าที่แล้วบ็อบก็ขอตัวออกไปล่าก่อนเพราะรู้สึกคันไม้คันมือ แกรนด์สำรวจดูพบว่าลูกธนูหัวเหล็กที่เขาได้มาจากอริสเหลืออยู่ร้อยกว่าดอก เพราะลูกธนูที่ได้มามีความคงทนพอสมควร เมื่อยิงไปแล้วตอนที่ไปเก็บสัตว์ที่ยิง หากลูกธนูไม่เสียหายแกรนด์จะเก็บมาใช้ต่ออีก สัตว์ที่ล่าทั้งหมดจะเป็นระดับสัตว์อสูรขึ้นไปเท่านั้น เพราะสัตว์ธรรมดานอกจากจะราคาต่ำ การพัฒนาของพลังของทั้งสองยังไม่ขึ้นอีกด้วย โดยส่วนมากสัตว์อสูรที่ล่าได้แถวๆที่พักจะมีแต่พวกระดับทั่วไป มีพวกที่แข็งแกร่งและขายได้ราคาขึ้นมาหน่อยเช่นพวก หมีดำภูเขาและวัวป่าสามหางมาบ้าง ซึ่งช่วงนี้ก็หาล่าได้แถวๆนั้นไกล้ๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปหาในป่าลึกๆแต่อย่างได ในตอนนี้ที่ต้องการคือปริมาณมากกว่า เนื้อของหมีดำภูเขากับวัวป่าสามหาก็ถูกนำมาเก็บไว้ในตุ้มหูทองคำของแกรนด์ เนื่องจากเก็บไว้ในนี้เนื้อจะไม่เน่าเสีย

            หลายวันต่อมาลูกธนูหัวเหล็กของแกรนด์ก็หมด เขาจึงคิดที่จะเขาไปขายของและซื้อของที่จำเป็นกลับ อีกทั้งยังจะต้องสืบข่าวความเคลื่อนไหวภายในเมืองและโลกภายนอกด้วย

“บ็อบ ข้าจะเข้าไปในเมือง เจ้าจะเอาอะไรมั้ย?”

“อืมมมมมมมม ข้าขอเบียร์มาตุนไว้สัก 100 ถังแล้วกัน นอกนั้นก็ไม่อยากได้อะไรแล้ว” บ็อบทำท่าคิดแล้วตอบขึ้นมา

“ร้อยถัง! เจ้าจะเอามาเทอาบรึไง”

“เอาน่าลูกพี่ เอามาเรียงๆกันตุนไว้ เวลาเห็นแล้วมันจะได้รู้สึกกระชุ่มกระชวย”

แกรนด์หมดคำพูดทันที เขาเดินออกมาจากในบ้านและวิ่งไปยังเมืองด้วยความเร็วสูงสุด

“คุณหนู นี่ก็ครึ่งเดือนมาแล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะชิ่งเหรอขอรับ” ชายวัยกลางคนที่ทำงานในร้านเอ่ยขึ้น เขาเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น

“ข้าเชื่อว่าข้ามองคนไม่ผิด” หญิงสาวยิ้มพร้อมเดินตรวจสอบสินค้าในร้าน

สักพักก็มีคนเดินเข้ามาในร้าน

“เป็นท่านนั่นเอง เชิญข้างในก่อน” หญิงสาวยิ้มพร้อมผายมือให้แกรนด์ไปนั่งที่โต๊ะรับรองลูกค้า

“ข้าเชื่อว่าท่านต้องกลับมาอีกแน่นอน”

“อะไรทำให้เชื่อว่าข้าจะกลับมาอีก? ลูกธนูหัวเหล็ก 200 ดอกที่ให้ข้าไปราคาไม่ใช่น้อยๆ เป็นความเสี่ยงที่สูงนะสำหรับการเจอกันครั้งแรกแล้วเสนอให้แบบนั้น”

“จากประสบการณ์ของข้าที่เจอลูกค้ามาหลายประเภท ข้าพอดูออกจากแววตาของท่าน ท่านคงไม่อยากลดตัวลงไปเทียบกับเจ้าพวกสารเลวที่แค่ 3 เหรียญเงินก็เบี้ยวหรอกใช่มั้ย” หญิงสาวยิ้มพร้อมกับรินน้ำชาให้

“ข้าขอทราบนามของท่านจะได้หรือไม่?”

“ข้าชื่อแกรนด์” ชายหนุ่มพูดพลางยกชาขึ้นจิบ

“คุณอริสมีความเกี่ยวข้องยังไงกับร้านนี้งั้นหรอ?” แกรนด์ถามด้วยความสงสัย

“ข้าเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านนี้เอง ร้านของเราเป็นร้านรับซื้อและขายวัตถุดิบและอาวุธที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเมืองกลอเซนแห่งนี้ และร้านเรายังรับหาสินค้าอย่างอื่นที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย ทั้งนี้ร้านเรามี 3 ชั้น ชั้นแรกนี้เป็นหน้าร้านที่มีของโชว์ต่างๆให้ลูกค้าทั่วไปเลือก ชั้นสองจะเป็นโซนสินค้าหายากต่างๆชั้นที่สามเป็นชั้นที่เป็นที่รองรับแขกพิเศษของร้านเรา ซึ่งท่านพ่อข้าจะเป็นคนต้อนรับด้วยตัวเอง” อริสอธิบายด้วยสีหน้าเป็นมิตรพลางจิบชาร่วมด้วย

“แล้ววันนี้ท่านแกรนด์มีธุระอะไรกับทางร้านเรางั้นหรือ ถ้าข้าเดาท่านคงมีสินค้ามาขาย”

“ถูกแล้วล่ะ ข้ามีของมาขายนิดหน่อย อื้อ ลูกธนูที่ให้ข้าไปข้าใช้มันพังหมดแล้ว ว่าจะมาซื้อใหม่ด้วย”

“ใช้พัง?” อริสขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าขอดูสินค้าที่ท่านนำมาด้วย”

แกรนด์ดีดที่ตุ้มหูและส่งของที่เก็บไว้ออกมา ทันทีที่ของทั้งหมดออกมากองที่ด้านหน้าอริสสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นตะลึงเล็กน้อย คนงานในร้านก็ทำหน้าตกตะลึงเช่นกัน หลังจากตรวจสอบเสร็จแล้วอริสทวนรายการสินค้าอย่างตื่นเต้น

“หนังวัวป่าสามหาง 126 ผืน

อุ้งตีนหมีดำภูเขา 54 ชิ้น

หนังหมีดำภูเขา 27 ผืน

หนังหมีไฟภูเขา 4 ผืน

ปากนกหัวขวานปากเหล็ก 1 ชิ้น!

สินค้าทุกชิ้นล้วนคุณภาพดีเยี่ยม ทางเราได้เพิ่มราคาให้ 50% รวมราคาสินค้าทั้งหมด 1200000 เหรียญ!

แกรนด์ยืนทึ่งตัวแข็งไปสักพัก เขาไม่รู้เลยว่าแค่ปากนกหัวขวานปากเหล็กแค่ชิ้นเดียวก็ราคา 24 เหรียญเงินไปแล้ว เขาคำนวณคร่าวๆตอนที่เดินทางมาที่นี่ถ้าได้สักแสนสองแสนเหรียญก็น่าจะโอเคแล้ว ถ้าได้ไม่ถึงก็อาจจะต่อราคาขึ้นอีกได้ แต่นี่ ล้านสองแสนเหรียญ!!

ข้ากำลังจะรวย!!!’ แกรนด์คิดในใจและอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

เมื่อเห็นแกรนด์นิ่งเงียบอริสรู้สึกแปลก รึว่าข้าเสนอราคาต่ำไป?

“ทางเรามีของขวัญพิเศษให้ท่าน โปรดรอสักครู่” อริสสั่งให้คนงานในร้านไปเอาของบางอย่างอออกมา สักพักชายหนุ่มหลายคนแบกของต่อกันเป็นแถวเข้ามา

“ทางร้านเราขอมอบลูกธนูหัวเหล็ก 1000 ดอกให้ท่านเป็นของขวัญ” หญิงสาวพูดพลางยื่นป้ายที่ทำจากโลหะเป็นสัญลักษณ์อะไรสักอย่าง

“นี่เป็นเครื่องหมายพิเศษของทางร้านเรา ท่านคือแขกพิเศษที่สามารถขึ้นไปบนชั้นที่3ของร้านเราได้”

แกรนด์พยักหน้าอย่างพึงพอใจและเก็บลูกธนูหัวเหล็กเข้าไปในตุ้มหูทองคำ

อริสสังเกตชายหนุ่มมาสักพักแล้ว เนื่องจากมองไม่เห็นหญิงสาวจึงได้แต่คาดเดา มีอุปกรณ์ที่เก็บของมาขายมากมายขนาดนั้นมาขายได้ต้องเป็นแหวนมิติระดับเงินแน่นอน อีกทั้งของที่เอามาขายจำนวนมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะล่าเพียงลำพังโดยเวลาแค่เดือนกว่า เป็นไปได้ว่าเขาอาจมีกองกำลังที่นักล่ามืออาชีพที่มีสมาชิกอยู่มากมายเป็นแน่

“ท่านต้องการของสิ่งใดในร้านของเราหรือไม่?”

“วันนี้ข้าขอแค่ ขนมปัง 2000 ก้อน ชีส 500 กิโล เบียร์ 100 ถัง เหล้ารัม 50 ถัง เอาแค่นี้ก่อน ข้ารู้สึกอีกไม่กี่วันอาจจะได้เข้ามาอีกน่ะ”

อริสได้ยินดังนั้นยิ่งทำให้ปักใจเชื่อว่าเขามีกองกำลังนักล่าอยู่จำนวนมากแน่ๆ

“สินค้าทั้งหมดนี้ข้าคิดกับท่านแค่ 50 เหรียญเงิน ข้าขอเวลาเตรียมสินค้าสัก 2 ชั่วโมง ท่านสามารถไปทำอย่างอื่นในเมืองรอก่อนได้” อริสยื่นส่วนที่หักเหลือให้แกรนด์ 1เหรียญทองกับอีก150เหรียญเงิน ชายหนุ่มรับมาอย่างอารมณ์ดี ในใจนั้นมีเพียงคำว่าข้ารวยแล้ววนเวียนในหัวอยู่อย่างไม่อาจถอนออกได้

“อืม งั้นเดี๋ยวข้ากลับมานะ”  แกรนด์พูดพร้อมเดินออกไปนอกร้าน

เวลานี้เป็นช่วงสายๆ บรรยากาศในย่านการค้าค่อนข้างคึกคัก ร้านค้าเล็กใหญ่ต่างส่งเสียงเรียกลูกค้ากันตามรายทาง เหล่าพ่อค้าที่มาซื้อขายสินค้าและขนไปขายต่างเมืองมากันเป็นกลุ่มๆ

เขาใช้สกิลตรวจสอบเพื่อประเมินพลังของกลุ่มขบวนสินค้า สกิลตรวจสอบพลังเป็นทักษะที่ใช้ระบุระดับพลังของคนอื่น ทักษะนี้เป็นทักษะที่ถือว่ามีประโยชน์มากทีเดียว แต่ผู้มีพรสวรรค์ส่วนมากจะไม่ฝึกกัน เพราะเป็นทักษะที่ใช้สมาธิและเวลาฝึกยาวนาน ซึ่งผู้มีพรสวรรค์ส่วนมากจะเน้นทุ่มเทกับการฝึกพลังเพื่อเพิ่มพลังและวิชาเฉพาะตัวมากกว่า ซึ่งใครที่ฝึกสกิลตรวจสอบควบคู่ไปด้วยมักจะโดนคนรุ่นเดียวกันทิ้งห่าง ซึ่งเกิดจากการแบ่งเวลามาฝึกหลายๆวิชานั่นเอง ดังนั้นทักษะนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์หรือไร้พลังเพราะถึงไม่มีพลังในการต่อสู้แต่ก็เป็นที่ต้องการในหน่วยหรือกองกำลังต่างๆ ทำงานเป็นผู้สังเกตการณ์หรือหน่วยสอดแนมอะไรทำนองนี้

สแกนชายหนุ่มเพ่งสมาธิและมองไปที่กลุ่มคนกลุ่มต่างๆ ทักษะนี้จำเป็นต้องใช้พลังสมาธิพอสมควร จึงทำให้การใช้แต่ละครั้งใช้ได้ไม่นานนัก จากการตรวจสอบเขาพบว่าผู้คุ้มกันส่วนมากเป็นนักรบ มีผู้ใช้เวทย์บ้าง ส่วนมากจะอยู่คลาส 3-4 ซึ่งถ้าระดับยิ่งสูงค่าจ้างยิ่งแพง ถ้าเป็นขบวนการค้าขนาดใหญ่เช่นในเมืองหลวงอาจมีผู้คุ้มกันคลาส 6-7 เลยทีเดียว ทหารประจำการในเมืองนั้นทุกคนจะต้องมีพลังที่คลาส 2 ซึ่งถ้าสูงกว่านั้นจะได้รับเลื่อนเป็นหัวหน้าทหารตามลำดับขั้น ในขณะที่เดินตรวจสอบและหาสินค้าอื่นๆอยู่นั้น พลันสายตาก็มองเห็นคนผู้หนึ่ง

“โอ้ เจอคนรู้จักซะแล้วสิ” แกรนด์มองไปที่ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินนำหน้าทหารหลายสิบนายเพื่อตรวจความเรียบร้อยในเมือง เขาน่าจะมีอายุพอๆกับแกรนด์ ผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าดูดี ดวงตาเต็มไปด้วยความทระนงตามแบบคนตระกูลชนชั้นสูง

สแกนเขาเพ่งสมาธิมองไปที่ชายคนดังกล่าว หากใช้ทักษะตรวจสอบพลังในแต่ละคลาสจะถูกระบุเป็น % ซึ่งถ้าตรวจสอบพลัง 1-30%จะถูกเรียกว่าเป็นพลังขั้นต้น  31-60%ขั้นกลาง  61-90%ขั้นสูง 91-100%ขั้นสุดยอดถ้าผู้ใดถึง100%ของคลาสนั้นๆจะติดอยู่ที่พลังจุดนี้ เรียกว่า คอขวด ซึ่งการจะทลายคอขวดขึ้นไปนั้นเป็นเรื่องยาก จะต้องฝึกอย่างหนักหน่วง ทำความเข้าใจในพลังขั้นต่อไปให้ได้ ซึ่งเมื่อเลื่อนคลาสไปแล้วพลังจะเพิ่มขึ้นมาหลายเท่า ตระกูลที่ร่ำรวยบางตระกูลจะซื้อยากระตุ้นเพื่อให้ทายาทหรือผู้มีพรสวรรค์ในตระกูลทะลวงคอขวดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าราคานั้นสูงลิ่ว

“ผู้ใช้เวทย์คลาส 4 พลัง 76% โอ้ ผู้หลอมเวทย์ขั้นสูงนี่เอง ก็สมกับเป็นเจ้าล่ะนะ เอลรอน” แกรนด์ยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #33 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 17:25
    จัดการตบเกรียนเอลรอนเลย
    #33
    0