ธิดาแม่ทัพดวงใจจอมมาร

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : พร้อมหน้าพร้อมตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    6 มี.ค. 60

           เด็กสาวหน้าตางดงาม แม้จะอายุเพียงห้าขวบ แต่ผู้คนก็สามารถเดาได้อย่างง่ายได้ว่าภายภาคหน้า เด็กสาวผู้นี้จะต้องงามล่มบ้านล่มเมืองอย่างแน่นอน

           ซูหนิงเหมยในชุดสีม่วงผสมชมพูสดใส ซึ่งเข้ากับใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเธอ หนิงเมยกำลังรีบเดินไปยังประตูทางเข้าจวน เพื่อไปต้อนรับพี่ชายใหญ่และพี่ชายสามที่กำลังกลับมาจากชายแดนหลังจากไปปราบโจรกว่าสองเดือนเต็ม ทำให้หนิงเหมยเหงาหงอยอยู่ไม่ใช่น้อย

           ฉันรีบเดินไปยังประตูจวนอย่างรวดเร็ว ก็พบท่านพ่อท่านแม่และพี่รองกำลังรอพี่ใหญ่และพี่สามอยู่แล้ว

              “ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ พี่ใหญ่พี่สามมาหรือยังเจ้าคะฉันเอ่ยออกไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อคิดถึงว่าการกลับมาคราวนี้จะขอให้พี่ใหญ่ช่วยสอนพลังยุทธ์ให้เพิ่มเติม พี่ใหญ่ของฉันเป็นถึงรองแม่ทัพ แม้จะอายุยังน้อยอยู่ก็ตาม ส่วนพี่สามของฉันนั้นไปเป็นกุนซือให้กับกองทัพ ซึ่งพี่ใหญ่เป็นรองแม่ทัพอยู่ ท่านพ่อของฉันนั้นก็เป็นแม่ทัพใหญ่ แต่ภารกิจคราวนี้พี่ใหญ่และพี่สามไปปฏิบัติการเอง ซึ่งไม่ได้ยากมากมายถึงขั้นให้แม่ทัพใหญ่อย่างท่านพ่อต้องลงมือจัดการด้วยตนเอง ส่วนท่านพี่รองของฉันเป็นขุนนาง รองเสนาบดีกรมขุนนาง ทำให้ทุกวันมักจะมีเพียงฉันและท่านแม่เท่านั้นที่อยู่จวน

             ท่านพี่ทั้งสามนั้นค่อนข้างจะใจดีกับฉันเลยทีเดียว หากจะเรียกว่าตามใจก็คงจะได้ เพราะเวลาฉันอยากได้อะไรเพียงอ้อนนิดอ้อนหน่อยก็จะได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญที่พี่ชายที่มีน้องสาวมักจะเป็นกันก็คือ หวง และห่วงนั้นเอง และฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่โดนทั้งหวงและห่วงอย่างหนัก ทำเอาฉันที่เคยมีอิสระในการไปไหนมาไหนตลอดชาติที่แล้ว ปรับตัวแทบไม่ถูกเลยทีเดียว ทำให้ทุกวันนี้เวลาที่ฉันจะออกไปจากจวน จะต้องนึกถึงเวลาดีๆ ต้องเป็นเวลาที่ท่านพ่อ และพี่ทั้งสามออกไปรบ หรือทำธุระที่ไหน และฉันก็จะบอกท่านแม่ว่าอ่านหนังสืออยู่ที่เรือน ทั้งๆที่... ตัวฉันอยู่ข้างนอก และคนที่มักจะดุว่าฉันเรื่องนี้มากเป็นพิเศษก็คือลี่มี่ ที่มักจะบ่นอยู่เสมอ ฉันก็พอจะเข้าใจ เพราะถ้ามีคนรู้เรื่องนี้เข้า ก็จะมีลี่มี่ที่โดนหนัก

                “เหมยเอ๋อใจเย็นๆก็ได้ พี่ใหญ่กับพี่สามของเจ้านั้นกำลังเดินทางมา อีกไม่นานก็จะถึงแล้วล่ะ ท่านพ่อของฉันผู้มีนามว่า ซูชงซื่อ กล่าวกับฉันพร้อมกับมองฉันด้วยแววตายิ้มๆขบขันที่ฉันร้อนรน ตื่นเต้นออกนอกหน้า

                “เหมยเอ๋อ เจ้าคิดถึงแต่พี่ใหญ่และน้องสาม แต่ไม่คิดถึงพี่แล้วงั้นหรือ พี่ก็ไม่ได้กลับจวนมาถึงสามวันเชียวนา พี่รอง ซูจิ้นเล่อกล่าวด้วยท่าทีงอนๆดุจหญิงสาวงอนสามี พร้อมกับกอดอกและหันไปมองทิศอื่น

                 “โถ่ พี่รองเจ้าคะ เหมยเอ๋อก็คิดถึงพี่รองเช่นกันเจ้าค่ะ แต่เหมยเอ๋อไม่ได้เจอพี่ใหญ่พี่สามตั้งสองเดือนนี่เจ้าค่ะ ฉันเดินตรงไปพร้อมกับกอดเข้าทีเอวของพี่รอง (สูงแค่เท่าเอวพี่รองนั้นเอง) พี่รองของฉันแม้ว่าจะมีอายุสิบเก้าปีเต็มแล้ว แต่ก็ยังชอบเง้างอนดุจเด็กน้อยอยู่เลย

                 “ครั้งนี้พี่รองของเจ้าจะยอมแล้วกัน พี่รองของฉันนั้นแม้จะงอนง่าย แต่ก็หายเร็วเช่นเดียวกันพี่รองอุ้มฉันขึ้นก่อนจะหอมแก้มน้อยๆของฉันอย่างรักใคร่ แม้ช่วงแรกๆฉันนั้นจะไม่ชินกับการมีผู้ชายมาหอมแก้ม แต่พอหลังๆมาก็เริ่มพอชินได้

              คราแรกที่โดนหอมแก้มนั้นก็เล่นฉันนั้นหน้าแดง หน้าผ่าวเลยทีเดียว เพราะวิญญาณของฉันอายุก็เข้าเลขสอง หนำซ้ำยังอายุมากกว่าพี่ใหญ่เสียอีก แถมบรรดาลูกๆของท่านพ่อนั้นก็มีหน้าตาหล่อเหลาเช่นนี้ทำเอาหนิงเหมยยามพบเหล่าพี่ชายก็ตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ตอนนี้หรอ ฉันชินไปหมดเสียแล้วล่ะ

-------     Loading 40 %     -------

                  

               “ขบวนคุณชายใหญ่มาแล้วขอรับนายท่าน เสียงของพ่อบ้านหลี่เอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังทิศทางหนึ่งที่ปรากฏม้าจำนวนห้าตัวกำลังวิ่งมาทางนี้ ซึ่งผู้ที่ขี่มานั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ท่านพี่ใหญ่ และพี่สามของฉัน รวมไปถึงทหารที่ติดตามมาด้วยนั่นเอง

                “คารวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ ทั้งคู่กระโดดลงจากม้า ก่อนจะทำความเคารพ

                “กลับมาเสียทีนะ แม่คิดถึงเจ้าทั้งสองมากๆ บ่นให้พ่อฟังทุกคืนเลยเนี่ย พ่อหูชาหมดแล้ว ท่านพ่อของฉันกล่าวกับพี่ใหญ่และพี่สาม ก่อนจะหันไปมองท่านแม่ที่ตรงไปกอดลูกชายทั้งสองด้วยความคิดถึง

                “กลับมาปลอดภัยก็ดี พวกเราไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาถึงสองเดือนเลยทีเดียว ท่านแม่ของฉันนามว่า ซูเหมยอ้าย กล่าวออกมาด้วยความดีใจ

                “เหมยเอ๋อก็คิดถึงท่านพี่ทั้งสองมากๆเจ้าคะฉันเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงปิติยินดี และตรงเข้ากอดพี่ชายทั้งสองอย่างรวดเร็ว พี่ใหญ่ของฉันอุ้มฉันขึ้นกอด ก่อนที่จะหอมแก้มนุ่มนิ่มน้อยๆของฉัน (เอะอะก็หอมแก้ม - - )

            “พวกพี่ก็คิดถึงเจ้าเหมือนกันเหมยเอ๋อ เป็นอย่างไร สบายดีหรือไม่พี่สามเอ่ยออกมาก่อนที่จะตรงเข้ามาหอมแก้มของฉัน แม้ว่าตอนนี้ฉันจะอยู่ในอ้อมกอดของพี่ใหญ่ก็ตาม

               “สบายดีเจ้าคะท่านพี่ ท่านพี่ใหญ่เจ้าคะ เหมยเอ๋ออยากเรียนวิชาดาบกับท่าน ท่านช่วยสอนให้ข้าได้หรือไม่เมื่อฉันตอบพี่สามไปเสร็จ ก็กระซิบเข้าที่หูของพี่ใหญ่เบาๆ เพราะกลัวว่าท่านพ่อท่านแม่จะรู้แล้ว โกรธเอา

               “เรื่องนี้เจ้าควรของท่านพ่อท่านแม่ก่อนนะเหมยเอ๋อ หากท่านพ่อท่านแม่รู้ พวกท่านไม่โกรธพี่หรอกหรอ พี่ใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆตอบกลับ ฉันจึงได้นิ่วหน้า เพราะกลัวว่าท่านพ่อท่านแม่จะไม่อนุญาต เพราะฉันเคยขออนุญาตเมื่อวัยเพียงสี่ขวบและผลตอบกลับก็คือ ไม่! เพราะฉันยังเด็กอยู่ ร่างกายฉันนั้นยังเด็กอยู่ก็จริง แต่จิตวิญญาณ และสมองไม่ได้อายุเพียงห้าขวบนะเจ้าคะ!!!

               “เจ้าคะ แต่ท่านพี่ต้องช่วยเหมยเอ๋อด้วยนะเจ้าคะ เหมยเอ๋ออยากเป็นวิชาดาบบ้างและถ้าจะให้ดีช่วยสอนพลังยุทธ์ให้เหมยเอ๋อด้วยนะเจ้าคะฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พลังในโลกใหม่นี้ ช่างแปลกและพิสดาร เหมือนกับจีนโบราณก็เป็นได้ วิชาดาบ แม้ว่าในชาติที่แล้วฉันจะพอเป็นอยู่บ้าง แต่ชาตินี้อาจจะได้แตกต่างกันก็เป็นได้ และฉันก็อยากเรียนรู้มัน เพราะฉันนั้นชอบศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ในชาติที่แล้วฉันถึงได้เป็นถึงนักฆ่าปริศนาที่ทำให้โลกสั่นสะเทือนมาแล้ว

               “ตกลง แต่ตอนนี้ไปทานอาหารเที่ยงกันเถิด พี่เริ่มจะหิวเสียแล้วพี่ชายกล่าวพร้อมกับเอามือลูบท้องอย่างสื่ออารมณ์

                “เจ้าคะ ท่านพ่อท่านแม่พี่รองพี่สาม เราไปทานอาหารกลางวันกันเถิดเจ้าคะ

            พวกเราทั้งหกเดินไปยังห้องรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุข พร้อมด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

               “ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ ลูกจะขอฝึกดาบ และฝึกวรยุทธ์นะเจ้าคะ ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเราทั้งหกรับประทานอาหารเสร็จ

ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง พี่สาม หันมามองฉันเป็นตาเดียว ทำเอาทั้งห้องเงียบในพริบตา

               “หากเจ้าอยากจะฝึกพ่อก็ไม่ได้ห้าม แต่พ่อกลัวว่าระหว่างการฝึกลูกจะบาดเจ็บเอานะ ท่านพ่อเอ่ยออกมาด้วยหน้าตาเหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด ซึ่งต่างจากที่ฉันคิดเป็นอย่างมาก

              “แม่ของเจ้าก็ไม่ได้ห้าม ผู้หญิงอย่างเรานั้นจะให้ผู้ชายปกป้องอย่างเดียวก็ไม่ใช่ แม่ก็เห็นด้วยที่เจ้าจะฝึกวรยุทธ์ แต่ลูกจะต้องเรียนเรื่องงานบ้านงานเรือน การดนตรีด้วยนะจ้ะ ไม่งั้นแม่ไม่อนุญาต เมื่อท่านแม่พูดจบ ก็เล่นเอาพวกเราสี่พี่น้องตกใจ เบิกตากว้างเลยทีเดียว ท่านแม่ที่ห่วงลูกๆอย่างมากๆ กลับอนุญาตให้น้องเล็กของบ้านฝึกวรยุทธ์ แม้จะมีข้อแม้แต่นี่ก็เกินความคาดหมายของฉัน ที่คิดว่าท่านแม่จะบ่นสักเล็กน้อยก็ตาม

           เมื่อท่านพ่อเห็นบรรดาลูกๆ เบิกตากว้างก็อมยิ้มน้อยๆ

               “เจ้าคิดว่าท่านแม่ของพวกเจ้าจะไม่อนุญาตให้น้องเล็กร่ำเรียนงั้นหรือ ท่านพ่อเอ่ยพร้อมจิบชายิ้มๆเล็กน้อย

            พวกเราทั้งสี่พยักหน้าพร้อมกัน อย่างมึนงงเล็กน้อย

               “พวกเจ้าคิดผิดจริงๆเสียเลยเนี่ย เห็นท่านแม่ของเจ้าจะดูท่าทางอ่อนแอเช่นนี้ แต่ท่านแม่ของเจ้านั้นกลับผู้ฝึกยุทธ์หญิงขั้นหกเชียวนา ท่านพ่อมองบรรดาลูกๆอย่างยิ้มๆพร้อมกับวางแก้วชาบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา

            พวกเราทั้งสี่หันไปมองท่านแม่ทันที ซึ่งท่านแม่ตอนนี้นั่งอย่างไม่ทุกข์ร้อน และไม่ตื่นเต้นกับท่าทีตกใจของลูกๆเลยแม้แต่น้อย

                “ขั้นหก... แม้ว่าระดับพลังยุทธ์จะมีทั้งหมดสิบสองขั้น และท่านแม่จะเป็นขั้นที่หก แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง เพราะผู้คนมักจะไม่อนุญาตให้ผู้หญิงฝึกยุทธ์ เพราะกลัวว่าฝ่ายชายจะไม่แต่ง ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ในโลกนี้จะไม่เป็นวรยุทธ์กัน ถ้าหากเป็นก็จะไม่เกินขั้นสาม เพราะสุดท้ายก็จะไม่ทนกับการฝึก และจะเรียนเพียงงานบ้านงานเรือนอย่างเดียว

            ตอนนี้ท่านพี่ใหญ่มีพลังยุทธ์อยู่ที่ขั้นเจ็ด ท่านพี่รองขั้นหก และพี่สามมีวรยุทธ์อยู่เพียงขั้นที่สี่ เพราะพี่สามนั้นเป็นกุนซือที่มักจะใช้สมอง แต่ไมได้ใช้กำลัง แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็ยังให้ฝึกยุทธ์เพื่อป้องกันตัวเอง เพราะตระกูลซูนั้นเป็นตระกูลที่มากอำนาจ อาจจะมีใครลอบโจมตีก็เปน็ฌ็ฌ็็นได้ และความลับอีกอย่างที่ฉันรู้มาคือครอบครัวของฉันทุกคนมักจะมีเงาติดตามตัว ตอนแรกๆที่อยู่ๆฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองฉันอยู่ตลอดเวลาก็ทำเอาฉันรำคาญไม่น้อย แต่เมื่อลองหาทางล่อให้บรรดาเงาออกมา และสอบถามก็รู้ว่าเป็นคำสั่งของท่านพ่อ และทุกคนมักจะมีเงาติดตามอยู่อย่างน้อยห้าคน

                 “แล้วเหมยเอ๋อจะฝึกกับใครงั้นรึ จะให้พ่อเอาทหารมาช่วยฝึกให้หรือไม่ ท่านพ่อหันมามองและถามฉัน

                 “เอ่อ.. เดี๋ยวเหมยเอ๋อฝึกกับพี่ใหญ่ก็ได้เจ้าคะ

                 “พี่ใหญ่ของเจ้าอาจจะไม่ว่างตลอดเวลา เพราะเป็นถึงรองแม่ทัพ หากช่วงไหนก็ไปฝึกที่กองทัพของพ่อได้

                  “เจ้าคะท่านพ่อ

                  “เหมยเอ๋อต้องอย่าลืมนะ ว่าเจ้าจะต้องเรียนเย็บปักถักร้อยกับแม่ และเรียนดีดพิณด้วย

                   “เจ้าค่ะท่านแม่ ฉันตอบด้วยน้ำเสียงสดใส แม้จะน่าเบื่อเล็กน้อย แต่ฉันที่ชาติที่แล้วต้องมานั่งเย็บเสื้อที่ขาด และมีนิสัยขี้งกมาก จึงมักจะซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยตนเอง เพียงแค่นี้ไม่ขนามือหนิงเหมยหรอก


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ครบแล้ว 100 % บางคนอาจจะมองว่าเหมยเอ๋อของเรานั้นเทพนะคะ แต่เพราะว่านางดันมีความทรงจำเดิมจึงทำให้ทำอะไรเป็นค่อนข้างเร็วค่ะ ขอให้รีดทุกคนอ่านสนุกน้า แล้วเจอกันตอนหน้าค่า

หนึ่งเม้นหนึ่งกำลังใจ

Littlebaep

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

144 ความคิดเห็น

  1. #7 23890210 (@23890210) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 12:59
    ติดตามจ้า
    #7
    0
  2. #6 lookkaewfin (@lookkaewfin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 11:28
    ยิ่งรวยยิ่งงก 5555
    #6
    0
  3. #5 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 19:45
    รอเจอพี่ๆ แล้ววว
    #5
    0
  4. #4 Lovely_Sweety (@Lovely_Sweety) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 18:30
    รอค่าาา มาต่อไวๆน่ะ >~<
    #4
    0