ธิดาแม่ทัพดวงใจจอมมาร

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 : ชื่อเสียงของไป๋และเฮย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    7 มี.ค. 60

           เมื่อฉันกลับมาถึงบ้านก็ใกล้จะเป็นเวลาทานอาหารเย็นพอดี ฉันจึงไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ให้กลายเป็นหญิงสาวเช่นเดิม ซึ่งเสื้อผ้าก็มักจะเป็นเสื้อชมพูและม่วงอยู่เสมอ ถึงแม้อดีตฉันจะเป็นนักฆ่า แต่จิตใจของฉันหาใช่ต้องการเป็น การเป็นนักฆ่า หากเราไม่ฆ่า เราก็จะเป็นผู้ถูกฆ่า และเพื่อหาเลี้ยงฉันและน้องสาว ซึ่งได้สูญเสียทั้งบิดาและมารดาไป จึงจำเป็นอย่างมากในการหาเงิน จากที่เป็นนักฆ่าเพื่ออยู่รอด มันกลับกลายเป็นอาชีพหนึ่งของฉันไปเลย เมื่อพอฉันมีเงินก้อนใหญ่ จึงเริ่มทำการค้าขาย เริ่มแรกก็สุจริต ถูกกฎหมายอยู่หรอก ไปๆมาๆมันกลับการเป็นธุรกิจสีเทา ซึ่งพอฉันรู้ตัวอีกที มันก็ถลำลึกไปแล้ว

           เมื่อฉันอาบน้ำ ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจึงไปยังห้องรับประทานอาหารของครอบครัวเราดั่งเช่นทุกๆครั้ง เมื่อไปถึงก็พบท่านพ่อ ท่านแม่ และบรรดาพี่ชายนั่งอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเมื่อฉันผ่านประตูเข้าไป ทั้งห้าก็หันมามองฉันเป็นสายตาเดียว ซึ่งเต็มไปด้วยสายตาแห่งความเป็นห่วง สายตาขึงโกรธเล็กน้อย และสายตาของท่านพ่อท่านแม่ที่เหมือนจะเหนื่อยอกเหนื่อยใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

           “ขออภัยท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่พี่รอง และพี่สาม ข้านั้นเพียงอยากออกไปเดินเล่นนอกเมืองเล็กน้อย จึงกลัวว่าพวกท่านจะไม่อนุญาตเลยไมได้กล่าวขอพวกท่าน ขออภัยอย่างยิ่งเจ้าคะฉันโค้งเล็กน้อย และกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันอาศัยในจวนแห่งนี้ ซึ่งจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่นั้น ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

            “ช่างเถอะ อย่างไรเจ้าก็กลับมาปลอดภัยแล้ว เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ คงจะหิวแล้ว มาทานอาหารกันเถิด แต่วันหลังเหมยเอ๋อเจ้าจะไปไหน หนใด กล่าวกับท่านพ่อ ท่านแม่ก่อน ไม่งั้นพวกเราคงเป็นห่วงมากๆอย่างแน่นอน ท่านพ่อของฉันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย แม้ว่าเหมยเอ๋อจะมีพลังยุทธ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชนะทุกคนได้ ซูชงซื่อก็เพียงเป็นห่วงบุตรสาวคนเดียวของบ้านว่าจะเป็นอะไรบ้างก็แค่นั้น

            “วันหลังอย่าทำเช่นนี้อีกนะเหมยเอ๋อ แม่เป็นห่วงใจจะขาด ท่านแม่เอ่ยตัดพ้อด้วยแววตาเศร้าๆ มองมาทางฉัน

            “เหมยเอ๋อเข้าใจแล้วเจ้าคะท่านแม่ ครั้งหน้าข้าจะไม่ทำให้พวกท่านเป็นห่วงเจ้าคะ ฉันเอ่ยออกไปเพื่อบรรเทาความกังวล เป็นห่วงของพวกท่าน แม้ว่าอีกไม่นาน ฉันจะต้องกล่าวเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้กับพวกท่านอีกแล้ว

             ฉันจึงเดินไปนั่งยังตำแหน่งของฉันดั่งทุกที จากคราวแรกที่เงียบๆเล็กน้อย ก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเฉกเช่นทุกวัน

             “ว่าแต่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สนุกหรือไม่เหมยเอ๋อ ท่านพี่รองเอ่ยถามฉันเป็นคนแรก

             “สนุกเจ้าคะพี่รอง ข้าได้พบกับสิ่งใหม่ๆมากมายที่ยังไม่เคยพบเจ้าคะ ฉันเอ่ยยิ้มๆไป ตอบตามความจริง แต่ก็ไม่ได้บอกไปทั้งหมดว่า สิ่งใหม่ๆ ที่ว่าคือสิ่งใด

            “แล้วเจ้าไปเดินเล่นที่ใดเล่าเหมยเอ๋อ พี่สามเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

            “เหมยเอ๋อเดินทางไปบริเวณทางตะวันออกของเมืองหลวงเจ้าคะ ฉันตอบไปแต่ก็ไม่ได้กล่าวถึง ป่า แห่งนั้นที่หากกล่าวออกไปก็ยิ่งทำให้พวกท่านเป็นห่วง

            เมื่อฉันกล่าวออกไป ทั้งห้าก็หันมามองฉันพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย ทางตะวันออกของเมืองหลวงนั้นเป็นป่าอสูรมรณะกว่าครึ่ง และป่าอสูรมรณะก็เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมาย ไม่ใช่ว่าน้องสาวของพวกเขาเดินเข้าไปในป่านั้นใช่หรือไม่

            ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาแปลกๆของทั้งท่านพ่อ ท่านแม่ และบรรดาพี่ๆจึงได้กล่าวตอบไป เพราะกลัวทุกคนจะเป็นห่วงเช่นเคย

            “ข้าไม่ได้เข้าไปในป่านั้นหรอกเจ้าคะ เหมยเอ๋อเพียงเดินเล่นชุมชนแถวนั้นเท่านั้นเจ้าคะ ฉันรีบตอบแก้ตัวไป ทำให้สีหน้าของท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านพี่ดีขึ้นตามลำดับ

            “ดีมาก เจ้าห้ามเข้าไปใกล้กับป่าแห่งนั้นเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่ เหมยเอ๋อ พี่ใหญ่เป็นผู้กล่าวกับฉันด้วยเสียงเข้ม ซึ่งเต็มไปด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าน้องสาวของตนจะเป็นเด็กที่พูดรู้เรื่องและเป็นเด็กดี แต่บางครั้งก็แอบซนเล็กน้อย ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้

            คำพูดของท่านพี่นั้น ทำให้ฉันแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย เห้อ! จะอย่างไรมันก็ผ่านมาแล้ว ท่านพี่คงห้ามไม่ทันแล้วล่ะเจ้าคะ

            เมื่อพวกเราทานอาหารเสร็จ พวกเราทั้งหกมักจะพูดคุยกันสักพัก ก่อนจะแยกกันกลับ ซึ่งฉันคิดจะใช้เวลานี้เพื่อกล่าวกับท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านพี่ทั้งสาม

            พวกท่านพี่ทั้งสามได้กล่าวเกี่ยวกับงานของท่านพี่ทั้งสามกันอย่างสนุกสนาน แม้จะมีบางเรื่องที่เครียด แต่บางเรื่องที่พบเจอก็กลับกลายเป็นสนุกสนาน และท่านพ่อที่เป็นแม่ทัพมักจะช่วยให้คำแนะนำพี่ใหญ่ที่เป็นรองแม่ทัพอยู่เสมอ เมื่อฉันเห็นว่าท่านพี่ทั้งสาม และท่านพ่อ ได้กล่าวเรื่องต่างๆให้ท่านแม่ฟังหมดแล้ว ฉันจึงเริ่มสงบจิตใจเพื่อขอกับท่านแม่ และท่านพ่อ


-------       Loading 50 %       -------


            “ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ เหมยเอ๋อจะขอไปเก็บตัวฝึกสักพักเจ้าคะ ฉันเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวเล็กน้อย ว่าพวกท่านจะไม่อนุญาต หากเป็นขอคนอื่นฉันไม่มีทางแคร์กับคำตอบของคนพวกนั้น แต่สำหรับครอบครัวที่ฉันรัก ฉันก็ไม่สามารถข้ามหัวพวกเขาไปได้

            ทั้งห้าหันมามองฉันด้วยสายตางุนงง เหมือนกับไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูดไป

            “เหมยเอ๋อจะขอเก็บตัวฝึกเจ้าคะ ซึ่งระยะเวลานั้นไม่สามารถบอกได้ หากเหมยเอ๋อฝึกสำเร็จเมื่อใด ก็จะกลับมาเมื่อนั้น เหมยเอ๋อได้เจอเข้ากับผู้มีพลังยุทธ์สูงส่งสองคน ซึ่งทั้งคู่ได้กล่าวจะรับเหมยเอ๋อเป็นศิษย์เจ้าคะ ฉันกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง แต่ในใจรู้อยู่เต็มเปาว่าตนเองกำลังโกหก

            “เจ้ากำลังจะมีอาจารย์งั้นหรือเหมยเอ๋อท่านพ่อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

            “เจ้าคะ

            “ผู้มีพลังยุทธ์สูงส่งที่จะรับเจ้าเป็นศิษย์นั้นนามว่าอะไรหรือเหมยเอ๋อเป็นท่านแม่ที่เอ่ยถามฉันพร้อมกับมองฉัน

            “พวกเขานามว่า ไป๋ และเฮยเจ้าคะท่านแม่ เมื่อฉันกล่าวจบ ท่านพ่อและท่านแม่ก็พลันเหมือนกับไฟช็อตไปเล็กน้อย พร้อมกับหันมองหน้ากัน และจ้องมาทางฉัน ทำเอาฉันงุนงงไปเล็กน้อย พวกท่านทั้งสองรู้จักด้วยหรือนี่

            พี่ๆทั้งสามที่เห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของทั้งท่านพ่อ และท่านแม่ ก็พลันงุนงงเหมือนกับฉัน

            สิ่งที่ตอนนี้ท่านพ่อและท่านแม่ทั้งสองกำลังสงสัยนั้นคือ ไป๋และเฮยที่บุตรสาวกล่าวนั้นจะใช่คนเดียวกับที่พวกตนคาดหรือไม่ แต่หากเหมยเอ๋อกล่าวว่ามีพลังสูงส่ง ก็มีเปอร์เซ็นความเป็นไปได้สูง

            “แล้ว.. เจ้าอยากไปหรือไม่เหมยเอ๋อ ผู้เป็นแม่ถามออกมาด้วยเสียงสั่นๆเล็กน้อย หากบุตรสาวของนางต้องการไปฝึก นางก็ย่อมไม่ขัด เพราะทั้งสองขาวดำนั้น เป็นผู้ที่มีพลังสูงส่ง ที่หายาก พลังแท้จริงนั้นอยู่ขั้นเท่าไหร่ พวกตนไม่สามารถหยั่งรู้ได้

            “เจ้าคะท่านแม่ ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ หากท่านแม่รู้ก็น่าจะรู้ว่าพวกเขาทั้งสองมีวรยุทธ์สูงส่งเท่าใด และอาจจะอนุญาตให้ไปก็เป็นได้

            “ว่าแต่ ไป๋และเฮยที่พวกท่านกล่าวถึงกันนั้นคือใครหรือขอรับ พี่ใหญ่เป็นผู้กล่าวออกมาด้วยความสงสัย

            “บุรุษผู้หนึ่งนามว่าไป๋ และอีกผู้หนึ่งนามว่าเฮย พวกเขาทั้งสองเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่สูงส่ง ที่แม้แต่แคว้นใดๆก็ไม่อาจตั้งตัวเป็นศัตรูได้ และพลังของพวกเขาทั้งสองนั้นมากกว่าขั้นสิบสอง ที่ในแผ่นดินต้าหลงแห่งนี้ไม่เคยปรากฏผู้ที่มีพลังยุทธ์ถึงขั้นนั้นมาก่อน ที่จริงพลังยุทธ์นั้นไม่ได้มีเพียงสิบสองขั้น แต่ว่าสิบสองขั้นนั้นเป็นสูงสุดที่เคยปรากฏในแผ่นดินต้าหลงแห่งนี้ ท่านพ่อเอ่ยอธิบายออกมาทำให้พวกเราเหล่าพี่น้องพลันตกใจเบิกตากว้าง เพราะบุรุษทั้งสองนั้นเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินต้าหลงแห่งนี้ แต่พวกเรากลับไม่เคยได้ยินมาก่อน

             “หากพวกเจ้าไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลก รุ่นพ่อแม่ของพวกเจ้า ผู้ที่เคยได้ยินยังหายากเลย แต่เพราะท่านพ่อ และท่านแม่ของพวกเจ้านั้นเป็นศิษย์ของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นโจว และอาจารย์ของพวกข้านั้นได้พบกับไป๋และเฮยมาก่อน จึงได้เล่าเรื่องของไป๋ และเฮยให้กับพวกเรา เมื่อท่านพ่อและท่านแม่กล่าวมาทำเอาฉันงุนงงเล็กน้อย เพราะทั้งสองคนที่ฉันพบเจอนั้นอายุยังน้อยอยู่เลย แต่ท่านพ่อกล่าวว่าอาจารย์ของท่านพ่อเป็นพบพวกเขา หรือไม่แก่?

             “หากเจ้าจะไปเก็บตัวฝึกกับผู้มีวิชาสูงส่งขนาดนั้นแม่ก็ไม่ห้ามอันใด เพราะหากเหมยเอ๋อของแม่ไปเป็นศิษย์ของผู้มีพลังยุทธ์สูงส่งถึงเพียงนั้นก็เป็นเรื่องดีเช่นเดียวกัน และแม่คิดว่าพวกเขาจะดูแลและพัฒนาลูกของแม่ได้อย่างมาก อย่างไรก็รีบฝึกฝนให้สำเร็จวิชา และกลับมาหาพ่อและแม่นะลูกท่านแม่กล่าวกับฉันพร้อมกับยิ้ม แต่ฉันมองเห็นน้ำตาคลอในดวงตาของท่านแม่อย่างชัดเจน

             “พ่อก็ไม่ห้าม รีบฝึกฝนและกลับมาหาพ่อและแม่นะ เข้าใจหรือไม่ ท่านพ่อเอ่ย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด

             “แล้วเจ้าจะออกเดินทางเมื่อไหร่รึเหมยเอ๋อ พี่ใหญ่เป็นคนถามขึ้น เมื่อฉันหันไปก็พอจะมองเห็นว่าพี่ชายทั้งสามมีสีหน้าเว้าวอนเล็กน้อย รวมไปถึงน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาทั้งสามคู่

              เด็กสาวที่สร้างชีวิตสีสันเป็นอย่างมากให้กับจวนตระกูลซูแห่งนี้ ยามเด็กสาวไม่อยู่จะต้องเหงามากแน่ๆ เพียงแค่คิดน้ำตาของผู้เป็นพี่ชายก็พลันเอ่อล้นด้วยน้ำตา ทำเอาน้องสาวที่น้ำตาคลอเช่นกันมองและขำพี่ชายทั้งสามของนางเล็กน้อย ที่เป็นถึงบุคคลที่มีผู้ปกครองใต้อำนาจ และเป็นที่เคารพให้กับใครหลายๆคน กลับมาร้องไห้เช่นเด็กเช่นนี้

              “พรุ่งนี้เช้าเจ้าคะ ฉันตอบออกไปพร้อมกับยิ้มให้ทั้งน้ำตา

             “คืนนี้เจ้าไปพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้เช้าเจ้าคงต้องเดินทางแต่เช้า เดี๋ยวจะตื่นไม่ไหว ท่านพี่รองเอ่ยออกมาออกแนวตลกขบขัน ซึ่งทำให้ห้องทานอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

             “ข้าไม่ตื่นสายหรอกเจ้าคะ นิสัยนั้นข้าเปลี่ยนตัวเองเยอะแล้วนะเจ้าคะ เด็กสาวอย่างฉันที่มักจะชอบนอนดึกตื่นสายอย่างฉันโต้เถียงตอบกลับ พร้อมกับแสดงหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย

             “เข้าใจแล้วๆ พรุ่งนี้เจอกันตอนเช้านะเด็กน้อยของพี่ พี่รองเดินมาลูบหัวฉันก่อนที่จะแยกย้ายเตรียมตัวเข้านอน 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Loading 100 %

เหมยเอ๋อจะได้เป็นศิษย์ของผู้ที่แข็งแกร่ง ที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่อาจสู้ได้ ! เรื่องราวการฝึกและการพบกันอีกครั้งของเหมยเอ๋อ ที่จะต้องไปเป็นลูกศิษย์ของไป๋และเฮยจะเป็นยังไงต่อ ติดตามกันวันพรุ่งนี้ค่า ฝันดีรีดทุกคนค่า


LITTLEBAEP

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

144 ความคิดเห็น

  1. #23 yutsutatip (@yutsutatip) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 09:02
    แต่ที่แน่ๆนางอาจเก่งกว่สอาจารย์
    #23
    0
  2. #22 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:35
    โอ้วววว ได้อาจารย์โปรไฟล์เริ่ด อิออ
    #22
    0
  3. #21 poosurat (@poosurat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:10
    รอติดตามคะ มาต่อไวๆนะค่ะไรท์
    #21
    0
  4. #20 lookkaewfin (@lookkaewfin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 22:41
    เตรียมมมมม
    #20
    0
  5. #19 myseven2 (@mySeven) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 21:52
    รออ่านต่อน่ะ
    #19
    0
  6. #18 Ceres- (@Ceres-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 10:12
    รอตอนต่อไปจ้า
    #18
    0