BTShock เกมส์รถไฟฟ้า...สายมรณะ...

ตอนที่ 4 : Chapter 2 : เงื่อนงำของการตาย [Orginal Ver Date : 9 Nov 10]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 พ.ค. 54

แม้ท้องฟ้าจะไร้แสงอาทิตย์แล้ว แต่ในห้องทำงานเล็กๆ ของสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ยังคงมีแสงสว่างจากโคมไฟตั้งโต๊ะตัวใหญ่

เสียงพลิกหน้ากระดาษดังเป็นระยะ ชายหนุ่มอ่านสมุดรายงานนั้นอย่างเคร่งเครียด เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบบ้างเป็นครั้งคราว พลางเขียนอะไรบางอย่างลงสมุดโน๊ต สายตาของเขากวาดมองทั้งหน้าหนังสือพิมพ์ สมุดรายงาน สถิติ และหน้ากระดาษที่เขาขีดเขียนไปพร้อมๆ กัน และเมื่อเขาพบกับบางสิ่ง มันทำให้เขารู้สึกเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นโต

ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นพร้อมหยิบกระดาษตรงไปยังกระดานไม้ข้างฝาผนังที่เต็มไปด้วยหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ หมุดกระดาษและกระดาษโน้ตสีเหลืองจำนวนมาก เขาชี้นิ้วไล่ไปตามบอร์ด ก่อนติดมันด้วยหมุด ตามด้วยเอาเชือกสีแดงผูกกับหมุดอันอื่นๆ เขาคว้าหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดมาตัดหน้าข่าวของเด็กสองคนที่ตายบนสถานีรถไฟฟ้าสยาม ติดมันบนบอร์ดด้วยหมุด

ส่วนใหญ่ ใช้งานรถไฟฟ้าก่อนตาย...ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น หลังจากเงียบมานานเกือบหกชั่วโมง

บนกระดานนั้น เต็มไปด้วยข่าวการเสียชีวิตของคนหลายคน หลายสาเหตุ หลายช่วงเวลา และมันได้ถูกสรุปออกมาว่า ทุกคนที่ตาย เกี่ยวข้องกับรถไฟฟ้าทั้งสิ้น

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาหันไปที่ประตูห้อง ชายแก่ร่างเล็กเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องซีดีในมือตั้งใหญ่ เขาหยุดที่ธรณีประตู ยืนตรง ตบเท้า และทำท่าตะเบ๊ะ

ผู้กองครับ ผมนำวิดีโอกล้องวงจรปิดที่ขอมาให้แล้วครับ ชายแก่เอ่ยเสียงดังฟังชัด

อืม...เอาไปไว้บนโต๊ะนะจ่า  ผู้กองหนุ่มผายมือไปที่โต๊ะทำงาน

ครับ จ่าตอบ นำกองซีดีที่ถืออยู่ไปวางไว้ข้างๆป้ายชื่อ ธีรเดช ชัยชาญ แล้วเดินออกไป ผู้กองเดินไปนั่งที่โต๊ะ แล้วอ่านโน้ตกระดาษที่สอดอยู่หน้ากล่อง เขาโยนไปทีละแผ่นสองแผ่น

เจอแล้ว... ผู้กองมองกล่องซีดีในมืออย่างมีความหวัง เขาเปิดมัน และเล่นแผ่นซีดีด้วยคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เสียงเครื่องอ่านดังขึ้นแผ่วเบาพร้อมโปรแกรมที่เด้งขึ้นโดยอัตโนมัติ

มันคือวิดีโอวงจรปิดก่อนเกิดเหตุการณ์เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน วันที่เด็กสองคนตกรางรถไฟตาย...

ภาพวิดีโอปรากฏขึ้น มีผู้คนมากมายกำลังรอรถไฟในช่วงเวลาแปดนาฬิกา เขาเร่งวิดีโอไปเรื่อยๆ ผู้คนเดินเข้าออกรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าวิ่งจากไป และเทียบสถานีใหม่ มันถูกกรอจนกระทั่งถึงเวลา แปดโมงสี่สิบห้า ช่วงเวลาที่ใกล้จะเกิดเหตุ ผู้กองกดปุ่มหยุดเล่นวิดีโอ เขาเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินถือหนังสือพิมพ์ออกจากรถไฟฟ้าสายสีลม เดินมารอรถไฟฟ้าฝั่งสุขุมวิท เด็กคนนั้นใส่ชุดนักศึกษา และมีรูปพรรณสัณฐานตรงกับพยานในเหตุการณ์

ผู้กองหนุ่มกดปุ่มบนคีย์บอร์ด ภาพซูมเข้าไปจนเริ่มเห็นชัดขึ้น เขากดเล่นวิดีโออีกครั้ง สายตาของเขาเพ่งไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น ก่อนประตูรถไฟฟ้าจะปิดลง มีเด็กนักเรียนสองคนวิ่งออกมาจากตัวรถ ตรงไปหาทางเด็กหนุ่มคนนั้น เด็กแว่นพลัดตกลงไปในรางารถไฟฟ้า ถูกไฟฟ้าช็อตคาที่ เด็กนักเรียนอีกคนทรุดฮวบต่อหน้าซากศพ เด็กหนุ่มเข้าไปคุยกับเด็กนักเรียนด้วย และผู้กอง ก็ได้เห็นเด็กนักเรียนคนนั้น ให้อะไรบางอย่างกับเด็กหนุ่มคนนั้น ก่อนจะพลัดตกรางรถไฟฟ้าโดยที่เด็กหนุ่มพยายามจะช่วยไว้ แต่ก็ถูกรถไฟฟ้าเหยียบเละคาที่...

ผู้กองหนุ่มเหมือนปะติดปะต่อเรื่องได้ เขาเปิดแฟ้มในหน้าจอขึ้นมา มีไฟล์วิดีโออยู่หลายไฟล์ เขาไล่เปิดไฟล์วิดีโอขึ้นมา เป็นวิดีโอที่ฉายให้เห็นภายในขบวนรถไฟเล็กน้อย เขาเห็นเด็กแว่นในชุดนักเรียนกำลังเกาะข้างประตูรถไฟฟ้าฝั่งที่ไม่ได้เปิด ตรงนั้นเป็นบริเวณที่มีเครื่องสื่อสารอยู่ เขาซูมวิดีโอ เด็กแว่นเอามือเท้ากับเครื่องและภายในมือของเด็กแว่น มีวัตถุสีดำคล้ายมือถือ

ความสงสัยยังคงมีอยู่ เขาเปิดวิดีโออันอื่นดูด้วย ทุกคนต่างทำท่าเดียวกันหมด เพียงแต่ของภายในมือนั้น มันเปลี่ยนไป

ทำไมต้องทำแบบนี้? มันคืออะไร?

คำถามที่ชัดเจนปรากฏขึ้นภายในใจของผู้กอง และเขาก็ตัดสินใจยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้น กดปุ่มหมายเลข รอปลายสายรับโทรศัพท์ เมื่อเสียงรอสายหายไป...

สวัสดีครับ ผมผู้กองธีรเดชนะครับ เอ่อ...ผมรบกวนขอวิดีโอกล้องวงจรปิดของคืนนี้ให้ด้วยครับ จะให้ลูกน้องไปรับนะครับ

 

ศิระเดินลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าใกล้บ้านอย่างเหม่อลอย เขาหยิบมือถือของเขาออกมา ตั้งเวลาเอาไว้ที่ สองทุ่มยี่สิบห้า ในสามวันข้างหน้า เวลานี้ ถ้าเขาหาสมาชิกมาร่วมทีมไม่ทันเวลา เขาต้องตาย...

ทำไมชีวิตของเขาจะต้องมาพบกับเรื่องแบบนี้ เรื่องนี้คงเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตที่โหดร้าย...

 

ตะวันสีส้มโผล่ใกล้พ้นจากเส้นขอบฟ้า นาฬิกาปลุกศิระขึ้นจากหลับไหล เขารีบไปอาบน้ำแต่งตัว เขาตั้งเป้าหมายว่า วันนี้ จะต้องหาสมาชิกมาร่วมทีมให้ได้ ไม่ว่ายังไง อย่างน้อยก็ต้องสักคนหนึ่งก่อน เขาจึงพยายามชวนรุ่นพี่ในออฟฟิศที่ชอบลองของตอนพักกลางวัน

มึงบ้าเปล่าวะ? รถไฟฟ้าเนี่ยนะจะมีผี? กูไม่เชื่อมึงหรอกสิน รุ่นพี่ในออฟฟิศพูดกับเขาในร้านขายอาหารตามสั่งใกล้ออฟฟิศ

เออ นั่นดิ ไอศิ ไฟสว่างเยอะออกขนาดนั้น หรือมึงยังช็อคเรื่องอาทิตย์ก่อนอยู่วะ?” จักรเสริมสิน พูดไปตักข้าวใส่ปากไป ศิระคิ้วขมวด

ถ้าพี่อยากเจอของจริง คืนนี้ไปกับผมสิ เดี๋ยวผมพาไปถึงที่เลย รับรอง พี่ช็อคแน่ ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วหัวเราะลั่น

กูไม่บ้าไปตามมึงร้อก คืนนี้มีบอล กูจะดูบอลที่ร้านสปีดเว้ย ไปป่าว ไม่ไป ไม่ต้องตามมานะเว้ยจักรพูด หันไปตบมือกับสิน

คืนนี้ผีชนะแน่ ฮ่าๆสินหัวเราะ เฮ้ย ไม่มีทางเว้ย หงส์ต่างหากเว้ย จักรผลักไหล่สิน

โหย หงส์อ่ะ กลับบ้านไปเลยไป๊!!

พนันกันป่ะล่ะ! ใครแพ้เลี้ยงซูชิที่ฟูจิเว้ย เอาป่ะล่ะ!!สินท้า

เอาเด้!!

และบทสนทนาระหว่างศิระกับรุ่นพี่ทั้งสองก็จบลงด้วยเรื่องบอล...

พ้นหนึ่งวันไปแล้ว...ศิระก็หาเพื่อนร่วมทีมไม่ได้เลยสักคน

 

ผู้กองหนุ่มบิดขี้เกียจให้กล้ามเนื้อได้ขยับเขยื่อนบ้าง หลังจากที่นั่งเป็นเวลานานกว่าสามชั่วโมง เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

เชิญ เขาเอ่ยสั้นๆ ประตูเปิดออก จ่าแก่ๆเดินเข้าห้องมา

ผมเอาวิดีโอวงจรปิดของเมื่อคืนมาให้แล้วครับ จ่าวางซีดีสามแผ่นลงบนโต๊ะทำงาน ขอบใจมากจ่า ไปได้แล้วจ่าพยักหน้า แล้วเดินออกจากห้องพร้อมปิดประตู

ผู้กองหนุ่มหยิบซีดีออกมาจากกล่อง ใส่แผ่นเข้าไปในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค แล้วเปิดไฟล์ในแผ่นขึ้นมา ภาพวิดีโอปรากฏขึ้น เป็นวิดีโอวงจรปิดบริเวณที่รอรถไฟฟ้าชั้นที่สอง เวลาสิบแปดนาฬิกาของเมื่อคืนวาน ผู้คนต่างเดินไปมา เขาเร่งวิดีโอให้เร็วขึ้น ตัวเลขวิ่งฉิวเหมือนน้ำที่กำลังไหลทะลัก จนมาถึงสิบเก้านาฬิกาสิบห้านาที เขาเห็นเด็กหนุ่มคนเดียวกับที่เป็นพยานในคดีเด็กพลัดตกรางรถไฟฟ้าเมื่ออาทิตย์ก่อนกำลังวิ่งผ่านกล้องลงไป เหมือนมีบางสิ่งอยู่ตรงหน้า เขาหยุดวิ่งและทำท่าเหมือนกับกำลังพูดกับใครสักคน

รถไฟฟ้าอีกสายจอดสนิท มีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินออกจากรถไฟฟ้า ผ่านเด็กหนุ่มจนบังมุมกล้อง เมื่อกลุ่มคนผ่านไป เด็กหนุ่มคนนั้นก็หายไป

เอ๊ะ!ผู้กองหนุ่มถึงกับผงะ เขาย้อนวิดีโอกลับไปแล้วกดเล่นอีกครั้ง เด็กหนุ่มถูกคนกลุ่มใหญ่บัง เขาพยายามมองหาเด็กหนุ่มภายในกลุ่มฝูงชนนั้น แต่ก็ไม่พบว่าถูกเบียดไป หรือถูกลากไป ราวกับหายไปเฉยๆ

เขารีบหยิบกล่องซีดีอีกสองกล่องมาเปิดดู ที่ข้างชานชาลานั้น ไม่มีวี่แววว่าเด็กหนุ่มจะออกจากสถานีหรือไปขึ้นรถไฟขบวนใดๆเลย เขาหายตัวไป

คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของผู้กองหนุ่ม เขารีบยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา กดปุ่มบนเครื่อง แล้วรอปลายสายรับโทรศัพท์

ฮัลโหล คุณแป้ง ผมขอประวัติของเด็กผู้ชายที่เป็นพยานในคดีเด็กพลัดตกรถไฟฟ้าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหน่อย

 

ศิระกลับมาที่อพาร์ทเมนท์ด้วยความอ่อนล้า ถึงแม้ว่ารุ่นพี่ทั้งสองจะชวนเขาไปดูบอล แต่ในเวลาแบบนี้ ไม่มีอารมณ์จะไปดูบอลให้สนุกได้หรอก เขาทิ้งข้าวของไว้บนโต๊ะเก่าๆ และทิ้งตัวลงบนโซฟา นอนถอนหายใจพลางนึกหาคนที่เขาคิดว่าพอจะหามาเป็นเพื่อนร่วมทีมได้...

ไม่มีเลย...คงไม่มีใครยอมมาเล่นด้วยแน่ๆ...” วันที่หนึ่งผ่านไป เหลือเวลาสองวัน...

 

นกกระจอกส่งเสียงร้องก่อนจะบินมาเกาะกิ่งไม้ข้างกระจกห้องของศิระ เขายังคงนอนหลับอยู่ มือถือเครื่องเล็กส่งเสียงดังปลุกเขาขึ้นมา

“เช้าแล้วเหรอ” เขาพูดกับตัวเอง แล้วลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ ทำกิจวัตรประจำวันก่อนจะออกเดินทางไปที่ทำงาน วันนี้เป็นวันที่สองแล้ว เขาจะต้องหาคนมาร่วมเล่นด้วยให้เจอ

ศิระยังไม่ชินกับการที่ต้องเห็นวิญญาณช่วงกลางวันแสกๆ เขาเห็นผีตายโหงจำนวนมากเดินไปมาตามท้องถนน บนสะพาน ลานจอดรถ หรือแม้กระทั้งบนต้นไม้ใหญ่ ทุกตนต่างจ้องมองเขาเวลาเดินผ่านไปจนทำให้เขาเสียวสันหลังวูบวาบ

เขามาถึงสถานีรถไฟฟ้า เขาเห็นผู้ดูแลเกมบางตนกำลังยืนอยู่ตรงทางขึ้น เหมือนศิระถูกพลังจากเขากดดันจนทำให้หายใจไม่ค่อยออก จากที่เดินเร็วอยู่ก็เริ่มช้า มือเริ่มสั่นระริกจนทำให้เขาต้องรีบหนีขึ้นไปบนชานชลา ระหว่างที่ยืนรอรถไฟมา มีชายคนหนึ่งสวมเครื่องแบบตำรวจเต็มยศเดินขึ้นมาบนชานชลา เขาสวมแว่นกันแดดสีดำ มองไปรอบๆเหมือนหาใครสักคน และเมื่อเขาสบตากับศิระที่กำลังมองเขา เขาเดินตรงเข้ามาหาก่อนจะถอดแว่นกันแดดออกแล้วพูดว่า

“ศิระใช่ไหม? ฉันผู้กองธีรเดชจากกรมตำรวจ...” เขาหยิบตราโชว์ให้ศิระดู “ขอคุยด้วยหน่อยสิ”

 

35 ความคิดเห็น

  1. #35 LITTLEHARU (@ravivi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 13:44
    สุดยอด แต่งเก่งมากๆ ลุ้นมันทุกตอนเลย ㅜㅇ ㅜ
    #35
    0
  2. #32 Joker_Death (@jokerpop-145) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2554 / 21:08
     สุดยอดเลยค่ะ เอาใจช่วยนะค่ะ ^(++)^
    #32
    0
  3. #30 masagi19 (@rebornny) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 20:11

    รีบแต่งเข้านะคะ!!!~

    เอาใจช่วยอยู่!!~

    #30
    0
  4. #27 KoChan [The Little Dragon] (@Fenrir_inferno) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2554 / 11:54
     ต่อๆ กำลังลุ้น ได้คนเล่นเเล้วคนหนึ่งสินะ
    #27
    0
  5. #18 CeruleanBrine (@b5461234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 / 00:30
    โอ้ ตอนใหม่นี่พัฒนาขึ้นมากเลยค่ะ เรื่องที่จะติลดลงไปพรวด ๆ เลยค่ะ
    ทั้งคำผิดที่แทบไม่มี ทั้งการเดินเรื่องที่รวดเร็วดี เยี่ยมจริง ๆ ค่ะ
    แล้วก็ เพราพัฒนาขึ้นขนาดนี้ แก้วขอเลื่อนเลเวลการเม้นขึ้นไปอีกนิดนะคะ

    ด้านคำผิด
    หาพบแค่จุดเดียวเท่านั้นค่ะ คือ
    ...พลางเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดโน๊ต... - โน้ต

    ด้่านสำนวน
    + ยังรู้สึกว่าสำนวนยังค่อนข้างแยกกันมากเกินไปนิดนะคะ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเห็นจุดฟูลสต๊อปอยู่ข้างหลังอย่างไรชอบกล ลองใส่คำเชื่อมระหว่างประโยค ยุบประโยคมารวมกัน หรือตัดประธานออกไปบ้างในกรณีที่มีประธานเดียวกันบ้างก็ดีนะคะ น่าจะทำให้ลื่นขึ้น
    + สำนวนเปรียบเปรยบางจุดยังดูทื่อ ไม่เป็นธรรมชาตินะคะ เช่น
    ...และเมื่อเขาพบกับบางสิ่ง มันทำให้เขารู้สึกเหมือนเดองเล่นชิ้นโต - ดูประโญคมันแข็ง ๆ นะคะ น่าจะทำให้ประโยคดูนุ่มกว่านี้ เช่นว่า เขาใจเต้นแรงราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นถูกใจ เพราะเขาพบเบาะแส่บางอย่างที่ค้นหาแล้ว ...คือไม่ต้องใช้ประโยคสั้น ๆ ก็ได้ค่ะ ยาว ๆ หน่อยก็ได้ แค่ทำให้รู้สึกว่าคำที่ใช้ทำให้รู้สึกหรือจินตนาการตามได้น่ะค่ะ
    + ตรงช่วงที่จ่าเอาซีดีมาให้ผู้กองนี้ ดูออกเลยนะคะว่ามาเป็นแค่ตัวประกอบฉาก ...ยังเป็นเรื่องสำนวนค่อนข้างแข็งอยู่นะคะ ส่วนตัวคิดว่าถึงจะเป็นตัวประกอบ แต่ก็น่าจะเขียนให้แสดงท่าทางเป็นธรรมชาติมากกว่านี้ เช่นว่า ช่วงแรกที่จ่าปรากฎฬนฉาก หลังจากวางกล่องซีดีแล้ว น่าจะมีการสนทนาโต้ตอบกันอีกเล็กน้อยว่า ผู้กองยังต้องการอะไรอีกไหม น่าจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้นนะคะ
    +ช่วงที่ผู้กองดูวีดีโอวงิด เรียกศิระว่า เด็กหนุ่ม ส่วนตัวแก้วคิดว่าคำว่า เด็กหนุ่ม น่าจะใช้กับเด็กวัยรุ่นตอนต้น (พวกม. ต้น) มากกว่าผู้ชายที่เรียนมหาิวิทยาลัยหรือทำงานแล้วนะคะ
    + จะว่าไป แล้วศระกำลังเรียนอยู่หรือทำงานแล้วล่ะคะ ? ถ้าทำงานแล้ว (เพราะมีฉากคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงาน) แล้วทำไมผู้กองถึงเห็นตอนใส่ชุดนักศึกษาล่ะคะ ?

    เรื่องนี้แก้วถือว่ามีพัฒนาการค่อนข้างเร็วนะคะ ไม่กี่ตอนก็ปรับได้ขนาดนี้แล้ว แต่ยังติดสำนวนแข็ง ๆ กับสำนวนภาษาอังกฤษอยู่มาก ควรระวังให้ดีนะคะ

    เท่าที่เห็นก็มีเท่านี้ล่ะค่ะ
    #18
    0