[Fanfiction] Devil Survivor 2 The Animation :: Last

ตอนที่ 13 : 金曜日 : Friday of Playing ②

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    22 พ.ค. 60

+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+...+..+..+..+.

 

金曜日

Friday of Playing




 

ฐานทัพ JP’s (ส่วนกลาง) อาริอาเคะ

02.18 AM

ฮิบิกิจะเป็นอะไรไหมนะ

ชิจิมะ ไดจิที่ลอบออกจากห้องพักที่ทาง JP’s จัดไว้ชะโงกหัวออกมาจากประตู เมื่อไม่เห็นวี่แววของเจ้าหน้าที่ตรวจตรา เด็กหนุ่มก็ฉวยโอกาสเดินตัวปลิวออกมาด้านนอก เปิดโทรศัพท์แบบพับแล้วเดาะลิ้นอย่างเซ็งๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีสัญญาณ

เมื่อวันมะรืนที่มานี่ก็ยังพอเดินไปไหนมาไหนได้อยู่หรอก กระทั่งเมื่อวานที่จู่ๆ ระบบการป้องกันของที่นี่ก็เพิ่มสูงขึ้น ไดจิพอได้ยินแว่วๆ ว่ามีคนหายไปจากห้องพัก เขาไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ไม่คิดว่าน่าจะไม่เกี่ยวกับเขาและนิตตะ เด็กหนุ่มเลยไม่ทุกข์ร้อนอะไร ยกเว้นเรื่องไม่มีสัญญาณในโทรศัพท์ และไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้–––– นี่มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่

ไดจิท้าวเอว ด้วยความเบื่อ

ติดต่อคุณนิตตะไม่ได้ ฮิบิกิก็หายไปไหนไม่รู้

เฮ้อไดจิถอนหายใจอย่างปลงๆ สองวันที่ผ่านมาเขาถูกบังคับให้อยู่ในสถานที่เดิมๆ โดนพร่ำบอกว่าห้ามออกจากที่นี่โดยเด็ดขาดเพราะด้านนอกมีอันตราย

ด้านนอกมันอันตราย เขารู้ แต่การที่พวกนายจับฉันขังยัดไว้ในห้องมันใช้ได้ที่ไหน! ฉันเป็นวัยรุ่นขี้เบื่อนะเฟ้ย พวกนายเข้าใจไหม! ไม่พอ บรรยากาศที่นี่ยังน่าหดหู่สุดๆ ถ้ามีเชือกวางอยู่ เขาอาจนึกว่านี่เป็นวันโลกแตก คิดสั้น แขวนคอตายเพราะความทนไม่ได้ก็ได้

เฮ้อ เซ็ง ไม่มีอะไรทำรึไงนะ

ทางผบ. นำรถออกมาแล้ว ทางเราเตรียมรถให้พร้อมนะ เพราะในระหว่างนั้นเราได้เจอกับปีศาจแน่ๆ แล้วขอให้สั่งห้ามไม่ให้ใครพกโทรศัพท์ส่วนตัวเด็ดขาด ในภารกิจนี้ให้ใช้แต่โทรศัพท์ของทาง JP’s เท่านั้น เพราะถ้าใช้โทรศัพท์ธรรมดาอาจจะโดนบังคับให้ใช้แอป PLAYING GAME ดังนั้นขอให้ทุกคนระวังเรื่องนี้ให้มากๆ

รับทราบเสียงตอบรับจากเจ้าหน้าที่ประมาณห้าหกคนตรงทางเลี้ยวด้านหน้าทำให้ไดจิกลั้นหายใจเฮือกใหญ่ และค่อยๆ หมุนตัวกลับอย่างไร้เสียง––––– ขืนถ้าเจ้าพวกนี้เห็นเขา คงไม่แคล้วโดนจับขังลืมไว้ในห้องพักแหงๆ

ทว่าก่อนที่ไดจิกำลังจะก้าวไป ไดจิได้ยินเสียงซุบซิบ

ในเวลาแบบนี้ผบ. จะไปไหนกันนะ อาการบาดเจ็บยังไม่หายไม่ใช่เหรอ

ไม่รู้สิ เห็นบอกว่าไปกับฮิบิกิซัง–––––––

ไดจิที่กำลังใช้วิชาย่องเบาแทบหน้าคว่ำ และเมื่อตั้งหลักได้ ไดจิก็ก้าวถอยกลับไปตำแหน่งเดิม ยกมือป้องหู ลอบฟังบทสนทนาเกี่ยวกับเพื่อนของเขาที่ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากมะรืนวาน  

ฮิบิกิจะออกไปทำงานด้านนอกเหรอ!

เฮ ไปกันแค่สองคน จะไหวเหรอ

เป็นการตัดสินใจของผบ. ขัดได้ซะที่ไหน

ไดจิกัดฟันกร็อด

ไอ้ผบ. บ้า! คิดอะไรถึงสั่งให้เพื่อนซี้ย่ำปึกของเขาออกไปเสี่ยงตาย หา! ถ้าเจอจะชกหน้าคว่ำให้ฟันหักเลย ไอ้เวร! ความกล้าผสมความบ้าเดือดพล่านในอก วินาทีนั้น ไดจิได้สาบานกับตนเองในใจเงียบๆ––– เจอแล้ว ต่อยแม่ม

เสียงฝีเท้าหนักๆ ก่อนจะมีเสียงตะโกนดังขึ้นเลิกซุบซิบนู้นนี่ และไปขนของเร็ว! ยังเตรียมรถไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ!?”

ครับ!เสียงตอบรับแข็งขัน ก่อนที่เสียงก้าวของฝีเท้าจะดังแผ่ว ไดจิยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ในหัววาดคิดแผนการบางอย่างที่ไม่สมกับเป็นตัวของเขาแต่–––– เขาอยากเจอเพื่อน

ดวงตาทอประกายลังเลและไม่แน่ใจทีแรกเปลี่ยนเป็นปลงตกในเวลาต่อมา–––

ไดจิสูดหายใจเข้าเต็มปอด

เอาไงเอากันเฟ้ย!

 

.+..+..+..+..+..+..+..+..+.

 

ถนนเลี่ยงเมือง (เกียวโต)

04.01 AM

รถลีมูซีนสีดำเคลื่อนไปบนถนนโล่ง แม้จะมีปีศาจอยู่ตามทางประปราย แต่ก็ถูกรถที่ตามประกบเพื่อคุ้มกันสกัดไว้ไม่ให้เฉียดเข้าใกล้รถลีมูซีนคันนั้น เพราะภายในนั้นมีบุคคลสำคัญของทาง JP’s ถึงสองคนซึ่งกำลังเดินทางไปปฏิบัติภารกิจสำคัญ  

เวลานี้ บุคคลสำคัญทั้งสองคนนั่งอยู่เบาะหลังที่ถูกกั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัว คนหนึ่งนั่งก้มหน้าคิดอะไรอยู่เงียบๆ ขณะที่อีกคนนั่งเหม่อปล่อยความคิดให้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งคนที่นั่งคิดสะระตะอะไรอยู่พ่นลมหายใจเฮือกยาว ดวงตาสีฟ้าใสปิดตาลงราวกับต้องการลืมเลือนช่วงเวลาแห่งความสับสน แต่กลับกลายเป็นว่าความหนักอึ้งของเปลือกตาทำให้สติของร่างนั้นดับวูบ ศีรษะหนักอึ้งเอียงไปพิงไหล่ซ้ายของอีกคนโดยไม่ทันรู้ตัว

ยามาโตะปรายตามองฮิบิกิที่ทิ้งน้ำหนักมาที่ไหล่ซ้ายของเขา–––– เมื่อคืนบอกให้ไปพัก ก็คงไม่ได้พักล่ะสิ–––––––

คงจะทำอะไรที่เขาไม่รู้อีกล่ะมั้ง

ประกายตาสีอเมทิสกลับกลายเป็นเย็นเยือก และไร้อารมณ์

มองฮิบิกิอยู่นาน จนในที่สุด ความเงียบก็ถูกทำลายลง

ฮิบิกิ

เสียงเรียกดึงให้คนที่ผล็อยหลับไปเปิดตาขึ้น

ยามาโตะ–––––?

ถึงแล้วเหรอฮิบิกิดึงศีรษะที่เอนไปพิงไหล่ร่างสูงเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้างัวเงีย และพร่าเบลอในช่วงสองสามวินาทีแรก ก่อนดวงตาสีฟ้าใสจะเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าที่ตนนอนซบไปคือหัวไหล่ของยามาโตะ ถึงจะคนละข้างกับที่เป็นแผล แต่แผลใหญ่ขนาดนั้น น่าจะกระเทือนกันบ้างล่ะ ทับแผลนายรึเปล่า? ความเป็นห่วงเป็นใยในน้ำเสียงที่สามารถจับได้โดยไม่ยากเย็นทำให้แววตาไร้อารมณ์คลายลงเล็กน้อย

ยาโมโตะมองฮิบิกินิ่งอยู่สักพัก ก่อนเสตาออกไปนอกหน้าต่างเปล่า–––– นายนอนต่อเถอะ”  

ฮิบิกิเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างแปลกใจ

ไม่ใช่เพราะเห็นยามาโตะนั่งเหม่ออย่างผิดนิสัย แต่เป็นเพราะน้ำเสียงและแววตาคู่นั้นต่างหาก––––––

ต้องมีอะไรแน่–––––––––––

ฮิบิกิยึดชายเสื้อคลุมของยามาโตะ และกระตุกให้คนดื้อหันกลับมา เพื่อค้นพบดวงตาที่มองอย่างคาดคั้น

แต่เมื่อกี้นายเรียกฉัน”  

เปล่า

อย่ามาทำไก๋ฮิบิกิขยับเข้าไปใกล้กังวลอะไร

นายมีเรื่องปิดฉัน แล้วทำไมฉันจะปิดนายไม่ได้ยามาโตะกระชากแขนเสื้อจากการเกาะกุม ไม่แม้แต่จะปรายตามองคนข้างตัว

ไปกินรังแตที่ไหนมาเนี่ย?

คิดจะเล่นแง่กับฉันหรือ

ฉันไม่อยากทะเลาะกับนาย

นายกำลังหนี ยามาโตะ

ฉันเปล่า

นั่นแหละที่นายกำลังหนี

เหมือนนายจะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง

“*s’il vous plaît (พูดใหม่อีกทีซิ)

ได้ยินชัดแล้วนิ

ฮิบิกิถอนหายใจให้กับคนดื้อที่ยังไม่หันกลับมามองได้ ฉันยอมบอก แต่นายต้องบอกเรื่องที่นายปิดไว้เหมือนกันท้ายที่สุดฮิบิกิก็ต้องเป็นคนอ่อนให้ก่อนจนได้ เอาเถอะ ในเวลานี้เขาไม่อยากมีปัญหา หรือทะเลาะกับยามาโตะอยากรู้เรื่องอะไรล่ะ

ทุกเรื่องดวงตาสีอเมทิสเบนกลับมาเล่ามา

ฮิบิกิส่ายหัวให้กับคำพูดในเชิงคำสั่ง ป่วยอยู่แท้ๆ แต่ความเผด็จการไม่จางหายไปเลยก็มีเรื่องสุขภาพ แต่นี่มันเรื่องของฉันคนเดียว ฉันเลยไม่อยากบอกนาย––––

เรื่องของนายคนเดียว–––?” ยามาโตะมองฮิบิกิด้วยสายตาเย็นเยียบที่ตอนนี้มันกลายมาเป็นปัญหาไง ฉันว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ฉันย้ำไปหลายรอบว่านายสำคัญ และจะยิ่งสำคัญมากขึ้นในสถานการณ์แบบนี้ แต่ดูเหมือนนายจะยังประเมินค่าตนเองต่ำเกินไปสินะ คุเสะ ฮิบิกิ

ฉันประเมินตนเองต่ำไปเหรอ?” ดวงตาสีฟ้าใสทอประกายแข็งกร้าวฉันไม่ได้หลงตัวเองขนาดนั้นหรอกนะ

ยามาโมโตะร้องเหอะ ค่าความถี่ในสมองสูงขึ้นเฉียบพลัน นายกลับไม่แจ้งไปที่หน่วยเครื่องมือเพื่อตรวจสอบอาการให้ดี อยากตายรึไง?”

แสดงว่านายรู้อยู่แล้วว่าฉันเป็นอะไร ฮิบิกิยิ้มชืด ข้อมูลนี้มาจากใครล่ะ? ฟูมิ? มาโคโตะ? หรือว่าโอโตเมะ––––––? ไม่สิ พวกเธอเป็นคนของนายนี่ นายจะรู้ก็ไม่แปลก ใช่ไหม ท่านผู้บัญชาการ

ยามาโตะไม่พูดตอบโต้ นอกจากมองฮิบิกิด้วยดวงตาวาวโรจน์ เพียงแค่สบตากัน ฮิบิกิรู้ได้ในทันทีว่าอารมณ์ของยามาโตะตอนนี้คงไม่ต่างจากพายุเพลิงลูกหนึ่ง และในตอนที่ฮิบิกิคิดว่าพายุลูกนั้นจะระเบิดออกมาเพื่อทำลายล้างทุกอย่าง เสียงทุ้มเอ่ยอย่างนิ่งเฉยราวกับไม่สะทกสะท้านใดๆ  

ว่าต่อสิ

ฮิบิกิมองยามาโตะที่นิ่งได้ผิดปกติอยู่นานสามวินาที ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ

อีกเรื่องก็เป็นคำเรียกที่เจ้าพวกนั้นใช้เรียกฉัน–––––ประโยคต่อมา ฮิบิกิพึมพำเหมือนคนกำลังใช้ความคิด แต่ยามาโตะที่อยู่ใกล้ได้ยินชัดเจนนายอาจพูดถูกเรื่องที่ฉันคงเคยเหยียบหางเจ้าพวกนั้นมาก่อน ไม่งั้นเจ้าพวกนั้นคงไม่ส่งคนมาตามฉัน ไหนจะพูดเหมือนรู้จักตัวฉันดียิ่งกว่าตัวเองเสียอีก

คำเรียก? คำพูด??? หมายถึงอะไร?”

ซิสเตอร์ที่นายไปเจอเธอเรียกฉันว่านกกระสาที่หายไปเมื่อสิบสองปีก่อนฉันไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับอะไร–––เมื่อคืนหลังจากแยกกับยามาโตะ ฮิบิกิลองไปรื้อประวัติทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนกกระสาของทาง JP’s มาหมดแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม  

คำตอบของฮิบิกิทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปในทันที แม้สีหน้ายามาโตะจะไม่เปลี่ยนแปลงไป แต่รอยอารมณ์ในแววตากลับคมกริบ และดูอันตรายชอบกล

ฮิบิกิที่สังเกตเห็นความผิดปกติของคนข้างๆ เอ่ยท้วงนายรู้อะไรอย่างนั้นเหรอ ยามาโตะ?”

ฉันไม่เข้าใจว่านกกระสาที่ผู้หญิงคนนั้นว่าหมายถึงอะไร แต่เมื่อสิบสองปีก่อน––––ยามาโตะมองฮิบิกินิ่ง––––– เพื่อดูปฏิกิริยาของฮิบิกิเคยมีปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้น–––––

ปรากฏการณ์?” แค่ได้ยิน สีหน้าของฮิบิกิเปลี่ยนไปเล็กน้อย ใจเต้นช้าลงด้วยสังหรณ์ไม่ดี  

เป็นความผิดพลาดของการอัญเชิญที่ทำให้เกิดรอยแยกระหว่างมิติ ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างสูง มันเกิดไม่ถึงนาที แต่ความรุนแรงของมันทำให้ทางเราต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ไปเกือบครึ่ง เราเรียกปรากฏการณ์นั้นว่าบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟคพูดไปยามาโตะก็มุ่นคิ้ว––––––– หรือว่านกกระสาที่อีกฝ่ายพูดถึงจะหมายถึงบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค?

ไม่น่าใช่––––– มันต้องมีอะไรมากกว่านี้

––––ทำไมฉันไม่เคยได้ยิน?” ฮิบิกิถามอย่างประหลาดใจ ถ้าความเสียหายจะรุนแรงขนาดคนตายไปมากมายขนาดนั้น ทาง JP’s ควรมีมาตรการรับมือเตรียมไว้ให้แล้ว แต่เขาคลุกตัวเองอยู่กับ JP’s มาปีหนึ่งกลับไม่คุ้นหูเอาซะเลย–––– เผลอๆ มาโคโตะที่เป็นถึงรองผู้บัญชาการ และเป็นคนดูแลเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย สอนการรับมือเหตุการณ์ต่างๆ ให้เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ

มันเป็นความลับสุดยอดเหรอ?”

ยามาโตะร้องหึ กระตุกยิ้มนายคิดว่าพวกที่รู้เรื่องนั้น จะมีชีวิตรอดจนถึงวันนี้สักกี่คน?”

นี่ไม่ใช่โลกแห่งความเพ้อฝันที่พวกเขาจะเอาชนะโดยไม่ได้รับความเสียหาย JP’s ในตอนนี้อาจเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งในสายตาของใครหลายๆ คน กว่า JP’s จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง ทั้งบุคลากรสำคัญ ทรัพย์สินมากมายเพื่อป้องกันการรุกรานจากต่างโลก

การสูญเสียคือเรื่องที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ต่อให้มีระบบอัญเชิญปีศาจอันยอดเยี่ยม ก็เป็นเรื่องแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้

และ––––– เป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่าสิ่งใด

ฮิบิกิพยักหน้าเข้าใจสามในสี่ส่วน ถึงแม้ว่าในยามว่างฮิบิกิจะหยิบเอกสารชุดเก่ามาอ่านเพื่อฆ่าเวลาอยู่บ่อยครั้ง แต่ เขายังอ่านไม่ถึงข้อมูลชุดนั้น ล่าสุดฮิบิกิเพิ่งอ่านย้อนไปได้สี่ปียังห่างไกลจากเอกสารชุดเก่าของเมื่อสิบสองปีนัก อีกอย่างถ้ามีใครที่ยังรอดจากในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ก็คงไม่อยากหยิบเอาเรื่องแบบนี้มาพูดกันเพื่อตัดกำลังใจกันเล่นๆ หรอก

ตอนนี้มีมาตรการรับมืออะไรหรือยัง

ไม่น้ำเสียงเย็นชาดูไม่ชอบใจกับคำตอบของตนเองเรามีข้อมูลน้อยไป ถึงจะเก็บเศษซากจากมิติที่แตกสลายเป็นผนึกกลับมาทำการวิจัยต่อ แต่ทางนั้นก็ยังหาเหตุผลว่ามันเกิดขึ้นมาเพราะอะไร แล้วมันแตกต่างจากการรอยแยกมิติอื่นๆ ยังไงเวลาที่ปรากฏก็น้อย ปราฏการณ์บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟคนับเป็นดาวมฤตยูสำหรับทาง JP’s จริงๆ

แล้วนายเอามาบอกฉันทำไม?”

จากแหล่งข้อมูลที่เราพบ นายเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นด้วย

ฉันเนี่ยนะ?!” สีหน้าตกตะลึงแกมเหลือเชื่อไม่มีร่องรอยความเสแสร้งเดี๋ยวก่อน บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟคเกิดขึ้นสิบสองปีก่อน–––––– ตอนนั้นฉันอายุเจ็ดขวบเอง ยังเดินไปโรงเรียน วิ่งเล่นกับไดจิอยู่เลยฮิบิกิว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไป เขาไม่ใช่ยามาโตะที่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็กๆ นะ   

นายมั่นใจไหมว่าช่วงนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

ผิดปกติที่นายว่า มันต้องเป็นแบบไหนช่วยจำกัดขอบเขตหน่อยพูดแบบนี้ ให้ตายก็คิดไม่ออกหรอก

จะอุบัติเหตุ หรือเห็นอะไรแปลกๆ อะไรก็ได้––––––ที่ฉันจะนำไปอ้างกับฟูมิและมาโคโตะว่านายไม่ใช่คนทรยศได้หรือ–––– เหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ยามาโตะหลุบตาลงเล็กน้อย ขณะคิดประเมินสิ่งที่ตนกำลังทำ––––– ในสิ่งที่เขาไม่เคยทำเพื่อใครมาก่อน–––––  

เขา–––––– กำลังพยายามหาข้อแก้ต่างให้กับฮิบิกิ

ยามาโตะย่นคิ้ว เมื่อความรู้สึกบางเบากลืนกินไปช่วงอก เช่นเดียวกับลำคอที่แข็งเกร็งจนต้องก้มศีรษะให้ต่ำกว่าระดับ ปอยผมสีเงินด้านหน้าตกมาปิดใบหน้าซีกซ้าย ดวงตาสีสวยอันไร้อารมณ์ปิดลงช้าขณะๆ สัมผัสถึงความรู้สึกที่แผ่ซ่านในอก

เมื่อก่อน ยามาโตะเคยตั้งคำถามกับตนเองบ่อยๆ ว่าฮิบิกิมีความสำคัญอะไรกับเขา

ตอนนั้น เขารู้แค่–––––– ฮิบิกิ สำคัญ ต่อเขา

และในตอนนี้ เมื่อเขาตระหนักได้ถึงความรู้สึกของตนเองว่ามันคืออะไร การควบคุมหลายอย่างก็ชักยากขึ้นทุกๆ ที

อืมฮิบิกิแหงนคอขึ้นเล็กน้อยคิดว่าไม่นะช่วงวัยเด็กเป็นช่วงที่เขาไม่อยากจำสักเท่าไหร่ เพราะมันทำให้เขานึกถึงเรื่องทางบ้าน  

ยามาโตะสูดหายใจเข้าลึกเงียบๆแน่ใจ?” ไม่มีทางเลยที่คนข้างกายจะรู้ว่า โฮซึอิน ยามาโตะ ผู้บัญชาการสูงสุดของ JP’s ต้องใช้ความพยายามมากมายขนาดไหนเพื่อถามออกมาไปวินาทีนี้

อา แน่ใ––!” แต่พอกำลังจะเอ่ยรับปาก ฮิบิกิฉุกคิดอะไรได้จะว่าไปตอนฉันเจ็ดขวบ ฉันเคยเข้าโรงพยาบาลรอบหนึ่งฮิบิกิไม่รู้หรอกว่ามันจะนับว่าแปลกไหม แต่–––– สำหรับฮิบิกิ เขาไม่รู้สึกว่ามันแปลก––––––––

อุบัติเหตุ?”

ถ้าพูดถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงก็ควรจะเป็นอุบัติเหตุ ก่อนความรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยหินหนักๆ จะปรากฏขึ้นเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

เปล่า ฉันโดนลักพาตัวไปสัปดาห์หนึ่งน่ะ–––––

ความรู้สึกแผ่ซ่านในอกปลิดปลิวไปกับลมแอร์ในรถ ยามาโตะหันมองฮิบิกิอย่างรวดเร็วอย่างอึ้งๆ

อะไรนะ–––––? แต่เมื่อหันไปเห็นสีหน้าปกติของฮิบิกิ ปลายลิ้นกลับกลายเป็นแข็งทื่อ ได้แต่กล้ำกลืนคำถามลงไปในใจ เพื่อรอฟังฮิบิกิอธิบายต่อ แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อมา ยามาโตะก็ไม่สามารถเก็บสีหน้าได้อีก

อ่อ เรื่องนี้ แม่ฉันเล่าให้ฟัง

ใบหน้าประหลาดใจของยามาโตะเปลี่ยนเป็นสับสนว้าวุ่น

–––––––เล่าให้ฟัง?”

หมายความว่าไง?

ฉันจำช่วงที่โดนลักพาตัวไม่ได้ฮิบิกิสะบัดมือ พูดด้วยน้ำเสียงปลอดโปร่งราวกับกำลังอธิบายเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับตนเองสักนิดความทรงจำสุดท้ายคือฉันกำลังเดินไปที่บ้านไดจิ หลังจากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้ รู้สึกตัวอีกที ฉันตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาล มันเหมือนเกิดขึ้นไม่ถึงชั่วโมง แต่แม่ฉันบอกว่าฉันหายตัวไปหนึ่งสัปดาห์ แม่คิดว่านั่นเป็นการลักพาตัว เลยแจ้งตำรวจ ทีแรกพวกเขาหาฉันไม่เจอ จนหนึ่งสัปดาห์ต่อมาพวกเขาพบฉันหมดสติอยู่แถวสนามเด็กเล่นที่มีการก่อสร้าง

ฮิบิกิยักไหล่แต่ฉันว่าฉันน่าจะหลงทางแถวทางไปหมู่บ้านเก่า ซอยแถวนั้นซับซ้อนจะตาย บางทีฉันอาจจะหลงอยู่และไปอาศัยคุณตาคุณยายอยู่อาศัยก่อนก็ได้ ไม่น่าจะเป็นการลักพาตัว

ใครหลายคนอาจบอกว่าฮิบิกิเก่งทุกอย่าง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย นอกจากเซนส์เรื่องผู้หญิงที่ทื่อสนิทแล้ว ในสมัยก่อน ฮิบิกิยังมีอีกความสามารถหนึ่งที่เขาไม่รู้ตัว––––– ความสามารถในการหลงทางนั่นเอง เมื่อก่อนเลยต้องให้ไดจิเดินนำหน้าเสนอ ตอนนี้ที่เดินไปไหนถูก รู้จักการอ่านป้ายนู้นนี่ก็มาจากไดจิล้วนๆ

ทำไมนายถึงมั่นใจว่าไม่ใช่การลักพาตัว?”

ยามาโตะมั่นใจว่าฮิบิกิไม่ได้โกหกโล่งใจไปเปราะ ไม่ใช่เขาเชื่อในสิ่งที่ฮิบิกิพูดในทันที แต่สิ่งที่ฮิบิกิเอ่ยเป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ง่าย แม้จะผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่ที่โรงพยาบาลยังต้องเก็บประวัติการรักษาอยู่แน่นอน และยามาโตะรู้ดีว่าฮิบิกิไม่ได้โง่ขนาดโกหกเขาโดยใช้หลักฐานที่ไม่สามารถหาข้อยืนยันให้ตนเองได้

แล้วนายคิดว่าเด็กอายุเจ็ดขวบจะหนีจากการลักพาตัวมาได้อย่างไร้ร่องรอยขีดข่วนเหรอ?” ฮิบิกิส่ายหน้าฉันว่าไม่ อีกอย่างเข้าโรงบาลได้แปบเดียวก็ออกมาแล้ว หมอบอกว่าฉันไม่ได้บาดเจ็บอะไร ไม่มีอาการขาดสารอาหาร เสื้อผ้าที่ฉันใส่ก็เป็นเสื้อใหม่ๆ นายคิดว่าถ้านายลักพาตัวฉันพวกนั้นจะให้ฉันใส่เสื้อตัวใหม่รึไง–––––? หืม มองฉันแบบนั้นหมายความว่าไง?”

เป็นคนปกติต้องตกใจมากกว่านี้––––––ไม่สิ จะใช้คำว่าตกใจมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะฮิบิกิไม่ได้ตกใจเลยสักนิด  

หลายคนอาจบอกว่า โฮซึอิน ยามาโตะ เป็นพวกมีคอมมอนเซนส์แย่ ดูคนข้างๆ ก่อนสิ ยามาโตะว่ามันช่างน่าเหลือเชื่อ น่าทึ่งและชวนให้สับสน อย่างตอนนี้ยามาโตะกำลังสับสนอยู่ว่าควรจะชมเชยฮิบิกิที่มีความคิดวิเคราะห์ดีเยี่ยมตั้งแต่เด็ก หรือต่อว่าเรื่องไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของตนเองตั้งแต่ยังเล็กดี?

ความทรงจำหายไปแท้ๆ แต่กลับยังมานั่งลอยหน้าลอยชาย แล้วยังมีการเพิ่งนึกได้ว่าตนเองความทรงจำหายไปช่วงหนึ่งอีก มันใช้ได้ที่ไหน?

คนปกติทนคุยกับนายเกินสามนาทีไม่ได้หรอกฮิบิกิหัวเราะขำเล็กน้อยกับใบหน้าตึงของคนข้างกาย  

เห็นฮิบิกิยิ้มและหัวเราะได้ ยามาโตะเผลอหลุดยิ้มบางๆ–––– อยากจะหงุดหงิดก็ทำไม่ได้

แล้วนายจำได้ไหมว่านายหายตัวไปช่วงไหน?”

จำเวลาเจาะจงไม่ได้––––ฮิบิกิส่ายหน้ามันนานเป็นสิบปีแล้ว–––– ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางๆ เดือนห้า

ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นมาฉันพลันปรากฏการณ์บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟคเกิดขึ้นที่สวนสนุก M ช่วงกลางเดือนห้าเหมือนกัน

ดวงตาสีฟ้าใสกะพริบปริบสวนสนุก M–––– ที่เกิดระเบิดนั่นอะนะ?”

ฮิบิกิพอจำได้ลางๆ ว่าเขารู้ข่าวนี้ผ่านทางทีวีของโรงพยาบาล และพ่อแม่เขาก็เอาเรื่องนี้มาคุยกันสลับกับต่อว่าที่เขาบกพร่องในเรื่องความปลอดภัย ช่วงนั้นฮิบิกิเลยโดนรั้งไม่ให้ออกจากบ้าน จะไปโรงเรียนพ่อแม่ต้องรับส่งตลอด ไปบ้านไดจิก็ไม่ได้เพราะพ่อแม่ไม่อนุญาต จนกระทั่งอายุสิบสองซึ่งเป็นช่วงต้องอ่านหนังสือ ฮิบิกิเลยแว่บขอไปอ่านหนังสือกับไดจิ

ใช่

แล้วฉันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น––––?

ในวันที่เกิดเรื่องนายยืนอยู่ที่นั่น ฮิบิกิ––สายตาที่มองมาอย่างจริงจัง และแรงกดดันที่แผ่ออกมาเบาบาง ทำให้ฮิบิกิที่ไม่เคยเก็บเรื่องในอดีตมาคิดต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกและในตอนที่ปรากฏการณ์นั้นเกิดขึ้น นายไม่ได้ออกมาจากสวนสนุกนั่น––––––––

หมายความว่าฉันอยู่ที่สวนสนุก M ในตอนที่เกิดเหตุ?” แค่นึก ฮิบิกิก็ขนลุกขนพอง ฉันอยู่ที่นั่น–––– ในช่วงที่ฉันหายไป?

ใช่ นายอยู่นั่นกับใครบางคน

ใครบางคน?” ฮิบิกิถามเสียงแผ่วแล้วใคร? ไดจิเหรอ

ฉันไม่รู้ยามาโตะพูดเสียงเครียดดูจากส่วนสูงน่าจะอายุเท่านาย แต่ไม่น่าใช่ ชิจิมะ ไดจิ ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในถูกทำลายหมด ยกเว้นด้านนอกที่จับภาพคนเข้าออก แต่ภาพของใครคนนั้นที่เดินเข้าไปพร้อมกับนายถูกทำให้เลือน

จงใจ?”

แน่นอน

ฮิบิกิยีหัวตัวเอง สีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิมถ้าฉันอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง แล้วฉันรอดมาได้ยังไง

มันเป็นข่าวดังอยู่เกือบประมาณครึ่งปี คนเกือบสองพันคนที่ไปเที่ยวสวนสนุกนั้นตายเพราะแรงระเบิด แม้แต่ตอนนี้ ฮิบิกิก็จำภาพขาวดำในหน้าหนังสือพิมพ์ที่พ่อชอบอ่านบ่อยๆ ได้ ภาพของสวนสนุกทั้งหมดที่กลายเป็นตอนตะโก ทุกอย่างพังย่อยยับราวกับพื้นที่ที่เพิ่งผ่านภัยพิบัติมา หรืออาจจะแย่กว่าเพราะไม่มีผู้รอดชีวิตเลยสักคน  

ถ้าเขาอยู่ที่นั่นจริง เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีชีวิตอยู่

เรื่องนั้นคงต้องหาคำตอบกันต่อไป––––––ถ้ามีเวลาเหลือ––––––––––––––––––––––––

ไม่ก็ไปเค้นถามจากแอล

นายว่าเราจะได้ข้อมูลหรืออีกฝ่ายจะได้ข้อมูลจากเรา?”

ไม่รู้สิฮิบิกิยักไหล่นี่อาจเป็นกับดักล่อฉันกับนายก็ได้

ยังไงก็ต้องไปยามาโตะว่าเรามีข้อมูลเกี่ยวกับแอลน้อยเกินไป พวกที่มาโคโตะจับได้ก็ไม่มีประโยชน์ เป็นเพียงหมากใช้แล้วทิ้งของแอล

หลังจากถูกโจมตีกลับที่ฐานทัพแม่ด้วยการสะท้อนพลังของสัตว์เทพ เก็นบุ พวกมาโคโตะได้ทำการเคลื่อนย้ายฐานทัพหลักไปไว้ที่ซัปโปโรแทน ก่อนเข้าปะทะกับสมาชิกก่อการร้ายที่ทาง JP’s โจมตีไปในคราวแรก และจับกุมตัวสมาชิกสำคัญ ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงขององค์กรค้าของเถื่อนที่ทางรัฐบาลพยายามตามหาตัวสุดความสามารถ แม้จะน่าเสียดาย ตัวหัวหน้าใหญ่หลบหนีไปได้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทำให้สมาชิกคนในรัฐสภารู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

แต่ในมุมมองของ JP’s ทุกคน กลับได้ผลลัพธ์ที่เป็นตรงกันข้าม เพราะเมื่อจับตัวไปเค้นข้อมูลเพื่อสืบหาตัวแอลกลับไม่ได้ความอะไรแม้แต่อย่างเดียว นอกจาก แอล (L) ชื่อเรียกของเด็กหนุ่มนิรนามที่มีความสัมพันธ์ลึกลับกับตัวหัวหน้าใหญ่ เป็นคนคิดค้นและสร้าง PLAYING GAME แอปอัญเชิญปีศาจสุดร้ายกาจ และบอกให้เอามาปล่อยขายในฐานะของทดลองในรอบแรก จนกระทั่งเมื่อสามารถแก้ไขโปรแกรมได้เสร็จสมบูรณ์ แอลก็แยกตัวออกจากกลุ่ม และหายตัวไป พร้อมกับปล่อย PLAYING GAME ไปตามเมลโทรศัพท์ของทุกคน และทำให้เกิดคามปั่นป่วนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้   

ดังนั้นต่อให้ไม่พูดอะไร ในใจของทุกคนใน JP’s ต่างกาหัวไว้แล้วว่า แอล––––– คือตัวอันตรายอย่างแท้จริง  

แต่ว่านาย––––ฮิบิกิอึกอัก ดวงตาหลุบต่ำมองไปที่ไหล่ของยามาโตะที่ถูกแทงทะลุไปมะรืนวานแผลนาย––––––

กลัวอะไร ฟูมิและนายพร้อมอยู่แล้วนี่ยามาโตะเอื้อมมือไปขยับกระดุมที่คอเสื้อของฮิบิกิให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเลิกคิดอะไรไร้สาระได้แล้ว

ฮิบิกิหลับตาอย่างจำใจ

อย่าฝืนเชียวนะเป็นอีกครั้งที่ฮิบิกิยอมลงให้คนหัวดื้อ

ก็อกๆ เสียงเคาะจากคนขับรถ ยามาโตะก้าวออกจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยฮิบิกิที่สูดหายใจเข้าลึก

ถึงแล้ว

 

.+..+..+..+..+..+..+..+..+.

 

ฐานทัพหลัก JP’s (ชั่วคราว) ซัปโปโร 05.02 AM.

พวกเขาสองคนออกจากรถแล้ว เช็คสัญญาณให้ดี

/สัญญาณไม่มีปัญหาครับ/

ภาพจากกล้องล่ะ

/ชัดเจนครับ/

ดีมากมาโคโตะพยักหน้าเสียงล่ะ

/เรียบร้อยดี/

เยี่ยมเสียงก้าวของรองเท้าจากด้านหลัง ทำให้รองผบ.สาวปรายตามองเพื่อนสนิทที่กำลังเดินเข้ามาฟูมิ เธอยังไม่หายดีไม่ใช่เหรอ

หายไม่หายไม่สำคัญแล้วคันโนะ ฟูมิ ที่รอบนี้มีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะนั่งประจำที่ เปิดคอมสำรองตัวใหม่ที่ทาง JP’s เตรียมไว้ให้ คิ้วเรียวสวยจะเลิกขึ้นว้าว รุ่นใหม่ซะด้วยด็อกเตอร์สาวว่าด้วยน้ำเสียงเฉือยชา ไร้ความตื่นเต้นในน้ำเสียงและดวงตา  

แล้วไม่ดีเหรอ?” มาโคโตะถาม เมื่อสังเกตว่าภายใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ของเพื่อนสาวแฝงความไม่พอใจอยู่ลึกๆ

ไม่ค่อยชินที่นี่เท่าไหร่ฟูมิตัดบทช่วยไม่ได้ ฐานทัพหลักเราก็พังยับซะขนาดนั้น ฉันคงต้องเขียนแก้โปรแกรมอะไรใหม่หมด

ถึงจะอยู่ JP’s มานาน แต่ คันโนะ ฟูมิ ก็แทบไม่ได้ออกไปทำงานด้านนอกเมื่อเทียบกับมาโคโตะที่ต้องออกไปทำงานภาคสนามบ่อยๆ เพราะฟูมิมักจะทำงานอยู่ในสาขาโตเกียวหรือไม่ก็สาขานาโกย่าที่เธอประจำการหลักอยู่เท่านั้น

ซัปโปโร–––––––––– นี่คือครั้งแรกที่เธอเคยมา

ลำบากหน่อยนะ

ก่อนจะพูดอะไร ดูตัวเองด้วยฟูมิถอนหายสายตาจากจอคอมเอาแต่ดูสถานการณ์จากข้างนอกอย่างเดียวไม่เห็นจะได้อะไร

อย่างน้อยถ้ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติอะไร ฉันจะส่งคนเข้าไปช่วยทันที

แล้วถ้าฝั่งนั้นเคลื่อนไหวเงียบๆ และจัดการสองคนนั้นได้ล่ะ?”

มาโคโตะหน้ามุ่ย ไม่พอใจกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

ทันทีที่ได้ยินว่าฮิบิกิกับยามาโตะจะนัดเจออีกฝ่ายโดยตรง มาโคโตะเป็นคนแรกที่คัดค้านแผนนี้เป็นคนแรก แต่เสียงของเธอก็ตกไป เพราะนี่คือการตัดสินใจของผบ. ที่มีอำนาจสูงสุด ซึ่งเธอ ถึงแม้จะมีตำแหน่งรองลงมา แต่ก็ไม่มีอำนาจไปขัดส่วนตรงนั้น

เอาเถอะฟูมิคว้าอุปกรณ์บางชิ้นออกจากกระเป๋าเอกสารจริงๆ วันนี้ฉันไม่ได้มาช่วยงานเธอเพื่อทำเรื่องน่าเบื่อแบบนั้นหรอกนะ

นั่นมัน––––?อะไร? มาโคโตะมองสิ่งที่ฟูมิถืออยู่ในมืออย่างสงสัย

ฟูมิผุดยิ้มเครื่องจับสัญญาณสำหรับอุปกรณ์ติดตามด็อกเตอร์สาวเชื่อมสายเครื่องจับสัญญาณเข้ากับคอมพิวเตอร์ของเธอ ก่อนจะฉายมันผ่านโปรเจคเตอร์หลักทีนี้เราจะได้เห็นอะไรชัดๆซะที

ทันทีที่ปลายนิ้วสวยเคาะลงที่แป้น Enter ภาพโปรเจคเตอร์ก็ปราฏภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องลับขนาดเล็กที่ถูกออกแบบมาในรูปของกระดุมที่ติดอยู่บนปกเสื้อของ คุเสะ ฮิบิกิ สร้างเสียงฮือฮาจากเจ้าหน้าที่ในห้อง แต่สีหน้าของผู้บังคับบัญชาฐานทัพชั่วคราวอย่างมาโคโตะกลับดูกลายเป็นอึมครึม

เธอทำอะไร ฟูมิ

ไม่ต้องห่วงหรอก นั่นเป็นอุปกรณ์ที่ทางแล็บคิดค้นเองฟูมิตอบฉันตรวจสอบดูแล้ว รับรองผลได้”  

แล้วถ้าอีกฝ่ายจับได้ว่าทางเราแอบเอากล้องเข้าไปล่ะ? อย่างนี้จะไม่อันตรายกว่าเหรอมาโคโตะถามอย่างกังวล สิ่งที่เธอกังวลที่สุดคือความปลอดภัยของสองคนนั้น

ไม่ต้องห่วงฟูมิลดสายตา มองภาพเคลื่อนไหวในคอมพิวเตอร์ของเธอฉันตกลงกับ คุเสะ ฮิบิกิ ไว้แล้ว

ตกลงอะไร?”

ไม่ใช่เวลามาถามคำพูดของฟูมิทำให้มาโคโตะมีสีหน้าเคร่งเครียด

พวกเขาเข้าไปแล้ว

 

.+..+..+..+..+..+..+..+..+.

 

เอาไงต่อดี

ชิจิมะ ไดจิ กลืนน้ำลายเอื้อก ขยับตัวกระสับกระส่ายตอนมองภาพเพื่อนของเขาเดินเข้าในสวนสนุกไป ใช่ ไม่ผิดหรอก สวนสนุก M สวนสนุกที่ครั้งหนึ่งเขาเคยชวนฮิบิกิมาที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ช่วงนั้นเขาดันเป็นฝ่ายติดเรียนซ้อม เลยได้แต่น้ำตาตกในระหว่างทำข้อสอบซ้อม เวลาหัวหมุนทำข้อไหนไม่เป็นก็ปรายตาไปมองฮิบิกิที่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้กำลังใจอยู่ด้านนอก และตอนนี้ ฮิบิกิเพื่อนรักของเขากำลังเดินเข้าไปพร้อมกับเด็กหนุ่มผมเงินคนหนึ่ง

คงไม่ได้มาเล่นสวนสนุกแน่ๆ

ทั้งสองคนมาทำอะไรที่นี่กัน–––––––?

เฮ้ นาย อย่าเหม่อสิมือหนักวางที่ไหล่จากคนข้างๆ ไดจิสะดุ้งดูให้ดีนะ ไม่งั้นอาจเจอพวกปีศาจก็ได้

คะ ครับ!ไดจิที่ปลอมตัวมาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตกใจ หัวใจแทบร่วงถึงตาตุ้ม––––– นึกว่าจะโดนจับซะแล้ว

จะว่าไป ไม่เคยเห็นหน้านายเลยนะ

แฮะๆไดจิหัวเราะแห้ง เกาแก้มหน่อยๆ แล้วก้มหัวหลายๆ ทีผมเพิ่งเข้าบรรจุใหม่น่ะครับ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ นี่เป็นงานครั้งแรกของผมด้วย ต้องขอฝากตัวด้วย รุ่นพี่ไดจิที่ยังก้มหัวอยู่เบิกตากว้าง แย่ล่ะ เผลอติดนิสัยเรียกจากคนที่โตกว่าว่ารุ่นพี่จากที่มหาลัยซะได้ แบบนี้เขาจะรู้ไหมว่าเราไม่ใช่พวกมือโปร?

ไม่มีปัญหาพอเห็นท่าทางตื่นๆ แบบไม่เสแสร้งของไดจิ เจ้าหน้าที่คนนั้นยิ้มแป้นตอนฉันเข้ามาใหม่ๆ ก็เป็นเหมือนนายนั่นแหละ ถึงจะผ่านการทดสอบโหดหินกว่าจะเข้าที่นี่ได้ แต่พอมาเห็นของจริง ตกใจเป็นบ้า ฉันเกร็งจนทำอะไรไม่ถูก ตอนรุ่นฉันมีคนX#$%%–––––––แล้วจากนั้นก็เป็นการพล่ามน้ำไหลไฟดับนี่ๆ รู้ไหม ฉันน่ะ ยังดีกว่าเจ้าพวก%^#$!!” ยาวเลยทีนี้

ไดจิพยักหน้าอืออาตาม ในใจแค่นยิ้มชืดๆ

พวกขี้อวด คนแบบนี้มันก็มีอยู่ทุกที่จริงๆ

จะออกจากสถานการณ์ตอนนี้ยังไงดี ในหัวไดจิตีกันวุ่นวายจนปวดตุบ ตอนนั้นเอง ราวกับมีเสียงสวรรค์ดังมาจากข้างนอก–––– แก้ใหม่เป็นเสียงร้องของปีศาจจะดีกว่า

ทุกคน ป้องกันตัวด้วย!เสียงร้องของคนเป็นหัวหน้าหน่วยดังมาจากเครื่องมือสื่อสาร

รับทราบเจ้าหน้าที่รุ่นพี่ที่เมื่อกี้ยังหัวเราะเฮฮาทำหน้าเคร่งขรึม และกระโดดลงจากรถทันที ไม่ทันให้ไดจิได้ถามว่าผมต้องทำอย่างไรต่อ

จากนั้นภาพตรงหน้าของไดจิก็เป็นภาพของเจ้าหน้าที่ที่วิ่งวุ่นอยู่เกลื่อนถนน และการต่อสู้ของปีศาจอัญเชิญด้วยกันเอง

ไดจิสูดหายใจลึกอย่างหวั่นๆ พอเตรียมใจมาแล้วว่าถ้าออกมาคงต้องเจอเจ้าพวกปีศาจแบบนี้อีกแน่ๆ แต่พอมาเห็นของจริงแล้วก็อดกลัวไม่ได้

แต่––––– เขาอยากเจอฮิบิกิมากกว่า––––––––––––

ในทีแรกที่ไดจิรู้เรื่องของ JP’s และรู้ว่า ฮิบิกิ เพื่อนสนิทของเขาทำงานอยู่ที่นี่ เขาตกใจเป็นบ้า ลองคิดดูสิ กับนิตตะที่เป็นเพื่อนสาวรู้จักกันมาปีหนึ่งพอรู้เรื่องยังทำหน้าซึม แล้วเขาล่ะ? เขาที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอนั่นมาตั้งแต่สมัยประถม แต่กลับไม่รู้อะไรเลยสักอย่างแบบนี้

มัน–––– โคตรแย่

เขามันโง่–––– โง่ที่ไม่รู้ว่าเพื่อนต้องลำบากขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเพื่อนต้องทำงานเหนื่อยแต่ยังต้องแวะมาหาเขาบ่อยๆ เพราะเขาบอกว่าอยากเจอ ไม่รู้ว่าเพื่อนต้องออกไปเสี่ยงตายได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เขาใช้ชีวิตลัลล้าไม่คิดเรื่องใดจริงจัง

และ–––– ไม่รู้ว่าเพื่อนจะได้กลับมาไหม?

เขาเจ็บนะ–––– เจ็บมากเลยด้วย––––––––– กับความรู้สึกเหมือนถูกปล่อยทิ้งไว้ด้านหลังแบบนี้

ถามว่าตอนนี้กลัวไหม ไดจิกล้าตอบว่ากลัว

แต่–––––– เขากลัวการถูกทิ้งไว้ด้านหลังมากกว่า

ดังนั้น คราวนี้เขา––––– จะไม่ยอมถูกทิ้งไว้ด้านหลัง เป็นไอ้โง่ไม่รู้เรื่องอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

ไดจิก้าวออกจากรถด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ

เอาล่ะ จะเข้าไปในสวนสนุกยังไงดี

ดวงตาสีน้ำตาลกลอกไปมา

ถ้าเดินผ่านเอาโต่งๆ แบบนี้ มีหวังได้โดนจับได้แหงๆ

ตอนนั้นเอง ไดจิก็ปิ๊งไอเดียได้

จริงสิ สวนสนุกใหญ่ขนาดนี้น่าจะมีทางเข้าอยู่ด้านหลังสำหรับพวกเจ้าหน้าที่ด้วยนิ

ถึงตอนนี้สภาพจะเหมือนปิดทำการไปแล้ว แต่น่าจะยังเข้าได้อยู่นา

เข้าทางประตูหลังแล้วกัน”  

พ้นหลังของไดจิที่ลอบเดินหายไปท่ามกลางความวุ่นวาย การต่อสู้กับกลุ่มปีศาจจบลงด้วยความรวดเร็วโดยมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บกันเพียงเล็กน้อย และเมื่อทุกอย่างสงบลง ทิ้งไว้แค่ซากความเสียหายประปรายและเจ้าหน้าที่พากันถอนหายใจโล่งอก

ดีจังเลยนะครับ ที่จัดการพวกนี้ได้

ถึงระดับปีศาจจะสูงกว่าที่คาดเอาไว้ แต่ก็ยังพอรับมือไหว

อย่าเพิ่งประมาทกันไปเจ้าหน้าที่คนหนึ่งว่าอาจมีปีศาจอยู่แถวนี้อีก ระวังกันไว้ให้ดี

อะไรกันครับ เพิ่งจะได้พักหายใจไป ให้โอกาสพวกผมหน่–––––

ระวัง!เจ้าหน้าที่เอ่ยเตือนกระโดดเข้ามาคว้าตัวคนฟัง ร่างสองร่างไถลไปกับพื้น เฉียดปากที่เต็มไปด้วยฟันคมกริบของร่างของปีศาจรูปคล้ายก้อนเนื้อพุ่งทะลุตึกมาด้วยความเร็วสูง และพุ่งเลยไปที่ทางเข้าสวนสนุก––––––––!

จะให้มันเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด!

ทว่าก่อนที่ใครจะได้ตอบโต้อะไร ร่างของปีศาจที่พุ่งไปทางปากทางเข้าก็กระเด็นออกมา–––– เพราะม่านพลังที่ไม่อาจมองเห็น แต่ในวินาทีที่มันกระทบเข้ากับร่างของปีศาจ ทำให้เกิดเค้าโครงโปร่งใสเบาบางที่สามารถมองเห็นได้ตาเปล่าเพียงไม่กี่วิ แต่ก็เพียงพอที่จะเห็นว่าม่านพลังนั้นมันใหญ่ขนาดคลุมทั้งสวนสนุก!

นี่มัน!มาโคโตะที่ยืนดูภาพผ่านจอมอนิเตอร์เบิกตากว้าง เขตแดนกักกันปีศาจ!

มิน่าล่ะ ถึงไม่มีพวกปีศาจอยู่ในนั้นฟูมิมองผ่านภาพกล้องของฮิบิกิที่กำลังเดินเข้าไปในสวนสนุกที่ปราศจากผู้คนเตรียมการมาดี

นี่เป็นแผนของแอล!” มาโคโตะคว้าไมค์แน่นฉัน ซาโกะ มาโคโตะ ขอสั่งให้พวกคุณเข้าไปในสวนสนุกเดี๋ยวนี้!!”

/รับทราบ–––– เดี๋ยวนะ! นี่มันอะไรกัน! อ๊ากกก!/ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากพนักงานนายหนึ่ง ก่อนจะเห็นเป็นภาพการเคลื่อนไหวคล้ายสัตว์ปีกตัวใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากบนพื้น–––– ปีศาจอัญเชิญของแอป PLAYING GAME!

อะไรกัน มาโคโตะมือสั่น

สามารถแทรกแซงโทรศัพท์พิเศษของทาง JP’s และบังคับให้เข้า PLAYING GAME ได้ด้วย!

/ไปช่วยหมอนั่นเร็ว! พวกที่เหลือเข้าไปในสวนสนุกซะ!/

/ไม่ได้ครับ! พอจะเข้าไป ปีศาจจากใน PLAYING GAME ถูกบังคับเรียกออกมา เหวอ!/

/ปีศาจที่เรียกจาก PLAYING GAME นี้ถูกบังคับให้อยู่ในโหมดคลั่งด้วย! ควบคุมไม่ได้เลย!/

/ตอนนี้พวกเราไม่สามารถเข้าไปในสวนสนุกได้ครับ!!/

คงวางกับดักให้พวกนั้นติดพันไว้ฟูมิหรี่ตาหรือบางทีแอลอาจใส่ลูกเล่นเข้าไปในเขตกักกันก็ได้ อย่างการบังคับให้เข้าแอป PLAYING GAME: Mode Berserk ทันทีที่สัมผัสโดนเขตกักกันเท่านี้ก็จะสามารถอธิบายเหตุผลได้ว่าทำไมโทรศัพท์ที่ถูกออกแบบมาให้มีระบบพิเศษของ JP’s ถึงถูกบังคับให้ใช้โหมด PLAYING GAME ได้

มีทางตอบโต้ไหม

มี แต่ต้องใช้เวลาฟูมินำภาพกล้องจากรถทุกคันมาอยู่ในมอนิเตอร์เดียวกันฉันต้องการสายตาคนไปประจำอยู่ทั้งสี่ทิศของสวนสนุก บางทีอาจเจอแหล่งพลังงานสำหรับเขตกักกันนี้ก็ได้จริงอยู่ว่ามันเป็นเขตกักกันที่มีลักษณะคล้ายกับเขตกักกันพลังวิญญาณของทาง JP’s แต่แก่นกลางของพลัง JP’s ที่ถูกฝังอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ถูกฝังอยู่ในห้องลับใต้ดินที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธี ที่อยู่ด้านบนบางส่วนมีแค่จุดค้ำจุน ถึงจะเสียหายไป แต่ก็สามารถซ่อมแซมจากด้านล่างได้ทันที ซึ่งกว่าจะติดตั้งได้ ทาง JP’s ก็ใช้เวลานานกว่าสามสิบปี ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเขตกักกันของฝั่งศัตรูจะมีแหล่งกำเนิดพลังงานมาจากบางจุดของพื้นดินสักแห่ง

แค่ต้องหาให้พบ–––––––––––––

เข้าใจแล้วมาโคโตะสั่งการทุกคนที่อยู่ในบริเวณให้ถอยออกมาทันที ประจำการอยู่ห่างๆ หาวิธีการทำลายแหล่งพลังอยู่ด้านนอกแทน ระวังอย่าให้โดนเขตแดนของทางนั้นเด็ดขาด!”

รับทราบ!

 

.+..+..+..+..+..+..+..+..+.

 

 จะควบคุมให้เปิดหรือปิดตอนไหนก็ได้ ช่างเป็นอะไรที่สะดวกจริงๆ การสร้างเขตแดน––––––––– เข้าใจเลยว่าทำไม JP’s ถึงได้ใช้กันป้องกันหอคอย

แอล หรือชื่อจริง นิชิวาระก้อนโลหะสีมัวในมือไปมาอย่างอารมณ์ดีหึๆ ควบคุมได้ตามที่ต้องการ… ถึงจะเป็นเขตแดนชั่วคราวที่มีการตั้งโปรแกรมไว้แล้วก็เถอะ––––––––ก้อนโลหะสีมัวตกลงในมือ ดวงตาสีน้ำตาลแดงกดต่ำมองศูนย์กลางของเขตแดนอย่างมากเล่ห์

ทีแรก นั่นเพราะเขาจงใจปล่อยให้ทางฝั่งนั่นเข้ามาก่อน เมื่อรู้สึกถึงร่างสองร่างที่ก้าวเข้ามาผ่านม่านพลังที่มองไม่เห็นทีแรก นิชิวาระมั่นใจว่าสองคนนั้นคือยามาโตะของฮิบิกิ และเพื่อมั่นใจว่าจะไม่มีใครตามเข้ามาอย่างที่ได้บอกไว้จริงๆ นิชิวาระจงใจรอสองคนนั้นสักพัก เมื่อพบว่าไม่มีใครกันเข้ามาก็ยิ้มร่า

ดีที่ฝั่งนั่นทำตามข้อเสนอที่เขายื่น แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีคนนอกเดินเข้ามา

ดังนั้นเพื่อป้องกันการรุกรานของเจ้าหน้าที่ JP’s จากด้านนอก นิชิวาระทุ่มพลังอัดเข้าไปในแก่นกลางของเขตแดน และเพราะจำเป็นต้องใช้สมาธิจดจ่ออย่างมาก เด็กหนุ่มจึงไม่ทันสังเกตเห็นการขาดเคลื่อนเบาบางของม่านพลัง บ่งบอกให้รู้ว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาด้วย–––––––––––––––––––

น่าจะได้แล้วมั้ง นิชิวาระงึมงำ

ทางฝั่ง JP’s ขาดหัวหน้าหลักไปก็จริง แต่เจ้าหน้าที่แต่ล่ะคนนั้นไม่ใช่เล่นๆ พวกนั้นคงหาทางทำลายม่านพลังเขาจากภายนอกได้อย่างเร็วสุดคงสิบสองชั่วโมง

ซึ่ง–––––––– ตั้งสิบสองชั่วโมงก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาแล้ว

ตัวละครที่ขาดไม่ได้หนึ่งคน กับอีกหนึ่งตัวละครจำเป็นมากันครบแล้วเด็กหนุ่มคลี่ยิ้มบาง ด้วยสีหน้าปลอดโปร่ง ดวงตาที่ส่องประกายอันเลือนลางเสมือนกับจะเลือนหายไปได้ทุกชั่วขณะ

อา ในที่สุดก็มาถึงวันนี้ซะที––––––––– วันที่เราสามคนจะได้พบกัน–––––––

และทีนี้––– ทุกอย่างที่ผิดพลาดไปจะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องเสียที––––––––––

 

.+..+..+..+..+..+..+..+..+.

 

สวนสนุก (M) 06.02 PM.

หลงจนเหนื่อยแล้วน้า

ไดจิที่เดินหลงมาเกือบชั่วโมงกว่าปาดเหงื่อ ดึงคอเสื้อให้เปิดกว้างขึ้นเพราะความอึดอัด

เครื่องแบบ JP’s มันก็ดีอยู่หรอก แต่––––– ไม่ไหวแฮะ ผ้าไม่หนาก็จริง ระบายอุณหภูมิได้ดี แต่เนื้อสัมผัสแบบพิเศษกลับทำให้ไดจิที่ไม่ค่อยสบายใจ

เปลี่ยนเสื้อดีกว่า–––––––––––

คิดพลางเดินเข้าร้านขายเสื้อผ้า โชคดีที่ในร้านยังมีสินค้าเหลืออยู่ ไดจิเลือกเสื้อยืดสีดำคลุมทับโค้ทสีน้ำตาลออกมา พร้อมวางเงินไว้ที่มีราคาเท่ากับเสื้อตัวนั้นไว้ตรงเคาท์เตอร์––––––––

แต่เมื่อไดจิเดินออกมาหน้าร้าน เด็กหนุ่มกลับหยุดฝีเท้า ไม่ขยับเขยื้อน

ที่นี่ไม่มีแผนที่บอกทางเลย–––––

เดินอยู่ที่นี่วนไปวนมาหลายรอบ แต่กลับไม่เจอป้ายสำหรับบอกเส้นทางสักแห่ง เส้นทางคดเคี้ยวแตกต่างจากส่วนสนุกที่เขาเคยเจอมา มีบางเส้นทางที่ออกแบบมาให้เป็นแบบซิมเมททรี* ตำแหน่งของเล่นก็วางเหมือนต้องการให้คนเดินสับสนกับตำแหน่ง––––––

ตอนนั้นไปอ่านรีวิวในเน็ตก็ไม่เห็นมีปัญหานี้นิ หรือเพราะการปรับปรุงเมื่อสามเดือนที่แล้ว?

สวนสนุก M เคยเป็นสวนสนุกที่ติดท็อป 10 ของญี่ปุ่น จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อนที่มีประกาศปิดปรับปรุงสวนสนุกอย่างไม่มีกำหนดการเปิดเพราะความขัดข้องทางเครื่องเล่น ไดจิจำได้ว่าเพื่อนเขาแชร์เรื่องนี้กันในกลุ่มแล้วมานั่งดราม่าอยู่หลายคืน เพราะพวกนั้นวางแผนว่าจะมาเที่ยวกัน แต่สุดท้ายก็กินแห้วไป

หรือ––––– มันจะไม่ใช่แค่การปรับปรุงสวนสนุก

ความคิดที่ผุดขึ้นมาทำให้ไดจิเกาหัว

เอาเถอะ คิดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร อย่างน้อยลองเดินสุ่มผิดสุ่มถูกเดี๋ยวก็หาฮิบิกิเจอเองแหละ

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกับการเดินวนไปมาอยู่ราวๆ อย่างเบื่อหน่าย ความรู้สึกไม่ดีพุ่งสูงขึ้น อาจเป็นเพราะตะวันเริ่มตกดิน แสงสว่างน้อยลง ความเย็นยามไร้ไออุ่นของแสงแดดเริ่มปกคลุมโดยรอบ ยังดีที่ถึงแม้สวนสนุก M จะอยู่ในช่วงการปรับปรุง แต่ก็เปิดไฟตามเสาที่อยู่ระหว่างทางเดิน ทำให้เห็นอะไรๆ ได้ชัดเจน

แต่–––– บรรยากาศน่ากลัวเป็นบ้า

ไดจิที่เดินอยู่บนสะพานเชื่อมไปเขตสวนน้ำขนลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงขยับไหวของกิ่งไม้กับสายลม ใจเต้นตุบด้วยความผวาปนตื่นตระหนก

อา น่ากลัวแฮะ

ในตอนนั้นเอง ดวงตาสีน้ำตาลของเด็กหนุ่มก็ได้ไปสะดุดกับร่างโปร่งที่นอนอยู่บนม้านั่งของสะพานคู่ขนานอีกฝั่ง

คนนิ

สีผมแบบนั้นไม่ใช่ฮิบิกิแน่

แต่ไม่น่าจะมีพิษมีภัย เพราะคนบ้าที่ไหนจะมานอนเปิดแขนขาในเวลาแบบนี้

ไดจิเดินกลับเพื่อข้ามสะพานไปหาคนที่นอนอยู่ และเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้ว ไดจิก็อดแปลกใจไม่ได้

หน้าตาดีผิดคาดเลยแฮะ

ร่างโปร่งสูงที่มีผมสีน้ำตาลไหม้ระคอ  เครื่องหน้าที่เห็นได้บางส่วนจากวงแขนที่วางทับดูสมบูรณ์แบบ ผิวสีขาวไม่ได้ดูซีดเกินไป ไม่แปลกใจเลยหากอีกฝ่ายจะป็อปในหมู่สาวๆ

หล่อก็จริงอยู่หรอก แต่สมองน่าจะมีปัญหาถึงมานอนตากลมเย็นๆ แบบนี้

เมื่อประเมินว่าไม่น่าจะมีพิษมีภัย ไดจิตัดสินใจเอ่ยทัก พร้อมเขย่าร่างที่นอนแผ่

คุณครับ พอเห็นใครผ่านมาแถวนี้ไหม

แขนที่วางทับใบหน้าเคลื่อนออกฉันเห็นแต่นายนั่นแหละเด็กหนุ่มผมน้ำตาลแดงไหม้ปรือตาขึ้นเล็กน้อย พร้อมชันตัวขึ้นจากม้านั่งนายเข้ามาได้ยังไงกัน

เดินเข้ามาไง ถามได้ไดจิมุ่นคิ้วกับคำถามที่ไม่น่าถาม และยังสีหน้าเหมือนไม่พอใจของอีกฝ่ายด้วย

ออกไปจากที่นี่จะดีกว่านะดวงตาสีน้ำตาลแดงไหม้แฝงแววง่วงงุน แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงคุกคาม  

เฮ ฉันเพิ่งจะมาถึงเองนะ ทำไมต้องไล่กันด้วย

เพราะ––––– ที่นี่มันอันตราย

ที่ไหนตอนนี้ก็อันตรายหมดนั่นแหละไดจิกอดอก อีกฝ่ายจากด้านบน ซึ่งเด็กหนุ่มผมน้ำตาลแดงก็ได้แต่นั่งนิ่ง ก่อนจะหย่อนบั้นท้ายนั่งลงข้างอีกฝ่ายอย่างเมื่อยล้า และ–––––

โครกกกกกก

อาไดจิกุมท้องที่แสบแปลบรู้งี้เตรียมไรมากินก่อนดีกว่า โอ๊ะไดจิรับของที่ถูกโยนมา–––– ขนมปังในห่อพลาสติก–––––––––––––––––––––?

วันหลังหัดเตรียมอะไรมาซะบ้าง

เมื่อเห็นว่าไม่มีทางไล่ได้ และเพราะขี้เกียจจะไล่––––– เด็กหนุ่มผมน้ำตาลแดงไหม้ยักไหล่ ช่างมันเถอะ

อะไรกัน น้ำใจงามผิดคาดแฮะกำลังจะบอกขอบคุณต่อแท้ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดยอกย้อนต่อจากนี้ที่ทำให้ไดจิปิดปากฉับ

อะไรกัน เสียงท้องร้องอย่างกับเสียงฟ้าคำราม?”

ไดจิหน้าแดงไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าความหิวชนะทุกอย่าง

ไม่

ไดจิจิ๊ปาก และเริ่มลงมือแกะห่อขนมปังชิ ฉันไม่ได้ต้องการให้นายตอบซะหน่อย

แล้วพูดเพื่อ?”

นายกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมไดจิหน้าบึ้ง ถึงบทสนทนาแบบนี้มันจะเหมือนตอนคุยกับฮิบิกิก็เถอะ แต่น้ำเสียงของฮิบิกิกับหมอนี้มันคนละโทนกัน ตอบเหมือนกันก็จริง แต่ฟังแล้วรู้เลยว่าคนไหนไม่รู้จริง กับคนไหนแสร้งโง่

ใช่

เออ ไม่คุยด้วยแล้วไดจิเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ จนกระทั่งหมดก้อน แล้วนายไม่กินเหรอ ถึงเอามาให้ฉัน

ไหนบอกว่าไม่คุยไง

ไม่คุยเมื่อกี้ แต่ตอนนี้คุยแล้ว

แปรปรวนจังนะ อย่างกับผู้หญิง

นายต่างหาก ขี้บ่นอย่างกับผู้หญิงไดจิพึ่งนึกออกเออ แล้วนายเป็นใครอะ

หืม ฉันต่างหากต้องถามว่านายเป็นใคร พ่อคนแปลกหน้า

ฉันไม่ใช่พ่อคนแปลกหน้านะ!ได้โอกาสแนะนำตัวที ไดจิก็ไม่ลืมทำให้มันอลังการ ด้วยการยืดอก ยิ้มด้วยมาดมั่นใจสุดๆฉัน ชิจิมะ ไดจิ ฉันมาตามหาเพื่อนรักของฉันอยู่! เห็นไหม! ถ้าไม่ใช่ฉันก็ไม่มีใครกล้าทะเล่อทะล่ามาตามหาใครในสถานการณ์แบบนี้หรอกแต่ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนจะส่งผลลบกับตนเอง สีหน้าไดจิติดเหวอทันที

เดี๋ยว! นี่ฉันไม่ได้กำลังหาว่าตัวเองบ้าใช่ไหม?!

ไดจิ*––––– ความรู้ที่ยิ่งใหญ่? แต่ทำไมหน้านายดูเหมือนคนไม่มีความรู้อะไรเลยเจ้าคนหน้าง่วงแย้งกลับพร้อมหัวเราะหึนายเหมือนคนบ้ามากกว่า

ไม่เคยได้ยินเหรอว่าอย่าตัดสินคนที่ภายนอกไดจิชกไหล่อีกฝ่ายไปทีด้วยความหมั่นไส้ ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของอีกฝ่ายแล้ว ไดจิรู้สึกพอใจเออ ฉันลืมถามไปเลยว่านายชื่ออะไร

หืมมมมเด็กหนุ่มผมน้ำตาลแดงแหงนหน้า แล้วพึมพำกับตัวเองจะบอกชื่อจริงไปเลยดีไหมนะ ไหนๆ ก็ใกล้จะจบแล้ว... ไม่ดีกว่า อยากเซอร์ไพรส์ทางนู้นนี่เนอะ อืม–––––––––– บอกว่าเป็นแอลไปมันก็คงแปลกๆ สินะ––– อา ถ้าเซเลอร์มูนน้อยอยู่ก็คงดี

นี่นายเป็นพวกคลั่งการ์ตูนสาวน้อยเหรอเนี่ยถึงไดจิไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพวกสักสี่ในห้า แต่เมื่อได้ยินชื่อของการ์ตูนสาวน้อยผู้พิทักษ์โลกในตำนานแล้วก็อดทำหน้าแหยงไม่ได้

หน้าตาหรือออกจะดูดี ดันมีไอดอลเป็นเซเลอร์มูน ชีวิต ทำไมมันบัดซบแบบนี้  

หึๆนิชิวาระปรายตามองไดจิ ยิ้มประหลาดที่ไม่อาจค้นหาความหมายที่แท้จริงได้ แต่ไม่รู้เพราะอะไร แต่ในหัวของไดจิกลับมีภาพรอยยิ้มของฮิบิกิฉายทับซ้อนกัน

งั้นนายเรียกฉันว่า ลาสต์ (Last) <คนสุดท้าย> ละกัน

 

 

TBC.

*ซิมเมททรี ศิลปะที่ด้านทั้งสองด้านมีลักษณะเหมือนกัน

**ไดจิ แปลว่า ความรู้อันยิ่งใหญ่

 

 

บ่นเรื่องร่มเอง:: กราบขอประทานอภัยงามๆ คือยอมรับว่าช่วงนี้ร่มแย่มาก นัดจะมาอัพแต่ปรากฏว่าเลทตลอด ยอมรับผิดเลยฮะ ขนาดร่มยังด่าตัวเองเลย แต่ช่วงนี้เหมือนชีวิตเจอมรสุมเลยฮะ ไปเรียน summer ทุกวัน กลับมาล้ามาก (ใช้เวลาเดินทางไปกลับเบ็ดเสร็จวันล่ะสี่-ห้าชั่วโมง) นอนตอนเย็นทุกวัน ตื่นมาก็มืดแล้ว อ่านหนังสือเตรียมสอบ แล้วก็นอนตอนช่วงห้าทุ่มอีก รู้สึกเหมือนเสียเวลาชีวิตไปกับการนอนเยอะมาก(กกกก) นึกอยากกลับไปเป็นเด็ก ม.ต้น ม.ปลายเลย (ร้องไห้) ไม่อยากนึกตอนเปิดมาเลยว่าร่มจะรอดไหม (เรื่องของอนาคตช่างมันเถอะ)

อันที่จริงจะมาอัพตั้งแต่เมื่อวานและฮะ (คือเมื่อวานเหลือแค่กรองก็ลงได้แล้ว) แต่เมื่อคืนเพื่อนร่มเขาไลน์มาหาบอกว่าเพื่อนของเพื่อนโดน wannacry เล่นเข้าแล้ว ร่มก็ตกใจ (คือยังนึกว่ามันยังมาไม่ถึงไทยมาตลอดเลยฮะ) รีบเซฟงานทุกอย่างในแฟลชไดชลงร่ม Drive หมดเลย (ฮา) กว่าจะเซฟงานเสร็จก็ง่วงพอดี เลยชวดโอกาสอัพไปอีกแล้ว 

แล้วก็ช่วงนี้ทุกคนอย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะฮะ คนไหนมีญาติผู้หลักผู้ใหญ่ก็อย่าลืมดูแลเรื่องความปลอดภัยของพวกเขา อย่างตอนเข้าห้องน้ำ ระวังพวกท่านลื่นล้มนะฮะ เป็นปัญหาที่พบเจอได้ง่าย แต่อันตรายมาก (ตอนนี้ญาติห่างๆ ของร่มอยู่โรงพยาบาลคนหนึ่ง ครอบครัวร่มเลยแวะไปเยี่ยมบ่อยๆ ยังไม่รู้ว่าอาการจะดีขึ้นไหม ร่มก็ภาวนาขอให้ท่านอาการดีขึ้น)

ความประทับจำในการเขียนตอนนี้:: โดยส่วนตัวคิดว่าตอนนี้เป็นตอนที่เขียนแล้วรู้สึกมีความสุขมาก ส่วนสาเหตุ––– เพราะมีไดจินั่นเอง หลายคนที่ดูเรื่องนี้อาจไม่ชอบไดจิ แต่ร่มรู้สึกชอบและประทับใจกับตัวละครนี้มาก เพราะถึงเขาจะกลัว จะหงอ ดูในเมะแล้วรู้สึกเหมือนอ่อนสุดๆ แต่ในวินาทีที่มีความรู้สึกอยากจะช่วยเพื่อนสนิทของตนเอง เขาพร้อมจะลุกขึ้นสู้ และยืนอยู่ตรงหน้าปัญหาด้วยตัวเอง ร่มว่าเป็นอะไรที่เท่ห์สุดๆ <3

เพ้อ:: นื่องจากร่มเป็นคนตามในเมะก่อน ก็จะชอบและหลงฮิบิกิมาก แต่พออ่านเป็นมังซึ่งในอิงมันก็แปลถึงตอนที่ 9 แล้วก็หาย ทำให้ต้องไปขุด RAW มาเสพภาพแทน ทำให้เห็นบางฉากที่ถูกตัดจากในเมะ และฉากในเมะที่ไม่มีในมัง(หลายช็อต) ทำให้เกิดความประทับใจในตัวไดจิมาก (+100 point) แซงมายืนข้างๆ กระต่ายน้อยเลย (ท่านมังกรตกไปนะฮะ)

แต่ถ้าถามว่าชอบอันไหนระหว่างมังหรือเมะมากกว่า ก็บอกได้เลยว่า โดยส่วนตัวประทับใจในเมะมากกว่า เพราะท่านผบ.ยังพอให้เห็นว่ามีฉากหวั่นไหวบ้าง (เล็กน้อย) แต่ในมัง... บอกเลยฮะว่าสุดๆ คือเลวร้ายมาก ดูเหมือนมองคนเป็นเครื่องมือ ใครใช้ไม่ได้ก็เป็นขยะจริงๆ แต่ต้องยอมรับว่าภาพสวยมาก (งานดีได้อีก เส้นบงเส้นเบี้ยวอะไร ไม่มีจริงๆ) บวกกับรู้สึกอินได้ง่ายกว่าในเมะ (ข้อเสียคือเป็นคนชอบอ่านมากกว่าชอบดู) ตอนนี้ก็ภาวนาอยู่ฮะว่าขอให้ติด LC ของ Luckpim เหมือนกับ DS1 ซึ่งตอนนี้แปลออกมาได้แล้ว 6 เล่มแล้ว (8 เล่มจบ) ในขณะที่ DS2 มีแค่ 4 เล่มจบ (ต้องรอดูก่อนนะฮะ ลองสะกิดสำนักพิมพ์แล้วว่าจะเอา DS2 รึเปล่าเมื่อนานมาแล้ว เขาบอกมาว่าจะพิจารณนาดูก่อน) ส่วน Light Novel ที่น่าจะเป็น Story ของยามาโตะก็คงต้องกินแห้ว (100%) (ฮา ทำใจหน่อย)

ปล. อังคอร์ในมังคือสวยมากมาย เห็นบางฉากแล้ว ร่มร้องเลย โอโฮ สวยกว่าผู้หญิงอีกแฮะ

สำหรับตอนต่อไป>> ไม่อาจรับปากว่าตอนต่อไปจะมาอีก แต่จะพยายามบีบให้เร็วที่สุด อย่างเร็วสุดน่าจะกลางเดือนหน้าซึ่งร่มจะเริ่มว่าง (+กับเริ่มแต่งเนื้อหา Saturday ไป 1/6 แล้ว (ใครคิดว่าตอนนี้ยาว บอกเลยฮะว่าตอนหน้ามีแนวโน้มยาวกว่าแน่ๆ) [มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะยาวพอๆ กับกิ่งก้าน (30 หน้า-40หน้า ต่อตอน)])

 

ไว้เจอกันใหม่ใน #Saturday of Decision

An Umbrella

 

 

   
O W E N TM.
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

110 ความคิดเห็น

  1. #109 kinkind (@kinkind) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:18
    แอบรอไรท์อยู่นะจ้ะ แต่ไรท์ไม่รู้บ้างเลย &#128514;&#128514;
    #109
    0
  2. #95 ณ้องณาฆรัคภี่มาขณะฅะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 21:24
    <p>ฉันมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลย...</p>
    #95
    0
  3. #88 FloRenTINE♥ (@mackymocca) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:37
    ยังสนุกเหมือนเกิมเลย ละเอียดมาก สู้ๆน้าา
    #88
    0
  4. #80 Mamiko (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 18:35
    มาเร็วๆนะ
    #80
    0
  5. #77 CV002 (@0850342080-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 15:16
    มาต่อเร็วไรรรรรร จะจบอยู่แล้วววว สู้ๆ !!!!!
    #77
    0
  6. #76 CV002 (@0850342080-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 06:27
    ทำไมในgoogle block เราไม่เห็นอัพอะ... + เมื่อไหร่ไรเตอร์จะลงตอนใหม่หรออออ *ปิ๊งๆ*
    #76
    0
  7. #75 Rswrttamm (@RwOwm5ikRoPU6hv) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 09:07
    อยาอ่านต่อออออออออออ ชอบมากกกกกกกกกกกกก ต่อเร็วๆน้าาาาาา
    #75
    0
  8. #72 Siltera Minor (@karalla) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 19:47
    มาแล้วๆ ยามาโตะเริ่มหายซึนแล้วสินะ 555
    #72
    0
  9. วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 23:46
    มาต่อด้วยน้าาาา
    #71
    0