[Fanfiction] Devil Survivor 2 The Animation :: Last

ตอนที่ 3 : 月曜日: Monday of Peculiarity ②

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    1 ม.ค. 60

.+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+..+...+..+..+..+.

 

月曜日

Monday of Peculiarity



                                        

 

ประตูเลื่อนเปิดอัตโนมัติ ดวงตาสีฟ้าจับจ้องไปยังเจ้าของร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่บนแท่นบังคับบังชาการ ณ จุดสูงสุดที่สามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวในห้องซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของ JP’s ด้านล่างลงไปคือสมาชิก JP’s หลายร้อยชีวิตที่กำลังเฝ้าดูค่าความเสถียรของเกราะป้องกันพลังวิญญาณ อาณาเขตที่ถูกสร้างปกคลุมดินแดนญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณภายใต้การควบคุมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จอมอนิเตอร์ฉายภาพทุกการเคลื่อนไหว ประกอบกับรายละเอียดปลีกย่อยของหน่วยปฏิบัติการที่กำลังถูกส่งไปประจำการแต่ล่ะพื้นที่

ฮิบิกิก้าวไปหาร่างที่ยืนกอดอกอยู่ตรงจุดสูงสุด

จนกระทั่งฮิบิกิหยุดฝีเท้า ร่างที่สูงตนมากกว่าห้าเซนก็เอ่ยตำนิเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะมองหน้า

นายมาช้า

นายบอกฉันกะทันหันเกินไป ตอนนั้นฉันกำลังวุ่นอยู่ ดวงตาสีฟ้ากระจ่างแหงนมองคนข้างกาย ส่วนเรื่องการประชุม ฉันมาตรงเวลา ทำไมฮิบิกิจะไม่รู้ว่าคนอย่าง โฮซึอิน ยามาโตะเป็นพวกเคร่งครัดและยึดมั่นในกฎระเบียบแค่ไหน จะโกรธเขาที่ไม่ทำตามคำสั่งก็ไม่แปลก

ร่างโปร่งสูงสง่าของผู้บังคับบัญชา JP’s เด็กหนุ่มผู้มีเส้นผมสีเงินยาวปล่อยละต้นคอและวงหน้าได้รูป ผิวสีขาวซีดขับเน้นให้ดวงตาสีอเมทิสเย็นเยือกน่าหวั่นเกรงและทรงอำนาจคู่เด่นชัด อยแผลบาดลึกบนวงหน้าซีกซ้ายเหลือเป็นรอยบางๆ หากร่องรอยของการต่อสู้ในวันนั้นกลับยังคงเหลืออยู่ในความทรงจำ------------

โฮซึอิน ยามาโตะเหยียดยิ้มเยาะๆ หึ วุ่นอยู่กับนิตตะ อิโอะ และนิชิมะ ไดจิน่ะนะ

ฮิบิกิมองยามาโตะอย่างไม่สบอารมณ์ นั่นคือสิทธิ์ของฉันไม่ใช่หรือ สิทธิ์ที่เขาจะอยู่กับเพื่อนๆ ของเขา

นายเลยคิดว่านายมีสิทธิ์ที่จะหมางเมินคำสั่งของฉัน

ฮิบิกิพูดอย่างใจเย็น ถ้าคำสั่งนั้นของนายที่เรียกฉันกลับก่อนเวลาหมายถึงการเตรียมเอกสารสำหรับพรุ่งนี้ ฉันทำเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

หลังจากการฟื้นฟูร่าง กายที่เหนื่อยล้าจากงานปฏิบัติการ ฮิบิกิช่วยมาโคโตะจัดแจงงานเอกสาก่อนมานั่งประจำการแทนเจ้าหน้าที่ JP’s คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะล้มป่วยกะทันหัน และกว่าตัวแทนอีกคนจะมา ฮิบิกิก็ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานถึงห้าชั่วโมงจนแขนขาชาไปหมด กว่าจะได้นอนก็ปาไปตอนตีสี่ ตื่นมาอีกทีก็แปดโมงเช้า คราวนี้ฮิบิกิเร่งโหมงานยาวถึงสี่โมงเย็นเพื่อเตรียมพบกับไดจิและอิโอะ ซึ่งฮิบิกิก็ได้บอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะเลิกงานเร็วกว่าปกติ และจะกลับมาให้ทันการประชุม

ดวงตาสีอเมทิสจ้องฮิบิกิอย่างนิ่งงันราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่าง ชั่วขณะหนึ่ง ฮิบิกิรู้สึกเหมือนยามาโตะต้องพูดอะไรบางอย่างออกมาแน่ แต่ในความเป็นจริง โฮซึอิน ยามาโตะ เพียงเบือนหน้ามองไปที่จอมอนิเตอร์อีกครั้ง  พูดประโยคสั้นๆ ตอบ

ถ้าอย่างนั้นก็ดี

ฮิบิกิมองคนข้างกาย ยามาโตะยังดูเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่แสดงท่าทอ่อนแอหรือบ่งบอกให้รับรู้ว่าตนเหนื่อยล้าจนน่าหงุดหงิดใจ ช่วงสองวันมานี้นายได้พักบ้างรึยัง

เรื่องพรรค์นั้นไม่จำเป็นสำหรับฉัน

ฮิบิกิพรูลมหายใจยาว กะแล้วเชียวว่าต้องได้คำตอบนี้ คืนนี้ฉันจะอยู่เฝ้าประจำการแทนนายให้ แต่นายต้องพักบ้างนะ

เขาจำได้ดี... ในวันตัดสินโพลาลิส ทั้งๆ มีความเป็นไปได้ที่ยามาโตะจะชนะสูงมาก เพียงแต่อาการบาดเจ็บที่เกิดจากการฝืนใช้พลังของยามาโตะเพื่อมาช่วยฮิบิกิที่โอซาก้า ถือเป็นอีกสาเหตุหนึ่งว่าทำไมยามาโตะถึงไม่ชนะเขา ดังนั้นเมื่อทุกอย่างกลับสู่จุดเริ่มต้น ฮิบิกิที่เข้า JP’s มาลยพยายามบังคับยามาโตะไม่ฝืนร่างกายมากเกินไป ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในเจ็ดวันที่เกิดขึ้นนั้นจะเปรียบเหมือนฝันหนึ่งตื่นซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบกับพวกเขาในตอนนี้ แต่ฮิบิกิจะไม่ยอมละเลยโดยเด็ดขาด

หากยามาโตะยังดันทุรัง  ครั้งนี้ยามาโตะอาจได้ตายจริงๆ แน่

ดวงตาสีอเมทิสผละจากจอยักษ์ กดต่ำลงมาที่ฮิบิกิราวกับจะบอกว่าเขากำลังขวางทาง อย่ามาขัดขวางการทำงานของฉัน คำตอบที่มีนัยยะปฏิเสธตัดรอนชัดเจนไม่ได้ทำให้ฮิบิกิรู้สึกเจ็บใจ ตรงกันข้าม เด็กหนุ่มมองตรงไปที่จอมอนิเตอร์ สำรวจผลโดยรวมของสถานการณ์ทั้งหมด วิเคราะห์ค่าแต่ล่ะค่าออกมาอย่างใจเย็นโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

ช่วงนี้นายสังเกตเห็นอะไรไหม ยามาโตะ ฮิบิกิถามลองเชิง ส่วนหนึ่งคือเขาต้องการรู้ว่ายามาโตะรู้มากขนาดไหนถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เกี่ยวกับอาชญากรรมที่มีการอัญเชิญปีศาจมาเป็นเครื่องมือ

ไม่มีทางที่คนอย่างโฮซึอิน ยามาโตะจะไม่ค้นหาข้อมูลเรื่องนี้มาก่อนแล้ว เพียงแต่หมอนี่เลือกจะบอกเขาหรือไม่ นี่ล่ะปัญหา

ช่วงนี้มีอาชญากรรมที่เกิดจากการอัญเชิญปีศาจมากขึ้นแถวบริเวณ JP’s หลายๆ สาขา ภาพมอนิเตอร์ด้านหน้าฉายภาพประเทศญี่ปุ่น และหอคอยที่ใช้เป็นศูนย์กลางของม่านป้องกันพลังเวทแต่ละสาขาทั่วทั้งประเทศ ต่อมา คลื่นวงกลมสีแดงหลายจุดชี้ชัดให้เห็นว่าการรุกรานแผ่ขยายกำลังทวีคูณความถี่และความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแถวเขตแดนป้องกันพลังวิญญาณที่มักจะโดนเล่นงานบ่อย มั่นใจได้เลยว่าไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญ

ยามาโตะไม่ได้เจาะจงเนื้อหาปลีกย่อยอื่นๆ ทั้งเรื่องการโจมตีที่เล็งมาที่จุดบอดของม่านเขตแดน การปะทะอย่างลับๆ กับเจ้าหน้าที่ JP’s ที่ยามาโตะส่งไปเป็นหน่วยลับเมื่อสองคืนก่อนกับกลุ่มคนปริศนา ซึ่งนี่ก็ยืนยันได้ว่าดีมีคนต้องการจะทำลายเกราะพลังวิญญาณจริงๆ

และแน่นอน ไม่ใช่มือสมัครเล่น หรือกลุ่มต่อต้าน JP’s กระจอกๆ อย่างคราวเกิดหายนะเจ็ดวัน-----------

ยามาโตะ มีสิ่งหนึ่งที่ฮิบิกิสงสัยมานาน แต่เด็กหนุ่มเลือกจะไม่ถามเพียงเพราะเขายังอยากต้องการจะรวบรวมข้อมูลมากกว่านี้ แต่ความสงสัยที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ นี้ สุดท้ายฮิบิกิก็ถามมันออกไป

นายว่ามีความเป็นไปได้ไหมว่าคนในจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การตั้งข้อสงสัยของฮิบิกิไม่ได้มาจากเซนส์หรือลางสังหรณ์ แต่มาจากปัจจัยหลักสองข้อที่ฮิบิกิได้ค้นพบมันหลังเข้ามาทำงานใน JP’s

หนึ่ง เพราะมีแต่คนในเท่านั้นที่ได้รับอนุมัติให้ใช้แอปอัญเชิญปีศาจ ดังนั้น การจะหาข้อมูล ถ้าไม่ใช่คนใน ‘JP’s’ โดยตรงก็ถือเป็นเรื่องที่ยาก ทั้ง JP’s ยังเป็นองค์กรเดียวในญี่ปุ่นที่ใช้เว็บอัญเชิญปีศาจอย่างเป็นทางการมีแต่เพียงการจะเข้าถึงได้ในเนื้อหาเชิงลึก ก็มีแต่ต้องเป็นคนของ JP’s เท่านั้น

เพราะตอนนี้ ยังไม่มีแอปอัญเชิญไหน ที่สามารถอัญเชิญปีศาจ และสามารถใช้มันในการต่อสู้ นอกจาก JP’s แต่ก็เป็นเรื่องอย่างรู้กันใน คนในด้านมืด ได้มีการคิดขึ้น แอปอัญเชิญเถื่อน ซึ่งเป็นแอปที่มีคุณสมบัติในการอัญเชิญปีศาจออกมาแต่ผลร้ายแรงของมันคือปีศาจอัญเชิญจะตกอยู่ในสภาพคลุ้งคลั่ง ควบคุมไม่อยู่ และสังหารผู้อัญเชิญมันออกมา ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับสภาพจิตใจของผู้ใช้ ที่ถ้าหากผู้ใช้แกร่งเพียงพอจะสามารถบงการปีศาจอัญเชิญได้แบบ JP’s  

แม้ แอปนิไกอาจะเป็นแอปอัญเชิญปีศาจที่มีอำนาจเหนือขึ้นไปกว่า JP’s แต่หลังจากสิ้นสุดวันตัดสินของโพลาลิส โปรแกรมอัญเชิญปีศาจของนิไกอาก็เปลี่ยนเป็นเว็บแสดงภาพตอนตายตลกๆ ติดชาร์ตเป็นแอปยอดนิยมสำหรับการหยอกล้อ ไม่มีใครสามารถจดจำช่วงเจ็ดทั้งช่วงเวลาเจ็ดวันนั้น และแอปนิไกอาม้แต่ไดจิ อิโอะหรือมาโคโตะ และคนอื่นๆ ที่รวมฝ่าฟันอุปสรรคกันมา มีเพียงแต่ฮิบิกิกับยามาโตะที่ได้ไปยืนอยู่บนกระดานสุดท้ายของโพลาลิสเท่านั้นที่สามารถจดจำทุกอย่าง

ส่วนอัลคอร์ ผู้สร้างแอปนิไกอาขึ้นมา ------- หลังจากที่ได้สละพลีชีพไป ก็ไม่มีใครได้เห็นเขาอีก

และข้อสอง----- มันคือสิ่งที่มีแต่เพียงเขาเท่านั้นที่รู้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้

แต่---- ถ้าสิ่งที่เขาคิดเป็นจริงละก็----------------------------------------------

ยามาโตะชำเลืองตามองฮิบิกิ ก็เป็นไปได้

เสียงหนึ่งดังมาจากเบื้องหลัง และยัง------ มีความเป็นไปได้มากกว่าเก้าสิบสามจุดสองเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นฝีมือคนใน ด็อกเตอร์คันโนะ ฟุมิแขกไม่ได้รับเชิญเป็นผู้ตอบ ------และมากกว่าเจ็ดสิบสี่เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นฝีมือของคนที่แทรกซึมเข้ามาใน JP’s สาขาใหญ่ โตเกียว

ไม่มีทางที่คนร้ายจะตั้งตัวรับมือกับ JP’s ที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีหากปราศจากข้อมูลหรือการเตรียมการใดๆ และจากการประมวลผลการปะทะของกลุ่ม JP’s กับกลุ่มคนปริศนามาไม่ต่ำกว่าหกครั้ง มีความเป็นได้ได้สูงมากกว่าครึ่งที่คนร้ายจะแฝงตัวอยู่ใน JP’s สาขาโตเกียว ที่เป็นสาขาใหญ่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของ JP’s ทั้งญี่ปุ่น

ได้ยินอย่างนั้น ฮิบิกิรู้สึกเหมือนมีตะกอนบางอย่างกำลังตกตะกอนในใจอย่างเชื่องช้า มีอะไรบางอย่างที่เขามองข้ามไป แต่พอจะนึกถึงมันเขากลับนึกไม่ออก

หรือบางที-------------- เขาอาจจะรู้แล้ว เพียงแต่กลัวการที่จะรับรู้ถึงมัน-------------------- 

“คนร้ายอาจอยู่ใกล้มากกว่าที่เราคิด”

เสียงของยามาโตะดึงฮิบิกิให้ออกมาจากห้วงความคิด เด็กหนุ่มรีบคลายมือที่เผลอกำแน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้จนชุ่มเหงื่อ แต่ไม่ว่าจะพยายามซุกซ่อนให้แนบเนียนขนาดไหน ก็ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของโฮซึอิน ยามาโตะไปได้

"นายว่างั้นไหม ฮิบิกิ"

วงตาสีอเมทิสสงบนิ่งดุจผืนน้ำไร้ระลอก------------ มองมาทางเขาอย่างจงใจ---------------

ฮิบิกิครุ่นคิด สมองประมวลผลตามความคิดและการกระทำของยามาโตะอย่างรวดเร็ว

"ยามาโตะ---- นี่หรือว่านาย----"

ยามาโตะมั่นใจว่างานนี้ต้องมีคนในเป็นหนอน เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าคือใคร

ละในเมื่อศัตรูอยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิด บางที แค่เราอยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไร รอให้ศัตรูเข้ามาแล้วค่อยจับกุมก็ยังได้ แต่ในอีกนัยหนึ่ง หากประมาทเกินไปทางเราก็จะถูกมันตะครุบฝังเขี้ยวดับลมหายใจทันที

ยามาโตะรู้เรื่องนี้ดี

ในกรณีที่มีเป้าหมายแฝงตัวเข้ามา การกำหนดมาตรการ และสร้างเงือนไขในการบีบวงข้อมูลให้แคบและค้นหาจากภายในจะเป็นหนทางเลือกที่ดีที่สุด แม้จะเป็นวิธีที่ใช้เวลามาก แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ว่าครั้งนี้ ในเมื่อฝั่งตรงข้ามมีกำลังขนาดสามารถเจาะมาตรการความปลอดภัยของสาขาใหญ่ JP’s และแทรกตัวเข้ามาโดยไม่ทันรู้ตัว ทั้งยังมีกำลังรบขนาดต่อกรกับองค์กรลับอย่าง JP’s ได้เรื่องนี้ก็คงไม่ง่ายอย่างที่คิด

ถ้าจะจับปลาใหญ่ เราก็ต้องใช้เหยื่อล่อที่ใหญ่เช่นกัน--------------

เป็นอะไรที่เสี่ยง---------- แต่ก็คุ้มที่จะลอง----------------------------

ฮิบิกินึกกังวล

------------------นายคงไม่ได้คิดจะใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อใช่ไหม ยามาโตะ----------------------------

ฉันทำของให้เร็จแล้ว ตามที่ตกลงกันไว้ คันโนะ ฟุมิส่งกล่องสีดำเมื่อม ภายในบรรจุโทรศัพท์ของ JP’s ที่ใช้สำหรับการอัญเชิญปีศาจให้ฮิบิกิ ฉันวานให้คนลองปรับแต่งตามแบบที่เธอต้องการแล้วนะ หวังว่าจะพอใจ

ขอบคุณครับ

ฟุมิยิ้มเย็นชา หากดวงตากลับส่องเรืองฉายความสนใจไม่ปิดเร้น แล้วก็------ แนวคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนระบบสำหรับแอปอัญเชิญปีศาจที่เธอเคยคุยกับฉันก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว ฉันลองติดต่อพวกหน่วยวิจัยให้แล้ว บางทีนี่อาจเป็นความก้าวหน้าใหม่ของ JP’s เลยก็ได้

ฮิบิกิรับโทรศัพท์ดัดแปลงมาด้วยรอยยิ้มบางๆ เรื่องนี้มันไม่ได้เป็นความคิดของผมคนเดียวหรอกครับ ผมแค่ลองออกข้อเสนอแนะเท่านั้น

ในช่วงที่ฮิบิกิเริ่มเข้าทำงานใน JP’s ฮิบิกิก็ต้องเริ่มกลับไปนับหนึ่งใหม่กับแอปอัญเชิญปีศาจตามระบบของ องค์กร

เปรียบเทียบระหว่างแอปอัญเชิญของทาง JP’s กับแอปอัญเชิญของนิไกอาแล้ว นิไกอาจะใช้งานได้ง่ายกว่า ทั้งยังตอบสนองกับอารมณ์ภายในของผู้ใช้คนนั้นๆ ได้อย่างรุนแรง ต่างจากโปรแกรมของ JP’s ที่จะวัดพลังอำนาจจากผู้ใช้ในร่างกาย ดังนั้นกว่าฮิบิกิจะสามารถใช้โปรแกรมอัญเชิญปีศาจของ JP’s ได้คล่องก็เสียเวลาไปเกือบเดือน ไหนจะต้องได้รับการฝึกฝนร่างกายเพื่อเตรียมการออกปฏิบัติการแบบกลุ่มที่จำเป็นต้องทำงานอย่างเป็นระบบอีก ทำให้ฮิบิกิต้องเสียเวลาไปอีกสามเดือนรวมเต็มๆ กว่าจะได้มายืนข้างๆ โฮซึอิน ยามาโตะได้

แต่------------------------------------- ถึงแม้จะผ่านมานานแล้ว ความรู้สึกคุ้นชินที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้วยามใช้แอปอัญเชิญที่เหนือชั้นกว่าอย่างนิไกอาก็ยังไม่เลือนหายไป-----------------

ครั้งก่อน ในตอนที่ฮิบิกิอยู่ที่โอซาก้ากับพวกโรนัลโด้ หัวหน้าฝั่งของฝ่ายกบฏ ฮิบิกิได้นั่งวิเคราะห์ข้อมูลเรื่องแอปอัญเชิญปีศาจนิไกอาที่ทางฝั่งนั้นพยายามศึกษา ถึงจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจที่จะนำไปต่อยอด ดังนั้นทันทีที่ฮิบิกิเข้าทำงานที่ JP’s เด็กหนุ่มได้ลองเล่าแผนการคร่าวๆ เกี่ยวกับการพัฒนาแอปของทาง JP’s ให้กับฟุมิฟังเพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับตามองจากทางเบื้องบน และไม่เป็นที่น่าผิดหวัง มีการปรับรูปแบบของแอปอัญเชิญใน JP’s ให้ใกล้เคียงกับนิไกอายิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้สูญเสียพลังเวทน้อยลงในการอัญเชิญ และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่--------------- ถึงแม้แอปจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับนิไกอามากขึ้นเรื่อยๆ ฮิบิกิก็ต้องเลี่ยงการใช้ปีศาจอัญเชิญตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ เบี๊ยกโกะ

สมาชิก JP’s คนอื่นๆ อาจรู้ว่าเขามี เบี๊ยกโกะ พยัคฆ์ขาว เทพอสูรแห่งทิศตะวันตกของประเทศจีนที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นปีศาจอัญเชิญตัวเดียว

แต่แท้จริงแล้ว เขายังมี สุซาคุ วิหคเพลิง อีกหนึ่งในเทพอสูรแห่งทิศใต้ ตัวแทนแห่งเปลวเพลิงอยู่อีกหนึ่งตัว และยังได้รับการคัดเลือกจากอำนาจแห่งชีพจรมังกร ชัคโค

คนที่รู้ถึงพลังนี้ นอกจากเขา ก็ยังมียามาโตะ

ครั้งหนึ่ง ฮิบิกิจำได้ว่าตนถูกยามาโตะเรียกตัวไปคุยด้วยเรื่องนี้

นายใช้แค่เบี๊ยกโกะก็พอ

หลีกเลี่ยงการใช้สุซาคุ หรือชัคโคหากไม่ได้ตกอยู่ในกรณีจำเป็นจริงๆ เพราะในการทำงานกับ JP’s ศัตรูที่มองไม่เห็นสักวันอาจปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ และยิ่งรับรู้ความสามารถของเรามากเท่าไหร่ หนทางการต่อกรก็จะยิ่งยากเย็นมากขึ้นเท่านั้น

แต่เพราะต้องเคยเจอศึกของจริงจากการรุกรานของพวกเซปเทรนทริออนที่หนักหนาสาหัสกว่าการรับมือกับปีศาจอัญเชิญปกติทั้งในด้านพลัง เวลาที่มีอยู่จำกัด สหายเคียงข้างและสภาพแรงกดดันของสถานการณ์ เลยออกงานภาคปฏิบัติของ JP’s ดูไม่หนักหนาสาหัสอะไรมาก ผนวกกับการประสานงานกันอย่างลงตัวของสมาชิก JP’s แต่ละคน จึงทำให้เป็นการง่ายต่อฮิบิกิที่จะเก็บงำความสามารถที่แท้จริงเอาไว้

นั่นเป็นเพราะ-------- ทุกคนกำลังต่อสู้ไปด้วยกัน

------รอยยิ้มบางบนวงหน้าขาวของฮิบิกิ พาให้ใครอีกคนที่เฝ้ามองอยู่ตลอดขมวดคิ้วอย่างลืมตัว

ฟูมิที่สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่หางตามองผบ.ของตนเอง มุมปากเผยยิ้มเล็กๆ คราวรู้ตัวว่าตนกำลังทำให้อีกคนไม่พอใจ ฉันไม่กวนแล้ว คุยกับผบ.ต่อตามสบายนะ

หญิงสาวในชุดกี่เผ้าสีขาวหมุนตัว เดินไปได้แค่สามก้าวเท้าก็พูดขึ้นลอยๆ คืนนี้ฉันจะขอตรวจเช็คระบบทั้งหมดของ JP’s ดังนั้นคืนนี้ผบ.กับฮิบิกิจะกลับไปพักเลยก็ได้นะ พูดจบ ฟูมิก็เดินจากไป

เมื่ออยู่กันสองคนตามลำพังอีกครั้ง บทสนทนาถูกสานต่อไม่ติดขัด

นายมีแผนจะทำอะไรต่อ ยามาโตะ ถ้ายามาโตะคิดจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อล่ะก็ ฮิบิกิสาบานว่าตนจะเป็นคนคัดค้านมันแรก

ฉันต่างหากที่ต้องถามนาย ดวงตาสีอเมทิสแสนเย็นชาปราดมองมาประสานสบแน่นกับดวงตาสีฟ้ากระจ่างที่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะมองมาเขาอย่างหวาดกลัว ยำเกรงหรือเคารพ นอกเสียจากความนิ่งสงบเหมือนผืนน้ำสงบ หากภายใต้คลื่นน้ำสงบนั้น คลื่นใต้น้ำกลับโหมกระหน่ำรุนแรง

คุเสะ ฮิบิกิ----------------- มนุษย์ผู้เจิดจรัส-----------------------------------------

มนุษย์ที่มีพลังทัดเทียมกับเขา หากเป็นผู้ที่มีความคิด และความเห็นแตกต่างกัน

แต่------ ก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง-------------------------------------------

ฉันให้สัญญา------------------------ ยามาโตะ------------------------------------

คนที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่เขาไม่เคยแม้แต่ปรายตามอง กลับพลิกผันมาเป็นตัวหมากแสนเลอค่าบนหมากกระดานของการต่อสู้ ทว่าเพียงเพราะแนวคิดที่ต่างกันเกินไป ท้ายที่สุด ก็ต้องกลายมาเป็นผู้ยืนหยัดอยู่กันคนล่ะด้านของหมากกระดานใช้ตัดสินชะตากรรมของโลกทั้งใบ

และที่น่าเหลือเชื่อที่สุด คือ การที่คนที่แตกต่างกันแทบจะทุกอย่างแบบนี้เลือกที่จะมายืนอยู่ข้างๆ เขา------------------ในตอนนี้-----------------------------

และ------- กลายมาเป็นคน--------- ที่เขาละสายตาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ-------------------

พรุ่งนี้ฉันกะจะลองหาข้อมูลข่าวจากด้านนอกดู ดูจากสภาพการณ์แล้ว ที่ต่อไปที่น่าจะโดนรุกรานอาจจะเป็นแถวชินจูกุ แต่ฉันคงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากหาข้อมูลจากด้านนอก ฉันจะทำคนเดียว มันน่าจะสะดวกต่อการเคลื่อนไหวมากกว่าการทำงานเป็นทีม หรือต่อให้มีการปะทะกันจริง ฉันก็จะ----------------- หือ นายฟังฉันอยู่หรือเปล่า ยามาโตะ

ฮิบิกิกะพริบตาปริบ เอียงคอฉงนกับสายตาที่จ้องเขม็งมาที่เขา

เป็นอะไรไป

ยามาโตะรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรที่ขัดกับอุดมการณ์ของตน เขาควรจะเพ่งสมาธิไปที่หน้าที่ในเวลาทำงาน แต่จะโทษเขาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษดวงตาสีฟ้าใสที่สะกดสายตาเขาไว้ต่างหาก และนั่นทำให้ผู้บัญชาการของ JP’s อดใจเอ่ยขอไม่ได้

ฮิบิกิ คืนนี้นายว่างเล่นหมากรุกกับฉันไหม

 

.+..+..+..+..+..+..+..+..+.

 

                เข็มนาฬิกาเรือนเก่าขยับกังวานในความเงียบงัน สู่ห้องพักส่วนตัวที่มีความกว้างไม่ต่างจากห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์โบราณวางอยู่ด้านข้าง กลิ่นอายภายในอบอวนความประหลาดอันลึกลับ ชวนให้นึกถึงวันวานเก่าๆ

ที่นี่ คือห้องที่อยู่ส่วนลึกที่สุดในพื้นพิเศษ หรือก็คือห้องส่วนตัวของผู้บังคับบัญชาการแห่ง JP’s โฮซึอิน ยามาโตะ เป็นห้องที่ผู้เป็นเจ้าของไม่เคยให้ใครเข้ามาโดยพลการ กระทั่งเรื่องทำความสะอาดก็ยังเป็นคนจัดการเอง

 ทว่าในค่ำคืนนี้ ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่ได้อยู่เพียงลำพังอย่างที่ใครหลายๆ คนคาดคิด

ความเงียบถูกทำลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงของตัวหมากสีขาว และหมากสีดำที่ขยับเคลื่อนไปมาอย่างไม่ติดขัดบนกระดานหมากซึ่งดูแคบลงไปถนัดตาสำหรับคนสองคนที่นั่งกันอยู่คนละฝั่งบนโต๊ะซึ่งตั้งติดอยู่กับหน้าต่าง แสงจันทร์เจิดจ้าสาดส่องลงมาจนไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ

ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเพียงใด เงาของตัวหมากยิ่งทอดยาวขึ้นเรื่อยๆ จวบจนความเงียบถูกทำลายลงด้วยเสียงราบเรียบของ โฮซึอิน ยามาโตะและหมากในมือที่วางกระทบลงบนกระดานเป็นครั้งสุดท้าย

เช็คเมท

ฮิบิกิจ้องกระดานเขม็งชะงักไปชั่วครู่ ควานสายตาหาทางรอดพ้นก็จนปัญญา ท้ายที่สุด เด็กหนุ่มเพียงแค่นยิ้มแห้งออกมาอย่างช่วยไม่ได้

แพ้ซะแล้ว บรรยากาศตึงเครียดเลือนหายไปในพริบตาราวกับถูกเนรมิต

ความกะทันหันที่ไม่ทันตั้งตัวนี้พาลให้ยามาโตะมุ่นคิ้ว ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ไม่สมกับที่เป็นนายเลยนะ

แพ้ก็คือแพ้ ฮิบิกิเอนตัวลงชนกับพนักพิงด้านหลัง ผ่อนลมหายใจยาว แม้จะผ่านมาแล้ว แต่ความเครียดในการจับหมากรุกครั้งแรกในชีวิตก็ยังไม่หายไป แถมคนแรกที่ฮิบิกิเล่นหมากรุกด้วยดันเป็นยามาโตะซะนี่... ไม่ปราณีกันเลยสักนิด นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันนั่งเล่นอะไรแบบนี้ อย่างน้อยฮิบิกิก็มั่นใจว่าเขาทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้

นายเพิ่งเคยเล่น? ยามาโตะเลิกคิ้ว นึกถึงรูปแบบการเดินหมากของฮิบิกิแล้วต้องแปลกใจ

ตั้งแต่ยังเด็ก ยามาโตะถูกสอนให้เล่นหมากรุกเป็น เรียนรู้กลยุทธ์ของอีกฝ่ายและนำมาพลิกแผลงอย่างรอบคอบ และเพียงอายุแค่เจ็ดขวบ ยามาโตะก็สามารถเอาชนะปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเดินหมากรุกได้อย่างราบรื่น  

ตลอดชีวิต มีเพียงคนคนเดียว------- ไม่สิ สิ่งเดียวที่ยามาโตะเคยแพ้ในหมากกระดานนี้ให้คืออัลคอร์ เซปเทรนทิออนที่หายสาบสูญไป โดยไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย

นั่น---------- คือครั้งแรกที่เขาแพ้-----

ดังนั้นหากไม่นับอัลคอร์ คงต้องบอกได้ว่านี่คือครั้งแรกที่ยามาโตะโดนใครสักคนไล่ต้อนในการเล่นหมากรุกได้ขนาดนี้ และยิ่งไม่น่าเชื่อเมื่อคนที่เพิ่งไล่ต้อนเขาจนเกือบจนมุมเมื่อตะกี้คือคนที่กำลังบอกว่าตนเป็นพวก มือใหม่หัดเล่น

ใช่ ฮิบิกินำหมากรุกกลับมาเรียงตำแหน่งบนกระดาน ที่ฉันพอรู้วิธีเล่นก็เป็นเพราะสมัยประถมเพื่อนๆ ของฉันชอบเอามาเล่นฆ่าเวลาในห้องกัน ก็เลยจำวิธีการเล่นได้

ฮิบิกิจำได้ว่าช่วงนั้นทางโรงเรียนต้องส่งตัวแทนสามคนไปแข่งหมากรุก วุ่นวายให้อาจารย์ต้องจัดการแข่งขันขึ้นกันในห้องเพื่อค้นหาว่าใครเหมาะสมที่สุด

และจำได้ว่าตนในตอนนั้นไม่ได้สมัครเป็นตัวแทน อาจเป็นเพราะช่วงนั้นฮิบิกิจดจ่ออยู่กับการเล่นเปียโนมากกว่า ถึงอย่างนั้น ในเวลาว่างๆ ที่ว่างจากการเล่นดนตรีหรือฟังเพลง เด็กหนุ่มก็จะนั่งอยู่เฉยๆ ในห้อง มองการเล่นหมากรุกของเพื่อนร่วมห้อง พร้อมจดจำวิธีการใช้ของหมากแต่ละตัว วิเคราะห์กลยุทธ์ของสองฝั่งอย่างใจเย็น คิดหาวิธีการเล่นในแบบฉบับของตนเองอย่างไม่รู้ตัว

โฮซึอิน ยามาโตะกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก็สมกับที่เป็นนายดี

ฉันไม่ถือว่านั่นเป็นคำชมหรอกนะ ฮิบิกิไหวไหล่

หึ นั่นเป็นเพราะนายมีความสามารถ------------- ยามาโตะขยับหมากสีขาวที่ถูกกินกลับเข้าอีกฝั่ง ว่าแต่---- นายจะไม่บอกฉันหน่อยหรือว่านายมี แผน จะทำอะไร

ช่วงนี้ฮิบิกิมีอาการเหม่อลอยกว่าปกติ หากเป็นคนอื่น ยามาโตะคงไม่เก็บมาคิดให้รกหัว แต่เพราะเป็นฮิบิกิ เด็กหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นถึงผู้บัญชาการของ JP’s เลยมั่นใจได้ว่าไม่ว่าเรื่องอะไรที่ฮิบิกิไป รู้มา มันต้องไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่ๆ

ฉันยังบอกไม่ได้ ฮิบิกิหลุบตา------------- ราวกับยังไม่แน่ใจ จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าสิ่งที่ฉันคิดมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ-------------------

เลยบอกว่าจะไปหาข้อมูลพรุ่งนี้สินะ

ใช่ ฮิบิกิพยักหน้า

หวังว่าจะไม่ตายไปก่อนล่ะ เรื่องอะไรก็ตามที่มันทำให้ฮิบิกิต้องเก็บมาคิดไม่ตก มันต้องไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่

ฮิบิกิถอนหายใจ ยามาโตะช่วยพูดอะไรน่าฟังๆ หน่อยสิ

ฉันจะพูดแบบไหนมันก็เรื่องของฉัน ยามาโตะจัดวางหมากสีขาวฝั่งฮิบิกิจนครบกระดานแล้ว ขณะที่ฮิบิกิดูเหมือนจะยังดูสับสนอยู่เล็กน้อยกับตำแหน่งประจำของหมากแต่ล่ะตัว เอาเป็นว่า------ ระหว่างทำการค้นหาข้อมูล ฉันจะสั่งให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งจับตาดูการเคลื่อนไหวรอบตัวนาย ถ้านายต้องการติดต่อมาหาทางเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลา

นายไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้---------

แล้วนายไม่คิดจะรีบกลับมาล้างมือที่แพ้ฉันไปหน่อยหรือ ยามาโตะเลิกคิ้ว ไม่เจ็บใจบ้างรึไง---?” มือสวมถุงมือแย้งหมากสีดำในมือฮิบิกิที่กำลังสับสนว่าจะวางหมากในมือลงตรงไหนเข้าประจำตำแหน่ง อีกอย่าง-------- เล่นหมากรุกกับนาย---- ก็ถือเป็นการฆ่าเวลาที่ไม่เลว----------------- พูดจบ ยามาโตะก็ชักสีหน้าแปลกๆ เหมือนกับไม่รู้ว่าตนพูดอะไรออกมา

ฮิบิกิพูดไม่ออกไปสักพัก ครั้นเห็นสีหน้าเหมือนตนเองก็ตกใจว่าพูดอะไรออกมา ฮิบิกิขยับยิ้มกว้าง

อืม เอางั้นก็ได้

ถ้าเป็นยามาโตะสมัยก่อน ฮิบิกิคงไม่มีทางเชื่อว่าจะมีคำพูดอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของ JP’s หลุดออกจากปากของยามาโตะ

แม้จะทีละเล็กทีละน้อย------------- แต่เขารู้สึกเหมือนกลับว่ายามาโตะกำลังค่อยๆ เปลี่ยนไป--------------------

ทันใดนั้น เสียงขยับกึกของเข็มนาฬิกาโบราณก็ดังขึ้น

เวลาผ่านมาขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย ฮิบิกิแหงนมอง เข็มหน้าปัดโบราณบอกเวลาว่าตอนนี้อยู่ในช่วงตีสามพอดี ดูเหมือนจะเล่นเพลินไปหน่อย-------- นายไปพักได้แล้ว เผลอคิดว่าคืนนี้น่าจะมีเวลาเพียงพอที่จะให้ยามาโตะพักผ่อนก็เลยตอบตกลงไป แต่ดันเล่นหมากรุกเพลินจนลืมเวลาไปเสียนี่ แผนการที่จะให้ยามาโตะมีเวลาพักขึ้นดูเหมือนจะคว้าน้ำเหลวเหมือนเคย

คิ้วซ้ายโค้งขยับขึ้นสูง นั่นมันน่าจะเป็นคำพูดของฉันนะ

ตอนนี้ฉันเริ่มชินที่จะไม่ได้นอนสักวันสองวันแล้วล่ะ ฮิบิกิใช้มือเสยเส้นผมยุ่ง ต้องทำงานอยู่ที่ JP’s แท้ๆ เวลาชีวิตฉันเลยรวนไปหมดเลย

ถึงแม้ภารกิจส่วนใหญ่ของ JP’s จะเป็นช่วงเวลากลางคืน แต่ก็ใช่ว่าไม่มีช่วงกลางวัน ยิ่งช่วงนี้เริ่มมีเหตุให้ต้องออกภาคพื้นสนามเยอะกว่าปกติ ทั้งยังมีแนวโน้มสูงว่าจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่ช้า ฮิบิกิอาจต้องอดนอนทั้งวันทั้งคืนไปสามสี่วันแทนที่จะเป็นหนึ่งถึงสองวันเลยก็เป็นได้--------------------------------

ถ้าไม่ชอบก็ลาออกซะสิ ยามาโตะเสนอทางเลือกที่ดูยังไงก็เป็นการขับไล่มากกว่า

ไม่มีทาง ฮิบิกิลุกขึ้น หยิบ คิง หมากสีดำตัวสุดท้ายกระแทกลงที่ตำแหน่งประจำฝั่งของยามาโมโตะ เรียกให้ดวงตาสีอเมทิสมองอย่างเย็นชาที่อาจทำให้ใครหลายๆ คนหวั่นเกรง แต่กับฮิบิกิ เด็กหนุ่มท้าวแขนลงกับโต๊ะ ขยับกายเข้าไปใกล้ฝั่งตรงข้าม

ฉันเลือกที่จะมาที่นี่ของฉันเอง สายตาแน่วแน่ และซื่อตรง ปราศจากความเสแสร้งจ้องมองไปที่ผู้นั่งฝั่งตรงข้าม และไม่เคยเสียใจที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้

ยืนอยู่---------- ตรงหน้านายที่ยังมีลมหายใจ----------------------------------

ต่อหน้าตัวตนของนายที่จดจำ ได้ก้าวผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง

เมื่อหนึ่งปีก่อน ในตอนที่ฮิบิกิได้รับความทรงจำกลับคืนมา สิ่งแรกที่เขานึกถึงไม่ใช่ทั้งการประสบความสำเร็จที่จะสร้างหนทางให้กับโลก หรืออนาคตต่อจากนี้

แต่เป็น ตัวตน ของ โฮซึอิน ยามาโตะ ที่ยืนอยู่ตรงนี้------------ ที่มีชีวิตอยู่ตรงนี้--------------------------------------

เราจะต้องได้พบกันอีกครั้ง คำพูดที่ฮิบิกิพูดไว้เป็นครั้งสุดท้ายกับยามาโตะที่สิ้นใจลงในอ้อมแขน

เพราะอย่างนั้น--------- ในวินาทีที่ฮิบิกิได้รับความทรงจำทั้งหมดคืนมา เขาเลยวิ่งออกจากสถานีรถไฟไปเพื่อพิสูจน์ว่ายังคงมีตัวตนของ โฮซึอิน ยามาโตะ อยู่หรือไม่

โฮซึอิน ยามาโตะ----------- หนึ่งชีวิตที่เลือกที่จะแบกรับโชคชะตาทั้งหมด

ต้องเข้มแข็งขนาดไหนกันถึงเลือกหนทางที่เดียวดายและแสนอ้างว้างแบบนี้ได้----------------------?

ต้องเสียสละเพื่อทุกคนมากแค่ไหนกันถึงได้ยอมแม้แต่จะละทิ้งทุกสรรพสิ่งเพื่อสร้างโลกใบใหม่ที่ตนคิดว่าจะเป็นโลกที่ดีกว่าเดิม----------------------?

แล้วทำไม---- เขาจะต้องปล่อยให้คนที่คิดถึงแก่โลกมากมายขนาดนี้ต้องหายไปล่ะ----------------------?

ดังนั้น-------------- พอฮิบิกิเห็นยามาโตะบนรถของ JP’s ที่กำลังเคลื่อนออกไปข้างนอกเมื่อหนึ่งปีก่อน ความรู้สึกยินดีแล่นปรี่ล้นในอก ดีใจนักที่ โฮซึอิน ยามาโตะ ไม่ได้หายไปไหน แม้จะทำใจส่วนหนึ่งไว้แล้วว่ายามาโตะคงจำตนเองไม่ได้เหมือนกับพวกไดจิกับอิโอะ ทว่ารอยยิ้มที่ได้รับกลับมา ราวกับจะบอกว่า ในที่สุดเราก็ได้พบกัน และยังบาดแผลบนใบหน้าที่เกิดบนศึกครั้งสุดท้าย-------------------------------

เพียงภาพที่ได้เห็น ฮิบิกิก็เผลอร้องไห้ออกมา-----------------------------------

และเผลอคิดไปว่า บางที นั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต

ยามาโตะมองฮิบิกิอย่างช่างใจชั่วครู่แล้วปิดตาลง คลี่รอยยิ้มบางสื่อความนัยถึงความพึงพอใจในบางอย่างที่ฮิบิกิไม่อาจตีความหมาย  

หน้านายเหมือนคนใกล้หลับเต็มทีแล้ว ไปพักได้แล้ว แต่คำพูดที่พูดออกมานี่----- ประโยคไล่ดีๆ นี่เอง-------------

ฮิบิกิถามไม่เลิก แล้วนายล่ะ----? ขณะที่กำลังเตรียมง้างปากว่าจะไม่ไปจนกว่ายามาโตะจะพัก ยามาโตะที่ดูเหมือนจะอ่านเกมส์ทันก็พูดดักขึ้นมาเสียก่อน

ถ้านายไปเมื่อไหร่ ฉันก็ได้พักเร็วขึ้นเมื่อนั้น---------------

งั้นฉันไม่กวนแล้ว ฮิบิกิดันเก้าอี้ออก เด็กหนุ่มก้าวออกจากห้องไปอย่างไร้เสียง ทว่าก่อนจะปิดประตูในเสี้ยววินาทีสุดท้าย คุเสะ ฮิบิกิชะโงกหัวยุ่งๆ กลับเข้ามา ดวงตาสีฟ้าใสต้องแสงจันทร์บางส่วนทำให้นัยน์ตาสีฟ้าดูใสวาวดุจลูกแก้ว

เจอกันพรุ่งนี้เช้า ราตรีสวัสดิ์ ยามาโตะ

ระหว่างที่กำลังบานประตูปิดลง ฮิบิกิได้ยินเสียงคนข้างในพูดออกมา

ราตรีสวัสดิ์ คุเสะ ฮิบิกิ

....................................................................

........................................

...................

...

.

TBC

 

+++++++++++++++++++++++++

คือถ้าเป็นต้นฉบับของร่ม ร่มมันลงตอนนี้ไปได้สักพักแล้วค่ะ (พอดีลืมอัพ)

[แบบว่าอย่างที่บอกว่านานๆ ทีจะเปิดเข้ามาอัพให้ทางเด็กดี ดังนั้นจะช้ากว่าการติดตามจากต้นฉบับนะค่ะ]

หนูได้ลองไปคุยกับร่มมาแล้วนะค่ะ มันบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ ตอนสำหรับวันอังคารที่ (1) จะเอามาลงแล้วค่ะ แต่ในทางเด็กดีอาจจะช้ากว่าต้นฉบับจริงสักสองสามวัน ต้องขอประทานโทษด้วยนะค่ะ (_ _) <คือช่วงนี้ยุ่งมาก> ถ้าใครอยากติดตามเนื้อหาใน Blog จริงของผู้แต่งที่จะมาอัพตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ สามารถติดตามได้ด้านล่างนะค่ะ

http://ablackumbrellaatthenight.blogspot.com/p/archive.html

ขอบคุณค่ะ

Lost_Her


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

110 ความคิดเห็น

  1. #104 kinkind (@kinkind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 11:16
    ไม่รู้ทำไมแต่เราหยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ >///<
    #104
    0
  2. #44 wan - wan (@one987654) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 02:50
    สมกับเป็นว่าที่เมี-----//สัญญาณขาดหาย
    #44
    0
  3. #4 CV002 (@0850342080-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 03:21
    อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ! มาต่อไวๆนะคะ~
    #4
    0
  4. #3 Kudo Seiko (@merts) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 00:32
    OMG ฮิบิคุง เธอจะเก่งไปไหน มาต่อเร้วๆน้าไรต์จะรออ
    #3
    0