Short Fiction : เรื่องสั้นตามอารมณ์

ตอนที่ 7 : Affair 1 : Two pieces | Drama | Joel Kinnaman

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 ส.ค. 61





 

Genre :          Drama

Tag :             Affair, Married life, Relationship

Character :     Amanda Seyfried as Audrey,

                      Joel Kinnaman as Joel

Word count :   1,893

Open : 12.08.2018

 

 


สิ่งที่แย่ที่สุดในเรื่องความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตคู่สำหรับออเดรย์คือการนอกใจ และการไม่ใส่ใจซึ่งกันและกัน

เป็นโชคร้ายที่ทั้งสองสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นกับชีวิตการแต่งงานของเธอ

คริสเตียนเป็นเศรษฐีนักการเมืองหนุ่มไฟแรง เขาทั้งหล่อเหลา มีเสน่ห์ชวนให้สาว ๆ ที่พบพานเป็นอันต้องหลงใหล เขาเฉลียวฉลาด และมีชาติตระกูล คริสเตียนเป็นผู้ชายในแบบที่สามารถเรียกได้ว่า สมบูรณ์แบบ เพราะเขามีทุกสิ่งทุกอย่าง

เว้นเสียแต่ความรักที่ควรจะมีต่อภรรยาของเขา

ออเดรย์เองก็เป็นทายาทของตระกูลนักการเมืองชื่อดัง มีชาติตระกูลไม่ด้อยไปกว่าสามีของเธอ เธอจบปริญญาโทมาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เธอฉลาดเป็นกรด และยังมีใบหน้าที่งดงามเสียจนนางแบบแถวหน้ายังต้องอิจฉา

การที่สองคนนี้ได้แต่งงานกันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ทว่าสาเหตุที่ชักนำทั้งคู่มาสู่การแต่งงานนั้นกลับไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะการคลุมถุงชน

ถึงแม้จะอยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ยุคที่ผู้คนต่างคิดว่าพวกเขามีอิสระที่จะทำสิ่งต่าง ๆ จะรักใครก็ได้ จะแต่งงานกับใครก็ได้ หรือแม้กระทั่ง จะหย่ากับคู่ครองของพวกเขาตอนไหนก็ได้

ทว่าคำว่า ‘อิสระ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดมาพร้อมกับออเดรย์เลย เพราะเธอเติบโตมาพร้อมกับการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด ถูกขังไว้ในกฎเกณฑ์ และกรอบที่พ่อแม่ของเธอสร้างไว้เพื่อให้เธอได้เป็นหน้าเป็นตาแก่วงศ์ตระกูล

นิ้วเรียวของออเดรย์ถูกยกขึ้นมากรีดน้ำตาที่ไหลเป็นสายจากดวงตาคู่งามที่บัดนี้แดงก่ำ และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอมองผ่านกระจกรถคันหรูออกไปยังเมืองใหญ่ในยามค่ำคืนที่แสงสีได้กลืนกินความมืดมิดอย่างที่ยามราตรีควรจะเป็น ในขณะที่หัวฉายภาพของคริสเตียนกับผู้หญิงของเขาซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้ง ๆ ที่เธอพยายามจะลบภาพนั้นออกไป แต่มันก็เหมือนจะยิ่งชัดเจนขึ้นอีก

แม้การแต่งงานของเธอและเขาจะไม่ได้เกิดจากความรัก แต่การได้ใช้ชีวิตร่วมกัน นั่งกินข้าวด้วยกัน และนอนบนเตียงเดียวกันก็ทำให้ออเดรย์มีความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับคำว่า รักให้แก่เขา ทว่าคริสเตียนกลับทำลายมันจนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

 

โจเอลได้แต่เสมองเจ้านายของเขาที่นั่งร้องไห้อยู่เบาะหลังผ่านกระจกมองหลังตั้งแต่ออกมาจากคอนโดมิเนียมส่วนตัวของคริสเตียน

เขาเป็นเพียงคนขับรถ ไม่ได้มีการศึกษาที่ดีอะไร เขาไม่ได้เรียนมหาลัยอย่างที่ควรจะเป็นเสียด้วยซ้ำ แต่โจเอลก็พอจะเข้าใจความเจ็บปวดของออเดรย์ เขาเคยถูกทรยศโดยหญิงสาวผู้เป็นที่รักเช่นกัน และเขาก็พบว่าพวกคนที่มีการศึกษาดี มียศถาบันดาศักดิ์ จนกระทั่งมีทรัพย์สินเงินทองที่แทบจะใช้ได้ไม่หมดสิ้นก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยเมื่อพวกเขานอกใจคนที่พวกเขารัก

คนประเภทนั้นล้วนเป็นไองั่งที่เห็นแก่ตัว

นายรู้มาตลอดใช่ไหม

เสียงหวานที่สั่นเครือดังขึ้นมาหลังจากที่บรรยากาศบนรถเงียบสะงัดมานาน

ครับ?” เขาถาม ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอพูดถึงเรื่องอะไร แต่เขาเป็นพวกโกหกไม่เก่ง ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่จะพูดออกไปนั้นจะทำร้ายคนฟังมากเพียงใดก็ตาม

นายรู้มาตลอดว่าคริสเตียนนอกใจฉันออเดรย์สูดจมูก ใบหน้าอันงดงามของเธอนองไปด้วยน้ำตา เธอคิดว่าตัวเองช่างดูน่าสมเพชเหลือเกิน

แต่โจเอลไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย เขาได้แต่มองใบหน้าอันโศกเศร้า และน้ำตาของออเดรย์ที่เขาได้แต่ฝันว่าจะได้เช็ดให้

โจเอลไม่ตอบอะไร

แต่ใช่ เขารู้มาตลอด แต่ที่เขาไม่บอกออเดรย์ไม่ใช่เพราะเขาจงรักภักดีกับเจ้านายอีกคนของเขา แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากเห็นเธอเสียใจต่างหาก

แต่ก็เห็นได้ชัดว่าความลับไม่มีบนโลก

โจเอลที่กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องของหญิงสาวผู้เป็นเจ้านายหันขวับไปมองร่างบางที่ปีนจากเบาะหลังมานั่งข้างหน้ารถ

คุณผู้หญิง ---” เขามองออเดรย์ด้วยความตกใจ และเพียงเสี้ยววินาทีที่สายตาของเขาละออกไปจากท้องถนน รถคันหรูของเจ้านายโจเอลก็เกือบจะไปชนเข้ากับรถกระบะคันใหญ่เข้า ทว่าเป็นโชคดีที่โจเอลมีไหวพริบ และมีฝีมือการขับรถที่ชำนาญพอ เขาจึงหักเลี้ยวได้ทัน แต่ก็ทำเอาทั้งคู่ล้มคะมำไปข้างหน้า

นายทำอะไรของนาย!” ออเดรย์พูดเสียงดัง มือไม้ที่สั่นระริกยกขึ้นมาปัดผมสีบลอนด์ที่ตกลงมาปรกใบหน้าหลังจากที่เธอล้มคะมำจนหัวเกือบจะชนกับคอนโซลหน้ารถ

โจเอลรีบจอดรถที่ข้างทางทันที เขาใส่เกียร์พาร์ค ก่อนจะละมือออกมาจากพวงมาลัยแล้วประคองใบหน้าของผู้เป็นเจ้านายขึ้นมาอย่างนุ่มนวล และทะนุถนอมราวกับเธอเป็นตุ๊กตาอันเปราะบางที่ทำจากแก้ว และพร้อมจะแตกร้าวได้ทุกเมื่อ

เป็นอะไรมั้ยครับคุณผู้หญิง

ออเดรย์ควรจะผละถอยหนีจากมือของคนขับรถ เธอควรจะปัดมือเขาออก ควรจะบอกเขาว่าอย่ามายุ่ง แต่เธอกลับนั่งนิ่งปล่อยให้มือหนาของเขาสัมผัสกับใบหน้านวลเนียนของเธอ และเธอก็ทำในสิ่งที่เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ

เธอจ้องตาเขา

ออเดรย์เพิ่งรู้ว่าโจเอลมีดวงตาสีเขียวเทาที่งดงาม และน่าหลงใหลมากแค่ไหน ใบหน้าคมเข้ม มีเคราบาง ๆ ตามสันกรามที่เด่นชัด แม้มือของเขาจะหยาบกระด้าง แต่เธอกลับพบว่าสัมผัสที่เขาใช้กับเธอนั้นช่างอ่อนโยน และนุ่มละมุน เป็นสัมผัสที่เธอโหยหา และไม่เคยได้รับมันเลยตลอดชีวิตการแต่งงานของเธอ

เป็น -- ” ริมฝีปากหนาที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา หัวใจของฉันแตกสลาย…”

โจเอลไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมีโอกาสได้สบตาสีเฮเซลอันงดงามคู่นี้ ไม่เคยคิดแม้กระทั่งการได้สัมผัสใบหน้างดงามของออเดรย์ แต่เขาก็เคยคาดหวังว่าเขาจะได้เช็ดน้ำตาให้เธอ และตอนนี้เขาก็กำลังทำมัน ทำไปโดยไม่รู้ตัว

เขาละมือออกมาจากใบหน้างาม และละสายตาออกมาจากดวงตาคู่ที่ซึ่งดึงดูดเขาราวกับต้องมนตร์สะกด

ผมขอโทษ

อย่า…” เสียงหวานของออเดรย์เรียกสายตาของเขากลับไป “นายไม่ได้ทำอะไรผิด

ถ้าคุณคริสเตียนรู้เข้า ---”

เขานอกใจฉันนะโจเอลออเดรย์พูด ก่อนจะประคองใบหน้าของชายหนุ่มให้กลับมาสบตากับเธอ “ฉันพยายามแล้วพยายามมาตลอดหนึ่งปี บอกตัวเองว่าสักวันฉันจะรักเขา สักวันฉันจะต้องมีความสุขกับชีวิตแต่งงานที่ตัวเองไม่เลือก…” เธอเม้มริมฝีปากแน่น แต่แล้วเมื่อความรู้สึกนั้นเริ่มก่อตัว เขาก็ทำลายมัน --- ในวันครบรอบวันแต่งงานของเรา…” ออเดรย์กลืนก้อนน้ำตาที่กำลังจะกลับมาอีกครั้งลงไป

ผมเข้าใจ…” เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ทว่าก็หนักแน่นพอที่หญิงสาวตรงหน้าจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำพูดนั้น

และฉันหย่ากับเขาไม่ได้ – ไม่ใช่ในขณะที่เขากำลังลงเลือกตั้งออเดรย์หลุบตาต่ำ “และฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสนั้น ฉันจะไม่มีวันได้เป็นอิสระ ไม่มีวัน…”

ออเดรย์…” โจเอลเรียกให้สายตาของเธอกลับมามองเขาอีกครั้ง “ผมไม่ใช่คนฉลาด ผมไม่มีอะไรเลย แต่ผมอยากจะบอกคุณในสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว แต่อาจจะหลงลืมมันไว้ในสักช่วงหนึ่งของชีวิตเขาพูดอย่างนอบน้อม ออเดรย์สัมผัสได้ถึงความถ่อมตนของโจเอล และสำหรับเธอแล้ว เขาไม่ใช่คนไม่ฉลาดเลย แต่นี่คือชีวิตของคุณ คุณต้องใช้มัน รักมัน และอยู่กับมัน เพื่อตัวคุณเอง ไม่ใช่คนอื่น

ฉันอิจฉานายจังเลยโจเอลออเดรย์พูด แสงของรถที่สัญจรไปมาสะท้อนเข้าไปในดวงตาสีเฮเซล สาดแสงสีใส่ใบหน้าของเธอเป็นช่วง ๆ “ฉันอยากจะทำแบบที่นายบอก อยากมีอิสระแบบนาย --- รักใครก็ได้ จะออกไปไหนก็ได้ จะแต่งตัวยังไงก็ได้ ไม่ต้องสนใจว่าคนจะมองยังไงออเดรย์สูดหายใจลึก แต่นั่นไม่ใช่ชีวิตของฉัน ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ของฉันคาดหวัง --- ฉันอยู่กับมันมาทั้งชีวิตแล้ว

นั่นไม่จริงเลย --- ชีวิตเป็นของเรา ล้วนเป็นของเราทุกคน ผมไม่ได้จะบอกให้คุณคิดขบถต่อพ่อแม่คุณ แต่ออเดรย์ --- คุณโตแล้วนะ ดูคุณสิ คุณไม่ได้เป็นเด็กสาวมัธยมต้นที่จะต้องอยู่ในโอวาทของพ่อแม่ หรือต้องขออนุญาตพวกท่านก่อนจะออกไปข้างนอกแล้ว

ออเดรย์หัวเราะออกมาเบา ๆ

พวกเขาอาจจะให้ชีวิตคุณ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต้องควบคุมชีวิตของคุณด้วย ชีวิตเป็นของคุณ และคุณต้องใช้มันด้วยตัวของคุณเอง

โจเอลไม่รู้ว่าเขาพูดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้ยังไง คนโง่ ๆ ที่จบแค่มัธยมปลายอย่างเขาไปสอนหญิงสาวเจ้าของปริญญาโทอย่างออเดรย์ได้อย่างไรกัน...

และคุณก็ไม่ใช่คนที่ไม่ฉลาดเลยโจเอลคำพูดของหญิงสาวทำเอาเขารู้สึกใจชื้นขึ้นมา และปลุกรอยยิ้มที่เขาไม่ค่อยเผยให้ใครได้เห็นบ่อยนัก พ่อเสือยิ้มยากก็ยิ้มกับเขาเป็นเหรอเนี่ยแม้แต่ท่าทางที่ออเดรย์ใช้หัวเราะก็ยังดูงดงาม และเป็นธรรมชาติในสายตาเขา แต่แล้วเธอก็หลุบตาต่ำ ดวงตาสีเฮเซลดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

แล้วในที่สุดเธอก็พูดในสิ่งที่ครุ่นคิดอยู่นาน

นายพูดถูกโจเอล…” ออเดรย์เม้มปากแน่น ก่อนจะคลายออกมาเป็นรอยยิ้มอันอ่อนหวานที่โจเอลไม่สามารถละสายตาของตัวเองออกไปได้ ฉันต้องใช้ชีวิตของฉันเองเธอตบบ่าเขา และกิริยานั้นก็ทำเอาโจเอลเลิกคิ้วสูง มันไม่ใช่พฤติกรรมที่จะเห็นได้บ่อย ๆ เลยสำหรับคุณหนูอย่างเธอ คืนนี้เลย!”

 

 

 

 

แล้วเจอกันในบทต่อไปนะคะ ;)

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #6 Puryartist (@purida_black) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 16:38
    เกือบคิดว่าออเดรยจะมีชู้กลับซะแล้ว ทำไมชอบคิดไรบาปๆอยู่เรื่อย555



    ว่าแต่...คืนนี้เลยมันยังไงนะ
    #6
    1
    • #6-1 M.C. Kartor (@MCKator) (จากตอนที่ 7)
      12 สิงหาคม 2561 / 23:18
      จะบอกว่าเรื่องนี้มีต่อพาร์ทสองค่ะ "คืนนี้เลย" ของออเดรย์จะหมายความว่ายังไง ต้องติดตามค่ะ (;

      เราไม่ได้อัพเดตมาซะนาน ดีใจที่ยังคงติดตามนะคะ เยิฟฟ <3
      #6-1