คัดลอกลิงก์เเล้ว

::: Method ::: Jaeha & Youngwoo #Method

โดย MadamYoyume

ในหนังจบไม่สวย เลยใช้ปลายปากกาจบให้มันสวยงาม

ยอดวิวรวม

252

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


252

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ธ.ค. 60 / 08:30 น.
นิยาย ::: Method ::: Jaeha & Youngwoo #Method ::: Method ::: Jaeha & Youngwoo #Method | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




นิยายเรื่องนี้เป็นจินตนาการและความต้องการของคนแต่ง

อยากขึ้นเรือไปกับไรท์ด้วยกันมั้ยคะ^^


เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ธ.ค. 60 / 08:30


ขออนุญาตเจ้าของแปะลิงค์นะคะ





ปล. เป็นตอนต่อจากในหนังนะคะ^^

Method fiction






1ปีต่อมา



“ ….. แจฮา …..พี่แจฮา “


“ หืม? มีอะไรเหรอ “ คนเหม่อหันไปทางเสียงเรียก


“ ……ฉันถามว่าวันครบรอบปีนี้ เราออกไปกินข้าวข้างนอกกันดีมั้ยคะ “


“ เอาสิ วันนี้ฉันจะเลิกงานเร็วหน่อยแล้วกัน…..มีอะไรเหรอเปล่า? “ แจฮาตักข้าวใส่ปากพลางเอ่ยถามเมื่อเห็นฮีวอนยังจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ


“ ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่า….อยากให้ถึงตอนเย็นเร็วๆ “ เขานิ่งมองคนพูดที่พอพูดเสร็จก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ และรอยยิ้มของเธอที่ปรากฏบนใบหน้ายังคงสดใสเสมอไม่เคยเปลี่ยน คงมีแค่เขาเพียงคนเดียวที่เปลี่ยนไป 


แจฮาปรับสีหน้าให้ดูปกติก่อนพูดต่อ


“ เราคบกันมากี่ปีแล้วนะ เดี๋ยวฉันขอนับก่อน “


“ …….มันนานพอที่ทำให้รู้ว่าพี่ต้องการอะไร ฉันต้องการอะไร… ใช่มั้ยคะ “ มือที่กำลังทำท่าจะยกขึ้นนับพลันชะงักค้าง แจฮานิ่งมองเจ้าของคำพูดและรอยยิ้มซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าในความหมายของประโยคที่ได้ยินนั้น ฮีวอนต้องการสื่ออะไร 


ถ้าฟังโดยผิวเผินอาจดูเหมือนคนรักกันต่างรู้ใจซึ่งกันและกันในทุกๆ เรื่อง แต่ทำไมเขาถึงจับความรู้สึกนั้นในน้ำเสียงของฮีวอนไม่ได้นะ ทำไม?


“ เจอกันเย็นนี้นะ “


“ ค่ะ “ ข้าวในจานกินไปยังไม่ถึงครึ่ง แต่ความอึดอัดที่รายล้อมพวกเขาอยู่ ทำให้เขาจำต้องลุกเดินจากมา


แจฮาขี่จักรยานคู่ใจไปทำงานเหมือนอย่างเคย ถนนเส้นเดิม ชีวิตประจำวันซ้ำซากจำเจเหมือนเดิม มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิมคงเป็นหัวใจของเขาที่ตายไปแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น


เขาเลือกฮีวอน ใช่! เขายอมเลือกความถูกต้องมากกว่าหัวใจตัวเอง ยอมทำร้ายความรู้สึกของใครบางคนให้แหลกสลายด้วยสองมือคู่นี้แทนที่จะทนุถนอมมัน 


คิดเพียงแค่ว่าเดี๋ยวเวลาก็จะเยียวยาทุกสิ่ง แต่ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว ทำไมแผลใจของเขายังลึกเหมือนเดิม และดูเหมือนจะลึกยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ 
ทำไมความรู้สึกนึกคิดของเขา….ถึงมีแต่หน้าของเด็กคนนั้น?


ถ้าตอนนั้นเขายอมเปิดเผยความสัมพันธ์ให้โลกรับรู้ว่าเขากับยองอูรักกัน เขาคงไม่ต้องอยู่อย่างทรมานเหมือนอย่างทุกวันนี้
นายลืมฉันหรือยังนะยองอู?



ขอโทษนะฮีวอน….ที่ฉันไม่เหมือนเดิม
ขอโทษนะยองอู….ที่ฉันยอมปล่อยนายไป






………………………………............... 






“  นี่ๆ นายเห็นข่าวยองอูเมื่อวานหรือยัง  “


“ ทำไม มีอะไรเหรอ “ ชื่อที่อยู่ในหัวข้อสนทนา ดึงความสนใจให้อีกคนที่อยู่ในห้องประชุมได้เป็นอย่างดี แจฮาเก็บของใส่กระเป๋าหลังจากประชุมเสร็จ เสียงซุบซิบนินทายังคงดังอย่างต่อเนื่อง


“ ไอดอลชื่อดังประกาศลาออกจากวงการ ด้วยโรคประจำตัวที่เป็นมานาน ทำให้เขาไม่สามารถเดินตามความฝันได้อีกต่อไป “


“ น่าเสียดายจัง ปีที่ผ่านมายองอูดังมากๆ เลยนะ “


“ นั่นน่ะสิ แต่ก็ถือว่าพวกเราโชคดี ที่อย่างน้อยก็เคยได้ร่วมงานกับยองอูนะ “ 


“ ฉันขอตัวกลับก่อนนะ “ แจฮาขัดบทสนทนาด้วยการลุกขึ้นยืน ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นรีบลุกขึ้นก้มหัวทำความเคารพรุ่นพี่ตามมารยาท แล้วแจฮาก็เดินออกไป


“ ทุกวันนี้ฉันยังสงสัยรุ่นพี่กับยองอูไม่หาย “


“ ฉันด้วยๆ ช่วงที่แสดงละครเวทีด้วยกัน ถึงแม้จะทำเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันก็เถอะ แต่ฉันว่ามันแปลกๆ “


“ พวกเธอไม่เห็นว่าฉันนั่งอยู่ในนี้ด้วยเหรอไง “ บทสนทนาต้องสิ้นสุดลงอีกครั้งเมื่อน้ำเสียงฟังดูใจดีแต่แฝงความน่ากลัวดังขึ้นขัดจังหวะ ทุกคนดูมีความเกรงกลัวขึ้นมาทันทีที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าผู้กำกับยังนั่งอยู่ในห้องด้วยอีกคน ไม่นานกลุ่มจับเข่าคุยก็สลายไปภายในพริบตา


“ พวกนี้หนิ เฮ้อ….. “ ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาวกับความอยากรู้อยากเห็นของลูกน้องตัวเอง เรื่องนี้เขารู้ดีกว่าใครๆ เพราะด้วยความที่รู้จักกับแจฮามานาน ทำให้รู้ว่าแจฮารู้สึกยังไงกับยองอู ตลอดเวลาที่แสดงละครเวทีด้วยกัน สายตาของแจฮาที่มองเด็กคนนั้น ไม่ว่าจะในบทหรือนอกบท มันสื่อออกมาได้ความหมายเดียวคือ ‘ รัก ‘


เขาเคารพการตัดสินใจของแจฮา ไม่เคยห้ามหรือยุยงส่งเสริม เขาเพียงแค่เตือนในฐานะคนอาบน้ำร้อนมาก่อนเท่านั้น มันขึ้นอยู่กับคนรับฟังว่าจะเลือกและตัดสินใจยังไง


“ เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะ ยังลืมเด็กคนนั้นไม่ได้ใช่มั้ยแจฮา “






…………………………….............. 






“ พี่คะ “ ชายหนุ่มหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนเดินตรงไปหาฮีวอนที่นั่งส่งยิ้มให้มาแต่ไกล


“ มาถึงนานหรือยัง “


“ มาถึงก่อนพี่แป๊บเดียวเองค่ะ “ แจฮายิ้มตอบพลางล้มตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แต่ขวดไวน์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ เพราะมันพล่องไปเกือบครึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองคนพูดเมื่อกี้อีกครั้ง ถ้าสังเกตุดีๆ หน้าของฮีวอนเริ่มแดง ไหนว่าเพิ่งมาไม่นาน


“ พี่คะ ฉันมีอะไรจะบอกพี่ด้วยแหละ “


“ อะไรเหรอ? “ ท่าทางของฮีวอนดูกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย รอยยิ้มที่มีค่อยๆ จางหายไปจนไม่มีเหลือ เสียงจ้อกแจ้กจอแจภายในร้านอาหารยังคงดังอย่างต่อเนื่อง แต่เหมือนมีชั้นบรรยากาศกั้นกลางโต๊ะของพวกเขาไว้ ทำให้เสียงเหล่านั้นไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงความเงียบที่ก่อตัวอยู่ได้


“ เราเลิกกันเถอะค่ะ “


“ เอ้ะ? “


“ ฉัน….มีคนอื่น “ คนตรงหน้ากระดกไวน์ดื่มรวดเดียวหมด ก่อนโพร่งความในใจออกมาต่อ


“ ฉันแก้แค้นพี่ที่พี่มีคนอื่น….แต่พี่คงไม่รู้อะไรเพราะพี่…..ไม่ได้รักฉันแล้ว “


“ ………………. “


“ ทำตามที่หัวใจพี่ต้องการเถอะค่ะ….เลือกคนที่พี่รัก ขอบคุณที่อดทนอยู่ด้วยกันมาตลอด…..แต่ถึงเวลาที่เราต้องทำตามที่ใจเราต้องการแล้ว “
“ ฮีวอน……. “ 


“ ไปเถอะค่ะ….ไปหายองอู “ ราวกับพันธนาการได้รับการปลดปล่อย ความมืดบอดในหัวใจ ตอนนีัมันกำลังส่องสว่างด้วยแสงแห่งความจริง ความจริงที่ว่าเขารักยองอูมากกว่าฮีวอน ไม่สิ เขาใจหมดรักกับฮีวอนแล้วต่างหาก 



แต่กับยองอู….เขารักหมดใจ



“ ฉันขอโทษ “ สิ้นสุดคำพูด ร่างของคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมานานก็รีบผลุนผลันออกจากร้านไปทันที และทันทีที่สิ้นสุดความสัมพันธ์ ร่างของคนที่ยังอยู่กลับสั่นไหวด้วยแรงสะอื้นที่พยายามสะกดกลั้นอยู่นาน ฮีวอนหลับตาลงพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นทาง 


“ พี่มันโง่……ฉันมีคนอื่นอย่างนั้นเหรอ..… “ เธอยิ้มเยาะให้กับความคิดโง่ๆ ของตัวเอง คิดเอาไว้แล้วว่าถ้าตัวเองทำแบบนี้ก็เป็นการปล่อยให้พี่แจฮาไป รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังดันทุรังจะทำ


1ปีที่ผ่านมา มันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเวลาของเขากับพี่แจฮาที่คบกันมาหลายปี กับเวลาของพี่แจฮากับยองอูที่พบกันแค่ไม่กี่เดือน กลายเป็นว่ายองอูเป็นฝ่ายชนะ ส่วนเขาเป็นผู้แพ้ แพ้ราบคาบไม่เหลือชิ้นดี


คิดว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง แต่เปล่าเลย เวลากลับรักษาทุกอย่างให้มันยังคงอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีวันไหนที่คนที่นอนอยู่ข้างๆ จะลืมเด็กคนนั้นลงได้ กำแพงหนาที่พี่แจฮาสร้างขึ้นมาเพื่อใช้หลบตัวซ่อนเร้นจากความจริง กลับพังทลายเพียงแค่คำพูดโกหกของเขาอย่างนั้นเหรอ น่าขันสิ้นดี


ถ้าฉันไม่พูด….พี่ก็จะไม่ยอมปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระใช่มั้ย 
นี่ฉันทำถูกแล้วใช่มั้ย…..พี่แจฮา






…………………………................ 






“ นายมาที่นี่ทำไม “


“ ฉันมาหายองอู เขาติดต่อเขาไม่ได้ “ แจฮาปรี่ตัวเข้าไปหาผู้จัดการส่วนตัวของยองอูที่เดินออกมาจากลิฟท์ โทรหาเป็นสิบๆ สายแต่ยองอูก็ไม่รับ จนเขาต้องถ่อมาถึงนี่


“ ฉันเองก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน แต่ถึงรู้ฉันก็ไม่บอกนายหรอก ทำอะไรกับยองอูไว้บ้าง ไม่รู้ตัวเหรอไง! “


“ เอ้ะ? “


“ กว่ายองอูจะผ่านเรื่องราวร้ายๆ นั่นมาได้ นายรู้มั้ยว่ายองอูต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะยองอูรักนายมากไง! “


“ ……..อะไรนะ “


“ ที่ยองอูออกจากวงการก็เพราะนาย แต่คราวนี้ฉันเคารพในการตัดสินใจของเขา เพราะเขาบอบช้ำมามากเกินพอแล้ว “ แจฮายืนฟังเรื่องราวด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่ายองอูเองก็ทรมานไม่แพ้กัน และคงมากกว่าเขาเป็นร้อยเท่าพันเท่า


ฉันขอโทษนะยองอู ขอโทษที่ฉันปล่อยให้นายต้องเผชิญกับความทุกข์เพียงลำพัง ขอโทษที่ฉันมันขี้ขลาดตาขาว ขอโทษที่คิดว่าการปล่อยนายไปคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับนาย


ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ปล่อยให้นายต้องเดินคนเดียวอีกแล้วนะ รอฉันหน่อยนะยองอู


“ ผมต้องการเจอยองอู “


“ ก็บอกว่าไม่รู้ไงเล่า! ไอจีก็ปิดไปแล้ว ฉันไม่รู้จะติดต่อยองอูยังไงเหมือนกัน “ ผู้จัดการส่วนตัวจ้องมองตัวต้นเรื่องทำสีหน้าผิดหวังด้วยความโมโห ที่โมโหเพราะความใจอ่อนของตัวเองจนต้องยอมยื่นข้อมูลบางอย่างในมือถือให้คนตรงหน้าดูอย่างช่วยไม่ได้


“ ไอจีใหม่ของยองอู เพิ่งอัฟเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้ว “ แจฮาเงยขึ้นมองผู้จัดการอย่างแปลกใจก่อนก้มดูรูปบนหน้าจอสี่เหลี่ยม มันเป็นรูปกระดานโต้คลื่นสีดำนอนนิ่งสนิทริมชายหาด ไม่มีข้อความใดๆ ในนั้น แต่รูปที่เห็นทำให้เขานึกถึงบางสถานที่ออกทันที


“ ฉันขอยืมรถหน่อยได้มั้ย “


“ รู้แล้วเหรอว่ายองอูอยู่ที่ไหน “


“ อืม “ เขาสบตาตบด้วยสีหน้ามั่นใจพลางยื่นมือรอรับกุญแจ วิธีที่จะไปถึงให้เร็วที่สุดคือต้องขับรถไป ผู้จัดการมีท่าทางลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมยื่นสิ่งที่เขาต้องการมาให้


“ รถของฉันทะเบียนxxxสีขาว ถ้าครั้งนี้นายทำให้ยองอูต้องเสียใจอีกหละก็ ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่ “


“ ขอบใจ “ เขาคว้ากุญแจแล้วรีบวิ่งออกไปยังลานจอดรถด้วยความเร็วที่สุด เมื่อหารถสีขาวและเลขทะเบียนตามที่ผู้จัดการบอก เขาก็รีบขับบึ่งออกไปตามจุดมุ่งหมายที่มีใครบางคนรออยู่ทันที



รอฉันก่อนนะยองอู….ฉันกำลังไปหานายแล้ว






…………………………........... 






ดวงตาเรียวเล็กทอดมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา ลำแสงสุดท้ายของวันค่อยๆ คล้อยต่ำลง ราวกับท้องทะเลกำลังดูดกลืนดวงอาทิตย์อยู่ยังไงยังงั้น มือเรียวยื่นออกไปหมายจะไขว่คว้ามันให้กลับขึ้นมาส่องสว่างเหมือนเดิม แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะไม่นานความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ทำให้รู้ว่าไม่สามารถบังคับปรากฏการณ์ธรรมชาติได้


ก็เหมือนกับใจคน ต่อให้เราอยากได้มันจนเนื้อเต้น แต่ถ้าเจ้าของไม่ยินยอมที่จะมอบให้ ไขว่คว้าให้ตายก็ไม่มีทางได้มา ยอมแลกทุกอย่างที่ตัวเองมีเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก แล้วเป็นไงหละ ไหนหละความรักที่นายต้องการ ไม่เห็นจะมีใครหยิบยื่นมาให้สักคน


“ เมื่อไหร่จะลืมได้สักทีนะ “ นั่นสิ ผ่านมาเป็นปีแล้วแต่ทำไมนายยังจมปลักกับมันอยู่อีกหละยองอู นายรออะไร รอพี่แจฮาอย่างนั้นเหรอ นายคิดว่าเขาจะกลับมาอย่างนั้นเหรอ ตื่นได้แล้ว เรียกยองอูคนเก่ากลับมาได้แล้ว


แค่ระยะเวลา 1 ปีมันก็น่าจะพิสูจน์ได้แล้วนะว่าพี่แจฮาไม่ได้รักนายแล้ว พี่แจฮาเขารักตัวเอง รักหน้าตาทางสังคม ส่วนนายน่ะเหรอ นายมันก็แค่เด็กอ่อนต่อโลกที่เผลอก้าวเข้าไปในโลกส่วนตัวของพี่เขายังไงหละ ก้าวออกมาได้แล้ว แค่เลิกรักมันคงไม่ถึงกับตายหรอก



หลังจากนี้ไป…….
ใช้ชีวิตของนายให้มีความสุขสักที……



ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องมองดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหันหลังเตรียมจะกลับโรงแรมที่พัก


แต่เดินยังไม่ถึงสองก้าวกลับต้องหยุดชะงักลงเสียก่อน ยองอูจ้องมองร่างคุ้นตาได้ดีในความทรงจำกำลังยืนอยู่ตรงหน้า นี่เขาฝันไปหรือเปล่า คิดถึงพี่แจฮาจนสร้างจินตนาการเอาเองอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ


“ ยองอู…. “ แต่เสียงเรียกชื่อที่ได้ยิน ทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง เจ้าของชื่อเพ่งมองฝ่าความมืดพร้อมกับขยับตัวเข้าหา ความสงสัยตีกันให้ยุ่งในสมอง พี่แจฮามาหาเขาทำไม?


“ รู้ได้ยังครับว่าผมอยู่ที่นี่….รุ่นพี่ “ ร่างบางเรียกอีกคนด้วยสรรพนามตามมารยาทของรุ่นน้องที่ดี ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ แม้กระทั่งอดีตผู้จัดการของเขาเองก็ไม่รู้ หรือว่ารู้มาจากอินสตราแกรม? แต่เขาก็ไม่ได้เช็คอินสถานที่นี่ไว้ แล้วอินสตราแกรมอันใหม่เขาก็ไม่ได้บอกใครนอกจากคนสนิท


“ ผมรอพี่อยู่ตั้งนาน…. ผมหวังมาตลอดว่าพี่จะมาหาผมที่นี่ “ แจฮายืนมองอีกคนที่เดินมาหยุดลงตรงหน้า มือเรียวยกขึ้นสัมผัสแก้มเขาด้วยรอยยิ้ม มันเป็นบทพูดในละครเวที และบทพูดนี้เคยทำให้เขากับคนตรงหน้ารู้ใจตัวเองกันมาแล้ว เขายิ้มตอบเมื่อเห็นว่ายองอูยังไม่ลืมเหตุการณ์ครั้งนั้น


“ รุ่นพี่คิดว่าผมจะพูดตามบทน้ำเน่านั่นอีกเหรอครับ “ แต่ไม่นานรอยยิ้มละมุนที่มีค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ดวงตาเรียวเล็กที่สบอยู่แข็งกร้าวดุดันขึ้นมาซึ่งแตกต่างจากเมื่อกี้อย่างลิบลับ


“ ยองอู “


“ มีธุระอะไรกับคนอย่างผมอีก “


“ ฉันรักนาย “ คนฟังนิ่งไปชั่วครู่กับคำพูดที่ได้ยิน มือเรียวชักกลับพร้อมกับก้าวเท้าถอยหลังออกห่าง


“ ฉันรักนายนะยองอู “


“ ตอนผมให้โอกาสทำไมไม่พูด! ก่อนหน้านั้นพี่หายไปไหนมา ทำไมไม่มาพูดให้เร็วกว่านี้!! “


“ ฟังฉันก่อนสิ…… “


“ ผมให้โอกาสพี่มามากพอแล้ว แต่ว่ามันจบแล้วหละครับ…กลับไปเถอะ “ ขอบคุณความมืดที่เข้ามาบดบังความรู้สึกไม่ให้อีกคนเห็น จู่ๆ มาพูดเอาแต่ใจแบบนี้ แล้วก่อนหน้านั้นที่เขาเสียใจแทบเป็นแทบตายมันคืออะไร พี่แจฮาเห็นเขาเป็นอะไร พอเบื่อก็เขี่ยทิ้ง แต่พอต้องการก็กลับมาหาอย่างนั้นเหรอ ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งนะ ร้องไห้เป็น เสียใจเป็น


“ ถ้ามันทำให้นายไม่พอใจ ฉันขอโทษแล้วกัน “ ดวงตาเรียวเล็กหันขวับไปมองเจ้าของคำพูด ที่พอพูดเสร็จก็เดินจากไปทันที สร้างความโมโหให้เขาอีกเป็นเท่าตัว แจฮาถอดรองเท้าผ้าใบแล้วเขวี้ยงออกไปโดนหัวอีกคนเข้าเต็มๆ 


“ โอ้ย! ทำอะไรของ…. “


“ พี่มันโง่ที่สุดเลย พอผมบอกให้ไปก็จะไปจริงๆ เหรอ “ 


“ ก็นาย….. “ แจฮายกมือขึ้นจับหัวตัวเองพลางเพ่งมองคนตรงหน้ากำลังร้องไห้


“ ถ้าพี่รักผม…ทำไมไม่พยายามตื๊อผมให้มากกว่านี้หละ เพราะจุดอ่อนของผมคือพี่ไม่รู้เหรอไง พี่นี่มัน….. “ คำพูดสุดท้ายถูกกลืนหายกลับเข้าไปในลำคอด้วยริมฝีปากของคนฟัง ทั้งคู่จูบกันด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี  ความคิดถึง ความห่วงหาและอีกหลากหลายความรู้สึก มันกำลังบอกผ่านออกมาทางการกระทำ


“ ผมรักพี่….รักพี่คนเดียว “


“ ฉันก็รักนาย “ แจฮาใช้สองมือเช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยนก่อนคว้าร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จะไม่ปล่อยคนๆ นี้ไปอีกแล้ว แค่1 ปีที่ผ่านมามันก็ทรมานมากเกินพอ ถ้าต้องจากยองอูอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้เขาคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก เขารู้แล้วว่าเจ้าของหัวใจของเขาคือใคร



“ เราย้ายมาอยู่ด้วยกันนะ “






…………………………………….......... 






หลังจากวันนั้น แจฮาลาออกจากการเป็นนักแสดงละครเวที ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน เพราะบ้านหลังนั้นเขายกให้ฮีวอนเป็นผู้ถือครองโดยชอบธรรม ขนาดตัวฮีวอนเองยังไม่รู้ว่าแจฮาย้ายไปอยู่ที่ไหน และข่าวคราวของยองอูก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ยองอูหายไปอยู่ที่ไหนเหมือนกัน


^
^
^
^
^
^
^


“ พี่ครับ ตื่นได้แล้วครับ ต้องลงไปเปิดร้านแล้วนะ “ 


“ อืม….ขออีก 5 นาที “


“ แต่…..อ้ะ! “ มือใญ่คว้าคนปลุกให้ล้มตัวมาลงนอนบนเตียงข้างๆ กอดแน่นไม่ยอมปล่อย


“ ขอ 5 นาทีนะเด็กน้อย เป็นหมอนข้างให้ลุงขี้เซาหน่อย “ ยองอูแหงนมองคนรักด้วยรอยยิ้มก่อนหลับตาพริ้มแล้วหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน 


เสียงคลื่นกระทบชายหาดดังลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่าง แสงแดดยามเช้า กลิ่นไอทะเล และความรักของพวกเขา ต่อจากนี้จะไม่มีใครมาพรากเขาทั้งสองให้แยกจากกันอีกแล้ว



………นอกจากความตาย……… 



-The enD-



มันต้องจบแบบนี้สิ>< ในหนังจบเศร้า แต่เราจะให้จบแบบแฮปปีัด้วยปลายปากกาของไรท์เองค่ะ5555 สนองความต้องการของตัวเอง สนองความต้องการของลีดเดอร์ด้วยใช่มั้ยคะ^^


อ่านจบแล้วรบกวนคอมเม้นติชมกันด้วยนะคะ ถือว่าไรท์ขอร้อง ใช้เวลาแต่งหลายชั่วโมง แต่คอมเม้นคงใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที^^

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MadamYoyume จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 08:47
    ฮืออ เพิ่งได้รู้จักเรื่องนี้ค่ะ พอมาอ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นมากเลย ขอบคุณสำหรับตอนจบที่ดีแบบนี้นะคะ คุณไรท์แต่งดีงามมากค่ะ&#128546;&#128149;
    #4
    0
  2. #3 หนิง
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 22:34

    ช่วยฮีลจิตใจหลังดูหนังจบได้ดีจริงๆ ค่ะ ฮือออ ชอบมากกก

    เราขอถือว่าจบแบบนี้เลยนะคะ

    #3
    1
    • 30 เมษายน 2562 / 11:58
      ขอบคุณ&#8203;ที่เข้ามาอ่านนะคะ แต่งไว้นานแล้ว ไม่คิดว่ายังจะใครเข้ามาอ่านอีก555 ขอบคุณ&#8203;อีกครั้งนะคะ^^
      #3-1
  3. #2 ถั่วหวาน
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 15:43
    เพิ่งดูหนังจบแล้วมาต่อที่นี่ทันทีเลยค่ะ รู้สึกได้เติมเต็มจิตใจ 55555



    เราดูหนังแล้วแอบงงๆนิดหน่อย คงเพราะเป็นคนเข้าใจอะไรยาก :P แต่เรารู้สึกว่าจริงๆแล้ว คนที่แพ้... คนที่รู้สึกมากกว่า รู้สึกจนแทบสูญเสียตัวตนไปคือพี่แจฮานะ ถึงคนเขาจะเข้าใจกันว่าอินกับบท แต่เรารู้สึกว่าแจฮาเอาบทกับเรื่องจริงปนกันมั่วเลย ทั้งๆที่มีประสบการณ์มาก แต่ยังเป็นขนาดนั้นได้ยังไงล่ะถ้าไม่รักจริงๆ ถูกมั้ย? ;) แต่ตัวแจฮาเองก็ยังไม่ยอมรับตัวเองว่าชอบน้องอ่ะ อาจจะเพราะสังคม-วัฒนธรรม-มีเมียอยู่แล้ว-ฟีลผูกพันกับเมียงี้ ช่วงที่ไปเที่ยวกันนั่นแหละน่าจะเป็นช่วงปล่อยตัวปล่อยใจสุด...

    ถึงจะจบแบบนั้น แต่เชื่อเลยว่าความสัมพันธ์แจฮา-ฮีวอนไม่เหมือนเดิมแน่ๆ รูปปั้นก็แตกไปแล้ว อืม อาจจะต่อไปเป็นอย่างฟิคเรื่องนี้จริงๆก็ได้นะ 55555



    ส่วนยองอู คนนี้เพราะอาจจะยังเด็ก เลยใสใสตรงๆ รักใครก็บอก ชอบใครก็แสดงออกมา อ่อยแรงมาก หู้ยย พี่ก็ชอบหนูนะ -/////- แต่พอมารู้สึกว่าถูกหักหลัง ไม่รู้สิ ตอนที่นางบอกว่า 'ผมเป็นซิงเกอร์ที่สมบูรณ์แบบแล้ว' นั่นอ่ะ เราว่านั่นคือนางกำลังแก้แค้น นางได้ปั่นหัวเขา(ถึงจะแอบจิตนิดหน่อย...) หูย ไทป์เคะราชินีแบบที่ชอบเลย -/////-

    แล้วเราว่าตอนที่จูบบนเวทีแล้วบอกว่าไม่มีในสคริปนั่นทำให้นางมั่นใจว่าเขาชอบนางจริงอ่ะ แต่สุดท้าย ก็ฟีลเหมือนนางได้แก้แค้นสมใจแล้ว ก็ยอมรับแล้ว แต่ก็ยังรักอยู่นะอะไรงี้



    ฮือ สรุปนี่ชอบยองอูมาก 555555

    ขอโทษทีค่ะ กำลังอินหนักเพราะเพิ่งดูจบ มาเวิ่นซะยาวเลย

    ขอบคุณมากๆนะคะ
    #2
    0
  4. วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:13
    จบดีมากอะ อยากให้หนังจบแบบนี้เลยยย อยากให้แต่งเป็นฟิคยาวจังเลยยยย
    #1
    0