คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

475

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


475

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


30
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 พ.ค. 61 / 18:48 น.
นิยาย {OS ҧһҧ} ء觨Թԧ {OS หลางหยาป่าง} ไข่มุกงามแห่งจินหลิง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

สวัสดีชาวหลางหยารวมถึงทุกท่านที่หลงเข้ามาค่ะ

//ยอบกายคำนับสักครา

 




ไข่มุกงามแห่งจินหลิง

เป็นแฟนฟิคชั่น แบบ one shot จากเรื่อง หลางหยาป่าง

ฟิคเรื่องนี้ yaoi หรือเป็น ชายรักชาย

และเนื้อหาอาจมีส่วนที่สปอยนิยาย/ซีรี่ส์นะคะ

 

ตอนแรกเยว่เขียนฟิคเรื่องนี้ขึ้นกะย้อมใจหลังอ่านนิยายและดูซีรี่ส์จบรอบที่สิบ(?)

ย้อมไปย้อมมาก็ไม่แน่ใจว่าดราม่ากว่าเดิมรึป่าวนะคะ แฮร่

 

แรงบันดาลใจหลักๆมาจากที่เยว่ชอบฉากร้องไห้ของจิ้งหวังนั่นเอง

เลยทึกทักไปเองว่าท่านเหมยก็คงชอบ #ผิด


 



เนื่องจากเป็นฟิคเรื่องแรกในรอบล้านปี สำนวน การจัดวาง หรือเนื้อหาอาจไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ

เยว่ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ

 



//ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest ค่ะ//

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 พ.ค. 61 / 18:48


Nirvana in Fire Fanfic

ไข่มุกงามแห่งจินหลิง








                        ...ไม่มีไข่มุกเม็ดใดงดงามไปกว่าหยาดน้ำตาของคนตรงหน้าเขา...

            น่าแปลกที่ความคิดเช่นนี้หาได้เกิดกับโฉมสะคราญอย่างหนีหวงหรือกงอวี่ แต่กลับเป็นจิ่งเหยียน...


                        จิ่งเหยียนที่เป็นองค์ชายเจ็ดแห่งต้าเหลียง


                        จิ่งเหยียนที่คอยตามติดเขากับเสด็จพี่ฉีหวังเสียแจ


                        จิ่งเหยียนที่ร่วมร่ำเรียนวิชา และสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับเขา


                        จิ่งเหยียนที่รับปากว่าจะนำไข่มุกจากทะเลตงไห่กลับมาฝาก


                        จิ่งเหยียนที่ใครๆก็กล่าวกันว่าเป็นชายชาติทหารกล้า  เลือดร้อนคนนั้น


หรือแม้แต่จิ่งเหยียนคนที่นั่งอยู่บนราชบัลลังก์ต้าเหลียงในทุกวันนี้


            แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมายถึง ความเจ้าน้ำตาเฉกเช่นเล่าปี่ ผู้ใช้น้ำตาแลกแผ่นดิน หากแต่เป็นหยดน้ำใสใดๆ ที่เป็นน้ำตาของเซียวจิ่งเหยียน ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาแห่งความยินดี ความทุกข์ หรือความเศร้าโศกก็ตาม


                        ...ซึ่งก็แน่นอนอีกว่าประเภทแรกนั้นยิ่งงามเหนืออื่นใด..


             สำหรับเขาจึงนับเป็นเรื่องดีไม่น้อยเมื่อยามกลับมายังนครจินหลิงอีกครา เขาไม่ได้เห็นน้ำตาของอ๋องกระบือผู้นี้อีกเลย  แต่เขารู้ดี นั่นไม่ได้หมายความว่าคนผู้นี้จะไม่รู้สึกเจ็บปวด ใครเล่าจะรู้ว่าจิตใจเบื้องลึกของเซียวจิ่งเหยียนระทมทุกข์ถึงเพียงใด


                        คราแรกนั้นเพราะหลินซู


                        อีกคราเป็นเพราะเหมยฉางซู


            เขาได้กลายเป็นบาดแผลในใจของจิ่งเหยียนถึงสองครั้งสองครา


            คิดมาถึงตรงนี้ก็อดยกยิ้มขมขื่น หลบสายตาที่จ้องมองมาเสียมิได้ และนั่นทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นอากัปกิริยาของคนตรงหน้า จนกระทั่งโสตประสาทรับรู้ได้ถึงเสียงสะอื้นอู้อี้ที่เล็ดรอดออกมาเพียงเล็กน้อย


                        ...จิ่งเหยียนร้องไห้...


            น้ำใสหยดนึงร่วงลงประพรมอาภรณ์ปักลายมังกรสีทองอร่าม เพียงเท่านั้นหยาดน้ำก็พากันไหลรินเป็นทางยาวจรดสันกรามคมชัด แม้พยายามระงับเสียงสะอื้น แม้ปราศจากถ้อยคำตัดพ้อรำพัน ทว่านัยตารวดร้าวซึ่งถูกบดบังด้วยคลื่นน้ำที่จ้องผ่านเขาไปยังป้ายวิญญาณข้างหลังนั้น...


                        ราวกับดวงตาคู่นั้นกำลังบอกเขาว่าภายในใจของเซียวจิ่งเหยียนนั้นได้ตายลงช้าๆมาสิบกว่าปีแล้ว


                        เพียงสบตาก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดเกินบรรยาย พาให้ใจกระตุกวูบโหวง


ยามนี้เขาถึงได้ประจักษ์แจ้ง ไม่ว่าอย่างไรสวรรค์คงไม่มีวันประทานโอกาสให้เขาได้ทำให้ใบหน้าของจักรพรรดิองค์นี้ประดับด้วยน้ำตาแห่งความปิติยินดีอีกแล้ว สำหรับคนเช่นเขา คงมีเพียงหยดน้ำสุกสกาวที่ให้ความรู้สึกเช่นโลหิตสีแดงฉานกระอักล้นจากหัวใจที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีของคนตรงหน้าเท่านั้นที่คู่ควร


แต่ทว่า..

                        เพราะเหตุใด อีกใจนึงกลับเผลอไผลไปกับ ดวงหน้าเคล้าหยาดน้ำพร่างพราวตรงหน้า..

                             

                           ..ช่างสวยเหลือเกิน..


                    ราวกับเจ้ากระบือล่วงรู้ความคิดของเขา  หลังจากวันนั้น ไม่ว่าครั้งไหนที่จิ่งเหยียนมาหา เขาก็มิได้ยลโฉมมุกงามอีกเลย จวบจนกระทั่ง..

 

            “เสด็จพ่อ” ชายหนุ่มในชุดปักลายมังกรพยุงใครอีกคนอย่างระมัดระวัง  “ข้างนอกนั่นลมหนาวพัดแรงนัก เข้าไปพักผ่อนข้างในเถอะพะย่ะค่ะ”  น้ำเสียงเจือความห่วงใยนั้นคล้ายกับทะลุผ่านโสตประสาทของชายชรา


            “ถิงเซิง” เสียงทุ้มเอ่ยแหบๆ สายตาทอดมองไปยังต้นเหมยที่ยืนต้นอยู่ข้างต้นหนาน “เหมยฮวาบานแล้ว”      ถิงเซิงพยุงจิ่งเหยียนลงนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นกุลีกุจอนำเสื้อคลุมตัวหนามาห่มร่างหนาวสั่นของจักรพรรดิชรา แล้วกล่าว “ปีนี้เหมยฮวาสีแดงสดงดงามยิ่งเสด็จพ่อ”


“อืม” ผ่านไปครู่ใหญ่ จิ่งเหยียนค่อยครางรับคำ “เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ” ถิงเซิงเข้าใจความหมายดีจึงรีบถวายบังคมทูลลา พร้อมกำชับบรรดานางกำนัลขันที อย่าให้เสด็จพ่อบุญธรรมของเขาต้องลมหนาวนานเกินไป


            “เสี่ยวซู” นัยตาขุ่นมัวทอดมองไปบนท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย “เจ้าใช่มองดูข้าอยู่หรือไม่”


                        ...แน่นอนว่าใช่...


            เขาตอบรับคำรำพันในใจ สายตาพลันเหลือบไปเห็นไข่มุกสีขาวนวลเกลี้ยงเกลาเท่าไข่นกพิราบในอุ้งมือที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของจิ่งเหยียน รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นบนดวงหน้าจืดชืด


            “ใกล้จะได้พบกันแล้วกระมั้ง”  จิ่งเหยียนคลี่ยิ้มเบาบางเช่นกัน นิ้วเรียวสั่นเทาไล้ไปตามสัมผัสเรียบลื่นของมุก ราวกับมันจะทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคย


“เจ้ารู้หรือไม่ ข้าดีใจเหลือเกิน...”  ดั่งความยินดีจากอกกลั่นเป็นหยาดน้ำตาแห่งความเปรมปรีดิ์ พรั่งพรูจนเอ่อล้นเบ้าตาลึกราวกับทำนบกั้นได้พังทลายลง  หลายหยดร่วงลงสู่ไข่มุกบนมือกร้าน


                        ...เจ้ากระบือโง่...


            เหมยฉางซูย่างเท้าเข้าหาคนเจ้าน้ำตา รู้สึกได้ถึงความชื้นบนใบหน้าของตนเช่นกัน เขาค้อมตัวลงใกล้ใบหน้าของอีกคน...


            ริมฝีปากซีดบางจรดลงบนเปลือกตาเหนื่อยล้า ราวกับสายลมพัดผ่านมาจูบซับน้ำตา 


...ลมหายใจของเซียวจิ่งเหยียนได้พรากจากไปพร้อมลมหนาววูบนั้นเอง...

           



จบ


 




................................................................................................................................................


               หลังจากอยู่ในวังวนของหลางหยาป่างมาเกือบสองปีในที่สุดฟิคเรื่องแรกก็คลอดแล้วค่ะ โฮ


               แต่งไปแต่งมา ออกมาเป็นท่านเหมยผู้มีความย้อนแย้งในตัวเอง ใจนึงก็หลงสเน่ห์ไข่มุกงาม อีกใจก็สงสารจิ้งหวัง


               เขียนมาจนจบแล้ว เยว่ก็ยังไม่รู้สึกถึงความพยายามเป็นจิ้งซูที่คิดไว้ตอนแรกแต่อย่างใด นี่มันซูจิ้งชัดๆ #กรรม


สำหรับธีม คือ นำเสนอเรื่องราวหลังตอนจบในมุมมองของท่านเหมยค่ะ ซึ่งเยว่พยายามยิ่งยวดที่จะไม่สปอยเนื้อหาเรื่องหลักแล้ว (แต่ก็เพิ่งคิดได้ว่าส่วนสำคัญอย่างตอนจบก็เฉลยเป็นนัยที่เห็นได้ชัดมากไปเสียแล้ว)


สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลองไปดู แล้วหลงเข้ามาอ่านนะคะ เยว่ขอฝากหลางหยาป่างไว้ในอ้อมใจ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย พล็อตเรื่องบทละคร นักแสดงคุณภาพคับแก้ว วิจิตรศิลป์และเสื้อผ้าที่ไม่บาดตา อีกทั้งมุมกล้องการถ่ายทำที่งามไม่แพ้หนังฟอร์มใหญ่ จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนค่ะ อวยกันแบบโต้งๆนี่แหละ


แล้วก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่เข้ามาอ่านนะคะ มีข้อแนะนำประการใดก็ติชมกันได้เสมอค่ะ ใครเป็นชาวหลางหยาจะมาเม้าท์กันก็ได้นะคะ เยว่ยินดี ถ้ามีโอกาสเขียนอีก เยว่ก็ขอให้ติดตามไรต์ฝึกหัดคนนี้ด้วยนะคะ 




//ขอบคุณ Pinterest อีกครั้งสำหรับภาพสวยๆค่ะ//


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ 清月 ชิงเยว่ จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 aunnee
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 21:17

    ดีใจจจจจ ❤❤❤❤

    ก่อนอื่นเลยเราเพิ่งดูหลางหยาป่างจบเมื่อเร็วๆนี้

    เสียดายมากกก ที่เพิ่งมาดูเอาตอนนี้

    ซีรีส์ดีมากๆค่ะ ครบทุกอย่างในเรื่อง


    แล้วพอดูจบอินกับจิ้งซู ต้องมาหาฟิคอ่านต่อ

    ซึ่งหาอ่านยากมาก แต่เปิดมาเจอของไรเตอร์พอดี ❤


    #เป็นกำลังใจให้นะคะ

    #1
    1
    • 3 มิถุนายน 2561 / 22:12
      ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับเม้นต์และกำลังใจ
      เยว่เองก็เป็นอีกคนนึงค่ะ ที่ตามหาฟิคด้อมนี้อ่าน แต่ด้วยความแรร์เลยแต่งเองซะเลย
      ดีใจจริงๆค่ะที่ในที่สุดก็มีชาวหลางหยาปรากฏตัวแล้ว 5555
      ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
      #1-1