[Fic] Kimetsu No Yaiba : Tomioka Giyuu X Kamado Tanjirou [รักหนึ่งครั้ง จดจำตลอดกาล]

ตอนที่ 11 : เทศกาลครั้งที่ 7 เมื่อท้องฟ้าย้อมเป็นสีแดง...Bad End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    27 ก.ค. 62

          

          เทพธิดาร่มยืนนิ่งสงบไม่ไหวติงอยู่เบื้องหน้า เจ้าอสูรตัวเล็กๆที่ร้องเพลงสยองขวัญหายไปในอากาศเสียแล้ว คานาโอะกำด้ามดาบแน่นเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้เต็มที่ ซาบิโตะและมาโคโมะก็เช่นกัน

          “หลีกไป”เสียงแหบแห้งที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังออกมาจากรูปปั้นนั้น รอยแผลที่เป็นหลุมกลวงนั้นแห้งแดงคล่ำ กิโมโนสีส้มมีรอยขาดเล็กน้อย เธอหยิบร่มสีแดงสดขึ้นมาก่อนจะพาดบ่าด้วยท่าทางสบายอารมณ์

          ทั้งสามคนที่กำลังกุมดาบนั้นกลืนน้ำลายเสียงดัง รังสีอาฆาตบางอย่างแผ่กระจายออกมาจากหญิงสาวผู้นั้น

          “คุณต่างหากที่ต้องหลีกไป”เป็นมาโคโมะที่ลั่นวาจาขึ้น คมดาบเงางามของเธอชี้ไปยังใบหน้ากลวงนั้นก่อนที่เธอจะเริ่มเปิดฉากการต่อสู้ ซาบิโตะรีบเข้าไปช่วยคู่หูสาวของตนเองทันที ในขณะที่คานาโอะยกดาบกันกิยูและทันจิโร่ให้ถอยห่างจากการต่อสู้

          “พวกคุณรีบหนีไปก่อนเถอะค่ะ” แล้วสั่งด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ก่อนจะเข้าไปสู้ร่วมกับอีกสองคนที่กำลังฟาดฟันอยู่ในลานพิธี กิยูคว้ามือของทันจิโร่ไว้แน่นแล้วรีบวิ่งเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

 

 

          “รู้สึกไม่ดีเลย” โจวโก ชิโนบุกำลังเร่งฝีเท้าขึ้นมาบนศาลเจ้า เสาโทริอิด้านหน้าทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย ขณะที่วิ่งขึ้นไปบนบันไดแต่ละขั้น ใจของเธอก็ยิ่งเต้นรัวราวกับจะระเบิดออกมา

          “นั้นสินะคะ”สาวเจ้าอีกคนพึมพำขึ้นมาเช่นเดียวกัน เส้นผมสีชมพูสดใสที่แซมประกายสีเขียวจางของคันโรจิ มิซึริเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเป็นกังวลเล็กน้อย ก่อนที่สายตาของเธอจะจ้องมองไปยังด้านบนที่เป็นที่ตั้งของศาลเจ้า เสียงอีกาดังเป็นระยะ พร้อมกับท้องฟ้าสีส้มที่บ่งบอกถึงช่วงเย็นของวันนั้น

          “งานเทศกาลกำลังจะเริ่มแล้ว เราต้องรีบจัดการรูปปั้นนั้นแล้วรีบทำพิธีโดยด่วนเลย”ชิโนบุเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะเร่งฝีเท้า กลิ่นอายของอสูรที่สิงสถิตในเทพธิดาร่มยิ่งทำให้เธอกังวลหนักเข้าไปอีก

          มันเหม็นเหมือนกลิ่นสาบของอสูรที่อยู่มานานนับพันปี ทำไมกลิ่นถึงได้รุนแรงขึ้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เทพธิดาร่มไม่น่าจะมีอสูรอายุราวพันปีมาสิงสถิตเลยด้วยซ้ำ

          มิซึริกุมหน้าท้อง พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง “ทำไมฉันรู้สึกอยากจะอ้วกออกมาเลย”ชิโนบุหันมาหาอีกฝ่ายก่อนจะหยุดฝีเท้าลง มิซึริถึงแม้จะเป็นคนธรรมดาแต่ก็เป็นผู้ที่มีญาณพิเศษที่สามารถจับกลิ่นอายของอสูรได้ แถมเธอยังเคยได้เรียนคลาสการป้องกันตัวจากอสูรร่วมกับเธอมาก่อนด้วย

          กลิ่นที่รุนแรงมากขนาดนี้

          หรือว่า….

          ชิโนบุลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด “จากตรงนี้ไป เธอห้ามไปกับฉันเด็ดขาด ฝากบอกคุณฮิเมจิมะ กับโทคิโทด้วยว่า ให้รีบกลับมาที่ศาลเจ้าโดยด่วนเลย”

          จากนั้นเธอก็พุ่งทะยานตัวขึ้นไปด้านบน มิซึริคิ้วขมวดเป็นปมก่อนจะพยายามผ่อนคลายตัวเองจากอาการคลื่นไส้แล้วโทรหาสองคนนั้นทันที

          เกิดอะไรขึ้นกันนะ?

          ชิโนบุจ้องมองที่หมายก่อนจะได้ยินเสียงปะทะกันของอาวุธ แต่กลิ่นนั้นไม่ได้มาจากจุดนั้น มันมาจากอีกที่

          ขออย่าให้เป็นแบบที่เธอคิดเลยเถอะ

 

          กิยูและทันจิโร่เดินลัดเลาะด้านในศาลเจ้าด้วยอาการงุนงง พื้นที่นี้ลึกลับและซับซ้อนราวกับเขาวงกต ไม่ว่าจะทะลุไปห้องไหนๆ ก็หน้าตาคล้ายกันหมด จนกระทั่งทั้งคู่พบเข้ากับรูปปั้นยักษ์ของพระจิโซ* (รูปปั้นที่คนญี่ปุ่นเรียกติดปากว่า พระจิโซ โดยเชื่อกันว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่คอยช่วยเหลือเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้เดินทาง) ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แต่ที่ผิดแปลกไปนั้นก็คือ ใบหน้าของพระจิโซกลับว่างเปล่าราวกับถูกขุดออกไปเหลือเพียงร่างหินขนาดยักษ์ตั้งอยู่

          “คนที่ท่านผู้นั้นไม่ชอบ ก็ไม่ต้องเอาหัวไป”เสียงเล็กแหลมเย็นยะเยือกดังขึ้นเบื้องหลังของทั้งคู่ กิยูรีบดันทันจิโร่ไปด้านหลังของตนก่อนจะเข้าประจัญหน้ากับหญิงสาวตัวเล็ก คนเดียวกับที่เคยร้องเพลงเมื่อครู่นี้

          “อยากรู้การทำพิธีศพยามวิกาลมั้ย?”เสียงเล็กๆ ยังคงพร่ำต่อก่อนจะยกพัดขึ้นมาปิดปากตัวเองแล้วหัวเราะคิกคักราวกับเด็กเจอของเล่นที่ถูกใจ เธอเคาะพัดสองสามครั้งในมือก่อนที่รูปปั้นพระจิโซจะเริ่มมีรอยร้าว

          “หว่า”แล้วเอ่ยออกมาสั้นๆ “เหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญนะ” จากนั้นเธอก็หมุนตัวไปด้านหลังพร้อมๆกับคมดาบของชิโนบุแทงมาที่ส่วนหัวของเธอพอดี สาวน้อยคนนั้นเพียงแค่ยกพัดขึ้นมากันการโจมตีของชิโนบุด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

          “เราไม่ได้เชิญคุณมาด้วยนะ คุณแมลง” ก่อนจะแสยะยิ้ม “งั้นให้ฉันสาธิตพิธีศพยามวิกาลฉบับรวดเร็วเลยแล้วกันนะ”

          “ดมบุริซัง ดมบุริซัง ~ ♪♫””

          จากพัดขนาดเท่ามือที่เธอถืออยู่ก็กลายเป็นช้อนพรวดดิน ชิโนบุวาดดาบใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งมือ ยาพิษที่เคลือบปลายดาบของเธอเริ่มแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์แล้ว แขนข้างหนึ่งของเด็กสาวคนนั้นขาดสะบั้น และไม่สามารถต่อกลับได้เช่นเคยเหมือนอสูรตนอื่น

          “แหมยุ่งยากจังเลย แบบนี้ก็ควักหน้าเธอไม่ถนัดน่ะสิ”แต่อีกฝ่ายยังคงร่าเริง ราวกับว่าแขนที่ขาดไปนั้นเป็นเพียงอวัยะที่ไม่สำคัญอะไร ชิโนบุจดจ่อกับการต่อสู้ ก่อนจะเคลื่อนย้ายตัวเองไปด้านหลังแล้วตวัดดาบลงหลังคอหมายจะปลิดชีวิต

          เด็กสาวอสูรเพียงย่อตัวลงอย่างรวดเร็วก่อนที่ช้อนพรวนดินที่จะแนบเข้าที่ลำคอของชิโนบุอย่างไม่ทันตั้งตัว “รุกฆาต”

          ชิโนบุหดตัวออกจากช้อนพรวนดินนั้นก่อนจะตวัดดาบไปโดนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว หยาดเหงื่อเกาะบนใบหน้าสวยที่กำลังขมวดคิ้วเคร่งเครียด

          สิ่งที่เธอกลัวเป็นจริงเสียแล้ว

          อสูรที่อายุราวพันปี ผู้ที่คอยอาศัยเปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆ จนหาจับตัวได้ยาก ไม่อยากคิดเลยว่าหล่อนจะมาที่นี่

          “การเคลื่อนไหวใช่ได้ น่าชื่นชม”แล้วเสียงราวกับชามที่ค่อยๆแตกก็ดังขึ้น มันดังออกมาจากใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นก่อนที่หน้ากากที่เชื่อมติดกับผิวหนังของเธอจะแตกออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เป็นหลุมกลวงลึกราวกับหลุมบนดวงจันทร์ เป็นใบหน้าที่ถูกควักออกไปทั้งดวงตา จมูก ริมฝีปาก เป็นใบหน้ากลวงที่น่าสะอิดสะเอียนราวกับฝันร้ายที่ไม่สิ้นสุด ความกดดันจากร่างเล็กนั้นพยายามกดเธอให้ไม่สามารถขยับดาบได้

          กิยูรีบเข้ามาถีบเด็กสาวอสูรนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ไม่ใช่ว่าเขาไม่กลัวแต่ลางสังหรณ์ของเขากำลังบอกว่าชิโนบุกำลังตกอยู่ในอันตราย แม้เขาจะเชื่อใจเรื่องฝีดาบของเธอก็ตาม

          “โอ้ย โอ้ย เจ็บจัง”เสียงเสแสร้งดังขึ้นก่อนที่แขนที่ถูกชิโนบุฟันจะงอกออกมาใหม่ เธอยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ถูกเตะเบาๆ ก่อนจะหันควับมาที่กิยูและทันจิโร่ ช้อนพรวนดินในมือของเธอกลับกลายมาเป็นพัดอีกครั้งก่อนจะพัดทั้งคู่กระเด็นหายไปในใกล้ๆกับรูปปั้นพระจิโซ ด้วยแรงกระแทกมหาศาลทำให้สลบทันที

          ชิโนบุจ้องมองกิยูและทันจิโร่กระเด็นออกไปด้วยแววตาเจ็บปวด ความหวาดกลัวทำให้เธอไม่อาจขยับเขยื้อนได้ดั่งใจนึก ร่างเล็กๆนั้นค่อยๆเดินเข้ามาก่อนที่จะมีเสียงที่ไม่รู้ว่าออกมาจากส่วนใดของใบหน้านั้น

          “เพื่อถวายใบหน้าให้กับเทพเจ้า” พลันเหมือนมีแรงกดดันที่ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ ชิโนบุกัดปากตัวเองจะเลือดออก พยายามเรียกสติแต่ก็ไม่เป็นไร แรงอาฆาตที่มีแรงศรัทธาบางอย่างอัดเธอให้นั่งอยู่กับที่ อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

          “ใช่ เทพเจ้าที่ว่าก็คือฉันเองเนี่ยแหละ ฮ่าๆ ”แล้วช้อนพรวนดินโลหะก็กลับมาอีกครั้ง ชิโนบุพยายามเปล่งเสียง แต่อีกฝ่ายก็เงื้อมือขวาขึ้นสูงที่มีช้อนพรวนดินกำแน่นอยู่ในมือนั่น

          จากนั้น

          เสียงที่คล้ายกับคนขุดดินก็เริ่มขึ้น ช้อนพรวนดินนั้นจ้วงเข้าที่ใบหน้าของชิโนบุอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสกำลังแล่นตรงเข้าสู่โสตประสาททั้งปวง ช้อนนั้นจ้วงลึกเข้ามาก่อนจะดึงออกไปแล้วจ้วงลงมาอีกครั้ง เสียงครวญครางดังแผ่วเบาลงทุกครั้ง จนกระทั่งช้อนนั้นล้วงลึกไปถึงกระโหลกของเธอ เพื่อพยายามควักใบหน้าออกมาให้ได้ หน้าของเธอจึงถูกแทงลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สีแดงสดของโลหิตไหลอาบร่างเล็กของหญิงสาวตระกูลแมลง เสื้อคลุมสีขาวสะอาดที่มีลวดลายของปีกผีเสื้อเปียกชุ่มไปด้วยเลือด พร้อมกับเสียงหัวเราะเสียสติของผู้ที่กำลังสังหารชีวิตคนเบื้องหน้า

          ขณะที่กำลังถูกช้อนพรวนดินแทงมาจนถึงคาง ชิโนบุก็ไม่สามารถกระดิกตัวได้อีกต่อไป จนกระทั่งใบหน้าของเธอแยกออกจากร่างได้สำเร็จ ของเหลวหนืดสีแดงคล่ำติดยืดออกไปพร้อมกับใบหน้าของเธอ อสูรสาวยิ้มกรุมเพียงลำพังก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

          “ใช่ ฉันคือดมบุริซังยังไงล่ะ”

 


          คานาโอะสะดุดขาตัวเองลงไปนอนกองกับพื้น เธอรู้สึกใจไม่ดีมาตั้งแต่เห็นเจ้าอสูรที่เป็นเด็กผู้หญิงคนนั้น คล้ายลางสังหรณ์บางอย่างที่เลวร้ายมากๆ กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงจะอยากอ้วกนั้นทำให้เธอไม่ค่อยมีสมาธิในการต่อสู้ อีกทั้งสองคนตรงหน้าเธอก็กำลังอ่อนเพลีย เพราะไม่ว่าจะโจมตีแบบใดก็ไม่สามารถทำอะไรเทพธิดาร่มได้เลย

          “หมดเวลาเล่นแล้ว”อีกฝ่ายกล่าวออกมาสั้นๆ ก่อนจะกางร่ม “ข้าขอให้ฝน ตก ลง มา เป็น สาย เลือด”แล้วเอ่ยคำสั่งแสนหวานกับท้องฟ้าเบื้องบน สักพักเมฆก็เริ่มก่อตัวขึ้นก่อนที่เม็ดฝนจะโปรยปรายลงมา

          เทพธิดาร่ม แต่เดิมก็คือผู้ที่คอยบันดาลฝนให้ตกลงมาเพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้ ไม่นึกเลยว่า เธอจะใช้มันในการต่อสู้ด้วย

          ไม่นานนักฝนที่ตกลงมาก็เป็นเหมือนเข็มที่มองไม่เห็นทิ่มแทงทั่วร่างกายของทั้งสามคน คานาโอะที่อยู่ใกล้เรือนศาลเจ้ามากที่สุดจึงดึงอีกสองคนให้เข้ามาหลบอยู่ด้านใน

          “ข้าน่ะ ชอบฤดูฝนนะ โดยเฉพาะฝนที่หนาวเหน็บเข้าไปทิ่มแทงหัวใจใครๆ ก็ได้”เทพธิดาร่มเอ่ยออกมาด้วยเสียงเรียบ เธอยืนกลางสายฝนพร้อมกับกางร่มสีแดงสดเอาไว้ด้วย สภาพของคนที่นอนสลบรอบๆลานพิธีรอยเลือดไหลซึมออกมา ทั้งสามคนจ้องมองร่างเหล่านั้นก่อนจะรู้ทันทีเลยว่าพวกเขาได้เสียชีวิตลงแล้ว

          “ขอบคุณสำหรับอาหาร”

          เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลียริมฝีปาก “รูปปั้นน่ะก็เหมือนตุ๊กตาประเภทหนึ่ง”แล้วเธอก็ค่อยๆ เดินมาทั้งสามคน “ที่กลวงเปล่ากลวงเปล่าทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นความว่างเปล่าที่เชื่อมโยงกับความตาย”

          จากนั้นเธอก็หุบร่มก่อนจะมาปรากฏตัวด้านหลังของทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว “และคนที่ต้องตายก่อนก็คือเจ้า!

          ไม่ทันได้ยกดาบขึ้นปกป้องตัวเอง ศีรษะของคานาโอะก็หลุดออกจากบ่า ด้วยดวงตาเบิกโพลงแทบจะถลนออกมา เลือดสีแดงพุ่งออกมาอาบร่างและใบหน้าของอีกสองคนที่กำลังจ้องมองตาค้าง ปากของทั้งคู่บิดเบี้ยว ภาพตรงหน้าของพวกเขาเป็นเหมือนฝันร้ายจากขุมนรก ริมฝีปากของเทพธิดาร่มยกยิ้ม ในขณะที่หัวของเด็กสาวที่มีเครื่องประดับเป็นผีเสื้อกำลังกลิ้งไปตามพื้น ราวกับลูกฟุตบอลก็มิปาน ท่ามกลางฝันร้ายที่เกินจะจินตนาการถึงนั้น เสียงร้องโหยหวนดังก้องทั่วราตรีที่กำลังคืบคลานเข้ามาช่างไร้ความปรานี

 

          ทันจิโร่ฟื้นคืนสติมาก่อนเป็นคนแรก เขาพบว่าตัวเองยังคงนั่งพิงรูปปั้นพระจิโซอยู่ เขาเห็นว่ามีฝนตกลงมาแต่ตัวของเขากลับไม่มีหยาดน้ำเลยแม้แต่นิดเดียว

          “ตื่นแล้วเหรอ”เสียงเล็กๆ จากร่างนั้นดังขึ้น ทันจิโร่ตัวแข็งทื่อ แล้วเขาก็พยายามมองหาร่างของผู้หญิงที่มาช่วยเขาคนนั้น

          “ถ้าอยากหาพี่สาวคนนั้นล่ะก็ มองขึ้นด้านบนสิ”หญิงสาวคนนั้นยังคงยิ้มแย้ม ทันจิโร่งุนงงกับประโยคเมื่อครู่ ท้องฟ้าเริ่มเข้าสู่ช่วงพลบค่ำแล้ว แสงสว่างเพียงน้อยนิดทให้สายตาของเขาพร่ามัว แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปรูปปั้นของพระจิโซดีๆ เขาก็ถึงกับยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ ก่อนจะพูดตะกุกตะกักด้วยความช็อค

          “อะอะ….อะ”

          ใบหน้าที่เคยเป็นหลุมกลวงนั้น บัดนี้ได้มีใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นจ้องเขม็งกลับมาที่เขา  ภาพอันน่าสยอดสยองนี้ทำให้ทันจิโร่ถอยออกห่างจากรูปปั้น

          “คะคุณ”

          “ฝากบอกคา..นาโอะด้วยว่าฉัน”แต่ใบหน้ายังคงมีชีวิต ทันจิโร่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้

          “ฉันดีใจ….ที่เราได้เป็นครอบครัว” เขาเผลอพยักหน้าตามสัญชาตญาณ ก่อนที่ใบหน้าของชิโนบุจะแย้มยิ้มแล้วค้างอยู่แบบนั้น ทันจิโร่นั่งนิ่ง ประสาทการรับรู้ของเขากำลังแปรปวร ทั้งกลิ่นเหม็นเน่า กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นของชีพจรที่ค่อยๆแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เสียงเคาะพัดดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เด็กสาวคนนั้นจะมายืนเบื้องหน้าของเขา

          “เอาล่ะ ท่านผู้นั้นอยากได้หัวของนายกับคนนี้มาก ฉันจะตัดหัวไปเลยมั้ยหรือเอาตัวพวกนายไปทั้งแบบนี้ดีน้า?”แล้วเธอก็ทำท่าครุ่นคิด “ช่วยเลือกให้หน่อยสิ ฉันน่ะ ชอบให้เหยื่อคนสำคัญเลือกความตายเสมอเลยนะ”

          “ท่านทำอะไรน่ะ?”เสียงของหญิงอีกคนดังขึ้น เทพธิดาร่มกลับมาพร้อมกับร่างที่เปียกโชกไปด้วยเลือด สายฝนของเธอกำลังชำระล้างเลือดนั้นอย่างช้าๆ “เขาเป็นเหยื่อของข้า”

          “เหรอ?”เสียงหงุดหงิดราวกับเด็กเอ่ยขึ้น “เจ้าทำงานช้าจนฉันต้องลงมา

          “ท่านแค่อยากเล่นสนุกเท่านั้นแหละ คิดว่าแค่นี้ข้าจะจัดการไม่ได้หรือไง?”เทพธิดาร่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะชี้นิ้วมาทางทันจิโร่ “แล้วเขาก็ห้ามตายจนกว่าจะถึงมือท่านผู้นั้น” เด็กสาวพองแก้มด้วยอาการไม่พอใจก่อนจะเชิดหน้าหนี

          “ก็ได้” แล้วเธอก็วางมือจากทันจิโร่ ก่อนจะหายตัวไป

          “เอาล่ะ มาจบเรื่องนี้กันดีกว่า”เทพธิดาร่มสาวเท้าเข้ามาใกล้ทันจิโร่ ด้วยอาการช็อคยังไม่หายทันจิโร่จึงทำได้เพียงขยับตัวหนีอย่างไร้ทางสู้ “แล้วข้าก็จะได้กลับไปเป็นมนุษย์อีก…..

          ทันจิโร่จับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของอีกฝ่าย เขาจึงพยายามเอ่ยปากขึ้น “คิดว่าทำแบบนี้แล้วคนๆนั้นจะทำให้คุณกลับไปเป็นมนุษย์อีกเหรอครับ?”

          ” อีกฝ่ายหยุดกึก ก่อนที่ทันจิโร่จะแอบชายตามองไปยังรูปปั้น กิยูได้สติกลับคืนมาแล้ว เขากำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ทันจิโร่รับรู้ได้ทันที เขาจะต้องถ่วงเวลาอีกฝ่าย ให้ได้มากที่สุด

          “คุณก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อน อย่างนั้นเหรอครับ?”แล้วยิงคำถามแทงใจเข้าไปเต็มๆ เทพธิดาร่มกำด้ามร่มแน่น ก่อนจะค่อยๆเดินช้าๆ

          “เจ้า..จะไปรู้อะไร การเป็นปีศาจ เป็นตัวน่ารังเกียจ มีแต่คนด่าทอ นินทาและจ้องทำร้ายข้าข้าต้องกินเนื้อมนุษย์

          ทันจิโร่เอ่ยอีกครั้ง เขาพยายามรวบรวมความกล้า แล้วเอ่ยตอบอีกฝ่าย

          “แต่คุณก็ไม่ควรต้องฆ่าใคร..

          “มันมีหนทางเดียว!

          อีกฝ่ายขึ้นเสียงดัง ก่อนจะเงื้อมือที่ถือร่มสีแดงขึ้น “ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”

          แล้วทันจิโร่ก็ได้เห็นใบหน้าของเธอ ใบหน้าของเธอก่อนที่จะถูกควักออกไป ใบหน้าที่กำลังหลั่งน้ำตาและเศร้าโศกเสียใจอย่างถึงที่สุด

          แล้วคมดาบของชิโนบุก็ปักเข้ากลางลำคอที่เทพธิดาร่ม เธอทำหน้าตื่นตระหนกก่อนที่หัวของเธอจะตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง ร่มสีแดงตกลงกระแทกเสียงดัง กิยูกระชากดาบออกจากลำคอนั้นก่อนจะหอบหายใจหนัก ร่างของเทพธิดาร่มเริ่มสลายหายไปในอากาศ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูราวกับโล่งใจ

          “อ่า แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน

          “จบแล้วสินะ”กิยูเอ่ยเสียงเบา เขาจ้องมองทันจิโร่ที่ยังมีชีวิตอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนที่เงามืดบางอย่างจะก่อตัวด้านหลังของทันจิโร่ กิยูรีบวิ่งไปผลักทันจิโร่ออกก่อนที่เงาดำนั้นจะแทงทะลุร่างของเขา ฝ่ามือที่มีเล็บยาวแทงทะลุเนื้อปักถึงหัวใจ

          ดาบชิโนบุตกข้างลำตัว กิยูเอ่ยเสียงดัง

          “ตอนนี้แหละทันจิโร่ แทงทะลุฉันเข้ามา อั่ก”พร้อมกับที่ทันจิโร่หยิบดาบนั้นขึ้นมา มือไม้สั่นจับดาบไม่มั่นคง เจ้าของดวงตาสีแดงสดมองการกระทำของกิยูก่อนจะพยายามดึงมือที่แทงอกกิยูออกแต่กิยูกลับจับมือนั้นไว้แน่นราวกับล็อคไม่ให้ไปไหน

          “ทันจิโร่!”แล้วทันจิโร่ก็หลับตาแน่นแทงดาบของชิโนบุเข้าไปผ่านร่างของกิยูทะลุถึงอีกฝ่าย

          กิยูกระอักเลือดออกมา ดวงตาสีแดงสดจ้องมองหน้าของเขาก่อนจะแย้มยิ้ม “ยอมเสียสละตัวเองแบบนี้ เธอนี่รักทันจิโร่จริงๆนะ”แล้วเขาก็ดึงมือออกก่อนจะคว้าร่างของกิยูเอาไว้ไม่ให้ล้ม แล้วหันมาจ้องมองทันจิโร่ที่ยังคงกุมดาบเอาไว้ กิยูกำดาบแน่นเพื่อให้แทงอีกฝ่าย จนกว่า

          “ดาบลงยาพิษฆ่าอสูรแค่นี้ ทำอะไรฉันไม่ค่อยได้หรอกนะ”

          กิยูทำหน้าตื่นตระหนก และด้วยความเสียเลือดมาก เขากำลังหมดสติลงและกำลังจะตายในไม่ช้า

          “ฉันขอตัวเขาไปแล้วกัน” ดวงตาสีครามของกิยูหันมาสบตาครั้งสุดท้ายกับทันจิโร่ รอมยิ้มจางยกขึ้นที่มุมปาก

          ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องนาย..แม้กระทั่งเสียสละตัวเองเพื่อนายก็ตาม

          “แต่..ถ้าอยากได้ตัวเขาคืน” อีกฝ่ายยกร่างของกิยูขึ้นอุ้ม คมดาบหลุดออกจากร่างชายคนนั้นแล้ว แต่รอยแผลยังไม่สามารถสมานตัวได้จากฤทธิ์ของยาพิษ ก่อนจะหันมาเอ่ยกับทันจิโร่ที่กำลังพยายามเอื้อมมืออีกข้างมาคว้าร่างของกิยู “ก็มาหาฉัน

          “อีกอย่างเผื่อนายไม่รู้ ฉันชื่อคิบุทสึจิ มุซัน คราวหลังก็จำให้ได้ด้วยล่ะ คามาโดะ ทันจิโร่”

          ร่างของมุซันและกิยูหายวับไปในเงามืดของราตรี ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงมาตรงหน้า เมื่อปล่อยมือที่กำลังสั่นออกจากดาบ ความเจ็บปวดภายในกระชากสติเขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงดาบที่ตกกระทบพื้นทำให้ทันจิโร่ยกมือขึ้นกุมอกตัวเอง หายใจหอบอย่างหนักหน่วงด้วยความอึดอัด น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาไหลพรากออกมาไม่ยอมหยุด ดวงตาที่ถูกอาบด้วยเลือดจนทิวทัศน์รอบข้างเปลี่ยนเป็นสีแดง อาการช็อคติดต่อกันทำให้เขาเริ่มจะเป็นบ้า ก่อนจะกรีดร้องราวกับคนจะเป็นจะตายที่แบกรับขุมนรกทั้งหมดเอาไว้เพียงผู้เดียว

 

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น

          แม้ลมฤดูร้อนจะพัดผ่านทันจิโร่ไปแต่มันกลับเย็นเยือกจับขั้วหัวใจ แสงสุดท้ายที่เขาเห็นมีเพียงท้องฟ้าสีส้มแดงและความแน่วแน่บางอย่างปรากฏในแววตา เท้าสองข้างชิดอยู่ริมขอบดาดฟ้าโรงพยาบาลจิตเวช เป็นอีกครั้งที่เขาได้มองเห็นทิวทัศน์เมืองด้านล่างจากที่สูงแบบนี้ แต่ข้างกายของเขา ไม่มีเขาคนนั้นอยู่อีกต่อไปแล้ว

          พลางก้มลงมองนาฬิกาที่เข็มสั้นชี้ไปที่เลข 4 เลขที่บอกเวลาสี่โมงเย็น อะไรจะประจวบเหมาะขนาดนี้นะ

          แล้วเขาก็นึกถึงเจ็ดเรื่องสยองขวัญในโรงเรียนที่มักจะถูกกล่าวขานเป็นตำนานบ่อยๆ ที่ฟังจนเบื่ออย่างเรื่อง “ถ้าขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วได้ยินเสียงอีการ้อง ตอนกลับเข้ามาในอาคารให้ก้าวเท้า

          เท้าซ้าย? หรือเท้าขวา?นะ เขาจำไม่ค่อยได้แล้วสิ

          เสียงอีการ้องเหมือนกับวันนั้นอีกครั้ง

          แต่มันจะสำคัญอะไรอีกล่ะ ทันจิโร่จ้องมองลงไปเบื้องล่างอีกครั้ง แล้วเขาก็ก้าวออกไปด้วยเท้าขวา

          “แล้วฉันจะไปหาแก คิบุทสึจิ มุซันเพื่อเอาคุณกิยูกลับมา!!”

 

 


แวะคุยเล็กน้อย

        โอ้ย ยอมรับเลยว่าแต่งยากมากๆ ค่ะ (Bad End) การทำร้ายตัวละครที่รักนี่เป็นอะไรที่หดหู่ใจจริงๆค่ะ ฮือ (ไหนใครบอกอยากลองแต่ง) สำหรับใครที่ไม่ทราบนะคะ ตอนที่น้องทันบอกว่าเลข 4 ตรงกับความเชื่อของคนญี่ปุ่นค่ะ เลข 4 จะออกเสียงว่า “ชิ” () ซึ่งออกเสียงเหมือนกับคำว่า “ชิ” () ที่หมายถึง “ความตาย” และใช่ค่ะ ตอนสุดท้ายน้องกระโดดตึกฆ่าตัวตายเพื่อไปหามุซันค่ะสำหรับเราแล้วการฆ่าตัวตายเป็นอะไรที่หดหู่มากๆ และ(ฮั่นแน่ต้องมีคนคิดว่ามีภาคของ มุซัน X น้องทันแน่ๆ ) ใช่ค่ะ อาจจะมีแต่คงเป็นตอนสั้นๆ เพราตอนนี้ไรท์เปิดเทอมแย้ว อาจจะมาเพิ่มในนี้หรือเป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องเลย (แต่ถ้ามีฉากรุนแรงอาจจะไปลงที่อื่นแทนนะคะ) 

 

     
Z y c l o n
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

265 ความคิดเห็น

  1. #214 kbrrcngkeux (@kbrrcngkeux) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:54

    ไรท์จ่ายค่ารักษาตับกับใจที่บอบบางของเราด้วยค่ะ รับบ่ได้*^*

    #214
    1
    • #214-1 Chatora_ชาชา (@MamoyaKiseki) (จากตอนที่ 11)
      9 ตุลาคม 2562 / 20:17
      จ่ายด้วย Haapy End นะคะ อิอิ โอ๋ๆ เดี๋ยวชาจะดูแลรักษาใจให้นะคะ
      #214-1
  2. #143 แฟรี่พาซ่าพระราม4 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 14:02

    55555 ฉันชอบพี่กิยู 55555

    #143
    0
  3. #102 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:25
    มุซันทันหรอคะ สนใจมากๆ ชอบอ่าาา
    #102
    1
    • #102-1 Chatora_ชาชา (@MamoyaKiseki) (จากตอนที่ 11)
      14 กันยายน 2562 / 00:46
      สามารถติดตาม มุซัน x น้องทันได้ทางฟิค [FIC] SF/OS : KIMETSU NO YAIBA เป็นอีกเรื่องที่ชาทำแยกไว้ได้เลยนะคะ //ขายของเก่งงง
      55555555
      #102-1
  4. #48 vkpNmb9pN (@vkpNmb9pN) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 11:12
    ไม่เอาแบบนี้!!!!!!!!!!
    #48
    1
    • #48-1 (@MamoyaKiseki) (จากตอนที่ 11)
      23 สิงหาคม 2562 / 23:22
      ย้อนกลับไปฮีลใจด้วย Happy End ได้นะคะ อิอิ
      #48-1
  5. วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 15:36
    ไม่นะตับ.....ฮืออออออ ท่านกิยู๊!!!!T T//ซับน้ำตาล่ะไถลกลับไปอ่านตอนจบแบบแฮปปี้เพื่อฮีลตับ
    #41
    0
  6. #39 Megalodox (@bewtylove575) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:20
    แง้ว เเอบไตพัง จะรอนะคะ เราพึ่งได้มาอ่านขอเม้นรวดเดียวเลยนะ;---; สนุกมากๆเลยฮะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้แต่งคู่นี้อีกหลายๆเรื่องเลย เเล้วเราจะคอยติดตามนะคะ!♡ ไม่รู้มีคนชิปคู่นี้เยอะมั้ยแต่เราชิปหนักมากกกก fanart คือหนทางสู่นิพพานจริงๆคู่นี้5555555555
    #39
    6
    • #39-5 Chatora_ชาชา (@MamoyaKiseki) (จากตอนที่ 11)
      23 สิงหาคม 2562 / 06:14
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่าาาา และก็ขอบคุณที่คอยติดตามนะคะ
      #39-5
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #36 Tenyacha1130 (@Tenyacha1130) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 22:01
    รอ มุซันกับน้องทัน
    #36
    1
    • #36-1 (@MamoyaKiseki) (จากตอนที่ 11)
      24 สิงหาคม 2562 / 00:20
      ชาแต่งแล้วนะคะ!!
      #36-1
  8. #35 ฟรอเซ่ (@0929527360) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:30

    อ้ากกกก ไตพังไตพางงงงง ปวดตับสุดยอด (ก็บ้าแล้ววว!!) รออ่านอีกอยุ่เด้อ
    #35
    0
  9. #34 ึุััsuper cat (@bloodc) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 23:59
    เป็นตอนจบที่เจ็บปวดหัวใจมากค่ะ ฮืออออ สงสารทุกคนเลย;-;
    #34
    0