[Fic] Kimetsu No Yaiba : Tomioka Giyuu X Kamado Tanjirou [รักหนึ่งครั้ง จดจำตลอดกาล]

ตอนที่ 15 : SF : D R E A M เทศกาลครั้งที่ 7.1 ฝันที่ไม่เคยบอกใคร (2/?) NC

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    12 ก.ย. 62


          

          ทันจิโร่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบลอยละล่องทั่วทุกสารทิศ เมื่อครู่เขาเพิ่งเห็นโทมิโอกะ กิยูอยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะสลายหายไปราวกับผงฝุ่น แต่เมื่อกลิ่นกุหลาบลอยแตะจมูกเขา ภาพในฝันเขาก็เปลี่ยนไป เขาพบว่าตัวเองอยู่บนผืนน้ำแห่งชลาลัยสุดลูกหูลูกตา

          เมื่อมองเงาสะท้อนของตัวเองบนแผ่นน้ำใส เขาก็เห็นร่างๆหนึ่งยืนข้างหลังเขา เป็นเงาสะท้อนของคนที่เพิ่งหายไปเมื่อกี้ เขารีบหันกลับไปหาร่างนั้นแต่กลับพบแต่เพียงความว่างเปล่า เงาที่สะท้อนผิวน้ำก็หายไปก่นอจะมีแรวบางอย่างสะกิดเบาๆ ที่ไหล่ด้านขวาของเขา

          “หันมาทางนี้” เสียงอ่อนนุ่มที่ทำให้ทันจิโร่รู้สึกอยากร้องไห้ น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์นั้น ก่อนที่แรงจากด้านหลังจะจับตัวของทันจิโร่หันไปหาเขาแล้วก้มลงจนหน้าของทั้งคู่ใกล้ชิดมากจนกระทั่งได้ยินเสียงหายใจ

          “อ๊ะคุณ”

          “ชู่ว”

          นิ้วเรียวสวยยกขึ้นแตะริมฝีปากทันจิโร่เบาๆ ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก

          “ฉันกลับมาหานายแล้วนะ”

          ใช่ คนตรงหน้าคือคนที่เขาโหยหาและไขว่คว้ามาตลอด

          อย่างน้อยๆในความฝันนี้เขาก็อยากจะมีความสุขที่สุดกับคนที่เป็นรักแรก

          น้ำตาเอ่อล้นทั้งสองข้างช่วงนี้เขาช่างขี้แยเสียจริง มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาคนตัวเล็กกว่าก่อนที่ปลายจมูกจะชนเข้ากับพวงแก้มนุ่มเนียนของทันจิโร่แล้วถอนริมฝีปากออกอย่างนุ่มนวล

          “ฉันกลับมาแล้ว” แล้วเอ่ยเสียงราวกับจะย้ำเตือนลงไปลึกถึงจิตใจว่าเขาได้กลับมาหาอีกฝ่ายแล้วจริงๆ

 

 




            “หิว” เสียงทุ่มลึกของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนายเหนือหัวแห่งรัตติกาลดังขึ้น บิดาแห่งอสูรจ้องมองหนังสือในมือก่อนจะปิดลง เพียงแค่คำสั้นๆของเจ้านาย เหล่าอสูรที่กำลังทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆก็รีบหันมาให้ความสนใจทันที ภายในร้านขายของปริศนาแห่งนี้ที่จู่ๆ คิบุทสึจิ มุซันซื้อมาเพื่อเก็บของแปลกๆ นับศตวรรษ

          “มุจัง หิวเหรอ?”อสูรตนที่แอ๊บเป็นเด็กถือพัดขึ้นมาโบกๆ ไปมาด้านหน้าของนายตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วอย่างงุนงน เธอละจากการเย็บตุ๊กตาผ้าหลากสีที่ใช้สำหรับสาปแช่งทิ้งไว้บนโต๊ะ ก่อนจะยักคิ้วใช้ความคิด ปกติแล้วเจ้านายของเธอไม่เคยบ่นว่า หิว มาก่อนเพราะเขามักจะออกไปหาอะไรกินเองแล้วก็กลับมานั่งเก๊กท่าหล่อๆต่อหน้าลูกน้องตลอด

          “ท่านมุซันหิวเหรอ?”อาคาสะเอ่ยถามขึ้นบ้างก่อนทิ้งงานซ่อมแซมตะเกียงแก้วคริสตัลที่มุซันไปซื้อมาจากยุคสมัยหนึ่งสักยุค แล้วหันมาถามเจ้าอสูรตัวเล็กที่มีเพียงแค่ฉายาว่า ดมบุริซัง ด้วยความสงสัยเช่นกัน ตอนนี้อสูรทุกตัว ณ ที่แห่งนั้นกำลังสับสนงุนงงว่าเจ้านายตัวเองต้องการอะไรจากคำบอกเล่าสั้นๆนั้นกันแน่

          “ดมบุริก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหิวอะไร”ก่อนจะแทนตัวเองว่าดมบุริแล้วตอบกลับอสูรหนุ่มอาคาสะ ก่อนจะชายตามองอสูรอีกตนที่น่าจะพอรู้เรื่องเกี่ยวกับเจ้านายมากที่สุด

          “โคคุจัง

            “ข้าไม่ทราบ” ดมบุริเบ้หน้าใส่ ก่อนจะทำหน้าเบื่อๆ “ภรรยามุจังล่ะ”

          “ท่านไม่อยู่”

          ก็นึกว่าจะหิวเนื้อมนุษย์ขึ้นมาอะไรแบบนี้ เพราะภรรยาของมุซันน่ะเกินความคาดหมายของคำว่ามนุษย์ไปมากแล้ว เธอจึงเป็นเหมือนคนรักและอาหารของมุซันตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากร่างกายของเธอคนนั้นสามารถซ่อมแซมได้ด้วยตัวเองราวกับเวทมนต์ก็มิปาน

          พลันมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง “ดมบุริ

            มุซันเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะเหม่อมองเพดานไม้ที่สลักลวดลายไว้อย่างสวยงาม ดมบุริที่ได้ยินชื่อของตัวเองก็ทำหน้าตื่นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปขอความชัดเจนจากประโยคเมื่อครู่จากอสูรอีกสองตน ทั้งคู่พยักหน้าหงึกหงัก พยักหน้านั้นหมายความว่าให้เธอตัดชิ้นส่วนอวัยวะส่วนใดก็ได้เพื่อให้มุซันกิน เรื่องแค่นี้น่ะจิ๊บๆ ว่าแล้วเธอก็เปลี่ยนพัดเป็นช้อนพรวนดินก่อนจะสะบัดลงที่ข้อพับแขนข้างซ้ายขาดทันที เลือดสีแดงสาดกระเซ็นจนโคคุชิโบต้องยกร่มขึ้นมากางกันเลือดกระเด็นให้กับมุซันที่นั่งอยู่

          เกือบโดนแล้วมั้ยล่ะ เดี๋ยวเสื้อที่เขาอุตส่าห์รีดให้เรียบมาตั้งนานที่ท่านมุซันใส่อยู่ก็เปื้อนเลือดพอดี

          มันซักออกยาก!!

          “มาแล้วจ้า” แล้วยื่นแขนที่ขาดข้างนั้นให้ด้วยสีหน้าสบายๆ มุซันละสายตาจากเพดานห้องก่อนจะยักคิ้วด้วยความงงเล็กน้อยกับการกระทำของผู้อยู่ใต้อาณัติของตน

          “ทำอะไรน่ะ ตัดแขนตัวเองทำไม?”

          “ก็มุจังบอกว่าอยากกินดมบุริ” ดมบุริส่ายแขนข้างที่ขาดไปมา แขนข้างที่ขาดงอกกลับมาใหม่สมบูรณ์แล้ว

          “ไม่ๆ”มุซันโบกมือปฏิเสธในอากาศก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น

          “ดมบุริ* ข้าวหน้าเนื้อน่ะ” (*ดม หมายถึง ถ้วย 'ดมบุริ' คือ ข้าวหน้าต่างๆ เป็นอาหารจานเดียว และจัดอยู่ในอาหารประเภท คอมฟอร์ทฟู้ด (Comfort Food) คือ กินง่าย สะดวก อิ่มทั้งกายและใจ)

          เสียงหน้าแตกดังเพล้ง เพล้ง เพล้ง สามหน้าดังขึ้นภายในใจ ความรู้สึกหน้าแตกมันเป็นแบบนี้นี่เอง อสูรสามตนมองหน้ากันไปมาด้วยอาการเลิ่กลั่กก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          “ข้าวหน้าเนื้อ สี่ทุ่มแบบนี้ยังมีร้านเปิดอยู่มั้ย?” มุซันเอ่ยถามอีกครั้ง มองผ่านๆก็รู้แล้วว่าหิวข้าวหน้าเนื้อมาก

          ดมบุริหัวเราะร่า “สั่งเดลิเวอร์ลี่ก็ได้ค่ะ ฉันรู้จักร้านที่เปิดยันตีห้าอยู่ ” ก่อนจะโยนนามบัตรบัตรหนึ่งให้กับอาคาสะ

          อาคาสะรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที “ท่านมุซันจะเอาหน้าอะไรบ้างครับ?”

          กิวดง(ข้าวหน้าเนื้อวัว) คัตซึดง(ข้าวหน้าหมูชุปแป้งทอด) ไคเซ็นดง(ข้าวหน้าปลาดิบ) อุนะดง(ข้าวหน้าปลาไหลย่าง)”

          อาคาสะทำหน้าค้างคาโทรศัพท์ที่ถือเอาไว้ “อ่า

          “ชงชาเกียวกุโระ*ให้ด้วย” (*เป็นชาที่คนญี่ปุ่นถือว่าเป็น King of Japanese green tea เพราะเป็นชาพิเศษที่มีไว้สำหรับรับแขก หรือเป็นของขวัญเท่านั้น ไม่ใช่ชาที่กินในชีวิตประจำวัน ก่อนการเก็บเกี่ยวใบชา จะมีการคลุมต้นเพื่อลดแสงลง ทำให้ใบชามีสีเขียวสดขึ้น มีความขมฝาดน้อย)

          “ครับ..”เป็นโคคุชิโบที่ตอบรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะหายเข้าไปในโซนห้องครัว จากนั้นอาคาสะก็รีบออกไปโทรศัพท์สั่งอาหารด้านนอกตามที่เจ้านายต้องการทันที

          “ดมบุริไม่สิ ซายาโนะ เก็บกวาดเลือดก่อนที่ข้าวฉันจะมาด้วย”

          ชื่อจริงของอสูรดมบุรินั้นมีเพียงแค่มุซันเท่านั้นที่รู้ เธอกรอกตาไปมาราวกับขี้เกียจทำงานเบื้องหน้าแต่จะให้ขัดคำสั่งก็กลัวว่าหัวตัวเองจะขาดก็วันนี้

          “ค่า ค่า มุจัง” และก็มีเพียงไม่กี่คนที่มุซันยอมให้เรียกชื่อด้วยความสนิทเช่นนี้เหมือนกัน นอกจากภรรยาแสนรักของเขาแล้วก็คืออสูรสาวตนนี้นี่แหละ

          เพราะจริงๆแล้ว ก่อนหน้านั้นเธอไม่ได้เป็นมนุษย์มาก่อน การที่เขาเสียสละเลือดของตัวเองเพื่อให้เธอคนนี้กลายมาเป็นอสูรนั้นมีข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน และนั้นก็เป็นหนึ่งในความลับที่เขาก็ไม่บอกให้ใครรู้เช่นกันแม้กระทั่งภรรยาของตัวเอง


          



          “คุณกิยู” ทันจิโร่เอื้อมมือขึ้นแตะใบหน้าอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีไวน์แดงจ้องมองดวงตาสีครามที่ลึกล้ำเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ พลันเมื่อมีแสงสว่างวาบเข้าดวงตา สถานที่ที่เขาทั้งคู่ยืนอยู่ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นห้องๆ หนึ่งที่มีลักษณะเหมือนบ้านเล็กๆ ที่เรียบง่ายและหรูหราอย่างมีสไตล์

          กิยูละออกจากตัวเขาก่อนจะเดินหายลับเข้าไปในห้องอะไรสักอย่าง ทันจิโร่เดินตามพลางสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด แค่ได้เจอหน้าของอีกฝ่าย ใจเขาก็แทบจะเต้นทะลุออกมาจากอกแล้ว

          “คุณกิยู เขาเอ่ยเรียกอีกฝ่าย ก่อนจะพบว่าห้องที่กิยูพาไปนั้นเป็นห้องนอนที่มีเตียงขนาดใหญ่สีน้ำเงินเข้ม ยังไม่ทันได้สงสัยอะไรอีก กิยูก็คว้าแขนของทันจิโร่ไปก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากและสวมกอดทันที ทันจิโร่หายใจไม่ทันตามแรงจูบของอีกฝ่ายที่ช่างเร้าร้อนและรุนแรงเสียเหลือเกิน เขาทำได้เพียงพยายามตวัดลิ้นไปมาตามการควบคุมของชายร่างสูง ก่อนที่เข่าจะอ่อนพร้อมทรุดลงกับพื้น แต่กิยูก็ตวัดขาของเขารับอีกฝ่ายเอาไว้อย่างทันท่วงที

          “แฮก คุณกิยู เดี๋ยว--- เมื่อได้โอกาสหายใจเขาก็รีบเอ่ยทักท้วงอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกปิดปากอีกครั้ง

          ทันจิโร่เริ่มน้ำตาคลอ ตัวเขาในตอนนี้ทั้งงุนงงและสุขสมเสียจนไม่อยากให้ห้วงเวลาแห่งนี้หายไป เขาจูบตอบอีกฝ่ายอย่างเชี่ยวชาญราวกับเรียนมา กิยูไม่พูดอะไรกับเขาเลย มีแค่จุมพิตลงประกบริมฝีปากของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แบบนั้น

          ไม่นานนักกิยูก็ดันทันจิโร่ลงบนเตียงนุ่ม เมื่อนั้นเขาถึงได้มีโอกาสพูดสักที

          “คุณกิยูครับ รอก่อน” ทันจิโร่เอ่ยเสียงดังพร้อมกับคว้าข้อมืออีกฝ่ายที่กำลังจะปลดกระดุกเสื้อบนสุดของเขา “รอก่อนครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

          อีกฝ่ายหยุดการกระทำทั้งหมดลงก่อนจะนั่งคร่อมอีกฝ่าย รอยยิ้มที่ดูมีเลศนับนั้นทำให้ทันจิโร่สับสนอีกครั้ง

          “ว่ามาสิ”เสียงทุ่มลึกของกิยูเอ่ยขึ้น ทันจิโร่สบเข้ากับแววตาคู่นั้น

          “คุณยังไม่----เอ่อ---ตายเหรอครับ”

          “ตายแล้ว แต่ฉันยังมีชีวิตอยู่ในนี้”ก่อนที่นิ้วชี้เรียวจะจิ้มลงบนหน้าอกข้างซ้ายของทันจิโร่แล้ววนนิ้วไปมาบริเวณนั้นจนรู้สึกจั๊กจี้ ทันจิโร่พยายามกลั้นอารมณ์เพราะจุดนั้นเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้เขามีอารมณ์ขึ้นมาและคนที่รู้ดีก็คือคนที่มีดวงตาสีฟ้าครามเบื้องหน้าของเขานี่แหละ

          “มีแค่ผมที่เห็นคุณงั้นเหรอครับ?”

          “แล้วนายคิดว่าไงล่ะ?”

          ทันจิโร่นิ่งเงียบ ก่อนจะพยายามเอ่ยปากถามอีกครั้ง “คือว่าตอนนั้นผมแทงคุณ---

            กิยูก้มลงจูบริมฝีปากอีกฝ่ายเร็วๆก่อนจะผละออก “ก็ฉันให้นายแทงเองนี่ เรื่องนี้อย่าโทษตัวเองเลย” ผมยาวเข้มสีดำไหลลงมาประใบหน้าของทันจิโร่ สะกดสายตาของเขาให้จ้องมองแต่ผู้ที่นอนคร่อมอยู่แต่เพียงผู้เดียว ดวงตาคมสวยสีฟ้าครามช่างมีเสน่ห์เย้ายวนเกินกว่าที่ทันจิโร่จะละสายตาออกจากดวงหน้านั้นได้

          “มีคำถามอีกมั้ย?”เสียงปนหงุดหงิดหน่อยๆที่ถูกขัดจังหวะก่อนหน้านั้นแผ่กระจายออกมาทางน้ำเสียงได้เป็นอย่างดี ทันจิโร่พยายามกลั้นขำ

          “งอนเป็นเด็กไปได้นะครับ คุณกิยู”ก่อนจะยกมือปิดปากเบาๆ กิยูนิ่วหน้าก่อนจะจัดการบีบจมูกเจ้าเด็กด้านใต้ของตัวเอง

          “ฉันมาหานายเพราะอยากมา เพราะงั้น

          ก่อนที่สติของฉันจะเลือนหายไปทั้งหมดด้วยฤทธิ์เลือดของเจ้านั้น

          ให้เขาได้ทำตามใจตัวเองสักหน่อยแล้วกัน

          “ผมจะสามารถเจอคุณกิยูในความฝันได้ตลอดเลยใช่มั้ยครับ” คำถามที่ดูไร้เดียงสานั้นทำให้กิยูเริ่มคุมสติของตัวเองไว้ไม่อยู่

          “ใช่ ถ้าหากนายได้กลิ่นกุหลาบ”

          “กลิ่นกุหลาบ

            ทันจิโร่เอ่ยซ้ำอย่างสับสน ก่อนหน้านี้ที่เขาฝันถึงกิยู เขาไม่ได้กลิ่นกุหลาบ คืนนี้เป็นคืนแรกที่เขาได้กลิ่นกุหลาบที่ว่านั้น

          “อา ทันจิโร่ยื่นมือออกไปแตะใบหน้ากิยู “เหมือนจริงมาก”

          สัมผัสที่แตะลงไปนั้นราวกับเป็นของจริงที่ไม่ใช่แค่ความฝัน

          “อย่าสนใจเลย เรามาต่อสิ่งที่ค้างคาเมื่อกี้แล้วกัน”

          ทันจิโร่หน้าแดงเถือก “ผมเพิ่งจะอายุ 17 เองนะ” ก่อนจะเบนหน้าหนี แต่ก็ไม่ผลักไสไล่อีกฝ่ายแต่อย่างใด เขาพอจะรู้เรื่องพวกนี้มาพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจังหรอกนะ

          ให้ตายสิ!

            “เด็กน้อยเอ้ย”กิยูพึมพำในลำคอก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก

CUT

-------------ตัด ฉับๆ---------

-

-

-

-

-

-

------------ตัดให้ขาดเลย ฉับ ฉับ ฉับ!!--------



          “ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ” ดมบุริ หรือ ซายาโนะ อสูรสาวที่ตัวเล็กกว่าชาวบ้านชาวช่องก้มโค้งคำนับให้กับหญิงสาวผู้หนึ่งที่สาวเท้าเข้ามาในร้านที่เก็บของพิศวง ก่อนที่หญิงสาวผู้นั้นจะกระโดดไปนั่งบนโต๊ะหรูที่น่าจะไว้ใช้ทำงานมากกว่าเอาไว้นั่งนั้นแหละ

          “กลับมาแล้วจ้า”เสียงหวานเอ่ยออกมาก่อนจะยกนิ้วของตัวเองขึ้นมาส่อง แหวนสีเงินสวยงามไร้ที่ติแวววาวบนนิ้วนางข้างซ้าย

          “มุซันล่ะ”เสียงของเธอผู้นั้นเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล ซายาโนะผายมือไปทางห้องๆ หนึ่งที่บนประตูสลัดลวดลายไว้อย่างสวยงาม เธอผู้นั้นกระโดดลงจากโต๊ะแล้วเดินตัวปลิวผ่านอสูรสาวไปทันที เสียงฮัมเพลงอย่างมีความสุขประกอบกับเส้นผมสีขาวสว่างที่ปลายผมเป็นสีม่วงอเมทิสต์นั้นยิ่งขับให้หญิงสาวผู้นี้ช่างดูสง่างามเสียเหลือเกิน

          “ขอบใจนะ ซายะ” ดวงตาสีฟ้าแซมทองสว่างที่ดูราวกับท้องฟ้าตอนเวลารุ่งสางนั้นทำให้ซายาโนะยิ้มตอบกลับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว “ด้วยความยินดีค่ะ”

          “อ่อ อีกอย่าง อโรม่ากลิ่นกุหลาบที่เธอทำขึ้นมาน่ะ ดีมากเลยนะ เห็นแล้วฉันก็อยากให้เธอทำอโรร่ากลิ่นอะไรก็ได้ที่ทำให้ฉันนอนหลับสบายตลอดร้อยปีบ้างจัง” ก่อนที่หล่อนจะหัวเราะคิกคัก แล้วหายลับเข้าไปในห้องด้านใน

          จริงๆอีกฝ่ายก็มีชื่อเรียก

          ชื่อสั้นๆ ที่เรียกกันว่า ซี 

          และไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดคุยกับอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ ใจจริงซายาโนะก็อยากจะคุยเรื่องไร้สาระกับผู้หญิงบ้าง ยิ่งในสังคมที่อสูรแต่ละตนที่อยู่ใกล้เธอก็ล้วนแต่เป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่ แต่กลัวว่าขืนพูดคุยเล่นมากกว่านี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของหญิงสาวผู้นี้จะออกมาปรี้ดแตก โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทำหน้าทำตาเหมือนเจอคนขโมยเงินร้อยล้านออกจากตู้เซฟ ไม่สิ มันยิ่งกว่านั้นอีก! พอโมโหก็ชอบตัดแขนตัดขาชาวบ้านชาวช่องเขาเล่นเสมือนเล่นปอกกล้วยเข้าปากก็มิปาน 

          คิดแล้วก็ได้แต่ปวดหัวตุบๆ ช่างเป็นคู่สามีภรรยาที่หึงหวงกันเองยิ่งกว่าอะไรทั้งปวงบนโลกใบนี้

          ไม่สิ บนจักรวาลนี้ก็ว่าได้ ซายาโนะไม่เคยเห็นใครหึงหวงมากขนาดนี้มาก่อน

          จริงๆ หน้าที่เอาอโรม่ากลิ่นกุหลาบไปโรงพยาบาลเป็นหน้าที่ของเธอด้วยซ้ำ แต่ ซีจัง ก็อาสาจะออกไปเอง เพราะเธออยากไปเดินเล่นแถวโรงพยาบาลดูบ้าง แถมซีจังก็มาขอให้ซายาโนะช่วยพูดให้เธอออกไปด้วย ด้วยสกิลฝีปากที่สั่งสมมานาน ก็เลยบอกออกไปว่าถ้าให้สาวงามล่มเมืองไปวางยาพิษเอ้ย วางอโรม่าพิเศษพิศวงนี้จะยิ่งช่วยให้ฤทธิ์ของมันประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

          ก็นะ คนรักภรรยาจนแทบบ้าอย่างมุซันน่ะ มีหรือจะไม่ใจอ่อน

          สุดท้ายแผนหนีเที่ยวแผนที่วางไว้ก็สำเร็จไปสองอย่าง นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แต่เอาจริงๆ เธอก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากเท่าไหร่ ซายาโนะจึงทำได้เพียงยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะหยิบพัดขึ้นมาโบกไปมา ปรากฏประตูลับที่เป็นทางเข้าไปสู่ห้องใต้ดินที่ลงอาคมพิเศษเอาไว้ ก่อนจะลากสังขารตัวเองลงไปในห้องดังกล่าวมีกล่องห้าเหลี่ยมขนาดเท่ามนุษย์วางตั้งอยู่

          บรรยากาศภายในห้องนั้นช่างวิเวกว่างเปล่า เงียบราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่มาเป็นเวลานาน

          “คืนแรกฉันจะให้คุณได้ทำตามใจอยากแล้วกัน โทมิโอกะ กิยู”นิ้วเล็กๆ เอื้อมไปเล่นปลายผมของคนที่นอนอยู่ในโลง

          “ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมุจังถึงไม่ฆ่านายให้ตายๆไปแบบไม่เหลือซาก ที่แท้ก็อยากจะเล่นของเล่นนี่เอง แหมๆนายน่าจะดีใจนะ” ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงติดตลก

          “โทมิโอกะ กิยูนี่ยาวจัง ย่อให้เหลือแค่กี้จังแล้วกันเนอะ”

          ดวงตาสีเขียวมรกตของอสูรเบิกกว้าง ก่อนที่จะเธอจะดึงใบหน้าที่ทำจากกระเบื้องออกจากใบหน้าของตัวเอง เป็นใบหน้าที่ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ทั้งตา จมูก ปาก เป็นหลุมกลวงที่สุดแสนจะดำมืดไร้ที่สิ้นสุด

          “อยากได้ใบหน้าใหม่แล้วสิ” ก่อนจะแปะใบหน้าลงที่เดิม “ก็ฉันน่ะอยากมีใบหน้าเป็นเหมือนมนุษย์นี่นะ” แล้วลูบใบหน้าของกิยู ก่อนที่เขาและเขี้ยวอันแหลมคมจะงอกออกมา

          “รู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงได้เป็นเทพเจ้าดมบุริซัง และเป็นอสูรไปพร้อมๆกัน”

          แล้วเอ่ยบทสนทนาราวกับว่าอีกฝ่ายที่คุยด้วยนั้นยังมีชีวิต เธอหัวเราะให้กับตัวเอง

          “เทพเจ้าน่ะก็คือยักษ์ ยักษ์น่ะมีอำนาจตั้งแต่ในอดีตแล้ว มีเผ่าพันธุ์ต่างๆนับถือมากมาย ก่อนจะถูกกบฏฆ่าล้างจนเกือบล้มสลาย แต่มุจังก็ช่วยฉันเอาไว้….เผ่าพันธุ์ยักษาที่เหลือเพียงตนเดียวอย่างฉันเอาไว้ แลกกับอะไรรู้มั้ย แลกกับไม่เอ่ยชื่อจริงฉันต่อหน้าคนที่มุจังไม่สนิทใจด้วย กับ….

          แล้วเธอก็หมุนตัวเล่นเหมือนเด็ก

            “การเป็นไม้กั้นหมาใครหลายๆคน ….เป็นตัวคานอำนาจ เพื่อไม่ให้สิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมนุษย์ผงาดขึ้นมาต่อกรกับเขาได้ เพราะว่าตัวของฉันน่ะมี เลือดพิเศษ เลือดที่สามารถสั่งการได้ว่าจะใช้ทำอะไร ดูเจ๋งไปเลยใช่มั้ยล่า ” ประโยคที่เอ่ยเพียงฝ่ายเดียวทำให้ห้องที่ดูอับแสงนั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมา

          “ ฮืม ฮืมมม ”ก่อนจะเริ่มฮัมเพลงตามนิสัยที่ชอบทำเวลาเจอเรื่องสนุก

          “มีสาวงามไว้ให้ดูแล มีสาวงามไว้ให้เชยชม  ~ ” ซายาโนะเอ่ยขึ้นพร้อมกับนึกถึงใบหน้าของซีจังขึ้นมา

          สาวเจ้ากระโดดไปมาราวกับเต้นรำก่อนจะแยกเขี้ยว “มีอำนาจอยู่ในกำมือ มีหัวหน้าเป็นบิดาอสูร ~

          “แล้วเราจะผงาดขึ้นมา นั่งบนบัลลังก์ นั่งบนบัลลังก์ ~

          พัดที่ใช้ประกอบการร่ายรำเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นคมดาบสีดำทมิฬ ชิ้นส่วนของมันบางส่วนถูกสร้างจากหินเหล็กทรายดำบนภูเขาที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุด นิจิรินดาบที่ใช้สังหารอสูรนับครั้งไม่ถ้วน แต่เพราะเธอไม่ได้เป็นอสูรทั้งหมด เป็นเพียงลูกครึ่งยักษ์อสูร ผลของดาบนิจิรินจึงแทบเป็นศูนย์ เธอยกคมดาบปาดแขนตัวเองก่อนจะปล่อยให้เลือดเพียงสองสามหยดตกลงสู่พวงแก้มสีซีดก่อนจะไหลเข้าริมฝีปากของกิยู

          เลือดที่มีกลิ่นกุหลาบ หอมเย้ายวนแฝงเสน่ห์แห่งความลึกลับจนยากที่จะจินตนาการถึง

          แม้เธอจะรู้แล้วก็ตามว่ามุซันทำให้กิยูมีชีวิตต่อโดยใช้เลือดของเขาก็เถอะ แต่เธอก็จงใจเพิ่มเลือดของตัวเองลงไป เลือดที่เป็นตัวป้องกันคมดาบจากนักล่าอสูร แค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น

          “ฉันก็ไม่อยากให้กี้จังตายรอบสองไวซะด้วยสิ”ก่อนจะเก็บดาบลงฝักแล้วเปลี่ยนเป็นพัดตามเดิม

          อีกอย่างคือเลือดของเธอก็สามารถใช้ฆ๋า….มีกลไกการทำงานคล้ายกับเลือดของมุซัน

          “เอาล่ะ ฉันพล่ามมาตั้งนาน ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ไม่เข้าหัวกี้จังอยู่ดี แต่ก็ขอบคุณที่รับฟังนะ อิอิ”ก่อนจะหัวเราะคิกคักเหมือนเด็กสาวที่เจอของเล่นถูกใจ

          “งั้นเชิญมีความสุขกับค่ำคืนสุดท้ายของคุณกับเจ้าเด็กน้อยคนนั้นแล้วกัน”

          ก่อนจะเอ่ยเสียงแหลมเย็นชาราวกับโลหะ

          “ราตรีสวัสดิ์กี้จัง”

          ไม่มีความอบอุ่นเหลืออยู่อีกแล้วภายในคำพูดของซายาโนะ

 

                   

          แวะพูดคุยเล็กน้อย

        สำหรับฉาก CUT ทิ้ง E-mail ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์--- (แค่เมลก็พอค่ะ ไม่ต้องส่งที่อยู่กับเบอร์มานะคะ เดี๋ยวชาเผลอเมมเบอร์โทรไปหา ฮ่าๆ ) แล้วจะส่งให้นะคะ ตอนนี้มีการเปิดเผยตัวละครที่น่าจะสำคัญนิดหน่อยเป็นตัวปลากรอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องเล็กๆน้อยๆค่ะ (น้องซายาโนะนั้นเอง) และที่สำคัญ แต่นแต๊น

          (ซาวด์มา)     

         

          (มาสักทีสิ!)

         

          แต่น แต๊น!!

          ชาได้นำตัวละครจากแฟนฟิคเรื่อง [Kimetsu no yaiba] muzan xoc higanbana ของคุณ Kiana_mel มาด้วยล่ะค่ะ (มีพูดคุยขอตัวละครกันเรียบร้อยแล้วงับ) ซึ่งก็คือ น้องซี นั้นเองจ้า มารับบทคุณภรรยาแสนสวยของมุซันนะคะ (เนื้อเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อเรื่องของคุณ mel ที่แต่งไว้นะคะ) ยังไงก็ขอประชาสัมพันธ์ฟิคสนุกๆของคุณ mel ไว้ด้วยนะคะ 

จิ้มๆได้เลย >>> https://my.dek-d.com/kianamel23/writer/view.php?id=1982230


 


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 11:25
    ขอด้วยค่ะ
    gran3288@gmail.com
    #259
    0
  2. #249 เพชชี่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 14:17

    ขอครับบบบ phetchyNW@gmail.com

    #249
    0
  3. #238 ning-21 (@ning-21) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 09:28
    เอาคะ
    nn.210839@gmail.com
    #238
    0
  4. #237 FcNalu (@FcNalu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 01:18
    หนูจะเอาๆๆ treenada10745@gmail.com
    #237
    0
  5. #235 Minny (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 12:38

    พพึ่งมาเจอง่าา prapabon.112@gmail.com

    #235
    0
  6. #226 I'm_Mxsic (@khao46) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 20:07
    ขอด้วยค้าบบบ satandevil1208@gmail.com
    #226
    0
  7. #223 Yanuki (@Yanuki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 08:23
    แงพึ่งมาเจอทันมั้ยคะpornnumthip.yok@gmail.com
    #223
    0
  8. #215 Gadget68 (@Gadget68) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 23:21
    piyaphorn.s47@gmail.com ทันไหมคะ
    #215
    0
  9. #205 Pa_Thit (@Pa_Thit) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:01
    paersamal@gmail.com ขอด้วยคนนะ ทันไหมเนี้ย
    #205
    0
  10. #202 FuyumiFuchimoto (@FuyumiFuchimoto) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 12:01

    ขอฉากคัทด้วยคนค่ะ><

    Shishi00219@gmail.com

    #202
    0
  11. #199 Mafia Angel (@sansnightthai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 11:18

    sansnightthai@gmail.com

    ขอด้วยคนหนึ่งค่าา

    #199
    0
  12. #198 Negai_N (@Negai_N) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 07:46

    ข ขอด้วยคนนะคะ;;;;;

    Shishi00219@gmail.com

    #198
    0
  13. #194 Taylala (@Taylala) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 10:17
    ขอด้วยคนค้าาา~
    aostestra@gmail.com
    #194
    0
  14. #192 God SiRiuZ (@natnaree_pramual) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 06:54
    กราบขอฉากคัทค่ะ
    pramual.mai@gmail.com
    #192
    0
  15. #191 Pinpin.623 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 23:30

    กราบขอฉากcutด้วยคนนะคะ ฮืออออ~????

    Ploy.bg.cute623@gmail.com

    #191
    0
  16. #188 Khim123Autum (@Khim123Autum) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:22

    ขอโทษนะคะที่เพิ่งมาอ่านพอดียังไม่ว่างมาอ่านต่อจากCUTค่ะช่วยส่งมาให้ด้วยนะคะถ้าพี่ชาว่างจะรอค่ะสนุกเหมือน​เดิมที่ทำให้หน้าแดงค่ะ อิอิ nkkbb10304@gmail.com​

    #188
    0
  17. #186 jave2 (@Jave) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:42
    ขอด้วยครับ
    naris8033@gmail.com&#8203;
    #186
    0
  18. #184 Bamnajaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 18:34

    ขอโทษที่มาอ่านช้านะคะ

    Sirinapabam1987@gmail.com​

    #184
    0
  19. #183 Yblood (@fah-20) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 17:04
    ขอกราบไหว้--- ขอด้วยคนนะค้า
    fah65289@gmail.com
    #183
    0
  20. #179 Lai Xingfan (@saruta8412) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 23:41
    ขอด้วยคนนะคะ ;-;
    saruta90366@gmail.com
    #179
    1
    • #179-1 Lai Xingfan (@saruta8412) (จากตอนที่ 15)
      2 ตุลาคม 2562 / 15:10
      ได้รับแล้วนะคะ ขอบคุณมากค่า
      #179-1
  21. #176 jinjint (@jinjint) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 23:02
    ขอด้วยคนนะคะ

    kidakarn.jin@gmail.com
    #176
    0
  22. #172 raminn2002 (@raminn2002) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 21:53

    ยังทันไหมคะเนี่ย แงง ชอบผลงานมากเลยค่ะ!!


    tokuramisaki23@gmail.com

    #172
    0
  23. #163 YThamdee (@yongyeethamdy123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 20:41
    ขอด้วยนะคะ
    yongyeethamdy123@gmail.com&#8203;
    #163
    0
  24. #162 Yomi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 10:02

    จะทันไหมนะ sawarinyuuta1624@gmail.com

    #162
    0
  25. #157 saru2310 (@saru2310) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 13:55
    แงะ เพิ่งมา..ทันมั้ย saengpleng2310@gmail.com
    #157
    0