[Fic] Kimetsu No Yaiba : Tomioka Giyuu X Kamado Tanjirou [รักหนึ่งครั้ง จดจำตลอดกาล]

ตอนที่ 9 : เทศกาลครั้งที่ 6 ขนมหวานราวจุมพิต และบทเพลงของอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    19 ก.ค. 62

     

          ทันจิโร่หลับพลิกตัวไปมาด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย สาเหตุก็มาจากอีกคนที่นอนหลับอย่างสบายข้างๆ เขานี่แหละ เมื่อทันจิโร่พยายามข่มตาหลับ แต่แล้วสมองเจ้ากรรมก็ดันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างช่วยไม่ได้

          กิยูคนบ้า!!

 

          ย้อนกลับไปช่วงประมาณห้าโมงเย็นของเมื่อวาน หลังจากที่ทันจิโร่มอบจุมพิตแรกให้กับกิยูไปแล้วนั้น หลังจากนั้นเขาก็โดนจูบอีกนับครั้งไม่ถ้วน ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแต่ก็นานมากพอจนเขาเขินตัวใกล้ระเบิดตาย

          “อ๊ะอา คุณกิยูหยุดก่อน” เมื่อได้โอกาสในการหายใจกลับมาอีกครั้ง เขาก็รีบพูดแทรกทันที ขืนไม่รีบพูดขึ้นมา เขาคงไม่ได้โอกาสได้พูดอีกแน่นอน กิยูราวกับเพิ่งได้สติ เขาหยุดการกระทำนั้นลงแต่ฝ่ามือยังคงซ้อนท้ายทอยของทันจิโร่เอาไว้อยู่ ดวงตาสีครามนั้นทอประกายที่ยากจะเข้าใจ

          ทันจิโร่ยกมือขึ้นลูบใบหน้าคมนั้นก่อนจะเอ่ยปากเบาๆ “แบบนี้ คำอธิษฐานของผมก็เป็นจริงแล้วสินะ” แล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะแย้มยิ้ม

          ทันจิโร่เป็นเด็กหนุ่มที่มีนิสัยอ่อนโยน สดใส และซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเองเป็นอย่างมาก นั้นก็เพียงแค่หนึ่งในเหตุผลที่เขาชอบอีกฝ่าย กิยูยิ้มบางแทนประโยคเมื่อครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง

          “ฉันก็เหมือนกัน” ทันจิโร่สะดุ้งด้วยอาการตกใจปนดีใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะชอบเขามาก่อนหน้านี้เหมือนกัน

          “อาจจะกระทันหันไปหน่อยที่จะต้องบอกว่า

          กิยูกุมมือของทันจิโร่ที่ลูบใบหน้าของเขาไว้ก่อนจะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดเท่าที่ทันจิโร่จะเคยเห็น

          “ฉันรักนาย ทันจิโร่”เป็นคำสารภาพรักที่เสียงนิ่งสงบ และเย็นสบาย ไอกลิ่นของคนกำลังมีความสุขที่แผ่ออกมาจากตัวของกิยูทำให้ทันจิโร่ยกมืออีกข้างขึ้นปิดหน้าเขินอย่างควบคุมไว้ไม่อยู่ หากคนนี้ๆยังพูดจาหวานๆใส่เขาอีก เขาจะต้องตัวแตกตายแน่ๆ

          “งั้นงั้นเราไปหาอะไรกินดีกว่ามั้ยครับ?” การแก้อาการเขินคือต้องเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ทันจิโร่มองไปยังมุมห้องที่มีการจัดเรียงอาหารกระป๋อง หม้อหุงข้าว ข้าวสารที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย

          “แต่ฉันกำลังกินของหวานอยู่นะ” กิยูเอ่ยเสียงนิ่ง แววตาที่เดาอารมณ์ไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ทำให้ทันจิโร่หน้าแดงแต่ก็ไม่วายทำหน้างุนงงใส่อีกฝ่าย

          “ผมไม่เห็นของหวานเลยนะ”แล้วเขาก็มองบริเวณโดยรอบ หรือจะเป็นเศษขนมที่ตกตามพื้น แต่พอเขาใช้จมูกอันดีเลิศของเขาดมก็ไม่เห็นจะได้กลิ่นขนมอะไรเลยสักนิด

          กิยูยกมือของทันจิโร่ที่ตัวเองกุมอยู่ขึ้นมาจูบเบาๆ “ก็อยู่ตรงหน้าฉันแล้วไง ขนมหวานที่ว่านั้น” แล้วเขาก็โดนอีกฝ่ายกลืนกินอีกครั้ง ไล่ตั้งแต่หลังมือเลื่อนขึ้นมาถึงแขนบาง กิยูฝากรอยจูบสีกุหลาบจางๆ ไว้ทั่ว ก่อนจะจบลงที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู เพื่อช่วงชิงลมหายใจของอีกฝ่ายอีกครั้ง ฝ่ามือของทันจิโร่ถูกกุมเอาไว้ได้คลี่ออกก่อนจะประสานเข้ากับมือใหญ่ของกิยู คนตัวเล็กกว่าพยายามรับสัมผัสจากร่างสูงอย่างเต็มที่ อีกทั้งมือของกิยูที่รั้งท้ายทอยของทันจิโร่ก็ค่อยๆดันให้หน้าของอีกคนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันได้อย่างลงตัว การบรรเลงเพลงรักโดยที่ไม่ล้วงล้ำลึกลงไปมากกว่านี้ก็บรรเลงขึ้น เสียงแลกลิ้นและขบเม้มริมฝีปากของคนทั้งคู่ดังเบาๆ ตลอดไม่ขาดสาย ท่ามกลางเสียงร้องของจั่กจั่นยามหน้าร้อนที่แข่งกันกันหวีดร้อง

 

 

          “ฉันไม่ชอบเสียงจั่กจั่นเลยค่ะ”คานาโอะเอ่ยกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีเส้นผมสีส้มจางออกชมพูทอประกาย รอยแผลเป็นบริเวณแก้มด้านขวาที่ลากยาวมาถึงริมฝีปากจ้องมองเด็กสาวที่มาจากตระกูลแมลงด้วยแววตาอ่อนโยน

          “ท่านซาบิโตะละคะ?”แล้วเธอก็เอ่ยถามกับชายหนุ่มอีกครั้ง ซาบิโตะละสายตาจากเด็กสาวก่อนจะเงยหน้ามองต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า

          “ยามเมื่อจั่กจั่นกรีดร้องสินะ ก็ไม่เชิงว่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ชอบเหมือนกัน” อีกฝ่ายทำหน้ามุ่ยๆเล็กน้อย “เป็นห่วงจังว่าคุณกิยูกับเจ้าเด็กนั้นจะปลอดภัยหรือเปล่า?”

          “กิยูน่ะ ฉันไม่ห่วงอยู่แล้ว หมอนั้นเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริงเลยล่ะ”ซาบิโตะเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะต่อบทสนทนา “ส่วนเจ้าเด็กนั้น ถ้ากิยูออกปากปกป้องขนาดนี้แล้วก็คงไม่เป็นไรนั้นแหละ”

          คานาโอะอมยิ้ม เธอค่อนข้างชอบเวลาได้คุยกับบุคคลรุ่นพี่เหล่านี้เสมอ ก่อนที่เด็กสาวอีกคนที่ส่วนสูงไล่เลี่ยกับเธอจะเดินมาพร้อมกับขนมในมือ

          “คานาโอะจัง ซาบิโตะมากินด้วยกันมั้ย” กิโมโนลายดอกไม้สีชมพูเข้มเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวของมาโคโมะ เด็กสาวอีกคนที่มักอยู่กับซาบิโตะเสมอไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม

 

          กลับมายังช่วงเวลาปัจจุบัน ตอนนี้เป็นเวลาตีสี่กว่าๆ แล้ว แสงไฟอ่อนๆ ที่เขาเปิดทิ้งเอาไว้จากมุมหนึ่งของห้องส่องสว่างจางๆ ทันจิโร่ค่อยๆ ปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างภายในห้อง ก่อนจะต้องตกใจกับระยะใกล้ชิดของกิยูที่อยู่ห่างจากหน้าของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร



Cr. @tksk_gytn

          หลังจากเขินกับใบหน้าระยะใกล้ของกิยูแล้ว ทันจิโร่ก็ยันตัวลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวอย่างเสียงเบาที่สุด เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมา เขาจ้องมองออกไปยังหน้าต่างที่มีเกลือบริสุทธิ์โรยเอาไว้ แต่ตอนนี้เกลือนั้นกลายเป็นสีดำสนิท พลันเสียงสวบสาบเหมือนใครเดินลุยหญ้าด้านนอกก็ดังขึ้น

          ทันจิโร่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าต่างที่ใกล้ที่สุด ด้านนอกเรือนหลังนี้มืดสนิท แต่แสงไฟอ่อนๆก็พอทำให้เขาเห็นสิ่งที่อยู่ภายนอกได้ในระยะไม่เกินสองเมตร แล้วจมูกของเขาก็ได้กลิ่น กลิ่นคาวเลือด และเสียงเศษเนื้อร่วงลงพื้นดัง แผละ แผละ รอบบ้าน

          “เสียงนี้มัน

          “พี่คะ”เสียงเนซึโกะดังมาจากทางประตู ทันจิโร่สะดุ้ง หยาดเหงื่อเริ่มผุดตามใบหน้า น้องสาวของเขาหรือ? เนซึโกะเหรอ?

          “พี่คะ เปิดหน่อยสิคะ” อีกฝ่ายยังคงส่งเสียงเรียก เสียงใสกังวาลของเนซึโกะทำใหทันจิโร่เกือบจะเอื้อมมือไปเปิดด้วยความเคยชิน แต่ด้วยเวลาแบบนี้ ตีสี่และสถานที่แห่งนี้อยู่บนเขาด้านในลึกสุดของศาลเจ้า เนซึโกะมาได้อย่างไร

          “พี่คะ เปิดหน่อยสิคะ” เสียงนั้นยังคงย้ำคำเดิม เขาจ้องมองไปยังกิยูที่ตอนนี้ยังคงหลับสนิท แล้วเกลือที่โรยเอาไว้ก็เริ่มระเหิดไปในอากาศ เกลือสีดำส่งกลิ่นไหม้รุนแรงมาก

          ทันจิโร่มองผ่านตาแมวออกไปข้างนอก เขาเห็นศีรษะของน้องสาวตัวเองแนบชิดกับบานประตู  “เปิดหน่อยสิคะ” เสียงนั้นดังออกมาจากหัวนั้น แต่กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงยังคงทำให้ทันจิโร่ยืนนิ่ง ก่อนที่เสียงด้านนอกจะแปรเปลี่ยนไป

          “เปิดประตู!

          “พี่คะ เปิดประตูหน่อยสิคะ!” น้ำเสียงเริ่มดุดันมากขึ้นเรื่อยๆ จนทันจิโร่ผละออกจากบริเวณประตู เขารีบคลานเข้าไปใกล้กับกิยู แล้วสายตาของเขาก็เห็นหญิงสาวคนนั้นอีกแล้ว ร่มสีแดงของเธอปรากฏตรงหน้าต่างที่เขาเคยนั่งอยู่ เธอยิ้ม

          “อยู่นี่เอง”

          จากนั้นเธอก็เอาปลายร่มที่แหลมคมกรีดหน้าต่างเบาๆ เสียงวัตถุที่ลากยาวนั้นช่างโหยหวนและแหลมสูง ทันจิโร่ยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง ก่อนจะถอยหลังไปเรื่อยๆ

          อย่าส่งเสียงเด็ดขาด

          “เปิดออกเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากให้ข้าเอาหัวของน้องเจ้าไปแทน” ริมฝีปากที่ฉีกขาดนั้นเอ่ยพร้อมกับยิ้มแสยะ หน้าที่ถูกควักเป็นหลุมกลวงนั้นเริ่มแห้งจนเป็นสีแดงคล้ำ ทันจิโร่มองเห็นหัวของเนซึโกะที่อยู่ในมืออีกข้างของหญิงสาวผู้นั้น เทพธิดาร่มยกหัวนั้นขึ้นมา หยดเลือดกระเด็นโดนหน้าต่าง

          ทันจิโร่กรีดร้อง

          แต่ยังไม่ทันที่เสียงจะเปล่งออกมา ฝ่ามือของใครบางคนก็ปิดปากเขาเอาไว้

          “ทันจิโร่ ใจเย็น”

          เมื่อเขากระพริบตาไล่หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาอัตโนมัติ บริเวณหน้าต่างบานนั้นก็ไร้ซึ่งศีรษะน้องสาวของเขา ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น เสียงอู้อี้ของทันจิโร่พยายามจะกรีดร้องหยุดลงแล้ว กิยูหันหน้าของอีกฝ่ายมาหาเขาก่อนจะจุมพิตเบาๆบนเปลือกตาคู่นั้น

          “นายเห็นอะไร”

          กิยูปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ เขาขมวดคิ้วแน่น ถ้าหากว่าปล่อยให้ทันจิโร่อยู่คนเดียว เขาแน่ใจเลยว่า เจ้าเทพธิดาร่มจะต้องใช้เล่ห์กลทุกประการเอาตัวไปได้แน่

          เมื่อกี้ก็เหมือนกัน เขาได้ยินเสียงฝีเท้าย่องเบาของอีกฝ่ายเดินไปมา ก่อนที่จะเห็นทันจิโร่กำลังช็อคกับหน้าต่างที่ว่างเปล่า แต่หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าเกลือที่เขาโรยไว้นั้นมอดไหม้เป็นสีดำหมดแล้ว ด้วยเหตุนั้นเขาจึงรู้แล้วคว้าอีกฝ่ายไม่ให้กรีดร้องได้ก่อน

          “หัวเนซึโกะ”

          เพียงประโยคสั่นๆ แต่ก็ทำให้กิยูสั่นสะท้านไปทั่วร่าง เขาเม้มปากแน่น เวลานี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด เขาจ้องมองทันจิโร่ที่ยังคงช็อคอยู่

          “ทันจิโร่”กิยูคว้ารางบางให้ล้มตัวลงนอน ทันจิโร่ล้มตัวลงตามอย่างว่านอนสอนง่าย แม้ร่างกายของทันจิโร่จะไม่เป็นอะไร แต่สภาพจิตใจของเขาตอนนี้คงจะเริ่มไม่ไหวแล้ว กิยูพยายามลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ ให้ผ่อนคลาย ไม่นานนักทันจิโร่ก็หลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว

          แสงแรกของดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาแล้ว ตั้งแต่ที่ทันจิโร่หลับไปอีกครั้ง กิยูก็ไม่ยอมนอนอีกเลย เขากุมมืออีกฝ่ายไว้อย่างเบาๆ วันนี้ทั้งวันเขาก็ยังคงอยู่ในห้องหกเหลี่ยมหลังนี้ ผละตัวออกจากเด็กหนุ่มตรงหน้าเพื่อไปทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเตรียมอาหาร จะเรียกว่าเตรียมก็คงไม่ค่อยถูกเพราะเค้าแค่เปิดฝากระป๋องเท่านั้นเอง

          เมื่อถึงเวลาสายของวัน ทันจิโร่ก็ฟื้นขึ้นมาทานอาหารพร้อมกับความเงียบ กิยูรู้ดีว่าตอนนี้ไม่เหมาะจะถามอะไรอีกฝ่าย ทั้งสองคนจึงรับประทานอาหารอย่างเงียบๆ แต่ที่น่าแปลกคือ จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาในช่วงบ่ายของวัน ทันจิโร่ยิ้มบางให้กับสายฝนด้านนอก ก่อนที่กิยูจะล้มตัวลงนอนบนตักอีกฝ่าย

          “คุณกิยู

          “อีกไม่นานก็จะพรุ่งนี้แล้ว”กิยูพูดพร้อมกับหลับตาพริ้ม กลิ่นของฝนทำให้ทันจิโร่รู้สึกผ่อนคลายและเย็นสบาย เหมือนของกลิ่นของชายที่นอนหนุนตักเขาอยู่ตอนนี้

          “หลังจากจบเรื่องนี้แล้ว เรามาคบกันมั้ย?”เสียงเรียบๆที่ขัดแย้งกับประโยคทำให้ทันจิโร่หน้าแดง ในชีวิตเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนมาขอคบกับเขา เขาเบหน้าไปทางอื่นก่อนจะเอ่ยตะกุกตะกัก

          “เอ่อ..คือ”

          ให้ตายสิ รับมือกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ถูกเลย ทันจิโร่รีบพูดต่อ

          “คือว่า

          กิยูลืมตาขึ้นจ้องมองอีกฝ่าย ใบหน้าน่ารักนั้นก็ก้มลงมามองเขาด้วยแววตาสดใส

          ทันจิโร่ที่แสนน่ารักของเขากลับมายิ้มแย้มอีกครั้งแล้ว

          “คบตอนนี้เลยไม่ได้เหรอครับ?”

          กิยูยิ้ม “ได้สิ” แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายทั่วผืนฟ้า

 

          เมื่อท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้ง รุ้งกินน้ำที่ปรากฏบนท้องฟ้าก็มาพร้อมกับเสียงเคาะประตูเบาๆก็ดังขึ้น กิยูนิ่วหน้า

          “คุณกิยู คานาโอะเองค่ะ”

          คราวนี้มาในรูปแบบของคานาโอะเหรอ เขานิ่งเงียบไม่ตอบกลับ ทันจิโร่และกิยูหันมาสบตากันอีกครั้ง ก่อนที่กิยูจะลุกขึ้นยืนแล้วมองลอดผ่านตาแมวออกไป

          เด็กสาวร่างเล็กที่รัดผมไว้ด้านข้างมาพร้อมกับคนอีกสองคน กิยูจำได้ทันทีว่านั้นคือซาบิโตะกับมาโคโมะ

          “คุณกิยู กำหนดการเปลี่ยนแล้วค่ะ” แล้วก็มีเสียงรื้อของอะไรบางอย่าง

          “เฮ้ กิยู”เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น “รีบออกมาได้แล้ว”

          กิยูหันมามองทันจิโร่ แววตางุนงงของอีกฝ่ายทำให้เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ตอนนี้เขากำลังอยู่ตรงกลางระหว่างการตัดสินใจ เปิดหรือไม่เปิด

          “คุณกิยูให้ผมเข้าไปใกล้ประตูหน่อย” ทันจิโร่บอกก่อนจะย้ายร่างของตัวเองเข้ามาใกล้ประตู กิยูจำได้ว่าทันจิโร่มีจมูกที่ยอดเยี่ยม ใบหน้าของทันจิโร่ไม่แสดงความวิตกกังวลอะไร

          “กลิ่นของมนุษย์” เขาเอ่ยเสียงเบา

          คานาโอะพูดอีกครั้ง “เป็นพวกเราจริงๆค่ะ ออกมาจากเรือนหลังนี้แล้วไปที่ลานกลางกันค่ะ เรากำลังจัดเตรียมพิธีค่ะ”

          หลังจากไตร่ตรองเพียงไม่นาน ทันจิโร่และกิยูจึงเปิดประตูออกไป ใบหน้าระคนเป็นห่วงอย่างสุดขีดของคานาโอะคือสิ่งแรกที่พวกเขาเห็น ตามมาด้วยสีหน้าโล่งใจของซาบิโตะและมาโคโมะ

          “หลังจากนี้ให้ตามฉันมานะคะ”แล้วเธอก็เริ่มออกเดิน กิยูคิดอย่างโล่งอก อีกไม่นานก็จะจบเรื่องบ้าๆนี่เสียที แล้วเขาก็จะได้ใช้ชีวิตตามปกติกับทันจิโร่

          ร่มกับฝนเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ~ ดมบุริซัง หายไปซะ หายไปซะ

          เสียงฮัมเพลงดังขึ้นเบื้องหลังของพวกเขา ไม่สิมันมาจากทุกที่ราวกับดังออกมาจากเครื่องกระจายเสียงตามหมู่บ้าน ซาบิโอะทำหน้าเครียด เขารีบวิ่งไปยังลานพิธี แต่บริเวณตรงนั้นกลับมีร่างไร้สติของผู้ที่กำลังจะทำพิธีนอนสลบอยู่

          “ดมบุริซังต้องการแค่ใบหน้า แต่เราเนี่ยสิ ต้องการศีรษะ ~ ” เสียงร้องนั้นยังคงเอ่ยร้องต่ออย่างสนุกสนาน ตรงกลางลานพิธีปรากฏร่างของหญิงสาวคาบร่มเอาไว้ในปาก เธอยืนนิ่งเสมือนรูปปั้น ด้านหน้าของเธอมีเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ เธอคือที่ร้องบทเพลงเมื่อครู่

          จากนั้นเธอก็ใช้พับพัดก่อนจะชี้มายังพวกเขาห้าคนที่อยู่ยืน “คนไหนน้า คนไหนน้า คนที่เหมาะสม ~

          แล้วนิ้วของเธอก็เบนมาที่ทันจิโร่ ก่อนจะชี้ไปที่กิยู “สองคนเลย ไม่เลว ไม่เลว ~ ”จากนั้นเธอก็ทะยานหายในอากาศโดยทิ้งท้ายด้วยประโยคชวนขนลุก

          “เริ่มทำการสังหารที่นำมาซึ่งความย่อยยับ ย่อยยับ ย่อยยับ

 

 

          “อย่าเล่นมากไปสิ”คิบุทสึจิ มุซันกำลังแย้มยิ้มอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่อยู่ห่างไกลออกไป หลังจากที่อสูรตนนี้กลับมาเขาก็เอ่ยปากขึ้นทันที

          “พิธีกรรมสำหรับมุจังก็ต้องมีบทเพลงสิ”เสียงเล็กๆของเด็กสาวเอ่ยด้วยความยินดี “แต่ทำไมมุจังไม่ลงไปจัดการเองล่ะ”

          “แบบนั้นมันก็ไม่สนุกน่ะสิ” แล้วจ้องมองเพดาน “อีกอย่าง ฉันชอบเห็นคนอื่นฆ่าฟันกันมากกว่าลงมือเองน่ะ”

          “รสนิยมแบบนี้เองเหรอคะมุจัง”แล้วเธอก็หัวเราะคิกคัก “แล้วแม่สาวคาบร่มจะทำได้หรือเปล่าน้า มีคนจากนักล่าอสูรอยู่เต็มไปหมดเลยเนี่ยสิ๊”

          มุซันยกแก้วไวน์ขึ้นมา “นั้นสินะ” พลางเขย่าแก้วไวน์ในมือ

          “ถ้าหากสำเร็จ เธอคนนั้นก็จะได้กลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่ถ้าไม่ก็แค่ตาย ฉันก็ไม่ได้หัวของสองคนนั้นด้วย นั้นสิเอาไงดีนะ?”พลางแสร้งทำท่าครุ่นคิด เด็กสาวที่ชอบฮัมเพลงเอ่ยขึ้นเสียงใส

          “แล้วทำไมมุจังต้องลงไปเองด้วยละ ก็มี พวกเราอยู่นี่”

          มุซังเอียงคอหันมาหา “หรือจะปล่อยไปก่อนดีนะ ทำใจลำบากจัง”

          ความแค้นทั้งสั่งสมมานานเกือบร้อยปี จะแก้แค้นภายในชาตินี้หรือชาติหน้าดีนะ

          ยังไงดินก็ต้องคืนสู่ดินอยู่แล้ว เรื่องเวลาน่ะไม่เท่าไหร่หรอก สำหรับเขาที่เป็นอมตะตลอดกาลน่ะ การรอคอยเพื่อกลั่นแกล้งและทรมานเหยื่อของเขาน่ะ เป็นเรื่องแก้เบื่อได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

          “ก็ต้องรอดูต่อไปแล้วกัน” เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวที่เป็นอสูรดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่เธอจะฮัมเพลงอีกครั้ง

          “น่าสนุกจัง น่าสนุกจัง ~ ♪♫




แวะคุยเล็กน้อย

     ชามีข่าวดีจะบอกค่ะ (รอซาวท์ประกอบ แต่น แต๊น)

     ........

     .....

     ...

     ..

     .

     ตอนหน้าก็จะจบแล้วนะคะ... จะจบแล้วจริงๆค่ะ เพราะอย่างที่เคยกล่าวเอาไว้ตอนไหนนะ? ตอนที่ห้ามั้ง ว่าทีแรกกะว่าจะแต่งสนองนีทตัวเอง + ว่างนิดหน่อย ว่าจะแต่งสามตอนจบ แต่ไหนๆก็ไหนแล้วเลยแต่งตามช่วงเวลา 7 วันตามงานเทศกาลเสียเลย แต่ว่าหลังจากที่ชาไปนอนคิด นั่งคิด ยืนคิด ตีลังกาคิด กระโดดลงจากหลังคาคิดมาแล้ว ชาจะแต่งตอนจบออกมาสองแบบค่ะ! (ทำเหมือนเกมไปได้) จริงๆ ไม่เคยแต่งตอนจบสองแบบมาก่อนเลย แต่อยากแต่งดูค่ะ เพราะความอยากล้วนๆ อิอิ

     ซึ่งสองแบบที่ว่าก็คือจบแบบแฮปปี้กับไม่แฮปปี้นั้นแหละค่ะ

     ใครสะดวกอ่านแบบไหนก็เชิญเลยนะคะ หรือจะอ่านสองแบบเลยก็ได้ 

     แล้วพบกับตอนจบ (ที่ไม่น่าจะงอกเร็วเท่าไหร่) นะคะ ขอบคุณทุกการสนับสนุนเช่นเคยค่า

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

262 ความคิดเห็น

  1. #213 kbrrcngkeux (@kbrrcngkeux) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:26

    ปวดตับไปหมดแล้วครับ รับบ่ไหว

    #213
    1
  2. #141 แฟรี่พาซ่าพระราม4 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 13:50

    คุณชาอย่าทำร้ายน้องนะ

    #141
    0
  3. #26 ึุััsuper cat (@bloodc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 01:03
    สัมผัสได้ถึงความปวดตับล่ะค่ะ--
    #26
    0
  4. #18 Karen-R-Tereasia (@Karen-R-Tereasia) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 20:47
    อยากอ่านสองแบบเลยงะ😂
    แต่งฟินมากจนต้องโยนโทรศัพท์แล้ว เเล้วไปนอนเขินอยู่มุมห้อง😂😂
    #18
    1
    • #18-1 MamoyaKiSeGi (@MamoyaKiseki) (จากตอนที่ 9)
      22 กรกฎาคม 2562 / 20:34
      ตอนจบแบบแรกมาเสิร์ฟแล้วนะคะ
      ขอบคุณที่ฟินไปกับคู่หลักของเรานะคะ อิอิ นอนเขินมุมห้องเลย น่าร๊ากกกกกกก
      #18-1