คัดลอกลิงก์เเล้ว

Important Feeling ความรู้สึก...ที่สำคัญที่สุด

โดย [M]erFa[E]

หากให้เปรียบความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสองคนคงจะเป็นเหมือนกับเส้นใยบางๆ ถึงแม้ว่ามันจะเหนียวแน่นและดูแข็งแกร่งขนาดไหน แต่มันก็สามารถขาดสะบั้นออกจากกันได้เสมอเพียงแค่ออกแรงดึง...

ยอดวิวรวม

1,700

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,700

ความคิดเห็น


21

คนติดตาม


4
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 3
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ม.ค. 50 / 11:38 น.
นิยาย Important Feeling ֡...Ӥѭش Important Feeling ความรู้สึก...ที่สำคัญที่สุด | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

แด่....เพื่อนที่รักที่สุด....

ไม่มีคำพูดอะไรที่อยากจะบอก ขอโทษสำหรับทุกสิ่ง ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกัน...

รักพวกแกนะ....

จาก...ใจ



เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ม.ค. 50 / 11:38


 

หากให้เปรียบความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสองคนคงจะเป็นเหมือนกับเส้นใยบางๆ  ถึงแม้ว่ามันจะเหนียวแน่นและดูแข็งแกร่งขนาดไหน แต่มันก็สามารถขาดสะบั้นออกจากกันได้เสมอเพียงแค่ออกแรงดึง...




เส้นใยที่เรียกว่า ...
"
มิตรภาพ"...




















Important Feeling  ความรู้สึก...ที่สำคัญที่สุด...

Author :: Merfae

















 

ฉันกับพลอยต่างกันในทุกด้าน เราทั้งคู่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นหน้าตา นิสัย ความคิด การเรียน ทุกอย่างของพวกเราทั้งสองคนราวกับโดนจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อให้แตกต่างกัน พลอยเป็นสาวสวย ป๊อป กิจกรรมเด่น กล้าแสดงออก และตรงไปตรงมา ในขณะที่ฉันเป็นเพียงแค่เด็กสาวหน้าตาคงแก่เรียน ใส่แว่น ขี้อาย เพื่อนน้อย ไม่กล้าแสดงออก มีดีแค่การเรียน...
 

แต่เราก็เป็นเพื่อนกัน...


พลอยคือเพื่อนคนแรกของฉันในโรงเรียนแห่งนี้  เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน เพื่อนที่น้อยคนที่ฉันจะมี  เพื่อนที่ฉันรักที่สุด  ใครๆก็ต่างว่าเราทั้งคู่สนิทกันที่สุด...


ไม่หรอก....เราแค่เพียงรู้จักกันก่อนที่จะรู้จักคนอื่นเท่านั้น...



เท่านั้นจริงๆ... 












"มุก...นี่แกอ่านอะไรอยู่น่ะ" 


เสียงสดใสเอ่ยขึ้นจากด้านหลังก่อนใบหน้าของขวัญจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ฉันเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยเพื่อให้ขวัญได้อ่านนิตยสารด้วยกัน...


"โห....ดาราเกาหลี  บ้าไม่เลิกจริงๆนะแก.."


ฉันยิ้มน้อยๆรับคำแขวะของขวัญอย่างไม่คิดอะไรมาก ก่อนที่พลอยจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์


"เฮอะ...ไม่เห็นว่าจะหล่อตรงไหน...ไม่รู้ว่าชอบกันไปยังไงได้ลงคอ.."


"แก...พูดอะไรหัดคิดถึงจิตใจยัยมุกบ้างสิ..."


แก้วค้านขึ้นมา...แต่พลอยเถียงกลับในทันที


"ฉันก็แค่พูดตามใจคิดเท่านั้นเองน่า...ก็มันดูไร้สาระจริงๆนี่นา แกคงไม่คิดมากใช่มั้ยมุก..."


"แล้วแต่แกจะเข้าใจ...ขอตัวก่อนนะ"


ฉันตัดบทสั้นๆ ก่อนจะลุกออกมาในทันที


"ขี้งอนจริงๆเลย ยัยมุกเนี่ย.."


เสียงของพลอยที่ตามไล่หลังมาทำให้ฉันได้แต่เก็บความน้อยใจเอาไว้เงียบๆ



ใช่....ฉันมันขี้น้อยใจ...แต่ถ้าแกเข้าใจฉัน....ก็คงดี....















 พลอยเป็นอย่างนี้เสมอ...บางครั้งพูดจาตรงไปตรงมาจนเกินไป  แต่ก็เป็นคนที่รักเพื่อน  บางครั้งดูเอาแต่ใจ แต่ก็เป็นคนจิตใจดี....


พลอยกับฉัน....เราทั้งคู่จึงดูแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด...


พลอยเป็นคนที่เปิดเผย  ในขณะที่ฉันเก็บเงียบ...เราทั้งคู่จึงมีเรื่องกันบ่อยมาก  พลอยพูดตรงเกินไป ในขณะ
ที่ฉันขี้น้อยใจเกินไป...


มันเป็นมาตลอด
3 ปี...


ทุกครั้ง....เรื่องจะจบลงด้วยการที่เราลืมไปเอง พลอยไม่เคยขอโทษก่อน และฉันไม่กล้าพอที่จะขอโทษก่อน...


เราทั้งคู่ทนมาได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา...แต่ฉันไม่รู้ว่า....จะทนไปได้อีกสักขนาดไหน...


"แกก็งอนมันไม่เป็นเรื่อง..."


หวานทิ้งตัวลงข้างๆ ก่อนเอ่ยกระเซ้า


"ฉันไม่ได้งอนพลอย....."


"ก็แค่น้อยใจ....ใช่มั้ยล่ะ แกก็ไม่ยอมพูดความรู้สึกของแกออกมาว่าแกไม่ชอบ เพราะอย่างนี้ไงพลอยกับแกถึงมีเรื่องกันบ่อยที่สุด..."


"เดี๋ยวมันก็คงหายโกรธฉันเองแหล่ะ.."


ฉันตอบกลับ เสียแต่คำพูดนั้นกลับทำให้หวานหัวเราะขึ้นมา...


"หัวเราะอะไรน่ะ..."


"ขำแกไง ทั้งๆที่แกงอนมัน แต่แกกลับพูดว่ารอให้พลอยมันหายโกรธแก....ตกลงนี่แกโกรธมันจริงหรือเปล่า
เนี่ย
"


"เอาเถอะ...กลับไปหาพวกนั้นเถอะ...เดี๋ยวพวกมันรอแกนาน ฉันอยากอยู่คนเดียว..."


"ย่ะ..."


หวานหัวเราะคิกคักก่อนจะเดินจากไป...ฉันมองภาพเพื่อนสนิทที่กำลังเดินจากไปเงียบๆ...


ความจริง พวกเขามีกันอยู่
 4 คน มันคงไม่ต่างอะไรกับที่มีฉันอยู่ด้วย....


ฉันสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดบ้าๆนี่ออกจากหัว ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือต่อ...


ก็แค่น้อยใจ....เท่านั้นเอง.... 
















"ถ้าแกกับชั้นคุยกันไม่รู้เรื่องอย่างนี้....ก็อย่ามาคุยกันดีกว่า!!"  


เสียงตวาดดังลั่นทันทีที่ฉันก้าวเข้ามาในห้อง การเข้ามาของฉันไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะทุกคนกำลังจับจ้องไปที่คู่พิพาทที่อยู่กลางห้อง พลอยกำลังตวาดใส่หน้าแก้วที่ยืนหน้าเครียด  ในขณะที่ขวัญและหวานต่างพยายามยื้อตัวแต่ละฝ่ายเอาไว้...


"แกก็หัดฟังเหตุผลของคนอื่นบ้างสิพลอย...!!"


"ฟังเรื่องอะไร ฉันบอกเหตุผลของฉันไปแล้ว แกก็หัดฟังเหตุผลของฉันบ้างสิ!"


"ฉันก็...."


แก้วทำท่าจะเถียงกลับ ก่อนที่หวานจะตะโกนขึ้นมา


"
พอได้แล้วทั้งคู่!!!!"


"พวกแกคิดว่าพวกแกกำลังจะทะเลาะเรื่องอะไรกัน !! แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ทำไมต้องทำให้มันใหญ่โต พวกแกคบกันมาได้ 3 ปีแล้ว ทนๆให้มันจบม.3 ไปก่อนไม่ได้เหรอไง ? หัดคิดบ้างสิว่าถ้ามุกมันมาได้ยินที่พวกแกเถียงกันเพราะมันเป็นต้นเหตุแล้วมันจะรู้สึกยังไง..."


ฉัน...เป็นต้นเหตุอย่างนั้นเหรอ...


"มันก็คงงอน น้อยใจ แล้วก็ไม่พูดกับพวกเราอีกตามเคย พวกแกก็รู้ดีนี่ ฉันรู้ว่ามุกมันไม่ชอบนิสัยนี้ของฉัน แต่ทำไมไม่มีใครเข้าใจว่าฉันเองก็ไม่ชอบที่จะทนนิสัยแบบนั้นเหมือนกัน!!"


"พลอย!!!"


แก้วตวาดขึ้นทันทีที่พลอยพูดจบ... แต่ฉันไม่สนใจอีกแล้ว....


นี่ใช่มั้ย....ความจริงที่พลอยรู้สึก...


 
"ฉันขอโทษ....ที่ฉันมันขี้งอน ขี้น้อยใจ...."


ฉันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะหันไปสบตากับพลอย  แล้วกล้ำกลืนเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอ...


"ถ้าแกไม่พอใจ ทำไมแกไม่เคยบอก แกจะทนทำไม ทนทำไมล่ะพลอย แกทนไปทำไม!!!"


"มุก!!!"  


เสียงเรียกของแก้วที่ดังไล่หลังมาไม่ทำให้ฉันสนใจอีกต่อไปแล้ว...ไม่ว่าเสียงใครทั้งนั้น  ฉันอยากจะไปให้ไกลที่สุด ไกลจากที่นี่ ไกลจากใบหน้าของพลอย....เพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด...



ทั้งๆที่ใส่แว่นอยู่ ไม่รู้สิ  แต่ทำไม....ภาพเบื้องหน้าถึงมัวหมองด้วยหยาดน้ำมากมาย....

















"ทำไมแกตามหาตัวยากอย่างนี้..."


เสียงพูดปนหอบของแก้วดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันเช็ดหยาดน้ำตาออกเพื่อให้เห็นใบหน้าของเพื่อนสาวได้ชัดเจนขึ้น


"แก้ว...."


"ทำไมแกหนีออกมาคนเดียวล่ะมุก....ทำไมไม่รอกันก่อนน่ะ...."


"ฉันอยากอยู่คนเดียว....ขอโทษที...."


แก้วนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ตรงกันข้าม  ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา...


"ไม่ได้หรอก....ฉันรู้ว่าแกกำลังเครียดเรื่องไอ้พลอย ก็ระบายมาสิ...ฉันรู้น่าว่าพลอยมันทำไม่ถูกมาตลอดเกี่ยวกับเรื่องของแก....แกเองก็คงจะอึดอัดมานานแล้วใช่มั้ยล่ะ...."


"ใช่...ทำไมล่ะแก้ว ทำไมพลอยมันไม่เคยบอกฉันตรงๆเลยว่ามันรำคาญ... ทั้งๆที่ฉันเห็นมันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดแท้ๆ แต่เรา 2 คนกลับเข้ากันไม่ได้เลย  เราแตกต่างกันเกินไป....ฮึก....ใช่มั้ยล่ะ  เพราะอย่างนี้มันถึงไม่เคยใส่ใจ มันไม่เคยแคร์เราเลย.....ทำไมกันล่ะ  มันถึงไม่ยอมเข้าใจเราบ้าง..."


"ฉันพยายามเข้าใจแกแล้ว...."


เสียงเย็นๆที่เอ่ยจากด้านหลังทำให้ฉันต้องหันกลับไปหาต้นเสียงทันที...


เสียงที่คุ้นเคยที่สุด...


"แกบอกว่าฉันไม่ยอมบอกแกว่าทนไม่ได้  ทั้งๆที่แกเองก็ทนฉันไม่ได้ แล้วแกจะบอกฉันทำไม  ในเมื่อที่ตัวแกเองยังทำไม่ได้  ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจแก   แกเองก็ไม่เข้าใจฉัน บางทีอาจจะเป็นอย่างที่แกพูด  เรา 2 คนอาจจะเข้ากันไม่ได้เลยจริงๆ...."


"พลอย...."


"ตอนแรกฉันจะมาขอโทษแก.... ใช่ ฉันจะมาขอโทษ  แต่พอฟังคำที่แกพูดขึ้นมาแล้ว คำขอโทษมันหายไปในทันทีเลยรู้มั้ย  มันเจ็บมากเลยแกรู้มั้ย  อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้อย่างนึงว่า  คำพูดที่ใครๆว่าเราสนิทกันที่สุด มันไม่ใช่ความจริงเลย  เพราะแค่เรื่องนิสัย  เรายังเข้ากันไม่ได้แม้แต่น้อย....แล้วจะนับอะไรกับเรื่องอื่นล่ะ...."


"ฉันคง....ไม่สามารถพูดคำว่าขอโทษได้แล้วล่ะ มุก..."


ทิ้งไว้แต่คำพูดนั้น....ก่อนที่ร่างของพลอยและขวัญจะจากไป....


เหลือเพียงแค่คำพูดหนึ่งที่ตราตรึงในจิตใจ....



ฉันคง....ไม่สามารถพูดคำว่าขอโทษได้แล้วล่ะ...
















มิตรภาพ  อาจเปรียบได้เสมือนโหลแก้วใบหนึ่ง...โหลแก้วที่ไม่มีวันเต็ม  ทุกๆวัน เราจะต้องใส่ความรัก ความห่วงใยลงไปในโหลแก้วใบนั้น โหลแก้วที่แสนเปราะบางและแตกหักง่าย  เพราะเหตุนี้ จึงต้องระมัดระวังให้โหลแก้วนี้อยู่กับตัวเสมอ....เพราะวันใดหากโหลแก้วนี้หล่นลงแล้วแตกไป  มันก็ไม่มีทางกลับคืนมาเป็นอย่างเดิมได้อีก....


ตอนนี้....โหลแก้วมิตรภาพระหว่างฉันกับพลอย คงกำลังขาดความรัก....


ฉันไม่สามารถให้คำตอบได้ว่ามิตรภาพของเราทั้งคู่แตกหักเหลือยัง  มันอาจจะเป็นรอยร้าวที่เริ่มปริแตกมากขึ้นทุกที  แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะแตกกระจาย หากเราคนใดคนนึงไม่ลงมือทุบขวดโหลนั้นทิ้ง...


ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่....อาจจะเป็นเช่นนั้น....


มันทั้งเหงา เดียวดาย  อ้างว้าง และดูโดดเดี่ยวเมื่อชีวิตประจำวันไม่มีพลอยอยู่ข้างๆ  ทั้งเวลาเรียน กินข้าว ทำงาน หยอกล้อ  หรือว่าทำอะไรทุกอย่าง  เหลือเพียงแค่ฉันกับแก้ว  พลอยกับขวัญแยกตัวไปกัน
2 คน ในขณะที่หวานนั้นยังคุยเล่นกับทุกคนเหมือนเดิม....


ไม่มีใครตอบได้ว่าเราจะกลับมาเหมือนเดิมเมื่อไหร่....หรือไม่มีวัน....


ฉันเองเป็นคนที่ผิดในเรื่องนี้....เพราะฉัน ทุกคนถึงได้ทะเลาะกัน....


ฉันควรจะเป็นคนที่รับผิดชอบ....


บางที....ฉันควรจะไปปรับความเข้าใจกับพลอยดูสักครั้ง.....











พลอยกำลังหยอกเล่นอยู่กับขวัญและหวานในขณะที่ฉันเดินเข้าไป  ฉันหลับตาลงก่อนจะกำมือแน่นเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะเอ่ยขัดขึ้นมา....


"พลอย....ฉันอยากคุยกับแก..."


พลอยมองเหลือบขึ้นมาก่อนจะหันกลับไปสนใจขวัญและหวานต่อ  แต่หวานกลับขอตัวออกไปพร้อมกับลาก
ขวัญออกไปด้วย...


"มีอะไร..."


"ฉันอยากจะคุยกับแก....อีกสักครั้งนึง...."


"แกยังมีอะไรที่ต้องคุยกับฉัน.....เราสองคนน่าจะรู้ดีแก่ใจตั้งแต่วันนั้นแล้วนี่นาว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเรา แกจะมาคุยเพื่อปรับความเข้าใจอะไรอีก  มันจบแล้ว แกเข้าใจมั้ยมุก มันจบลงแล้ว !! จบตั้งแต่คำพูดที่ว่าฉันทนแกไม่ได้ และแกทนฉันไม่ได้  แกจะรื้อเอาเรื่องเก่าๆมาพูดอีกทำไม เมื่อพูดไปมันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา อีก!!" 


"ทำไมแกพูดอย่างนี้ล่ะพลอย....ทำไมกัน!!"


ทำไม....พลอยถึงพูดแบบนี้....


ฉันตวาดลั่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม...


"พูดเพื่อให้มันจบยังไงล่ะ  แกจะได้เข้าใจซะทีว่าตอนนี้เรื่องระหว่างเราทั้งคู่มันเป็นยังไง  พอทีเถอะมุก เราต่างคนอย่ายุ่งกันเลย.... ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง ได้ยินมั้ยมุก  เลิกเถอะ อย่ามาปรับความเข้าใจให้เสียความรู้สึกกันมากกว่านี้เลย  เข้าใจมั้ย  เราไม่ได้คบกันแล้ว !!!!"  


"ไม่เป็นเพื่อนกันอย่างนั้นเหรอ..."


ฉันพูดแผ่วเบา... พลอยหันมาด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนเดินจากไป...


"ใช่..."


"
ได้....พลอย ฉันจะจำเอาไว้  เราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน  จำไว้นะพลอย เราไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว !!!"  


พลอยหันมาพร้อมกับรอยน้ำตาที่ไหลผ่านแก้ม  ก่อนจะหยดลงอย่างแผ่วเบา...


"
ใช่มุก....มิตรภาพของเรา  มันจบลงแล้วล่ะ..." 




ฉันไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป....ฉันไม่รับรู้อะไรอีกแล้วทั้งสิ้น....


ต่อให้ร้องไห้อีกมากมายขนาดไหน...มันก็คงไม่เท่ากับหัวใจที่กำลังเจ็บปวด...


เพราะต่อจากนี้....จะไม่มีอีกแล้ว....



มิตรภาพ....ที่เราทำลาย....ด้วยมือของเราทั้งคู่เอง....




















เพื่อน....


ฉันไม่เคยเข้าใจหรอก ว่าคำนี้ มันหมายความว่าอะไร...


ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในห้องแห่งนี้  เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่แว่น จมปลักกับหนังสือเรียน ไม่เคยเข้าไปทักใครก่อน ไม่มีใครเข้ามาทำความรู้จัก นั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆที่ทำความรู้จักกัน...


มันช่างอ้างว้างเสียเหลือเกิน....


แล้วเธอก็เข้ามา  เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ที่เพื่อนๆทั้งห้องรู้จักเธอภายในไม่กี่นาที  แต่เธอกลับเลือกที่จะเข้ามาทำความรู้จักกับคนที่ไม่มีใครสนใจอย่างฉันก่อน... 


เธอสามารถเลือกเพื่อนสนิทได้มากมาย...แต่เธอกลับเลือกฉัน... 


มันน่าแปลกใช่ไหมล่ะ....


บางทีคำว่าโชคชะตาอาจจะลิขิตขึ้นมาให้มันเป็นแบบนี้...


จากเรา
2 คนกลายเป็น 3 จาก 3 เพิ่มขึ้น จนกลายเป็นพวกเราทั้ง 5 คน...


มิตรภาพ....มันสร้างขึ้นได้ง่ายๆจังนะ...


พวกเราทุกคนต่างมีอะไรที่แตกต่างกันออกไป...บางอย่างเข้ากันได้ดี...บางอย่างก็ต่างกัน...


แต่เราก็ยังคบกันมาได้... 


แล้ววันนี้...ทำไม....เราถึงแตกกันล่ะ.... 


มันเป็นเพียงเพราะความน้อยใจบ้าๆของฉันใช่ไหม... 


เพราะฉันใช่ไหม...ที่เป็นคนทำลายมิตรภาพที่สร้างขึ้นมาเองกับมือ... 


ฉันนี่....มันแย่จัง.... 














หยาดน้ำตาเม็ดแล้วเม็ดเล่าที่ร่วงหล่นลงมาราวกับสายฝนแห่งความโศกเศร้า  เสียงสะอื้นราวกับเป็นเสียงกรีดร้องดังมาจากหัวใจ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหนักอึ้งที่อยู่ในใจเลยแม้แต่น้อย...


ต้องทำอย่างไรกัน....ถึงจะได้มิตรภาพของเราทั้งคู่กลับมา...


"ถ้าตัดขาดเพื่อนกันแล้ว....ทำไมแกถึงต้องมานั่งร้องไห้อย่างนี้ล่ะ..."


หวานพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน...ก่อนจะนั่งลงข้างๆ


"เมื่อกี้ฉันไปหาพลอยมา....มันก็เป็นแบบแกน่ะแหล่ะ...เสียแต่มันไม่ได้ร้องไห้  มันเงียบ เงียบมาก จากที่ปกติมันนั่งจ้อทั้งวัน มันไม่พูดกับใครเลย..."


"เรื่องของพลอย....ทำไมแกต้องมาบอกฉันด้วยล่ะ..."


"พวกแกทั้งคู่นี่ปากแข็งเหมือนกันไม่มีผิด"


"อย่าพูดคำว่า ทั้งคู่ ขอร้องล่ะหวาน..."


"เอ้า  นี่  เช็ดน้ำตาก่อนแล้วค่อยมานั่งคุยกัน..."


หวานยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวสะอาดให้ ฉันเอื้อมมือไปหยิบมันมาถือเอาไว้เฉยๆโดยไม่ได้ทำอะไร  หวานจับมือข้างที่เธอผ้าเช็ดหน้าไว้มาเช็ดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา...


หวานเป็นคนอย่างนี้เสมอ  อ่อนโยนกับทุกคน ทำดีกับทุกคน  หวานจึงเป็นคนที่ทุกคนให้ความนับถือ และยอมรับฟังทุกอย่าง  ทุกๆครั้งที่พวกเรามีเรื่องกัน หวานจะเป็นคนที่ไกล่เกลี่ยเสมอ....


"มุก...แกไม่เสียดายเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเลยงั้นเหรอ....ถึงได้ตะโกนออกไปแบบนั้น...."


ฉันยิ้มขมขื่น...


"ทำไมจะไม่เสียดายล่ะ...."


"แล้วถ้างั้น  แกตะโกนออกไปทำไม..."


"เพื่อตอกย้ำจิตใจตัวเองยังไงล่ะหวาน  เพื่อตอกย้ำให้รู้ว่าฉันกับพลอย.....ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว..."


"แล้วทำไม...แกถึงไม่คิดว่าถ้าแกรั้งตัวพลอยเอาไว้...ถ้าแกเข้าไปกอดมัน หรือดึงตัวมันเอาไว้ แล้วเอ่ยปากพูดออกไป โดยไม่สนใจว่าพลอยมันจะว่ายังไง  ทำไมแกถึงไม่ทำอย่างนั้นล่ะ..."


"ทำไปแล้วได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาล่ะหวาน..."


"ได้สิ....อย่างน้อยแกก็ได้ระบายความในใจของแก  อย่างน้อยแกก็ไม่ต้องเก็บความรู้สึกของแกที่มีต่อพลอยไว้เงียบๆอีกต่อไป  ให้พลอยได้รู้ทั้งหมดว่าแกรู้สึกยังไงกับมัน...."


"แต่...."


"พลอยเป็นเพื่อนของแกคนแรกเลยไม่ใช่เหรอไง  เป็นเพื่อนที่แกแคร์ที่สุดด้วยไม่ใช่อย่างงั้นเหรอ  แล้วถ้างั้น  ถ้าเกิดว่าพลอยเป็นเพื่อนที่แกรักที่สุดจริงๆ แกจะปล่อยให้มิตรภาพของพวกแกทั้งคู่ที่อุตส่าห์ทะนุถนอมมาตลอดเวลา 3 ปีพังลงง่ายๆเพียงแค่ความรู้สึกในเวลาชั่ววูบอย่างงั้นใช่มั้ย ? ถ้าไม่ แล้วทำไมแกถึงไม่ไขว่คว้ามันกลับมา  ทำไมถึงปล่อยให้มันหลุดลอยไปง่ายๆอย่างนั้น...!"


นั่นสิ.....ทำไมฉันถึงไม่ไขว่คว้ามันเอาไว้กัน....


"ฉันเป็นเพียงแค่เพื่อนสนิทที่เป็นคนนอกในเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของมิตรภาพของพวกแก 2 คน ฉันคงทำแค่นี้แหล่ะ  ได้แต่เฝ้ามองและบอกพวกแกอยู่ห่างๆ  เพราะสุดท้ายพวกแกทั้ง 2 คนก็ต้องเคลียร์เอาเอง..."


"ฉันเข้าใจแล้วล่ะหวาน..."


"อื้อ...ถ้าเข้าใจก็ปรับความเข้าใจกันซะ....ฉันอยากให้พวกเราทั้ง 5 คนกลับมาเป็นแบบเดิม..." 


หวานพูดทิ้งท้ายก่อนจะจากไป...


"ทิฐิน่ะมุก...บางทีก็เก็บๆเอาไว้เถอะนะ  ยังไงพวกแกก็ยังเป็นเพื่อนกัน เชื่อฉันสิ..."




ฉันเอง....ก็อยากให้พวกเราทุกคน....กลับมาเป็นแบบเดิมนะ....รู้ไหม...



















ท้องฟ้ามืดหม่นราวกับจะบอกความหม่นหมองในใจของฉัน  สายฝนโปรยกระหน่ำไม่ต่างกับน้ำตาที่มันเอ่อล้นมากมายในหัวใจ  เสียงฟ้าร้องราวกับจะตอกย้ำเสียงสะอื้นตลอดที่ผ่านมา...


เย็นมากแล้ว... 


ฉันใช้เวลามากมายนับจากวันนั้นในการอยู่คนเดียว  แก้วเองพอเข้าใจความรู้สึกของฉันดีจึงได้แต่อยู่เงียบๆและขอตัวจากไปเมื่อฉันทำทีท่าว่าอยากจะอยู่คนเดียว  และทุกครั้งที่อยู่ตามลำพัง  น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนมากมายจะไหลลงมาได้เสมอ....


เพราะเหตุนี้....ฉันถึงชอบที่จะอยู่คนเดียว....


ไม่ต้องฝืนยิ้มให้กับเพื่อนคนอื่นๆว่าฉันไม่เป็นอะไร  ไม่ต้องแกล้งทำเป็นคนที่ดูปกติดี...ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างที่แท้จริง...


ยามเย็นที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีคนอยู่มาก  ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่ซ้อมกีฬาสี  ทำกิจกรรม  แต่ยิ่งวันนี้ฝนตกหนัก ทำให้มีคนอยู่น้อยลงไปอีก...


ฟ้าช่างไม่เป็นใจเลยจริงๆ...


ฉันถอนหายใจเบาๆออกมาเมื่อพบว่าวันนี้ลืมหยิบร่มติดกระเป๋ามาด้วย  ก่อนจะตัดสินใจเอากระเป๋าบังหัวแล้ววิ่งฝ่าฝนออกไปนอกโรงเรียน  เพื่อที่จะหาที่หลบฝนที่ใกล้ที่สุด...ก่อนจะหาที่เรียกแท็กซี่กลับบ้าน เพราะรู้ว่าถ้าวันนี้กลับรถเมล์ คงไม้พ้นสภาพลูกหมาตกน้ำแน่ๆ


ด้วยความที่ไม่เห็นหลุมด้านหน้าทำให้ฉันสะดุดล้มลงไปบนพื้นน้ำที่เจิ่งนอง....กระโปรงสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นของน้ำฝนในทันที  สายฝนที่ตกลงทำให้มันยิ้งเปียกยิ่งขึ้น....แต่ฉันกลับไม่สนใจ...


พลัน...ภาพๆหนึ่งบังเกิดขึ้นในความทรงจำ....


เด็กหญิงสองคนกำลังเล่นน้ำฝนอย่างสนุกสนาน  โดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้านั้นจะเฉอะแฉะแค่ไหน  บนใบหน้าของทั้งคู่มีรอยยิ้มแห่งความสุข....ทั้งคู่เล่นกันไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจว่าใครจะมอง ใครจะสน...


เด็กผู้หญิง
2 คนนั้น  คือฉันกับพลอย... 


ฉันยิ้มน้อยๆออกมาโดยไม่รู้ตัว...


หลังจากวันนั้น...ทั้งฉันและพลอยเป็นหวัดหนักจนไม่ได้มาโรงเรียนทั้งคู่  แต่เราก็ยังหัวเราะกัน...


มันก็เป็นแค่อดีต....สินะ....


"เธอๆ เป็นอะไรหรือเปล่า  มา ฉันช่วย..." 


เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับมือที่ยื่นมาทำให้ฉันหันหน้าไปมองบุคคลที่มาใหม่...


พลอย...


สายฝนที่โปรยกระหน่ำลงมา หยดน้ำที่ไหลผ่านแว่นตาหลายหยดไม่ได้ทำให้ฉันมองคนผิดไปใช่ไหม...


พลอยเองดูแปลกใจที่มองเห็นฉัน....ใบหน้านั้นขมวดคิ้ว  ก่อนจะแปรเป็นเรียบเฉย... ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ


"สงสัยคุณคงไม่ต้องการความช่วยเหลือ..."


ทิฐิที่มาจากไหนไม่รู้ขวางกั้นความรู้สึกผิดที่อยากจะพูดกับพลอยเอาไว้  ฉันเอ่ยตอบกลับเสียงเฉยชา


"ค่ะ  ขอบคุณมาก..." 


"ถ้างั้น  ฉันคงไม่ต้องช่วยเหลืออะไร  ขอตัวก่อนนะคะ.."


"ค่ะ..." 


เรา
2 คนจบบทสนทนากันแค่นั้น...ฉันลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหลังให้พลอย  แต่ไม่ยอมก้าวจากไปไหน  ปล่อยให้สายฝนกระทบลงมาเรื่อยๆ ปะปนไปกับน้ำตาที่ไหลออกมาในตอนนี้  หวังว่าให้สายฝนจะชะล้างมันออกไปให้หมด...


ฉันรู้สึกว่า...พลอยยังยืนอยู่ที่เดิม...
 


เวลาผ่านไปเป็น
10 นาทีที่เราทั้งคู่ยังยืนอยู่ที่เดิม  หันหลังให้กัน  ปล่อยให้ฝนสาดเทลงมาเรื่อยๆ  ทิฐิในใจทำให้ฉันไม่เอ่ยปากขึ้นมาก่อน... 


"ฉันมายืนอยู่ตรงนี้....เพื่ออะไรกันนะ" 


เสียงเอ่ยแผ่วเบาทำให้ฉันหันกลับไปมอง...ร่างของพลอยที่ยังยืนหันหลังให้ฉันกล่าวต่อไป


"ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะยืนไปทำไม...ในเมื่อไม่มีอะไรที่ทำให้ฉันจะต้องยืนนิ่งๆอย่างนี้  ฉันควรจะเข้าไปหาที่หลบฝน ทำให้ตัวแห้งๆซะที..."


"ฉัน...ก็ไม่รู้จะยืนไปทำไมเหมือนกัน..."


ฉันเอ่ยเสียงเบา  ก่อนจะควบคุมเสียงสะอื้น  แล้วกล่าวต่อ...


"ในเมื่อมันไม่มีอะไรจะให้เสียแล้ว....ฉันเองก็ไม่รู้จะยืนไปทำไม  ฝนตกลงมาเรื่อยๆปนกับน้ำตาทำให้ฉันยิ่งรู้สึกเจ็บปวด  มันต่างจากวันนั้นในความทรงจำ  วันที่ฉันมีเพื่อนคนนึงเล่นน้ำฝนด้วย ฉันจำได้ว่าวันนั้นฉันมีความสุขมาก  แม้ว่าฉันจะป่วยหนักในวันรุ่งขึ้นก็เถอะ..."


"ฉันเอง....ก็เคยมีเพื่อนคนนึงที่เล่นน้ำฝนด้วยกัน  ฉันเองก็มีความสุขมากในวันนั้น  เราทั้งคู่ถึงแม้จะไม่สบาย แต่ก็ยังหัวเราะกันได้....เพราะพวกเราต่างเป็นหวัดเหมือนกัน....และมันเป็นเรื่องที่นานๆทีเราจะเหมือนกัน  เราแตกต่างกันมาก  แต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันมาได้ตลอด 3 ปี..." 


คำพูดนั้น....ยิ่งทำให้ฉันร้องไห้หนักมากขึ้นไปอีก  ฉันหันหน้ากลับไปเผชิญหน้ากับพลอย  ที่บัดนี้  ไม่ต่างกับฉันสักเท่าไหร่  ฉันควบคุมไม่ให้เสียงสั่นไปกว่านี้  แล้วกล่าวต่อจากคำพูดของพลอย...


"ฉันเพิ่งเสียเพื่อนคนนี้ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วด้วยเหตุผลบ้าๆของฉันเอง  หลายครั้งที่ฉันรู้สึกไม่ชินที่จะต้องอยู่คนเดียวโดยไม่มีเพื่อนคนนี้อยู่ข้างๆ  หลายครั้งที่ฉันนั่งร้องไห้ว่าฉันอยากจะกลับไปเป็นเพื่อนกับเขาอีกครั้ง  แต่ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้า  คำว่าขอโทษมันจุกอยู่ที่ปาก  แต่ฉันก็ไม่กล้าพูดออกไป  เพราะกลัวว่ามันจะทำให้ฉันรู้สึกแย่กว่านี้  ฉันอยากจะเล่าความในใจของฉันให้เขาฟัง  ว่าเขาเป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด..."


น้ำตาไหลออกมาจากร่างของหญิงสาวที่เผชิญหน้ากับฉันอยู่ตอนนี้  ก่อนพลอยจะเอ่ยขึ้น


"ฉันนึกอยู่ตลอดหลังจากตะโกนใส่หน้าเพื่อนคนนี้ว่าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วว่าทำไมฉันถึงทำแบบนั้นไปได้  ทำไมฉันถึงทำกับเพื่อนของฉันลงไปได้  แต่ฉันเองก็ไม่เคยกล้าที่จะขอโทษเขาก่อน  เพราะรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำไปมันแย่และรุนแรงขนาดไหน  ทุกๆอย่างที่ฉันทำไปฉันอยากจะให้เขาอภัยให้  และอยากบอกให้เขารู้ว่า  ฉันเองก็แคร์เขามากที่สุดเช่นกัน...."


"
มุก....ฉันขอโทษ..."


เพียงแค่คำพูดเดียวเท่านั้น.....เท่านั้นจริงๆ 


น้ำตาฉันไหลออกมาอย่างสุดกลั้น  ก่อนจะตะโกนลั่น...


"
พลอย....ฉันขอโทษแกจริงๆ  ฉันขอโทษ..."


ฉันโผเข้ากอดร่างของพลอย  เพื่อนที่ฉันรักที่สุด  ปล่อยให้น้ำตานั้นไหลรินไปเรื่อยๆอย่างสุดกลั้น  พลอยกอดฉันเอาไว้แน่น  ก่อนจะลูบหลังเบาๆ  ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับพลอย  บนใบหน้าที่สวยหวานนั้น  มีรอยช้ำจากการร้องไห้หนักอยู่....


ไม่มีคำพูดอื่นใดๆอีกแล้วหลังจากนั้น  เราสองคนกอดกันนานแสนนานท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำ  แต่นั่นไม่ได้ทำให้จิตใจของฉันแย่ลงกว่าตอนนี้เลย  ในเมื่อคนที่ฉันให้ความสำคัญเท่าชีวิตอยู่กับฉันแล้วตอนนี้...



ฉันได้เพื่อนที่ฉันรักที่สุดกลับคืนมาแล้ว....








มิตรภาพ....คำๆที่ไม่ต้องใช้คำพูดอะไรสื่อออกมามากมาย....สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น  อบอุ่นไปด้วยความรัก ความห่วงใย  และความเข้าใจซึ่งกันและกัน  ความรู้สึกที่ต้องใช้หัวใจของคนเป็นเพื่อน  เข้าไปสัมผัส...




 

เป็นความรู้สึกที่สำคัญที่สุด....ไม่แพ้ความรักเลยแม้แต่น้อย....

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ [M]erFa[E] จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

21 ความคิดเห็น

  1. #21 CENTERDUTMILL
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 17:16
    เศร้าจัง อ่านแล้วนึกถึงตัวเองตอนอยู่ที่โรงเรียนทีแรกก็สนิทกันแต่เหมือนสายสัมพันธ์มันเบาบางลงไปแล้ว สุดท้ายก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เหงาจัง
    #21
    0
  2. #20 vivian
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2554 / 01:19
    เห เรื่องแต่งเหรอเนี่ย นึกว่าเรื่องจริงซะอีก เราก็มีเพื่อนที่สนิทมากๆอยุคนนึงแต่เราก็ต่างกันมากเลยแหละ คบกันอยุ 3 ปีจนจบม.6 ก็มีทะเลาะกัน ไม่พูดกันบ้าง แต่สรุปสุดท้ายแล้วเพื่อนก็สอนให้ได้รู้ถึงคำว่ามิตรภาพที่สำคัญ ถึงสายใยของมิตรภาพจะบาง แต่ก็เพราะบางไม่ใช่เหรอถึงจะส่งผ่านความอบอุ่นถึงกันได้หน่ะ
    #20
    0
  3. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 / 20:31

    แต่งเก่งจังเลย อ่านแล้วเศร้า

    #19
    0
  4. #18 ขอโทษ><
    วันที่ 27 มีนาคม 2551 / 15:05
    ฝากส่งต่อนะ มา เม้น ให้ อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว..... อ่านต่อเลย เป็น เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนามเดะเล่น และเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ ***********************************- เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร __________ ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี (ปล ห้ามส่งมายังคนเดิมที่ส่งมาอีก ไม่งั้นจะรับโทษฐานคืน)... หึหึ
    #18
    0
  5. วันที่ 3 กรกฎาคม 2550 / 23:26

    ทำม้าย ยย มันตอกย้ำนัก
    น้ำตาพรากเลย พี่เมอ .. มีอะไรเศร้ามากมายในชีวิตพี่เหรอคับ
    โฮะๆ ปลายนิ้วจรดแป้นพิมทีไร ทำเอาคนจ้องหน้าจอน้ำตาหยดแหมะทุกคราเลยนา


    ... ถ้านี่เป็นเรื่องจริง (ม่ายหรอกมั้ง เพราะคำพูดยาว แล้วก็สาระไป ไม่มีใครเค้าพูดกันแบบนี้หรอกชะป่าว ว)
    ก็คงดีอะนะ จบ happy ดี


    ถ้านี่เป็นส่วนหนึ่งในความรู้สึกของพี่เมอนะ .. ก็คงคล้ายๆ เราอีกแหละ
    ชอบ อยู่คนเดียว คิดมาก คิดไปเรื่อย คิดๆๆๆๆ คนเดียวตลอด
    ...นิสัยที่แก้ไม่หาย สันโดษอะนะ เลยโสดแบบนี้ (เกี่ยวมั้ยวะ)
    .....ยังไงก็รักก รักกก เธอ. . . โฮะๆ รักรัก ไปละครับ

    #17
    0
  6. วันที่ 11 พฤษภาคม 2550 / 00:58

    อ่านทีไร  ก้อแจ่มงับ

    #16
    0
  7. วันที่ 8 พฤษภาคม 2550 / 22:04
    เพลงมันเศร้าเหรอ? เราไม่ได้ฟัง ลำโพงมันเสีย.....แต่ เราอ่านแล้วร้องไห้เลย ซึ้งๆๆ
    #15
    0
  8. วันที่ 25 เมษายน 2550 / 23:07

    แจ่มงับ

    #14
    0
  9. วันที่ 20 เมษายน 2550 / 18:50
    #13
    0
  10. วันที่ 9 มีนาคม 2550 / 12:19
    กลับมาอ่านอีกรอบ   ติดจายม่าหาย ซึ้งจิงๆๆๆๆ และยังบอกเพลงโฮ่ อย่าพูดถึง.....น้ำตาไหลพรากกๆๆ
    #12
    0
  11. วันที่ 5 มีนาคม 2550 / 01:35
    น้ำตาคลอว่ะวิ้งค์.... 


    เฮ่ออ..  เราโครตให้ความสำคัญกับพวกมิตรภาพระหว่างเพื่อน
    มาเจออย่างงี้   ซึ้งง  !!

    เพลงมันช่วยบิ้วด์ด้วยแหละ 555
    #11
    0
  12. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2550 / 12:36
    แต่งได้แจ๋วมากๆเลยค่า  อ่านแล้วอินมากๆ เกือบร้องไห้แน่ะ เพราะเราก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน นี่แหละคำว่าเพื่อนแท้ ถึงนิสัยจะต่างกัน แต่ความรู้สึกที่เคยให้มาตลอดก็ไม่สามารถตัดขาออกจากกันได้ง่ายๆ ถึงเราจะต่างกัน จะเหมือนกัน สิ่งสำคัญก็อยู่ที่ใจ ยามเราทุกข์ เค้าทุกข์ด้วย ยามเราสุข เค้าก็สุขด้วย เวลาเราสมหวังก็สมหวังด้วย แต่เมื่อเราผิดใจกันเพี่ยงนิดเดียว การที่ต้องแตกแยก ก็รู้สึกขาดอะไรไปซักอย่าง ขอซูฮกเลยพี่เมอ กินใจมากกกก
    #10
    0
  13. วันที่ 25 มกราคม 2550 / 19:54

    จิ้มๆ เขี่ยๆพื้นมุมนึงของห้องนี้ - -...

    #9
    0
  14. วันที่ 25 มกราคม 2550 / 19:44

    ไม่รู้ว่าโหวตติดรึเปล่านะ
    ถ้าไม่ติด เดี๋ยวมาโหวตให้ใหม่นะจ๊ะ ^^

    #8
    0
  15. วันที่ 25 มกราคม 2550 / 19:41
    อ่าวิ้งกี้ อยากจะบอกว่า อ่านแล้วร้องไห้อ่า T^T
    ที่เธอส่งให้เราอ่านอ่า คือ พออ่านแล้วนึกถึงเหตุการณ์
    เมื่อตอนที่ทะเลาะกับเพื่อนเลย T^T

    เอาไป +5 เลย ^^
    #7
    0
  16. วันที่ 23 มกราคม 2550 / 21:04
    โทษทีน่อเมอคุง แบบว่าช่วงนี้ไม่ว่างทำอะไรตามใจตัวเอง เลยไม่ได้อ่าน โทษทีน้า
    #6
    0
  17. วันที่ 23 มกราคม 2550 / 21:03
    นี่มุกเองนะ ไม่ค่อยมีเวลาเลย ขอค้างแค่เม้นท์ก่อนนะคะ
    #5
    0
  18. วันที่ 23 มกราคม 2550 / 20:36
    เศร้าดีอ่า แต่ว่าไม่ถึงขั้นให้บ่อน้ำตาแตกได้ (แต่อนาคตไม่แน่แฮะ)
    #4
    0
  19. วันที่ 21 มกราคม 2550 / 18:14
    โฮะๆ อ่านไปแล้วหร๊อบนึง T_T ขอซูฮกท่านเมอจริงๆ เรื่องแต่งเรื่องเศร้าๆเนี่ย เศร้าจริงๆ เทน้ำตาให้หนึ่ง ปี๊บ เป็นเครื่องการันตี 55 ปล. อยาก +5 ให้ แต่เพิ่งพวกให้เซวี่ไป =_+
    #3
    0
  20. วันที่ 19 มกราคม 2550 / 11:32

    โฮๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมเศร้าเช่นนี้ (ขอผ้าเช็ดหน้าด้วยค่ะ จะเช็ดน้ำตา)

    แต่งได้หนุกมากก โฮกกกก

    จบ หนูปลื้ม งิงิ

    #2
    0
  21. #1 ซึ้งมากกกกกก
    วันที่ 12 เมษายน 2550 / 12:59
    พี่แต่งเรื่องแนวนี้เก่งมั่กๆเลยค่ะ

    ชอบทุกเรื่องที่พี่แต่งเลยนะ
    #1
    0