คัดลอกลิงก์เเล้ว

[FIC KnB] ไม่มีนาย มันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง [KiKuro & Akashi]

โดย Mind-San

สำหรับฉัน นายคือคนสำคัญ คนที่คอยปลอบโยน คนที่คอยให้กำลังใจ คนที่คอยอยู่เคียงข้าง คนที่มอบคำว่า ‘รัก’ ให้กับฉันได้อย่างหมดหัวใจ แต่ฉันกลับทำลายทุกอย่างลงด้วยน้ำมือของตัวเอง

ยอดวิวรวม

2,450

ยอดวิวเดือนนี้

17

ยอดวิวรวม


2,450

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


88
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 พ.ย. 58 / 21:30 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[FIC KnB] ไม่มีนาย มันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง [KiKuro & Akashi]

Pairing :  Kise x Kuroko ft. Akashi

Genre : Drama...

By : Mind-San./Mi~chan'

Writer Talk : แฟนฟิคเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักอนิเมะ หรือมังงะ และแฟนฟิคเรื่องนี้อาจเศร้าอยู่พอสมควรนะคะ(อีกแล้ว!)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 21 พ.ย. 58 / 21:30

บันทึกเป็น Favorite


[FIC KnB] ไม่มีนาย มันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง [KiKuro & Akashi]

Pairing :  Kise x Kuroko ft. Akashi

Genre : Drama…

Cr. Pic : NYANYAN



            คุณเคยสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปบ้างไหม? ถ้าเคย คุณคงรู้นะว่ามันรู้สึกยังไง มันเหมือนกับว่าทุกอย่างรอบตัวนั้นไร้สีสัน รู้สึกเหนื่อยจนท้อแท้ รู้สึกแย่เกินกว่าจะทนไหว ความทรมานถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว นั่นล่ะ... คือความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับผมในตอนนี้..

 

            เสียงระฆังวิวาห์ดึงผมให้หลุดออกมาจากห้วงภวังค์ความคิด นัยน์ตาสองสีหันกลับไปมอง โบสถ์ทรงยุโรปแบบคลาสสิคปรากฏอยู่ในสายตา ผมยืนอยู่ที่หน้าประตูโบสถ์แห่งนี้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ในมือถือดอกกุหลาบสีขาวช่อโตมาด้วย มันเป็นดอกไม้ที่คนสำคัญของผม ไม่สิ... คนเคยสำคัญของผมชอบมากที่สุด

 

            ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ไร้มลทินใดๆ ดูอ่อนโยนแต่ก็งดงามเหมือนกับคนๆนั้นไม่มีผิดเพี้ยน ผมมองช่อดอกกุหลาบในมือแล้วยิ้มบางที่มุมปาก อดีตแสนน่าคิดถึงไหลเข้ามาในห้วงความคิด ผมค่อยๆหลับตาลงเพื่อที่จะซึบซับช่วงเวลาในตอนนั้นเอาไว้ให้ได้นานที่สุด

 

 

 

            “อาคาชิคุง อย่าหักโหมมากสิครับ พักได้แล้วนะครับ” น้ำเสียงหวานใสพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่มองมาอย่างเป็นห่วงทำให้ร่างสูงเผยรอยยิ้มน้อยๆก่อนจะตอบกลับไป

 

            “อืม ขออีกนิดนะ งานใกล้เสร็จแล้ว” เด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาตอบก่อนจะเร่งมือเขียนงานที่จะต้องส่งอาจารย์ในอีกสามเดือนข้างหน้า ที่ต้องรีบทำก็เพราะงานในมหาวิทยาลัยนั้นมีมากซะจนหัวหมุนไปหมด แม้จะหมุนเวลาจัดการดีแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถลดภาระงานลงได้เลย พอทำเสร็จงานใหม่ก็จะเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆแบบไม่รู้จบ ทำให้เขาต้องอยู่ทำงานจนเลยเที่ยงคืนแทบทุกวัน

 

            ดวงตาสองสีเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่บริเวณหัวไหล่ เมื่อหันกลับไปมองก็พบร่างบางส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้ ดวงตาคมก้มมองไหล่ของตัวเองก็พบกับเสื้อกันหนาวสีฟ้าอ่อนคลุมเอาไว้อย่างเรียบร้อย คงเป็นฝีมือของคนตัวเล็กล่ะนะ ก็ในคอนโดของเขามีคนที่พักอยู่กับเขาแค่คนเดียวนี่นา คนที่มีชื่อว่า

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะ...

 

            “ดื่มนี่หน่อยนะครับ พอเสร็จงานแล้วจะได้นอนหลับสบาย” นมสดอุ่นๆในแก้วทรงสูงถูกส่งมาให้ อาคาชิพยักหน้ารับก่อนจะรับนมแก้วนั้นมา ริมฝีปากหนาค่อยๆจิบนมในแก้วทีละนิด ความอุ่นที่ฝ่ามือในยามจับแก้วเทียบไม่ได้สักนิดกับความอบอุ่นที่อยู่ในหัวใจ

 

            “ขอบใจนะเท็ตสึยะ”

 

            “ไม่เป็นไรครับ” คุโรโกะพูดพลางกระชับเสื้อกันหนาวที่สวมอยู่ รู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องเย็นกว่าปกติเพราะหิมะที่ตกอยู่ด้านนอก ทั้งที่เปิดฮีตเตอร์แล้ว แต่ในห้องก็ยังหนาวอยู่ดี

 

            “ผมจะอยู่เป็นเพื่อนอาคาชิคุงนะครับ” ร่างเล็กพูดขึ้นพลางทิ้งตัวลงบนโต๊ะเขียนหนังสือที่อยู่ข้างกัน เนื่องจากคณะที่เด็กหนุ่มผมฟ้าเรียนอยู่งานไม่หนักเท่ากับของอาคาชิ เขาจึงเคลียร์งานทั้งหมดเสร็จหมดทุกวิชาแล้ว จะเหลือก็แต่งานใหญ่ท้ายภาคเรียนเท่านั้น

 

            “พรุ่งนี้นายมีเรียนแต่เช้าไม่ใช่เหรอ? รีบไปนอนเถอะ” อาคาชิพูดด้วยความเป็นห่วงโดยที่ยังไม่ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า มือเรียวตวัดเขียนตัวอักษรด้วยความเร็วเหลือเชื่อพลางรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดไปด้วย

 

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกลัวอาคาชิคุงจะเหงานี่นา” ใบหน้าหล่อเหลากระตุกยิ้มบาง มือเรียววางปากกาลงทันทีที่เสียงหวานพูดจบประโยค พลางรวบเอกสารปึกโตเข้าด้วยกันแล้วเก็บใส่แฟ้มอย่างเรียบร้อย อาคาชิหันมาหาเด็กหนุ่มตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

            “พูดแบบนี้ต้องการอะไรรึเปล่า หืม?” นัยน์ตาต่างสีมองมาอย่างเจ้าเล่ห์พลางช้อนตัวเด็กหนุ่มร่างบางขึ้นมา คุโรโกะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆตัวเองก็ถูกอุ้มโดยไม่มีการบอกกล่าว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะแดงซ่านเมื่อถูกคนรักจ้องมองมาด้วยสายตาอบอุ่นแฝงความหมายเช่นนั้น

 

            “ปะ.. เปล่าสักหน่อยครับ” คนผมฟ้าหันหน้าหนีไม่ยอบสบตา รู้สึกว่าตัวเองถูกอุ้มออกมาจากห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งห้องทำงานนี้เป็นห้องที่เสริมเข้ามาในห้องนอน พอเปิดประตูออกก็จะพบห้องนอนห้องใหญ่อยู่ตรงหน้า

 

            อาคาชิค่อยๆวางร่างเล็กลงบนเตียงขนาดใหญ่อย่างเบามือก่อนที่ตัวเองจะขยับไปนอนข้างๆกัน ใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอขาวของอีกฝ่าย สูดกลิ่นหอมหวานจากคนตัวเล็กเพื่อเพิ่มพลังหลังจากที่เหนื่อยล้ามานาน

 

            “อื้อ...” น้ำเสียงหวานเผลอครางในลำคอก่อนจะผลักไหล่ของอีกฝ่ายออกด้วยใบหน้าร้อนวาบ “พรุ่งนี้ผมมีเรียนนะครับอาคาชิคุง”

 

            “ฉันรู้..” เด็กหนุ่มผมสีแดงสดยิ้มบางๆให้คนรัก โน้มใบหน้าไปจุมพิตหน้าผากมนเบาๆ ร่างสูงผละกายออกเล็กน้อย จัดผ้าห่มผืนหน้าให้เข้าที่ก่อนจะสวมกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน

 

            “ราตรีสวัสดิ์นะ เท็ตสึยะ”

 

            “ราตรีสวัสดิ์ครับอาคาชิคุง”

 

 

 

            ภาพต่อมาคือภาพที่อาคาชิกับคุโรโกะในยามที่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าทำอะไรพวกเขาก็มักจะทำด้วยกันเสมอ คอยเอาใจใส่อีกฝ่าย คอยดูแลกันและกัน น้ำเสียงที่คนตัวเล็กใช้เรียกพร้อมกับดวงตาสีฟ้าสวยอ่อนโยนเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับเขามากที่สุด แต่เขากลับเป็นคนทำลายมันด้วยน้ำมือของตัวเอง

 

 

 

            “นะ.. นี่มันหมายความว่ายังไงครับอาคาชิคุง?” คุโรโกะ เท็ตสึยะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตามองโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าข้อความที่คนรักของตนคุยกับใครอีกคน ซึ่งดูจากบทสนทนานั่นแล้ว... ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง

 

            “ฉันก็แค่คุยเล่นๆเท่านั้นเอง” ร่างสูงตอบอย่างปัดๆพลางแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเพื่อเตรียมไปอาบน้ำ ใบหน้าคมฉายแววเบื่อหน่ายออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

            “แต่คุณก็ไปพบเขามาหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอครับ ไปทำอะไรกันมาล่ะ?” เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนพยายามจะเก็บอารมณ์ที่มันเริ่มคุกกรุ่นเอาไว้ เมื่อเห็นภาพคนรักของตนที่ถ่ายรูปคู่กับใครคนนั้นอย่างสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อน

 

            “ก็แค่ไปเล่นสนุกกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง คุโรโกะไม่ใช่คนซื่อ เขาเข้าใจได้ในทันทีว่าคำพูดนั้นมันหมายถึงอะไร

 

            “แม้ว่าคุณจะมีผมอยู่แล้วน่ะเหรอครับ... อาคาชิคุง?” ร่างบางเอ่ยอย่างตัดพ้อ น้ำสีใสเริ่มเอ่อคลอออกมาจากดวงตา ไม่คิดเลยว่าคนที่ตัวเองรักจนสุดหัวใจจะทำกันแบบนี้

 

            “ก็บอกแล้วไงว่ามันแค่เล่นๆน่ะ”

 

            “คุณชอบเอาความรู้สึกของคนอื่นมาล้อเล่นแบบนี้เหรอครับ!?” ดวงตาสองสีกระตุกวูบเมื่อคนตัวเล็กขึ้นเสียงใส่ อาคาชิหันไปสบตากับดวงตาสีฟ้าอ่อนที่มีน้ำเอ่อคลออย่างไม่ชอบใจ

 

            “อย่าขึ้นเสียงใส่ฉัน เท็ตสึยะ”

 

            “คุณก็เลิกทำแบบนี้สักทีสิครับ” อาคาชิถอนหายใจเบาๆด้วยความเหนื่อยหน่าย นับวันคนรักของเขาชักจะทำตัวไม่มีเหตุผลมากขึ้นทุกที โดยลืมคิดไปว่า... เขาต่างหากที่เป็นคนผิด

 

            “ฉันว่าวันนี้เราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะเท็ตสึยะ ไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถอะ”

 

            “ไม่ครับ! เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

 

            “งั้นนายจะเอายังไง?”

 

            “เลิกยุ่งกับเค้า.. ได้มั๊ยครับ?”

 

            “เท็ตสึยะ...” อาคาชิเรียกชื่อของอีกฝ่าย “ฉันก็แค่เล่นสนุกแบบขำๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรสักหน่อย”

 

            “แต่ว่า..”

 

            “น่ารำคาญน่า” คนตัวเล็กเงียบเสียงลงทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น น่ารำคาญงั้นเหรอ? ทำไมอีกฝ่ายถึงพูดกับเขาเช่นนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยพูดว่าร้าเขาเลย แล้วไหนจะดวงตาคมที่มองมาอย่างไร้เยื่อใยนั่นอีก

 

            คุโรโกะยกยิ้มกับตัวเอง หันหน้ามาสบตากับร่างสูง น้ำเสียงหวานราบเรียบเอ่ยคำพูดออกมาด้วยดวงตาที่สั่นระริกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

 

            “ถ้าน่ารำคาญมากนัก ก็เลิกกันเลยเถอะครับ”

 

            “!?

 

            “ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะครับอาคาชิคุง หวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก” พูดจบร่างเล็กก็เดินออกไปจากห้องทิ้งให้ร่างสูงยืนนิ่งค้างด้วยความตกตะลึง เท็ตสึยะคนนั้นน่ะเหรอบอกเลิกเขา?

 

            “เดี๋ยวสิ เท็ตสึยะ!” อาคาชิเดินไปจับข้อมือบางไว้แน่นจนอีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “คิดจะเลิกก็เลิกแบบนี้เยงั้นเหรอ? อ้อ.. หรือว่านายมีคนใหม่แล้วงั้นสิ ถึงได้มาบอกเลิกฉันแบบนี้ พอเบื่อแล้วก็เลยจะเขี่ยทิ้งงั้นสินะ...”

 

            เพี๊ยะ!

 

            ฝ่ามือเล็กตบลงบนแก้มของร่างสูงจนหน้าหัน คุโรโกะมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา มือที่ถูกจับจนแน่นยังไม่เจ็บเท่ากับคำพูดร้ายกาจที่มาจากคนที่ตัวเองรัก

 

            “ผมไม่เคยมีคนอื่นนอกจากคุณ แต่คุณก็ยังทำแบบนี้กับผม มันก็ทำให้ผมเข้าใจแล้วแหละครับว่าคุณคิดยังไง”

 

            “...”

 

            “ล่าก่อนครับ อาคาชิคุง” ร่างเล็กดึงมือของตัวเองออกจากมือของร่างสูงแล้วหันหลังเดินออกไป ดวงตาต่างสีมองการกระทำนั้นอย่างเรียบเฉย ทั้งๆที่ในใจเจ็บจนแทบบ้า นี่เขา... ทำบ้าอะไรลงไป?

 

 

 

            ดวงเนตรต่างสีค่อยๆลืมขึ้นมาอีกครั้ง เขายังคงยืนอยู่หน้าโบสถ์เช่นเคย เด็กหนุ่มร่างสูงเดินตรงไปยังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลนัก มันมีต้นไม้ใหญ่ซึ่งแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอยู่ใกล้ๆ เขาทิ้งตัวลงนั่งพิงม้านั่งตัวยาว มือจับกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา

 

            มันเป็นรูปคู่ของเขากับคนตัวเล็กผมสีฟ้าอ่อน ทั้งสองยิ้มให้กล้องอย่างมาความสุข ความจริงพวกเขาน่าจะได้อยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้ ที่แห่งนี้... มีเพียงเขาคนเดียว เจ้าของฉายาจักรพรรดิผู้ไร้พ่ายที่ต้องนั่งอยู่บนบังลังก์เพียงลำพัง อ่า... มันช่างเหงาเหลือเกิน

 

            มือเรียวไล้รูปถ่ายในมืออย่างแผ่วเบาก่อนจะเก็บมันลงในกระเป๋าเสื้อตามเดิม ร่างสูงลุกขึ้นยืนพลางเดินไปยังหน้าประตูโบสถ์ สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆผลักประตูบานใหญ่เข้าไป

 



            แม้ว่าจะทำใจมาแล้ว แต่ภาพที่เห็นมันก็ยังคงทำร้ายจิตใจของเขาเช่นเคย อาคาชิ เซย์จูโร่ทอดสายตามองไปเบื้องหน้า บนแท่นทำพิธีมีเด็กหนุ่มสองคนที่กำลังสวมแหวนให้แก่กัน หนึ่งคือเด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของเขา อีกหนึ่งคือเด็กหนุ่มร่างเล็กที่เขารักสุดหัวใจ อดีตคนรักของเขานั่นเอง

 

            “ฮึก.. คุโรโกจจิ ฉันสัญญาว่าจะดูแลคุโรโกจจิตลอดไปเลยฮะ” นายแบบหนุ่มชื่อดังอย่างคิเสะ เรียวตะในชุดสูทสีขาวเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงสะอื้น นัยน์ตาสีเหลืองอำพันคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความยินดี “ขอบคุณนะฮะคุโรโกจจิ ขอบคุณนะฮะ” พูดพลางสะอื้นจนตัวสั่นเป็นเหตุให้แหวนสีเงินเกลี้ยงเกลาใส่ไม่เข้านิ้วเรียวของร่างเล็กสักที

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะหัวเราะเล็กน้อยกับการกระทำของอีกฝ่าย ฝ่ามือขาววางทาบทับกับหลังมือหนาเบาๆเพื่อเรียกสติ ใบหน้าหวานส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับร่างสูงหวังจะให้อีกคนหายเกร็ง แต่ว่ามันกลับให้ผลตรงกันข้าม เมื่อคิเสะหน้าแดงไปจนถึงใบหูกับใบหน้าน่ารักนั่นเสียแล้ว

 

            “อะ.. หวา.. ขะ.. ขอโทษนะคุโรโกจจิ” นายแบบหนุ่มก้มหน้าลงเมื่อมือของตัวเองยังไม่หยุดสั่นเสียที กำลังจะสวมแหวนให้คนตัวเล็กแท้ๆ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ได้นะ

 

            “คิเสะคุง มองหน้าผมสิครับ”

 

            “หือ?” ร่างสูงทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนที่มือทั้งสองข้างของตัวเองจะถูกเด็กหนุ่มผมฟ้ากอบกุมเอาไว้แน่น คุโรโกะมองสบตาเข้าไปในดวงตาสีเหลืองอำพันงดงาม

 

            “ไม่ต้องขอโทษหรอกครับคิเสะคุง เพราะไม่ว่ายังไงผมก็จะอยู่กับคุณตลอดไปนะครับ ผม... รักคุณนะ” นัยน์ตาสีเหลืองเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำว่ารักจากคนตัวเล็กเต็มสองหู ใบหน้าหวานแดงซ่านทันทีที่พูดประโยคนั้นออกมา ร่างสูงที่รู้สึกตื้นตันใจอย่างที่สุดสวมแหวนสีเงินบนนิ้วนางข้างซ้ายของคนตัวเล็กอย่างไร้ความลังเลก่อนะดึงร่างบางไปกอดแน่น ใบหน้าคมซุกลงบนไหล่บางด้วยความยินดี

 

            “ขอบคุณนะฮะคุโรโกจจิ จากนี้ไปฉันจะเป็นคนดูแลนายเอง จะไม่มีวันทำให้คุโรโกจจิเสียใจเด็ดขาด ฉันสัญญา” ทั้งน้ำเสียงและแววตาที่จริงใจนั้นเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าหวานได้อย่างดี คุโรโกะพยักหน้ารับก่อนจะหยิบแหวนอีกวงที่มีดีไซน์เหมือนกับที่อีกฝ่ายใส่ให้เขา ร่างเล็กบรรจงสวมแหวนลงบนมือหนาแสนอบอุ่น เมื่อสวมเสร็จแล้วก็ประสานมือเข้าด้วยกัน

 

            “ขอบคุณนะครับคิเสะคุง ขอบคุณที่คอยอยู่ข้างผมมาตลอด ขอบคุณที่คอยปลอบผมยามที่ผมเสียใจ ขอบคุณที่มอบรอยยิ้มสดใสให้กับผม ทั้งชีวิตนี้... ผมมอบให้คุณคนเดียวนะครับ”

 

            “คุโรโกจจิ...” นายแบบหนุ่มน้ำตาเอ่อคลอพร้อมรอยยิ้ม ร่างสูงเชยคางของร่างเล็กขึ้นมา ทั้งสองสบตากันสักพักก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะประกบเข้าหากันอย่างช้าๆ

 

 

 

            ผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเต็มหัวใจ แล้วยกยิ้มให้กับตัวเองอย่างสมเพชมองช่อดอกกุหลาบขาวในมืออีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากโบสถ์แห่งนี้อย่างเงียบเชียบ นั่นสิ... ผมไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาอีกต่อไปแล้วนี่นา ผมมันโง่เองที่ปล่อยคนๆนั้นให้หลุดมือไป จะมานั่งเสียใจหรือคร่ำครวญอะไรตอนนี้มันก็สายไปแล้ว

 

            ผมเดินทอดน่องออกมาอย่างไร้จุดหมาย ในหัวนึกถึงแต่ใบหน้าของเท็ตสึยะ ร่างเล็กที่คอยอยู่ข้างผมตลอดมาแต่ผมกลับเป็นคนไล่เขาออกไปด้วยตนเอง ผมจำได้ว่าเท็ตสึยะในตอนนั้นเสียใจอย่างแสนสาหัส แม้จะเป็นคนบอกเลิกแต่ผมก็รู้ว่าเขายังรักผมสุดหัวใจ แต่ผมก็ไม่ได้ไปง้อหรือขอคืนดี ด้วยทิฐิอันแรงกล้ามันคอยย้ำเตือนว่าผมไม่ใช่ฝ่ายผิด จนกระทั่งผมรู้ข่าวว่ามีใครบางคนเข้าหาเท็ตสึยะ...

 

            นายแบบหนุ่มแสนร่าเริงคนนั้นค่อยๆประกอบเศษเสี้ยวของหัวใจที่แตกละเอียดให้กลับมาเป็นรูปเป็นร่างด้วยรอยยิ้มที่สดใสเหมือนกับดอกทานตะวัน และเขาคนนั้นก็เป็นคนที่ผมรู้จักดีเสียด้วย

 

            คิเสะ เรียวตะ อดีตสมาชิกแห่งทีมปาฏิหาริย์

 

            หลังจากที่เท็ตสึยะเลิกกับผม เขาเป็นคนแรกที่เข้ามาปลอบใจเท็ตสึยะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมอนั่นคิดยังไงกับร่างเล็ก เพราะแววตาของหมอนั่น มันเหมือนกับของผมในยามที่ใช้มองเท็ตสึยะไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันที่ว่า... ผมเป็นคนทำร้ายร่างเล็กด้วยมือของตัวเอง

 

            หลังจากนั้นสองปีที่ผมแทบไม่ได้ติดต่อกับเท็ตสึยะ เพราะต่างฝ่ายต่างก็งานยุ่งแถมเวลาเจอหน้ากันร่างเล็กกลับเป็นฝ่ายหนีหน้าผมไปซะอย่างนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็โทรศัพท์มาหาผม

 

            [สวัสดีครับ อาคาชิคุง]

 

            “ไงเท็ตสึยะ ไม่เจอกันนานเลยนะ” แม้วาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ชื่อที่ผมใช้เรียกเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย “มีอะไรรึเปล่า?” ผมเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าปลายสายเงียบไป

 

            [คือ... ผม... กำลังจะแต่งงานครับ]


            “...”

 

            [กับคิเสะคุง...]

 

            “อ่า.. งั้นเหรอ ยินดีด้วยนะ” ผมพูดทั้งๆที่รู้สึกว่าลำคอแห้งผาก ใบหน้าพยายามฝืนยิ้มออกมาแม้ว่าปลายสายจะไม่เห็นก็ตาม แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีล่ะนะ

 

            [งานจะจัดวัน xx/xx/xxxx ถ้าสะดวกก็มาได้นะครับอาคาชิคุง] ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการโทรศัพท์มาหาผม เราเคยเป็นคนรักกัน มันคงจะดูไม่ดีมากแน่ๆ หากแต่งงานแล้วแต่ยังไม่บอกอะไรกันเลย

 

            “ถ้าว่าง ฉันไปแน่นอน ขอให้นายมีความสุขนะเท็ตสึยะ”

 

            [ขอบคุณนะครับ...] ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ต้องห้ามตัวเองเอาไว้ ผมก็เช่นกัน...

 

            [งั้นแค่นี้ก่อนนะครับอาคาชิคุง สวัสดีครับ]

 

            “อืม.. สวัสดี”

 

 

 

            ถ้าตอนนั้นผมบอกความรู้สึกทั้งหมดออกไปมันอาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างก็ได้ แต่มันก็สายไปแล้วนี่ คนที่คอยอยู่ข้างผมมาตลอดหายไปแล้ว งั้นผมก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องอยู่ต่อไปแล้วล่ะ



 

            ผมเดินมาอย่างไร้จุดหมายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะที่อยู่ติดริมแม่น้ำกว้างใหญ่ ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลยสักคนเดียว ผมเงยหน้ามองผืนฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ผมอมยิ้มกับตัวเองเล็กน้อยเมื่อสีของท้องนภาในตอนนี้มันคล้ายกับสีของ... เลือด ผมทิ้งช่อดอกไม้ในมือลง ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบบางสิ่งออกมา

 

            ปืนพกสีดำปรากฏสู่สายตา ในตอนนั้นเองก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไหลออกมาจากดวงตาของผม น้ำอุ่นร้อนค่อยๆหยดลงมาอาบแก้มท่ามกลางความตกตะลึงของตัวผมเอง

 

            นี่ผม... ร้องไห้งั้นเหรอ?

 

            หึ... ไม่อยากเชื่อตัวเองเลย

 

            “ฮึก..” ผมเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นจนรู้สึกถึงรสเค็มฝาดของเลือดเต็มโพรงปาก ทำไมนะ? ทำไมผมถึงปล่อยเขาไป ทำไมผมถึงได้ทำแบบนี้ แล้วทำไม... ผมถึงเจ็บขนาดนี้กัน?

 

            ตลอดเวลาสองปีที่ผมไม่ได้พบเขา ผมรู้สึกเหงา เจ็บปวด และไม่เคยยิ้มออกมาอีกเลย คนตัวเล็กนั้นเป็นทุกอย่างสำหรับผม เป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้าง เป็นคนที่รักผมจนสุดหัวใจ รักแบบไม่มีใครมาเทียบได้ แต่ผมก็ยังทำร้ายเขา ถ้าย้อนเวลากลับไปวันนั้นได้ ผมคงไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้

 

            ผมมองแม่น้ำที่กว้างใหญ่ตรงหน้า สีของผิวน้ำสะท้อนกับสีของพระอาทิตย์จนกลายเป็นสีส้มอมแดง ลมแรงพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้า ปล่อยให้น้ำอุ่นร้อนไหลออกมาจากดวงตาอย่างช้าๆ นัยน์ตาสองสีค่อยๆลืมขึ้น

 

            อาคาชิยกยิ้มกับตัวเองบางๆ มือหนากำกระบอกปืนสีดำสนิทแน่นก่อนจะยกขึ้นมาในระดับเดียวกับศีรษะ ถอนหายใจออกช้าๆพร้อมกับนิ้วที่ค่อยๆกดลั่นไก



 


            ลาก่อน...



 

            เท็ตสึยะ...

 



            ฉันขอโทษ...



 

ปัง!

.


.


.


.


.



 

…THE END…


     ขอบคุณโดจินสั้นๆและคำแปลจาก 'Doujin Translate Thailand Y&Normal' ด้วยนะคะ เข้าไปกดไลค์กันได้ตามลิ้งนี้เลยย >>> https://www.facebook.com/DoujinThaiYN

      โดคุโรบาสและเรื่องอื่นๆน่ารักๆเพียบเลยค่ะะ>///<


---Writer Talk---


     สวัสดีค่าาา กลับมาพบกันฟิคสั้นๆ และเศร้าๆ (อีกแล้ว!) ทำไมช่วงนี้ถึงได้แต่แต่แนวนี้เนี่ยยยย???

     ความจริงพล็อตฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากโดที่อยู่ข้างบนนี้แหละค่ะ แม้จะเป็นโดสั้นๆแต่ก็ทำให้ไรเตอร์เกือบร้องไห้เลยT^T ยิ่งพอมาอ่านแบบแปลไทยแล้ว... น้ำตาแทบไหลอาบแก้มเลยค่ะ

     ก็เลยคิดว่าถ้าก่อนหน้านี้นายน้อยกับน้องยังรักกันหวานชื่น แต่จู่ๆน้องคุโรโกะก็หนีมาแต่งงานกับคีจังจะเป็นยังไง? ฟิคเรื่องนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมาได้ค่ะ 

     สำหรับคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อเรื่อง ไรท์จะเล่าย่อๆไว้ตรงนี้นะคะ


     'อาคาชิกับคุโรโกะเคยเป็นคนรักกันมาก่อน วันหนึ่งคุโรโกะจับได้ว่าอาคาชิมีคนอื่นนอกจากตัวเองเลยทะเลาะกันอย่างหนักจนคุโรโกะเป็นคนบอกเลิก

     คุโรโกะเสียใจมาก แต่ก็มีคิเสะมาคอยปลอบอยู่ตลอดเวลา เวลาผ่านไป 2 ปี คิเสะก็สารภาพรักกับคุโรโกะ คนตัวเล็กรู้สึกว่าตัวเองนั้นได้หลงรักอีกฝ่ายเข้าเสียแล้วจึงตอบตกลง แล้วทั้งสองก็แต่งงานกัน

     อาคาชิพอรู้ข่าวก็เสียใจมาก เขาพยายามที่จะไปแสดงความยินดีกับทั้งสอง แต่ก็ทนเห็นคนที่ตัวเองรักไปรักกับคนอื่นไม่ไหวจึงถอยออกมา และตัดสินใจ... ฆ่าตัวตาย จบ...'


     ยิ่งแต่งยิ่งเศร้าค่ะ ฮือออออT^T

     นายน้อยน่าสงสาร แต่นายก็ทำตัวเองนะ//โดนกรรไกรปักหัว

ชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเม้นไว้ได้นะคะ ช่วงนี้ไรท์อาจจะไม่ได้มาอัพอะไรบ่อยมากนัก

เนื่องจากการบ้านทับถมจนแทบไม่มีเวลาขยับตัว... แต่ก็จะพยายามเข้ามาอัพฟิคบ่อยๆนะคะ



     -อัพเดท-

     ฟิคเรื่องนี้อาจจะไม่มีโอกาสทำต่อแล้วค่ะ เพราะพล็อตเรื่องนี้คิดไว้ก็มีแต่ทำร้ายนายน้อยทั้งงนั้นเลย (ไม่ว่าจะไปทางไหนสุดท้ายนายน้อยก็เจ็บอยู่ดีเพราะงั้นให้จบแบบนี้แล้วกันเนอะ)

 'AllKuro 7 Count' ก็เช่นกันค่ะ เรื่องนี้จบแบบสมบูรณ์ คงไม่ได้แต่งต่อแล้ว ใครยังไม่เคยอ่านก็ตามไปอ่านกันได้นะคะ 

ที่ลิ้งนี้เลยค่ะ >>> http://my.dek-d.com/Mi-chan/writer/view.php?id=1375291


     แล้วเจอกันเรื่องหน้าค่าาา


By : Mind-San./Mi~chan'

[9/08/15]

[update 21/11/15]

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mind-San จากทั้งหมด 16 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 aka❤kuro (@Nampathitta-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:23
    สนุกมากค่ะ
    #14
    1
    • #14-1 aka❤kuro (@Nampathitta-) (จากตอนที่ 1)
      19 มกราคม 2561 / 15:25
      ไม่เคยมีเรื่องไหนเขียนแบบนี้เลยค่ะ แตกต่างแต่สนุกมากกกกค่ะ
      #14-1
  2. #13 Kuroko192249 (@Kuroko192249) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 18:51
    น่าสงสารนายน้อยนะค่ะแต่นางทำตัวเองT^T
    #13
    0
  3. #12 JINKUN12 (@JINKUN12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 17:50
    โอ้ยเศร้า แต่นายน้อยก็เป็นคนผิดนะ TTATT
    #12
    0
  4. วันที่ 14 เมษายน 2559 / 22:50
    T^T แอบเสียน้ำตาเล็กน้อย
    ฉากในโบสถ์แอบขำคิเสะอะ น่ารักจริงๆ
    โทษใครไม่ได้ ทำตัวเองทั้งนั้นค่ะ นายน้อย
    แต่แอบช็อคเหมือนกัน ที่จบแบบนี้ T___T
    #11
    0
  5. #10 ฮิมุนะ
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 11:21
    น่าสงสารนายน้อยอะ อืออือ

    เศร้าแทน
    #10
    0
  6. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 12:43
    ช่วงแรกก็อดที่จะด่านายน้อยไม่ได้เลยขอรับ  แต่พออ่านไปเรื่อยก็รู้สึกสงสารนายน้อยขึ้นมาจับใจเลยขอรับ
    มันชั้งเป็นความรักที่หน้าเศร้าเหลือเกินขอรับ
    #9
    0
  7. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 19:42
    นายน้อยทำตัวเอง แต่ตอนจบนี่....!
    #8
    0
  8. วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 15:28
    เศร้า T^T
    #7
    0
  9. #6 โมเม
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 22:49
    เศร้า ๆๆๆๆ

    #6
    0
  10. #5 Nannaree
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 20:04
    แงๆๆเศร้าใจมากที่สุดเลยงะ
    #5
    0
  11. #4 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 15:01
    สงสารนายน้อยนะแต่ก็รู้สึกว่าสมควรนะบางที///หลบกรรไกร แต่ก็โชคดีนะน้องกับคีจัง
    #4
    0
  12. วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 14:24
    จะมีภาคต่อ ? ก็นายน้อยฆ่าตัวตายไปแล้วไม่ใช่เรอะ 5555.
    แต่มีก็ดีนะคะ แอบสะใจยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก
    ก็นายน้อยทำตัวเองนี่หว่า #หลบกรรไกรบิน
    #3
    0
  13. วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 13:56
    อ่านแล้วร้องไห้นำ้ตาเปื้อนผ่าห่มไปหมดเลยค่ะT[]T
    #2
    0
  14. วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 12:55
    อืม... ทำไมผมชอบ หรือผมจะชอบแบบนี้!!! // คิดหนัก -_-;
    #1
    0