[ MarkBam ] CEO’s เด็กท่านประธาน {END}

ตอนที่ 16 : Chapter 15 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1980 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62










          เปลือกตาสีอ่อนค่อย ๆ ลืมขึ้นในเช้าของวันใหม่ ทุกอย่างรอบตัวดูเลือนรางไปหมดก่อนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมา ร่างบางใช้แขนเรียวค้ำยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะต้องรีบยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อถูกอาการวิงเวียนเข้าเล่นงาน

 

          “อะไรกันเนี่ย” เสียงเล็กบ่นพึมพำเมื่อเห็นสภาพตัวเองที่สวมชุดนอนตัวโคร่ง

 

          ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างแคลงใจ ห้องที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้มแบบนี้ไม่ใช่ห้องของเขาแน่ ๆ และคงจะเป็นห้องของเพื่อนสักคนที่น่าจะมีสภาพไม่ต่างกัน เมื่อคืนคงจะดื่มกันหนักจริง ๆ เพื่อน ๆ ถึงไม่สามารถไปส่งแบมแบมที่คอนโดได้

 

          ขาเรียวก้าวลงจากเตียง เมื่อเท้าสัมผัสกับความเย็นของพื้นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ความปวดยอกเล่นงานไปทั้งตัว แบมแบมถึงกับนิ่วหน้าก่อนจะลากสังขารไร้เรี่ยวแรงของตัวเองไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล

 

          “ดีจังเลย” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นเบา ๆ หลังจากที่เห็นว่าแปรงสีฟันใหม่เอี่ยมนั้นถูกบีบยาสีฟันไว้ให้เรียบร้อย แบมแบมเดินสำรวจดูเล็กน้อยพบว่าทุกอย่างถูกเตียมไว้แล้วทั้งหมดรวมถึงเสื้อผ้าสำหรับเขาด้วย

 

          ยองแจกับโนอาห์ควรได้รางวัลเพื่อนดีเด่นจริง ๆ

 

 

 

          หลังจากทำธุระของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อตามหาเจ้าของห้องก่อนจะได้ยินเสียงมาจากอีกฟากหนึ่งของห้องที่มาพร้อมกับกลิ่นกาแฟหอม ๆ เรียกให้แบมแบมมุ่งหน้าเข้าไปหาทันที ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเห็นแผ่นหลังที่คุ้นตามากขึ้น พยายามสะบัดหัวหลายครั้งเผื่อว่าตัวเองจะตาฝาดแต่ภาพตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนไปอยู่ดี

 

          คุณมาร์ค...

 

          “ตื่นแล้วหรอ กาแฟสักแก้วไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันหน้ากลับมามอง เหมือนว่าตอนนี้อีกคนจะกำลังง่วนอยู่กับการทำอะไรสักอย่างมากกว่า

 

          “ผมไม่ดื่มกาแฟ”

 

          “ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนเป็นน้ำขิงแล้วกันนะ”

 

          แบมแบมไม่ตอบแต่ขาเรียวก็ก้าวเข้าไปหาอย่างเชื่องช้าด้วยความแปลกใจ ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเพื่อนเขาหรอกหรอ แล้วเขามาอยู่กับคุณมาร์คที่นี่ได้ยังไง

 

          คนตัวเล็กได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้แล้วหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์มองร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดธรรมดามีผ้ากันเปื้อนคาดเอว แบมแบมมองแผ่นหลังกว้างนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะระบายยิ้มออกมา เวลาที่คุณมาร์คตั้งใจทำอะไรแบบนี้มันดูดีและมีเสน่ห์มาก ๆ เลย

 

          “อะนี่ ดื่มแล้วจะได้รู้สึกดีขึ้น” น้ำขิงร้อน ๆ ในแก้วเซรามิคถูกวางลงตรงหน้าโดยร่างสูง แต่ก่อนที่จะได้ดื่ม จู่ ๆ มือหนาก็ยกขึ้นมาเกลี่ยผมที่ปรกใบหน้าเนียนออกจนคนที่ถูกกระทำได้แต่นั่งทำหน้างง ๆ ก่อนที่จะโน้มใบหน้าหล่อลงมาบรรจงจูบบนหน้าผากเนียนของคนตัวเล็ก

 

          แบมแบมราวกับถูกแช่แข็งไปแล้ว ดวงตาเรียวเบิกโพลงใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกจู่โจมโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

          “อรุณสวัสดิ์นะเด็กดีของฉัน”

 

มาร์คผละออกมาเล็กน้อยก่อนจะโน้มไปสูดความหอมจากพวงแก้มนิ่มอีกครั้งเป็นกำไร คราวนี้แบมแบมเบนตัวออกแต่ก็ไม่ทันอยู่ดี

 

“ผมไม่ใช่เด็ก...” แบมแบมค้านเสียงเบาอาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าตัวยังคงเขินจากเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่

 

“เมื่อคืนนี้ใครกันนะที่บอกว่าอยากเป็นเด็กน้อยของฉัน” มาร์คว่าจบก็หันหลังกลับไปที่เคาน์เตอร์ครัวเพื่อทำอาหารต่อ

 

ฝ่ายแบมแบมเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เริ่มคิดทบทวนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หลังจากที่ดื่มกันเต็มที่แล้วเขาก็ลงมาเต้นข้างล่างกับยองแจแล้วก็โดนใครไม่รู้ลากตัวไป แล้วหลังจากนั้นก็....

 

จำไม่เห็นได้เลย แบมแบมบ่นกับตัวเองในใจ ภาพต่าง ๆ ซ้อนทับกันไปหมดแยกไม่ออกเลย

 

“คุณมาร์ค...”

 

“ว่ายังไง” ร่างสูงหันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับจานที่มีไข่ดาวและขนมปังอีกสองสามแผ่น มันถูกยื่นมาตรงหน้าแบมแบมก่อนที่ร่างสูงจะพาตัวเองมานั่งลงตรงเก้าอี้ข้าง ๆ คนตัวเล็ก

 

“ที่นี่คือที่ไหนแล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” มันเป็นคำถามที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ลืมตาตื่นเลยก็ว่าได้

 

“คอนโดของฉัน และฉันก็เป็นคนพานายมาเอง” แบมแบมพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเข้าใจ ฉะนั้นภาพจำที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนที่คุณมาร์คไปหาเขาที่ผับก็ไม่ใช่ฝันสินะ

 

“ผมคงไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดกับคุณหรอกใช่ไหม อย่างเช่น....” อ้วกใส่คุณ... แบมแบมถามเสียงเบาแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยสิ่งที่คิดออกไป

 

“อ้วกใส่ฉันน่ะหรอ” มาร์คยิ้มขำให้กับสีหน้าเป็นกังวลที่ปิดไม่มิดของแบมแบม เจ้าตัวรีบเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างอึ้ง ๆ เมื่ออีกคนพูดออกมาราวกับอ่านความคิดของแบมแบมได้

 

“ไม่ต้องกังวลนะ เพราะนายทำมันไปแล้ว” และนี่ก็เป็นคำตอบที่ทำเอาแบมแบมอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นจากที่นี่เสีย

 

เรื่องที่งอแงออดอ้อนคุณมาร์ค ไหนจะบอกรักกันไปมานั่นอีก

 

เป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลยสินะ...

 

ใบหน้าแดงซ่านที่เอาแต่ก้มงุดทำให้มาร์คนึกเอ็นดูจนต้องยื่นมือไปยีกลุ่มผมนิ่มจนชี้ฟูไม่เป็นทรง แบมแบมทำท่าฟึดฟัดก่อนจะหยิบขนมปังปิ้งขึ้นมากินแก้เขิน

 

“นายจะลืมเรื่องไหนก็ได้ แต่นายอย่าลืมเรื่องที่นายให้อภัยฉันแล้วนะแบมแบม” มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนแบมแบมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

 

“ก็ตอนนั้นผมเมา” แบมแบมตอบเสียงอ้อมแอ้ม



“คนเมาไม่เคยโกหก” ต่างคนต่างเงียบ คนหนึ่งรอให้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมาบ้าง ส่วนอีกคนก็ไม่รู้จะพูดอะไรในเมื่อทุกอย่างมันถูกพูดออกไปจนหมดแล้ว

 

ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มาร์คจะเป็นฝ่ายทำลายมันลง

 

“แล้วถ้าเป็นตอนนี้ล่ะ ตอนที่นายไม่ได้เมา คำตอบจะยังเหมือนเดิมอยู่ไหม” ดวงตาคมจ้องเข้าไปในแววตาสั่นไหวของคนตรงหน้า มาร์คมั่นใจว่าตอนนี้เราทั้งคู่ต่างก็รู้สึกเหมือนกัน เราต่างก็รัก คิดถึงและโหยหากันและกันมาตลอด แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้คนตรงหน้ายังลังเลอยู่

 

“ผมไม่เคยเปลี่ยนใจ”

 

แบมแบมพูดอย่างหนักแน่น ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังอีกแล้ว การทดสอบอีกฝ่ายไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เคยทำก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นกับความรู้สึก ไม่มีใครสนุกไปกับมันหรอกรวมถึงตัวของแบมแบมด้วย เขาควรจะหยุดมันและเริ่มต้นใหม่เสียที

 

“ต่อไปนี้ให้ฉันได้ทำหน้าที่คนรักของนายนะแบมแบม”

 

ว่าจบใบหน้าคมก็โน้มเข้าไปหาคนตัวเล็ก มือเรียวประคองใบหน้ากลมเอาไว้ก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะบรรจงจูบลงบนอวัยวะเดียวกันอย่างอ่อนโยน นี่คือจูบครั้งที่สองของเราแต่ต่างกันตรงที่ครั้งนี้ไม่มีความลังเลเหมือนอย่างครั้งก่อน ความชัดเจนของทั้งสถานะและความรู้สึกทำให้ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ลังเลที่จะทำตามความต้องการของตนเอง

 

ฟันคมค่อย ๆ ขบเม้มเบา ๆ เข้ากับริมฝีปากอิ่ม เมื่อคนตัวเล็กเปิดโอกาสให้มาร์คก็ไม่รอช้าส่งปลายลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานที่แสนจะคิดถึง จากจูบที่อ่อนโยนเปลี่ยนเป็นจูบที่ดูดดื่มมากขึ้น ทุกการกระทำถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่ไม่อาจหักห้ามได้ในตอนนี้

 

เนิ่นนานกว่าที่ทั้งคู่จะยอมผละออกจากกัน หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่งร่างเล็กก็ถูกคว้าไปนั่งบนตัก แขนเรียวคว้าหมับเข้าที่ลำคอแกร่งอย่างรู้งานก่อนที่จูบของทั้งคู่จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง




ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าเนียนของคนที่กำลังหลับพริ้มอยู่ในอ้อมอกหลังจากที่ทั้งคู่เพิ่งจะผ่านกิจกรรมอันแสนเร่าร้อนมาได้ไม่นาน ความคิดถึงและความโหยหาทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะแสดงความต้องการของตนเองออกมาจนยากที่จะหยุดยั้ง นิ้วเรียวเกลี่ยลงบนพวงแก้มใสอย่างเบามือราวกับกำลังทะนุถนอมสมบัติล้ำค่าที่แสนเปราะบาง สัมผัสอุ่น ๆ ประทับลงบนหน้าผากมนอย่างอ่อนโยนโดยที่ผู้เป็นเจ้าของมิอาจรับรู้ว่าแม้กระทั่งตอนหลับเจ้าตัวก็ยังถูกอีกคนแอบตักตวงความสุขจากร่างกายของตนเอง

 

“อืออ..” ร่างเล็กส่งเสียงอื้ออึงในลำคอก่อนจะเบียดร่างกายเปลือยเปล่าของตนเองเข้าไปแนบชิดกับร่างหนาของอีกคนเพื่อหาความอบอุ่น ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่ปะทะกับแผ่นอกกว้างทำให้รับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กยังคงไม่รู้สึกตัว

 

ลำแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้นพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยการแสดงความเป็นเจ้าของจนมิดคอและอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุมพิตบนกลุ่มผมนุ่มสีดำขลับนั้น

 

“ฉันรักนายนะแบมแบม...” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่ว ๆ กับคนที่หลับไม่ได้สติ ความสุขมันเอ่อล้นอยู่ในอกจนยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูด

 

รัก ที่ไม่ใช่แค่ลมปากและเลือกที่จะเอ่ยออกมาในวันที่เข้าใจความหมายของมันเป็นอย่างดี อ้อมแขนนี้พร้อมแล้วที่จะโอบกอดเพื่อคลายความหนาว ความเหงา หรือแม้กระทั่งความหวาดกลัวให้กับใครบางคน

 

ใครบางคนที่ทำให้เขาหยุดที่จะมองหาใครสักคนและเลือกที่จะมองไปที่เขาแค่คนเดียว

 

 

แรงขยับน้อย ๆ ในอ้อมอกทำให้ลำแขนแกร่งต้องคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยเพราะเกรงว่าจะทำให้คนตัวเล็กรู้สึกอึดอัด ใบหน้าคมชำเลืองมองคนที่นอนอยู่ต่ำกว่าพบว่าตอนนี้เด็กดื้อของเขาตื่นแล้วแต่ก็ยังมีท่าทีง่วงซึมอยู่

 

“ตื่นแล้วหรอ...”

 

“อือ” คนถูกถามเอ่ยตอบสั้น ๆ ในลำคอ

 

“เป็นยังไงบ้าง”

 

“เหนื่อยครับ” ไม่ว่าเปล่าแต่ยังวาดแขนโอบกอดร่างหนาพร้อมกับซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างทำท่าว่าจะหลับอีกรอบ

 

“ไม่เอาน่า ตื่นไปหาอะไรทานดีกว่า นี่ก็บ่ายแล้วนายยังไม่ได้ทานอะไรแต่เช้าเลยนะ” ส่วนหนึ่งที่ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกอ่อนเพลียคงเป็นเพราะยังไม่ได้ทานอะไรเนี่ยแหละ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงกัน

 

ใบหน้าหวานผละออกมาจากอกแกร่งเล็กน้อย เงยหน้ามองคนที่จ้องมองตนอยู่ก่อนแล้วก่อนจะเอ่ยถึงความต้องการ

 

“ไม่ได้ทานอาหารฝีมือคุณนานแล้วไม่รู้จะยังอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า” ไม่เพียงแต่ใช้น้ำเสียงใส ๆ แต่ยังทำหน้าอ้อน ๆ แกมขอร้องให้อีกคนเห็นใจด้วย แล้วมีหรือที่คนอย่างมาร์ค ต้วนจะไม่พ่ายแพ้ให้กับความน่ารักนั้นของเจ้าตัวแสบ

 

“อยากรู้ก็ต้องลองสิ แต่ก่อนอื่นนายต้องตื่นไปอาบน้ำก่อน ตกลงไหม” แบมแบมพยักหน้าไว ๆ เป็นคำตอบเพราะเริ่มรู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน

 

“ดีมากคนเก่งของฉัน” และคนเก่งก็ได้รับรางวัลเป็นจูบเบา ๆ บนหน้าผากก่อนที่ร่างสูงจะลุกจากเตียงไปหยิบเอาผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

 

 

คล้อยหลังมาร์คไปได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ เตียงก็แผดเสียงร้องขึ้น เมื่อรู้ว่าเสียงดังมาจากเครื่องของตนเองก็ไม่รอช้ารีบหยิบขึ้นมารับสายทันที

 

“ว่าไงยองแจ”

 

“ตอนนี้อยู่ไหนเนี่ย” ฟังจากน้ำเสียงก็พอจะรู้ว่าเพื่อนของตนเองกำลังหงุดหงิดอยู่แน่ ๆ

 

“อยู่คอนโด...”

 

“อย่าโกหก เราไปหาแบมเมื่อกี๊ไม่เห็นจะมีคนอยู่เลย”

 

“คอนโดคุณมาร์คน่ะ” แบมแบมตอบเสียงเบาเพราะกลัวว่าจะโดนเพื่อนดุ

 

“เฮ้อ โล่งอกไปที เราก็เป็นห่วงกลัวจะโดนลักพาตัวไปไหนต่อไหนอีก” น้ำเสียงจากอีกฝ่ายดูอ่อนลงเช่นเดียวกับความกังวลที่หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่ได้ถูกลักพาตัวไปอย่างที่คิด

 

“แบมไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงนะ”

 

“อื้ม ไม่กวนแล้วดีกว่า แต่ถ้ากลับถึงห้องแล้วโทรบอกด้วยนะ”

 

“ได้เลยครับคุณยองแจ”

 

หลังจากที่วางสายจากเพื่อนสนิท ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงด้วยความยากลำบาก ความปวดหนึบแล่นลิ่วไปทั่วร่างกายจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ความรู้สึกเหนอะหนะไม่สบายตัวทำให้เขาอยากจะอาบน้ำในตอนนี้เลยแต่ติดตรงที่คุณมาร์คยังใช้ห้องน้ำอยู่ มือเรียวคว้าเอาเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนเก้าอี้มาสวมใส่ก่อนจะเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องเพื่อฆ่าเวลา

 

ห้องนอนที่ค่อนข้างกว้างถูกจัดเป็นโทนสีเข้มตามแบบฉบับของผู้ชายอย่างคุณมาร์ค สิ่งของเครื่องใช้ราคาแพงล้วนเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึงตัวตนรวมไปถึงน้ำหอมราคาแพงขวดนี้ที่แบมแบมกำลังหยิบขึ้นมาดู

 

ขวดแก้วใสที่ถูกดีไซน์ออกมาอย่างหรูหราเข้ากันได้ดีกับแบรนด์ที่ติดอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์ ถ้าให้เดาราคาคงจะเกินครึ่งหนึ่งของเงินเดือนของแบมแบมด้วยซ้ำ เมื่อยลโฉมจนพอใจมันก็ถูกวางลงที่เดิมก่อนที่ร่างเล็กจะเดินไปอีกมุมหนึ่งของห้อง

 

“อ่า ไม่ได้สังเกตเลย”

 

กรอบรูปขนาดเล็กสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะริมหน้าต่างถูกหยิบขึ้นมาดูใกล้ ๆ มันคงไม่ได้ดึงดูดอะไรหากคนในภาพไม่ใช่ตนเอง

 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อพบว่าใต้ลิ้นชักด้านล่างมีรูปของเขาเป็นอัลบั้มเล่มหนาตึ๊บเลย รูปภาพที่ถ่ายไม่ได้ถ่ายแค่ในวันเดียว จำได้ว่าบางรูปยังเป็นช่วงที่เขายังเรียนอยู่เลย ไม่เว้นแม้กระทั่งรูปตอนที่กำลังหลับหรือตอนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทานอาหารโดยไม่สนใจสิ่งขอบข้าง

 

มือเรียวพลิกเปิดไปทีละหน้าพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ภาพถ่ายช่วงท้าย ๆ เล่มน่าจะเป็นช่วงที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว จนกระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับรูปภาพหลายสิบรูปซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเป็นการแอบถ่ายแต่เป็นความเต็มใจให้ถ่ายของคนในภาพมากกว่าซึ่งก็คือตัวแบมแบมเอง

 

และรูปพวกนี้ก็เป็นรูปในวันที่เขาจบการศึกษา...

 

หรือช่างภาพคนนั้นจะเป็นคนของคุณมาร์ค

 

มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะดึงรูปถ่ายใบหนึ่งที่มีข้อความเขียนไว้ด้านหลังออกมา


 

ยินดีด้วยนะ

ขอให้การเติบโตทำให้นายเข้มแข็งขึ้นนะ

 

 

เป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยย้ำว่าอีกคนไม่เคยหายไปไหนเลยเพียงแค่ไม่ได้อยู่ในสถานะเดิมก็เท่านั้น คุณมาร์คยังคงเฝ้ามองเขาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขากลับไม่เคยรับรู้อะไรเลย

 

แรงกอดรัดจากคนที่อยู่ด้านหลังที่มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ไม่อาจทำให้น้ำตาที่กำลังไหลบ่าหยุดลงได้ในทันทีแต่กลับตรงกันข้ามมันไหลลงมามากขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างเล็กหมุนตัวกลับมาโอบกอดร่างสูงด้วยแขนทั้งสองข้างซบหน้าลงกับลาดไหล่แล้วปล่อยโฮออกมาราวกับเด็กน้อย

 

“ไม่ร้องสิเด็กดีของฉัน”

 

“ทั้งที่คุณก็เฝ้ามองอยู่ตลอดแต่ทำไมถึงไม่เคยเข้าไปหาผม ฮึก..ทำไมถึงปล่อยให้ผมเอาแต่คิดถึงคุณจนแทบบ้า”

 

“ฉันก็ทรมานเพราะความคิดถึงไม่ต่างกัน แต่นายยังเด็กและฉันก็อยากลองให้โอกาสนายได้เลือกและตัดสินใจโดยที่ไม่ต้องยึดติดอยู่กับฉัน บางทีนายอาจจะเจอสิ่งที่ดีกว่าก็ได้ เข้าใจใช่ไหม” เพราะเชื่อว่ายิ่งห่างเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หากไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ กันก็คงนึกถึงกันน้อยลงและมีเวลาทบทวนตัวเองมากขึ้น ถ้าใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ไม่นานก็คงลืมไปเอง

 

 

“ไม่ว่ายังไงผมก็ยังต้องการคุณ”

 

“เพราะเรายังต้องการกันและกันต่างหากเราถึงต้องกลับมาเจอกันอีกนี่ไง”

 

ร่างสูงผละออกมาเล็กน้อย ความสูงที่ต่างกันในระดับหนึ่งทำให้ต้องย่อตัวลง นิ้วโป้งค่อย ๆ เกลี่ยหยาดน้ำตาที่เปรอะเลอะแก้มใสออกอย่างเบามือ แพขนตาที่เปียกชุ่มค่อย ๆ ปิดลงเมื่อยามที่ใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่เป่ารดกันก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะกดจูบลงบนอวัยวะเดียวกันอย่างอ่อนโยน

 

“จะไม่หายไปไหนอีกแล้ว ไม่ร้องแล้วนะ”




ต่อวันที่ 29/6/62

*******



“ผมขอเข้าไปก่อนนะครับ” แบมแบมเอ่ยขณะที่กำลังปลดเข็มขัดนิรภัยเตรียมจะก้าวลงจากรถเมื่อมาถึงที่ทำงานแล้ว

 

“แล้วทำไมถึงไม่เข้าไปพร้อมกันล่ะ” คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อไปรับอีกคนจนถึงห้องก็เพื่อที่จะได้มาทำงานพร้อมกัน ห้องทำงานก็อยู่ชั้นเดียวกัน แล้วทำไมถึงยังต้องมาแยกกันตรงนี้ด้วยล่ะ

 

“ผมไม่อยากให้ผิดสังเกต...” คนตัวเล็กบอกถึงเหตุผลของตนเอง

 

“นายไม่อยากให้คนรู้ว่าเราคบกันอย่างนั้นหรอ” สีหน้าของคนถามดูสลดลงเล็กน้อยหลังจากที่พูดจบ

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ผมไม่ชอบเวลาที่มีคนจับตามองต่างหาก” มันน่าอึดอัดจะตายเลยว่าไหม

 

มือเรียวยื่นมากุมมือของอีกคนที่ประสานกันอยู่หน้าตัก ดวงตาคมหันมาสบกับดวงตาเรียวใสที่มักจะฉายแววขี้เล่นอยู่เสมอ ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดออกมาทำเอาความขุ่นมัวที่กำลังจะก่อเกิดขึ้นมาในใจพลันหายไปในทันที

 

“เฮ้อ...จะพยายามเข้าใจแล้วกันนะ” คิ้วหนาที่ขมวดเป็นปมคลายออกก่อนจะส่งยิ้มน้อย ๆ มาให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ให้รับรู้ว่ามาร์คเองก็ไม่ได้คิดมากอย่างที่พูดออกไปหรอก เขาเข้าใจแบมแบมเสมอและไม่ได้อยากทำให้คนรักของตนเองรู้สึกอึดอัดเช่นกัน

 

“ตั้งใจทำงานนะครับ”

 

พูดจบคนตัวเล็กก็เปิดประตูเดินลงจากรถไปก่อนตามที่ตกลงไว้ มาร์คมองตามร่างเล็กที่กำลังเดินออกไปจากลานจอดรถเพื่อเข้าสู่ตัวอาคารสำนักงาน นั่งรออยู่ในรถครู่หนึ่งก่อนจะก้มมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ เมื่อสมควรแก่เวลาแล้วจึงลงจากรถแล้วเดินตามเข้าไป

 

ใช้เวลาไม่นานมาร์คก็มาถึงห้องทำงาน เมื่อประตูถูกเปิดออกก็พบกับร่างเล็กของคนที่มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขาพ่วงด้วยตำแหน่งคนรักของตนเองที่กำลังสาละวนอยู่กับการเรียงเอกสารบนโต๊ะทำงานของเขา

 

ทุกฝีเท้าเป็นไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านในรู้ตัวก่อนจะมุ่งตรงเข้าไปโอบกอดอีกคนจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ

 

คุณมาร์ค!” ร่างเล็กสะดุ้งโหยงก่อนจะหันมาเอ็ดอีกคนอย่างไม่จริงจังนัก

 

ไม่เล่นแบบนี้สิ อย่าลืมนะครับว่าตอนนี้คุณอยู่ในฐานะเจ้านายของผม”

 

แล้วคุณผู้ช่วยทำอะไรอยู่หรอ” มาร์คคลายอ้อมแขนออกก่อนจะย้ายตัวเองมายืนอยู่ข้าง ๆ แทน

 

เตรียมเอกสารให้คุณไงครับ วันนี้มีประชุมทั้งวันเลย เหนื่อยหน่อยนะครับ” คนตัวเล็กหันมายิ้มให้พร้อมกับชูกระดาษปึกหนาให้ดูด้วย

 

อยากได้กำลังใจจังเลย...” ร่างสูงหย่อนสะโพกลงบนโต๊ะหันหน้าคุยกับแบมแบมด้วยน้ำเสียงออดอ้อนจนคนฟังนึกหมั่นไส้

 

สู้ ๆ นะครับ ผมก็จะกลับไปทำงานของผมแล้วเหมือนกัน” ร่างเล็กขยับเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นตบบ่าของมาร์คดังปุ ๆ แล้วเดินออกไปจากห้องด้วยรอยยิ้มทิ้งให้อีกคนได้แต่ตะโกนไล่หลัง

 

ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนี้ซะหน่อยแบมแบม”

 

เมื่อประตูปิดลงร่างสูงก็ระบายยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมหันมามองเอกสารที่แบมแบมจัดไว้ให้เมื่อครู่แล้วส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับการประชุมผู้บริหารที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

 

 

 

          ความรักที่แสนเรียบง่ายระหว่างเจ้านายกับผู้ช่วยเลขาดูเหมือนจะไปได้ดี การไปรับไปส่งกลายเป็นอีกหน้าที่ของมาร์คไปแล้ว แม้คนในบริษัทจะเริ่มรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่แต่แล้วใครสนล่ะในเมื่อไม่ได้คิดจะปิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

          ไม่ใช่ความลับและก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องป่าวประกาศ

 

          “ผมกลับแล้วนะครับพี่ริสา” คนตัวเล็กเอ่ยลาเลขาสาวหลังจากที่เก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เธอหันมาพยักหน้าให้เล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม เนื่องจากวันนี้มีนัดสำคัญแบมแบมจึงต้องขอตัวกลับก่อนเวลา

 

          “พี่ยินดีด้วยนะ” ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหันมายิ้มให้ แต่เพียงครู่เดียวก็กลายเป็นยิ้มเก้อเมื่อคำพูดของสาวเจ้าดันไปทำเอาคนตัวเล็กขมวดคิ้วสงสัยซะอย่างนั้น

 

          “ยินดี? เรื่องอะไรหรอครับ”

 

          “กะ..ก็เรื่องที่ได้กลับไวไง ฮ่า ๆ ๆ” หญิงสาวแสร้งขำทั้งที่สิ่งที่พูดออกไปไม่เห็นจะน่าขำตรงไหนเลยแต่ดีตรงที่แบมแบมไม่ใช่คนที่จะติดใจกับอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ

 

          “ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ”

 

          เมื่อคล้อยหลังแบมแบม หญิงสาวก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนที่น้องหันมาถามเธอใจหล่นกองไปอยู่กับพื้นแล้ว ดีนะที่ยังพอมีสติคิดหาคำแก้ตัวได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องเตรียมหางานใหม่ไว้รอเลย

 

          “เฮ้อ...เกือบหลุดปากไปแล้ว”

 

 

 

 

 

“เอาอันนี้แล้วกันครับ” แบมแบมเอ่ยกับพนักงานประจำร้านเครื่องประดับพร้อมกับยื่นบัตรให้เพื่อชำระเงินแล้ว รอไม่นานพนักงานคนเดิมก็ยื่นถุงกระดาษประทับตราแบรนด์หรูซึ่งด้านในบรรจุของที่เลือกไว้มาให้

 

“ขอบคุณครับ” เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็ไม่รอช้ารีบเดินออกไปจากร้านทันทีเพราะใกล้ถึงเวลาที่นัดหมายแล้ว

 

เพราะมีคนขับรถของคุณมาร์คมารอรับและหนุ่มสารถีค่อนข้างจะชำนาญทางเส้นนี้แบมแบมจึงมาถึงที่หมายภายในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มอ่อน ๆ เงยขึ้นมองอาคารสูงที่มีป้ายชื่อเด่นหราอยู่ด้านหน้า

 

แบมแบมเคยช่วยพี่ริสาเกี่ยวกับงานเอกสารสำคัญอยู่หลายครั้งจึงคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดี และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของคุณมาร์ค

 

“สวัสดีครับคุณแบมแบม” เสียงหนึ่งดังขึ้น แบมแบมละสายตาจากอาคารสูงตระหง่านแล้วหันมามองผู้มาใหม่แทน บอดี้การ์ดของคุณมาร์คนี่เอง

 

“สวัสดีครับ” คนตัวเล็กโค้งหัวเล็กน้อยเพื่อทักทายกลับ

 

“เชิญทางนี้ครับ” แบมแบมก้าวขาเดินตามร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดสีดำสนิทไปเงียบ ๆ ระหว่างทางก็มีพนักงานคอยยืนต้อนรับตลอดจนคนตัวเล็กทำตัวไม่ถูก

 

บริเวณโถงกลางมีโต๊ะกระจกใสขนาดใหญ่รองรับแจกันดอกไม้ที่วางอยู่ด้านบน แชนดาเลียร์ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนเพดานสูงราว ๆ สามชั้นส่องแสงระยิบระยับเรียกสายตาผู้ที่เข้ามาพักได้เป็นอย่างดี

 

“ระวังครับ” เสียงทุ้มของบอดี้การ์ดหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแบมแบมกำลังจะเดินชนเข้ากับเก้าอี้ที่เตรียมไว้สำหรับรับรองแขก

 

“อ่า..ครับ พอดีผมไม่ทันได้มอง” เพราะเอาแต่มองทางอื่นน่ะสิ แบมแบมเลิกสนใจสิ่งรอบตัวก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปยังลิฟท์ที่กำลังเปิดรออยู่

 

ใบหน้าที่ดูเรียบนิ่งและท่าทีดุดันของคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำเอาคนตัวเล็กไม่กล้าแม้แต่จะชวนคุยจึงปล่อยให้ความเงียบดำเนินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งลิฟท์ขึ้นมาจอดยังชั้นบนสุดของโรงแรม

 

ขาเรียวก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า มือเรียวกำถุงใส่กล่องของขวัญจนแน่นด้วยความประหม่า มองไปรอบ ๆ ที่ประดับไปด้วยดอกไม้และแสงเทียนประปราย บรรยากาศเงียบสงบราวกับถูกจองพื้นที่นี้ไว้เพื่องาน ๆ เดียว

 

Happy 1st Anniversary

 

แบมแบมมองข้อความตัวหนาบนลูกโป่งที่วางอยู่ด้านหน้าก่อนจะระบายยิ้มออกมา ไม่คิดเลยว่าคุณมาร์คจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน

 

“วันนี้แต่งตัวน่ารักดีนะ...”

 

แบมแบมหันไปมองตามที่มาของเสียงพบว่าคุณมาร์คมารอก่อนแล้ว ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ทสีขาวปลดกระดุมสองเม็ดทับด้วยเสื้อสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาหาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่แบบที่แบมแบมชอบ

 

“สุขสันต์วันครบรอบ 1 ปีของเรานะ” แบมแบมยื่นมือไปรับช่อกุหลาบสีแดงสดจากร่างสูงก่อนจะก้มลงไปสูดดมความหอมของมันด้วยความเขินอาย

 

“ชอบหรือเปล่า”

 

“ครับ...ชอบมาก ๆ เลย”

 

“ดีใจที่นายชอบมันนะ มาทางนี้สิ” ร่างสูงเดินเข้ามาโอบเอวคอดของคนตัวเล็กก่อนจะพาไปยังโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้และไม่ลืมที่จะเลื่อนเก้าอี้ให้แบมแบมด้วย

 

“ขอบคุณครับ” มาร์คพาตัวเองมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก่อนจะส่งสัญญาณให้พนักงานนำไวน์มาเสิร์ฟ

 

“ผมก็มีของขวัญให้คุณมาร์คด้วยนะครับ” แบมแบมหยิบเอาของขวัญที่เลือกเองกับมือขึ้นมาก่อนจะยื่นมันให้กับร่างสูง มาร์ครับมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะส่งของตัวเองให้อีกคนบ้าง

 

“ร้านเดียวกันหรือเปล่าครับ” คนตัวเล็กเอ่ยแซวขำ ๆ เมื่อเห็นว่ากล่องที่ใส่นั้นเป็นแบบเดียวกันเลย ทั้งคู่ตัดสินใจว่าจะเปิดมันพร้อม ๆ กัน

 

ท่ามกลางความตื่นเต้นก็ยังแอบลุ้นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างที่คิดหรือเปล่าแต่ไม่ว่ายังไงมันก็คือของขวัญที่อีกฝ่ายตั้งใจเลือกให้ กล่องกำมะหยี่ถูกเปิดออกจนสุดความกว้างเผยให้เห็นสิ่งมีค่าที่อยู่ด้านใน กำไลแขนสีโรสโกลด์สะท้อนแสงเทียนวิบวับ ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นพร้อมกันก่อนจะหลุดขำออกมา

 

“บังเอิญจังเลยนะครับ”

 

ได้กำไลแบบเดียวกับที่ตัวเองเลือกมาให้อีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้น

 

“ฉันใส่ให้นะ”

 

ทั้งคู่ผลัดกันใส่กำไลแขนให้กันจนเรียบร้อยก่อนจะให้พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ มื้อเย็นในวันพิเศษกับคนพิเศษดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แต่ทว่าไม่เงียบเหงาเพราะมีเสียงพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างทั้งคู่ตลอดจนกระทั่งท้องฟ้ามืดสนิท

 

“สวยจังเลยครับ” คนตัวเล็กเอ่ยในขณะที่สายตาก็ยังคงทอดมองวิวของเมืองใหญ่จากยอดบนสุดของตึกสูงระฟ้า ทั่วทุกมุมเต็มไปดวงไฟน้อยใหญ่หรือถนนบางสายก็มีรถติดขนัดจนเห็นไฟท้ายรถสีแดงเป็นทางยาว

 

ถ้าไม่ได้กลับมาเจอคุณมาร์คอีก วันนี้ก็คงเป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่งและเขาคงจะกำลังวุ่น ๆ อยู่ที่ไหนสักที่ในเมืองใหญ่นี้

 

 

หากเลือกได้ก็อยากจะหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้เหมือนกัน

 

ตรงนี้ที่มีแค่คนที่รัก

 

และมีแค่เราสองคน...

 

“สวมเสื้อหน่อยนะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว” เสื้อสูทตัวหนาถูกคลุมลงมาบนร่างของคนตัวเล็กโดยผู้เป็นเจ้าของ แบมแบมหันมายิ้มให้แทนคำขอบคุณก่อนหันกลับไปเช่นเดิม

 

“อ๊ะ..คุณมาร์คดูนั่นสิครับ” มือเรียวชี้ไปยังจอโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่บนยอดตึกสูงใกล้ ๆ กัน แบมแบมจ้องมองตาไม่กะพริบ ไฟหลากสีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นข้อความสั้น ๆ ทำเอาใจดวงน้อยเต้นแรงตามไปด้วย

 

WILL YOU MARRY ME ?  

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าในวันพิเศษของตนเองจะกลายเป็นวันพิเศษของใครสักคนด้วย ตอนนี้คงมีคนกำลังรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่ออยู่แน่ ๆ

 

“นายว่าเขาจะตอบตกลงไหม...” คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นเบา ๆ แบมแบมไม่ได้หันกลับไปมองคนพูดเอาแต่จ้องมองข้อความนั้นที่เลื่อนซ้ำไปมา

 

ก่อนที่ใครบางคนจะขอใครสักคนแต่งงานก็ต้องมั่นใจสิว่าอีกฝ่ายจะต้องตอบตกลง เขาคงพร้อมแล้วที่จะดูแลและยอมให้ใครอีกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

 

“ผมว่าเธอคนนั้นต้องตอบตกลงแน่ ๆ”

 

ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยหันมาตอบฉันชัด ๆ อีกสักครั้งนะแบมแบม

 

          เจ้าของชื่อรีบหันขวับกลับมามองก่อนจะพบว่าตอนนี้คนรักของตนกำลังนั่งคุกเข่าโดยมีกล่องกำมะหยี่ใส่แหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดงามอยู่ในมือ

 

          ดวงตาเรียวใสเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง ทุกอย่างถูกจัดเตรียมในช่วงที่แบมแบมยืนหันหลังให้ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่คุณมาร์คแต่ยังมีลูกน้องอีกนับสิบที่ยืนอยู่ด้านหลัง ทุกคนไม่ได้ตีหน้าขรึมให้ดูน่ากลัวเหมือนอย่างทุกครั้งแต่กลับมีรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความยินดีอย่างชัดเจน

 

          แบมแบมได้แต่ยืนนิ่งค้างน้ำตาปริ่ม ความรู้สึกที่อกข้างซ้ายกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว แท้จริงแล้วคนที่ถูกขอแต่งงานก็คือเขาเองหรอกหรอ

 

          “คะ..คุณมาร์ค” เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วก่อนหน้านี้เหมือนถูกกลืนหายไปเสียแล้ว มือเรียวกำชายเสื้อของตัวเองแน่นจนยับยู่ไปหมดแล้ว

 

          “นายอาจจะคิดว่ามันเร็วเกินไปแต่เชื่อไหมว่านี่คือการตัดสินใจที่ฉันที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน ฉันไม่ได้เพิ่งคิดเมื่อวานหรือสัปดาห์ก่อนและไม่ใช่เมื่อเดือนก่อน แต่มันผ่านการไตร่ตรองมาตั้งแต่วันที่นายเดินกลับเข้ามาในชีวิตของฉันอีกครั้ง นายทำให้ฉันกล้าที่จะหยุด...หยุดเพื่อนาย”

 

          “.............”

 

          “แต่งงานกับฉันนะแบมแบม

         

          ถึงแม่ที่ผมรัก ตอนนี้คนรักของผมเขากำลังคุกเข่าเพื่อขอผมแต่งงานอยู่ เขากำลังขอให้ผมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาซึ่งผมเองไม่อาจปฏิเสธได้เลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม่ก็คงจะเห็นแล้วว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผมแค่ไหน คำว่ารักที่ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดทำให้ผมกล้าที่จะพาตัวเองไปยืนอยู่ข้าง ๆ เขาโดยไม่หวั่นกลัว แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เชื่อว่าคุณมาร์คจะสามารถรักและดูแลลูกของแม่คนนี้ได้ดีไม่ต่างจากแม่เลย อยู่ตรงนั้นก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

 

          มือเรียวยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ฝ่ายคนรอก็ยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมและคิดว่าคงจะไม่ลุกไปไหนจนกว่าจะได้รับคำตอบ

 

          “อื้ม..ตกลงครับ

 

          คนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่เผยยิ้มกว้างด้วยความดีอกดีใจ เสียงปรบมือที่ดังขึ้นจากด้านหลังพร้อม ๆ กันทำเอาคนตัวเล็กเขินจนหน้าขึ้นสี มือหนายื่นไปคว้ามือเรียวมาอยู่ตรงหน้าก่อนที่แหวนทองคำขาวประดับเพชรวงสวยที่ถูกสั่งทำพิเศษจะถูกหยิบออกมาจากกล่องและสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของว่าที่ภรรยา

 

          ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะคว้าเอาร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอดซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พลุดอกไม้ไฟจะส่องแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้า

 

          “ต่อไปนี้นายคือครอบครัวของฉันแล้วนะ”




********

#ซีอีโอมบ

 

 



      ****ยังรออ่านคอมเมนต์อยู่นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.98K ครั้ง

3,938 ความคิดเห็น

  1. #3853 thiyadanook-1234 (@thiyadanook-1234) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:54
    นั่มตาจะไหลล ปริ่มมากแม่ฮืออ
    #3853
    0
  2. #3839 grapeberryz (@grapeberryz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 23:56
    กรี้ดดดด ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเองล่ะสิ คุณมาร์คน่ารักมากๆ ไหน ตอนแรกใครจะไม่ยกลูกให้ ไม่มี๊ อิอิ
    #3839
    0
  3. #3834 นานะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 11:38

    น้ำตาไหลอ่ะ ละมุน

    #3834
    0
  4. #3795 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 21:17

    รวดเร็วทันใจ แถมโครตโรแมนติกเลยค่ะคุณมาร์ค

    #3795
    0
  5. #3733 >>หวานเย็น<< (@annylove) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 20:29

    แง้ ดีจังเลยยยยย
    #3733
    1
    • #3733-1 >>หวานเย็น<< (@annylove) (จากตอนที่ 16)
      11 กรกฎาคม 2562 / 20:31
      โอ้ยยยย ทำไมเป็นอันนี้ต้องเป็นที่ร้องไห้สิ กดผิดTT
      #3733-1
  6. #3732 Kris K (@muay_kiky) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:49
    เขินจังเลย ซึ้งน้ำตาจะไหล 5555 อินหนัก
    #3732
    0
  7. #3731 linpingIG0T7 (@pinglovejiyong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 14:49
    งื้ออออออ ละมุนมากกก
    #3731
    0
  8. #3730 Khimmi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 19:08

    ไรท์รีบมาต่อนะค่ะ ตกใจหมดเลยนึกว่าจะจบแล้ว อื่ออออ ดีใจแทนน้องแบม มีความสุขสักทีเนอะ คุณมาร์คก็ขอแต่งงานได้อบอุ่นจริงๆ

    #3730
    0
  9. #3729 MTBB97 (@zooyujang) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:48
    ฮรื่อออดีใจแทนน้องอ่ะ
    #3729
    0
  10. #3728 amwaysone (@amwaysone) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 12:56
    งือออ ละมุนมากกกกกกกก
    #3728
    0
  11. #3727 babyIlikeyou (@babyIlikeyou) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 04:32
    ดีใจด้วยนะน้องแบมมีความสุขจริงๆแล้ว
    แต่ก่อนฉันด่าตามาร์คทุกตอน55555
    มองย้อนอดีตน้องแบม ลำบากเหลือเกิน ขอบคุณนะมาร์ค รักน้องให้มากๆนะ
    #3727
    0
  12. #3726 moeypatchara (@moeypatchara) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:24
    ลูกมีความสุขเราก็สุขตามไปด้วย
    #3726
    0
  13. #3725 fah7a (@fah7a) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:29
    ร้องไห้ตามเลยซึ้งที่สุด
    #3725
    0
  14. #3724 Beamis18 (@Beamis18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:08
    ทำไมร้องไห้ ซึ้งอะได้แต่งงานได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ หลังจากต้องทนกับความทุกข์เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา &#128557;
    #3724
    0
  15. #3721 ออมม่า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:58

    หวานมาก

    #3721
    0
  16. #3720 Petchka (@Petchka) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 15:58
    หวานมากดีใจกับลูกและคนพี่ไม่ต้องทุกข์อีกต่อไปนะคร๊าบดูแลกันและกันดีๆนะคร๊าบ
    #3720
    0
  17. #3719 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 15:24
    ใครจะคิดว่าจะมีวันนี้อ่า
    #3719
    0
  18. #3717 i_am_a_weirdo (@i_am_a_weirdo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 11:36
    ????????????????????เขินเลยเค้ารักกันหวานมาก
    #3717
    0
  19. #3716 GandaManeetaem (@GandaManeetaem) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:13
    สุขจริงๆสักทีนะ
    #3716
    0
  20. #3715 KunpimookTuan9397 (@jarja_love) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 02:51
    ได้แต่งงานกันสักทีนะ ยินดีด้วยกว่าจะถึงวันนี้ ฮืออออ
    #3715
    0
  21. #3714 MT_KPM (@MT_KPM) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 02:17
    น่ารักกกกก
    #3714
    0
  22. #3713 mtbbi (@mtbbi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:31

    ฮือออออ
    #3713
    0
  23. #3712 TNpxing (@TNpxing) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:43
    คุณมาร์คก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะเนี่ยยยย ยอมได้แค่น้องคนเดียวสินะ
    #3712
    0
  24. #3711 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:42
    ซึ้ง น่ารักมาก น้ำตามา
    #3711
    0
  25. #3710 macha_j (@macha_j) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:36
    น้ำตารื้นกันเลยทีเดียว ปลื้มปริ่มที่สุด
    #3710
    0