[ MarkBam ] CEO’s เด็กท่านประธาน {END}

ตอนที่ 3 : Chapter 2 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 694 ครั้ง
    24 ม.ค. 62






          “ไปที่คอนโด XXX...” ร่างสูงออกคำสั่งกับสารถีของตนก่อนที่รถคันหรูจะเปลี่ยนเส้นทางไปยังคอนโดหรูใจกลางเมือง

          แบมแบมนั่งเงียบมาตลอดทาง นึกแปลกใจกับตัวเองที่กล้าตามคนแปลกหน้ามาง่าย ๆ แต่ก็ช่างเถอะ ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนให้เขาซักคืนก็ยังดี



          Rrrrrrrrr!!!!


          เสียงเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ร่างเล็กดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่จะเสียงนั้นจะหยุดลงเมื่อปลายสายกดรับ

          “ว่าไงคิม” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนที่โทรเข้ามา

          ร่างสูงนิ่งเงียบอยู่ซักพักเพื่อรอฟังต้นสายพูดและสิ่งที่ได้ยินทำเอาชายหนุ่มถึงกับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

          “หึ ถึงกับต้องหามกันส่งโรงพยาบาลเลยหรอ...อืม ขอบใจมาก” มือหนากดวางสายจากลูกน้องคนสนิทก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าเช่นเดิม 



          ร่างสูงเปิดประตูก้าวลงจากรถทันทีเมื่อถึงที่หมายเหลือแค่แบมแบมและสารถีหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่บนรถ

          “จะนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานไหม จะเอารถไปจอดแล้ว” คนขับรถพูดกับคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถมาซักพักนึงแล้ว

           “ถึงแล้วหรอครับ?” คนตัวเล็กถามด้วยความสงสัยก่อนจะเอาหน้าแนบกับกระจกรถมองไปรอบ ๆ

          “ก็ใช่น่ะสิ รีบ ๆ ลงไป คุณมาร์ครอนานแล้ว”  

          "คะ..คุณมาร์ค" แบมแบมทวนชื่อของร่างสูงเบา ๆ คุณคนนั้นชื่อคุณมาร์ค...เขาจะจำไว้




          เมื่อก้าวลงจากรถคนตัวเล็กไม่รอช้ารีบเดินตรงไปยังร่างสูงที่ยืนรออยู่ด้านในก่อนแล้ว 

          “มัวทำอะไรอยู่...”  น้ำเสียงดุ ๆ ปนตำหนิเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อร่างบางเดินมาถึง เหมือนเป็นคำถามที่ไม่ได้หวังคำตอบเพราะตอนนี้คนที่เอ่ยคำพูดนั้นเดินเข้าไปในตัวลิฟท์แล้ว

                    
          ส่วนคนที่ถูกตำหนิเพียงแค่เดินตามเข้าไปในลิฟท์เงียบ ๆ ไม่คิดจะโต้แย้งอะไรอยู่แล้วเพราะตนเองก็ผิดที่ให้ผู้ใหญ่รอ

          ตัวลิฟท์เลื่อนขึ้นมาจอดที่ชั้น 45 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของคอนโดแห่งนี้ ไฟส่องสว่างมองเห็นได้ทุกซอกมุมแต่ไร้ซึ่งผู้คน แต่คงไม่แปลกอะไรเพราะชั้นนี้ทั้งชั้นเป็นของมาร์คทั้งหมด

          ร่างสูงเดินนำมาก่อนจะหยุดที่หน้าประตูบานใหญ่ มือหนากดรหัสผ่านที่จำได้อย่างแม่นยำก่อนที่เสียงสัญญาณจะดัง ‘ติ๊ด’ 

          ประตูบานใหญ่ถูกผลักเข้าไปโดยเจ้าของห้อง ทั้งห้องสว่างโร่ทันทีเมื่อสวิตซ์ไฟถูกเปิดให้ทำงาน เพ้นท์เฮาส์ขนาดใหญ่ยังดูสะอาดสะอ้านและถูกจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอแม้เจ้าของจะไม่ค่อยได้แวะมาบ่อย ๆ



          แบมแบมถึงกับอ้าปากหวอด้วยความตื่นตะลึง ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ตัวเองจะมีโอกาสได้มาเหยียบสถานที่หรูหราแบบนี้เลยด้วยซ้ำ มันต่างกันกับบ้านไม้ของเขาเป็นไหน ๆ

          “นั่งก่อนสิ...” เสียงทุ้มเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังยืนเคว้งพร้อมกับผายมือไปยังโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง

          ร่างสูงเดินหายเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่งก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โซฟาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคนตัวเล็ก ดวงตาคมมองสำรวจตั้งแต่ใบหน้าของแบมแบมจรดปลายเท้า 


          “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”  คนตัวเล็กถามออกไปเมื่อรู้สึกว่าตนเองถูกจ้องมองมาซักพักหนึ่งแล้ว

          “ชื่ออะไร...” ร่างสูงถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ก็ยังไม่ละสายตาใบจากใบหน้าของแบมแบม


          “ชื่อแบมแบมครับ” คนตัวเล็กตอบด้วยรอยยิ้ม



          แกร๊กก!

          แต่รอยยิ้มนั้นกลับต้องหุบลงทันที ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ ทั้งตัวรู้สึกเหมือนกำลังถูกแช่แข็งพอ ๆ กับหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้นกะทันหันทันทีที่คนตรงหน้ายกกระบอกปืนสีดำขลับขึ้นมาจ่อที่ศีรษะของตน น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงมาอาบแก้มนวลจนยากจะสะกดกลั้นเอาไว้ได้ 


          คิดว่าตัวเองจะรอดแต่ที่ไหนได้ ก็แค่ยืดระยะเวลาให้ตายช้าลงก็เท่านั้น


          “ใครส่งนายมา....” แม้น้ำเสียงจะดูเรียบ ๆ แต่แววตากลับแข็งกร้าวจนน่ากลัว

          “ยะ...อย่า...อย่าทำผมเลย” ร่างบางพูดเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว

          “ถ้ายังไม่ตอบฉันเนี่ยแหละจะเป็นคนฆ่านายเอง” 







          ฝ่ายคนที่กำลังถูกกุมชะตาชีวิตไว้ได้แต่นั่งสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า อยากจะเอ่ยค้านออกไปแต่ปากเจ้ากรรมกลับหนักขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธเท่านั้น

 

          ฮึกก...มะ..ไม่นะ

          ถ้าไม่อยากตายก็รีบๆพูดมา  เสียงทุ้มเอ่ยคาดคั้นหวังให้อีกคนพูดออกมา

 

          ปลายกระบอกปืนค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ศีรษะของคนตัวเล็กมากยิ่งขึ้นจนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ


          ผมไม่รู้จริง ๆ ...ฮึก...ผมถูกส่งไปทำงานใช้หนี้ที่นั่น ละ..แล้วผมก็ ฮึก...หนีออกมา”  ร่างบางอธิบายปนเสียงสะอื้น หากย้อนเวลากลับไปได้คงไม่คิดจะมาที่นี่ตามคำเชิญชวนนั้นอย่างแน่นอน

 

          หลังจากพูดจบ ดวงตากลมโตจึงค่อย ๆ ปิดลงน้อมรับชะตากรรมของตนเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ น้ำตาที่พรั่งพรูออกมาเป็นสายบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนตัวเล็กหวาดกลัวมากแค่ไหน

 


          แกร๊ก!


          เสียงเหนี่ยวไกปืนดังขึ้นพร้อม ๆ กับลมหายใจของคนตัวเล็กที่ขาดห้วงไป แม้กระทั่งตอนนี้ที่กำลังจะตายกันต์พิมุกต์ก็ยังหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าเหตุใดจึงต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้

 



          ร่างกายที่ไม่ได้สัมผัสกับความเจ็บปวดใด ๆ ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกฉงนใจ มือบางค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามร่างกายของตนเองทั้งที่ยังหลับตาอยู่

 

          'ทำไมไม่รู้สึกเจ็บเลยล่ะ หรือว่าเราจะตายไปแล้ว

 


          ตุ๊บ!!!!


          เสียงวัตถุบางอย่างที่กระทบกับโต๊ะกระจกตรงหน้าทำให้คนตัวเล็กลืมตาขึ้นทันที ปืนกระบอกเดิมที่จ่ออยู่บนหัวเขาเมื่อครู่กลับไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนโต๊ะแล้ว ร่างบางเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ


          นี่เขายังไม่ตายหรอ?

 


          ปืนนี่ไม่มีกระสุน...ร่างสูงเอ่ยเพื่อให้แบมแบมคลายความสงสัย ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าเขาไม่ได้จะฆ่าแบมแบมตั้งแต่แรกงั้นหรอ

 

          คุณไม่ได้จะฆ่าผมจริง ๆ ใช่ไหมครับ...ร่างบางใช้มือปาดน้ำตาออกลวก ๆ ก่อนจะถามสิ่งที่ยังคาใจอยู่

 

          “ฉันแค่ลองหยั่งเชิงดูก็เท่านั้น แต่ถ้าเมื่อครู่นายคิดสู้ขึ้นมาจริง ๆ ปืนนี่อาจจะมีกระสุนจริง ๆ ก็ได้ มือหนาเอื้อมไปหยิบกระบอกปืนมาไว้ในมือเพราะสังเกตได้ว่าคนตัวเล็กยังหวั่น ๆ กับมันอยู่ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินหายเข้าไปในห้องเดิมอีกครั้ง

 

          เมื่ออยู่เพียงลำพังคนตัวเล็กถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อครู่รู้สึกตกใจและกลัวมาก ถึงเขาจะไม่ได้ทำร้ายแบมแบมจริง ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ ยังไงเสียเขาก็เป็นคนที่ตนเพิ่งจะรู้จัก






          ร่างสูงเดินกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง มือหนาหยิบถ้วยชาที่ถือติดมือมาด้วยเมื่อครู่ขึ้นมาจิบ

          ทำไมคนพวกนั้นถึงตามฆ่านาย...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมบรรยากาศมาซักพักหนึ่งแล้ว เพราะเด็กคนนี้ดูไม่เห็นจะมีพิษมีภัยอะไรทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้


          เอ่อ...จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ตามมาฆ่าผมหอกครับ ผมแค่หนีออกมาแล้วพวกเขาจับได้...แบมแบมสารภาพความจริงกับร่างสูง

          คบเด็กสร้างบ้านจริง ๆ เลย...


          ผมไม่ได้ตั้งใจจะโกหกคุณนะครับ แต่วันนี้ผมเผลอไปทำร้ายร่างกายแขกคนสำคัญของร้านหากหนีไม่พ้นเขาคงเละแน่ ๆ แค่นึกถึงใบลูกน้องของท่านจางหยวนสองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องยังขนลุกเลย


          คงไม่ใช่ท่านจางหยวนหรอกใช่ไหม...ถึงจะยังไม่ได้รับคำตอบแต่ใจของมาร์คเชื่อไปเกินครึ่งแล้วว่าต้องใช่แน่ ๆ

          คุณรู้จักท่านด้วยหรอครับ ร่างบางเริ่มมีท่าทีหวาดกลัวหลังจากที่ถูกถามแบบนั้น


          “รู้จักสิ" แบมแบมถอยหลังกรูทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น 


          "ไม่คิดว่าจะรู้จักกันในฐานะอื่นบ้างหรอ เช่น ศัตรูหรือคู่แข่งขันทางธุรกิจอะไรอย่างนี้” มาร์คขยายความให้คนตัวเล็กเข้าใจ ดูจากแววตาเด็กนี่คงจะคิดว่าเขาเป็นพวกกับท่านจางหยวนงั้นสิ คนแบบนั้นเขาไม่มีทางลดตัวลงไปผูกมิตรด้วยหรอกนะ


          “…………..”


          ไม่ต้องกลัว ฉันไม่บอกใครหรอกว่านายอยู่ที่นี่


          แล้วทำไมนายถึงต้องทำร้ายเขาล่ะ...อาจจะดูขี้สงสัยไปหน่อย แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อคู่กรณีของท่านจางหยวนนั่งอยู่ตรงหน้านี้แล้วเขาก็จะถามเสียเลย ลูกน้องของเขาจะได้ไม่ต้องไปสืบให้เสียเวลา


          เขาจะขืนใจผม....ร่างบางตอบเสียงอ้อมแอ้ม


          “นายบอกฉันว่าทำงานอยู่ที่นั่นหนิ เขาจะทำแบบนั้นก็ไม่เห็นแปลกเพราะมันเป็นงานของนายไม่ใช่หรือไง...ยอมรับว่ามาร์ครู้สึกขำเมื่อได้ยินคนตัวเล็กตอบออกมาแบบนั้น มันก็เป็นงานของเด็กที่นั่นอยู่แล้วไม่ใช่หรอ


          นั่นไม่ใช่งานของผม!!!  พวกเขาหลอกผมมา ถ้าผมรู้ล่วงหน้าคงไม่ทำ!!!! ” ร่างบางพูดค้านเสียงดังด้วยความไม่พอใจก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมที่จะเดินออกไปจากห้อง


          ใจเย็น ๆ สิเด็กน้อย ตอนนี้ท่านจางหยวนคงจะให้ลูกน้องตามหานายว่อนเมือง ขืนออกไปนายไม่มีทางรอดแน่....นี่ไม่ใช่แค่คำขู่แต่มันคือเรื่องจริง พวกมันไม่มีทางปล่อยเด็กคนนี้ไปง่าย ๆ เป็นแน่


          แล้วจะให้ผมทำยังไงร่างบางหันมาพูดกับคนที่นั่งอยู่ด้วยเสียงที่อ่อนลง


          ไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่ที่นี่ เสื้อผ้าที่อยู่ในตู้นายเอามาใช้ได้ พรุ่งนี้จะให้คนเอาชุดใหม่มาให้ ขาดเหลืออะไรก็บอก ฉันไปล่ะร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินผ่านคนตัวเล็กแล้วเดินตรงไปที่ประตู


          คุณจะไปไหนหรอครับ?” คนตัวเล็กรีบเอ่ยถามทันทีก่อนที่อีกคนจะเปิดประตูออกไป


          ฉันก็ต้องกลับบ้านน่ะสิ...

          

          แล้วที่นี่...ไม่ใช่บ้านของคุณหรอ?” คนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยความสงสัย


          ที่นี่ก็แค่ที่พักชั่วคราว...แบมแบมพยักหน้ารับก่อนที่ประตูบานใหญ่จะค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับการจากไปของเจ้าของห้อง











          07:30 น.


          ชายหนุ่มสองคนที่มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยถุงกระดาษจากแบรนด์ดังเดินสาวเท้าไปตามโถงทางเดินก่อนจะหยุดที่หน้าประตูบานใหญ่ มือหนากดออดหน้าห้องเพื่อเป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ในห้องรับรู้


          ผ่านไปสักพักแต่ยังไร้วี่แววของคนที่อยู่ในห้อง ชายหนุ่มทั้งสองคนหันมามองหน้ากันก่อนชายอีกคนจะถือวิสาสะกดรหัสผ่านที่หน้าประตูเพื่อเข้าไปด้านใน

          เพราะเป็นลูกน้องคนสนิทจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะสามารถเข้าออกที่นี่ได้โดยไม่ต้องรอให้เจ้านายอนุญาตก่อน

          ทั้งคู่เดินสำรวจจนทั่วทั้งห้องแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่ต้องการพบ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบต่อสายหาผู้เป็นนายทันที


          "คุณมาร์คครับ คุณแบมแบมหายตัวไปครับ"





          ร่างบางเดินทอดน่องมาตามฟุตบาทริมถนน มือเล็กถูกยกขึ้นป้องปากหาวมาตลอดทางด้วยความง่วงซึม แบมแบมแทบไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมัวแต่หวาดระแวง พอใกล้รุ่งสางจึงรีบปลีกตัวออกมาจากที่นั่นทันทีเพราะไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นกับตนอีก

          เพราะเดินมาเป็นเวลานานทำให้คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกเมื่อยล้ากอปรกับท้องไส้ที่กำลังร้องโครกครากเพราะความหิว มือน้อยยกขึ้นมาลูบบริเวณหน้าท้องแบนราบของตัวเองพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

          ร่างบางหย่อนสะโพกนั่งลงที่ม้าหินอ่อนริมทางเพื่อพักให้หายเหนื่อย ระยะทางที่เดินมาก็นับว่าไกลพอสมควร แม้ตอนนี้จะไม่รู้เลยว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อยเพราะคิดว่าคงไม่มีใครตามมาเจอแล้วล่ะ



          แต่ดูเหมือนว่าแบมแบมจะคิดผิด...


          "มาเข้าห้องน้ำไกลไปนะ...." 


          เสียงทุ้มเรียกให้คนที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่รีบเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาโตเบิกกว้างทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงหน้าของชายฉกรรจ์สามคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ เขาจำได้...หนึ่งในนั้นคือคนของท่านจางหยวน....


          "เจอตัวแล้วครับท่าน"  ชายหนุ่มคนหนึ่งต่อสายหาผู้เป็นนายก่อนจะเอ่ยรายงานความคืบหน้า



          เมื่อตั้งสติได้คนตัวเล็กจึงรีบผุดลุกขึ้นเตรียมที่จะวิ่งหนี แต่คงจะช้าไปเพราะหนึ่งในสามคนนั้นรีบเข้ามาขวางหน้าเอาไว้เสียก่อน

          "จะหนีอีกแล้วเหรอ นายทำพวกฉันเหนื่อยมาทั้งคืนแล้วนะ" 


          "อย่าทำแบบนั้นเลยนะ ว่าง่าย ๆ จะได้ไม่เจ็บตัว" ชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่พูดเปล่าแต่ยังคว้าไปจับที่ข้อมือเล็กของแบมแบมก่อนจะออกแรงลากให้เดินตาม

          "ไม่เอา ผมไม่ไป ปล่อยผมไปเถอะนะ" คนตัวเล็กพูดอ้อนวอนพร้อมกับออกแรงขัดขืน


          "ช่วยด้วย!!!!!" แบมแบมจะตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง และดูเหมือนว่าพระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนอย่างเขาเพราะบริเวณนี้แทบไม่มีคนผ่านมาเลยด้วยซ้ำ

          "หุบปาก!!!" ชายคนที่กำลังลากแขนแบมแบมอยู่ยกมือขึ้นชี้หน้าเพื่อสั่งให้คนตัวเล็กเลิกส่งเสียงดัง


          "ผมไม่ไป!!!!  โอ๊ะ นั่นไง คุณตำรวจช่วยผมด้วย!!!!!" มือเรียวชี้ไปที่ถนนพร้อมกับทำสีหน้าดีใจจนทั้งสามต้องหันไปมองตาม

          ร่างบางถือโอกาสตอนที่พวกมันกำลังเผลอรีบสะพัดแขนออกจากการเกาะกุมทันที มือเรียวยกขึ้นผลักชายคนหนึ่งที่ยืนขวางทางอยู่ให้ล้มลงไปกองกับพื้นก่อนจะรีบวิ่งหนีกลับไปทางเดิม

          "ยืนเซ่ออยู่ทำไม ตามมันไปสิวะ!!"


          "ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วย!!!!" ร่างบางทั้งวิ่งทั้งตะโกนขอความช่วยเหลือ ลืมไปแล้วความหิวและความเหนื่อยล้า รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ต้องเอาชีวิตให้รอดเท่านั้น






          ปี๊น! ปี๊น!


          ร่างบางสะดุ้งโหยงก่อนจะหยุดวิ่งเพราะเสียงแตรจากรถคันหรูที่วิ่งเข้ามาจอดเทียบริมฟุทบาท กระจกค่อย ๆ เลื่อนลงเผยให้เห็นเจ้าของรถชัดเจนเต็มสองตา

          "ขึ้นมา!!!" เจ้าของรถตะโกนเรียกคนที่กำลังยืนนิ่งอยู่ ฝ่ายคนที่ถูกเรียกมีท่าทีลังเล แต่พอมองกลับไปด้านหลังพวกนั้นก็ยิ่งเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ 

          "เอาไงดี ๆ " ร่างบางบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจวิ่งตรงไปเปิดประตูรถแล้วพาตัวเองเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับทันที



          ฟู่วววว!!!


          คนตัวเล็กพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในสองวันแบมแบมต้องเจอสถานการณ์เหมือน ๆ กันถึงสองครั้งแต่น่าแปลก คนที่มาช่วยเขากลับเป็นคนๆเดียว...

          "ขอบคุณนะครับ คุณช่วยผมไว้อีกแล้ว"

          "ฉันไม่เคยทำอะไรแล้วไม่หวังผล..." เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบา ๆ แม้สายตาจะยังจับจ้องอยู่บนท้องถนนแต่หูของเขาได้ยินชัดเจนทุกอย่างแม้กระทั่งลมเสียงหายใจของอีกคน






          "คุณจอดรถทำไมล่ะครับ..." ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเอ่ยปากถามเมื่อจู่ ๆ อีกคนก็เลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง

          "เมื่อเช้านายหนีออกมาทำไม..." 

          "ผมไม่ได้หนี..." แค่ไม่อยากรบกวนแล้วก็เท่านั้นเอง

          "ฉันเตือนนายแล้ว...ถ้าตอนนี้นายยังอยู่ในที่ที่ฉันเตรียมไว้ให้คงไม่ต้องมาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้" ทั้งหมดที่ร่างสูงเอ่ยมันคือความจริง ซึ่งตอนนี้แบมแบมก็ได้รับรู้มันด้วยตัวเองแล้ว

          "แล้วจะให้ผมทำยังไง ตอนนี้ชีวิตพ่ออยู่ในมือของเจ้าหนี้ พวกมันคงไม่ปล่อยผมไปง่าย ๆ แน่ ตราบใดที่ผมยังใช้หนี้ของพ่อไม่หมด" สีหน้าของแบมแบมหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด รู้ดีว่าถ้ากลับไปตอนนี้เจ้าหนี้ก็คงส่งให้ไปขายตัวเช่นเดิม โชคร้ายอาจถูกส่งให้ท่านจางหยวนเลยก็เป็นได้ 


          "พ่อนายเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่" 

          "สะ..สิบล้านครับ" ร่างสูงยกยิ้มเมื่อได้ทราบจำนวนเงินที่คนตัวเล็กบอก 


          'ก็แค่เงินสิบล้าน'



          "ฉันจะใช้หนี้ให้พ่อนายทั้งหมด" แบมแบมถึงกับฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังสิ่งที่ร่างสูงกล่าว แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น รอยยิ้มนั้นก็เป็นอันต้องหุบลงทันทีเมื่อได้ฟังประโยคต่อมา

          "แต่นายต้องมาอยู่กับฉัน"

          "................"

          "ถ้านายไม่รับข้อเสนอของฉัน ก็แค่เดินลงไปจากรถแล้วรอให้พวกมันมาจับตัวไป" มาร์ครู้ดีว่าแบมแบมไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้แน่นอน เพราะแบบนี้ไงเขาถึงกล้าออกปากท้า 

          คนตัวเล็กชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง หากตอบตกลง หนี้ของพ่อก็จะหายไปและตนเองก็ไม่ต้องถูกไล่ล่าจากลูกน้องของท่านจางหยวน


          "ตกลง ผมยอมรับข้อเสนอของคุณ"

          แบมแบมยอมรับข้อเสนอนั้นเพื่อแลกกับอิสระของคนที่ตัวเองเรียกว่าพ่อ เพราะมัวแต่ห่วงคนอื่นจนลืมคิดไปว่าคนที่กำลังจะถูกจองจำจะเป็นเจ้าตัวเสียเอง












 
          รถคันหรูสีดำขลับจอดสนิทที่หน้าคาสิโนแห่งหนึ่ง ร่างสูงก้าวลงจากรถพร้อม ๆ กับคนตัวเล็ก ทั้งคู่ไม่รอช้ารีบสาวเท้าเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับลูกน้องของมาร์คอีกราว ๆ หกคน 

          ภายในบ่อนยังคงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังลุ่มหลงอยู่กับไพ่ในมือ บ้างก็กำลังยิ้มร่าเพราะดวงขึ้น แต่ส่วนใหญ่กำลังหัวเสียหรือไม่ก็กำลังอาละวาดเพราะหมดเนื้อหมดตัว และพ่อเลี้ยงของแบมแบมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย



          "นั่นพ่อผมหนิ" ดวงตากลมโตทอดมองไปที่ชายคนหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังทำลายทรัพย์สินของบ่อนด้วยการทุบเตะโต๊ะบ้าง ชกต่อยนักพนันด้วยกันบ้าง 


          แบมแบมไม่รอคิดอะไรให้มากความ ขาเรียวรีบก้าวฉับ ๆ ไปหาพ่อเลี้ยงของตนทันที 

          "พ่อ!!!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ" ร่างบางรีบแทรกตัวเข้าไปห้ามพ่อของตนได้ทันก่อนที่หมัดนั้นจะได้กระทบเข้ากับใบหน้าของชายอีกคน

          "ไอ้แบมหลบไป! มันกำลังดูถูกฉัน ฉันจะต่อหน้ามัน!!!" มือเหี่ยวย่นผลักลูกชายให้ออกห่างเต็มแรงด้วยความโมโหจนคนตัวเล็กเซถลาเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้นแล้วหากไม่ได้ร่างสูงเข้ามาประคองไว้เสียก่อน



          "เป็นอะไรหรือเปล่า?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกวาดสายตาสำรวจร่างกายคนตัวเล็กไปด้วย

          "ผมไม่เป็นไร คุณช่วยผมห้ามพ่อก่อนเถอะครับ" แบมแบมมีทีท่าว่าจะจะเดินเข้าไปห้ามพ่อเลี้ยงของตนอีกครั้งแต่ถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน


          "คิม..." ใบหน้าคมหันไปมองลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนคนที่ถูกเรียกชื่อก็ไม่รอให้ผู้เป็นนายต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่มองตาคิมก็รู้แล้วว่านายของเขาต้องการอะไร





          บอดี้การ์ดสองคนเดินตรงเข้าไปแยกพ่อของแบมแบมให้ออกห่างจากคู่กรณี แม้เรื่องทะเลาะวิวาทจะยุติลงแต่คนที่ก่อเรื่องยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยซักนิด

          "ปล่อยกูสิวะ! กูจะสั่งสอนให้มันรู้เสียบ้างว่ามันกำลังเล่นอยู่กับใคร ปล่อยกู!!!!!"






          "มีอะไรกัน!!!" เสียงของผู้มาใหม่ทำให้เหตุการณ์อลหม่านเมื่อครู่สงบลงทันที 

          "ฉันก็แค่สั่งสอนพวกปากดีนิดหน่อยเองน่ะเสี่ย" พ่อเลี้ยงของแบมแบมเปลี่ยนเสียงทันทีต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
   
          คำพูดของชายแก่ไม่ทำให้เสี่ยกวงเจ้าของบ่อนสนใจเพราะตอนนี้คนที่ดึงความสนใจจากเขามีเพียงร่างสูงซึ่งกำลังมองมาที่เขานิ่ง ๆ อยู่นั่นต่างหาก


          "ลมอะไรเล่าที่พัดเอานักธุรกิจใหญ่ให้มาไกลถึงที่นี่ แล้วนั่นคนของผมนี่นา ฮ่า ๆ ๆ " แบมแบมรีบหลบหลังมาร์คทันทีเมื่อถูกพูดถึง 



          "ผมมีเรื่องจะคุยกับเสี่ยกวงนิดหน่อย...เรื่องหนี้ของผู้ชายคนนี้" ร่างสูงพูดถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่โดยไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา

          "งั้นเชิญที่ห้องทำงานผมดีกว่า" ร่างสูงเดินตามหลังชายแก่โดยไม่ลืมสั่งให้ลูกน้องลากตัวต้นเหตุไปด้วย




          "ดื่มชาหน่อยไหมคุณมาร์ค" ชายแก่เอ่ยถามตามมารยาท

          "ไม่ล่ะ มาว่าธุระของเราเลยดีกว่า" ร่างสูงส่ายหน้า ส่วนคนที่ถูกปฏิเสธก็ไม่คิดจะถือสาอะไรอยู่แล้ว

          "เกี่ยวกับหนี้ของ...พ่อหนูแบมเหรอ" เสียงแหบพร่าพูดประโยคแรกกับมาร์คก่อนที่จะหันไปพูดประโยคหลังกับร่างบางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พ่อเลี้ยง

          "ผมจะใช้หนี้ทั้งหมดให้ผู้ชายคนนั้นเพื่อแลกกับอิสรภาพของพวกเขา สิบล้านใช่ไหม?" ตั้งแต่เจอพ่อเลี้ยงของแบมแบมที่นี่มาร์คก็มั่นใจเลยว่ามันคงไม่ใช่แค่สิบล้านแน่ ๆ 

          "สิบห้าล้านต่างหากคุณมาร์ค" อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เสี่ยกวงยิ้มเยาะแต่ร่างสูงหาได้สนใจไม่ มือหนายื่นไปรับสมุดเช็คพร้อมปากกาจากลูกน้องก่อนจะบรรจงเขียนตัวเลขแปดหลักแล้วส่งให้เสี่ยแก่ที่ยื่นมือมารอรับอยู่แล้ว



          แบมแบมตกใจไม่น้อยที่หนี้ของพ่อกระโดดขึ้นมาเป็นสิบห้าล้านได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน นึกเกรงใจร่างสูงเพราะจำนวนหนี้ของพ่อต่างไปจากที่ได้คุยกันก่อนหน้า

          "เช็คคงไม่เด้งหรอกใช่ไหมครับ" เสียงแหบ ๆ แกล้งแหย่มาร์คเล่น ๆ ทั้งที่ในใจรู้ดีอยู่แล้วว่าคนอย่างมาร์คไม่มีทางเล่นอะไรแบบที่เขาพูดแน่นอน

          "ผมขอสัญญากู้ด้วย..." เสี่ยกวงพยักหน้าให้ลูกน้องก่อนจะหันมายิ้มให้มาร์คอีกครั้ง

          'ฉลาดสมกับคำร่ำลือจริง ๆ '




          "ต่อไปก็ตาของคุณ..." ดวงตาคมหันมามองพ่อของแบมแบมนิ่ง ๆ แม้เมื่อครู่จะแอบตื้นตันใจเล็กน้อยแต่ตอนนี้ชายชรากลับหวั่นกลัวสายตานี้อย่างบอกไม่ถูก

          "ถ้าผมจะขอเด็กคนนี้มาอยู่ในความดูแล คุณจะว่ายังไง" 

          พ่อเลี้ยงของแบมแบมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ความโลภจะสั่งให้เขาพูดในสิ่งที่คนที่เรียกตัวเองว่าพ่อไม่ทำกัน


          "ฉันยกมันให้คุณ....แต่ไม่ได้ให้ฟรี ๆ นะ" แบมแบมอ้าปากค้างเมื่อได้ฟังสิ่งที่พ่อเลี้ยงของตนได้เอ่ยออกมา

          "พ่อ นี่พ่อพูดอะไรออกมา..." พ่อผลักไสแบมให้คนอื่นอีกแล้ว พ่อกำลังตีราคาแบมไม่ต่างจากสิ่งของที่คิดจะยกให้ใครก็ได้งั้นเหรอ

          "แกเป็นลูกก็ควรจะตอบแทนพ่อไม่ใช่หรือไง อีกอย่างผัวแกมันก็รวย คิดจะสบายคนเดียวเหรอห๊ะ!"

          คำพูดที่ออกมาจากปากของคนที่ตนเรียกว่าพ่อสร้างความเจ็บปวดให้คนตัวเล็กไม่น้อย สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รักแบมแบมอย่างที่คิด เขาแค่รักตัวเองอย่างที่แม่เคยบอก...

          "คุณต้องการเท่าไหร่..." ร่างสูงรู้สึกเอือมระอาแทนคนตัวเล็กที่ต้องมีพ่อแบบนี้ มันเหนือกว่าสิ่งที่เขาคาดหมายไว้เยอะเลย 

          "ห้าล้าน! แล้วจะเอามันไปไหนก็เชิญเลย" คำพูดของชายชราเป็นเครื่องช่วยยืนยันว่าเขาอยากจะตัดขาดจากคนตัวเล็กจริง ๆ  เมื่อครู่ยังเห็นเขียนเช็คให้ไอ้เสี่ยหน้าเลือดได้อย่างไม่อิดออด คงจะรวยมากล่ะสิ เงินห้าล้านคงไม่ทำให้จนลงหรอก


          ปากกาแท่งเดิมกำลังจรดลงบนสมุดเช็คแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงของลูกน้องคนสนิท

          "คุณมาร์คครับผมว่ามันเยอะเกินไป อีกอย่างคุณมาร์คก็ใช้หนี้ให้พวกเขาจนหมดแล้ว แค่นั้นมันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ" แม้จะสงสารคนตัวเล็กแต่คิมก็ไม่เห็นด้วยที่มาร์คจะจ่ายเงินให้พ่อเลี้ยงของแบมแบมอีก

          "ไม่เป็นไร...." ร่างสูงไม่คิดฟังคำคัดค้านของลูกน้อง เขายอมจ่ายหากสิ่งที่กำลังจะได้มันคุ้มค่า เหมือนกับการซื้อของ หากถูกใจ ก็แค่จ่ายเงินแลกมา



          "ต่อแต่นี้ไปแบมแบมจะอยู่ในความดูแลของผมเพียงคนเดียว อย่าได้เอาคำว่าพ่อลูกมาอ้างอีก" ร่างสูงพูดประโยคสุดท้ายกับอดีตพ่อเลี้ยงของแบมแบมก่อนจะยื่นเช็คที่มีจำนวนเงินตามที่ร้องขอครบถ้วนทุกบาทให้กับชายโลภผู้โง่เขลา 

          ชายชราก้มมองเช็คในมือตาวาวด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตายียวนกวนประสาทให้คิม 



          ชายหนุ่มเองก็พยายามอดกลั้นจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่รอมร่อ หากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้เขาคงชักปืนขึ้นมาเป่าหัวไอ้แก่นี่ไปแล้ว

          นี่สินะที่เขาว่ากันว่าคนที่ผีพนันเข้าสิงสามารถขายได้ทุกอย่าง......ขายได้แม้กระทั่งลูกของตัวเอง


          "ไปกันแบมแบม ต่อไปนี้ชีวิตนายเป็นของฉัน"






******
#ซีอีโอมบ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 694 ครั้ง

3,901 ความคิดเห็น

  1. #3830 Noknana77 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 12:33

    ก่อนออกมาคุณคิมน่าจะกระโดดถีบขาคู่ใส่พ่อเลี้ยงสักทีนะคะ โมโหๆ

    #3830
    0
  2. #3794 baekhyunhyun2544 (@baekhyunhyun2544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 21:15
    ฮือออ พ่อน่าจะโดนดีนะคะ ส่วนคุณต้วนนั้น นิสัยรวยตามสเต็ปพระเอกของเรื่องเลยค่ะแม่ ชอบบบ
    #3794
    0
  3. #3776 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:58

    เลวอะไรขนาดนี้วะ ถึงจะเป็นแค่พ่อเลี้ยงแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับแบมไหมอ่ะ

    #3776
    0
  4. #2693 Tasmarkbam (@Tasmarkbam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:47
    วุ้วววเปย์เก่งเพื่อสิ่งที่ถูกใจ😊😊😊
    #2693
    0
  5. #2336 keyprince (@patty62442) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 17:38
    ชอบจังค่ะ ผู้ชายนิสัยรวยๆ
    #2336
    0
  6. #1725 BaMark_ (@BaMark_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 23:08
    รวยจีงงง
    #1725
    0
  7. #1708 DesTiNy-MJ (@DesTiNy-MJ) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 18:28
    ชอบความพิมาร์ค
    #1708
    0
  8. #1628 sai suju&tvxq5 (@yusai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 13:09
    คงามสายเปย์ของพี่เค้า
    #1628
    0
  9. #1400 aanchaya (@aanchaya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 16:03
    ความรวยนี้
    #1400
    0
  10. #1363 Prae_mk (@Prae_mk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 02:49
    สายเปย์!
    #1363
    0
  11. #1309 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 20:49
    ต้องรวยเบอร์ไหน._.
    #1309
    0
  12. #1108 porsrisamran29 (@porsrisamran29) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 17:07
    พิม้ากกจะรักแบมไหมอะ
    #1108
    0
  13. #949 Love_bk (@Love_bk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:07
    คุณพี่ พี่ขุนเจ้าาค่าา ดีงามมม
    #949
    0
  14. #940 ออมม่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 13:29
    20 ล้าน คุ้มจะตาย มาร์ค คิดไม่ผิดหรอก
    #940
    0
  15. #937 sansuk444 (@sansuk444) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:19
    พี่มาร์คดูแลเฉยๆนะห้ามอะไรแบมแบม
    #937
    0
  16. #868 ~AnNiE~ (@whitetiar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 11:19
    ดูแลน้องดีๆนะพี่
    #868
    0
  17. #814 parn122108 (@parn122108) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:04
    แบมเป็นของพี่มาร์คแต่โดยดี ไม่ต้องสนใจพ่อแบบนั้นหรอก
    #814
    0
  18. #743 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:29
    เป็นของฉันนะแบมมมมม
    #743
    0
  19. #631 TAnchi (@TAnchi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:55
    แบมแบม เป็นนนน ของผมครับ!!! ป๊าดดดดคำนี้ลอยมา
    #631
    0
  20. #614 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:06
    ต่อไปนี้นายเป็นของฉัน -///-
    #614
    0
  21. #432 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:09
    กราบความรวยของพี่เขาคะ โอโห้วววว ^++^
    #432
    0
  22. #377 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 19:56
    อิพ่อเลี้ยงเลวมาก
    #377
    0
  23. #259 nampeungdtory (@nampueng1227) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 06:57
    ต้องช๊อคอะไรก่อนระหว่างพี่มาร์คเซ็นเช็คออกไป 20 ล้านแบบไม่รู้สึกอะไรเลย กับ พ่อเลี้ยงที่ไม่เคยรักแบมแบมเลยสักนิดเดียว เฮ้อออ ~ แล้วพี่มาร์คจะดีกับน้องใช่มั้ย
    #259
    0
  24. #172 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 01:59
    หูยยยยย เด็ดขาดมากคุณมาร์ค
    #172
    0
  25. #166 พยอซัล. (@pyosun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:59
    พ่อนี่สุดๆเลย สงสารแบม
    #166
    0