[ MarkBam ] CEO’s เด็กท่านประธาน {END}

ตอนที่ 7 : Chapter 6 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 561 ครั้ง
    24 ม.ค. 62


         



          คิมและลูกน้องอีกสองคนกลับมาที่คอนโดอีกครั้งในช่วงบ่ายหลังจากที่ออกไปตรวจตราความเรียบร้อยที่บ้านของคุณมาร์คตั้งแต่เช้าตามคำสั่งของเจ้านาย

          “นั่นมันคุณแพรดาวหนิครับ!” หนึ่งในลูกน้องที่เดินตามหลังคิมเอ่ยท้วงขึ้นด้วยความตกใจ ทั้งสามคนรีบวิ่งเข้าไปหลบที่มุมใกล้ ๆ ทันทีเมื่อเห็นว่าคุณแพรดาวและเพื่อนของเธอกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางประตู



          “แล้วคุณแพรดาวมาที่นี่ทำไมกัน” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อคล้อยหลังหญิงสาวไปแล้ว ทั้งสามคนหันมามองหน้ากันเป็นอันรู้คำตอบโดยไม่ต้องรอให้ใครคนใดคนหนึ่งเอ่ยออกมา

          'ฉิบหายแล้วคุณมาร์ค'


          “จัดการกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ฉันจะขึ้นไปดูข้างบน” คิมออกคำสั่งกับลูกน้องเสียงเข้มก่อนจะรีบวิ่งปรี่ไปที่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปดูใครบางคนที่ผู้เป็นเจ้านายได้ฝากฝังให้เขาดูแลเป็นอย่างดี

          ระบบความปลอดภัยของที่นี่ก็ค่อนข้างสูง แล้วเจ้าหน้าที่ปล่อยให้แพรดาวกับเพื่อนขึ้นไปได้ยังไงกัน เห็นทีว่างานนี้คงต้องโดนเด้งกันทั้งแผนกแน่ ๆ



           
          แบมแบมยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิมมาพักใหญ่ พวงแก้มนิ่มแดงก่ำเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา คำพูดของหญิงสาวที่ชื่อเมย์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวแม้ว่าเจ้าตัวจะออกจากห้องนี้ไปนานแล้ว แบมแบมก็ตอบไม่ถูกว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไง รู้แค่ว่าใจดวงนี้มันกำลังเจ็บ มันจุกจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว

          สิ่งเดียวที่ต้องการในตอนนี้มีเพียงคำอธิบายจากคุณมาร์ค อยากให้คุณมาร์คบอกว่าทั้งหมดที่เขาได้ยินมามันคือเรื่องโกหก ถึงแม้ว่าในใจจะเชื่อไปมากกว่าครึ่งแล้วก็ตาม


          "คุณแบมแบม เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" ภาพตรงหน้าเป็นเครื่องช่วยยืนยันได้ว่าคุณแพรดาวมาที่นี่จริงตามที่คิดไว้

          "คุณคิม ฮึก คุณมาร์คมีคู่หมั้นแล้วจริง ๆ หรอครับ ผู้หญิงคนนั้นคือคุณแพรดาวใช่ไหม" คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นถามลูกน้องคนสนิทของมาร์คด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น คำถามของแบมแบมทำให้คิมชะงักกึก คาดไม่ถึงว่าคุณแพรดาวจะมาประกาศตัววันนี้...วันที่คุณมาร์คไม่อยู่

          "............................" เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบที่ถูกจำกัดเอาไว้อย่างมีขอบเขตทำให้คิมไม่สามารถเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของเจ้านายได้ แต่ความเงียบก็ถือว่าเป็นตัวช่วยยืนยันได้แล้วว่าทั้งหมดมันคือเรื่องจริง

          "ฮึก คุณมีอะไรก็ไปทำเถอะครับ ผมอยากอยู่คนเดียว" 



          คิมเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความจำใจ แม้จะยังนึกห่วงแต่ในเมื่อเจ้าของห้องออกปากมาซะขนาดนั้นใครจะกล้าอยู่ สิ่งที่เขาเคยเตือนคุณมาร์คมันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด และคราวนี้คุณแพรดาวเป็นคนเริ่มก่อนเสียด้วย

          คุณมาร์คคงจะบินกลับพรุ่งนี้เช้า แต่หากปล่อยเอาไว้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ คิมจึงตัดสินใจต่อสายหาผู้เป็นนายทันที รอไม่นานปลายสายก็กดรับ


          "มีอะไรคิม" 

          "คุณแพรดาวมาหาคุณแบมแบมครับ ตอนนี้คุณแบมแบมอาการไม่ค่อยดี ผมคิดว่าเวลานี้เขาต้องการคุณมาร์คที่สุดนะครับ"

          "ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้แหละ"






          แบมแบมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้าง ๆ เตียง มือเรียวหยิบเอากรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมาแนบอกก่อนจะปล่อยโฮออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นและน้ำตาที่ยังคงพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย


          "ฮึก กอดแบมหน่อยนะแม่ ฮือ..ช่วยให้ความอบอุ่นกับลูกไม่รักดีคนนี้ด้วยนะครับ" แบมแบมก้มหน้าพูดกับรูปของแม่ที่หยิบมาจากบ้านเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้เขาเหนื่อยจนไม่อยากคิดหรือทำอะไรแล้ว แบมแบมเกลียดตัวเองที่เป็นคนใจง่ายยอมทอดกายให้เขาเพื่อแลกกับเงินเยี่ยงคนไร้ศักดิ์ศรี 


          เขากำลังรู้สึกดีกับคนที่เขามีเจ้าของแล้ว.........

          เขามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรักของคนอื่น........

          และเขากำลังถูกตราหน้าว่าเป็นชู้......






          มาร์คกลับมาถึงในช่วงดึก ขายาวย่างก้าวเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทและเลือกที่จะเดินตรงไปที่ห้องนอนทันทีเพราะความรู้สึกของเขามันบอกว่าแบมแบมต้องอยู่ในนั้น เขารู้จักทุกซอกทุกมุมในเพนท์เฮาส์นี้ดีจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเดินไปชนอะไรเข้า

          มือหนาผลักประตูเข้าไปให้เบาที่สุดก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องท่ามกลางความมืดสลัว ยังดีที่พอมีแสงสว่างจากด้านนอกส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้มองเห็นคนตัวเล็กของเขาได้ไม่ยาก


          "แบมแบม..." มาร์คย่อตัวลงนั่งตรงหน้าคนตัวเล็กพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่ออีกคนเสียงเบา มือหนาเอื้อมไปเปิดโคมไฟบนหัวเตียง ความสว่างทำให้มาร์คเห็นใบหน้าของคนตัวเล็กได้ชัดเจน ดวงตาที่เคยฉายแววสดใสในยามนี้กลับบวมเป่ง คงเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

          "คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้วใช่ไหมครับ บอกผมสิว่ามันไม่จริง บอกผมสิคุณมาร์ค" แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วแต่แบมแบมก็ยังอยากจะถาม อยากจะฟังจากปากของคุณมาร์ค แม้ว่ามันจะทำร้ายหัวใจตัวเองแค่ไหนก็ตาม น้ำตาที่เพิ่งจะแห้งเหือดไปเริ่มคลออีกครั้ง อยากโผเข้าหาอ้อมกอดอุ่น ๆ ที่คุ้นเคยแต่ก็ทำไม่ได้เพราะที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของแบมแบม ไม่ใช่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


          "ใช่ แพรดาวคือคู่หมั้นของฉัน........." คำตอบของมาร์คไม่ต่างจากมีดคมที่กำลังทิ่มแทงลงบนหัวใจของเด็กผู้ไร้เดียงสา 

          "ฮืออ คุณ ฮึก คุณทำแบบนี้ทำไม คุณทำให้ผมรู้สึกดีกับคุณทำไม ฮือ"

          คนหนึ่งใช้แค่เงิน ส่วนอีกคนใช้ความรู้สึกทั้งหมดที่มี หากนี่คือเกม คงไม่ต้องเดาให้ยากว่าใครจะเป็นผู้แพ้


          มาร์คดึงคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอด ยิ่งแบมแบมพยายามขัดขืนมากเท่าไหร่มาร์คก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเท่านั้น เขาจะไม่ยอมปล่อย เพราะรู้ดีว่าตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าอ่อนแอมากแค่ไหน

          "ฮึก เพราะแบบนี้ใช่ไหมคุณถึงไม่อยากให้ผมรู้เรื่องของคุณ ฮึก เธอคือคนที่โทรหาคุณวันนั้นใช่ไหม ฮืออ" เรื่องของคุณแพรดาวคงเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณมาร์คที่แบมแบมไม่ควรรู้ใช่ไหม

          "มันไม่สำคัญว่าใครจะอยู่ในฐานะอะไร ตอนนี้ฉันอยู่กับนาย ฉันก็มีแค่นาย" 

          "คุณมันเห็นแก่ตัว ฮึก คุณทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!" แบมแบมพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดที่พันธการร่างของตัวเองไว้ จนในที่สุดมาร์คก็ยอมปล่อยให้แบมแบมเป็นอิสระ


          "ฉันคือเจ้าชีวิตของนายแบมแบม นายไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าฉัน!" ร่างสูงขบกรามแน่น มือหนาบีบเข้าที่ต้นแขนเรียวอย่างแรงจนคนตัวเล็กหน้านิ่วเพราะความเจ็บ เมื่อเห็นว่าแบมแบมแสดงท่าทีหวาดกลัวมาร์คจึงผ่อนแรงลง


          "แล้วผมเป็นอะไรสำหรับคุณเหรอครับคุณมาร์ค" 

          "เป็นอะไรก็ได้ที่ฉันอยากให้เป็น" มาร์คไม่เคยมีสถานะให้กับคนที่ตัวเองซื้อมาด้วยเงิน มันมักจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากคนที่ถูกใจเปลี่ยนเป็นที่รองรับอารมณ์ใคร่และเป็นคนที่เขาไม่ต้องการในที่สุด

          "คุณมาร์คครับ อึก ผมขอถามอีกคำถามหนึ่งได้ไหม" 

          "ถ้าตอบได้ฉันก็จะตอบ" 



          แบมแบมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนจะเอ่ยคำถามที่อยากจะรู้ออกไป

          "คุณจะเก็บผมไว้แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน"

          "แบมแบม..." มาร์คกดเสียงต่ำจ้องมองเข้าไปในดวงตาปริ่มน้ำคู่นั้นของคนตัวเล็ก แค่นี้ก็ทำให้มาร์ครู้แล้วว่าแบมแบมกำลังคิดอะไรอยู่


          "ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ครับ ผมรู้ตัวว่าวันนี้ผมดื้อกับคุณมาก แต่คืนนี้ผมขออยู่คนเดียวก่อนได้ไหมครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะกลับมาเป็นเด็กดีของคุณเหมือนเดิม" 


          มาร์คครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ เขาคงต้องให้เวลาแบมแบมอีกสักหน่อย ไม่เป็นไร...เขาเองก็มีเรื่องที่ต้องสะสางเหมือนกัน




            









          วันนี้มาร์คขับรถออกจากบ้านเช้ากว่าปกติซึ่งเป้าหมายไม่ใช่บริษัทเหมือนอย่างทุกวันแต่กลับเป็นบ้านของคู่หมั้นสาวที่เพิ่งจะไปก่อเรื่องมาเมื่อวาน


          เมื่อมาถึงมาร์คก็ไม่รอช้ารีบมุ่งตรงเข้าไปในบ้านทันที ขายาวกำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้านแล้วหากไม่ถูกใครบางคนเรียกไว้เสียก่อน


          "อ้าวตามาร์ค มีธุระอะไรถึงมาแต่เช้าขนาดนี้ล่ะ แล้วนี่จะอยู่ทานข้าวเช้าด้วยกันเลยไหมจ๊ะ” คุณนายพิมพ์พรเอ่ยถามว่าที่ลูกเขยด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง

          "ไม่ล่ะครับ ผมแค่แวะมาคุยธุระกับแพรนิดหน่อย เธอยังไม่ออกไปไหนหรอกใช่ไหมครับ" 

          "ยังหรอกจ้ะ เมื่อคืนก็กลับบ้านซะดึกเลย ตอนนี้น่าจะยังไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำ" มาร์คพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับค้อมหัวให้กับคนที่มีอายุมากกว่าก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบน





          มาร์คผลักประตูห้องเข้าไปโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงเดินตรงไปยังเตียงนอนที่มีหญิงสาวคนรักของตนนอนหลับอยู่ 


          "แพร ตื่นได้แล้วเรามีเรื่องต้องคุยกัน" มือหนาเขย่าแขนของแพรดาวเพื่อหวังให้เธอตื่น แต่การกระทำของมาร์คกลับไร้ผลเพราะนอกจากเธอจะไม่ยอมตื่นแล้วเธอยังดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวไว้อีก

          "แพร ตื่นเดี๋ยวนี้!" ร่างสูงพูดเสียงดังขึ้นพร้อมทั้งออกแรงกระชากผ้าห่มที่คลุมร่างของหญิงสาวออก

          "อือ มาร์คเองหรอ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" หญิงสาวเอ่ยออกมาเบา ๆ เมื่อรู้ว่าใครคือคนที่มารบกวนการพักผ่อนของเธอ


          "คุณทำแบบนี้ทำไม..." 

          "แพรทำอะไร แล้วนี่อะไร มาถึงก็ตีหน้ายักษ์ใส่กันแบบนี้เลยเหรอคะ" แพรดาวนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงมองหน้าคนรักซึ่งกำลังมองมาที่เธอเช่นกัน

          "เมื่อวานคุณไปหาแบมแบมมาใช่ไหม เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอแพร แล้วคุณไปยุ่งกับเขาทำไม!" แพรดาวมีท่าทีตกใจเมื่อร่างสูงพูดถึงเรื่องที่เธอไปก่อไว้เมื่อวาน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ทันทีว่ามาร์คกำลังโกรธ แม้ใจจะเริ่มหวั่นกลัวแต่เธอก็ไม่ได้แสดงสีหน้าหรืออาการออกมาให้คนตรงหน้าได้เห็น

          "มันคงจะวิ่งแจ้นไปฟ้องคุณสินะคะ แล้วยังไง แพรพูดอะไรผิดงั้นเหรอ" หญิงสาวผุดลุกขึ้นก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของมาร์ค แล้วจะให้เธอยืนมองคนรักของตัวเองมีความสุขอยู่กับคนอื่นทั้ง ๆ ที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นคือเธออย่างนั้นน่ะเหรอ เธอไม่มีสิทธิ์จะโกรธหรือหึงหวงเลยหรือไง

          "ผมรู้ว่าสิ่งที่คุณพูดมันไม่ผิด แต่สิ่งที่คุณทำน่ะมันผิด คุณลืมข้อตกลงของเราไปแล้วหรือยังไงห๊ะ!" 

          "มันก็แค่ข้อตกลงบ้า ๆ ที่คุณใช้ความเห็นแก่ตัวของตัวเองสร้างมันขึ้นมาเพื่อนอกกายแพร แพรถามคุณกลับได้ไหมว่าคุณทำแบบนี้ไปทำไมกัน" หญิงสาวน้ำตาคลอเมื่อพูดถึงความเห็นแก่ตัวของคนรัก

          "คุณไม่เคยงี่เง่าแบบนี้มาก่อนหนิแพร คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบ" ทั้งที่เธอน่าจะเป็นคนที่รู้จักเขาดีที่สุด แล้วทำไมเธอถึงกล้าทำในสิ่งที่เขาห้าม ทั้งที่รู้ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไงแล้วทำไมถึงยังทำ

          "สำหรับคุณแล้วระหว่างคู่หมั้นกับคู่นอนมันต่างกันยังไงเหรอคะมาร์ค" ทุกวันนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่ามากพออยู่แล้ว อ้อมกอดที่จริงใจครั้งล่าสุดเธอก็แทบจะจำไม่ได้แล้วว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ มาร์คมีเวลาให้กับเธอน้อยกว่างานและคนพวกนั้นเสียอีก

          "คุณจะถามทำไม ยังไงผมก็ต้องแต่งงานกับคุณอยู่ดี" ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คนที่เขารักมากที่สุดและอยากให้เป็นเจ้าสาวก็ยังเป็นแพรดาวแค่คนเดียว แล้วมันใช่เรื่องไหมที่เธอจะมาโกรธหรือทำตัวงี่เง่าให้ตัวเองดูน่ารำคาญแบบนี้

          เขาจะแต่งแน่ ๆ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เขายังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะทำก่อนวันแต่งงานจะมาถึง




          คำตอบของมาร์คทำให้น้ำตาที่หญิงสาวพยายามกลั้นเอาไว้ไหลบ่าลงมาราวกับเขื่อนแตก เธอฟังคำนี้มากี่พันครั้งแล้ว มันเป็นประโยคที่เธอได้ยินบ่อยที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

          "คุณใจร้ายมากเลยรู้ไหม คุณบอกแพรว่าอยากแต่งานตอนอายุ 25 แล้วดูสิ ตอนนี้เราทั้งคู่ปาไป 32 แล้วนะมาร์ค เมื่อไหร่คุณจะหยุดซักที! ฮืออ...." กำปั้นเล็ก ๆ ระดมทุบลงบนแผ่นอกกว้างด้วยความคับแค้นใจ เหมือนว่าที่ผ่านมามีแค่เธอที่พยายามประคับประคองความรักอยู่ฝ่ายเดียว ตอนนี้เธอเองก็เริ่มจะไม่มั่นใจแล้วว่าความรักของมาร์คมันมีตัวตนอยู่จริง ๆ หรือเปล่า


          "คุณนอกเรื่องมาไกลแล้วแพร คุณลืมความผิดตัวเองไปแล้วหรือไง!" มือหนาคว้าเข้าที่ข้อเล็กเพื่อให้เธอหยุดทุบตีเขา

          "งั้นก็ตบตีแพรเลยสิมาร์ค ฮึก..ถ้ามันจะลบความผิดของแพรได้ก็ทำเลย!" แพรดาวจับมือของมาร์คฟาดไปตามใบหน้าและร่างกายของตัวเองด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ มาร์คไม่เคยดุหรือขึ้นเสียงใส่เธอเลยด้วยซ้ำ นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้

          "หยุดบ้าซะทีน่ะแพร ต่อไปนี้ผมขอสั่งให้คุณอยู่ห่างจากแบมแบม ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งวุ่นวาย เขาเป็นคนของผม ถ้าผมไม่ต้องการเขาผมจะเป็นคนบอกเขาเอง ขืนคุณยังพูดไม่รู้เรื่องอยู่แบบนี้อย่าหาว่าผมไม่เตือน!"

          มาร์คผลักหญิงสาวล้มลงไปบนเตียงนอนพร้อมกับยกมือขึ้นมาชี้หน้าคาดโทษก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามองคนที่ยังคงร้องไห้ฟูมฟายเลยแม้แต่น้อย






          "มีอะไรหรือเปล่า เสียงดังลงไปถึงข้างล่างเชียว" คุณหญิงพิมพ์พรเดินเข้ามาในห้องของลูกสาวเมื่อเห็นว่ามาร์คขับรถออกไปแล้ว 

          "แพร...ได้ยินที่แม่พูดไหม" เพียงแค่ได้ยินเสียงที่เจือไปด้วยความห่วงใยจากมารดา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ถูกปล่อยให้ไหลลงมาอีกระลอก 

          "แพรเหนื่อยจังเลยค่ะแม่ ฮือ.." แม้สมองจะสั่งให้หยุดแต่หัวใจมันก็ค้านเพราะเธอรักเขามากเหลือเกิน รักจนยอมมองข้ามความผิดของเขาแม้ว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดให้ตนเองแค่ไหนก็ตาม

          "ถ้ายังยืนยันที่จะเดินทางเดิม เหนื่อยแค่ไหนแพรก็ต้องทน..." 

          ใช่ว่าท่านจะไม่รู้ว่าทั้งคู่มีปัญหาอะไรกัน แต่ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแม่แต่ก็ยังถือว่าเป็นคนนอก

          "ไม่เป็นไรนะ แม่ยังอยู่กับแพรตรงนี้"






          มาร์คเลี้ยวรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของคอนโดหรูแทนที่จะลานจอดรถของบริษัท เพราะใจที่ยังพะวงถึงแต่คนตัวเล็กทำให้เขาต้องหนีงานมาที่นี่

          มาร์คเปิดประตูเข้ามาในห้องที่คุ้นเคย แต่ในห้องกลับเงียบกริบราวกับไม่มีคนอยู่

          "แบมแบม..."

          "แบมแบม นายได้ยินฉันหรือเปล่า" มาร์คเดินไปรอบ ๆ ห้องพร้อมกับเรียกชื่ออีกคนไปด้วย

          "คุณมาร์ค มานี่สิครับ" รอยยิ้มแรกของวันที่ถูกส่งมาทำให้ร่างสูงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กทันที



          มาร์คเดินเข้ามาในครัวก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ ๆ อยากจะเดินเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กแต่ด้วยความผิดที่ติดตัวอยู่ทำให้เขารู้สึกละอายใจที่จะทำแบบนั้น


          "วันนี้ผมทำสปาเก็ตตี้ด้วย คุณมาร์คลองชิมดูไหมครับ" คนตัวเล็กยกจานสปาเก็ตตี้หน้าตาน่าทานมาวางลงตรงหน้าของมาร์คก่อนจะยื่นช้อนกับส้อมให้อีกที

          "แล้วของนายล่ะ" มาร์คเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นสปาเก็ตตี้แค่จานเดียว

          "ผมไม่รู้ว่าคุณมาร์คจะมาเลยไม่ได้ทำเผื่อไว้" 

          ตอนนี้เองที่มาร์คได้เห็นหน้าเด็กน้อยของเขาอย่างชัดเจน ดวงตาบวมเป่งที่มองมาไร้ซึ่งแววสดใส ใบหน้ากลมที่ซีดเซียวราวกับคนป่วย มาร์คไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มสดใสนั้นแบมแบมต้องฝืนตัวเองมากแค่ไหน 

          แบมแบมทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังทำตัวปกติทุกอย่าง  คนตัวเล็กทำมันได้ดีจริง ๆ จนเขารู้สึกทึ่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเองก็แอบรู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ทำให้อีกคนต้องมาเจออะไรแบบนี้


          มือหนาเลื่อนจานไปตรงหน้าคนตัวเล็กแต่แบมแบมก็เลือกที่จะดันมันกลับมาตรงหน้ามาร์คอีกครั้ง

          "ผมเพิ่งเคยทำครั้งแรก คุณมาร์คช่วยชิมให้หน่อยนะครับ" 

          คำว่า 'ครั้งแรก' ของแบมแบมทำให้ร่างสูงลังเลที่จะตักมันเข้าปาก แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเจอใบหน้าลุ้น ๆ ของเชฟมือใหม่ยิ่งยากที่จะปฎิเสธ



          "เป็นยังไงบ้างครับ" แบมแบมเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อร่างสูงม้วนเส้นสปาเก็ตตี้คำแรกเข้าปาก 

          "ใช้ได้หนิ อ้าปากสิเดี๋ยวฉันป้อน" 

          หากเป็นเมื่อก่อนแบมแบมคงจะไม่รอช้ารีบทำตามที่อีกคนบอก แต่ตอนนี้เขากลับลังเลและคิดว่ามันคือสิ่งที่ผิดไปเสียหมด

          "เด็กดีของฉันอ้าปากเร็ว" ส้อมที่ม้วนเส้นพอดีคำถูกจ่อมาที่ปาก พอถูกรบเร้าแบมแบมจึงยอมงับส้อมเข้าปากอย่างว่าง่าย เพราะอาหารมื้อนี้มีแค่จานเดียว ทั้งคู่จึงสลับกันป้อนไปมาจนหมดจานภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว





          "อาหารมื้อนี้อร่อยมาก ไว้ฉันจะมาฝากท้องบ่อย ๆ นะ" 

          "ได้ครับ วันนี้คุณจะไปทำงานไหมครับ" เพราะนี่ก็สายมากแล้ว ไหนจะรถติดอีก กว่าจะถึงบริษัทคงจะใช้เวลานานพอสมควร

          "ไปสิ แต่แวะมาดูนายก่อนไง ไว้เย็นนี้ฉันจะรีบมาหานะ" ร่างสูงโน้มหน้าลงมาสูดความหอมจากพวงแก้มขาวทั้งสองข้างพร้อมกับยกมือขึ้นมาขยี้กลุ่มผมนุ่มของแบมแบมด้วยความเอ็นดู

          เป็นครั้งแรกที่แบมแบมไม่อยากให้ตอนเย็นมาถึง รอยยิ้มหวานหุบลงทันทีเมื่อคล้อยหลังร่างสูงไป นึกโกรธตัวเองที่หลงระเริงดีใจไปกับความสุขเพียงชั่วคราวจนลืมคิดไปว่าตนและคุณมาร์คกำลังทำผิดต่อผู้หญิงอีกคน












          การที่ต้องอุดอู้อยู่ในห้องกว้าง ๆ คนเดียวมันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ๆ เลยล่ะ ถึงแม้ว่าช่วงแรก ๆ แบมแบมจะดูตื่นเต้นกับมันมากแค่ไหนก็ตาม

          ความรู้สึกตอนนี้มันพาให้ทุกอย่างรอบ ๆ ตัวดูหม่นหมองและชวนอึดอัดไปเสียหมด ปัญหาต่าง ๆ ถาโถมเข้ามาพร้อมกันโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัวหรือคิดแก้ไขเลยด้วยซ้ำ


          ร่างบางเดินวนไปมาอยู่ภายในห้องนอนมือเรียวกำโทรศัพท์แน่นลังเลว่าเขาควรจะโทรบอกคุณมาร์คตอนนี้ดีไหม ถ้าหากโทรไปแล้วจะโดนคุณมาร์คดุหรือเปล่า


          แค่อยากออกไปข้างนอกบ้างก็เท่านั้นเอง


          แบมแบมรับปากกับคุณมาร์คไปแล้วว่าจะเป็นเด็กดี เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ควรจะทำให้คุณมาร์คโกรธ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงไม่รอช้ารีบต่อสายหาอีกคนทันที รอไม่นานปลายสายก็กดรับแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย



          มาร์คที่นั่งอยู่หัวโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงค้อมหัวให้กับผู้บริหารคนอื่น ๆที่นั่งอยู่ภายในห้องประชุมก่อนจะเดินออกมาคุยโทรศัพท์ข้างนอก

          [ว่าไงแบมแบม มีอะไรหรือเปล่า]

          "คุณมาร์คครับ คือ..ผมขอออกไปข้างนอกได้ไหมครับ" แบมแบมรีบตอบกลับทันทีเมื่อได้ยินเสียงจากปลายสาย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคุณมาร์คจะอนุญาตหรือเปล่า เพราะเขาไม่ได้จะออกไปเที่ยวหรือไปชอปปิ้งตามห้าง แค่อยากจะไปเจอเพื่อนบ้างก็เท่านั้นเอง

          [............] ปลายสายเงียบเพื่อรอฟังสิ่งที่แบมแบมกำลังจะพูดต่อ

          "ผม...ออกไปเจอเพื่อนได้ไหมครับ"  

          ถ้ากดวางสายตอนนี้จะทันไหมนะ....

          [อืม ก็ได้ ให้คนของฉันไปด้วย] 

          มาร์คเองก็ไม่คิดจะขัดอะไรอยู่แล้วเพราะไม่อยากให้เด็กน้อยของเขารู้สึกอึดอัด ก็อย่างที่บอกว่าแบมแบมคงต้องการเวลาอีกสักพัก ช่วงนี้อะไรที่พอยอมได้ก็คงจะต้องยอมไปก่อน

          "ไม่เป็นไรครับคุณมาร์ค ผมไปเองได้"

          [คงไม่ได้คิดจะหนีหรอกใช่ไหม......]

          "ผมไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอกครับ ไว้ใจได้ จะรีบไปรีบกลับนะครับ"

          [อืม...แค่นี้ใช่ไหม ฉันจะไปประชุมต่อแล้ว] 

          "ครับ...."



          มาร์คไม่ได้เดินกลับไปห้องประชุมในทันที มือหนาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ บนสมาร์ทโฟนก่อนจะส่งมันไปให้กับลูกน้องคนสนิท

          'ส่งคนตามไปดูแลแบมแบมด้วยและอย่าให้เขารู้ตัว'



          แบมแบมกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ รอยยิ้มสดใสที่หายไปหลายวันกลับมาอีกครั้ง มือเรียวคว้าผ้าขนหนูที่วางอยู่บนเตียงวิ่งปรี่เข้าห้องน้ำทันที

                   


          "เฮ้อ...เหมือนได้กลับมาเป็นแบมแบมอีกครั้งเลย"

          คนตัวเล็กบ่นกับตัวเองเบา ๆ หน้าร้านกาแฟเล็ก ๆ ร้านเดิมที่เคยมาด้วยกันกับเพื่อนสนิท ตอนนี้ไม่มีคนมาคอยตามประกบ ไม่มีคนมาคอยห้ามโน่นห้ามนี่ ไม่ต้องเป็นคุณแบมแบมแล้ว  ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่เพียงสั้น ๆ ก็เถอะ


          แบมแบมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนสนิทของตนจะยังมาที่ร้านนี้เหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า ใช่แล้วล่ะ การมาที่นี่วันนี้ไม่มีการนัดหมายอะไรไว้ล่วงหน้าเลย ต้องอาศัยโชคช่วยล้วน ๆ

          ถึงจะไม่ได้เข้าเรียนมาเกือบสามอาทิตย์แต่แบมแบมก็ยังจำได้ว่าวันนี้มีเรียนถึงตอนเที่ยง ถ้าเพื่อนของตนไม่ได้มีนัดที่ไหนก็น่าจะมาที่นี่แหละ

          โอ๊ะ! นั่นไง

          "ยองแจ!!!!" 

          เจ้าของชื่อรีบหันมาทางต้นเสียงทันทีก่อนจะพบว่าคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายอาทิตย์กำลังยืนโบกไม้โบกมือเรียกเขาอยู่

          "แบมแบม!!!"



          "เป็นยังไงบ้าง ฉันเป็นห่วงแกมากเลยรู้ไหม" ยองแจรีบวิ่งเข้ามากอดเพื่อนตัวเล็กด้วยความคิดถึงก่อนจะผละออกมาเมื่อผู้คนเริ่มมองมาทางพวกเขา

          ก็แน่ล่ะ ผู้ชายสองคนมายืนกอดกันในที่โล่งแจ้งแบบนี้ใครล่ะจะไม่มอง

          "เราสบายดี แล้วยองแจล่ะเป็นยังไงบ้าง" 

          "สบายมาก แล้วก็คิดถึงแกมากด้วย นี่ไปอยู่ไหนมาเนี่ย" แบมแบมหน้าสลดลงทันทีเมื่อเพื่อนถามออกมาแบบนี้

          "ไปคุยกันที่ห้องของยองแจได้ไหม" เจ้าของห้องพยักหน้า เพื่อนของเขาคงมีอะไรหลายอย่างที่อยากจะพูดและเขาก็มีหลายเรื่องที่อยากจะถามเหมือนกัน






          "เนี่ยรู้ปะ วันแรกที่แกหายไปฉันออกไปตามหาแกทุกที่ที่เราเคยไปด้วยกันเลยนะ ติดต่อใครก็ไม่ได้ด้วย" ยองแจพูดพร้อมกับหาคีย์การ์ดในกระเป๋าจึงไม่เห็นว่าตอนนี้เพื่อนของตนกำลังยืนน้ำตาคลออยู่

          มือนิ่มผลักประตูเข้าไปก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟากลางห้อง คอนโดของยองแจค่อนข้างใหญ่พอสมควรซึ่งก็เหมาะกับฐานะของเจ้าตัว

          ครอบครัวของยองแจทำธุรกิจส่งออก ส่วนพ่อแม่ของยองแจท่านมักจะบินไปต่างประเทศบ่อย ๆ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายมาอยู่คอนโดแทน เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องอยู่คนเดียวไม่ต่างกัน


          "ยิ่งมาได้ยินคนแถวบ้านแกบอกว่าพวกเจ้าหนี้พาแกไปขายให้พวกเสี่ยแก่ ๆ ฉันก็ยิ่งโมโห ฉันเชื่อว่าเพื่อนของฉันไม่มีทาง..."

          "ยองแจ...ฮึก" ยองแจไม่ทันได้พูดจนจบประโยคดีแบมแบมก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน น้ำตาที่กลั้นไว้มันได้ไหลลงมาแล้ว 



          แบมแบมรู้ว่ายองแจกำลังจะพูดอะไร แล้วยองแจจะเสียใจไหมนะถ้ารู้ว่าคนที่เรียกว่าเพื่อนกำลังจะทำให้เขาผิดหวัง สิ่งที่แบมแบมกำลังทำอยู่ตอนนี้มันไม่ผิดไปจากคำพูดของคนเหล่านั้นเลยสักนิด

          "แบม แกเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม" ยองแจรีบเดินกลับมาหาแบมแบมพร้อมกับกวาดตามองสำรวจร่างกายของเพื่อนว่ามีบาดแผลอะไรหรือเปล่า 

          ก็ไม่มีหนิ แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เพื่อนของเขาต้องเสียน้ำตา


          "ถ้าเราเป็นคนไม่ดี ฮึก..ยองแจจะยังอยากเป็นเพื่อนกับเราอยู่ไหม"

          "แล้วไม่ดีที่แกหมายถึงมันคืออะไร!" 

          "............................."

          "แบมแบม ตอบมาสิ อย่าเอาแต่เงียบ"

          "แบมขายตัว ฮึก แล้วแบมก็ไปเป็นชู้กับแฟนคนอื่นด้วย"

          คราวนี้เป็นยองแจบ้างที่เป็นฝ่ายเงียบ คำพูดที่ออกมาจากปากของเพื่อนราวกับค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงมากลางหัว เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจและความเป็นเพื่อนทำให้ยองแจกล้าออกโรงปกป้องเสมอเมื่อได้ยินใครพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับเพื่อนของตน

          แล้วทำไมล่ะ ทำไมแบมแบมถึงทำแบบนี้.....


          ทั้งคู่ปล่อยบรรยากาศภายในห้องเงียบไปหนึ่งก่อนที่ยองแจจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

          "ที่หายไปเพราะแบบนี้สินะ" 

          "ฮืออ...แบม แบมขอโทษ" แบมแบมก้าวเข้าไปหายองแจแต่ก็ต้องใจเสียเมื่อเพื่อนถอยห่างออกไป

          "เงินมันเป็นพระเจ้าหรือมันทำให้แกเหาะได้ห๊ะ! ทำไมแกถึงต้องการมันนักหนาถึงขนาดยอมเอาตัวเข้าแลก แกมีปัญหาอะไรทำไมไม่บอกฉัน ฉันเป็นเพื่อนแกนะเว้ย"

          แม้จะเป็นห่วงเพื่อนสุดหัวใจแต่ตอนนี้เขากำลังโกรธและผิดหวัง ถึงจะมีซักร้อยเหตุผลมันก็คงจะมาหักล้างอะไรไม่ได้

          ยองแจแค่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนถูกมองข้าม ทั้ง ๆ ที่เขาช่วยเหลือแบมแบมมาตลอดแต่ทำไมคราวนี้เพื่อนของเขากลับไม่ยอมบอกว่ามีปัญหาอะไร ทำไมไม่ยอมปรึกษากันก่อน มีเรื่องจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากมายถึงขั้นบอกเขาไม่ได้เลยเหรอ


          "ตอนนี้ฉันยังไม่อยากคุยกับแก กลับไปก่อนเถอะ" มือนิ่มยกขึ้นปาดน้ำตาที่ยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง 

          "ให้เราได้อธิบายก่อนได้ไหม นะยองแจ..." แบมแบมพยายามขอร้องอ้อนวอนทั้งผ่านสีหน้าและแววตาแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะยองแจไม่ใช่คนใจอ่อนและขี้สงสารอย่างแบมแบม

          "จะอธิบายอะไรอีก ไม่เห็นหัวกันอยู่แล้วหนิ อยากจะทำอะไรกับใครก็เชิญ!!!"


          ความตั้งใจที่อยากจะมาระบายให้เพื่อนฟังเป็นอันต้องพังลงไม่เป็นท่า รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ด้วย ความหวังที่จะทำให้ตัวเองหายเศร้าใจกลับทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นมันมากขึ้นไปอีก

          แบมแบมคงจะเป็นคนเลวเกินกว่าที่จะให้อภัยจริงๆสินะ







********
#ซีอีโอมบ




























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 561 ครั้ง

3,901 ความคิดเห็น

  1. #3815 R_Jummar (@0810640880) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 12:05
    แบมแบม สู้ๆ แจเพื่อนอุตส่าห์บอกความจริงกว่าเพื่อนจะกลั่นคำพูดออกมาได้ ทำไมใจร้ายจัง Y^Y
    #3815
    0
  2. #3782 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:32

    แจฟังเพื่อนก่อนค่อยโกรธก็ยังไม่สายนะ ตอนนี้เพื่อนไม่มีใครแล้ว

    #3782
    0
  3. #3442 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 22:00
    ยองแจฟังเพื่อนก่อนลูกกกก
    #3442
    0
  4. #3167 cookie_mb (@cookie_g7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 04:28
    แงง​ ไม่เป็นไรนะแบม​ แบมยังมีเราอยู่ตรงนี้​เสมอนะ​ ฮรึก
    #3167
    0
  5. #3069 ploylaksi (@ploylaksi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 15:28
    ยองแจ ฟังแบมก่อนนน
    #3069
    0
  6. #2911 เมียยุนกิ (@melohyun93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:06
    หน่วงมาก สงสารแบม
    #2911
    0
  7. #2899 Tuynuy23 (@Tuynuy23) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:33

    แง... สงสารแบมๆ

    #2899
    0
  8. #2340 keyprince (@patty62442) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:24
    สงสารหนูจังลูก
    #2340
    0
  9. #2312 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 00:00
    โอ้ยลูกกกก แม่ร้องไห้แล้วววว สงสารน้องแบม น้องแจฟังแบมอธิบายหน่อยเถอะนะ
    #2312
    0
  10. #1801 >>หวานเย็น<< (@annylove) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 22:50
    น้องแบม ลูกแม่ TT
    #1801
    0
  11. #1774 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 23:41
    มาร์คทำให้แบมกลายเป็นตัวร้ายเลยนะ เห็นใจความรู้สึกแพรดาว และคนผิดคนเดียวคือมาร์ค ขอให้แกไม่ได้ใครสักคน
    #1774
    0
  12. #1729 BaMark_ (@BaMark_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 23:35
    สงสารแบมม ยอมแจฟังแบมหน่อยย
    #1729
    0
  13. #1609 peuaknoi (@peuaknoi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 23:26
    สงสารน้อง
    #1609
    0
  14. #1487 mooksumit (@mooksumit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 13:56
    แพรก็น่าสงสารนะการที่รู้ตลอดว่าคู่หมั้นเรานอกกายเราแต่ทำอะไรไม่ได้นี่ก็เจ็บปวดนะ แบมก็น่าสงสารลูกรู้สึกดีกับเค้าไปแล้ว พอไปหาเพื่อนหวังจะระบายเพื่อนก็ไม่ฟังอีก มันตาาาาT0T
    #1487
    0
  15. #1415 BenzBenz9397 (@BenzBenz9397) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 17:13
    ยองแจฟังเพื่อนหน่อยสิ สงสารแบมแง่ๆๆๆ
    #1415
    0
  16. #1316 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 11:58
    ยองแจใจเย็นก่อน แบมมีเหตุผลนะ
    #1316
    0
  17. #1285 nana-ly (@nana-ly) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:30
    แจนฟังแบมก่อนนะลูก
    #1285
    0
  18. #1271 DgKookkik (@DgKookkik) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 15:01
    แจนฟังเพื่อนก่อนนนนนนน
    #1271
    0
  19. #1221 พยอซัล. (@pyosun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 13:07
    แจจจจจ ฟังเพื่อนก่อนสิ
    #1221
    0
  20. #1169 ออมม่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:37
    <p>หนีเสือปะจระเข้เลยแบม สงสารลูก</p>
    #1169
    0
  21. #1114 porsrisamran29 (@porsrisamran29) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 18:20
    หมวยยยยฟังเพื่อนดิ่ ฮือออออ
    #1114
    0
  22. #1045 mnpd2 (@MNPD) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 18:59
    สงสารแบมง่ะ แจจจจ ฟังแบมหน่อยยยย TT
    #1045
    0
  23. #953 Love_bk (@Love_bk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 16:52
    สงสารน้องงงงง่ะ
    #953
    0
  24. #887 WipPsk (@WipPsk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 17:08
    สงสารแพรดาวกับแบมแบมง่า มาร์คเห็นแก่ตัว TT
    #887
    0
  25. #847 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 06:33
    ยองแจทำไมไม่ฟังกันบ้างไหนว่าเป็นเพือ่นรักกันไงฮืออออออ
    #847
    0