ตอนที่ 16 : เล่มที่1 ตอนที่ 15 เข้าเรียนในโรงเรียนขุนนาง (2) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกคุณไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย

        เด็กชายพยายามสะกดกั้นอารมณ์แล้วก้มหน้าตอบเซเรีย

        “ไม่หรอกค่ะ... คือว่า...

        เซเรียเหยียดปากตรงก่อนตอบ

        อย่างที่ริโอะพูด เซเรียก็ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเขาจริงๆ นั่นแหละ

        แต่พอคิดว่าคนที่ทำร้ายริโอะเป็นชนชาติเดียวกัน เซเรียก็พลอยรู้สึกผิดไปด้วย

        “ช่างมันเถอะครับ จากนี้ไปผมต้องทำยังไงต่อครับ?”

        “พรุ่งนี้เจ้าต้องเข้าเฝ้าพระราชา แต่หลังจากนั้นแล้วข้าไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้เจ้าคือผู้มีพระคุณต่อท่านฟลอร่า....องค์หญิงรัชทายาทลำดับที่ 2 ข้าคิดว่าคงจะไม่มีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นหรอก

        “ผมจำเป็นต้องเข้าเฝ้าพระราชาด้วยหรอครับ?”

        “ใช่จ้ะ พระองค์ทรงอยากขอบพระทัยโดยตรงน่ะจ้ะ

        ริโอะเลิกคิ้วขึ้น ท่าทีของเขาดูไม่ค่อยถูกใจในคำอธิบายของเซเรียสักเท่าไร

        ความจริงแล้วเด็กชายไม่อยากเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ กับพระราชานี่ยิ่งแล้วใหญ่

        แต่ท่านผู้นั้นเป็นถึงเจ้าของทั้งพระราชวังและผืนดินแห่งนี้ ไม่ว่าเราจะพูดอะไรก็คงไม่มีความหมายสินะ

        ริโอะรู้สึกปลง จึงได้แต่ถอนหายใจ

        “ผมก็ไม่ได้ทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นซะหน่อย

        “ทำสิจ้ะ เจ้าช่วยท่านฟลอร่าตั้งหลายอย่าง ย่อมต้องได้รับรางวัลตอบแทนอยู่แล้ว รู้นะว่าเจ้าหนักใจ แต่ก็ไม่ควรปฏิเสธน้ำพระทัยใช่มั้ยอาเรีย?”

        เซเรียหันหน้ามาทางอาเรีย เหมือนพยายามจะบอกให้อาเรียช่วยพูด

        “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้าก็เข้าใจความรู้สึกท่านอยู่ แต่ยังไงท่านก็ปฏิเสธรับสั่งขององค์เหนือหัวไม่ได้อยู่แล้วนี่เจ้าคะ ลองคิดในแง่ดีแทนดีกว่าเจ้าค่ะ

        อาเรียตอบ

        “นั่นสินะครับ คุณก็พูดถูก

        ริโอะยอมแพ้ก่อนเหยียดปากงามยิ้มจางๆ

        เซเรียและอาเรียตกใจกับท่าทีโตเกินตัวของเด็กชาย

        “ขอรบกวนทั้งสองคนช่วยสอนมารยาทการเข้าเฝ้าให้ผมหน่อยจะได้มั้ยครับพวกมารยาทหรือการใช้คำพูด ผมอยากเตรียมตัวไว้สักหน่อย

        ริโอะก้มหัวแทนคำขอ

        “ยินดีจ้ะ

        “คำขอของท่านคือหน้าที่ของบ่าวเจ้าค่ะ

        เซเรียและอาเรียท่าทีนอบน้อมพร้อมยินดีช่วยเหลือ

            

        ในตอนนั้นเอง ณ ห้องพระราชาแห่งพระราชวังเบลต์ลัมต์

        ในห้องฟิลลิป เบลต์ลัมต์ หรือพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 บัดนี้เต็มไปด้วยบรรดาขุนนางเรืองอำนาจทางการเมืองการปกครอง 

        ขุนนางทั้งหมดในห้องนี้แบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายด้วยกัน

        พวกเขานั่งแบ่งแยกเป็นฝั่งซ้ายขวา

        ฝั่งขวามือของพระที่นั่งคือเหล่าขุนนางฝ่ายตระกูลดยุคอัลโบ (*ดยุค ตำแหน่งขุนนางในสมัยโบราณ) เป็นกลุ่มที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด และฝั่งซ้ายมือคือกลุ่มของตระกูลดยุคยุคโนซึ่งมีสมาชิกมากเป็นอับดับ2 และตระกูลฟอนเทียน่าที่มีสมาชิกน้อยที่สุด 

        สรุปสั้นๆ ของสถานการณ์ทางการเมืองของอาณาจักรเบลต์ลัมต์คือ

        อย่างแรกพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 ทรงมีพระชนมายุยังไม่ถึง 30 ปี และเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน

        ด้วยความที่พระราชาองค์ปัจจุบันทรงมีพระชนมายุไม่มาก จึงทำให้ดยุคอัลโบมีอำนาจมั่นคงมากกว่าพระองค์นับตั้งแต่ที่พระราชาองค์ก่อนสวรรคต

        ตระกูลอัลโบได้รับความไว้วางใจจากราชาองค์ก่อนเป็นอย่างมาก พวกเขามีหน้าที่เป็นผู้นำเหล่าอัศวิน ยามที่พระราชาองค์ก่อนใกล้จะสิ้นพระชนม์หัวหน้าของตระกูลนี้มีอำนาจแต่งตั้งตำแหน่งอัศวิน บ่อยครั้งที่เขาใช้อำนาจแต่งตั้งอัศวินใหม่ก่อนจะชวนมาเป็นพันธมิตรของตน

        จึงเป็นเหตุให้ดยุกอัลโบมีอำนาจมากมายมหาศาลในพระราชวังทั้งๆ ที่มีตำแหน่งเป็นเพียงหัวหน้าอัศวินเท่านั้น 

        นับตั้งแต่ที่เปลี่ยนพระราชาเป็นองค์ปัจจุบัน พวกยุคโนและฟอนเทียน่าก็เสียเปรียบและลำบากมาโดยตลอด

        ดยุคอัลโบนั้นเป็นแค่ทหารแต่กลับมีอำนาจทางการเมืองด้วย

        จึงทำให้ทั้งราชาองค์ปัจจุบัน ดยุคยุคโนและดยุกฟอนเทียน่าต่างก็ไม่พอใจดยุคอัลโบกันทั้งนั้น

        ยิ่งเวลาผ่านไป อัลโบยิ่งมีอำนาจบารมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนตัวดยุกเองค่อยๆ เผยธาตุแท้ออกมา

        แถมพักหลังๆ มานี้พวกอัลโบก็ชักจะวางอำนาจมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกด้วย

        จนขุนนางหลายๆ คนเริ่มอยากจะกำจัดเขา

        เหตุการณ์ลักพาตัวฟลอร่าที่เกิดขึ้นนั้น กลุ่มอัศวินผู้รับผิดชอบหน้าที่ปกป้องราชวงศ์กลับปล่อยให้ฟลอร่าโดนลักพาตัวไป สำหรับดยุคอัลโบที่เป็นหัวหน้าอัศวินแล้ว นี่คือข้อผิดพลาดครั้งใหญ่เชียวล่ะ

        มิหนำซ้ำผู้รับผิดชอบการลาดตระเวนก็คือชาลล์ ลูกชายของดยุคอัลโบ

        ดยุคอัลโบจึงต้องรับผิดชอบที่ดูแลลูกน้องได้ไม่ดี

        สำหรับขุนนางคนอื่นๆ แล้ว นี่คือโอกาสทองที่พวกเขารอคอย

        “เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกเราได้รู้ถึงความไร้น้ำยาของเหล่าอัศวิน

        ดยุคยุคโนกล่าวอย่างเย็นชา 

        ขุนนางโลดันที่อยู่ฝ่ายเดียวกับดยุคยุคโนก็แสดงท่าทีเห็นด้วย

        “ใช่! แค่โจรก็จับไม่ได้ เพราะความประมาทเลินเล่อของพวกอัศวินแท้ๆ

        “ตอนลาดตระเวณก็ไม่มีปัญหานี่ 

        ดยุคอัลโบรีบร้อนพูดแก้ต่าง

        แต่การแก้ตัวในตอนนี้หาได้มีประโยชน์ไม่

        “ถ้าทำงานไม่บกพร่องจริง เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอกท่าน โชคดีที่ครั้งนี้องค์หญิงเล็กไม่เป็นอะไร แต่ท่านจะรับผิดชอบเช่นไร?”

        ดยุคยุคโนถามขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

(ติดตามอ่านต่อครึ่งหลังนะคะ)

        “เรายังหาคนร้ายไม่พบ ข้าจะรับผิดชอบทุกอย่างหลังพบตัวคนร้ายแล้ว”

        ดยุคอัลโบตอบพร้อมยิ้มยกมุมปาก แต่สีหน้าเขากลับไม่สบอารมณ์

        ส่วนดยุคยุคโนและโลดันนั้นมีสีหน้าแช่มชื่นราวกับฝูงปลาที่ได้เจอน้ำ

        “พูดอะไรเช่นนั้นล่ะท่าน เพราะแบบนี้ไงล่ะ ท่านถึงได้ต้องรับผิดชอบทันที”

        “ข้าเห็นด้วย การสืบสวนน่ะไม่ใช่แค่พวกอัศวินที่ทำได้ เราไม่ควรจะไหว้วานอัศวินที่จับไม่ได้แม้แต่โจรด้วยซ้ำ”

        โลดันเถียงทันที

        อัลโบมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ และจ้องมองดยุกยุคโนและโลดันที่อายุน้อยกว่าเขามากกว่า10ปีเสียอีก

        “ไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเอ๊ย.....”

        อัลโบสบถด่าในใจ

        “2 คนนั้นพูดถูกนะ เฮลมูต”

        องราชันย์ซึ่งเงียบฟังการถกเถียงมานานตรัสขึ้น

        เฮลมูตคือชื่อจริงของดยุคอัลโบ

        “ฝะ...ฝ่าบาท”

        อัลโบผงะ สีหน้าของเขาดูแย่ลงเรื่อยๆ

        “ช่วงนี้ข่าวลือหนาหูมากว่าพวกอัศวินทำงานบกพร่อง ข้าวางแผนว่าจะปฏิรูปเหล่าอัศวินหลังจากจบเรื่องนี้”

        เมื่อได้ยินรับสั่งของราชา เหล่าขุนนางที่อยู่ฝ่ายดยุคยุคโนและฟอนเทียน่าก็พยักหน้าด้วยสีหน้าพึงพอใจ 

        “แต่นี้ต่อไป อำนาจการแต่งตั้งอัศวินตกเป็นของข้า เจ้าต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้า และชาลล์ก็ต้องถูกลดตำแหน่งลงจากรองแม่ทัพแล้วยกให้อัลเฟร็ด เอมาลเป็นแทน”

        ฟิลลิปประกาศกร้าว

        ถึงแม้ว่าฟิลลิปจะเป็นถึงพระราชา แต่การที่จะได้รับอำนาจที่พระราชาคนก่อนมอบให้คนอื่นคืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เหตุการณ์อื้อฉาวแบบนี้ล่ะก็อีกเรื่องนึง

        องค์ราชาเองก็รู้สึกโมโหที่ลูกสาวสุดที่รักถูกลักพาตัวไปอยู่หรอก แต่นับว่ามีเรื่องน่ายินดีปนอยู่ด้วย

        “ฮึ่ม.....”

        อัลโบเผลอนิ่วหน้าอย่างไม่รู้ตัว

        ไม่แปลกเลยที่เขาจะโมโหโทโส เพราะความรุ่งเรืองของตระกูลเขาหายวับไปชั่วพริบตา

        แต่ด้วยความที่ดยุคอัลโบเป็นขุนนางที่มีประสบการณ์มานานจึงรู้จักสะกดกั้นอารมณ์

         เขาจึงยิ้ม และคุกเข่าน้อมรับพระดำรัส

        “พะยะค่ะ”

        ดยุคอัลโบนึกแค้นในใจเมื่อเห็นยุคโนยิ้มเยาะ

        แต่อัลโบก็ยังแสร้งยิ้มต่อไป

        ดีใจไปก่อนเถอะ อีกไม่นานหรอก ฝากไว้ก่อนแล้วกัน

        ถึงตอนนั้นข้าจะกลับมาเอาคืนเป็นร้อยเท่าพันเท่า

        และข้าไม่ยกโทษให้ไอ้คนที่ก่อเรื่องนี้เด็ดขาด

        อัลโบคิดในใจ

-----------------------------------------

ฝากติดตามเพจ "ตำนานวิญญาณแฟนซี" กันด้วยนะคะ ^_^



อ่านเล่มที่ 3 เร็วกว่าใครและอุดหนุนสนพ. ผู้แปล อย่างถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้เลย :

https://www.kawebook.com/story/view/137

160-170 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 140-150 บาท/เล่มค่ะ) ^_^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #40 แอบส่อง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 20:48

    มึนหรือเมานิยายเรื่องนี้บอก ดยุคอัลโบเป็นแค่ทหารแต่มีอำนาจทางการเมืองมาก

    ทั้งที่ตำแหน่ง ดยุคคือขุนนางที่มียศสูงสุดเป็นรองแค่ราชา อ่านไปเหมือนเอาดยุคแยกออกจากขุนนาง ที่ควรแยกจริงๆคืออัศวินคือยศต่ำสุด ต่ำกว่าขุนนางยศล่างสุดอย่างบารอน

    #40
    0
  2. #10 solar (@hebitsuka) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 21:53
    พระเอกจะซวยโดนเพ่งเล็งอีกมั้ยเนี่ย
    #10
    0