ตอนที่ 18 : เล่มที่1 ตอนที่ 17 เข้าเรียนในโรงเรียนขุนนาง (4) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

      แม้ปากจะเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่ใบหน้าของเด็กชายกลับดูเหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

        หากเราเข้าเรียนที่นี่ อาจจะเป็นโอกาสดีที่เด็กกำพร้าอย่างเราจะเรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดบนโลกใบนี้ 

        เดาได้ไม่ยากเลยว่านักเรียนทุกคนคงจะเป็นลูกขุนนางชั้นสูงแน่นอน ถ้าเราจะเข้าไปอยู่ในสถานที่แบบนั้นจะไหวมั้ยนะ แค่คิดก็กลุ้มใจ 

        จะว่าไปเราก็ไม่มีทางเลือกแหละ ถ้าปฏิเสธไปพวกเขาก็คงปล่อยตัวเราไปอยู่หรอก แต่จากนี้ไปเราจะเอายังไงกับชีวิตดีก็ยังไม่รู้เลย 

        ริโอะวางแผนอยู่ในหัวพักหนึ่ง

        “เช่นนั้นกระหม่อมขอน้อมรับน้ำพระทัยของพระองค์อย่างไม่เกรงใจพะยะค่ะ”

        ริโอะตอบรับรางวัลพระราชทานด้วยเสียงราบเรียบ

        ฟิลลิปพยักหน้ารับ

        “ถือว่าเป็นอันตกลง ข้าจะจัดการค่าเรียนตั้งแต่แรกเข้าจนเจ้าจบการศึกษาเอง  และตบรางวัลให้อีก 100 เหรียญทอง”

        เสียงกระซิบกระซาบดังกระหึ่มทั่วท้องพระโรง รางวัลนี้มันจะมากเกินไปแล้ว! 

        เงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยนในประเทศนี้ มีทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ เหรียญทองแดงเล็ก เหรียญทองแดงใหญ่ เหรียญเงินเล็ก เหรียญเงินใหญ่ เหรียญทอง และเหรียญเวทมนตร์

        ค่าของเงินเริ่มจากเหรียญทองแดงเล็กไปจนถึงเหรียญทอง อัตราแลกเปลี่ยนแต่ละหน่วย ห่างกัน 10 เหรียญ (เช่น 1 เหรียญเงินเล็กแลกได้ 10 เหรียญทองแดงใหญ่)  

        แต่มีเพียงเหรียญเวทมนตร์เท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น จำนวนของเหรียญประเภทนี้มีใช้กันอยู่น้อยมากในท้องตลาด ในการทำการค้าปกติจึงใช้เหรียญทองแทนค่าเงินที่สูงที่สุด 

        ค่าแรกเข้าของโรงเรียนเบลต์ลัมต์เป็นเงิน 10 เหรียญทอง ค่าลงทะเบียนเรียน 30 เหรียญทองต่อปี

        สรุปคือ ต้องชำระเงิน 40 เหรียญทองในปีแรก ส่วนปีถัดไปจ่ายเฉพาะค่าเรียนปีละ 30 เหรียญทอง 

        ซึ่งรายได้เฉลี่ยของขุนนางที่ไร้ที่ดินนั้น ตกปีละ 40 เหรียญทองเท่านั้น

        หากเปรียบเทียบให้ดูเช่นนี้แล้วพอจะเข้าใจมากขึ้นว่าค่าเรียนของที่นี่แพงมากแค่ไหน ใช่มั้ย? 

        การที่จะให้เด็กกำพร้าต่ำต้อยเข้าเรียนในโรงเรียนเบลต์ลัมต์นั้น สำหรับพวกขุนนางที่ชอบดูถูกดูแคลนคนจนแล้วถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก

        มิหนำซ้ำพระราชายังพระราชทานเงินให้อีกจำนวนมากแก่กับเด็กกำพร้าคนนี้อีก ในใจพวกพวกขุนนางทั้งหลายจึงบังเกิดแรงต่อต้าน

        ริโอะพอจะรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ที่เปลี่ยนไปภายในท้องพระโรงได้

        “เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งพะยะค่ะ”

        เขาเลือกที่จะเมินเฉยต่อแรงกดดันรอบข้างแล้วก้มหัวสดุดีแก่องค์ราชันย์

            

        ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเบลต์ลัมต์ตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอคอยหลัก

        อาจารย์ใหญ่ที่ว่านั่นคือกลาเซียร์ ฟอนเทียน่า

        เขาเรียกเซเรีย แคลร์ที่เพิ่งจะเข้ามาเป็นอาจารย์สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มาที่ห้อง

        เมื่ออาจารย์สาวเข้าไปในห้องแล้วก็พบกับกลาเซียร์ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานใหญ่ยักษ์ซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุดของห้อง

        จากระเบียงที่อยู่เบื้องหลังชายชรานั้นสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของนครหลวงเบลต์ลันต์ได้ทั่วทั้งเมือง

        “อาจารย์ใหญ่ฟอนเทียน่าเรียกพบข้าหรือคะ?”

        “อืม.. เข้ามาก่อนสิ”

        เซเรียกล่าวคำทักทาย กลาเซียร์จึงพยักหน้ารับ

        รอยเหี่ยวบนหน้าของอาจารย์ใหญ่แสดงออกถึงความชราภาพ แต่เขาเป็นคนชราที่ยังแข็งแรง

        “ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า เรื่องของเด็กกำพร้านักเรียนใหม่น่ะ”

        “ท่านหมายถึงริโอะใช่มั้ยคะ?”

        “ใช่ ข้าตัดสินใจว่าจะให้เขาอยู่ห้องที่เจ้ารับผิดชอบหน่ะ”

        “รับทราบค่ะ”

        หากเป็นอาจารย์ทั่วไปอาจจะรู้สึกไม่พอใจที่ต้องให้เด็กกำพร้าเข้ามาเรียนในห้องของตน

        แต่เซเรียกลับไม่เป็นเช่นนั้น

        “แม้เจ้าจะอายุยังน้อยและเพิ่งเข้ามาใหม่ได้ไม่นาน แต่ข้าฝากความหวังไว้ด้วยนะ”

        “ได้ค่ะ จะพยายามค่ะ”

        เซเรียตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

        “อืม.... หลังจากนี้ต่างหากล่ะที่ปัญหาจะเกิดขึ้น อาจารย์เซเรียคิดยังไงกับเด็กกำพร้าคนนั้น บอกข้ามาตรงๆ”


(ต่อครึ่งหลังนะคะ)

        “อืม...... ข้าคิดว่าเขาดูเป็นผู้ใหญ่ และฉลาดเกินวัยค่ะ”

        เซเรียคิดสักพักก่อนจะแย้มริมฝีปากงามตอบ

        “หืมยกตัวอย่างให้ข้าฟังซิ”

        กลาเซียร์ถามอย่างสนอกสนใจ

        “อย่างแรกเลย เขาเข้าใจสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังเผชิญ อยากเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองขาด รู้จักประเมินสถานการณ์  ปรับตัวง่าย และมีไหวพริบค่ะ”

        เซเรียบรรยายเกี่ยวกับริโอะ 

        “หืมมม เขาทั้งถูกลากมายังพระราชวังด้วยเรื่องการลักพาตัว ถูกทรมานแล้วยังโดนบีบบังคับให้เข้าโรงเรียนในนามรางวัลพระราชทานอีก เจ้าไม่คิดว่าเขาอาจไม่พอใจบ้างหรอ เวทกำเนิดไฟ 

        กลาเซียร์ถามความเห็นเซเรียแล้วร่ายเวทมนตร์ ปรากฏสัญลักษณ์ดาวบนปลายนิ้วชายชราก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิง อาจารย์ใหญ่นำเปลวไฟเล็กๆ ที่กำเนิดขึ้นมาจุดไปป์ที่เขาคาบไว้

        อาจารย์ใหญ่สูบไปป์จนควันเกาะตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ

        “ก็คงไม่พอใจเท่าไร แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไรค่ะ”

        “อืม”

        กลาเซียร์เอ่ยแล้วพ่นควันบุหรี่

        อาจารย์ใหญ่จ้องมองควันที่ลอยฟุ้งในอากาศ เขามีสีหน้าครุ่นคิด

        “เอ่อ มีอะไรหรือคะ?”

        เซเรียเดาไม่ออกว่ากลาเซียร์ต้องการจะสื่ออะไร จึงเอ่ยถามขึ้น

        ก็แค่คิดว่าปฏิกริยาของเด็กคนนั้นดูไม่เหมือนเด็กทั่วไป”

        กลาเซียร์ไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ

        “ปฏิกริยาไม่เหมือนเด็กหรอคะ?”

        เซเรียเอียงคอถาม

        “อืม... ถ้าสมมติว่าจู่ๆ เจ้าโดนจำคุกแถมยังมีชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้มาทำร้ายร่างกาย เจ้าจะรู้สึกเช่นไร?”

        “รู้สึกแย่สุดๆ เลยค่ะ  จิตใจข้าคงจะได้รับการกระทบกระเทือน อาจจะกลายเป็นโรคหวาดระแวงไปเลยค่ะ”

        เซเรียตอบด้วยสีหน้าเจ็บปวด

        เพราะลองจินตนาการเอาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์

        แล้วรู้สึกว่ามันไม่ต่างอะไรกับการตกนรกบนดิน

        “ถูกต้อง เพราะเจ้าเป็นผู้หญิงไงล่ะเลยรู้สึกกลัวมากกว่าผู้ชาย นี่แหละที่เรียกว่าปฏิกริยาของเด็กหรือก็คือปฏิกริยาของคนปกติ หากเป็นคนธรรมดาก็คงจะก่นด่าผู้ที่ทำร้ายตัวเอง แม้แต่ผู้ใหญ่ยังควบคุมอารมณ์ได้ยากเลย”

        กลาเซียร์พูดแฝงความนัย

        เซเรียหรี่ตาคู่งามมองชายชรา

        สรุปคือ หมายความว่ายังไงหรือคะ?”

        “เท่าที่ฟังเจ้าเล่า เขาไม่แสดงกริยาแบบเด็กทั่วไป มารยาทตอนเข้าเฝ้าก็ดูไม่ออกว่าเพิ่งเคยทำ”

        “อันนั้นข้าเป็นคนสอนเขาเอง ตอนแรกเขาก็ไม่รู้อะไรเลยค่ะ”

        เซเรียตอบปัดเพื่อปกป้องริโอะ เธอรู้สึกโมโหอย่างไม่รู้ตัว

        “อืม..เท่าที่ได้ยินมาเขาขอให้สอนให้ไม่ใช่รึเด็กทั่วไปคงไม่มองการณ์ไกลขนาดนั้นหรอก”

        “ก็เขาเป็นคนฉลาดไงค่ะ”

        กลาเซียร์พูดจาอ้อมค้อม จึงถูกตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ของเซเรีย

        “เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่เถียง คนฉลาดแบบนี้ นอกจากเขาแล้วก็มีองค์หญิงคริสติน่าและเจ้าซึ่งเป็นอาจารย์ด้วยอายุเพียง 12 ปี หรือว่า...”

        พูดทิ้งไว้เท่านี้แล้วกลาเซียร์ก็ไม่แสดงสีหน้าอันใดอีก

        “หรือว่าอะไรคะ?”

        เซเรียถามด้วยสีหน้าจริงจัง

        “ช่างเถอะ จากนี้ไปเขาคงเจอกับเรื่องลำบากอีกมากมาย อยากให้ผู้รับผิดชอบอย่างเจ้าคอยดูแลเขาหน่อย ถ้ามีอะไรผิดแปลกเกิดขึ้นให้รีบแจ้งข้าทันที ข้าวางใจเพราะเป็นเจ้านะ”

        กลาเซียร์พูดแล้วยิ้ม

        ได้ค่ะ”

        เซเรียยังคงมีสีหน้างุนงง

        ข้ารู้ว่างานวิจัยเจ้าล้นมือ ช่วงนี้คงจะทำงานวิจัยช้าเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องที่พระราชวังสินะ เจ้าก็ดูแลเขาเท่าที่จะทำได้แล้วกัน”

        “เข้าใจแล้วค่ะ  ธุระท่านมีเท่านี้ใช่มั้ยคะ?”

        เซเรียคาใจเรื่องความคิดของกลาเซียร์ แต่ถามไปก็คงจะไม่ได้คำตอบ เซเรียจึงอยากรีบออกจากห้องนี้เร็วๆ

        “อืม ไปทำงานต่อเถอะ”

        “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะคะ”

        เซเรียโค้งทำความเคารพ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

        (เจอเขาทีไรอึดอัดทุกทีเลย)

        คิดแล้วอาจารย์สาวก็ถอนหายใจเบาๆ

-----------------------------------------

ฝากติดตามเพจ "ตำนานวิญญาณแฟนซี" กันด้วยนะคะ ^_^



อ่านเล่มที่ 3 เร็วกว่าใครและอุดหนุนสนพ. ผู้แปล อย่างถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้เลย :

https://www.kawebook.com/story/view/137

160-170 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 140-150 บาท/เล่มค่ะ) ^_^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #34 darkius (@darkius) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 11:56

    หนุกทุกตอน แต่คิดคำเม้นไม่ออก เอาเป็นว่าติดตามอยู่ตลอดนะครับ

    #34
    0
  2. #11 Sweet dreaM (@sugar-brown) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 21:55
    รอค่าา
    #11
    0