ตอนที่ 29 : เล่มที่1 ตอนที่ 28 5 ปีต่อมา (3) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    13 ส.ค. 61

        ร่างของใครบางคนย่างกรายเข้ามาในสนามแข่งพร้อมติเตียนอัศวินหนุ่ม

        ”อ... อัลเฟร็ด ขออภัย ท่านแม่ทัพเอมาล

        ชาลล์มองผู้ที่เข้ามาใหม่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

        อัลเฟร็ด เอมาล  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งแม่ทัพอัศวินที่เกือบจะตกเป็นของชาลล์ก่อนเกิดเหตุการณ์ลักพาตัว หรือเรียกได้ว่าตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าของชาลล์นั่นเอง และยังเป็นพี่ชายของเวเนซซ่าอีกด้วย

        ”น่าสมเพสจริงๆ ขนาดตั้งใจแล้วยังทำได้แค่นี้ คนเค้ามองกันทั้งสนามแล้วรู้ตัวบ้างมั้ยเจ้าควรจะยอมรับความพ่ายแพ้แล้วรีบออกไปจากลานประลองได้แล้วนะชาลล์

        อัลเฟร็ดพูดอย่างไร้อารมณ์

        ชาลล์ฉุกคิดได้พลันดวงหน้าแดงก่ำแล้วจึงมองไปรอบกาย

        อัศวินหนุ่มพยายามข่มความอัปยศนี้เอาไว้ สีหน้าของเขาจึงกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว

        ”ข...ข้าแพ้แล้ว

        ชาลล์ยืนตรงแสดงการยอมรับความพ่ายแพ้ก่อนจะก้มศีรษะคำนับตามธรรมเนียมของการประลอง

        ”ขอบคุณครับ

        ริโอะโค้งคำนับตอบหนึ่งครั้ง

        จากนั้นชาลล์ก็สะบัดหน้าหนีก่อนจะออกจากสนามแข่งไปอย่างรวดเร็ว

        การประลองฝีมือของรอบถัดไปเป็นไปอย่างราบรื่น จนในที่สุดก็จบลงอย่างสวยงาม             

        และผลการแข่งขันคือตัวแทนจากทีมโรงเรียนเบลต์ลัมที่ชนะอัศวินได้มีเพียงริโอะคนเดียวเท่านั้น

        ส่วนคนที่เหลือต่างก็พ่ายแพ้ให้กับเหล่าอัศวินอย่างยับเยิน

        ทุกๆ ปี นักเรียนและอัศวินจะผลัดกันชนะ

        แต่ในปีนี้นั้นต่างไป อาจเป็นเพราะความอับอายจากการพ่ายแพ้ของชาลล์ อัศวินคนอื่นๆ จึงต้องช่วยกันกู้ศักดิ์ศรีของนักรบกลับคืน จึงได้เอาจริงเอาจังกันจนชนะเด็กตัวเล็กๆ แบบนี้

        .......................................................

        ณ คฤหาสน์ของดยุคอัลโบ ประจำนครหลวงเบลต์ลัมต์

        ชาลล์กำลังดื่มสุราในห้องของตนพร้อมกับเสวนากับใครบางคนอยู่

        ”บ้าเอ้ย!!!! นึกแล้วก็โมโหไอ้ดยุคโนที่มันล้อเลียนข้า!!

        ชาลล์กระดกเหล้าในมือพร้อมก่นด่า เขาเจ็บใจกับการประลองฝีมือในวันนี้จึงทำให้หัวเสียตลอดวัน

        อัศวินหนุ่มหน้าแดงก่ำด้วยพิษสุรา

        ”หึหึ ใจเย็นๆ ก่อน อย่าโมโหไปเลยท่าน

        ชายวัย 30 ผู้นั่งตรงข้ามกับชาลล์พูดแล้วแสยะยิ้ม

        ”...ท่านเลส ขออภัยด้วยที่ข้าต้องให้ท่านได้มาเห็นสภาพน่าอายเช่นนี้

        ชาลล์พูดด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์

        ”ข้าเข้าใจดี...การแข่งขันแบบนั้นบางครั้งอัศวินก็ต้องยอมอ่อนข้อให้นักเรียนชนะบ้าง ท่านโกรธที่ถูกต่อว่าล่ะสิ

        ”ใช่! การแข่งแบบนี้มันแข่งเอาสนุกเฉยๆ ไม่ใช่รึ ทำไมเจ้าพวกลูกกระจ๊อกดยุคโนต้องมารุมต่อว่าข้าด้วย ทั้งๆ ที่พวกมันไม่รู้เรื่องการใช้ดาบเลยแท้ๆ!!

        เมื่อเลสเปิดประเด็นชาลล์จึงพ่นความอัดอั้นออกมาไม่หยุด

        ”เป็นเพราะพวกมันอิจฉาท่านกระมัง มันจะเห่าอะไรก็ปล่อยไปเถอะ ท่านเพียงแค่รอดูจังหวะก็พอ

        เลสพูดเสริมสร้างความมั่นใจให้กับชาลล์

        ”ตอนนี้พวกดยุคโนมันกำลังขยายอิทธิพล แม้แต่พระราชายังหวั่นเกรงพวกมันเลย

        ชาลล์มองเลสอย่างแฝงความนัย

        ”ใช่แล้วล่ะ เราไม่ควรปล่อยให้พวกมันเหิมเกริมไปมากกว่านี้ พวกนี้ไม่เบาเหมือนกันนะที่อาศัยช่วงเวลาที่ท่านกำลังตกต่ำมาสร้างเนื้อสร้างตัวแล้วได้ขนาดนี้ มันต้องมีช่องโหว่อะไรบ้างสิน่า!

        ”5 ปีแล้วสินะ

        ชาลล์คิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาก็มีสีหน้าเหยเกด้วยความหงุดหงิด

        ”จะว่าไปแล้วพวกดยุคโนก็เริ่มขยายอำนาจตั้งแต่ตอนนั้น เหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับท่านด้วยใช่ไหมขอรับ?”

        ”อืม ที่จริงวันนี้คู่ต่อสู้ของข้าก็คือไอ้เด็กที่ถูกสงสัยในคดีลักพาตัวองค์หญิงเมื่อ 5 ปีก่อนด้วย ตอนนั้นข้าเป็นคนสอบสวนมันเอง

        ”อ่อ....

        เลสมีท่าทีสนใจเรื่องของเด็กชายต้องสงสัยผู้นี้

        ”ไอ้เด็กนี่มันตายยากจริงๆ ต่อยเท่าไรก็ไม่ยอมปริปาก มันมีพิรุธมากๆ ข้าเลยคิดว่าถ้าบีบบังคับด้วยกำลังสักหน่อยมันคงจะยอมอ้าปากบอกข้าบ้าง

        ”พิรุธแบบไหนขอรับ?”

        ”ก็อย่างเช่น มันเคยอยู่กับพวกนักเลงในสลัม ซ้ำยังมีแค่มันคนเดียวที่รอดชีวิต แต่นักเลงคนอื่นถูกฆ่าตายหมด มันยังบอกอีกว่าคนที่ฆ่านักเลงคือนักฆ่านิรนามซึ่งมันเป็นคนจัดการกับนักฆ่าคนนั้นเองกับมือ

(ต่อครึ่งหลังนะคะ)

       แปลกอย่างที่ท่านว่า...”

        ”เสียดาย... ตอนนั้นมันยังไม่ทันได้สารภาพ การสอบสวนก็ถูกสั่งยกเลิกซะก่อน เพราะองค์หญิงคืนสติแท้ๆ”

        ชาลล์ทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหมั่นไส้เด็กกำพร้าดวงแข็ง

        เขาเทเหล้าลงในแก้วโลหะที่ว่างปล่าวแล้วกระดกพรวดเข้าปากทีเดียว

        ”เด็กคนนี่เหมือนเป็นศัตรูที่ฟ้าลิขิตมาให้ขัดขวางท่านเลยนะขอรับ”

        ”ฮ่าๆๆ ถ้าวันนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน ข้าคงฆ่ามันให้ตายคามือไปแล้ว!”

        ชาลล์เริ่มเมา เขาจึงใจกล้าบ้าบิ่นและพูดจาโอ้อวดอย่างอารมณ์ดี

        ส่วนเลสก็ยิ้มอย่างเบิกบาน

        ”ท่านเก็บเอาความหาญกล้านี้ไปจัดการกับไอ้ดยุคโนดีกว่านะขอรับ”

        พูดเสร็จแล้วเลสก็ยกแก้วเหล้าในมือชนกับชาลล์

        .....................................................

        หลังเลิกเรียนของวันรุ่งขึ้นหลังจากวันแข่งประลองฝีมือ

        อาจารย์สาวเซเรียตั้งใจว่าจะฉลองชัยชนะของนักเรียนคนโปรดของเธอด้วยใบชาและขนมเลิศรส

        ในระหว่างที่เธอกำลังเดินกลับไปยังห้องวิจัยจากอาคารเรียนที่เธอเพิ่งจะสอนคาบสุดท้ายเสร็จ

        เซเรียก็พบเข้ากับริโอะโดยบังเอิญ

        เธอตั้งท่าจะตะโกนเรียกให้เด็กชายรู้ตัว

        ”อ๊ะ! ริ...โอะ...”

        แต่เมื่อสังเกตดูดีๆ ก็พบว่าเด็กชายที่เธอกำลังจะเรียกนั้นเดินมากับเด็กผู้หญิงอีกคน เสียงเรียกของเธอจึงแผ่วลงในตอนท้าย

        ชื่อเสียงของริโอะในโรงเรียนย่ำแย่จนถึงขีดสุด การที่เขาจะสุงสิงกับนักเรียนคนอื่นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากจะได้คุยกับใครก็คงเป็นตอนที่โดนรุมรังแกเสียมากกว่า

        ในสมองของอาจารย์สาวขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าริโอะไม่ได้อยู่ตามลำพัง

        เด็กทั้ง 2 กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง

        ดูเหมือนพวกเขากำลังมองหาที่ลับตาคน

        (ท... ทำยังไงดีหรือเขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องไม่ดีอีกแล้ว?)

        เมื่อเห็นว่ารอบๆ ไม่มีใครตามมา อาจารย์สาวจึงแอบตามทั้ง 2 คนไปอย่างเงียบๆ

        ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หลังอาคารหอสมุด

        ที่แห่งนี้สถานที่ไร้ผู้คน

        เด็กทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน

        ”อ...เอ่อ! นี่ค่ะ! ช่วยอ่านหน่อยนะคะ!”

        ฝ่ายหญิงยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ริโอะด้วยท่าทางประหม่า

        ”ครับ... มันคือ?”

        ”ก...การแข่งขันเมื่อวาน เท่มากเลยนะคะ!”

        เด็กสาวรีบตัดบทอย่างร้อนรน

        พวงแก้มของเธอแดงก่ำต่อหน้าริโอะที่ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์

        ”อ่อ... ขอบคุณครับ”

        ริโอะบอกขอบคุณทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจดหมายในมือนั้นคืออะไร

        ”ล... แล้วที่เหลือเขียนอยู่ในจดหมายนะคะ ลาก่อนค่ะ!”

        เด็กหญิงคงจะทนความอึดอัดไม่ไหว เธอจึงรีบร้อนจากไปโดยที่ไม่รอฟังคำตอบ

        ”เอ๊ะด... เดี๋ยวก่อน!”

        ริโอะรีบเรียกเด็กหญิงไว้ แต่เธอกลับวิ่งไปโดยไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย

        ”แย่แน่...”

        เด็กชายที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังพึมพำด้วยสีหน้าลำบากใจ

        ซองจดหมายในมือนั้นมีน้ำหนักพอตัว

        แบบนี้... คงหนีไม่พ้นเป็นจดหมายรักแน่

        อ่านแล้วก็ต้องเขียนตอบอีก ยุ่งยากจริง!

        ริโอะรู้สึกลำบากใจ

        ”เอ่อ... คือ.. ริโอะจ้ะ”

        ทันใดนั้นเซเรียก็ปรากฏกายขึ้น

        ”อาจารย์... เห็นหมดแล้ว?”

-----------------------------------------

ฝากติดตามเพจ "ตำนานวิญญาณแฟนซี" กันด้วยนะคะ ^_^





อ่านเล่มที่ 4 เร็วกว่าใครและอุดหนุนสนพ. ผู้แปล อย่างถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้เลย :


160-170 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 140-150 บาท/เล่มค่ะ) ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #38 djtoob (@djtoob) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 13:10
    ถ้าได้ทำเป็นอนิเมะคงดี
    #38
    1
    • #38-1 Laser_op (@Laser_op) (จากตอนที่ 29)
      14 สิงหาคม 2561 / 20:27
      เหมาะมากเลยครับ สำหรับอนิเมะ
      #38-1