ตอนที่ 6 : เล่มที่1 ตอนที่ 5 โลกต่างมิติ (3) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    9 ก.ค. 61

        “ ล้อเล่นน่า ข้าเคยบอกเจ้าแล้วนี่ว่ามีหลานอายุพอๆกันอยู่ เห็นแล้วเลยอดช่วยไม่ได้หน่ะ อีกไม่นานข้าก็จะเลิกทำงานนี้แล้ว ”

        จีจี้ตอบแล้วยักไหล่

        “ คุณจะเปิดร้านกับน้องสาวคุณที่ชื่อแองเจลล่าใช่ไหมครับ ไว้ผมจะไปแวะหานะครับ ”

        ริโอะยิ้มจางๆ

        ริโอะเคยได้ยินเรื่องของจีจี้มาบ้างว่าเธอและแองเจลล่าน้องสาวเก็บเงินเปิดร้านของตัวเองจากการทำงานเป็นโสเภณี

        ริโอะจำเรื่องนี้ได้ดีจึงคิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องตอบแทนบุญคุณของจีจี้ให้ได้ จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด

        “ เจ้าดูเปลี่ยนไปนะ ”

        จีจี้เอ่ยถามขึ้นด้วยความตกใจ

        “ เอ่อ..เหรอครับ ไม่ได้สังเกตเลย ”

        ริโอะสะดุ้ง แต่กลับแกล้งทำท่าเอียงคอไม่รู้ไม่ชี้

        “ เจ้าทำหน้าแบบนี้เป็นกับเขาด้วยรึ โชคดีเกิดมาหน้าตาหล่อเหลาแท้ๆ อย่าเอาแต่ทำหน้าบึ้งสิ ”

        “ เอ่อ.. ครับ จะพยายามครับ ”

        ริโอะพยักหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจใส่จีจี้ที่พูดอย่างอารมณ์ดี

        “ อืม..ช่างเถิด ไปหาอะไรใส่ท้องซะ มัวแต่คุยเรื่อยเปื่อยเดี๋ยวจะโดนดุเอาอีก ”

         “ ครับ ขอบคุณมากครับ ”

        ริโอะก้มหน้าแล้วเดินจากไป

        .........................

        ตอนนี้ยังคงเป็นเวลาเช้าตรู่

        ในสลัมแห่งนี้มีเพียงเหล่าบ้านไม้ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆเรียงรายกันอย่างไม่เป็นระเบียบ อากาศในนี้ไม่ถ่ายเทและแออัด แต่เมื่อต้องกับแสงแดดและอากาศในยามเช้าแบบนี้ก็พอจะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง

        ต่อให้พวกนั้นไล่ให้ไปอาบน้ำ แต่ในสลัมแบบนี้น่ะมันไม่มีที่อาบน้ำแบบที่ว่าหรอก ถ้าอยากอาบน้ำละก็ต้องออกจากสลัมไปอาบในบ่อน้ำที่อื่นนู่น

        นครหลวงเบลต์ลันต์ได้แบ่งแยกเขตภายในของเมืองออกเป็นชั้นๆด้วยกำแพง ต้องได้รับอนุญาตและจ่ายค่าผ่านทางก่อนจึงจะข้ามเขตกำแพงในแต่ละชั้นได้

        ก็คงจะไม่แปลกหากคนที่อยู่หลังกำแพงชั้นในสุดจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าชั้นอื่นๆ ทั้งสงบสุขกว่าและปลอดภัยกว่า คนที่อยู่ในกำแพงชั้นในได้จึงมีแต่พวกเศรษฐี

        ยิ่งอาศัยอยู่ใกล้เขตพระราชวังมากเท่าไรก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงยศฐาบรรดาศักดิ์มากเท่านั้น

        หากคนเหล่านี้คิดจะออกเขตนอกกำแพงก็เข้าออกได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางหรือขออนุญาต

        ในทางกลับกันกลุ่มคนที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ในเขตกำแพงได้จึงต้องอาศัยอยู่ในบริเวณนอกกำแพงซึ่งอันตรายและมีความเป็นอยู่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

        เขตของชุมชนสลัมตั้งอยู่บริเวณขอบนอกซึ่งไกลจากเขตกำแพง จึงเป็นเขตที่สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ แต่เขตนี้อันตรายที่สุดในบรรดาเขตนอกกำแพงซึ่งมีความอันตรายอยู่แล้ว

        เพราะรัฐบาลไม่เข้ามาบริหารในเขตนี้ ชุมชนสลัมจึงกลายเป็นเขตไร้กฎหมาย ทำให้ไม่มีใครอยากเข้าไปในเขตนี้นอกจากพวกไม่มีที่ไปหรือพวกที่คิดวางแผนอะไรบางอย่าง

        พอริโอะใกล้จะถึงเขตที่มีบ่อน้ำแล้ว เขาก็ตั้งใจไว้ว่าจะรีบอาบน้ำและทำความสะอาดเสื้อผ้าโดยเร็ว แต่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ คนจึงไม่ค่อยพลุกพล่านนัก

        เป็นผลให้ริโอะค่อยๆอาบน้ำได้โดยไม่ต้องรีบร้อน แน่นอนอยู่แล้วว่าริโอะไม่มีของใช้ของคนชั้นสูงอย่างสบู่หรือน้ำอุ่นหรอก จึงทำได้แค่กัดฟันทนไป

        เมื่ออาบน้ำเสร็จ ริโอะจึงแวะร้านขายอาหารริมทางเพื่อซื้อขนมปังแข็งๆราคาถูกกับซุปเนื้อเหลวเพื่อประทังชีวิต แล้วจึงเดินทางกลับไปยังเขตสลัม

        ริโอะหาเลือกนั่งพักในที่ที่มีแสงแดดส่อง และรอให้เสื้อผ้าของเขาแห้ง หากถอดเสื้อในตอนนี้ก็จะรู้สึกหนาวนิดหน่อยเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว มิหนำซ้ำริโอะยังเพิ่งจะหายป่วยอีก ก็ไม่ถึงกับทนไม่ได้หรอก เขาเคยชินกับการชีวิตในสลัมเสียแล้วล่ะ

        ติดกับสลัมมีย่านของซ่องโสเภณีอยู่ ขณะนี้เป็นเวลาเช้าตรู่เหล่าหญิงค้าบริการและบรรดาลูกค้าชายทั้งหลายจึงพากันแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน

        พวกคนที่ออกมาจากย่านค้าประเวณีส่วนมากมักจะไม่ใช่คนในสลัม พวกที่เพิ่งกลับมาสลัมในช่วงฟ้าสางคือพวกที่กลับจากการทำงานผิกกฏหมาย

        ริโอะไม่ค่อยสนใจคนเหล่านั้นเท่าใดนัก จึงนั่งคิดเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของตัวเองไปเรื่อยๆ

        ความจริงแล้วริโอะก็ไม่ได้คิดว่าจะอยู่กับคนพวกนั้นไปตลอด เพราะถ้าขืนเขายังอยู่กับคนพวกนั้นต่อไป หมดประโยชน์เมื่อไหร่ก็คงต้องถูกเขี่ยทิ้งเข้าสักวัน

        แต่ในทางกลับกันหากไม่วางแผนให้รอบคอบ เด็กกำพร้าคนหนึ่งก็คงไม่สามารถเอาตัวรอดในโลกอันโหดร้ายใบนี้ไปได้

        วิธีเอาตัวรอดของเด็กกำพร้าในสลัมก็มีอยู่ 3 ทางคือ ยอมทำตามคำสั่งของพวกคนชั่ว ลักขโมย หรือคุ้ยหาเศษอาหารจากถังขยะกินเท่านั้น

        ( ลักขโมยเนี่ยเราคงทำไม่ได้จริงๆ ถ้าเลือกได้ก็อยากจะทำอย่างอื่น... )

        ความหวังที่ริโอะจะทำงานสุจริตได้นั้นช่างริบหรี่

        ในสังคมอันเคร่งครัดแบบนี้ไม่น่าจะหาคนที่ยอมจ้างเด็กกำพร้าได้ง่ายๆ

        เป็นเรื่องปกติที่คนในตลาดจะดระแวงว่าโดนเด็กกำพร้าในสลัมขโมยของ

        ถ้าการหางานเป็นเรื่องง่าย คงจะไม่มีเด็กกำพร้าขี้ขโมยมากมายเหมือนอย่างทุกวันนี้หรอก ต่อให้หางานได้คงจะหนีไม่พ้นงานหนักค่าแรงต่ำเป็นแน่

        ริโอะพยายามนึกถึงสิ่งที่ตัวเองถนัด

        

(ครึ่งหลังนะคะ)

        ซึ่งคงจะเป็นสิ่งที่เขาได้เคยเรียนรู้มาในอดีตชาติ ทั้งเรื่องที่ได้เรียนมาตอนอยู่ในมหาวิทยาลัย วิธีทำงานบ้านสมัยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว ทักษะต่างๆ ที่เรียนรู้มาจากการทำงานพิเศษและสิ่งต่างๆที่เรียนรู้มาจากปู่กับพ่อในสมัยที่เด็กๆ ริโอะคิดจะนำสิ่งที่เคยเรียนรู้ในอดีตมาใช้ประโยชน์ในการทำงาน

        แต่เขาคงจะนำความสามารถมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะในตอนนี้เขาไม่มีฐานะทางสังคมหรือแม้กระทั่งคนรู้จักเลย

        คงจะหนีไม่พ้นการทำงานผิดกฎหมายอีก แต่ริโอะ ไม่ใช่สิ จิตวิญญาณของฮารุโตะที่อยู่ในตัวริโอะไม่อยากทำงานสีดำ สำหรับริโอะแล้วความคิดของฮารุโตะนั้นช่างดูโลกสวยเกินไปสำหรับเขา

        หากจะให้เลิกทำงานไม่ดีตอนนี้ก็คงจะสายไปเสียแล้ว เพราะริโอะเคยถูกบังคับให้สมรู้ร่วมคิดกับงานไม่ดีมาก่อน จึงคิดว่ามือของเขาได้แปดเปื้อนไปแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นในใจก็พลันรู้สึกผิดขึ้นมา

        สายไปแล้วสินะ.....ริโอะมองไปยังมือของตนแล้วยิ้มเยาะตัวเอง

        ทันใดนั้น

       ”นี่! เด็กผู้หญิงเหรอนั่น ที่นั่งตรงนั่นน่ะ?”

        เสียงห้าวๆ ของหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังตะโกนมาทางริโอะ

        เขาเงยหน้าเมื่อได้ยินเสียง ปรากฏเป็นกลุ่มคน 4 คนซึ่งมีอายุแตกต่างกันยืนอยู่ ทั้ง 4 คนต่างสวมชุดคลุมสวยๆ เหมือนพวกพ่อมดบดบังใบหน้าและสรีระ เด็กชายจึงไม่สามารถคาดเดาเพศของพวกเขาได้

        ดูจากขนาดตัวแล้วผู้หญิงที่เรียกริโอะน่าจะอายุมากสุดในบรรดา 4 คน ฟังจากเสียงแล้วคงจะอายุยังไม่ถึง 20 ปีเสียด้วยซ้ำ

        ด้านหลังของสาวเสียงห้าวมีอีกบุคคลหนึ่ง อายุน่าจะราวๆ 12-13 ปีได้ และอีก 2 คนที่เหลือดูเหมือนจะอายุพอๆ กับริโอะ แต่ดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย

        ดูเหมือนว่าหญิงสาวที่อายุมากสุดคนนั้นจะดูไม่ออกว่าริโอะเป็นเพศไหน เด็กชายมีหน้าตาจิ้มลิ้มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งผมที่ยาวกระเซอะกระเซิงนี่ด้วย จึงไม่แปลกเลยหากจะถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพศหญิง

       ”เหม็นจัง....”

        เด็กน้อยในกลุ่มคนหนึ่งกระซิบกระซาบอย่างรังเกียจเดียดฉันท์

        ฟังจากเสียงจึงคาดเดาได้ว่าเป็นเพศหญิง เสียงน่ารักแต่คำพูดนั้นช่างผ่าซากเสียเหลือเกิน

       ”อย่าสูดกลิ่นนะเพคะ มันไม่ดีต่อพระวรกายของพระองค์”

        เด็กน้อยอีกคนหนึ่งกล่าว คนนี้ก็คงจะเป็นผู้หญิงอีกเช่นกัน

        (พวกนี้นี่พูดอะไรไม่เกรงใจกันบ้างเลยแฮะ......)

        ริโอะอึ้งไปไม่น้อยจนเกือบจะชักสีหน้า

        เด็กชายก็พอรู้ตัวหรอกว่าเหม็น แต่นี่เขาเพิ่งจะอาบน้ำมาเองนะ

        ริโอะมองไปยังเด็กหญิง 2 คนดังกล่าว ต่อให้เอาฮู้ดปิดหน้าปิดตาอย่างไรริโอะก็เดาได้ว่าพวกเขาคงกำลังทำท่ารังเกียจริโอะอยู่เป็นแน่

        เขาสังเกตเห็นว่าคนตัวเล็กอีกคนที่อยู่ข้างๆ ทั้ง 3 กำลังจ้องมองมาทางนี้ แต่ท่าทางคนนี้จะไม่ได้รังเกียจเขาเหมือนคนอื่น

       ”นี่! ฟังอยู่รึปล่าวยะอย่าบอกนะว่าเจ้าไม่เข้าใจภาษาคนด้วยหน่ะ”

        สาวเสียงห้าวถามริโอะเสียงแข็ง ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เธอคนนั้นก็มีท่าทีหงุดหงิดขึ้นมา

       ”ฟังอยู่ มีอะไร”

        ริโอะตอบห้วนๆ ด้วยเสียงเรียบ และมองทั้ง 4 คนอย่างพินิจพิเคราะห์

        ผู้หญิงพวกนี้แต่งตัวดีเกินกว่าจะเป็นคนในสลัมแห่งนี้ ริโอะเห็นด้ามจับของดาบแว้บๆ ผ่านช่องของชุดคลุมตรงบริเวณเอวของหญิงสาวที่ดูมีอายุมากที่สุด

        คนพวกนี้มีธุระอะไรกับเด็กกำพร้าในสลัมกันนะ ไม่น่าจะมาเพื่อปล้นหรอก ถึงอย่างนั้นริโอะยังคงระแวดระวังเหล่าคนแปลกหน้านี้อยู่ดี

       ”เห็นผู้หญิงผมสีม่วงอ่อนบ้างไหมอายุประมาณเจ้าหน่ะ”

        ผู้หญิงคนนั้นโยนคำถามถามริโอะ ด้วยน้ำเสียงบีบคั้นราวกับเจ้านายเค้นถามลูกน้อง

        ท่าทางเหมือนพวกนี้กำลังตามหาคนอยู่

        ก็ไม่ได้ไม่พอใจอะไรหรอก แต่ริโอะก็คิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องบอกข้อมูลกับคนพวกนี้ เพราะยังไงซะเขาก็ไม่รู้จักเด็กผู้หญิงคนที่ว่าอยู่ดี

        ริโอะลุกขึ้นแล้วกวาดตามองทั้ง 4 คนอย่างเกียจคร้านก่อน

-----------------------------------------

ฝากติดตามเพจ ตำนานวิญญาณแฟนซี กันด้วยนะคะ ^_^



อ่านเล่มที่ 3 เร็วกว่าใครและอุดหนุนสนพ. ผู้แปล อย่างถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้เลย :

https://www.kawebook.com/story/view/137

160-170 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 140-150 บาท/เล่มค่ะ) ^_^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

91 ความคิดเห็น