ตอนที่ 9 : เล่มที1 ตอนที่ 8 โลกต่างมิติ (6) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    9 ก.ค. 61

        พอมองร่างของเด็กหญิงตรงหน้าที่กำลังหวาดกลัวแล้ว ความรู้สึกที่อยากจะรีบหนีออกจากที่นี่เร็วๆ  ก็พลันหายไป

        ริโอะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

       ”....เอ่อ.... ไหวมั้ย?”

        เด็กหญิงพยักหน้า

        แม้ว่าเธอจะมองหน้าริโอะด้วยสายตาหวาดระแวง แต่เพราะด้วยอายุที่ไม่ต่างกันมากนักจึงทำให้เด็กหญิงคลายความหวาดกลัวลงได้บ้าง

        โชคดีที่เด็กหญิงอยู่แต่ในถุงมาโดยตลอดจึงยังไม่รับรู้ถึงโศกนาฏกรรมรอบตัวภายในห้อง หากรู้สึกตัวแล้วเธออาจจะยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเป็นแน่ แต่อีกไม่นานก็คงจะสังเกตเห็นได้

        ”เดี๋ยวแกะเชือกให้ รอแปปนะ”

        พูดดังนั้นแล้ว ริโอะก็แกะผ้าปิดปากออกให้เด็กหญิง

       ”แฮ่ก...แฮ่ก!”

        เด็กหญิงรีบสูดอากาศหายใจ ร่างกายเธอเสียแรงไปมากและสีหน้าคล้ายจะมีไข้

       ”ทะ...ที่ไหนที่นี่.....ที่ไหน....คะ?”

        เด็กหญิงถามทั้งๆ  ที่ร่างกายสั่นระริก ไม่รู้เป็นเพราะเธอกลัวห้องมืดหรือเป็นเพราะรู้สึกหนาวกันแน่

       ”ที่นี่คือสลัม แล้วที่นี่ก็คือบ้านที่ผมเคยถูกใช้งานในฐานะทาสคนหนึ่ง”

        ริโอะอธิบายไปพลางแกะเชือกออกให้เด็กหญิงอย่างคล่องแคล่ว

       ”สะ...สลัมทะ..ทำไมหล่ะข้า......”

        เด็กหญิงถามด้วยใบหน้าเหม่อลอย

        ริโอะแก้มัดเสร็จจึงพูดขึ้นว่า

       ”ผมก็ไม่รู้เหมือน แกะเชือกให้แล้ว ยืนเองได้นะ?”

       ”คะ..ค่ะ ขอบคุณค.....อ้ะ!”

        เด็กหญิงกล่าวขอบคุณ แต่เมื่อตั้งใจจะลุกขึ้นเข่าก็อ่อนทรุดลงไป

        สงสัยเพราะร่างกายไม่มีแรง พอลุกขึ้นได้ครึ่งตัวก็ทรุดลงมาใหม่

       ”ไหวมั้ย?”

        ริโอะช่วยพยุงจับเด็กหญิงให้นอนราบบนพื้นก่อน

       ”คะ..ค่ะ”

        ถึงจะบอกว่าไหวแต่เด็กหญิงนั้นหายใจหอบแรงมาก ทั้งยังมีไข้ด้วย

       ”งั้นหรอ...”

        เสียงของริโอะฟังดูหดหู่

        เขาเพ่งพินิจใบหน้าของเด็กหญิง

        ( เด็กคนนี้....มัน.. คนที่พวกซีเรียกำลังตามหาอยู่นี่! )

        ใช่แล้ว พวก 4 คนที่เจอตรงทางเข้าสลัมหาเด็กคนนี้อยู่ไม่ใช่หรอ ทั้งผมสีม่วงอ่อน ทั้งเสื้อผ้าที่เหมือนพวกขุนนาง

       ”อะ..เอ่อ....”

        เด็กหญิงเรียกริโอะ น้ำเสียงของเธอแค่เปล่งเสียงออกมาก็ดูจะเหนื่อยเต็มกลืนแล้ว

        อาจจะเป็นเพราะอยู่ในถุงมานานจึงทำให้เด็กหญิงรู้สึกคอแห้งมาก

       ”ขอโทษนะคะ ช่วยพาข้าไป....พระราชวังได้ไหมคะ?”

        เด็กหญิงขอร้องด้วยลมหายใจหอบ

       ”พระราชวัง?”

       ”ขอ...ร้องล่ะ ท่านพ่อ...จะให้ของตอบแทนท่านแน่ๆ”

       ”ท่านพ่อ...?”

        น้ำเสียงของริโอะฟังดูไม่อยากทำตามคำขอ

       ”แล้วก็ .... น้ำ”

        เด็กหญิงกระหายน้ำอย่างที่คิด

       ”อย่าเพิ่งขยับนะ นอนแบบนั้นแหละ เดี๋ยวผมไปหยิบน้ำมาให้”

        พูดจบแล้วริโอะก็ตักน้ำที่เย็นชืดจากถังไม้มาให้

        แม้ว่าตอนนี้จมูกของริโอะจะชาจนไม่รับรู้กลิ่นรอบตัวแล้วแต่ภาพโศกนาฏกกรรมตรงหน้าก็ทำให้เขาทำหน้าขยาดได้

        ความรู้สึกคลื่นไส้และขยะแขยงโจมตีริโอะอย่างไม่หยุดหย่อน เขามองไปรอบตัวแล้วคิดกับตัวเองว่าเขามาทำอะไรที่นี่

        ริโอะเทน้ำใส่แก้วไม้ที่เขาใช้ประจำ แล้วถือไปให้เด็กหญิงที่นอนหายใจหอบรวยริน  

       ”อ่ะนี่ น้ำ ค่อยๆ  ดื่มนะ

        ริโอะพยุงตัวเด็กหญิงให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อดื่มน้ำได้ถนัด แล้วยื่นแก้วไม้ให้

        จริงๆ  แล้วควรจะต้องให้คนที่อยู่ในภาวะขาดน้ำดื่มน้ำผสมเกลือ หรือน้ำตาล แต่ในกระท่อมหลังนี้ไม่มีของดีๆ  แบบนั้นหรอก

        เด็กหญิงดื่มน้ำเปล่าอย่างเอร็ดอร่อย

       ”แฮ่ก...อึก อึ้ก แค่ก แค่ก”

        เด็กหญิงสำลักน้ำ ริโอะจึงกล่าวเตือน

       ”ใจเย็นๆ  ไม่ต้องรีบ”

       ”คะ..ค่ะ”

        สาวน้อยตอบด้วยท่าทีเลื่อนลอย  แต่พอได้ดื่มน้ำแล้วจึงค่อยใจเย็นลงและล้มพับไป

        ”ฮะ....เฮ้ย!”

        ริโอะเรียกเด็กหญิงด้วยความร้อนรน แต่ร่างกายของเด็กหญิงไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

       ”สลบ...ไปแล้วเหรอ?”

       

(ต่อครึ่งหลังนะคะ)

        เมื่อคิดดังนั้นเด็กชายจึงหลับตา กลั้นลมหายใจแล้วจับให้เด็กหญิงนอนลง 

        ในขณะนั้นเองก็มีเสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด 

        ริโอะตกใจเสียงนั้นจึงรีบหันขวับไปมอง ด้านหลังของเขามีชายสวมหน้ากากกำลังเดินเข้ามา

        ชายหน้ากากถือมีดไว้ในมือ หมายจะแทงริโอะ 

        โดนฆ่าแน่! ริโอะรับรู้ได้ทันที เขากลัวสุดขีดจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น

        แต่เขาทำใจกล้า ปัดมีดที่อยู่ในมือของชายผู้นั้น 

        ชายปริศนาจึงแทงไม่โดนริโอะ

       ”โธ่โว้ย!”

        เขาทำเสียงตกใจภายใต้หน้ากาก

        ริโอะก็มองมือตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตาเช่นกัน

        การเคลื่อนไหวที่ฮารุโตะเคยฝึกฝนในชาติก่อน ทำให้ร่างกายของริโอะตอบโต้ไปเองตามสัญชาติญาณ

        แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสงสัยเรื่องร่างกายของตัวเอง

        ( เจ้าหมอนี่มันซ่อนตัวมาตลอด?  ทำไมมันต้องมาฆ่าเราด้วย? )

         ริโอะลนลานไปหมด เพราะนี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกในชีวิตของเขา

        ก็ไม่แปลกอะไรหรอก เพราะทั้งชาติก่อนและชาตินี้ เขาไม่เคยมีประสบการณ์ที่จะต้องต่อสู้กับคนที่พกอาวุธมีดมาก่อน

        ริโอะรู้สึกร้อนไปทั้งร่างกาย เสียงหัวใจของเขาเต้นโครมครามจนดังก้องอยู่ในหู

        กลัวจัง แค่ยืนเฉยๆ  ขาก็สั่นแล้ว

        ริโอะกำหมัดด้วยมือที่สั่นระริก ก่อนจะถอยหลังเล็กน้อย

        ชายหน้ากากระแวงที่ริโอะสามารถหลบการโจมตีของเขาได้ จึงกำชับมีดในมือและมองไปทางเด็กชายอย่างไม่วางตา

        ความจริงแล้วการป้องกันตัวเมื่อสักครู่เป็นแค่เพียงความบังเอิญเท่านั้น

        ผู้ชายผู้นี้ดูท่าทางจะไม่ใช่นักฆ่ามือสมัครเล่น ส่วนริโอะก็ยังเป็นแค่เด็ก หากนักฆ่าหน้ากากเอาจริงขึ้นมาแล้วล่ะก็ เด็กชายไม่มีทางชนะเขาได้แน่

        ชายคนนั้นค่อยๆ  ขยับเข้ามาใกล้

        ขืนยังเป็นอย่างนี้ต่อไปหล่ะก็ สู้ต่อไปเราต้องโดนฆ่าแน่ๆ

        หากวิ่งหนีก็คงหนีไม่พ้น เพราะชายคนนั้นทั้งตัวใหญ่กว่าและมีพละกำลังมากกว่า

        แบบนี้มันมืดแปดด้านชัดๆ

        ทันใดนั้นเอง

        (ฮารุโตะ)

        มีเสียงของผู้หญิงดังขึ้นในสมองของริโอะ ถึงจะฟังดูไม่เป็นธรรมชาติแต่ก็เป็นเสียงที่ไพเราะ แต่ฟังดูอิดโรย และทันใดนั้น!

       ”...!”

        ริโอะเบิกตาด้วยความตกใจ 

        เขาเห็นเด็กผู้หญิงผมสีชมพูอ่อนปรากฏกายอยู่ตรงหน้า

        แต่ภาพนั้นปรากฏให้เห็นเพียงชั่วพริบตา แล้วก็หายไป

        ภาพหลอนเราหูฝาด? 

        ริโอะมองดูรอบตัวแต่ไม่เห็นผู้หญิงเมื่อสักครู่เลย

        เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นเรียกเราว่าฮารุโตะนี่?

        ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อที่คนบนโลกใบนี้จะรู้จักสักหน่อย.....

        ริโอะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

        ( ไม่มีเวลาแล้ว โอโดะ...ข้าจะสอนวิธีใช้เวทมนตร์ให้เจ้า ดูแล้วจงจำไว้นะ ) 

        ในหัวของริโอะมีเสียงเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง

        เราได้ยินไม่ผิดจริงๆ  ด้วย!

        ริโอะคิด

       ”วะ...วิธีใช้เวทมนตร์อะไรนะ?!”

        จะอะไรก็ช่างเถอะ อะไรที่ช่วยเราได้ตอนนี้

        ชายสวมหน้ากากตรงหน้าขยับตัวเล็กน้อย ริโอะจึงไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่น

        ( ตั้งสติสิ มีแสง...อยู่ในร่างกายนี่ ใช้แสงเป็นพลังต่อสู้สิ คิดแบบนี้สิ ต้องไม่เป็นไรแน่นอน ฮารุโตะ เจ้าต้องทำได้)

        เสียงนั้นยังคงดังอยู่ในหัวของริโอะ

        เป็นคำอธิบายที่ไม่ค่อยชัดเจน

        แต่ทันใดนั้น ริโอะก็รู้สึกถึงความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

        ( เช่นนั้น......เจ้าจะสามารถเคลื่อนไหวได้เกินขีดจำกัดของร่างกาย จำความความรู้สึกนี้...ได้ไหมเก็บพลังนี้ไว้ ขอโทษด้วย.... ข้า ....ไม่ไหวแล้ว )  

        และแล้ว เสียงนั้นก็หายไป

        ริโอะรู้สึกตกใจในความเปลี่ยนแปลงของตัวเขา แสงที่พุ่งออกมาจากร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และรู้สึกร่างกายเบาขึ้นด้วย

        เด็กชายสัมผัสได้ถึงพลัง ทั้งการมองเห็นและการฟังของเขานั้นเฉียบคมมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เหมือนเขายังได้รับสัมผัสที่ 6 อีกด้วย

        ตอนนี้เขาสัมผัสได้ทุกสิ่งที่ไม่สามารถรับรู้ได้ในภาวะปกติ

        เหมือนที่เสียงปริศนานั้นบอก เขารับรู้ได้ถึงพลัง

        เด็กชายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

        ถึงไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลสักเท่าไร แต่รับรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้พยายามช่วยเขาอยู่

        ตอนนี้เด็กชายรู้เคล็ดลับแล้ว ตอนนี้เขาคงบังคับสถานการณ์ได้ไม่ยาก

        ต่อไปเขาคงจะแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยตัวเอง

        แม้จะไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าของเสียงลึกลับนี้คือใคร และแสงที่ออกมาจากตัวเองคืออะไร

        เขาก็ต้องจัดการกับเจ้าคนชั่วที่อยู่ตรงหน้าก่อน

-----------------------------------------

ฝากติดตามเพจ ตำนานวิญญาณแฟนซี กันด้วยนะคะ ^_^



อ่านเล่มที่ 3 เร็วกว่าใครและอุดหนุนสนพ. ผู้แปล อย่างถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ลิงก์นี้เลย :

https://www.kawebook.com/story/view/137

160-170 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 140-150 บาท/เล่มค่ะ) ^_^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

91 ความคิดเห็น