ตอนที่ 10 : เก็บตัว x ใน x ห้องแคบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

เก็บตัว x ใน x ห้องแคบ


คู่ต่อสู้ของคิลล์คุงเห็นเลโอลีโอบอกว่าชื่อโจเนสเป็นฆาตกรต่อเนื่องสุดโหดที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์เมืองซาบันและเขายังเตือนคิลล์คุงอีกว่าอย่าไปสู้กับตัวอันตรายแบบนั้น


แต่คิลล์คุงก็ไม่ฟังและดึงดันจะสู้


"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เนอะ?"ฉันหันไปยิ้มให้กำลังใจเลโอลีโอ


"ถึงเมย์เดนจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ว่า..."เลโอลีโอทำสีหน้าเป็นห่วง


"คอยดูให้ดีเถอะค่ะ คิลล์คุงต้องไม่เป็นไรแน่"ฉันเสริม


"ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นก็แล้วกัน..."คุราปิก้าพึมพัม


คิลล์คุงและอีกฝ่ายที่ชื่อ...โจเนส? ใช่! โจเนส ชายร่างยักษ์ผิวขาวหัวทองที่หน้าตาคล้ายเอสคนอร์ในเรื่องเจ็ดบา- เอ๊ะ...?


ทั้งสองจ้องหน้ากันสักพักก่อนที่คิลล์คุงจะเริ่มถามคำถาม


"แล้วจะประลองกันแบบไหนล่ะ?"


"ประลองหรอ? เข้าใจอะไรผิดแล้ว...สิ่งที่จะทำต่อไปนี้คือการฆ่ากันต่างหากล่ะ จะการสอบหรือลดโทษ ฉันไม่สนทั้งนั้นแหละ...ถ้าแกแหกปากร้องโอดครวญก็พอแล้ว"คำพูดของโจเนสเล่นเอาฉันเดือดปุดๆ


ฮึ่ม แกต่างหากที่ต้องร้องโอดครวญน่ะไอ้xเอ้ย!?


พวกกอนที่อยู่ข้างๆฉันเมื่อรับรู้ได้ถึงจิตสังหารเบาๆแผ่ออกมาจากตัวฉันก็รู้สึกขนลุกซู่ทันที


"หรอ?"คิลล์คุงตอบไปแบบไร้ความกลัว"โอเค งั้นถ้าใครตายก่อนก็ถือว่าแพ้นะ"


"ใช่ ตามนั้นแหละ...ศพของแกน่ะ ฉันจะใช้มือคู่นี้ฉีกให้เป็นชิ้นๆเลย-"


พียงเสี้ยววินาทีคิลล์คุงไปปรากฎตัวอยู่ข้างๆของโจเนสและจัดการควักหัวใจของเขาออกมา


โจเนสเมื่อเริ่มรู้สึกตัวก็กุมหน้าอกของตัวเอง


"ทำไม...ถึงรู้สึกหนาวแบบนี้...?"เขาถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าก่อนจะหันไปมองคิลล์คุงที่ตอนนี้ไปยืนอยู่ข้างหลังของเขาแล้ว คิลล์คุงจึงชูหัวใจของเขาให้ดู


โจเนสค่อยๆเดินไปหาคิลล์คุงช้าๆเพื่อขอหัวใจของตนคืนหากแต่หัวใจในมือของคิลล์คุงก็ค่อยๆเต้นช้าลงและหยุดไปพร้อมๆกับร่างไร้วิญญาญของโจเนสที่ล้มลง เยี่ยมมากคิลล์คุง!


คิลล์คุงทำตามที่โจเนสพูดคือการนำหัวใจของเขาไปวางบนมือของศพโจเนส


"เอาล่ะ ที่นี้ก็ชนะ4แพ้1 งั้นก็ผ่านตรงนี้ไปได้แล้วใช่มั้ย?"คิลล์คุงหันไปถามสองคนที่เหลือรอดอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม อีกฝ่ายพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว


"แต่ว่าลุงแกยังไม่ทันได้ทำอะไรฉันก็เลยไม่ทันได้สนุก ไม่มาเล่นกันหน่อยหรอ?"คิลล์คุงถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก


อีกฝ่ายรีบส่ายหัวทันที คิลล์คุงจึงเดินกลับมาหาพวกเรา


"หมอนั่น เป็นใครกันแน่?"เลโอลีโอพูดพร้อมกับจ้องคิลล์คุงที่กำลังเดินมาอย่างไม่วางตา


"จริงสิ ยังไม่รู้กันสินะ? คิรัวร์น่ะเขาเป็น1ในหัวกระทิของตระกูลนักฆ่าน่ะ"กอนตอบ


"เอ๊ะ!? น-หนึ่งในหัวกระทิของตระกูลนักฆ่าหรอ?"เลโอลีโอร้องเสียงหลง


"กลับมาแล้ว"คิลล์คุงพูดเมื่อเดินมาถึงเล่นเอาซะเลโอลีโอสะดุ้งเลยทีเดียว


"ยินดีต้อนรับกลับค่ะคิลล์คุง"


"หืม? มีอะไรงั้นหรอ?"คิลล์คุงถามเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของเลโอลีโอ


"ป-ป-เปล่า! คือ...เหนื่อยหน่อยนะครับ"เลโอลีโอหัวเราะแห้งๆ คิลล์คุงมองเขาด้วยความสงสัย


"อ้อ คือว่าเรากำลังคุยเรื่องที่คิลล์คุงเป็นใครอยู่น่ะค่ะ"ฉันตอบไปตามความจริง


"เมย์เดน!? พ-พูดบ้าอะไรของเธอออกไปกันเนี่ย!?"เลโอลีโอร้องโวยวาย


"ก็มันเรื่องจริงนี่คะ?"


"งั้นหรอ?"คิลล์คุงตอบรับอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก


สักพักกำแพงก็เปิดออกให้เราเข้าไปเพื่อพักเก็บตัวในห้องเล็กๆประมามาณ50ชั่วโมงเท่ากับเวลาที่แพ้พนันไป


พวกเราทั้ง5จึงเข้าไปพักผ่อนในนั้น และประตูห้องก็ล็อกปิดลง


"โธ่ๆ ต่อจากนี้ไปต้องใช้เวลา50ชั่วโมงอยู่ที่นี่เท่านั้นเองหรอเนี่ย?"เลโอลีโอพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆพลางเดินไปนั่งที่โซฟาซึ่งมีอยู่ตัวเดียวในห้อง


"คิรัวร์"คุราปิก้าหันไปเรียกคิลล์คุงที่ยืนอยู่ข้างๆ


"หือ?"


"ท่าเมื่อกี้นายทำได้ยังไงงั้นหรอ?"คุราปิก้าถาม


"ท่าเมื่อกี้?"


"นายควักหัวใจอีกฝ่ายได้ในชั่วพริบตาเลยนี่?"


"อ๋อ นั่นน่ะไม่ได้เรียกว่าเป็นท่าอะไรหรอกก็แค่ฉกมาเฉยๆเอง"คิลล์คุงตอบ


"ฉกมางั้นหรอ?"


"ใช่ค่ะ คิลล์คุงแค่เกร็งกล้ามเนื้อของตัวเองเพื่อที่จะได้ฉกง่ายขึ้นแค่นั้นเองแหละค่ะ"ฉันอธิบายประกอบในขณะที่คิลล์คุงเกร็งกล้ามเนื้อที่มือให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่าง


"ล-เล็บมัน..."เลโอลีโอพูดอย่างตกใจเมื่อเห็นเล็บของคิลล์คุงยาวขึ้น


"สุดยอด!"กอนชม


"เห็นแบบนี้ แต่มือของคิลล์คุงน่ะคมยิ่งกว่ามีดเสียอีกนะคะ"ฉันยิ้มภูมิใจยิ่งกว่าเจ้าของมือ


"จะปีศาจฆาตกรหรืออะไรก็ช่าง สุดท้ายก็แค่ผู้ใหญ่คนนึงส่วนฉันมันอดีตโปร แต่ว่าพ่อฉันทำได้เนียนกว่าฉันอีก ตอนที่ฉกน่ะนะเลือดไม่ออกเลยสักหยดเดียว"คิลล์คุงพูด


"น-น่าพึ่งพาได้ซะจริงเลยนะ"เลโอลีโอพูดเสียงสั่น


"ว่าแต่...เหลือเวลาอีกตั้ง2วันกว่าๆแหน่ะ"คิลล์คุงพูดพลางมองไปยังนาฬิกาที่นับถอยหลังอยู่บนพนัง


"มีความคิดอะไรงั้นหรอคิรัวร์?"กอนถามด้วยความสงสัย


"กอนเองก็มาสำรวจห้องกันเถอะว่ามีอะไรสามารถฆ่าเวลาได้บ้าง"คิลล์คุงชวน


"อื้อ!"


ทั้งสองคนจึงวิ่งสำรวจไปรอบๆห้อง


"ให้ตาย เป็นเด็กที่ร่าเริงกันเหลือเกินนะ"เลโอลีโอพึมพัม


ส่วนฉันก็หาที่นั่งและหยิบหนังสือในห้องขึ้นมาอ่านไปพลางๆ


...


"จะว่าไปเธอน่ะ..."เลโอลีโอที่นอนเล่นอยู่บนโซฟาทักฉันที่กำลังนั่งดูวกคิลล์คุงเล่นกันอยู่


"คะ?"


"ไม่เบื่อบ้างเลยหรือไง? อีกอย่างเธอเองก็เป็นเด็กผู้หญิงนะ ไม่รู้สึกอยากกลับบ้านไม่ก็อยากออกไปจากที่นี่บ้างหรอ?"เลโอลีโอถาม


"นั่นน่ะสิ จะว่าไปฉันก็สงสัยมาสักพักนึงแล้ว เมย์เดน...เธอน่ะเป็นใครกันแน่ ทั้งเรื่องพละกำลังที่มหาศาลเกินกว่าเด็กผู้หญิงทั่วไปแล้วก็เรื่องที่รู้เรื่องเกี่ยวกับคิรัวร์ที่เป็นนักฆ่ามากๆอีก"คุราปิก้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆฉันเสริม


"เฮ้อ คุณคุราปิก้าคะ...ไม่มีใครเคยสอนคุณเรื่องห้ามพูดกับเด็กผู้หญิงว่าเธอแรงเยอะหรืออะไรแบบนั้นหรอคะ?"ฉันหันไปมองชายหน้าสวยข้างๆอย่างเอือมๆ


"ท-โทษที ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น"อีกฝ่ายรีบขอโทษทันทีเมื่อรู้ว่าถามเรื่องที่เสียมารยาทลงไป


"ไม่เป็นไรค่ะ แต่เรื่องที่ฉันเป็นใครน่ะยังไม่ถึงเวลาที่พวกคุณรู้หรอก ส่วนที่เบื่อไหมก็ใช่ว่าไม่เบื่อนะคะ แต่ว่า...ต่อให้เป็นโลกที่ล่มสลายหรือไม่ว่าในสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องที่เลวร้ายขอแค่มีคิลล์คุงอยู่ที่นั่นฉันก็คิดว่ามันเป็นที่ที่วิเศษแล้วล่ะค่ะ"ฉันตอบยิ้มๆ


"โห? เธอเนี่ยคงจะชอบคิรัวร์มากเลยสินะ"เลโอลีโอพูดด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย


"ล่ะมั้งคะ? แฮะๆ คิลล์คุงน่ะถือว่าเป็นคนสำคัญมากๆคนนึงของฉันเลยล่ะค่ะ"ฉันหัวเราะแก้เก้อ


"อ้าว...คิรัวร์ จู่ๆทำไมหน้าถึงแดงล่ะ? ไม่สบายหรือเปล่า?"เสียงกอนดังขึ้นเรียกความสนใจจากเราทั้ง3คน เมื่อหันไปมองก็พบว่าคิลล์คุงที่กำลังเล่นกับกอนอยู่ๆก็ชะงักลงราวกับสมองหยุดทำงาน


"เฮ้ คิรัวร์! ยังอยู่ไหม?"กอนสะกิดเรียกคิลล์คุงเบาๆ


"อ-เอ๊ะ!? เออๆ อย่าพูดเสียงดังนักได้ไหมเล่า!"คิลล์คุงที่เพิ่งรู้สึกตัวรีบปิดปากกอนไว้ทันทีก่อนจะหันหน้ามาหาพวกเรา3คน"พ-พวกนาย มองอะไรกัน?"


"เปล่า"เลโอลีโอเสหน้ามองไปทางอื่น


"โทษทีๆ"คุราปิก้ายิ้มแหยๆ


"แอบฟังคนอื่นเขาคุยกันแบบนี้มันเสียมารยาทนะคะ"ฉันยิ้มแซว


"ก-ก็ช่วยไม่ได้นี่! ห้องมันเล็กจะตาย...พวกนายก็ช่วยพูดกันเบาๆหน่อยได้ไหมเล่า!?"คิลล์คุงรีบแก้ตัวด้วยใบหน้าแดงเถือก


"เราก็คุยกันเบาๆแล้วนะคะ คิลล์คุงนั่นแหละที่หูดีเกินไป....ใช่มั้ยคะคุณเลโอลีโอ?"ฉันหันไปถามความเห็นของเลโอลีโอ อีกฝ่ายจึงทำหน้าประมาณว่า'อย่าโยนระเบิดให้กันแบบนี้เซ่!'


"เอ๊ะ? อ่า...อื้ม!?"เลโอลีโอพยักหน้าอย่างงงๆ


"..."คิลล์คุงที่หน้าแดงอยู่มองฉันด้วยสายตาเอาเรื่อง ฉันจึงได้แต่ส่งยิ้มแบบไม่รู้สึกรู้สาไปให้


"เฮ้อ...นี่ฉันต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหนกันล่ะเนี่ย!?"คิลล์คุงเปลี่ยนเรื่องก่อนจะหันไปเล่นกับกอนต่อ


เถียงไม่ได้เลยเปลี่ยนเรื่องเอางั้นหรอเนี่ย...น่ารักจัง?


...


50 ชม.ต่อมา


ประตูได้ถูกเปิดออกและกอนเป็นคนแรกที่รีบวิ่งออกนอกห้องไป


...


"แฮ่กๆ"เลโอลีโอหอบพร้อมกับบ่นเสียงแหบว่า"วิ่งมาครึ่งชั่วโมงดันวนมาที่เดิมเนี่ยนะ!?"


ก็จริง...หลังจากที่เราออกมาจากห้องนั้นแล้วเราก็เดินวนมาสักพักใหญ่ๆแต่สุดท้ายก็วนมาที่เดิมทุกที


"ว่าแล้วเชียว...เดินลงบันไดเมื่อกี้ไปก็สิ้นเรื่อง"คิลล์คุงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


"พูดมากน่า! ก็ทุกคนลงความเห็นกันมาแบบนี้ไม่ใช่หรือไง!?"เลโอลีโอหันหน้าไปบ่นคิลล์คุงด้วยความเหลืออด


เราจึงเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ทั้งขี่รถขุดเหมือง ทั้งวิ่งผ่านทางที่จะหล่นลงไปทุกเมื่อที่เราเหยียบหรือแม้กระทั่งหนีตายจากหินก้อนยักษ์ที่กลิ้งตามมา...


"ฝุ่นเต็มตัวไปหมดเลยแฮะ..."คิลล์คุงพูดอย่างเซ็งๆหลังจากที่เราหนีมาจากหินยักษ์พ้น


"ต้องรีบแล้วล่ะ! เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียวเอง"เลโอลีโอพูดด้วยน้ำเสียงปนหอบพลางจ้องไปที่นาฬิกาบนข้อมือ


เมื่อมองไปข้างหน้าเราก็พบกับประตูที่มีจอแปะอยู่'จะเปิดประตูหรือไม่?'


วงกลม'เปิด'

กากบาท'ไม่เปิด'


'วงกลม 4 กากบาท 1'


"ใครมันไปกดกากบาทได้ฟระเนี่ย!?"เลโอลีโอร้องออกมาด้วยความหงุดหงิด


"เลโอลีโอขอโทษนะ...พอดีฉันกดผิดปุ่มเองแหละ"กอนพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด


"กอนเองเรอะ!? เฮ้อ...ไม่เป็นไร"เลโอลีโอถอนหายใจออกมาเบาๆ


"ขอโทษจริงๆนะ..."


"ไม่เป็นไรหรอกน่า เมื่อกี้ฉันแค่อารมณ์ร้อนไปเองก็เท่านั้น"เลโอลีโอคลี่ยิ้มบางๆ


"นั่นน่ะสิคะ คนเราเองก็มีผิดพลาดกันได้บ้าง"ฉันหันไปปลอบกอน


"ขอบใจนะเลโอลีโอ! เมย์เดน!"กอนยิ้มกว้าง


"เฮ้ย ประตูเปิดแล้วนะ"คิลล์คุงมองมาที่พวกเราอย่างเซ็งๆก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง จากนั้นจึงโผล่หน้าออกมา"นี่! รู้สึกว่าเราจะใกล้มาถึงเส้นชัยแล้วล่ะ!?"


"เอ๊ จริงหรอ!?"กอนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องโดยมีพวกเรา3คนตามเข้าไปติดๆ


เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่ามีประตูอยู่2บาน มีรูปกากบาทสีแดงวาดไว้อยู่บนประตูบานแรก และประตูบานที่สองเป็นรูปวงกลม มีรูปปั้นหญิงสาวที่เหมือนโดนขึงไว้ด้วยหนามอยู่ข้างบนตรงกลางคั่นระหว่างสองประตู


และเมื่อมองดีๆแล้วมีจอมอร์นิเตอร์ที่ปิดสนิทและป้ายเขียนบอกว่า'ตรงนี้คือที่ตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย เตรียมใจมาคั่นกลางร้อมแล้วใช่ไหม กดวงกลมหรือกากบาท'ติดอยู่บนผนังด้านล่างของรูปปั้นด้วย


"ต้องเตรียมใจด้วยหรอ? ต้องกดวงกลมอยู่แล้วสิ!"เลโอลีโอพูด เราจึงกดตัวเลือกลงบนนาฬิกาพร้อมกัน


จอมอร์นิเตอร์แสดงผลว่า'วงกลม 5 กากบาท 0'


'ถ้าอย่างงั้นเชิญเลือกทางได้เลย...'มีเสียงของผู้คุมสอบดังมาจากทางรูปปั้นหญิงสาว'ตัวเลือกมีอยู่2ข้อคือทางที่ยาวแล้วก็ยากลำบากแต่ว่าไปได้พร้อมกัน5คนส่วนอีกทางก็คือทางที่สั้นและง่าย ซึ่งไปได้เพียง3คน นอกจากนี้ทางที่ยาวแล้วก็ยากลำบากต่อให้ไปเร็วแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาถึง45นาที ส่วนทางที่สั้นและง่ายใช้เวลาไปเพียงไม่ถึง3นาทีก็จะไปถึงยังเส้นชัย'


'ถ้าเลือกทางที่ยาวขอให้กดวงกลมแต่ถ้าเลือกทางที่สั้นขอให้กดกากบาท กรณีที่เลือกกากบาทประตูจะเปิดก็ต่อเมื่อมีคน2คนถูกจับใส่กุญแจมือที่อยู่ติดไว้กับผนังห้อง 2คนที่ถูกจับไว้จะไปจากที่นี่ไม่ได้จนกว่าเวลาจะหมดลง'


"ผู้คุมสอบเตรียมของไว้ให้พร้อมเลยนะ...มีอาวุธจากทุกยุคทุกสมัยไว้ให้ใช้ครบเลย"คิลล์คุงพูดพลางกวาดสายตามองไปยังอาวุธที่ติดอยู่ทั่วทุกมุมบนผนัง


"ก็หมายความว่าให้สู้กันจาก5คนจนเหลือ3คนอย่างงั้นสินะ?"คุราปิก้าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


"เอาเป็นว่าฉันขอบอกเอาไว้ก่อนเลยก็แล้วกัน...ฉันจะเลือกกากบาทแล้วก็ไม่คิดจะติดแหง็กอยู่ที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนฉันต้องเป็น1ใน3คนสุดท้าย"เลโอลีโอพูด


"เดี๋ยวก่อนสิ! ฉันจะเลือกวงกลม..."กอนโพล่งออกมา"...ก็พวกเราอุตส่าห์มากันได้ถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องไปด้วยกัน5คนสิ!"


"ถึงมันจะมีโอกาสทั้งได้และเสียแต่ฉันอยากจะลองเสี่ยงกับมันดู"


"นี่ๆ ถึงนายจะว่าอย่างงั้นก็เถอะ...แต่เรามีเวลาถึงชั่วโมงซะที่ไหนกันล่ะ?"คิลล์คุงพูดพลางชูนาฬิกาให้กอนดู"กอน...เลือกได้อย่างเดียวเท่านั้นแหละถ้านายอยากสอบผ่านน่ะนะ"


"เขาพูดถูกแล้วล่ะ"เลโอลีโอเสริม


"เหลือก็แต่จะใช้วิธีไหนให้เลยกันสามคน แต่ฉันก็หวังว่าอยากให้นายเป็น1ในนั้นเหมือนกัน"คิลล์คุงพูดต่อด้วยท่าทีสบายๆ


"เดี๋ยว แล้วดิฉันล่ะคะ?"ฉันหันไปขอความเป็นธรรมจากคิลล์คุงทันที นี่เขาอยากให้ฉันเป็น1ใน3ด้วยหรือเปล่าเนี่ย?"จะว่าไปอาวุธพวกนี้นี่ก็พอดีมือเหมือนกันนะคะเนี่ย"ฉันพูดพลางลองจับอาวุธต่างๆในห้องมาควงเล่น


ก่อนจะหยิบขวานขึ้นมาฟาดไปที่กำแพงเบาๆราวกับแอบส่งสัญญาญไปให้กอน


ปัง!


กำแพงได้รับความเสียหายอย่างง่ายดาย...


"ดูเหมือนว่ากำแพงที่นี่มันก็ไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้นเหมือนกันนะคะ"ฉันพูดลอยๆ


"อ๊ะ!? ฉันนึกออกแล้ว!"กอนร้อง


...


ครืด...


ประตูได้เปิดออกปรากฏร่างของคิลล์คุง ฉันและกอนเดินออกมาด้วยท่าทีสบายๆ โดยมีคุราปิก้ากับเลโอลีโอเดินตามมาด้วยติดๆ


'ลำดับที่21หมายเลข99คิรัวร์ ลำดับที่22หมายเลข101เมย์เดน ลำดับที่23หมายเลข405กอน ลำดับที่24หมายเลข404คุราปิก้า และลำดับที่25หมายเลข403เลโอลีโอ ใช้เวลาทั้งสิ้น71ชั่วโมง59นาที'


"เชอะ เจ็บชะมัดเลย!"คิลล์คุงบ่น


"ไม่นึกเลยว่าทางที่สันและง่ายจะเป็นกระลื่นหล่นลงมาพรวดเดียวเลยแบบนี้"คุราปิก้าพูด


"เรามาทันหวุดหวิดเลยนะเนี่ย?"กอนหันไปพูดกับคุราปิก้าและเลโอลีโอ


"เฮ้อ...นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว"เลโอลีโอถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า


"มือฉันถลอกปอกเปิกไปหมดเลยล่ะ"คุราปิก้าเสริม


"ถึงมือจะถลอกไปหน่อยก็เถอะแต่ว่าในที่สุดเราก็ออกมาจากหอคอยได้พร้อมกัน5คนได้แล้ว! เพราะได้กอนช่วยไว้แท้ๆเลยนะ"เลโอลีโอพูดด้วยน้ำเสียงดีใจพลางลูบหัวกอน


วิธีที่ทำให้เราออกมาพร้อมกัน5คนได้เป็นเพราะแผนของกอน เราตัดสินใจเลือกวงกลมที่เป็นทางยาวและเดินเข้าไปใช้ขวานที่มีอยู่ในห้องช่วยกันทำลายกำแพงที่กั้นไว้ระหว่างทางที่ยาวกับทางที่สั้นกินเวลาไป50นาทีเลยทีเดียว


"จะว่าไปถ้าเธอต่อยกำแพงไปสัก2-3หมัดก็น่าจะประหยัดเวลาและไปได้ง่ายๆแล้วแท้ๆไม่ใช่หรือไง?"คิลล์คุงหันมาพูดกับฉัน


"เมื่อกี้ว่าไงนะคะ?"


"ก็บอกว่-"


"คิลล์คุง...ฉันไม่อยากจะลงมือทำร้ายคุณหรอกนะคะเพราะฉะนั้นช่วยหุบปากของคุณไปด้วยค่ะ"ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก


"ท-โทษที ฉันลืมไปว่าเธอไม่ค่อยชอบให้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้"คิลล์คุงหน้าซีด เหงื่อตก


"ไม่ได้ไม่ชอบแต่เกลียดเลยล่ะค่ะ..."


"อ-อืม แต่ว่าก็น่าจะช่วยกันทำลายกำแพงบ้างสิ"คิลล์คุงพูดต่อ


"ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวมือน้อยๆบอบบางของฉันจะถลอกเอา อีกอย่างไม่มีสาวน้อยคนไหนยกขวานหนักๆแบบนั้นได้หรอกค่ะ"ฉันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ


"ก็เธอไง- อ๊ะ โทษที..."เมื่อรู้ตัวว่าเกือบจะเผลอพูดอะไรไม่ดีลงไปอีกคิลล์คุงจึงรีบปิดปากของตนเองไว้และหันไปหาพวกกอนแทน


แหม...เกือบอายุสั้นแล้วไงคะคิลล์คุง ถึงจะเป็นคิลล์คุงก็เถอะแต่ถ้าพูดเรื่องอะไรโหดร้ายแบบนี้กับฉัน ฉันก็โกรธนะ!


'สิ้นสุดการสอบในรอบที่3 มีผู้สอบผ่าน26คน1ในนั้นเสียชีวิต...'


จะว่าไปตอนนี้ทอมป้าจะเป็นตายร้ายดียังไงแล้วนะ?





TBC.
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #275 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    คิรัวร์กลัวหรอ555
    #275
    0
  2. #42 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 00:19
    .....สมาคมพ่อบ้านใจกล้ายินดีต้อนรับ 55555
    #42
    0
  3. #41 นัnอ่าnlงา_Bk (@099987606543) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:34
    คิรัวร์เราว่าเราเห็นอนาคตนายแล้วละ5555555
    #41
    0
  4. #40 _ZIN (@_ZIN) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 21:19
    ยังไม่เเต่งก็กลัวเมียละรึคิรัวร์~
    #40
    0
  5. #39 Vprince95 (@08110608) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 19:26

    นั่นไง! ส่อแววแล้วนะคิรัวร์ซัง5555

    #39
    0
  6. #38 Lich_Cin (@Lichcin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 19:17
    มาต่อได้ไหม วันละ10 ตอนเป็นไง~~~
    #38
    2
    • #38-1 Kumade_May (@Mo-MayThana) (จากตอนที่ 10)
      24 มีนาคม 2562 / 19:28
      ขอโทษจริงๆค่ะ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นไรท์คงต้องนอนลงไปคุยกับรากมะม่วงแล้วล่ะค่ะ555 แต่จะพยายามลงทุกวันตอนประมาณ6โมงเย็นนะคะ^^
      #38-1
  7. #37 asoppp36 (@asoppp36) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 18:26

    เกือบไม่รอดแล้ว คิลคุง 555
    #37
    0