จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 11 : ❀ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    12 พ.ค. 61








-ดอกไม้ดอกที่ 11-

 

 

งาน  Wedding Fair

ตึก XYZ

13.39 น.

 

 

            วันนี้...เป็นวันที่  พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่รอคอยมานาน  และจากที่รู้สึกตื่นเต้น  รวมถึงอยากโชว์ฝีมือในการตกแต่งดอกไม้ประดับบูธของโรงแรม  ก็กลับกลายเป็นต้องมารู้สึกเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด  และไม่อยากถูกเลือกให้มาทำงานนี้อีกแล้ว  เนื่องจากมันทั้งเพลีย  ทั้งง่วงนอน  เพราะทางผู้จัดงานได้เปิดสถานที่ให้เข้ามาจัดบูธของตัวเอง  ก็เป็นเวลาค่ำมากแล้ว  และกว่าพวกเขาจะจัดดอกไม้เสร็จ  ก็เกือบเช้า  แถมวันนี้...ยังต้องมาที่งานตามคำสั่งของหัวหน้าแผนก  เหมือนอย่างที่ได้ตกลงกันไว้

 

            พิธีเปิดงานเสร็จสิ้นไปเมื่อเช้าประมาณ  10.00 น. และหลังจากนั้น  ก็ถึงเวลาที่บ่าวสาวในอนาคตจะเดินเลือกแพ็คเกจงานแต่งงานอย่างที่คนทั้งคู่ได้วาดฝันไว้  งานจะถูกจัดขึ้นสองวัน...และวันนี้ฮีชอลก็เลือกให้เซฮุนกับฮานิ  มาอยู่ประจำบูธเพื่อคุยกับลูกค้าถึงเรื่องของดอกไม้ที่จะใช้ตกแต่งในงานแต่งงานเมื่อลูกค้าตกลงจองแพ็กเกจกับทางโรงแรม  ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมด  ก็จะมีฝ่ายขาย  เข้ามาคุยรายละเอียดต่างๆให้ลูกค้าทราบอีกครั้ง  พร้อมทั้งวางมัดจำทันทีเมื่อลูกค้าวางใจให้ทางโรงแรมของเราเป็นผู้จัดงานแต่งงานให้

 

            “พี่ฮีชอลลล...หนูขอไปเดินดูรอบๆงานหน่อยได้ไหมคะ”

 

            “อยากเดินดูงาน  หรืออยากเดินดูผู้ชายกันแน่จ๊ะ  ยัยฮานิ!!

 

            “ไปดูงานจริงๆค่ะ  ไปกับเซฮุน”

 

            “จะไปก็ไป  แต่อย่าไปก่อเรื่องที่ไหนล่ะ”

 

             “ค่าาาาาา  คุณแม่!!

 

              คนถูกเอ่ยชื่อโดยไม่ได้มีข้อตกลงกับสาวน้อยในแผนกจัดดอกไม้เอาไว้  รีบสายหน้าให้กับความทะเล้นของฮานิอย่างรู้สึกเหนื่อยใจ  แต่ก็ยอมเดินไปดูบรรยากาศรอบๆงานด้วยกัน  เพราะไม่อยากปล่อยให้ฮานิไปคนเดียว  รวมถึงตัวเขา...ก็อยากเดินไปดูบูธของโรงแรมอื่นเช่นกัน  ว่าจะจัดดอกไม้ออกมาในแบบไหน  และการที่หญิงสาวกับชายหนุ่ม  เดินไปบูธนั้นบูธนี้ด้วยความตื่นตาตื่นใจ  ก็ทำให้พนักงานที่ทำหน้าที่แจกโบชัวร์อยู่ตามบูธ  คิดว่าเซฮุนกับฮานิคือคู่บ่าวสาว  ที่มาเดินเลือกแพ็คเกจงานแต่งงานด้วยกัน  โดยที่ไม่ได้มองชุดที่คนทั้งคู่สวมเลยสักนิด  ว่ามันเป็นชุดของพนักงานโรงแรมที่มาทำงานอยู่ในสถานที่แห่งนี้

 

              และความทะเล้นตามนิสัยของฮานิ  ก็ทำให้เซฮุนอดขำไปกับการกระทำของสาวข้างกายไม่ได้  เพราะไม่ว่าจะเดินผ่านไปบูธไหน  ฮานิก็ยื่นมือไปรับโบชัวร์ไว้แทบทุกบูธ  แถมยังเดินควงแขนเซฮุนไปทั่วงาน  ทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าสาวที่มาเดินเลือกแพ็คเกจงานแต่งงานเสียอย่างนั้น  ทั้งๆที่สายตากลับมองไปยังพนักงานชาย  ที่ยืนทำหน้าที่ต่างๆอยู่หในบูธ  และในขณะที่คนทั้งคู่...เดินเล่นกันอยู่อย่างเพลิดเพลินเพื่อชมบรรยากาศภายในงาน  เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวที่ยังเดินควงแขนเซฮุนไม่ห่าง  กลับดังขึ้นฉุดให้คนทั้งคู่  จำเป็นต้องหยุดฝีเท้าลง

 

Rrrrr!!!


            “คะ...พี่ฮีชอลลล??!


             “กลับมาที่บูธเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!!

 

          และเสียงโวยวาย...ที่ดังลอดออกมานอกเครื่องมือสื่อสารเมื่อฮานิรับสาย  ก็ทำให้คนเป็นเจ้าของเครื่อง  รีบจูงมือเซฮุนเพื่อกลับไปที่บูธของตัวเองทันที  และด้วยความที่กลัวหัวหน้าแผนกจะรอนาน  ฮานิจึงรีบวิ่งและสะดุด  เข้ากับพรมสีแดงที่ทางเจ้าหน้าที่ของงานได้ปูเอาไว้จนหกล้มขาแพลง  เซฮุนค่อยๆประคองร่างคนเจ็บ  เดินกลับไปที่บูธอย่างช้าๆ  เพราะไม่อยากให้หญิงสาวจอมแก่นของแผนกจัดดอกไม้เจ็บมากกว่าไปนี้

 

             ตายแล้วววว...ไปทำอะไรมา  หึ!!...ยัยฮานิ!  แล้วทำไมถึงต้องเดินหิ้วปีกกลับมาแบบนี้”

 

            “เดินสะดุดพรมค่ะ  ก็พี่ฮีชอลโทรมาทำเสียงเหมือนมีเรื่องด่วน  หนูก็เลยรีบวิ่ง  แล้วก็หกล้ม

 

            โอ๊ยยยย!! ฉันอยากจะบ้าตาย  แล้วทีนี้ใครจะช่วยงานฉันล่ะ”

 

            เสียงร้องของหัวหน้าแผนกดังขึ้น  เมื่อเห็นภาพของคนที่ตัวเองเพิ่งอนุญาตให้ออกไปเดินเล่น  กลับมาในสภาพเหมือนคนใกล้ตาย  แต่...คนที่จะตายจริงๆ  ก็คือตัวของหัวหน้าเอง  เพราะหวังจะให้ฮานิช่วยงานบางอย่าง  ที่จำเป็นต้องทำในตอนนี้  วันนี้  และก็เดี๋ยวนี้  แต่สิ่งที่คิดไว้...ก็สลายหายวับไปต่อหน้าต่อตา  เมื่อเห็นเซฮุนประคองร่างหญิงสาวหนึ่งเดียวในแผนก  กลับมาในสภาพแบบนั้น

 

            “มีเรื่องอะไรเหรอครับพี่ฮีชอล  ให้ผมช่วยแทนได้ไหมครับ  เพราะฮานิคงทำไม่ไหวแน่ๆ”

 

            “ถ้าอยากช่วย  งั้นก็...รับปากพี่ก่อน  ว่าถ้าพี่บอกงานให้ฟังแล้ว  เซฮุนจะช่วยพี่จริงๆ”

 

            “ถ้าไม่บอก...แล้วจะรู้ได้ไงล่ะครับ  ว่าจะทำได้ไหม?”

 

            “ทำได้สิ  งานมันง่ายนิดเดียว  แค่ยืนเฉยๆจนงานเลิก”

 

            “ถ้าแค่นั้น...ผมทำได้ครับ  พี่ฮีชอลไม่ต้องเป็นห่วง”

 

            เมื่อประโยคที่คนอาสาทำงานแทนคนเจ็บพูดจบลง...ฮีชอลก็รีบจูงมือเซฮุนเดินเข้าไปด้านหลังของบูธจัดงานทันที  เพื่อแต่งหน้า  ทำผม  แต่งตัว  และแปลงโฉมให้ลูกน้องในแผนกของตัวเอง  สวยพอที่จะไปยืน  แจกโบชัวร์อยู่หน้าบูธ  แทนคนที่แอบหนีงานไปตอนพักเที่ยง  แล้วไม่กลับมาทำงานอีกเลย  ส่วนเรื่องของเสื้อผ้าหน้าผม  ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับฮีชอล  เพราะทั้งชุด  ทั้งวิกผม  ทั้งส้นสูง  ของทุกๆอย่างได้ถูกเตรียมไว้ให้คนทำหน้าที่แจกโบชัวร์  แล้วตั้งแต่เมื่อวาน  เนื่องจากชุดที่ใส่ทำงานในรอบเช้า  ต้องไม่ซ้ำกับรอบบ่าย

 

และดี...ที่รูปร่างของเซฮุน  สามารถใส่ชุดที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้  ได้พอดี (-;

 

            เดรสสั้นแบบเกาะอก  ผ้าลูกไม้สีขาว  ถูกมือของหัวหน้าแผนกสวมกับให้ลูกน้อง ที่ตอนนี้ทำหน้าบอกบุญไม่รับอย่างเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้  เพราะมันรู้สึกทั้งอาย  ทั้งเขิน  เมื่อรู้ว่าต้องมาทำงานแจกโบชัวร์อยู่หน้าบูธ  แทนคนหนีงานและแทนคนที่หกล้มจนขาแพลง  และตอนนี้...เซฮุนก็กำลังนั่งให้พี่แผนกฝ่ายขายแต่งหน้าต่อ  เมื่อสวมชุดที่สั้นมากจนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งช่วงล่าง  แถมถุงน่องยังทำให้รู้สึกคันจนน่ารำคาญ  และเมื่อสวมวิกผมยาว  พร้อมกับหาสิ่งของบางอย่างมาใส่ไว้ตรงส่วนหน้าอก  เพื่อให้มันดูมีส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น  แล้วสวมรองเท้าส้นสูง  ก็เป็นอันเสร็จการแปลงโฉมให้เซฮุน

 

            “เสร็จแล้ว!!!  สวยมากๆเลยน้าาาาา...เซฮุน

 

            “ไม่ต้องมาชมเลยครับพี่ฮีชอล...ผมอายจะตายอยู่แล้ว  ปีหน้าไม่เอาแล้วนะครับ

 

            “ครั้งนี้ครั้งเดียว...เซฮุนช่วยพี่หน่อยนะ  พี่ไม่อยากโดนไล่ออก  และคราวหน้าก็จะไม่มีแบบนี้อีกแล้ว  พี่สัญญาเลย

 

             ครับๆผมเข้าใจ...เรารีบไปทำงานกันเถอะครับ”

 

...


 

...


 

...


 

            ฮีชอลพาคนที่ตัวเองนั่งแปลงโฉมอยู่นาน  ออกมาจากห้องแต่งตัว  และเดินตรงไปที่หน้าบูธของทางโรงแรมทันทีเพื่อทำหน้าที่ที่มากกว่าแค่การจัดดอกไม้  เซฮุนยืนแจกโบชัวร์ไปเรื่อยๆ  และจำนวนคน...ที่เข้ามาเดินอยู่ในงาน  Wedding Fair  ก็เยอะมากกว่ารอบเช้าเสียอีก  ตาเรียวคู่สวยของคนที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีขาว  เห็นคู่รักที่เดินควงกันมาเพื่อดูแพ็กเกจงานแต่งงาน  แล้วก็อดที่จะยิ้มตามไปกับภาพที่เห็นไม่ได้  เพราะแต่ละคู่...ที่เดินผ่านไปผ่านมา  หรือที่หยิบโบชัวร์ไปจากมือของเขา  ต่างก็ดูมีความสุขและพร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจริงๆ

 

และรอยยิ้มหวานๆ...ของคนที่ทำหน้าที่แจกโบชัวร์อยู่หน้าบูธ  ก็ทำให้หนุ่มลูกครึ่ง  หน้าตาดี  และเป็นถึงเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงอีกหนึ่งแห่งในงานนี้  จำเป็นต้องเดินเข้ามาทำความรู้จัก  อย่างห้ามใจเอาไว้ไม่ได้

 

            “สวัสดีครับ  จำผมได้ไหม?  แต่ผมจำคุณได้นะ!  ถึงคุณณณ...จะแต่งตัวแบบนี้ก็เถอะ

 

            “เอ่อออ  จะ...จำได้ครับ  แล้วเรื่องวันนั้น  ผมก็ต้องขอบคุณมากเลยนะครับ  ที่ช่วยผมเอาไว้  และก็ต้องขอโทษแทนพี่จงอินด้วยที่เสียมารยาท”

 

            เมื่อรู้ว่าคนที่เดินเข้ามาทักทายตัวเองเป็นใคร...เซฮุนจึงรีบเอ่ยขอบคุณ  พร้อมทั้งขอโทษ  กับเหตุการณ์ที่ใครอีกคนทำเรื่องที่ดูเป็นการเสียมารยาทออกไปเมื่อหลายวันก่อนที่ร้านหนังสือ  แต่การเจอกับผู้ชายคนเดิมอีกครั้งวันนี้...ในสภาพที่เขาแต่งตัวคล้ายผู้หญิง  มันก็ทำให้รู้สึกอาย  จนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

 

            “คุณณณ...กับงอิน  เป็นแฟนกันเหรอครับ  เพราะดูท่าทางเขาจะหวงคุณมากๆเลย

 

            “ไม่ใช่ครับ  ไม่ใช่!!!!  ผมกับพี่จงอินไม่ได้เป็นแฟนกันครับ!!”

 

            “งั้น...ผมขอแนะนำตัวเลยนะครับ  ผม อู๋  อี้ฟาน  เป็นเจ้าของโรงแรมที่ตั้งบูธอยู่ทางฝั่งนู้น  หรือจะเรียกผมสั้นๆว่า คริส ก็ได้นะครับคุณ.......

 

            “เอ่ออ...ผม โอ เซฮุน ครับ  เป็นพนักงานจัดดอกไม้ของทางโรงแรม  คะ..คือพอดีคนทำหน้าที่แจกโบชัวร์ลาป่วยกะทันหันครับ  ผมเลยต้องมาทำหน้าที่นี้แทน

 

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณ โอ เซฮุน แล้ววันนี้...คุณก็สวยมากจริงๆ (จุ๊บ)”

 

            “.....!!!

 

            “แล้วพบกันใหม่นะครับ...คุณเซฮุน”

 

            ถูกคนที่แนะนำตัวเองว่าเป็นเจ้าของโรงแรม  จูบลงบนมือ  แบบไม่ทันได้ตั้งตัว  และด้วยการใส่รองเท้าที่มีความสูงถึงห้านิ้ว  ก็ทำให้เซฮุนไม่กล้าที่จะขยับตัวหนีการถูกจู่โจมได้อย่างใจนึก  เนื่องจากกลัวขาพลิกหรืออาจทำให้หกล้มได้  เซฮุนมองตามเจ้าของรอยจูบที่เดินหายไปกับฝูงชนในงานเมื่อแนะนำตัวเองเสร็จด้วยความรู้สึกสงสัยปนตกใจ  เพราะไม่คิดว่าชายคนนั้น...ก็เป็นเจ้าของโรงแรม  เหมือนกับที่จงอินเป็น  แถมการเข้ามาทักทายอย่างถึงเนื้อถึงตัว  ด้วยการจูบแบบนั้น  ก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น  เซฮุนพยายามยืนทำหน้าที่แจกโบชัวร์ต่อไป  เมื่อเริ่มประคองสติให้กลับมาเหมือนเดิมได้  และหยุดคิดเรื่องของชายคนนั้นเอาไว้ชั่วครู่

 










 









14.19 น.

 

            และอีกหนึ่งเจ้าของโรงแรม...ที่มีบูธอยู่ในงาน  wedding fair   ก็เพิ่งเดินทางมาร่วมงานในตอนบ่าย  เพื่อดูทั้งความเรียบร้อยของบูธตัวเอง  รวมถึงอยากพบใครบางคน...ที่ได้รับหน้าที่ให้มาจัดดอกไม้ในงานนี้  แต่เมื่อมาถึง...กลับไม่ได้เดินไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้สักที  เพราะต้องหยุดแวะทักทายเจ้าของโรงแรมท่านอื่นๆ  ที่บังเอิญพบหน้ากันในระหว่างการเดินไปที่บูธของตัวเอง  วันนี้เป็นวันที่เจ้าของโรงแรม  หรือผู้บริหารระดับสูง  ในด้านธุรกิจการโรงแรม  ต้องมาร่วมเปิดพิธีในงานตอนเช้า 

 

และการที่...เจ้าของโรงแรม  ผู้มีอายุน้อยที่สุดอย่างเขา  ไม่ได้มาร่วมพิธีเปิดด้วยนั้น  ก็เป็นเพราะอยากให้คนที่เป็นผู้ใหญ่  ทั้งในด้านวัยวุฒิและคุณวุฒิ  ได้ทำหน้านี้

 

            คิม  จงอิน  กล่าวทักทายผู้บริหารโรงแรมท่านอื่นอย่างอ่อนน้อม  พร้อมทั้งคุยเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสายงานของตัวเองไปด้วย  แต่...ไม่ได้เข้าไปร่วมวงสนทนาที่ห้องรับรองที่ทางผู้จัดงานเวดดิ้งแฟร์เตรียมไว้ให้  ตามที่เจ้าของโรงแรมท่านอื่นเรียนเชิญ  เพราะตอนนี้...เขามีคนที่อยากพบหน้ามากกว่าการเข้าไปนั่งคุยเรื่องเครียดๆ  กับผู้ใหญ่ในวงการธุรกิจ

 

            เจ้าของกายสีน้ำผึ้งในชุดสูทราคาแพง  รีบเดินไปที่บูธตัวเองทันที  เมื่อทักทายเจ้าของโรงแรมท่านอื่นเสร็จ  แต่...ยังไม่ทันได้เดินไปถึงไหน  ขาทั้งสองข้างก็เปลี่ยนจากการเดินอย่างรวดเร็ว   เป็นการเดินอย่างช้าๆ  แล้วหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่  เพราะสายตาคม  เห็นคนที่ตัวเองเคยมีเรื่องด้วยเมื่อหลายวันก่อน  ยืนอยู่ที่หน้าบูธ  แถมยังคุยอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง  ที่ทำหน้าที่แจกโบชัวร์  จงอินรู้สึกแปลกใจไม่ใช่น้อย  ที่เห็นคนเป็นเจ้าของโรงแรมเหมือนกัน  มายืนจีบสาวในงานนี้  โดยที่ไม่แคร์สายตาคนอื่นเลยสักนิด 

 

แต่จะว่าไป...นิสัยชอบกินไม่เลือกอย่างผู้ชายคนนั้น  ก็คงไม่สนอะไรอยู่แล้ว  ว่าใครจะเป็นของใคร  และเต็มใจหรือไม่ก็ตาม!!?

 

            จงอินยืนมองสถานการณ์ที่เห็นอยู่ไม่ไกลมากนัก  และยังไม่เดินไปที่บูธของตัวเอง  เพราะไม่อยากสร้างปัญหาหรือปะทะอารมณ์กับอี้ฟานในตอนนี้  เจ้าของสายตาคมกริบ  มองการกระทำของคนที่เหมือนเป็นคู่แข่ง  อย่างนึกตำหนิ  เพราะทั้งการพูดคุยที่ดูสนิมสนม  ทั้งความใกล้ชิด  และการจับมือของผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาจุมพิต  ท่ามกลางสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในงาน  มันทำให้อดคิดไม่ได้เลยว่า  อี้ฟานคงนัดหญิงสาวคนนี้ไปต่อที่อื่นแน่ๆ  แล้วท่าทางของคนที่ถูกรอยจูบอาบยาพิษประทับไว้ที่มือ  ก็ดูจะไม่ปฏิเสธและไม่อายสายตาของคนอื่นเช่นกัน

 

            จงอินยอมรับ...ว่าหญิงสาวที่ทำหน้าที่ยืนแจกโบชัวร์อยู่หน้าบูธของตัวเองสวยมากจริงๆ  เพราะขนาดเห็นเพียงแค่ด้านข้าง  ก็รู้ได้ทันทีว่าสวยแค่ไหน  แถมชุดที่ใส่อยู่ก็โชว์เนื้อหนังมังสา  ล่อตาล่อใจให้คนในงานมองตาไม่กระพริบ  กระโปรงสั้นอวดเรียวขาขาวเนียน  ผมยาวถึงกลางหลังเป็นลอนกำลังดี  และความสวยงามทุกๆอย่าง...มันก็คงล่อให้อี้ฟานเข้ามาติดกับได้ไม่ยากเลยสักนิด  และเมื่อเห็นคนที่ตัวเองนึกตำหนิอยู่ในใจ  คุยกับผู้หญิงคนนั้นเสร็จ  แล้วเดินไปรวมกลุ่มอยู่กับผู้ใหญ่ท่านอื่นในงาน  จงอินก็รีบก้าวขาไปที่บูธของตัวเองทันที  เพราะอยากเห็นหน้าพนักงานจัดดอกไม้ใจจะขาด

 

แต่วันนี้...เหมือนขาของเขา  มันก็จะไม่ค่อยเป็นไปตามกลไกของร่างกายสักเท่าไหร่  เพราะเมื่อหญิงสาว  ที่ยืนแจกโบชัวร์อยู่หน้าบูธ  หันใบหน้าเรียวสวยมาให้เห็นชัดๆ  ขาทั้งสองข้างจึงก้าวต่อไปไม่ไหว

 

                    “(เซฮุน!!!!)

 

            พึมพำได้แค่ในใจ  เพราะมันทั้งโกรธ  โมโห  สงสัย  และไม่เข้าใจ...ว่าทำไม?  คนที่ตัวเองอยากพบหน้ามากที่สุด  ถึงต้องมายืนทำหน้าที่แจกโบชัวร์  แทนการจัดดอกไม้  แล้ว...คนที่มีหน้าที่ทำงานในส่วนนี้จริงๆ  หายไปไหน??  จงอินพยายามตั้งสติ  และเก็บอารมณ์ขุ่นมัวต่างๆเอาไว้  แล้วรีบเดินเข้าไปที่บูธของตัวเองทันที  แต่เหมือน...ยิ่งพยายามควบคุมอารมณ์มากเท่าไหร่  มันก็ยิ่งจะระเบิดออกมามากขึ้นเท่านั้น  เพราะระหว่างทางของการเดินไปที่บูธ  สายตาก็พาลไปเห็นผู้คนมากมายในงาน  เอาแต่มองเนินอกปลอมๆ  และเรียวยาวขาสวยของคนพนักงานจัดดอกไม้!!!

 

และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ...มือนุ่มๆที่เขาเคยสัมผัส  ก็ถูกคนที่เรียกว่าคู่แข่งจุมพิตไปต่อหน้าต่อตา!!!

 

            และเมื่อคนเป็นเจ้าของโรงแรมเดินมาถึงหน้าบูธ...พนักงานทุกคนที่ได้รับมอบหมายให้มาทำงานที่นี่  ต่างก็รีบเข้ามากล่าวทักทาย  แต่...จะมีอยู่คนหนึ่ง  ที่แทบจะไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาจากปากเลยสักคำ  นอกจากการโค้งตัวด้วยท่าทีสุภาพเพื่อเป็นการทักทาย  แล้วหันกลับไปแจกโบชัวร์ตามเดิม  เนื่องจากกลัวสีหน้าที่ดูเคร่งขรึม  รวมถึงแววตาที่ดุดันของคนเป็นเจ้านาย

 

            “คนแจกโบชัวร์ตัวจริงหายไปไหน??!!!

 

            “เอ่อออ คะ...คือ  ไม่ทราบเหมือนกันครับ  พอถึงรอบที่ต้องเปลี่ยนชุดในช่วงบ่าย  เธอก็หายตัวไปเลยครับ  ผมโทรไปก็ปิดเครื่อง  พอโทรไปอีกรอบก็ติดต่อไม่ได้แล้วครับ”

 

            “แล้วคนอื่นไม่มีหรือไง  ถึงต้องให้ผู้ชายมายืนทำหน้าที่นี้!!

 

            “มันฉุกเฉินจริงๆนะครับคุณจงอิน  ตอนแรกผมจะให้ฮานิเป็นคนทำ  แต่ฮานิหกล้มขาแพลง  ผมก็เลยต้องให้เซฮุนทำแทนไปก่อนครับ”

 

            “งั้นวันนี้...ก็ไม่ต้องแจกอะไรทั้งนั้น  แล้วถ้าพรุ่งนี้หาคนมาทำงานไม่ได้  ก็ปิดบูธไปเลย!!

 

            “ขะ...ขอโทษจริงๆครับคุณจงอิน  พรุ่งนี้ผมจะหาคนมาแทนให้ได้  คุณจงอินอย่าไล่ผมออกนะครับ  ผะ....ผม”

 

            คนต้นคิด...เรื่องการให้เซฮุนทำหน้าที่ยืนแจกโบชัวร์อย่างฮีชอล  รีบเอ่ยขอโทษและพยามยามอธิบายเหตุผลที่ตัวเองต้องทำแบบนี้ให้เจ้าของโรงแรมฟัง  แต่เหมือนยิ่งอธิบาย...สถานการณ์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า  ก็ยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม  เพราะจงอิน...ไม่ยอมฟังเหตุผลของเรื่องทั้งหมดยังไม่พอ  แถมยังลากตัวลูกน้องของเขา  ออกไปจากบูธต่อหน้าต่อหน้า  

 

...


 

...


 

...


 

            “ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้  หึ!!  เซฮุน!!!

 

            “ก็อย่างที่พี่ฮีชอลบอกนั่นแหละครับ  เซฮุนไม่ได้อยากแต่งตัวเองสักหน่อย”

 

            พนักงานจัดดอกไม้ที่วันนี้ทำงานเกินหน้าที่  ถูกคนเป็นเจ้านายลากตัวเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัว  ที่ทางผู้จัดงานเตรียมไว้ให้คนที่เป็นเจ้าของโรงแรมทุกคน  เพื่อเอาไว้พักผ่อนหรือเพื่อสังสรรค์กันตามประสาคนทำงานในแวดวงเดียวกัน  มือหนาเหวี่ยงร่างสวยในชุดเดรสสีขาว  ลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลตัวใหญ่อย่างโมโห  และก็ไม่รู้ว่า...โมโหอะไรมากกว่ากัน  ระหว่างเรื่องที่เซฮุนทำเกินหน้าที่  เรื่องที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง หรือเรื่องที่ถูกอี้ฟานดึงมือมาจูบ  และอารมณ์ต่างๆที่ตีรวนอยู่ในอกตอนนี้  ก็ทำให้ยากที่จะควบคุมตัวเองได้

 

            “แล้วทำไมไม่ไปหาคนอื่นมาทำแทน  อยากทำมากนักหรือไง  ถึงได้ยอมให้พี่เขาจับแต่งตัวแต่งหน้า  บ้าบออะไรเนี่ย??!!

 

            “ถ้าพี่ฮีชอลหาได้...เซฮุนก็คงไม่ต้องมาแต่งตัวให้พี่จงอินว่าอยู่แบบนี้หรอกครับ!!  และถ้าว่าจนพอใจแล้ว  เซฮุนจะได้ลงไปทำงานต่อ!!

 

            “อยากลงไปโชว์ขาอ่อนให้อี้ฟานมันเห็นอีกรอบเหรอไง?  อยากโดนมันจูบมากนักใช่ไหม  หึ!!!

 

            “พี่จงอินพูดเรื่องอะไร  เซฮุนแค่อยากลงไปทำงาน  ถ้าพูดกันดีๆไม่ได้  ก็ไม่ต้องพูดกันเลยดีกว่าครับ  เซฮุนขอ  ตะ...ตัว  อ๊ะ!!  พี่จงอินจะทำอะไร!!??  ปล่อยเซฮุนนะ!!

 

แควกกกกก!!!

 

          คนเจ้าอารมณ์...กดร่างสวยให้นอนราบลงไปบนโซฟา  แล้วจัดการกระชากชุดเดรสผ้าลูกไม้  จนซิปฉีกขาดไปตามรอยของตะเข็บ  และกินเข้าไปถึงเนื้อผ้าด้านใน  บาดผิวเนียนขาวของคนใส่อย่างระงับความโกรธเอาไว้ไม่อยู่  จงอินไม่อยากให้คนที่ตัวเองรู้สึกหวง  ลงไปทำงานแบบนั้น  ให้ใครต่อใครเห็นเรือนร่างที่เขาเคยทำมากกว่าแค่การมองมาแล้ว

 





 

            “ชุดขาดแบบนี้...ก็ลงไปทำงานไม่ได้แล้วสิ  หึ!!”  ปากคมยิ้มร้ายเมื่อพูดจบประโยค  แล้วจับใบหน้าเรียวสวยให้หันมาสบตาอย่างผู้มีชัย

 

            “พี่จงอินทำแบบนี้กับเซฮุนทำไม  โกรธอะไรเซฮุนอีก  เซฮุนทำอะไรผิดเหรอครับ??”  สายตาคมดุดันที่เห็นอยู่ตรงหน้า  มันทำให้เซฮุนนึกไปถึงตอนที่คนเป็นเจ้าของโรงแรม  มีเรื่องไม่พอใจอี้ฟานในร้านหนังสือเมื่อหลายวันก่อน  เพราะมันช่างเหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด  มันดูน่ากลัวจนต้องรีบฟุบหน้าลงบนโซฟา  พร้อมกับเอ่ยคำถามเพื่อขอเหตุผลของการถูกกระทำ

 

            “อย่าเข้าใกล้มันอีก  อย่าไปพูด  อย่าไปยุ่งกับคนอย่างมัน  เข้าใจที่พี่พูดไหม??!!!”  กายหนาขึ้นคร่อมร่างของคนที่เอาแต่ก้มหน้างุด  แล้วมือข้างหนึ่งเชยคางมน  ให้ขึ้นมาสบตากัน  ส่วนมืออีกข้าง...ก็กดไหล่บางเอาไว้กับโซฟา

 

            “ขอเหตุผลมากกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ  ไม่อย่างนั้น...เซฮุนคงรับปากไม่ได้  ว่าจะทำอย่างที่พี่จงอินต้องการได้ไหม”  ใช่ว่าอยากยั่วโมโหใครตอนนี้  แต่หลังจากที่เกิดเรื่องในร้านหนังสือเมื่อหลายวันก่อน รวมถึงการที่อี้ฟานเข้ามาแนะนำตัวกับเขาในวันนี้  มันก็ทำให้เซฮุนเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที  แถมเมื่อได้ยินคำสั่งของจงอินเมื่อครู่  มันยิ่งทำให้อยากรู้เหตุผลของความจริงมากขึ้น  ว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่??

 

            “มันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น  บอกให้ทำตามก็ต้องทำ  และถ้าพี่เห็นเซฮุนอยู่ใกล้มันอีก  พี่จับเราขังเอาไว้ในห้อง คอยดู!!”  และจากคำถาม...ของคนที่ไม่ได้คิดจะยั่วโมโหคนเป็นเจ้าของโรงแรม  ก็กลับกลายเป็นการเพิ่มความหงุดหงิดให้ทันทีโดยไม่ได้ตั้งใจ  มือหนาล้วงเข้าไปในกระโปรงสั้นๆของคนใต้ร่าง  และดึงถุงน่องเนื้อบางจนขาด  ด้วยอารมณ์ต่างๆที่กำลังปะทุขึ้นจากการถูกระตุ้นของเซฮุน

 

            “พี่จงอินอย่านะ  หยุดเดี๋ยวนี้!!!  ไม่อ๊ะ!!

 

            เป็นอีกครั้งที่พนักงานจัดดอกไม้ไม่อาจสู้แรงของคนเป็นเจ้านายได้เลย  และต้องปล่อยให้ตัวเองเป็นเครื่องระบายอารมณ์ของคนเอาแต่ใจอย่างห้ามความรู้สึกไม่ได้  จิตใจมันเหมือนต่อต้าน  แต่ร่างกายกลับอ่อนระทวยไปกับการถูกปรนเปรอให้อย่างมีชั้นเชิง  มันทั้งเร้าร้อนและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน  จนเผลอแอ่นอก  ขยับกายไปตามจังหวะของคนที่มากประสบการณ์มอบให้

 

            “อื้มมมม   ซี้ดดด!!

 

            “อ๊ะ!! พะ...จงอิน  อื้ออ!

 

            ทั้งเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องไปทั่วทั้งห้องรับรอง  และเสียงหวานน่าอาย  ก็ถูกเปล่งออกมาอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า....และจากทบทรักอันแสนเร้าร้อนที่เกิดขึ้นบนโซฟาในครั้งแรก  ก็เปลี่ยนไปเป็นที่โต๊ะทำงาน  เมื่อเริ่มบทรักเป็นครั้งที่สอง  ร่างสวยที่ยังคงมีชุดกระโปรงผ้าลูกไม้อยู่บนร่างกาย  ถูกจับให้นอนคว่ำหน้าลงไปกับโต๊ะ  และสะโพกกลมกลึง...ที่เห็นหมิ่นเหม่  เมื่อกายหนาขยับส่วนอ่อนไหวไปตามแรงอารมณ์  มันก็ยิ่งเป็นภาพที่ดูเย้ายวน  จนทำให้ความต้องการที่มีมากอยู่แล้ว  ของคนเป็นเจ้าของโรงแรม  กลับมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

            “อย่าดื้อกับพี่  อื้มม  ซี้ดด!

 

            “พะ..จงอิน  อ๊ะ!! เซฮุน  จะ...เจ็บ!

 

             “อื้มมม...ซี้ดดด  อย่าไปยุ่งกับมัน!!!!


              “ได้โปรด  พะ...พอ  อ๊ะ!!


               “อื้มมมม  อ่าห์!!!

 

            กว่าเสียงน่าอายต่างๆจะหยุดลงได้...ร่างสวยก็สลบไปก่อนที่คนเอาแต่ใจ  จะหยุดอารมณ์ลงได้เมื่อจบบทรักครั้งที่สาม  และถ้าจะให้โทษว่าเป็นความผิดของใคร  คนเป็นเจ้าของโรงแรม  ก็ขอยกความผิดทั้งหมดให้กับฮีชอล  เพราะบังอาจมาจับคนของเขาแต่งตัวแบบนี้จนทำให้อดใจไม่ไหว  และถ้าเขาเห็นพนักงานคนเดิมใส่ชุดบ้าๆแบบนี้อีกครั้ง  เขาก็จะมอบบทรัก...ให้กับลูกน้องของหัวหน้าแผนกจัดดอกไม้มากขึ้นเป็นสองเท่าของวันนี้!! 

 

            และหลังจากที่ระบายอารมณ์จนคนใต้ร่างสลบไปแล้ว  จงอินก็รีบหยิบเสื้อสูทที่ถอดวางทิ้งไว้บนโซฟา  คลุมปกปิดร่างกายเกือบเปลือยเปล่าของพนักงานจัดดอกไม้เอาไว้  แล้วอุ้มคนหมดสติ  เดินลงมาที่ลานจอดรถใต้ตึก  และค่อยๆวางลงบนเบาะด้านหน้าข้างคนขับอย่างเบามือ  พร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัยให้  จากนั้นก็รีบขับรถกลับคอนโดฯทันที  ส่วนวันพรุ่งนี้...ก็คงไม่ได้มาเดินดูงานที่บูธของตัวเองแน่ๆ   และคนที่หลับสนิทอยู่ในรถ  ก็คงไม่ได้มาทำงานเช่นกัน

 



 











 











Gazania  Condominium  โซล

09.40 น.

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

 

            “ครับบบ...พี่เลขา”

 

            (สวัสดีค่ะคุณจงอิน  วันนี้ก่อนไปงานเวดดิ้งแฟร์  คุณจงอินแวะเข้ามาที่โรงแรมก่อนได้ไหมคะ  พอดีมีเอกสารด่วนต้องเซ็นค่ะ)

 

            “วันนี้ผมไม่เข้าไปที่งาน  แล้วก็จะไม่เข้าไปที่โรงแรมด้วยครับ  พี่เลขาให้ใครก็ได้...เอาเอกสารมาส่งให้ผมที่คอนโดฯก็แล้วกัน”

 

            (ไม่สบายหรือเปล่าคะ...คุณจงอิน??  ให้พี่ตามหมอไหมคะ?)

 

            “ไม่เป็นไรมากครับ  ผมแค่เพลียนิดหน่อย  ยังไงก็ฝากเอาเอกสารมาให้ผมที่นี่ด้วยนะครับ  ฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นั่นแหละ  เดี๋ยวผมเซ็นเสร็จแล้ว...จะให้คนเอาไปส่งให้พี่เลขาอีกที”

 

            (ค่ะๆ..ได้ค่ะ  พักผ่อนเยอะๆนะคะ  ส่วนงานทางนี้เดี๋ยวพี่จัดการให้  คุณจงอินไม่เป็นห่วงนะคะ)

 

            “ครับ...ขอบคุณครับ”

 

            ถูกเสียงของเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่ใต้หมอน  ดังปลุกในเวลาสายของวัน  เพราะปกติถ้าเป็นเวลาแบบนี้  คนเป็นเจ้าของโรงแรมต้องตื่นมอาบน้ำ  แต่งตัว  เพื่อออกไปทำงานเหมือนอย่างเช่นที่เคยทำ  แต่สำหรับเช้านี้...กลับตื่นสาย  แถมยังไม่ไปทำงานหรืออยากออกไปจากห้องเลยด้วยซ้ำ  เนื่องจากร่างสวยที่ยังคงนอนเปลือยกายหลับพริ้ม อยู่ในอ้อมแขน  ทำให้เจ้าของกายสีน้ำผึ้งรู้สึกเกียจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

ฟอดดดด!

 

          จงอินฝังจมูกลงบนแก้มนิ่มของคนในอ้อมกอดเบาๆ  และค่อยขยับกายลุกออกจากเตียง  เนื่องจากรู้สึกหิว  เพราะหลังจากที่ขับรถออกมาจากงานเวดดิ้งแฟร์เมื่อวาน  ก็ยังไม่ทานอะไรทั้งนั้น  บวกกับเมื่อขับรถมาถึงคอนโดฯ  เซฮุนกลับตื่นขึ้นและดื้อดึงจะกลับที่พักของตัวเองท่าเดียว  และนั่น...ก็ทำให้จงอินต้องปราบพยศอยู่นาน  จนความเพลียจากการต่อบทรักอีกรอบ  จะทำให้คนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงตอนนี้  ยังคงหลับสนิท  และไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ

 

            ใช่ว่า...คนเป็นเจ้าของโรงแรม  อยากทำอะไรที่ดูเกินกว่าเหตุแบบนั้น  แต่การที่พนักงานจัดดอกไม้ชอบทำงานเกินหน้าที่  ไม่เชื่อฟังคำพูดของเขา  แถมยังให้อี้ฟานเข้ามาทักทายแบบถึงเนื้อถึงตัว  โดยไม่คิดถึงใจของเขาหรือคำเตือนที่เคยพูดอยู่บ่อยๆเลยสักนิด  นั่นจึงทำให้อารมณ์ของความหวง  ความโกรธ  ความโมโห  เกิดขึ้นจนไม่สามารถยับยั้งการการะทำของตัวเองได้  และเมื่อ...ร่างสมส่วนเปลือยเปล่าสีน้ำผึ้ง  เดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา  เตรียมตัวออกไปซื้ออาหารเช้า  พร้อมกับสวมเสื้อผ้าเสร็จสรรพ  เขาก็รีบคว้ากุญแจรถ  และเดินออกไปจากห้องทันที  ก่อนร่างสวย...ที่กำลังลับพริ้มอยู่บนเตียงจะตื่น  และอาจหนีจากเขาไปอีกครั้ง

 

...


 

...


 

...

 


แกร๊กก!!

 

            ส่วนคนที่ถูกรังแกจนสลบคาอกกว้างสีเข้มไปถึงสองครั้งสามครา...เมื่อได้ยินเสียงประตู  ที่ไม่รู้ว่าถูกเปิดหรือปิดดังอยู่ไม่ไกล  เปลือกตาที่หนักอึ้งก็ค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆ  เพราะยังปรับให้คุ้นชินกับแสงที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาไม่ได้  และเมื่อเริ่มขยับร่างกาย  คิ้วได้รูปก็ต้องขมวดเป็นปมทันที  เนื่องจากความเจ็บระบม  มันแล่นไปทั้วทั้งแผ่นหลัง  ไล่ลงไปจนถึงช่วงสะโพก  ริมฝีปากบางสีสดเม้มเน้นเพื่ออดกลั้นกับความเจ็บปวดที่ได้รับ  แล้วยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหลังไปกับหัวเตียงอย่างคนหมดแรง

 

            ตาเรียวคู่สวย...ที่ปรับให้ชินกับแสงภายในห้องได้สักพัก  มองไปรอบๆกายอย่างนึกสมเพชตัวเอง  เมื่อเห็นสภาพของเตียงที่ยับยู่ยี่  เห็นร่องรอยต่างๆที่คนเจ้าอารมณ์ทิ้งเอาไว้ทั้งบนที่นอนและบนร่างกายของเขา  มือบางเปิดผ้าห่มขึ้นและค่อยๆเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างเชื่องช้าๆ  เพราะมันรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ก้าวขา  และเมื่อล้างคราบความใจอ่อนของตัวเองออกหมดแล้ว  ก็เริ่มรู้สึกสดชื้น  แถมยังสบายตัวมากขึ้นกว่าเดิม

 

            “เฮ้อออ!!!

 

            แต่พอเดินออกมาจากห้องน้ำ  ก็ไม่รู้ว่าจะใส่ชุดอะไรดี และทำได้แค่ถอนหายใจทิ้ง  แล้วเดินกลับเข้าไปหยิบชุดคลุม  ที่อยู่ในตู้เก็บของใช้ต่างๆ  ในห้องน้ำอีกครั้ง   เพราะหลังจากที่เกิดเรื่องยุ่งๆขึ้นเมื่อวาน  ทั้งเสื้อผ้า  ทั้งกระเป๋า  รวมถึงของใช้ส่วนตัวบางอย่าง  ก็ถูกทิ้งไว้ที่บูธในงานเวดดิ้งแฟร์ทั้งหมด  และพอนึกถึงงานเมื่อวาน...คนที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำตัวใหญ่สีขาว  ก็รีบเดินตรงมาที่เตียงอีกครั้ง  เพื่อหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง  ที่เมื่อวานต้องเก็บไว้ในนมปลอม  ตอนสวมชุดของพนักงานแจกโบชัวร์

 

            เซฮุนเดินหาสมาร์ทโฟนของตัวเองจนทั่วห้อง  เพราะตอนนี้มันเลยเวลางานของเขามาหลายชั่วโมงแล้ว  แถมเมื่อวานก็ไม่ได้กลับไปทำงานที่บูธอีกเลย  มือบางดึงผ้าห่ม  รื้อที่นอน  และเปิดหมอนทุกใบวางที่อยู่บนเตียงออกอย่างร้อนรน  และเมื่อเห็นชุดเดรสสีขาวม้วนอยู่ในผ้าห่ม  เซฮุนจึงรีบดึงออกมา  พร้อมกับเปิดช่องใส่นมปลอม  แล้วหยิบเครื่องมือสื่อสาร  กดโทรหาหัวหน้าแผนกทันที  เพราะป่านนี้พี่ๆที่โรงแรม  ก็คงร้อนใจไม่ต่างจากตัวเอง

 

Rrrrr!!!!!       

 

            (เซฮุน!!!....เป็นยังไงบ้าง  แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน?)

 

            “เอ่อออ ยะ...อยู่  อยู่ที่ห้องครับ  พอดีผมไม่สบาย  ก็เลยตื่นสาย  ผมต้องขอโทษพี่ฮีชอลด้วยนะครับ  ที่โทรมาช้า  เมื่อคืนกินยาแล้วหลับยาวไปเลยครับ”

 

            (โอ๊ยยย!!...พี่ก็นึกว่าถูกคุณจงอินพาไปฆ่าหมกป่าแล้วซะอีก  พี่เป็นห่วงแทบแย่!!  แล้วคุณจงอินว่ายังไงบ้าง?  เมื่อวานพี่เห็นคุณจงอินลากตัวเซฮุนออกไปแบบนั้น  พี่ใจหายหมดเลย!!??)

 

            “ไม่เป็นไรครับ  คุณจงอินไม่ได้ว่าอะไร  แล้วก็ไม่ได้ไล่ใครออกด้วยครับ  แต่บอกว่า..อย่าทำแบบนี้อีก”

 

            (เฮ้ออ!!..โล่งอก  พี่ก็เครียดแทบแย่!)

 

            “งั้นวันนี้...ผมขอลาป่วยนะครับพี่ฮีชอล  ผมไปไม่ไหวจริงๆ”

 

            (เออๆ ๆ ...ไม่เป็นไร  หายป่วยแล้วค่อยกลับมาทำงาน  แต่คราวหน้า...ก็รีบๆโทรมาบอกกันหน่อย  พี่จะได้หาคนมาทำงานแทน)

 

            “ครับ ๆ ....ขอโทษด้วยนะครับพี่ฮีชอล”

 

            รอสายไม่ถึงห้าวินาที...เสียงโวยวายด้วยความเป็นห่วงปนสงสัยของหัวหน้าแผนกก็ดังออกมาเหมือนมีใครตาย  และคนเป็นลูกน้องก็ได้แต่สร้างเรื่องโกหก  เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด  เพราะถ้าจะให้บอกความจริงว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน  เป็นอะไร  หรือทำไมไม่มาทำงาน  มันก็คงเป็นสิ่งที่ยากเกินจะเอ่ยออกไป  เซฮุนวางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งเมื่อคุยสายกับหัวหน้าเสร็จ แล้วเดินไปหยิบผ้าปูที่นอนชุดใหม่ออกมาจากตู้  แล้วเริ่มลงมือจัดเตียงทั้งหมดอย่างรู้สึกเหนื่อยใจ  เพราะในหัวสมองมันเอาแต่คิดถึงเรื่องของคนเป็นเจ้านาย...ว่าทำไมถึงห้ามไม่ให้เขา  เข้าใกล้คนที่ชื่ออี้ฟาน

 

และความอยากรู้...มันก็เป็นได้แค่ความอยาก  เพราะคนที่เป็นได้เพียงแค่ที่รองรับอารมณ์และเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งในโรงแรม  มันก็ไม่สิทธิ์ไปถามถึงเรื่องส่วนตัวของคนเป็นเจ้านายทั้งนั้น

 

Rrrrrr!!

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrrrrr!!!!

 

            เสียงของสมาร์ทโฟนดังขึ้นฉุดคนคิดมากให้รีบละมือจากการปูที่นอน  แล้วเดินไปที่โต๊ะแป้งอีกครั้ง  และเมื่อรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร  รอยยิ้มบนใบหน้าเรียวสวยก็กว้างขึ้นเป็นครั้งแรกของวัน  หลังจากที่รู้สึกเศร้าใจมาตั้งแต่ลืมตาตื่น

 

            “ว่าไงแบค  หายเงียบไปเลยนะ  ไม่คิดถึงเราเลยใช่ไหม”

 

            (โอ๋ ๆ ๆ...อย่างอนเลยนะ  ก็แบคงานยุ่งนี่นา  พอว่างก็รีบโทรมาหาเลยเนี่ย)

 

            “แล้วแบคกับคุณลุงสบายดีไหม?”

 

            (สบายดี...แล้วเซฮุนล่ะ?)

 

            “กะ...ก็ดี  แต่งานเยอะมาก  เราก็เลยยังไม่มีเวลาไปหาแบคที่เชจูสักที”

 

            (.........)

 

            “แบค  แบค!!!  ได้ยินเราพูดไหม?  ทำไมเงียบไป”

 

            รับสายปุ้บ...ก็รีบต่อว่าต่อขานเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงงอแง  เพราะหลังจากที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงาน  ก็แทบไม่ค่อยได้ติดต่อกันเหมือนอย่างช่วงแรกๆ  เซฮุนถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ของแบคฮยอนกับผู้มีคุณอย่างจีซบ  ด้วยความรู้สึกเป็นห่วง  และแอบโทษตัวเองในใจ  เนื่องจากการงานที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงงานพิเศษที่คอนโดฯแห่งนี้  มันทำให้ไม่มีเวลาว่างมากพอ  ที่จะเดินทางไปหาใครทั้งนั้น  และแม้แต่เวลาของตัวเองก็ยังไม่มี 

 

แต่พอพูดไปถามมาอยู่สักพัก...เสียงของคนที่อยู่ปลายสายก็เงียบไป  จนต้องเรียกชื่อเพื่อนรักซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

 

            (ได้ยินๆ ...เมื่อกี๊เซฮุนว่าไงนะ)

 

            “เป็นอะไรหรือเปล่าแบค  มีเรื่องอะไรไม่สบายใจใช่ไหม  บอกมาเราเดี๋ยวนี้เลยนะ!!?”

 

            (ถ้าแบคบอกแล้ว  เซฮุนอย่าโกรธแบคนะ  สัญญาก่อน)

 

            “สัญญาสิ  แล้วเราก็ไม่มีทางโกรธแบคแน่นอน”

 

            (คะ...คือว่า  แบค  เอ่อออ....แบคมีแฟนแล้วนะ!!)

 

            จากความเป็นห่วงกลายเป็นความสงสัยทันทีเมื่อได้ยินคนปลายสายพูดจบประโยค  และถึงแม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูติดๆขัดๆ  แต่มันก็ชัดเจนมากพอที่จะทำให้เกิดความอยากรู้  เพราะทั้งตัวของเขาเอง  รวมถึงคนที่เพิ่งโทรมาบอกว่ามีแฟนแล้ว  ก็ไม่เคยมีความรักหรือคนรัก  มาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่งจนกระทั่งเรียนจบ  และถ้าถามว่าโกรธเพื่อนรักคนนี้หรือไม่...ที่อยู่ดีๆก็มีแฟนตัดหน้าไปเสียก่อน  เซฮุนก็ขอตอบเลยว่าไม่!!  เพราะถ้ารักครั้งนี้ทำให้เพื่อนของเขามีความสุข  เซฮุนก็รู้สึกยินดีและมีความสุขไปเพื่อนด้วย  แต่ถ้าวันไหนเพื่อนมีความทุกข์  เขาก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเสมอ

 

            “ไปมีตอนไหน  เมื่อไหร่  เป็นใคร??  แล้วก่อนไปเชจู...แบคบอกว่าขอจองเราไว้ไม่ใช่เหรอ?  แล้วทำไมมาหักอกกันแบบนี้ล่ะ”

 

            (งื้ออออ....เซฮุนอย่าล้อแบคสิ   แบคจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละ  แล้วก็ห้ามโกรธด้วย)

 

            ปากบางยกยิ้มจนแก้มแทบปริ  เมื่อได้ยินเสียงกระเง้ากระงอดของเพื่อนรัก  แต่...พอฟังเรื่องราวที่คนปลายเล่ามาตั้งแต่ต้นจนจบ  รอยยิ้มก็ค่อยๆหุบลง  แต่ก็ยังคงรู้สึกยินดีไปกับความรักครั้งแรกของเพื่อนอย่างจริงใจ  เพราะตอนแรกที่ได้ฟังจุดเริ่มต้นความรักของแบคฮยอน  มันทำให้เซฮุนรู้สึกไม่ค่อยพอใจแฟนของเพื่อนสักเท่าไหร่  ที่มาฉวยโอกาสตอนแบคฮยอนเมา  แล้วทำเรื่องที่ไม่สมควรทำ  แต่...พอฟังเรื่องราวไปจนถึงตอนท้าย...จากการฉวยโอกาส  ก็เปลี่ยนไปเป็นการรับผิดชอบ  แล้วตกลงปลงใจเป็นแฟนกันในที่สุด 

 

            และเรื่องราวความรักของเพื่อน  ก็ทำให้คนที่ตั้งใจฟังมาแต่ต้นอย่างเซฮุน  รู้สึกสะท้อนใจในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองทันที  การถูกเข้าใจผิด  การถูกฉวยโอกาส  การถูกเจ้าของโรงแรมทำเหมือนเขา  เป็นแค่ที่ระบายอารมณ์  มันก็ไม่ต่างจากเรื่องที่แบคฮยอนเจอมาในตอนแรกเลยสักนิด  แต่จะว่าไม่ต่างก็คงไม่ใช่....เพราะผู้ชายที่ฉวยโอกาสกับร่างกายของเพื่อนรัก  ก็ยังมีความรับผิดชอบ  และเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะยอมรับผลแห่งการกระทำ  พร้อมทั้งยอมปรับปรุงตัว  แล้วเริ่มต้นด้วยการตกลงเป็นแฟนกันใหม่อีกครั้ง

 

ส่วนชีวิตของเขา  ก็คงเป็นได้แค่....พนักงานจัดดอกไม้  ที่ได้เข้ามานอนอยู่ในคอนโดฯหรู  ให้คนรวยหาสุขจากร่างกายของตัวเอง

 

            “เราดีใจกับแบคด้วยนะ  แล้วก็อย่าไปแผลงฤทธิ์ใส่แฟนให้มากนักล่ะ”

 

            (ไม่เข้าข้างแบคเลยนะเซฮุน!!  ว่าแต่...เซฮุนไม่โกรธแบคใช่ไหม  ที่แบคตัดสินใจแบบนั้น)

 

            “โกรธทำไม...ถ้าสิ่งที่แบคตัดสินใจมันทำให้มีความสุข  เราก็ดีใจด้วย”

 

            (ขอบใจนะเซฮุน...ถ้าแบคว่างเมื่อไหร่  จะพาแฟนไปแนะนำให้รู้จักนะ)

 

            “จ้าาาา...คนมีแฟนแล้ววววว  ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

 

            (อย่าล้อกันสิ  เอ่ออ...แค่นี้ก่อนนะ  เดี๋ยวแบคทำงานก่อน  คุณพ่อมาแล้ว)

 

            “จ้า....รักนะ  แล้วก็...ฝากความคิดถึงให้คุณลุงด้วย”

 

            (โอเค...บายยยย)

 

            วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมเมื่อจบการสนทนา  และฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความเหนื่อยใจ  เซฮุนรู้สึกยินดีกับเพื่อนด้วยจริงๆ  ที่มีใครสักคนมาคอยดูแลเพิ่มเติม  นอกจากคุณพ่อ  แต่พอมองย้อนมาที่ตัวเอง....เซฮุนกลับรู้สึกสับสน  กับเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น  เพราะตั้งแต่เริ่มรู้จักกับคนเป็นเจ้าของโรงแรม  ชีวิตมันก็เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก  มากจนเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองอีกแล้ว  มันเหมือนอยากได้สถานะที่แน่ชัด   ว่าการเข้ามาอยู่ที่นี่  มาทำเรื่องแบบนี้  เพราะในฐานะอะไร??  แต่อีกใจก็ไม่อยากได้ยินคำตอบ  เพราะความเป็นจริง  ที่เห็นอยู่ตรงหน้า  มันก็ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดเพียงแค่ไม่กี่ประประโยค

 

            “เฮ้ออออ!!

 

            ร่างสวยในชุดคลุมอาบน้ำตัวใหญ่  ได้แต่ถอนหายใจและพยายามปัดเรื่องที่ทำให้ตัวเองสับสนออกไปจากหัวสมอง  แล้วเริ่มจัดที่นอนให้เสร็จ  มือบางตบหมอนใบนุ่ม ปุๆ  พร้อมกับจัดเรียงให้เข้าที่เหมือนเดิม  และพับชุดเครื่องนอนอันเก่าใส่ถุงไว้  เพื่อส่งให้ร้าน  ซัก อบ  รีด  ด้านล่างคอนโดฯ เป็นคนซัก  และตอนนี้ความเงียบภายห้องก็ทำให้เซฮุนรู้สึกง่วงอีกครั้ง  แถมยังรู้สึกเพลียจากการถูกจงอินโหมอารมณ์ใส่จนร่างกายระบมไปหมด 

 

แต่...หลับไปได้ไม่ถึงสิบห้านาที  เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออก  ก็ทำให้คนที่หลับอยู่บนเตียง  สะดุ้งตื่น  เพราะคิดว่าเวลานี้  คนเป็นเจ้าของห้องยังไม่น่าจะกลับมาจากทำงาน??

 

แกร๊กก!!

 

            และเสียงเปิดประตูห้องนอน...ที่ตามมาด้วยเสียงของการวางสิ่งของอะไรสักอย่างบนโต๊ะข้างเตียง  ก็ทำให้คนแอบหลับ  ใจเต้นตึกๆเหมือนจะหลุดออกมานอกอก  และที่ไม่กล้าหันไปมอง  เพราะกลัวคนที่เดินเข้ามาจะรู้ว่าตัวเองแกล้งหลับ  แต่...แรงยวบบนเตียงกว้างทางด้านหลัง  ที่มาพร้อมกับมือหนา  ลวงเข้ามาลูบสะโพกกลมกลึงใต้ผ้าห่ม  ก็ทำให้เซฮุนต้องรีบเบี่ยงกายหลบอย่างลืมตัว

 

            “ตื่นนานหรือยังครับ...เซฮุน (จุ๊บ)”  ผิดหวังที่ล้วงมือเข้ามาในผ้าห่มแล้วเจอกับเสื้อคลุมอาบน้ำกั้นเนื้ออวบของสะโพกกลมกลึงเอาไว้  จนต้องส่งปากคมลงไปจูบแผ่นหลังขาวเนียน  ที่เสื้อคลุมหลุดไหล่ลงไปกองอยู่ที่เอวแทนอย่างห้ามใจเอาไว้ไม่ได้  แถมกลิ่นหอมอ่อนๆจากการอาบน้ำมาใหม่ๆ  ก็ทำให้จงอินอยากทำมากกว่าแค่การจูบ

 

            “นานแล้วครับ  แต่เพลีย...ก็เลยนอนต่อ  พี่จงอินไม่ว่าอะไรเซฮุนนะครับ  ที่เซฮุนมานอนในห้องนี้”  พลิกกายหันมาตอบคำถามของผู้เป็นเจ้าของห้อง  แต่ก็ขอดึงผ้าห่มมากั้นเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย  ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าผ้าผืนแค่นี้ก็คงช่วยอะไรตัวเองไม่ได้  ถ้าคนตรงหน้า  คิดที่จะทำเรื่องแบบเมื่อคืน

 

            “พี่จะว่าอะไรเซฮุนได้  หื้มม??  เซฮุนอยากเข้าห้องไหน  อยากนอนห้องไหน  อยากทำอะไรในห้องนี้  พี่อนุญาตให้เซฮุนทำได้ทุกอย่าง  เพราะห้องนี้ก็เหมือนเป็นห้องของเซฮุน”  ใช่....เซฮุนคิดถูก  เพราะเมื่อจบประโยคอันเหยียดยาวของจงอิน  มือหนาก็ย้ายผ้าห่มผืนใหญ่ออกจากร่างสวย  และดึงคนตัวหอมมากอดเอาไว้จนจมอก


และคำพูดที่ดูเหมือนให้ความหวังแบบนั้น...ก็ทำให้เซฮุน  ยิ้มออกมาอย่างห้ามความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้  มันไม่อยากคิดไปเอง  หรือหวังไปไกล  แต่การที่เจ้าของอ้อมกอดพูดอย่างนี้  มันก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตได้ไม่น้อย 

 

            “แล้ววันนี้พี่จงอินไม่ไปทำงานเหรอครับ”

 

            “ไม่ทำครับ  ขี้เกียจ  อยากนอนกอดเซฮุนอย่างเดียว”

 

            “ทำตัวเป็นเด็กไปได้ครับ  แล้วหายไปมา...เซฮุนตื่นมาไม่เจอ”

 

            “ออกไปซื้ออาหารเช้ามาให้ครับ  แล้วพอดี...มีคนเอาเอกสารมาให้เซ็น  พี่เลยขึ้นมาช้า”

 

            “กลับไปทำงานไม่ดีกว่าเหรอครับ  เพื่อมีเอกสารสำคัญให้เซ็นอีก”

 

            “ตอนนี้เซฮุนสำคัญที่สุดแล้วครับ  เดี๋ยวเราออกไปกินข้าวที่ห้องครัวกันดีกว่า  พี่เตรียมไว้ให้หมดแล้ว”

 

จุ๊บบ!!!

 

            “ขอบคุณนะครับพี่จงอิน”

 

            เป็นคำพูดอีกคำ...ที่ทำให้คนฟังอย่างเซฮุน  ต้องส่งปากบางสีหวาน  จูบลงบนสันกรามคมด้วยความรู้สึกที่ยากเกิดจะอธิบาย  เพราะต่อให้คนเป็นเจ้าของห้อง  โกรธเขามากแค่ไหน  โมโหเขาอีกสักกี่ครั้ง  หรือเห็นเขาเป็นอะไรก็ตาม  ผู้ชายคนนี้....ก็ยังคงดูแล  และเห็นเขาสำคัญเกินกว่าจะทิ้งไว้ในห้องคนเดียวได้  ซึ่งก็ถือว่าเป็นการรับผิดชอบต่อการกระทำอย่างหนึ่ง  แถมยังออกไปซื้ออาหารมาเตรียมไว้ให้อีกด้วย

 

            “เซฮุนนน...ทำแบบนี้  เดี๋ยวก็ไม่ได้ออกไปกินข้าวหรอกครับ”

 

            “เซฮุนยอมพี่จงอินทุกอย่างเลยครับ  แต่ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม??”

 

            “ขออะไรครับคนดี (จุ๊บ)”

 

            “พี่จงอินอย่าไล่หัวหน้าแผนกของเซฮุนออกเลยนะครับ  เพราะเรื่องเมื่อวานมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ”

 

            “ถ้าไม่ไล่ออก  แล้วพี่จะได้อะไรจากเซฮุนครับ?”

 

            “ได้ทุกอย่างเลยครับ  แต่ขออย่างเดียว...ว่าอย่าไล่ใครออกเพราะเรื่องของเซฮุนได้ไหม?  เรื่องงานส่วนอื่น...พี่จงอินมีสิทธิ์ตัดสินใจทุกอย่าง  เซฮุนไปยุ่งด้วยไม่ได้อยู่แล้ว  แต่ถ้างานส่วนไหน...สาเหตุมันมาจากตัวของเซฮุน  พี่จงอินต้องใจเย็นๆ  ห้ามไล่ใครออกมั่วๆเด็ดขาด  เซฮุนขอแค่นี้ได้ไหมครับ”

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!!

 

            “เป็นห่วงคนอื่นจังเลยนะครับ  ตอนนี้เป็นห่วงตัวเองก่อนดีไหม  หื้มม?”

 

            “อื้อออ...อย่าเพิ่งสิครับ  พี่จงอินรับปากเซฮุนก่อน!!

 

            “ครับบบ...รับปากครับ  สัญญาเลยก็ได้”

 

            “ถ้าพี่จงอินผิดสัญญา  เซฮุนหนีไปไกลๆเลย  คอยดู!!

 

            “เดี๋ยวนี้กล้าขู่พี่แล้วเหรอครับ...เซฮุน(จุ๊บ)”

 

            “มะ...ไม่ได้ขู่ครับ  แต่เซฮุนไม่อยากให้  พะ...พี่จงอินโมโห  อ๊ะ!!!

 

...


 

...


 

...


 

            “อื้มมม...เซฮุนนน  ซี้ดดดด!!

 

            “อ๊ะ!! 

 

            เสียงจูบ  รสสัมผัสอันแสนหอมหวาน  รอยรักที่บรรจงทำทิ้งไว้  และการเคลื่อนกายไปตามแรงอารมณ์อย่างห้ามความรู้สึกของกันและกันไม่ได้  กำลังทำให้อาหารเช้าที่เตรียมไว้เมื่อครู่  เย็นชืด  และพร้อมจะกลายเป็นอาหารเที่ยง  ถ้าเพลงรักยังคงบรรเลงอยู่อย่างนี้  เพลงแล้ว  เพลงเล่า  ♪♫...♪♫.......♪♫...♪♫

 





















100%


แก้ไขเมื่อ 09/09/60

เป็นตอนที่ยากสำหรับเราอีกแล้ว  และขอแจ้งอีกครั้งว่าเราพายามเลี่ยงการ NC ให้มากที่สุด  และใช้คำที่เสี่ยงน้อย  ต่อการโดนแบน (เราแต่งช่วงที่ต้องเอ็นซีไม่เป็นจริงๆค่ะ T^T  ขอโทษด้วยนะคะ)

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆเลยนะคะ  ถ้ามีบกพร่องประการใด  ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #558 /tl26&? (@rmhex) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:18
    ขนาดนี้แล้วอ่ะ จะไม่ทำอะไรหน่อยหรอจงอิน จะรอให้มีคนมาแย่งไปจริงๆ หร้ออออออ เห้อเหมือนจะได้กลิ่นดราม่ายังไงไม่รู้
    #558
    0
  2. #547 Ainkxii (@sweety-cy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 08:55
    ได้กันจะทุกตอนละเนี้ยยย
    #547
    0
  3. #517 btoey44 (@chocolatebt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:27
    ชานแบคสวยละ เหลือจงอินจะลดความอารมณ์ร้อนได้มั้ย
    #517
    0
  4. #462 chiramaly (@chiramaly) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 01:06
    เอาเว้ยเอาเว้ย เซฮุนนน อิจเซฮุนได้มะ แต่ให้เข้าได้กันอ่ะดีแล้ววหนออ กรี๊ดดด
    #462
    0
  5. #461 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:28
    ชานแบคไปได้สวยนะ // จงอินนี่ไม่ชัดเจนจนเซฮุนคิดมากละนะ
    #461
    0
  6. #361 NookNH94 (@kachapa30) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 09:54
    แบคฮยอนนนน พี่เขาคุมสติได้ก็ดีแล้วน้าาาา ทำให้คนแก่สติแตกไม่ดีนะ แต่ดีต่อใจคนอ่าน 55555555
    #361
    0
  7. #310 Miki Pattarika (@kl90) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 07:56
    โอ้วววววว น่องเซฮุนก็แซ่บไม่เบาเลยนะคะ 5555555 ดีกับใจทั้งสองคู่เลยค่าา
    #310
    0
  8. #192 มักเน่ไลน์94 (@kaihun8894) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 18:14
    น้องเซฮุนคะะะะะะะกรี๊ดดดดทำไมง้อพี่เขาได้แบบ..ฮือออออคนน่ารักของพี่โอ๊ยยยเขินมากเลยลูก พี่จงอินทำแบบนั้นบ่อยจนหนูต้องง้อด้วยวิธีแบบนี้แล้วใช่มั้ย555555555
    #192
    0
  9. #162 ทับบี้คัสตาร์ด (@-benben-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:27
    อู้ยยยย บยอนเขาจัดเซทใหญ่เลยนะคะ
    #162
    0
  10. #128 Kannika Tankam (@yingkhem) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:49
    โอยย มีความเข้าใจทั้งน้องแบคทั้งพี่ชาน ค่อยๆคุยกันนะคะ
    #128
    0
  11. #103 ME3 KAEKY (@keetika333333) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:44
    ชานยอล มีความร้อนแรงงง
    #103
    0
  12. #89 eve_popparazzi (@eve_ivyyy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 04:04
    เซอร์ไพรส์ได้อลังการมาก><
    #89
    0
  13. #63 Real1__pcy2 (@the_faceless) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:26
    ฮืออ อยากโดนลงโทษแทนเซฮุน เราจะไม่ดิ้น ไม่ดื้อเลย มาลงโทษเราเถอะ
    #63
    0
  14. #54 eve_popparazzi (@eve_ivyyy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 02:26
    =_=นี้อยากทำโทษหรืออยากลวนลาม
    #54
    0
  15. #53 Km Mdew (@mdspt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 01:26
    กรี๊ดดดดดดดด ได้กันๆๆๆ
    #53
    0
  16. #52 june2546 (@june2546) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 20:32
    -กัมจงหื่นนนน
    #52
    0