จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 21 : ❀ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    27 ก.ค. 61








-ดอกไม้ดอกที่ 21-

 

โรงแรม  โซล

10.00 น.

 

 

            เมื่อคืน...จงอินไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดฯ  และซองรยองก็คิดว่าลูกชายของเธอต้องไปนอนค้างที่ห้องของคนรักแน่นอน  และการรอทานมื้อค่ำกับลูกชายแบบที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า(อีกครั้ง)ของคนเป็นแม่  ก็ทำให้ได้เห็นอะไรบ้างอย่าง  ที่อาจทำให้เธอต้องคิดทบทวนเรื่องของเด็กที่ชื่อ  โอ  เซฮุน ใหม่ในทางที่ดีกว่าที่เคยคิด  หรืออย่ามองใครแค่เพียงเปลือกนอก

 

            หลังจากปล่อยให้จงอินและว่าที่คู่หมั้นได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสองเมื่อวานนี้  ซองรยองก็ออกไปพบปะเพื่อนฝูงที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายปี  แต่พอกลับมาที่คอนโดฯของลูกชาย  เพื่อหวังจะได้ทานมื้อค่ำด้วยกัน  เจ้าของห้องกลับไม่อยู่ในเสียอย่างนั้น  และเมื่อติดต่อลูกชายไม่ได้  ซองรยองจึงถือวิสาสะเข้ามาเดินสำรวจห้องของจงอิน  อย่างไม่เคยคิดที่จะทำมาก่อน  เพราะรู้ดีว่าลูกชายหวงความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน

 

แต่เมื่อเธอคือแม่...และคนเป็นลูก  ก็กำลังคบหาอยู่กับใครบางคนที่ดูยังไงก็ไม่เหมาะสมกัน  นั่นจึงทำให้ซองรยองต้องเข้ามาเดินสำรวจความเป็นส่วนตัวของจงอิน  และสิ่งที่เธอทำ...ก็อาจกลายเป็นตัวช่วยในการตัดสินนิสัยใจคอของใครคนนั้นได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

            และห้องแรกที่เธอเดินเข้ามาสำรวจก็คือห้องนอน....เตียง  ตู้เสื้อผ้า  ห้องน้ำ  ทุกๆอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  ซึ่งมันไม่คุ้นตาคนเป็นแม่เลยสักนิด  เพราะลูกชายคนเดียวของตระกูลคิม  คงไม่มีทางทำอะไรแบบด้วยตัวเองแน่นอน  และเสื้อผ้าในตู้ก็ยังถูกจัดไว้เป็นสัดเป็นส่วนดูหยิบง่าย  โดยเรียงเสื้อกับกางเกงไว้ให้เหมาะแก่การหยิบมาส่วมใส  ห้องน้ำ...ไร้คราบสบู่ที่เกาะอยู่ตามกำแพง  รวมถึงไม่มีกองผ้าขนหนูวางไว้เกลื่อนพื้นเหมือนอย่างที่เธอเคยเตือนลูกชายอยู่บ่อยๆ  และสิ่งที่ดูแปลกตามากที่สุด  ก็เห็นจะเป็นเทียนหอม  ที่ถูกวางไว้ตามจุดต่างๆในห้องน้ำเพื่อสร้างกลิ่นที่ชวนดม

 

            และห้องต่อไปที่คนเป็นแม่เดินสำรวจ  ก็คือห้องทำงาน...มันดูเป็นระเบียบไม่ต่างจากห้องนอนเลยแม้แต่น้อย  เอกสารต่างๆถูกเรียงให้เข้าที่  แฟ้มงาน  หนังสือ  ถูกเก็บไว้ในตู้ไว้เป็นอย่างดี  และห้องสุดท้ายที่ซองรยองเดินสำรวจก็คือห้องครัว  ผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้  จานชามใบใหม่  รวมถึงเครื่องครัวที่ไม่คิดว่าคนอย่างลูกชายจะทำอาหารทานเอง  ก็มีอยู่ในห้องครัวของชายโสดที่แทบไม่เวลาทำอะไรกินทั้งนั้น  นอกจากอุ่นอาหารแช่แข็งกินไปวันวัน

 

และลายมือ...ที่อยู่บนกระดาษโน้ตสีหวาน  ที่อยู่ติดอยู่ข้างขวดวิตามินหลากหลายยี่ห้อในตู้เย็น  ก็ทำให้คนเป็นแม่  ต้องเริ่มเปลี่ยนความคิดและมองพนักงานทำความสะอาดประจำคอนโดฯแห่งนี้  ในอีกแง่มุมหนึ่ง

 

            “กินตอนเช้า  2เม็ด  จะได้หอมแก้มสองครั้ง”

          “กินก่อนนอน  3เม็ด  จะยอมตามใจไปสามวัน”

          “และถ้าพี่จงอินลืมกิน...เซฮุนจะแก้ผ้าเดินรอบคอนโดฯ!!!

 

           ข้อต่อรอง  คำสั่ง  หรือคำขู่ต่างๆที่แปะอยู่บนขวดวิตามินหลากสี  มันทำให้ซองรยองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ  ว่าการเดินสำรวจห้องของลูกชายมาตั้งแต่ห้องแรกจนถึงห้องครัว  เธอได้ยิ้มไปกี่ครั้ง??  และยิ่งได้อ่านข้อความประหลาดๆบนกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆประมาณ  2-3 แผ่น  เธอก็ยังยิ้มอยู่แบบเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

            ใครจะยอมทำตามข้อความบ้าๆบอๆบนขวดวิตามิน  ถ้าไม่รักกันจริง??  ใครที่กลัวคำขู่ของเมีย  จนยาในขวดเหลือจำนวนน้อยไปตามปริมาณที่ควรกิน  ถ้าไม่ใช่ลูกชายของเธอ??  ใครที่กล้าทำให้ทายาทของตระกูลคิมกลายเป็นคนที่ใส่ใจตัวเองมากขึ้น  ถ้าไม่ใช่พนักงานดอกไม้  พนักงานทำความสะอาดคอนโดฯ  และอาจเป็นทุกๆอย่างให้ลูกชายของเธอ

 

            ซองรยองคิดไม่ถึง...ว่าเด็กธรรมดาๆเพียงคนเดียว  จะทำให้ลูกชายของเธอเปลี่ยนไปได้มากถึงขนาดนี้  จากที่เอาแต่ทำงานจนหามรุ่งหามค่ำ  และไม่เคยสนใจเรื่องสุขภาพของตัวเอง  เพราะต้องบริหารโรงแรมต่อจากสามีของเธอที่เสียชีวิตไปแบบกะทันหัน  กลับต้องมาทานวิตามินตามคำขู่ที่แสนจะน่าอาย  แล้วไหนจะครีมทาผิว  ครีมบำรุงหน้าที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง  โดยการแบ่งแยกไว้อย่างชัดเจนว่าของใครเป็นของใครในห้องนอนนั่นอีก  ทุกๆอย่างมันทำให้คนเป็นแม่แปลกใจมากจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

 

และเช้าวันนี้...ซองรยองก็เดินทางมาที่โรงแรมอีกครั้ง  เพื่อทำสิ่งที่ค้างอยู่ในใจให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น  ก่อนตัดสินคนรักของลูกชายด้วยหัวใจของความเป็นแม่

 

            ซองรยองเดินเข้ามาในโรงแรมเพียงคนเดียว  เพราะคนที่หวังจะให้หมั้นหมายกับลูกชาย  ไม่ยอมเดินทางมาด้วยเหมือนอย่างเมื่อวาน  โดยอ้างเหตุผลว่าท้องเสีย  และผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน...ก็ใช่ว่าจะรู้ไม่ทันเด็กสาวจอมแก่น!!  ซองรยองพอรู้มาบ้าง...ว่าเด็กทั้งคู่ไม่ได้รักกันในแบบที่เธออยากให้เป็น  และเยริก็มีคนรักอยู่แล้ว  แต่เธอก็ยังหวังว่าสักวันหนึ่งคนทั้งคู่อาจจะรักกันจริงๆ  เนื่องจากสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กๆ  และมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ  แต่...แผนทุกอย่างที่วางไว้ก็ต้องมาสะดุดลง  เพราะพนักงานจัดดอกไม้เพียงคนเดียว

 

แกร๊กก!!!

 

            “สวัสดีจ้ะ...ที่นี่แผนกจัดดอกไม้ใช่ไหม”  คนที่เป็นยิ่งกว่าเจ้าของโรงแรม  ยอมลงทุนเดินเข้าถามหาคนที่เธอยากเจอถึงแผนกจัดดอกไม้  และเริ่มถามในที่ต้องการคำตอบทันที

 

            “ครับ !!!! ใช่ครับ  สวัสดีครับคุณผู้หญิง  ขอโทษด้วยนะครับที่เสียมารยาท”  หัวหน้าแผนกอย่างฮีชอล  ตกใจจนเกือบหงายหลังลงมาจากบันได  เพราะกำลังปีนขึ้นไปหยิบกล่องโอเอซิส  ลงมาใช้ในการจัดดอกไม้  และเมื่อรู้ว่าคนที่มายืนทักทายอยู่ทางด้านหลังเป็นใคร  เจ้าตัวก็รีบกระโดนลงมาจากบันได  แล้วโค้งตัวให้อย่างสุภาพเพื่อเป็นการขอโทษ

 

            ไม่ใช่แค่คนเป็นหัวหน้าเท่านั้นที่ตกใจ...เพราะลูกน้องที่มีหน้าที่ในการทำงานรอบเช้า  ก็แทบยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งเมื่อเห็นคุณแม่ของเจ้านายเดินเข้ามาในห้อง  เพราะปกติ...คนที่เป็นถึงระดับผู้บริหาร  จะไม่เคยเข้ามาที่นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องคอคาดบาดตาย  และทุกครั้งที่ต้องการอะไรจากแผนกไหน  ก็มักจะสั่งสิ่งที่ต้องการ  ผ่านทางเลขาทุกครั้ง

 

            “ไม่เป็นไร...ฉันมากะทันหันเอง  เธอชื่ออะไรเหรอ?  แล้วเด็กที่ชื่อ โอ เซฮุนอยู่ไหม?  ฉันขอพบเขาหน่อยสิ

 

            “ผมชื่อฮีชอลครับ...เป็นหัวหน้าแผนก  ส่วนพนักงานที่ชื่อ โอ เซฮุน  ยังไม่มาทำงานครับ  เพราะวันนี้เข้างานรอบบ่าย  เอ่ออ...ถ้าคุณผู้หญิงมีธุระด่วน  ก็ให้พวกผมทำแทนก่อนได้นะครับ

 

            “ก็ไม่ได้ด่วนมากขนาดนั้น...แต่ฉันจะมาขอยืมตัวเซฮุนออกไปทำธุระข้างนอกเป็นเพื่อนหน่อย  ถ้าเขามาแล้ว  ให้ไปพบฉันที่หน้าล๊อบบี้ด้วยก็แล้วกัน  ฉันจะรออยู่ที่นั่น

 

            “ครับคุณผู้หญิง...ถ้าเซฮุนมาทำงานเมื่อไหร่  ผมจะรีบให้ไปพบคุณผู้หญิงทันทีเลยครับ!!”

 

            “ขอบใจมากนะฮีชอล

 

            พนักงานทุกคนในห้องดอกไม้...เริ่มหายใจเป็นปกติ  เมื่อแม่ของเจ้านายเดินออกไปจากห้องทำงาน  แต่...คนที่จะหายใจติดขัดเมื่อเดินทางมาทำงานในรอบบ่าย  ก็คงเป็นคนที่ถูกภรรยาเจ้าของโรงแรมคนเก่าถามหาเมื่อครู่  ฮีชอลเริ่มรู้สึกเป็นห่วงลูกน้องของตัวเองมากขึ้น  เพราะไม่รู้ว่าซองรยองต้องการพบตัวเซฮุนด้วยเรื่องอะไร  และแอบภาวนาอยู่ในใจ...ว่าอย่าให้อะไรๆ  มันดูยากเกินว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

แต่...คนเป็นหัวหน้าก็ทราบดี  ว่าอุปสรรคในความรักของลูกน้อง  มันคงไม่ได้ผ่านไปได้ง่ายๆ  ถ้าจะคบกับคนที่ชื่อ  คิม  จงอิน

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

11.00 น.

 

            มาทำงานตามเวลาที่หัวหน้าแผนกจัดให้แบบพอดีไม่ขาดไม่เกิน  แต่มันผิดวิสัยของคนที่ชอบมาทำงานก่อนเวลา  และสาเหตุก็มาจากการโดนคนรักทำโทษ  เพราะเมื่อเช้า...คนที่ต้องมาทำงานในรอบบ่าย  ถูกคนเอาแต่ใจลงโทษเรื่องที่เขาปิดเครื่องมือสื่อสารจนขาดการติดต่อไปเป็นเวลานาน  แต่การถูกลงโทษในครั้งนี้  มันก็ไม่ถึงขั้นที่ทำให้เขาต้องหยุดงานหรือระบมไปทั้งร่างเหมือนอย่างที่เคยโดน  และดีที่ได้เจ้าของบทลงโทษขับมาส่งที่โรงแรม  โดยที่พนักงานอย่างเขาไม่ต้องเสียประวัติในเรื่องของการมาทำงานสาย

 

            “สวัสดีครับพี่ฮีชอล  พี่ซูโฮ  พะ...พี่  เอ่ออ...มีอะไรกันหรือเปล่าครับ  ทำไมทุกคนมองหน้าผมแบบนั้นล่ะครับ??”  ทักทายพี่ๆในแผนกยังไม่ทันครบทุกคน  เซฮุนก็ต้องหยุดไว้แค่ชื่อของคนที่เป็นรองหัวหน้า  เพราะทุกสายตาที่จ้องมาที่ตัวเองเหมือนโลกกำลังแตก  มันทำให้คนถูกมองสงสัยจนอดที่จะถามกลับไปไม่ได้

 

            “ลงไปพบคุณแม่สามีที่หน้าล๊อบบี้...ด่วนเลย  เดี๋ยวนี้!!”  และก็เป็นเสียงของคยองซูที่ทำลายความเงียบในห้องทำงาน  เพราะทุกคน...ต่างจ้องไปที่แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของพนักงานรอบบ่ายตาเป็นมัน  และคิดไปต่างๆนานา  ว่าการที่คุณแม่ของเจ้านายเดินเข้ามาถึงแผนกจัดดอกไม้ด้วยตัวเองเมื่อเช้า  ก็คงเป็นเพราะแหวนวงนั้น

 

            “แล้วพี่คยองซูรู้ไหมครับ  ว่าคุณผู้หญิงอยากพบผมทำไม?”  ไม่โดนเรียกพบวันนี้...วันอื่นก็คงต้องโดนอยู่ดี  แต่ก่อนไป...ก็อยากทราบเหตุผล  และคำตอบที่กำลังรอฟังจากรุ่นพี่พนักงานตาโต  มันก็อาจทำให้ตัวเองกล้าที่จะเผชิญกับความเป็นจริงหรืออาจช่วยให้มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น

 

แต่....

 

            “ถ้ารู้...พี่คงไปเป็นเมียคุณจงอินแทนเซฮุนแล้วมั้ง!!  ไปเลย...รีบไป  เดี๋ยวคุณผู้หญิงจะรอนาน  มันเสียมารยาท  ไปๆ ๆ ๆ!!!!!”  กำลังจัดดอกไม้อยู่บนโต๊ะทำงาน  กรรไกรที่ถืออยู่ในมือจึงถูกโบกไปโบกมาเหมือนเป็นการเชิญให้คนถูกเรียกตัว  รีบลงไปพบคุณแม่ของเจ้านายตามคำสั่ง  ก่อนที่แผนกของตัวเองจะถูกปิด  และเริ่มทำงานต่อ...โดยไม่สนว่าตอนจบของเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเป็นยังไง

 

            มือบาง...รีบกดลิฟท์ลงมาที่ชั้นล่างทันที  เพราะไม่อยากทำให้พี่ๆในแผนกลำบากใจมากไปกว่านี้  และเดินตรงไปที่หน้าล๊อบบี้ด้วยหัวใจที่ยังไม่พร้อมจะเผชิญกับความเป็นจริง  พนักงานจัดดอกไม้...ในชุดยูนิฟอร์มสีเขียวเข้ม  ก้าวขาเข้าไปหาบุคคลที่ต้องการพบตัว  พร้อมกับโค้งกายให้อย่างสุภาพอ่อนน้อม  เพื่อเป็นการกล่าวทักทายผู้ใหญ่ไปตามมารยาทที่ควรทำ

 

            “สวัสดีครับคุณผู้หญิง” 

 

            “ฉันจะชวนเธอออกไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน  ฉันไม่ได้มาเกาหลีนานแล้ว  จะไปไหนมาไหนมันก็ไม่ค่อยคุ้น  แล้ววันนี้ลูกชายก็ไม่วางซะด้วย  เมื่อคืนก็ไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดฯ...ไม่รู้ว่าไปนอนค้างอ้างแรมอยู่ที่ไหน  แล้วที่นี่...ฉันก็รู้จักเธอแค่คนเดียว  เธอพาฉันไปทานอะไรอร่อยๆข้างนอกหน่อยสิ

 

            และความรู้สึกแรก...ของการเผชิญหน้ากับความเป็นจริง  ก็คือความรู้สึกผิด  เพราะคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้จงอินไม่ได้กลับมาเจอหน้าคนในครอบครัว  ให้สมกับที่คนเป็นแม่...ต้องบินข้ามน้ำข้ามประเทศมาหาลูกชายด้วยความคิดถึง  และตอนนี้...เซฮุนก็จำเป็นต้องถอนแหวนออกจากนิ้วนางข้างซ้าย  และกำไว้จนเจ็บมือ  ก่อนที่ความรู้สึกผิดจะกัดกินใจไปมากกว่าเดิม

 

            ได้ครับคุณผู้หญิง...แต่ผมขออนุญาตไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหมครับ  เพราะถ้าให้ไปทั้งชุดทำงานแบบนี้  ผมเกรงว่ามันอาจดูไม่เหมาะสม” 

 

            “ฉันไม่ถือหรอก....แต่ถ้าเธออายกับการที่ต้องใส่ชุดพนักงานโรงแรมของฉันออกไปเดินข้างนอก  ก็ไปเปลี่ยนได้นะ  ฉันจะรออยู่ตรงนี้

 

            “ไม่เคยอายเลยครับ  ผมแค่ไม่อยากทำผิดกฎของโรงแรม”

 

            “งั้นก็ไปกันได้แล้ว

 

            เซฮุนเปิดประตูรถให้ซองรยองเข้าไปนั่งในห้องโดยสารที่อยู่ทางด้านหลัง  และตัวเองก็มานั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ  พนักงานจัดดอกไม้อาสาบอกทางไปร้านอาหารที่คิดว่าน่าจะถูกปากคุณแม่เจ้าของโรงแรม  เพราะคนรักชอบพามาทานมื้อค่ำที่นี่  แต่...ก็มาไม่บ่อยมากนัก  เนื่องจากงานของผู้บริหารมันยุ่งเกินกว่าจะออกไปไหนมาไหนได้บ่อยๆ  และเมนูที่คนรักชอบทานมากที่สุด  ก็คือเสต็กเนื้อชิ้นโตกับไวน์รสเลิศ  ที่ดื่มเมื่อไหร่ก็ต้องซื้อกลับไปดื่มต่อที่ห้องเกือบทุกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

13.27 น.

 

            ร้านอาหาร...ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า มันน่าจะถูกใจคุณแม่เจ้าของโรงแรม  เพราะอากาศไม่ร้อน  มีของให้ช้อปปิ้ง  และเป็นมอลล์ที่คนอย่างพนักงานจัดดอกไม้  ไม่มีทางเข้ามาเดินเล่นแน่นอน  เนื่องจากราคาสินค้าต่างๆมันแพงเกินกว่าฐานเงินเดือนของตัวเองเสียอีก  ร้านกระเป๋า  เสื้อผ้า  ของใช้ทั้งหลาย  มันมีแต่ของแบรนเนมทั้งนั้น  และทุกครั้งที่มาที่นี่  ก็คือการมาพร้อมกับคนรัก

 

            “ฉันเบื่อการเดินห้างมากเลย  ฉันนึกว่าเธอจะพาฉันไปในที่ที่แปลกหูแปลกตามากกว่านี้ซะอีก!!

 

            “ขอโทษจริงๆครับคุณผู้หญิง  ปกติ...ผมก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน  ผมชอบอยู่แต่ในห้อง  อ่านหนัง  แล้วก็...จัดดอกไม้มากกว่า”

 

            “แล้วลูกชายของฉัน...ไม่เคยพาเธอออกไปไหนบ้างเลยเหรอไง?”

 

            “งานยุ่งแบบนั้น  แค่พาออกมาทานมื้อค่ำยังไม่ค่อยมีเวลาเลยครับ  แล้วผมก็ไม่อยากออกไปไหนกับคุณจงอินด้วยครับ...มีแต่คนมอง  ผมไม่ชอบ”

 

            “........????!!

 

            คนเป็นแม่...ปรายตามองพนักงานจัดดอกไม้  ที่กล้าพูดคำคำนั้นออกมา  ทั้งๆที่ใครต่อใคร  ต่างก็อยากเดินควงลูกชายของเธอออกไปไหนมาไหนทั่วทั้งโซล  แต่เด็กตรงหน้ากลับไม่ชอบเสียอย่างนั้น  เจ้าของริมฝีปากอิ่ม  ที่วันนี้ทาลิปสติกสีแดงเข้ม  ยิ้มเยาะอย่างรู้สึกขำ  เพราะถ้าลูกชายของเธอมาได้ยินคำพูดแบบนี้ด้วยตัวเอง  ก็คงต้องรู้สึกขายหน้าบ้างไม่มากก็น้อย

 

            ร่างสวยในชุดพนักงานโรงแรมสีเขียวเข้ม...เดินเข้ามาในอาหาร  โดยมีคุณแม่ของคนรักเดินนำ  และเซฮุน...ก็ค่อยๆเลื่อนเก้าอี้ที่ทำจากไม้ออกมาจากโต๊ะอาหาร  เพื่อให้คนเป็นผู้ใหญ่ได้นั่งก่อน  แล้วตัวเองก็เดินไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามทันที  แต่...

 

            “สวัสดีจ้ะ...คุณนายคิม!!

 

            “อ้าวว...ยัยริเอะ?!!

 

            กำลังก้มหน้าก้มตาเลือกเมนูอาหาร....แต่เสียงของหญิงสูงอายุ  ที่เอ่ยทักทายคุณแม่เจ้าของโรงแรม  มันทำให้เซฮุนต้องละความสนใจจากแผ่นกระดาษที่อยู่ตรงหน้า  แล้วเงยมองคนทั้งคู่ด้วยความประหลาดใจ  เพราะภาษที่ใช้ในการสื่อสาร  มันฟังดูแปลกหูจนต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

            “กลับมาเกาหลีตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ?  แล้วมาทำธุระหรือว่ามาจับผิดลูกชายสุดหล่อ” 

 

            “ใครกันแน่....ที่เดินทางมาจับผิดลูกชาย?  แล้วริเอะกลับมาจากญี่ปุ่นนานหรือยัง?  อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิ”

 

            “มาจนจะกลับแล้วค่ะคุณนาย  พอดีแวะมาดูเจ้าตัวแสบที่ร้าน  แล้ววว...คุณนายพาใครมาด้วยเนี่ย?” 

 

            “พนักงานที่โรงแรมน่ะ...พอดีลูกชายไม่ว่าง  ก็เลยหาเด็กมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อน” 

 

            “โอ้โห...เดี๋ยวนี้เธอกล้าพาเด็กผู้ชายมากินข้าวด้วยเลยเหรอ?!  ป่านนี้...ผัวนอนร้องไห้อยู่ในหลุมแล้วมั้ง!!

 

            “ยัยริเอะ!!!  กลับญี่ปุ่นไปเลยไป...ปากไม่ดี!

 

            “ล้อเล่นแค่นี้ทำเครียด  งั้น...มื้อนี้ฉันเลี้ยงข้าวคุณนายเอง”

 

            ภาษาญี่ปุ่นสามประโยค  ต่อด้วยภาษาเกาหลีอีกสี่ประโยค  คือบทสนทนาของผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่พนักงานจัดดอกไม้ฟังออกหมดทุกคำ  และพยายามปั้นสีหน้าให้นิ่งที่สุด  เพราะการพูดคุยของเพื่อนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน  มันเกือบทำให้เซฮุนหลุดหัวเราะออกมาอยู่หลายต่อหลายครั้ง  มันเป็นการทานอาหารร่วมกับคนแปลกหน้าถึงสองคน  แต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดใจเหมือนอย่างที่คิด  เนื่องจากแม่เจ้าของโรงแรมกับเพื่อนผู้หญิงชาวญี่ปุ่น  แทบไม่ได้สนใจคนในพนักงานชุดสีเขียวเข้มเลยสักนิด  และเอาแต่คุยเรื่องของลูกชาย  รวมถึงเรื่องของธุรกิจที่ต่างฝ่ายต่างดูแลอยู่

 

            อาหารมื้อพิเศษ...จบลงด้วยเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ทั้งสองคน  และรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าเรียวสวยของพนักงานจัดดอกไม้  ซองรยองร่ำลาเพื่อนรักสมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน  แล้วเดินช้อปปิ้งต่อทันที  เคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์...คือสถานที่แรกของคนเป็นแม่ที่เลือกเดินเข้ามาซื้อของ  และเซฮุนก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อกับการที่ต้องเดินตามซองรยองไปที่นั่นที่นี่  เพราะเข้าใจดีว่าท่านคงเหงาหรืออยากหาอะไรทำระหว่างรอลูกชายกลับจากทำงาน

 

แต่...คนสูงอายุ  ที่ใส่ร้องเท้าส้นสูงยาวประมาณห้านิ้ว  และกำลังยืนเลือกลิปสติกอยู่หน้าเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง  มันทำให้พนักงานโรงแรมอย่าง  โอ  เซฮุน  เกรงว่าท่านจะเมื่อยขาไปเสียก่อน

 

            “เซฮุน...มานี่หน่อยสิ  มาช่วยฉันเลือกลิปสติกหน่อย”

 

            “ผมเลือกไปเป็นหรอกครับคุณผู้หญิง”

 

            “เอาน่ะ...ลองดู  เธอว่าสองสีนี่...อันไหนเหมาะกับฉันที่สุด?  เลือก!!

 

            และวันนี้...มันก็ทำให้คนถูกออกคำสั่งรู้แล้วว่า  คนรักผิวเข้มมากเสน่ห์ได้นิสัยเอาแต่ใจตัวเองมาจากใคร  เพราะการให้เลือกสิ่งของที่คนเป็นผู้ชายอย่างเขาไม่เคยใช้  ก็ทำให้เกิดความลังเลอยู่ไม่ใช่น้อย  แต่...จากที่เคยถูกเพื่อนผู้หญิงในมหาวิทยาลัยจับแต่งตัว  แต่งหน้า  ลองเครื่องสำอางค์อยู่บ่อยๆ  มันก็พอทำให้เซฮุนจำได้บ้างว่า  ลิปสติกสีใด  แบบไหน  มันเหมาะกับผิวพรรณ  หรือบุคคลิกของแม่เจ้าของโรงแรม

 

            “สีนี้ครับ...สีนั้นมันทำให้คุณผู้หญิงดูแก่เกินไป”

 

            “เธอเห็นฉันเป็นสาวๆหรือไงเซฮุน...อีกไม่กี่ปี  อายุฉันก็จะเข้าเลขห้าแล้วนะ”

 

            “ลิปสติกแท่งนี้คงใช้หมดก่อนที่คุณหญิงจะอายุห้าสิบแน่นนอนครับ”

 

            “งั้นก็เอามาสองแท่ง...แล้วถือของมาให้ฉันด้วยล่ะ”

 

            “ครับคุณผู้หญิง”

 

            ปรายตามองคนรักของลูกชายด้วยความหมั่นไส้...แล้วเดินออกไปจากเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์ทันทีเมื่อซื้อของเสร็จ  และวันนี้...เซฮุนคงไม่ได้กลับไปทำงานอีกแล้ว  เพราะคุณแม่เจ้าของโรงแรม  เอาแต่เดินเข้าร้านนั่น  เดินออกร้านนี้เป็นว่าเล่น  ซึ่งมันทำให้พนักงานจัดดอกไม้เริ่มคิดมาก  เนื่องจากคนที่ต้องทำงานรอบบ่ายมันขาดไปหนึ่งคน  นั้นก็คือตัวเขาเอง  และงานในโรงแรมก็เยอะเกินกว่าพนักงานรอบบ่ายที่เหลืออยู่  จะทำงานให้เสร็จได้ตามเวลาที่กำหนด

 

            “มาเดินเล่นกับฉันแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เบื่อแล้วเหรอ?  กลับไปก่อนก็ได้นะ  ฉันอยู่คนเดียวได้  เชิญ!!

 

            “ไม่ได้เบื่อครับคุณผู้หญิง  แต่ผมเป็นห่วงงาน”

 

            “ขาดเธอไปคนนึง....คนอื่นเค้าก็ทำงานกันได้  เธอจะเป็นห่วงอะไรนักหนา”

 

            “ห่วงสิครับ  ขาดงานมาแบบนี้  ผมก็ต้องโดนหักเงิน  แล้วพี่ๆในแผนกก็ต้องทำงานหนักขึ้น”

 

            “เธอมากับใคร...ไหนบอกฉันซิ!!?  ใครจะกล้าหักเงินเธอมิทราบ”

 

            “ขอโทษครับคุณผู้หญิง”

 

            “เลิกขอโทษได้แล้ว  ฉันกลับก็ได้...น่ารำคาญจริงๆ!!

 

ปึ่กกก!!

 

            “คุณผู้หญิงงงง!!!!

 

            “โอ้ยยยย...ซี้ดด!!!

 

            งอนคนรักของลูกชายเพราะถูกขัดใจ  แล้วก้าวขาออกไปจากร้านขายเสื้อผ้าแบรนหรูด้วยความฉุนเฉียว  และไม่ทันได้ระวังคนที่เดินสวนเข้ามาในร้าน  ซองรยองจึงถูกชายชาวต่างชาติร่างใหญ่เดินชนจนล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น  เซฮุนรีบวิ่งเข้ามาประคองคนเจ็บอย่างนึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  และเสียงร้องโอดโอยพร้อมกับเอามือกุมไว้ที่ข้อเท้าข้างซ้าย  มันก็ทำให้พนักงานจัดดอกไม้รู้ได้ทันทีว่าคุณแม่เจ้าของโรงแรมต้องมีอาการบาดเจ็บแน่นอน

 

            “คุณผู้หญิงอย่าดิ้นสิครับ  ผมจะพาไปหาหมอ”

 

            “ไปหาทำไม  ขาฉันไม่ได้หักซะหน่อย  แล้วก็ปล่อยฉันลงได้แล้ว”

 

            “ปล่อยไม่ได้ครับ  คุณผู้หญิงเจ็บขา...คุณผู้หญิงเดินไม่ไหวหรอกครับ”

 

            “งั้นก็เรียกคนขับรถมารับ!!  ฉันจะกลับไปที่คอนโดฯลูกชาย”

 

            “ไปหาหมอก่อนเถอะครับ  เผื่อกระดูกมันร้าว”

 

            “อย่ามาแช่งฉันนะ...ไปส่งฉันที่คอนโดฯจงอินเดี๋ยวนี้  ไม่อย่างนั้นฉันจะไล่เธอออก!!!

 

            “ครับ ๆ ๆ ...”

 

            ถูกคนเจ็บเอ่ยคำขู่ว่าจะไล่ออก...พนักงานจัดดอกไม้จึงไม่กล้าขัดใจ  ขัดคำสั่ง  หรือขัดความต้องการของแม่เจ้าของโรงแรมอีกแล้ว  และรีบตามคนขับรถให้พาทั้งเขา  ทั้งคุณผู้หญิง  กลับไปที่คอนโดฯของจงอินทันที  เซฮุนนั่งคู่มากับซองรยองที่ห้องโดยสารทางด้านหลัง  เพราะต้องคอยดูอาการบาดเจ็บ  ให้แน่ใจว่ามันจะไม่ร้ายแรงขึ้นในภายหลัง  และถ้าระหว่างทางกลับคอนโดฯ  แม่ของคนรักดูอาการแย่ลง  เขาจะได้บอกคนขับรถให้เปลี่ยนเส้นทางไปที่โรงพยาบาล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Gazania  Condominium 

16.42 น.

 

แกร๊กก!!

 

            เซฮุนประคองคนเจ็บเข้ามาในห้องเมื่อคนขับรถพามาส่งถึงคอนโดฯ  และจำเป็นต้องทำเรื่องเสียมารยาท  เนื่องจากต้องใช้เท้าถีบประตูเพื่อปิด  เพราะมือทั้งสองข้างยังต้องโอบร่างของแม่คนรักเอาไว้  เพื่อไม่ให้ล้มลงไปอีกรอบ  ซองรยองถูกพาเข้ามาพักในห้องนั่งเล่น  และถูกยกขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บพาดไว้บนโต๊ะกระจกเล็กๆหน้าทีวี  โดยมีหมอนนุ่มๆรองขาเอาไว้  แล้วเอนกายพิงไปกับโซฟาตัวใหญ่

 

            คนที่ยังอยู่ในชุดพนักงานโรงแรม...ช่วยถอดส้นสูงปลายแหลมสีดำ  ออกจากเท้าของคนเจ็บอย่างระมัดระวัง  แล้วขออนุญาตออกไปชงเครื่องดื่มมาให้แม่เจ้าของโรงแรม  แต่ก่อนจะเริ่มทำเครื่องดื่ม...เซฮุนก็ได้นำถุงเจลสีฟ้าในตู้เย็นออกมาประคบไว้บริเวณที่เกิดอาการบวม  เพราะมันสามารถบรรเทาความเจ็บของซองรยองได้

 

            และสิ่งที่คนเจ็บได้รับการปฏิบัติ...มันก็ทำให้เธอรู้สึกว่า  ลูกชายคงเลือกคนไม่ผิดจริงๆ  รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้  มันก็สามารถพิสูจน์ตัวตนของคนคนหนึ่งได้เช่นกัน  การอ่อนน้อมถ่อมตัว  การไม่โอ้อวด  การเป็นห่วงเป็นใยในงานที่ต้องรับผิดชอบ  และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ...การเปลี่ยนทายาทตระกูลคิมจากคนบ้างาน  ให้กลายมาเป็นคนที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น  ซองรยองจำได้ดี...ว่าทั้งวิตามินต่างๆในตู้เย็น  ทั้งครีมบำรุงผิวกาย   ผิวหน้าในห้องนอน  มันเยอะมากขนาดไหน  และถ้าลูกชายของเธอไม่ได้กิน  ไม่ได้ใช้  จำนวนยาต่างๆ  ปริมาณครีมในขวดแก้วทรงสูงสีแดง  ก็คงไม่มีทางลดลงได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น  ถ้าไม่มีใครใช้

 

และ...ก่อนที่ซองรยองจะต้องเดินทางกลับประเทศจีนในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า  เธอก็ขอดูพฤติกรรมของพนักงานจัดดอกไม้ให้แน่ใจกว่านี้  ว่าจะมีคุณสมบัติพร้อมที่ยืนเคียงข้างลูกชายของเธอหรือไม่

 

            “ชาร้อนมาแล้วครับคุณผู้หญิง”  ถาดไม้สี่เหลี่ยม...ที่มีเครื่องดื่มร้อนกับคุกกี้ผลไม้วางอยู่ในนั้น  ถูกเสิร์ฟไว้บนโซฟาตัวใหญ่ข้างๆกายของคนเจ็บ  เนื่องจากไม่สามารถวางลงบนโต๊ะหน้าทีวีได้  เพราะมีเรียวขาของซองรยองขวางอยู่  รวมถึงไม่อยากให้คนเจ็บต้องขยับกายมากเกินไป  จนอาจทำให้อาการบาดเจ็บมันแย่ลงไปกว่าเดิม

 

            “ขอบใจนะเซฮุน”  เป็นความใส่ใจ...ที่คนเป็นแม่ก็รับรู้ได้  เพราะถ้าไม่เสิร์ฟของว่างไว้ที่ด้านซ้ายของโซฟา  ซองรยองก็คงยกเครื่องดื่มแสนอร่อยขึ้นมาดื่มไม่ได้  เนื่องจากขาก็ถูกจับให้วางลงบนโต๊ะ  และเธอก็ไม่ได้ถนัดขวา

 

            “ยังเจ็บขาอยู่ไหมครับคุณผู้หญิง?”  เปิดแผ่นเจลสีฟ้าบนขาของคนเจ็บเพื่อดูอาการบวม  ที่ตอนนี้เริ่มลดลงแล้ว  และดี...ที่ไม่มีรอยช้ำ

 

            คนถูกดูแล...ลองขยับข้อเท้าขึ้นลงช้าๆ  เพราะอยากรู้ว่าตัวเองจะต้องไปหาหมอหรือไม่  ซึ่งมันเป็นสถานที่ที่เธอไม่อยากไป  เซฮุนประคองขาคนเจ็บลงจากโต๊ะกระจกหน้าทีวีอย่างเบามือ  แล้วเดินไปหยิบยาจากห้องทำงานของคนรักมาทาให้ซองรยอง  มือบาง...ป้ายครีมลงบนส่วนที่มีอาการบวม  และค่อยๆนวดคลึงเบาๆ  โดยที่ไม่รู้เลยว่า...เจ้าของขาที่ตัวเองกำลังนวดอยู่นั้น   กำลังยิ้มและจิบชาที่ถืออยู่ในมืออย่างนึกขอบคุณ

 

            “เซฮุน...เธอเรียนจบหรือยัง?  แล้วตอนนี้เธออายุเท่าไหร่”

 

            “อายุ 22 ปีครับ...เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วครับ”

 

            “เรียนจบด้านการจัดดอกไม้เหรอ?  แล้วจบจากที่ไหนล่ะ?”

 

            “เปล่าครับ...ผมเรียนจบมาทางด้านภาษา  จากมหาวิทยาลัยAAAครับ”

 

            “อ้าว...จบมาทางด้านภาษา?  แล้วทำไมไม่ไปทำงานเป็นรีเซฟชั่นล่ะ!!?  ได้เงินเดือนเยอะกว่าอีก”

 

            “ผมชอบจัดดอกไม้มากกว่าครับ  แต่ก็ชอบเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของชาติอื่นๆด้วย  ผมว่ามันสนุกดี  ผมก็เลยเลือกเรียนทางด้านนี้  ส่วนเรื่องจัดดอกไม้...ผมเรียนเสริมจากการหารายได้พิเศษครับ”

 

            “เรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ความรู้ที่มี  เดี๋ยวก็ลืมหมด!!!

 

            “ใครจะลืมสิ่งที่ตัวเองชอบได้ล่ะครับ  ถึงผมจะไม่ค่อยได้ใช้ภาษาในการทำงาน  แต่เวลาเจอลูกค้าในโรงแรมมาถามหาแหล่งท่องเที่ยว  ผมก็สื่อสารรู้เรื่องนะครับคุณผู้หญิง”

 

            เป็นคนแปลกๆในสายตาของแม่เจ้าของโรงแรม  เพราะดูเหมือนชีวิตของเซฮุนมันจะย้อยแย้งไปหมดทุกอย่าง  เรียนจบทางด้านภาษา...แต่ชอบจัดดอกไม้  คบกับลูกชายของเธอ...แต่ไม่ชอบออกไปเที่ยวกับคนรัก  เป็นผู้ชาย...แต่กลับเลือกสีของลิปสติกได้ถูกใจเธอมากที่สุด

 

            “ทำงานอยู่แผนกจัดดอกไม้ไม่ใช่เหรอ??!!...แล้วเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับลูกค้าในโรงแรม??”

 

            “ตอนลงมาจัดดอกไม้หน้าโรงแรมไงครับ  ลูกค้าชอบเดินมาดูดอกไม้  แล้วก็ถามนั่นถามนี่ไปเรื่อย  ถามชื่อดอกไม้บ้าง  ถามหาที่เที่ยวบ้าง  เยอะแยะไปหมดเลยครับ”

 

            “งั้นก็แสดงว่า...ตอนที่ฉันคุยกับเพื่อนในร้านอาหาร  เธอก็เข้าใจหมดเลยสิ!!!?”

 

            เป็นเรื่องน่าอาย...ที่บทสนทนาของเธอกับเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่น  มันได้ถูกคนที่จบมาทางด้านภาษาฟังออกหมดแล้ว  และคำหยอกล้อ  คำแซว  รวมถึงเรื่องของธุรกิจต่างๆ...ที่เธอคิดว่ามีแค่ตัวเองกับเพื่อนเท่านั้นที่เข้าใจกันอยู่สองคน  ก็กลับกลายเป็นว่า  มีบุคคลสาม...รู้เรื่องทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น

 

            “เรื่องส่วนตัวของคนอื่น...ผมไม่เอาไปพูดที่ไหนหรอกครับ  ส่วนเรื่องงานที่คุณผู้หญิงคุยกับเพื่อน  ก็ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเอาไปขายให้คู่แข่งฟังหรอกนะครับ  ผมไม่มีทางหักหลังคนที่ให้เงินเดือนผมแน่นอน”

 

            “แล้วเธอฟัง  เอ่ออ...พูดภาษาอะไรได้เป็นบ้างล่ะ?”

 

            “อังกฤษ  ญี่ปุ่น  จีน  แล้วก็ฝรั่งเศสครับ  แต่ภาษาฝรั่งเศส...ยังพูดไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่”

 

            “โอ้ยยย...เซฮุน!!!  ฉันอยากจะตีเธอให้ตาย  เธอไปลาออกจากการแผนกจัดดอกไม้  แล้วไปเป็นเลขาส่วนตัวของฉันดีกว่า!!

 

            “ตีให้ตาย...ผมก็ไม่มีทางลาออกหรอกครับ  ผมบอกคุณหญิงไปแล้ว...ว่าผมชอบจัดดอกไม้มากกว่า”

 

            “แล้วถ้าให้เลือก...ระหว่าง ดอกไม้ กับ ลูกชาย ของฉัน  เธอจะเลือกอะไร?  ตอบ!!!

 

            “เลือกคุณจงอินครับ  เพราะยังไงคุณจงอินก็ต้องให้ผมกลับไปจัดดอกไม้ที่โรงแรมเหมือนเดิม  คุณจงอินไม่ยอมให้ผมไปไหนหรอกครับ  แล้วผมก็ไม่อยากโดนขังด้วย”

 

            “เธอจะบ้าเหรอ?...ใครจะขังเธอ!!  นี่มันยุคไหนกันแล้ว  ใครจะไปทำแบบนั้น?”

 

            “ก็ลูกชายของคุณผู้หญิงนั้นแหละครับ  ขนาดผมยิ้มให้ลูกค้าในโรงแรม  ผมยังโดนทำโทษเลยครับ  แล้วถ้าคุณหญิงไม่เชื่อ  ก็ลองถามคุณจงอินได้เลยครับ”

 

            “ฉันจะนอนพักแล้ว!!...เธอจะไปปัดกวาดเช็ดถูห้องไหนก็ไป  แล้ววว...แหวนที่แอบถอดออก  ก็ช่วยสวมกลับไปที่เดิมด้วยล่ะ  เกิดมันหายขึ้นมา...เสียดายแย่!!!!

 

            “.......?!!!!

 

            ยกแก้วชาร้อนดื่มจนหมด...และวางลงบนจานรองด้วยอารมณ์หงุดหงิด  เพราะไม่คิดว่าลูกชายของตัวเอง  จะทำอะไรแบบนั้นได้  แล้วถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่เซฮุน  คนเป็นแม่ก็คงไม่เชื่อ  ซองรยองเอนกายนอนพักที่โซฟาตัวใหญ่  เนื่องจากปวดหัว  กับการกระทำที่เหมือนคนยุคหิน  ป่าเถื่อน  และไร้ความอ่อนโยนของคนเป็นลูก  ส่วนคนถูกเตือนเรื่องของมีค่า...ก็รีบหยิบแหวนที่คนรักมอบให้เมื่อคืน  สวมไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายเหมือน  แล้วรีบเดินเข้าไปในห้องนอน  เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

 

แต่สักพัก........

 

ปังงงงง!!!!!!

 

            “แม่!!!!....ขาเป็นยังไงบ้าง  ไปหาหมอไหมครับ  ผมพาไป!!???”

 

            เสียงปิดประตู...ที่ดังพอๆกับเสียงตะโกนด้วยความเป็นห่วง  มันทำให้คนที่ยังไม่ทันได้หลับตา...เพื่อผ่อนคลายอาการบาดเจ็บ  รวมถึงเรื่องที่ทำให้ปวดหัวเมื่อครู่อย่างซองรยอง  ต้องรีบลุกขึ้นนั่งเพราะรู้สึกตกใจ  และไม่ใช่แค่คนเป็นแม่เท่านั้นที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ทางด้านนอก  เพราะเซฮุนที่เพิ่งขออนุญาตไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก็ได้ยินเช่นกัน

 

            คนเป็นเจ้าของโรงแรม...ทราบข่าวอาการบาดเจ็บของคุณแม่  จากคนขับรถที่ตัวเองให้ความไว้วางใจ  และจ้าง...เพื่อให้ขับรถพาท่านไปหาเพื่อนๆที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน  และตัวเขาก็งานยุ่งเกินกว่าจะดูแลท่านได้ด้วยตัวเอง  เพราะส่วนต่อเติมห้องพักที่โรงแรมสาขาเชจูมันสร้างเสร็จหมดแล้ว  และจะเปิดให้ใช้บริการในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า  แถมงานประมูลที่ดินก็เหลือเวลาให้เตรียมการอีกไม่กี่เดือน

 

            “พูดเบาๆก็ได้จงอิน...ทำแม่ตกอกตกใจหมด!!

 

            “ไปโรงบาลดีกว่าแม่  เกิดเป็นอะไรหนักจะได้รักษาทัน”

 

            “ตื่นตูมพอกันทั้ง ผัว ทั้ง เมีย...แม่แค่หกล้ม  ไม่ได้ถูกรถชนสักหน่อย  เลิกโวยวายสักทีได้ไหม...หนวกหู!!!

 

            “(ผัว?...เมีย?...ตื่นตูม?)”

 

            เป็นห่วงแทบตาย...แถมยังทิ้งงานเพื่อกลับมาดูอาการบาดเจ็บของแม่ด้วยความเร่งรีบ  แต่สุดท้าย...คนเป็นลูกก็ได้รับคำบ่นและถูกชักสีหน้าใส่เป็นรางวัลตอบแทน  และ...คำว่า  “ผัว”  “เมีย”  ในประโยคที่ถูกบ่นเมื่อครู่  ก็ทำให้จงอินรู้สึกงงอยู่พอสมควร  พร้อมกับพยายามตั้งสติที่เหมือนจะขาดๆหายๆ  เพราะมันยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองได้ยิน  มันอาจเป็นเพียงแค่การหูฝาด!!???

 

            “แม่หายดีแล้ว...จงอินไม่ต้องพาแม่ไปหาหมอเลยนะ!  แม่ไม่อยากไป!!

 

            “แน่ใจนะครับแม่  แล้วเจ็บตรงไหนบ้างครับ...ไหนผมขอดูหน่อย?”

 

            “เอ๊ะ...จงอิน!!!..ก็แม่บอกว่าหายแล้ว  หายแล้ว  พูดไม่รู้เรื่องหรือไง”

 

            “หงุดหงิดอะไรครับ...คุณนายคิม  จงอินขอโทษ  จงอินรักคุณนายนะครับ”

 

            “ไม่ต้องมาอ้อน...ฉันมีลูกใหม่แล้ว!!!?  แกเตรียมตัวเป็นหมาหัวเน่าได้เลย”

 

            “อ้าวแม่...ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ  แล้วลูกคนใหม่มันเป็นใคร?  ชื่ออะไร?”

 

            “ก็หนูเซฮุนไง...ลูกคนใหม่!!  กลับจีนคราวนี้...แม่จะเอาหนูเซฮุนกลับไปอยู่ด้วย  แกอยู่บ้างานไปเดียวก็แล้วกัน”

 

            “ไม่ได้นะแม่  แม่จะเอาเซฮุนไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น  ผมไม่ยอม!!!!

 

            “หนูเซฮุนนนนน...ไปเลือกลิปสติกกับแม่ที่จีนหน่อยยยยยย!!!  ที่นี่สีมันไม่สวยยยยย!!!!!

 

            “โถ่...แม่!!!!!!!!!

 

            ไม่ฟังเสียงห้ามของลูกชายยังไม่พอ...ซองรยองยังทำเป็นเมินคำขอร้องกึ่งคำสั่งของจงอิน  โดยการตะโกนเรียกชื่อลูกคนใหม่อย่างนึกอยากแกล้งคนที่กำลังหน้าหงิกอยู่ในตอนนี้  แล้วเอนกายนอนลงบนโซฟาตามเดิม  โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น  แม้กระทั่งการง้อทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตระกูลคิม  ส่วนคนที่รีบกลับมาดูอาการบาดเจ็บของแม่ด้วยความเป็นห่วง  ก็ได้ไม่ได้รู้สึกโกรธไปกับสิ่งที่ผู้ปกครองพูดเลยสักนิด  เพราะในชีวิตของเขา...ก็เหลือผู้หญิงคนนี้อยู่เพียงคนเดียวเช่นกัน

 

ต่างคน...ต่างสูญเสียคนที่ตัวเองรักไปแบบไม่มีวันกลับ  และการเหลือกันอยู่แค่สองคนแม่ลูก  มันก็ทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรม  รักหญิงเหล็กที่เป็นผู้บริหารธุรกิจของครอบครัวในสาขาจีนมากกว่าสิ่งใดในโลก

 

            คนเป็นลูก...สูญเสียบิดาไปแบบกะทันหัน  และต้องเข้ารับตำแหน่งเจ้าของโรงแรมแทนผู้ที่เสียชีวิต  เพื่อสานต่อสิ่งที่ครอบครัวสร้างขึ้น  รวมถึงสูญเสียน้องสาวที่จากไปด้วยโรคประจำตัว  และคนเป็นแม่...ก็ต้องเสียสามี  เสียลูกสาวคนเล็กไปแบบไม่ทันได้ดูใจ  ทุกๆการสูญเสียมันนำมาซึ่งความโศกเศร้า  จนซองรยองแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่  แต่...สิ่งที่ทำให้เธอกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิม  ก็คือลูกชายคนเดียวที่ช่วยกอบกู้ทั้งสภาพจิตใจ  และธุรกิจที่สามีเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยความรัก

 

            จงอินดีใจ...ที่แม่ยอมรับคนที่เขาเลือกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเสียที  และคิดว่าอุปสรรคในความรักมันควรจะจบลงแค่นี้  เพราะคนอย่างเจ้าของโรงแรม  จะไม่มีทางเปิดใจให้ใครอีกแล้ว  ถ้าต้องผิดหวังในเรื่องเดิมซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง  การได้คนรักดีๆมาเป็นคู่ครอง  มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา  และคนที่ไม่สนเงินทองชื่อเสียง  คนที่กล้าเถียงเขาเมื่อทำผิด  คนที่ทนกับนิสัยเอาแต่ใจ  เจ้าอารมณ์  ขี้โมโหของ  คิม  จงอินได้  ก็คงมีแค่พนักงานจัดดอกไม้ชื่อ  โอ  เซฮุน  เพียงคนเดียวเท่านั้น

 

และเจ้าของโรงแรม...ก็ไม่มีสิ่งใดตอบแทนความอดทนต่อนิสัยแย่ๆของตัวเองได้  เท่ากับการมอบความรักที่มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง  ให้กับคนที่เขาเลือกแล้วว่าจะรัก  ตลอดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ 24/12/60

ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ  ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #625 noonakh (@noonakh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:10
    คุมแม่แซ่บมากกกกก แม่ลูกเอาแต่ใจพอกันนนน่ารักกก
    #625
    0
  2. #568 /tl26&? (@rmhex) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 01:27
    ฮื่อ ในที่สุดคุณแม่ก็เปิดใจยอมรับเซฮุน หลังจากนี้จะมีแต่สิ่งดีๆ ใช่มั้ย ._.
    #568
    0
  3. #531 btoey44 (@chocolatebt) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 01:37
    ในที่สุดดดดด ความดีชนะทุกสิ่ง เย้
    #531
    0
  4. #487 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 11:01
    คุณแม่ยอมรับแล้ววววววว
    #487
    0
  5. #427 Padcha.a (@padcha01) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:20
    จงอินนี่ใจร้อนไม่หายเลยอะ ไม่ฟังใครเลย ;__;
    #427
    0
  6. #256 ทับบี้คัสตาร์ด (@-benben-) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 15:30
    อ่าวเห้ย! ใครโดนยิงเนี่ยะ แล้วพีจงอินก็ไม่เคยคิดจะฟังเลย เป็นโรคขี้มโนไม่หายเลยนะ
    #256
    0
  7. #255 SPYU (@hunhan31136) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 14:54
    ไม่มีเหตุผลเลยจงอิน แล้วใครโดยยิ่งเนี้ย
    #255
    0
  8. #253 Mokara (@Mokara) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 11:52
    ความเห็นที่250...ถามว่าเราโกรธมั้ยที่เค้าคอมเม้นท์มาแบบนั้น ตอบเลยว่าไม่โกรธเลยและขอบคุณมากที่ช่วยสั่งสอน แต่เราก็ไม่รู้จะบอกความรู้สึกตอนที่อ่านคอมเม้นท์ของเค้าว่ายังไงดี จะโกรธก็ไม่ใช่จะนอยก็ไม่ใช่ เค้าบอกว่าเราบรรยายไม่ดีเราใช้คำว่า เซฮุนแบบนั้น จงอินแบบนี้เยอะไป อ่านแล้วไม่ลื้นไหลมันไม่สมูท คือเราอยากบอกว่าถ้าจะให้เราใช้คำพูดเหมือนไรท์คนอื่นๆแบบที่เค้าแนะนำมา เราว่าฟิคของเราก็ไม่ใช่ของเราหรือเปล่าเพราะไรท์เตอร์แต่ละคนก็จะมีวิธีเล่าเรื่องในแบบของตัวทั้งนั้น และจะให้เราแก้เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่คือ...เราคิดว่าแก้อีกแล้วเหรอ?ฟิคเราเราจะต้องตามใจใครอีกแล้วเหรอ เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้มั้ย? ติเราสอนเราไม่โกรธเลยนะแต่ไม่โอเคกับข้อความที่บอกว่ "ถ้าเป็นคนส่วนน้อยที่อ่านไม่เยอะแล้วแค่หาอ่านๆเราก็ว่าคงโอเคอยู่มั้ง555" คือข้อความนี้เราไม่ค่อยโอเคกับมัน คือคุณความเห็นที่250 จะอ่านฟิคมาเป็นร้อยๆเรื่องร้อยๆวงก็อ่านไปเถอะ แต่อย่าพาดพิงถึงนักอ่านคนอื่นเลย เราคิดว่าที่ทุกอ่านฟิคไม่ว่าจะวงไหนหรือเรื่องอะไรเราว่ามันก็มาจากความชอบทั้งนั้นใครจะอ่านฟิคเราเพื่อฆ่าเวลารอไรท์เตอร์คนโปรดอัพฟิคอันนี้ก็แล้วแต่ผู้อ่านอีกนั้นแหละ ทำงานอยู่บนพื้นฐานความชื่นชอบในจิตใจมนุษย์มันไม่มีถูกผิดจริงๆหรอก(เราคิดว่างั้นนะ) เราเป็นไรท์เตอร์หน้าใหม่นะเรารู้ว่าเรายังมีข้อบกพร่องอีกมากที่ต้องแก้ไข ถ้าคุณอยากอ่านอะไรที่มันดูเป็นมืออาชีพอ่านแล้วไม่สะดุดและไม่น่าเบื่อเหมือนฟิคของเรา คุณก็ไปรออ่านของไรท์ที่คุณชื่นชอบดีกว่ามั้ย? ....ติเพื่อก่ออันนี้เข้าใจได้ แต่ติเพื่อบั่นทอนกำลังใจคนอื่นเราว่ามันแบบ.....เฮ้อออออ แอบมีความท้อในหัวใจ
    #253
    0
  9. #252 tayoul2255 (@tayoul2255) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 10:02
    ม่าเพิ่งจบไปม่าก้มาอีกล่ะ
    #252
    0
  10. #251 ME3 KAEKY (@keetika333333) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 08:07
    มาต่อเดี๋ยวนี้นะ จงอินแกไม่ฟังน้องเลย หนีไปเลยฮุน โมโหแทนน
    #251
    0
  11. #248 Pinkdao (@Pinkdao) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:40
    ฮือๆๆๆ ปวดใจ
    #248
    0
  12. #247 Action!! (@abcdaxe) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:26
    พี่จงอินเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ฮืออออ ปัง ปัง ปังงงง นี่เสียงปืนใช่มั๊ย ไม่เอาๆ
    #247
    0
  13. #246 มักเน่ไลน์94 (@kaihun8894) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:59
    ฮืออออออะไรกันเนี่ยยยยยย พี่คริสนี่ไม่ได้ร้ายจริงๆใช่มั้ยพี่ไม่ได้วางแผนมาใช่มั้ย แงงงงอย่าทำแบบนี้สิ กลับไปคุยกับน้องให้รู้เรื่องเลยนะพี่จงอิน แล้ว-เสียงปังๆๆๆนั่นน่ะ... ไม่มีใครเป็นอะไรใช่มั้ย ;(
    #246
    0
  14. #245 I_pissamai (@I_pissamai) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:07
    อร๊าก ไรท์ค่ะ ได้โปรดไว้ชีวิตเราด้วย ด้วยการมาอัพต่อเถอะค่ะ จะตาย งือ เสียงปืน ปัง ปัง ใครยิ่งใคร ใครโดนยิ่ง อร๊ากกกก งือ ยังไงก็สู้ๆนะค่ะไรท์ ขอบคุณที่มาอัพให้ได้อ่านนะค่ะ
    #245
    0
  15. #244 Kannika Tankam (@yingkhem) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:49
    อ่าวววว ใครมันคือผู้ไม่หวังดีคนนั่นนน เลวมากกก
    #244
    0
  16. #242 ibice (@ibice) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:21
    ฮืออออออ จะไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหมคะ พี่จงอินกำลังเข้าใจน้องผิด ไปฟังน้องก่อนนนน ฮืออออออออออ
    #242
    0
  17. #241 My.idsehunie1810 (@fafahratchada) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:07
    ฮืออออ ค้างงง ใครโดนยิงอ่ะ แง้ ลุ้นมากๆเลยย
    #241
    0
  18. #239 LOVE8894 (@LOVE8894) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 21:53
    อารมณ์ค้างมากค้าาาาา
    มาต่อไวๆน้ะ ติดตามอยุ่ สู้ๆ
    #239
    0
  19. #237 june2546 (@june2546) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 21:49
    เกิดไรขึ้นนนน
    #237
    0