จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 30 : ❀ 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    27 ก.ค. 61






-ดอกไม้ดอกที่ 30-

 

SM  Hospital

05.55 น.

 

             ฮึกก!! พ่อครับเซฮุนไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ฮึกก!...พ่อมารับเซฮุนหน่อยได้ไหมครับ!!!

 

              เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นที่มาพร้อมกับคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค...ก็สามารถทำให้จีซบบินตรงจากญี่ปุ่นกลับมาหาลูกชายบุญธรรมที่โซลทันที  มันเป็นครั้งแรกที่เซฮุนโทรมาร้องไห้รวมถึงออกปากขอความช่วยเหลือจากเขา  ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น  ลูกชายแทบไม่เคยขออะไรจากเขาเลยสักอย่าง  และครั้งนี้...การร้องขอความช่วยเหลือ  มันก็อาจเป็นเรื่องที่ทำให้คนป่วยต้องมานอนหลับโดยปราศจากคนดูแลเหมือนอย่างที่เคยมี


 

                จีซบยืนมองลูกบุญธรรมที่ยังคงหลับอยู่บนเตียง  ในขณะที่ตัวเขายังไม่ได้หลับเลยสักนาที  เพราะเพิ่งเดินทางมาถึงโรงพยาบาลเมื่อครู่  คนเป็นพ่อค่อยๆก้าวเท้าฝ่าความมืดของห้องที่ยังพอมีแสงสว่างลอดผ่านผ้าม่านมาบ้าง  เดินไปนั่งพักที่โซฟาตัวใหญ่พร้อมกับวางกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมไว้ที่ข้างโต๊ะทรงกลมตัวเตี้ยอย่างเงียบๆ  แผ่นหลังกว้างของคนสูงวัยพิงลงบนเบาะนุ่มอย่างรู้สึกเหนื่อยล้ากับการเดินทางรวมไปถึงรู้สึกเป็นกังวลกับปัญหาที่ลูกชายบุญธรรมของตัวเองกำลังพบเจอ

 

 

            คนเป็นพ่ออย่างเขาไม่แน่ใจ...ว่าที่ลูกชายโทรไปร้องห่มร้องไห้และพร่ำบอกแต่ว่าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว  มันจะเกิดจากการที่เจ้าตัวมีปัญหากับจงอินหรือเปล่า??  จีซบพยายามถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อได้พูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์อยู่หลายครั้ง  แต่ยิ่งถาม...เซฮุนก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิมแล้วสายก็ตัดไป  พอโทรกลับไปอีกครั้งเขาก็ไม่สามารถติดต่อลูกบุญธรรมได้อีกเลยจนถึงตอนนี้  ส่วนข้อสงสัยที่จีซบคาดการณ์เอาไว้  เขาก็ไม่อยากให้มันเป็นจริงสักเท่าไหร่  เพราะถ้ามันเป็นปัญหาส่วนตัวของเด็กทั้งคู่จริงๆ  ผู้ใหญ่อย่างเขาก็ไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย  และถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเหมือนเช่นที่ผ่านมา  จีซบก็ยิ่งไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว  เนื่องจากต่างคนต่างก็โตพอที่จะแก้ไขสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง

 

            “อื้อออ...ซี้ดดด!!!”  ตื่นขึ้น...หลังจากหลับลึกด้วยฤทธิ์ของยา  และเพราะขยับร่างกายแรงเกินไป  คนป่วยจึงต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ  เนื่องจากลืมไปว่าตัวเองเพิ่งหกล้มมาเมื่อวาน

 

            “เซฮุน...เป็นอะไรลูก!!!?”  เสียงโอดโอยเพียงเล็กน้อยของคนป่วย  ส่งผลทำให้พ่อบุญธรรมที่นั่งพิงโซฟาและหลับตาเพื่อพักผ่อนอยู่เมื่อครู่  รีบลุกออกจากที่นั่ง  แล้วเดินตรงมาหาลูกชายที่เตียงด้วยความเป็นห่วงทันที

 

            “คุณพ่อ!!!  คุณพ่อมาหาเซฮุนจริงๆด้วย  ผมคิดถึงคุณพ่อจังเลยครับ”  เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟตรงหัวเตียงและยิ้มจนตาหยีด้วยความดีใจ  เมื่อเห็นคนที่ตัวเองเพิ่งโทรไปหาเมื่อวานยืนอยู่ตรงหน้า

 

            “เป็นคนโทรไปตามพ่อมาเอง  จำไม่ได้แล้วเหรอ หื้มแล้วตกลง...เซฮุนคนเก่งของพ่อเป็นอะไร  เมื่อกี๊ร้องทำไม?  เจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก??”  ปากถามออกไปด้วยความเป็นห่วง  พร้อมกับเดินไปเปิดผ้าม่านออกเพื่อให้ห้องพักสว่างรับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า  และเดินกลับมาปิดโคมไฟหัวเตียงที่คนป่วยเปิดไว้ในตอนแรก

 

            “เอ่อออ...คะ  คือออ  เมื่อวานเซฮุนหกล้มในห้องน้ำครับ  ก็เลยเจ็บขานิดหน่อย  ตะ...แต่เซฮุนไม่ได้ตั้งใจนะครับคุณพ่อ  ขามันพลิกไปเอง  ฮึกก!!!  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจ  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจ  ฮึก!!”  รู้สึกผิดมาตั้งแต่เมื่อวาน  เพราะถ้าเขาระวังตัวมากกว่านี้  เจ้าของโรงแรมก็คงไม่ต้องออกมาจากที่ประชุมกลางคัน  หรือต้องเหนื่อยกับเรื่องต่างๆมากมายที่ต้องไปจัดการ

 

            ชู่วววว...ไม่ร้องนะ  คนเก่งของพ่อ  พ่อเชื่อว่าเฮซุนไม่ได้ตั้งใจ พ่อเชื่อ  พ่อเชื่อ  ชู่ววว...ววว”  ไม่ได้เห็นลูกบุญธรรมร้องไห้มานานหลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาได้พักใหญ่  เพราะเท่าที่จำได้...เขาเห็นเซฮุนร้องไห้ครั้งสุดท้าย  ก็ตอนที่รู้ว่าตัวเองต้องเริ่มหัดเดินใหม่เหมือนเด็กแรกเกิด  รวมถึงรู้ต้นสายปลายเหตุว่าทำไมถึงต้องถูกยิง

 

            “เซฮุนเดินได้แล้วนะครับคุณพ่อ  ตะ...แต่พอหกล้ม  หมอก็เลยสั่งห้าม”  พูดเสียงอ่อนด้วยความเศร้า  เพราะทั้งอดเดิน  หรืออดทำอะไรหลายๆอย่างด้วยตัวเองเหมือนที่เคยทำไปจนกว่าอาการบาดเจ็บจะหายดี  แถมยังมีปากเสียงกับคนรัก  และเกือบทำให้โปรเจคใหญ่ของตระกูลคิมล้ม  เนื่องจากความไม่ตั้งใจของตัวเอง

 

            “พ่อเคยบอกแล้วใช่ไหม  ว่าต่อให้เซฮุนเดินไม่ได้จริงๆ  พ่อก็จะดูแลเซฮุนเอง  เพราะฉะนั้นเลิกเศร้า...แล้วก็ไปอาบน้ำได้แล้ว!!”  ไม่รอคำตอบ  หรือรอฟังคำพูดที่แสดงถึงความโศกเศร้าของคนป่วยอีกแล้ว  และจัดการอุ้มลูกบุญธรรมเดินเข้ามาในห้องน้ำ  เพื่อทำความสะอาดร่างกาย  ก่อนที่คุณหมอจะเข้ามาตรวจร่างกายคนป่วย

 

            ดูแลกันมาตั้งแต่วันแรกที่เซฮุนต้องเข้ารับการรักษา...จีซบจึงรู้ดีว่าตัวเองควรปฏิบัติต่อคนป่วยอย่างไรให้กระทบต่ออาการบาดเจ็บน้อยที่สุด  ใจลึกๆของคนเป็นพ่อ  ก็อยากถามถึงสาเหตุที่แท้จริงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่  ที่ทำให้คนป่วยต้องโทรไปร้องไห้  และพร่ำบอกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว  ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน  เขาก็เพิ่งทราบข่าวมาจากลูกชายอีกคน  ว่าทุกอย่างที่โซลเรียบร้อยดี  และเซฮุนก็เริ่มเดินเองได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าคอยช่วยพยุงร่างกาย

 

แต่วันนี้...ทุกอย่างที่ได้ยิน  ได้ฟัง  มันกลับดูสวนทางกันไปหมด

 

            ถ้าเป็นเรื่องที่เจ้าตัวหกล้มเพียงแค่เรื่องเดียว  คนอย่างเซฮุน...ไม่มีทางโทรมาร้องไห้  หรือขอความช่วยเหลือจากพ่อคนนี้แน่นอน  ขนาดทำงานไปด้วย  เรียนไปด้วย  เหนื่อยแค่ไหน  ลำบากเท่าใด  ก็ไม่เคยปริปากขอให้เขาช่วยเลยสักครั้ง  เงินที่โอนเข้าบัญชีให้ทุกเดือนก็แทบไม่เคยเอาออกมาใช้จ่าย  ลูกบุญธรรมมีนิสัยเช่นไร  จีซบรู้ดีทุกอย่าง  เป็นคนเข้มแข็ง  มีความอดทน  และนิสัย...ที่บางครั้งก็ทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขารู้สึกหงุดหงิดก็คือ  ความเกรงใจ  และการไม่ชอบเป็นภาระของใคร  ซึ่งบางที...คนเราก็ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่นบ้าง  ยิ่งเป็นคนในครอบครัว  ก็ยิ่งต้องช่วยเหลือกันเป็นธรรมดา

 

            จีซบไม่อยากเดา...ว่าเรื่องที่กำลังก่อกวนจิตใจของเซฮุน  มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าตัวกับชายหนุ่มผิวเข้มที่อาจเปลี่ยนไป  แต่จะให้คิดไปเป็นอื่น...ก็เห็นจะเป็นไปได้ยาก  เพราะในชีวิตของลูกบุญธรรม  เรื่องของงาน  เรื่องของสุขภาพ  เรื่องของตัวเอง  รวมถึงเรื่องทั่วๆไป  เป็นสิ่งที่ลดระดับความสำคัญแบบนี้มาโดยตลอด  แต่พอมีความรัก...ทุกอย่างดูคล้ายจะถูกทำให้แปรปรวนไปหมด  จากที่เข้มแข็ง...ก็กลายเป็นอ่อนไหว  จากที่เคยอดทนได้...ก็เหมือนจะน้อยลงไปทุกที  จากที่ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากเขา...ก็ร้องขอจนต้องรีบเดินทางกลับมาที่นี่

 

            ทุกอย่างอาจดูเปลี่ยนไป...แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด  เพราะมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป  และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร  มันก็ไม่เปลี่ยนแปลง  นั่นก็คือ  “คำพูด”  ที่ออกมาจากปากของลูกบุญธรรม  บอกว่าจะทำ...ก็ทำจนสำเร็จ  บอกว่ารัก...ก็รักจนถึงที่สุด  และการบอกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว...ก็คงต้องเป็นแบบนั้น

 

เซฮุนไม่เคยผิดคำพูด  ไม่เคย  ไม่เคยเลยสักครั้ง

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            ตอนนี้...ในห้องอาบน้ำมีแต่ความเงียบ  และเสียงถอนหายใจเบาๆของคนป่วยที่กำลังนั่งนิ่งให้คนเป็นพ่อทำความสะอาดร่างกาย  เซฮุนไม่ได้อายที่ถูกจีซบจับแก้ผ้าอาบน้ำทำเหมือนเขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ  แต่กำลังรู้สึกว่า...ตัวเองอาจสร้างความลำบากใจให้คนเป็นพ่ออยู่ก็ได้  เพราะก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน  ก่อนที่เขาจะถูกยิง  ก่อนที่จะกลายมาเป็นแบบนี้  เขาก็มีบางสิ่งที่ต้องรบกวนให้คุณพ่อช่วยจัดการ  มันสำคัญมาก  และใกล้จะเสร็จสมบูรณ์เต็มที  แต่...พอมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น  ทุกอย่างก็ต้องล่าช้าลงไป  และคุณพ่อก็ต้องกลับมาดูแลเขาอีกครั้ง

 

            คนป่วย...เฝ้าโทษตัวเองที่มักทำให้ใครต่อใครต้องเป็นห่วง  และต้องคอยดูแลเขาอยู่เสมอ  ยิ่งคิด  ก็ยิ่งนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน  เพราะถ้าเขาระวังตัวมากกว่านี้  คุณพ่อก็คงไม่ต้องลำบาก  และคงไม่ต้องมีปากเสียงกับคนรัก  ถามว่าโกรธจงอินหรือไม่...ที่เมื่อวานสัญญาไว้ว่าจะกลับมานอนด้วยกัน  แต่ก็ผิดสัญญา  และปล่อยให้เขานอนอยู่เพียงลำพังจนถึงเช้า  เซฮุนก็ขอตอบเลยว่าไม่โกรธ  แต่...ถ้าถามว่าน้อยใจใช่ไหม  ก็ตอบได้เลยว่าใช่!!!

 

            ถ้าเมื่อคืน...ไม่ได้หลับไปด้วยฤทธิ์ของยาที่หมอสั่งให้ทาน  คนป่วยก็คงนอนไม่หลับ  และรอเจ้าของโรงแรมจนกว่าจะกลับมานอนพร้อมกันเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง  เซฮุนเข้าใจสิ่งที่คนรักทำอยู่ว่าเป็นอย่างไร  เหนื่อยมากแค่ไหน  และงานสังสรรค์ของผู้ถือหุ้นที่จัดขึ้นในโรงแรม  ก็คงดึกเกินกว่าจะกลับมารบกวนคนป่วยอย่างเขา  แถมยังต้องเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศอีก

 

            เซฮุนเข้าใจคนรักของตัวเองเสมอ...เพราะตั้งแต่ตัดสินใจคบกับเจ้าของโรงแรมชื่อดัง  เขาก็ต้องยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเช่นกัน  และสิ่งแรกที่ต้องยอมรับก็คือความแตกต่าง  เพราะการกิน  การอยู่  รวมถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวัน  มันไม่มีสิ่งใดเหมือนกันเลยสักอย่าง  จากที่เคยทานอาหารตามร้านทั่วไปในราคาเพียงไม่กี่วอน  ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นสถานที่หรูหราราคาเป็นหมื่นเป็นแสน  เคยอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นธรรมดาๆ  ก็ต้องย้ายมาอยู่ในคอนโดฯที่มีห้องนอนเพียงห้องเดียว  ก็ใหญ่เท่ากับสามห้องในอพาร์ทเม้นท์ของตัวเอง

 

            ยอมรับ...ว่าตอนแรกอาจมีความอึดอัดบ้าง  แต่ก็ยินดีที่จะเปลี่ยนแปลง  หรือปรับปรุงตัวเองเพื่อให้เจ้าของโรงแรมรู้สึกไม่อายคนอื่นเวลาที่เราทั้งคู่ต้องออกไปไหนมาไหนด้วยกันตามสถานที่ต่างๆ  ถึงแม้จะไม่ได้ออกไปไหนบ่อยนัก  แต่ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม  เซฮุนพยายามทำทุกอย่างให้อยู่ขอบเขตที่ควรจะเป็น  ไม่ก้าวก่ายในหน้าที่การงาน  ไม่ทำตัวโดดเด่น  และที่สำคัญก็คือ...ไม่ทำในสิ่งที่อาจส่งผลเสียต่อ  ชื่อเสียงของโรงแรม  รวมถึงผู้ที่เป็นเจ้าของอย่าง  คิม  จงอิน

 

            แต่พอมาถึงวันนี้...การเจ็บป่วย  การเดินไม่ได้  ช่วยเหลือตัวเองไม่ถนัด  มันกำลังส่งผลกระทบต่อโครงการอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรม  ซึ่งมันทำให้เซฮุนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกครั้ง  ทุกอย่างในชีวิตของจงอินต้องดีขึ้น  ไม่ต้องคอยกังวล  ไม่ต้องเป็นห่วง  ไม่ต้องผิดสัญญา  และไม่ต้องทะเลาะกันอีกแล้ว

 

            ไม่ใช่ความคิดเพียงแค่ชั่ววูบ  หรือเอาความน้อยใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาเป็นตัวตัดสินปัญหา  เซฮุนคิดมานานแล้ว  นานพอที่จะมั่นใจได้ว่า  สิ่งที่ตัวเองกำลังตัดสินใจ  มันคงเป็นผลดีต่อทุกๆคน  นอนป่วยอยู่แบบนี้มาหลายเดือน  มันมีแต่จะดึงชีวิตของคนรักให้ตกต่ำลงเรื่อยๆ  จงอิน...กำลังตั้งใจทำความฝันของคุณพ่อให้สำเร็จ  นั่นคือสิ่งที่เซฮุนรับรู้มาโดยตลอด  และเข้าใจดียิ่งกว่าใคร  เพราะตัวเขาเอง...ก็มีความฝันที่ต้องทำให้สำเร็จ  ซึ่งก็มันคงอีกไม่นาน  แล้วเมื่อถึงวันนั้น...เขาก็อยากให้เจ้าของโรงแรมเข้าใจ  และร่วมยินดีไปกับเขา

 

เพราะ...เซฮุนก็จะทำอย่างนั้นเช่นกัน  เมื่อความฝันของจงอินเป็นจริง

 

            “ขอบคุณนะครับคุณพ่อ...ถ้าวันนี้คุณพ่อไม่มา  มีหวังเซฮุนต้องถูกคุณพยาบาลจับอาบน้ำแต่งตัวให้แน่ๆ”  ถูกคนเป็นพ่ออุ้มออกมาจากห้องน้ำ  พร้อมกับพูดระบายความในใจของตัวเองออกมาทันที  เพราะถ้าวันนี้จีซบไม่เดินทางมาที่นี่  เซฮุนก็ต้องถูกพยาบาลรุมเช็ดตัวให้เหมือนวันแรกที่เข้ารับการรักษา 

 

            “แล้วปกติใครอาบให้  คุณจงอิน?...หรือว่าอาบเอง”  วางลูกบุญธรรมลงบนเตียงอย่างเบามือ  แล้วถามออกไปด้วยความสงสัย  เพราะถ้าไม่ใช่พยาบาลที่มาคอยทำหน้าที่ดูแลคนป่วย  ก็เห็นจะเป็นใครไปไม่ได้...นอกจากเจ้าของโรงแรมที่ตอนนี้ไม่รู้หายตัวไปไหน  แถมเมื่อคืน...ยังปล่อยให้ลูกชายของเขานอนอยู่เพียงคนเดียวโดยไม่มีใครดูแลเลยสักคน

 

            “เซฮุนอาบเอง”  ก้มหน้าก้มตาตอบคำถาม...และรู้ดีอยู่แก่ใจ  ว่าไม่ใครสามารถเข้ามาอาบน้ำ  หรือเช็ดตัวให้คนป่วยห้องนี้ได้ทั้งนั้น  นอกจากเจ้าของโรงแรม  ถึงแม้ช่วงนี้จะอาบน้ำเองอยู่บ่อยครั้ง  และไม่ได้เกิดจากการละเลยหน้าที่  หรือเกิดจากความหลงลืมของใคร  แต่เป็นเพราะเขาอยากทำกิจวัตรต่างๆด้วยตัวเอง  และงานของผู้บริหารก็เยอะขึ้นทุกวัน

 

            “ถ้าคิดจะโกหกพ่อ  งั้น...พ่อขอถามตรงๆ  เซฮุนกับคุณจงอินกำลังมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าพ่อมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าจนตอนนี้มันเก้าโมงกว่า  พ่อยังไม่เห็นใครเข้ามาดูแลลูกพ่อเลยสักคน  เมื่อคืน...นอนคนเดียวใช่ไหม  คุณจงอินไปไหน!!!?”  ถึงไม่ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ  แต่จีซบก็ดูออกว่าเซฮุนกำลังโกหก  และปิดบังบางอย่างเอาไว้  การหลบตา  การใช้น้ำเสียง  การตอบคำถาม  กิริยาอาการที่ลูกบุญธรรมแสดงออกมาทุกอย่าง  มันสามารถฟ้องคนเป็นพ่อไว้หมดแล้ว

 

            “คะ...ครับ  มีปัญหากันนิดหน่อย  เมื่อคืนเซฮุนนอนคนเดียว  เพราะพี่จงอินติดงานสำคัญอยู่ที่โรงแรม  ก็เลยมานอนเฝ้าไม่ได้  เซฮุนเป็นคนบอกพี่จงอินเองครับ...ว่าไม่ต้องมา  เซฮุนอยู่คนเดียวได้  พ่ออย่าโกรธพี่จงอินเลยนะ นะ นะ”  รู้ว่าตัวเองผิด...ที่คิดจะโกหกคนเป็นพ่อ  เซฮุนจึงรีบบอกความจริงด้วยน้ำเสียงออดอ้อด  เพราะทั้งสีหน้าและแววตาของจีซบในตอนนี้  มันบ่งบอกได้ถึงความไม่พอใจปนเป็นห่วงลูกชายคนนี้มากจนแทบเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่

 

            “แล้วมีปัญหาอะไรกัน??...เซฮุนต้องบอกพ่อมาให้หมด  แล้วถ้ายังคิดจะโกหกพ่ออีก  พ่อจะได้กลับไปทำงาน!!!”  ไม่ได้อยากคาดคั้น  หรือแสดงอารมณ์ให้ลูกบุญธรรมรู้สึกเกรงกลัว  แต่ถ้ายังใจดีอยู่เหมือนเดิม  เซฮุนก็คงไม่ยอมพูดความจริงออกมาเสียที  และหาทางหลีกเลี่ยงอยู่ตลอดเวลา

 

            “ซะ...เซฮุนขอโทษครับ  คุณพ่ออย่าโกรธเลยนะ  เซฮุนยอมแล้ว  เซฮุนจะเล่าทุกอย่างให้คุณพ่อฟังหมดเลย  คุณพ่ออย่าเพิ่งกลับได้ไหมครับ  อยู่กับเซฮุนก่อน  เซฮุนไม่อยากอยู่คนเดียว!!”  คนป่วยทราบดี...ว่าคุณพ่อพูดจริงทำจริงเสมอ  และถ้าใช้น้ำเสียงแบบนั้น  ก็ให้เข้าใจได้เลยว่าท่านเป็นห่วง  และไม่ได้มีเจตนาที่จะดุด่า  หรือใช้อารมณ์เพื่อตัดสินปัญหา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สนามบิน

08.40 น.

 

            คุณจงอินแวะทานอาหารเช้าก่อนไหมคะ  หรือว่าจะเข้าไปทำงานที่โรงแรมต่อ?”

 

            “วันนี้ผมไม่เข้าโรงแรมครับ  ผมจะรีบไปหาเซฮุน”

 

            “ยุนอาฝากเยี่ยมคุณเซฮุนด้วยนะคะ”

 

            ครับ...เดี๋ยวผมจะบอกเซฮุนให้  ผมส่งยุนอาแค่นี้นะครับ  แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่ฝรั่งเศส

 

            “ถึงเมื่อไหร่...โทรหายุนอาด้วยนะคะ  ยุนอาจะไปรับที่สนามบิน

 

            “ได้ครับ...เดินทางปลอดภัยนะครับยุนอา

 

            เหมือนเป็นความโชคดีของจงอินที่เช้านี้เจ้าตัวไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศพร้อมหุ้นส่วนสาว  แต่...ความโชคดีคงมีแค่วันเดียว  เพราะยังไงพรุ่งนี้เขาก็ต้องไปอยู่ดี  เเละไปนานถึงสามวัน  ถ้าการไปต่างประเทศในครั้งนี้  มันคือการได้ท่องเที่ยวกับคนรักก็คงดี  แต่มันไม่ใช่แบบนั้น  จงอินต้องไปทำงาน  เซ็นสัญญา  และทำอะไรอีกหลายอย่างตามที่ประชุมไปก่อนหน้านั้น  ถึงแม้เมื่อวาน...เขาจะต้องออกมาจากที่ประชุมกลางคัน  แต่ก็ยังมียุนอาและเลขาคอยแจงรายละเอียดต่างๆให้ฟังจนเข้าใจ

 

            เจ้าของโรงแรมอาสามาส่งหุ่นสาวที่สนามบิน  เพราะถ้าไม่ได้เธอช่วยเหลือเรื่องการประชุมเมื่อวาน  โครงการทุกอย่างอาจต้องล้าช้าออกไปอีก  ขายาวสมส่วนในกางเกงสแล็คสีเข้ม  รีบก้าวเท้าให้ถึงลานจอดรถด้วยความเร่งรีบ  ก่อนที่คนป่วยจะโกรธเขามากไปกว่านี้  รู้ตัวดีว่าผิดสัญญา  แต่งานสังสรรค์ของผู้ถือหุ้นเมื่อคืน  มันเลิกดึกจนก้าวเข้าสู้วันใหม่  และการเป็นทั้งเจ้าของสถานที่  เป็นทั้งเจ้าภาพ  เป็นทั้งผู้ที่ถือหุ้นมากที่สุด  มันก็ทำให้การปลีกตัวออกมาจากงานกลายเป็นเรื่องยาก

 

            เมื่อคืนต้องนอนค้างที่โรงแรม...แล้วตอนเช้าก็ต้องเดินทางมาส่งหุ้นส่วนสาว  และตอนนี้...ก็ต้องรีบขับรถไปให้ถึงโรงพยาบาลก่อนที่ความบาดหมางจากการมีปากเสียงกับคนป่วย  จะทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงไปเรื่อยๆ  อารมณ์ร้อนจนทะเลาะกัน  สัญญาว่าจะไปนอนด้วยก็ทำไม่ได้  และพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางไปฝรั่งเศสแต่เช้า  ถึงแม้ในช่วงที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศสามวัน  จะมีพยาบาลคอยดูแลเซฮุนอย่างใกล้ชิด  แต่จงอินก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

 

               (ผมเหนื่อย  ขออนุญาตนอนพักนะครับคุณจงอิน)

            (ผมอิ่มแล้วครับ  ขอบคุณที่ช่วยดูแลผม)

            (คุณจงอินไปทำงานเถอะครับ...ผมอยู่คนเดียวได้  ผมง่วงแล้วด้วย)

 

               เฮ้ออออออ.....!!  ถอนหายใจยาว...ด้วยความเหนื่อยล้าและรู้สึกกังวลใจ  เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้คนป่วยจะเป็นยังไงบ้าง  หายโกรธกันหรือยัง?  ใครจะอาบน้ำให้?  กินข้าวกินยาได้ไหม?  หรือปวดขาจนนอนไม่หลับอีกหรือเปล่า??  มีสารพัดเรื่องให้ต้องคิด  จงอินจึงไม่อยากไปไหนไกลๆในช่วงนี้  แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้

 

Rrrrrrrrrr!!!!

 

            “ว่าไงครับ...พี่เลขา”  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฉุดคนคิดมากให้ตื่นจากภวังค์  และต้องละมือข้างหนึ่งออกจากพวงมาลัย  และรีบรับสายทันที

 

            (สวัสดีค่ะคุณจงอิน...วันนี้จะเข้ามาที่โรงแรมไหมคะ  พี่มีเอกสารจะให้เซ็นค่ะ)  ใช่ว่าอยากโทรมารบกวน  และทราบดีว่าจงอินกำลังจะไปไหน  แต่ผลของการเดินออกมาจากที่ประชุมกลางคันของเจ้านาย  มันทำให้เอกสารบางส่วนยังไม่เรียบร้อย  และคนเป็นเลขา...ก็จะต้องได้ลายเซ็นก่อนที่เจ้าของโรงแรมจะเดินทางไปต่างประเทศ

 

             เอกสารด่วนมากหรือเปล่าครับ  ถ้าไม่ด่วนก็เอาไว้ก่อน  ผมจะรีบไปหาเซฮุน”  ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสำคัญกว่าคนป่วยอีกแล้ว  และเขาก็มีเวลาอีกแค่วันนี้วันเดียวที่จะได้อยู่กับเซฮุน  ก่อนที่จะต้องจากกันนานถึงสามวัน

 

            (ดะ...ด่วนค่ะ!)  กลัวถูกด่า...แต่ก็จำเป็นต้องพูด  เพราะเอกสารมันด่วนจริงๆ  และถ้าให้รอจนกว่าเจ้านายจะกลับมาจากต่างประเทศ  งบในการต่อเติมโรงแรมที่ปูซานคงต้องล่าช้าออกไป 

 

            “ถ้าเซฮุนไม่ยอมคืนดีกับผม  พี่เลขาต้องรับผิดชอบนะครับ!!”  ถ้าจะถูกรถชนตายก็คงเป็นวันนี้...เพราะเจ้าของโรงแรมกำลังเลี้ยวรถกลับไปเซ็นเอกสารด่วนตามคำบอกของผู้เป็นเลขา  ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า  อยากทำอะไรก็ไม่ได้ทำ  และไม่มีสิ่งใดได้ดั่งใจสักอย่าง

 

            (โธ่...คุณจงอิน  เอกสารมันด่วนจริงๆค่ะ  อย่าโกรธพี่เลยนะคะ)  ไม่ใช่ความผิดของตัวเองเลยสักนิด  เพราะคนที่เอาแต่ใจ  ชอบโวยวาย  อารมณ์แปรปรวนจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างก็คือ...เจ้านาย  เตือนแล้วเตือนอีก  บอกแล้วบอกอีก  และย้ำจนงานเลี้ยงผู้ถือหุ้นเลิกรา  แต่เลขาคนนี้...ก็ยังผิดอยู่ดี

 

            “อีกสิบนาทีผมจะไปถึงโรงแรม...พี่เลขาช่วยเอาเอกสารทั้งหมดมาให้ผมเซ็นที่รถด้วยนะครับ  ผมจะไม่ขึ้นไปที่ห้องทำงาน”  จำได้ว่าเอกสารที่ต้องเซ็นคือเรื่องอะไร  งบประมาณที่ต้องเบิกมีเท่าไหร่  และเป็นของโรงแรมในสาขาใด  จงอินจดจำรายละเอียดได้ทุกอย่าง  แต่...ลืมเซ็น!!

 

            (ได้ค่ะ  ได้ค่ะ!!!!)  เป็นเลขามาเกือบยี่สิบปี  และเป็นมาตั้งแต่รุ่นที่เจ้าของโรงแรมคนเก่ายังไม่เสียชีวิต  จนมาถึงรุ่นทายาท  แต่...ครั้งนี้คือครั้งแรก  ที่การเซ็นเอกสารจะเกิดขึ้นในรถ!!!

 

            “แล้วก็...สั่งดอกทิวลิปแดงที่แผนกจัดดอกไม้ให้ผมด้วยนะครับ...เอาช่อใหญ่ๆ  ไม่ต้องใส่...ดอกฝอยๆสีขาว**มานะครับ  เอาแต่ดอกทิวลิปสีแดงอย่างเดียว!!!

 

            ตอนนี้...เจ้าของโรงแรมอยากให้คุณพ่ออยู่ด้วยมากที่สุด  เพราะท่านอาจรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าเขา  หรือไม่ก็อยู่ช่วยกันจัดสรรงานทุกอย่างให้มันดูเข้ารูปเข้ารอยมากกว่านี้  ยอมรับว่าเหนื่อยที่ต้องแบกภาระหน้าที่ทุกอย่างเอาไว้คนเดียว  และการเป็นเจ้าของโรงแรมตั้งแต่อายุยังน้อย  บางทีก็ทำให้เขาอาจตัดสินใจอะไรบางอย่างผิดพลาดไปบ้าง  เพราะประสบการณ์ยังมีไม่มากพอ  แต่...ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างในชีวิต  มันทำให้คนอย่าง คิม จงอิน ไม่สามารถท้อ  หรือแม้แต่จะหยุดเดินหน้าพัฒนาโรงแรมได้เลย  เนื่องจากมันคือธุรกิจของครอบครัวที่พ่อกับแม่ต่างลงทุนสร้างมาด้วยกันจากความรักและความตั้งใจ

 

...

 

 

...

 

 

... 

 

VROOM!!

 

VROOM!!

 

            หลังจากเซ็นเอกสารสำคัญที่โรงแรมเรียบร้อย  รถหรูสีดำ...ก็จอดลงด้วยความเร่งรีบเมื่อขับมาถึงโรงพยาบาล  มือหนาเอื้อหยิบดอกทิวลิปสีแดงช่อใหญ่  ที่วันนี้มันดูใหญ่มากเป็นพิเศษ  เพราะต้องการใช้ดอกไม้ช่อนี้  เพื่อขอโทษและขอคืนดีกับคนป่วย  รู้ว่าเป็นมุกเดิมๆ...แต่คนแบบจงอินก็เดาใจคนรักไม่ออกว่าชอบอะไร  เพราะตั้งแต่คบกันมาจนถึงตอนนี้   เซฮุนก็ไม่เคยชอบอะไรมากไปกว่าดอกไม้

 

ถึงจะคบหากันมานาน  แต่คนเป็นเจ้าของโรงแรมก็ยังรู้สึกว่า  คนรักของเขาคนนี้...ช่างต่างไปจากคนอื่นๆที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต

 

           จงอิน...เคยง้อเซฮุนด้วยการพาไปซื้อของ  พาไปต่างประเทศ  พาไปทานมื้อค่ำใต้แสงเทียน  พาไปทุกๆที่ที่คิดว่าดีที่สุด  แต่...ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง  ถือว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขา  เพราะการเอาใจคนรักด้วยวิธีแบบนั้น  มันใช้ได้ผลเสมอกับคนที่เคยคบหา  แต่กลับไม่ใช่สำหรับคนที่ชื่อ  โอ  เซฮุน

 

            จัดดอกไม้  อ่านหนังสือ  ทำงานในโรงแรม  และทำความสะอาดคอนโดฯ  คือสิ่งที่คนรักคนนี้ทำวนเวียนซ้ำๆมาตลอดระยะเวลาที่คบกัน  ไม่ชอบออกไปไหน  แต่ถ้าจำเป็นต้องไป  รวมถึงถูกบังคับก็จะยอมไปด้วยกันเสมอ  ไม่เคยจับมือ  ไม่เคยเดินควงแขน  และเป็นจงอินมากกว่าที่ต้องคอยทำแบบนั้น  ยิ่งพาไปซื้อของสดกลับมาทำอาหารทานด้วยกันที่คอนโดฯ  เจ้าตัวก็ยิ่งชอบ

 

            มันเหมือนเป็นคนละคน...เพราะเวลาอยู่ด้วยกันที่ห้อง  หรือในที่ส่วนตัว  เซฮุนจะขี้อ้อน  ช่างเอาอกเอาใจ  พูดเจื้อยแจ้ว  และบ่นนั่นบ่นนี่ไม่หยุดปาก  แต่...พอออกมาข้างนอก  ออกมาเจอสังคม  ออกมาพบผู้คนตามสถานที่ต่างๆ  เจ้าตัวกลับไม่ค่อยพูดค่อยจา  ไม่อ้อน  ไม่แสดงท่าทีอะไรทั้งนั้น  ยอมรับว่าบางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิด...กับการกระทำของเซฮุน ที่ดูเหมือนไม่ภูมิใจที่ได้เจ้าของโรงแรมอย่างเขามาเป็นคนรัก

 

แต่ก็ต้องยอมรับอีกข้อหนึ่งว่า...เซฮุนสามารถวางตัวได้ดี  และไม่เคยสร้างปัญหาเหมือนอย่างที่คนอื่นเคยทำ  ซึ่งมันเป็นข้อที่สำคัญที่สุด!!

 

            “สวัสดีค่ะคุณจงอิน...วันนี้ดอกไม้ช่อใหญ่จังเลยนะคะ”  เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม  เมื่อเห็นญาติของคนป่วย  เดินถือความสวยงามสีแดงขนาดใหญ่  และใหญ่มากๆ  เดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ห้องพยาบาล 

 

            “เอามาง้อ เมีย ครับ”  เน้นย้ำคำว่าเมียเป็นพิเศษ  และเกิดจากความหึงหวงที่แก้ไม่หาย  ทั้งๆที่รู้อยู่ใจว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาดูแลคนป่วยคนนี้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเขา  แต่...มันก็อดที่จะพูดแบบนั้นไม่ได้อยู่ดี  เพราะยิ่งปล่อยให้เซฮุนอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่  ก็ยิ่งมีแต่คนอยากเข้ามาคุย  เข้ามาทักทาย  และถามไถ่เรื่องของสุขภาพโดยเอาหน้าที่การงานมาอ้าง  ส่วนคนป่วย...ก็มนุษย์สัมพันธ์ดีเกินกว่าจะรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของคนอื่น

 

มีแต่เรื่องที่ทำให้เจ้าของโรงแรม...หงุดหงิดหัวใจ!!

 

            “แต่ตอนนี้คุณเซฮุนไม่อยู่ในห้องนะคะ  คะ...คุณ” 

 

            “ไปไหน!!  ใครพาไป!!  แล้วตอนนี้เมียผมอยู่ที่ไหน??!!!!

 

            คำว่าห้ามส่งเสียงดัง...ที่ติดไว้บนกำแพง  มันไม่เคยเป็นคำเตือนที่ใช้ได้ผลกับเจ้าของโรงแรมเมื่อรู้สึกโกรธ  หรือโมโห  เคยสั่งให้รายงานเรื่องของคนป่วยให้ทราบทุกครั้ง...ทำไมถึงละเลย??  เซฮุนของเขาไปไหน??  หกล้มจนต้องไปตรวจร่างกายอีกแล้วใช่ไหม??  คิดไปสารพัดเรื่อง  และยังไม่ทันได้ฟังพยาบาลพูดให้จบก็โวยวายจนเสียงดังไปทั้งชั้น

 

            “ปะ...ไปที่สวนหย่อมคะ  คุณจีซบพาไป

 

            “........!!!!!!???”

 

           ชื่อที่พยาบาลเอ่ยถึง...สามารถหยุดเสียงโวยวายของหนุ่มผิวเข้มได้ดีกว่าคำเตือนบนกำแพง  แถมตอนนี้คนฟังก็เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆเหมือนจะเป็นไข้  มาตอนไหนไม่มา...มาตอนที่เขากำลังมีปัญหากับคนป่วย  เรื่องง้อเมียคงต้องพักเอาไว้ก่อน  เพราะจงอินมีเรื่องอื่นให้ต้องทำมากกว่าการคิดคำพูดสวยหรูเพื่อขอคืนดีกับเซฮุน  ไม่ได้กลัวจีซบจะโกรธ  ไม่ได้กลัวการถูกตำหนิ  และพร้อมที่จะยอมรับผิดทั้งหมด แต่สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คือ  อย่าลงโทษเขาเหมือนครั้งที่แล้วเป็นพอ 

 

            จงอินไม่เคยลืม...ว่าการลงโทษในครั้งนั้น  มันสาหัสสำหรับเขามากแค่ไหน  เพราะหลังจากที่คนป่วยถูกยิงและฟื้นขึ้นมาได้เพียงแค่วันเดียว  เขาก็ถูกคุณอาสั่งห้ามมาเยี่ยมเซฮุนจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากท่านอีกครั้ง  การลงโทษแบบนั้น...มันเหมือนเป็นการฆ่าเขาทางอ้อม  เนื่องจากผลที่ตามมาก็คือ...เขาไม่มีสมาธิในทำงานเลยแม้แต่วันเดียว  มันคิดถึง  อยากอยู่ใกล้ๆ  อยากกอด  อยากสัมผัส  และไม่อยากถูกลงโทษซ้ำเป็นครั้งที่สอง

 

            เดินคอตกกลับมารอคนป่วยที่ห้อง...เพราะไม่อยากขึ้นไปรบกวนเวลาส่วนตัวของพ่อกับลูก  และทราบดี...ว่าคนทั้งคู่ไม่ได้เจอกันมานาน  มือหนาถอดสูทสีเข้มพาดลงบนโซฟา  และพับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้าง  แล้วเริ่มจัดดอกไม้ที่คิดว่าจะเอามาง้อคนป่วยใส่แจกันเอาไว้เหมือนที่เคยทำ  ถึงแม้แผนที่คิดไว้จะไม่ได้เป็นไปตามคาด  แต่จงอินก็ยังรู้สึกดีที่มีใครสักคนที่ไว้ใจได้  มาอยู่ดูแลเซฮุนในช่วงที่เขาต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายวัน

 

             จงอินไม่รู้...ว่าจีซบมาที่นี่  ตอนนี้ด้วยเหตุผลอะไร  มาเยี่ยมลูกบุญธรรม?  มาเคลียร์ปัญหากับเขา?  หรือมาทำงาน?  แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร  จงอินก็พร้อมจะรับมือ  รวมถึงขอร้องให้ท่านช่วยอยู่กับคนป่วยไปจนกว่าเขาจะกลับมา  เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดูเสียมารยาท  แต่ก็ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นนอกจากคนใกล้ตัว  คนในครอบครัว  และพยาบาลพิเศษที่จ้างเอาไว้

 

Rrrrrrrr!!!!

 

Rrrrrrrr!!!!

 

Rrrrrrrr!!!!

 

          จัดดอกไม้ยังไม่ถึงครึ่งแจกัน...เสียงเครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้นเสียก่อน  มือหนาวางดอกทิวลิปลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด  แล้วรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับทันที  คนป่วยเคยบอกว่าการจัดดอกไม้จะทำให้ใจเย็นขึ้น  แต่มันคงไม่ใช่สำหรับคนอย่าง  คิม  จงอิน  เพราะจัดยังไงก็จัดไม่สวย  หยิบตรงนี้ก็หัก  จับตรงไหนก็ช้ำ  ยิ่งทำก็ยิ่งเละ  ยิ่งทำก็ยิ่งใจร้อน!!

 

            (ว่าไง...??!)

 

            เซฮุนเป็นไงบ้างวะ?...แล้วคืนดีกันหรือยัง!!?”

 

            (อยากเสือกหรือเป็นห่วง  พูดมาตรงๆ...แล้วเมื่อไหร่มึงจะพาน้องแบคมาที่นี่สักที)

 

            “ก็ทั้งสองอย่าง...แล้วกูพาน้องแบคไปหาเซฮุนไม่ได้แล้วนะ  พะ...พอ”

 

            (อะไรวะ!!!  เรื่องแค่นี้...ช่วยกูไม่ได้?)

 

            “มึงฟังกูก่อนได้ไหม!!...ไม่ใช่ช่วยไม่ได้  แต่คุณอาไม่ให้ไป  แล้วน้องแบคก็ต้องทำงานแทนคุณอาด้วย”

 

            (แล้วคุณอา...จะมาอยู่กับเซฮุนกี่วันวะ??  กูจะได้ไปฝรั่งเศสแบบสบายใจหน่อย)

 

            “พูดงี้...แสดงว่าเจอคุณอาแล้วดิ?”

 

            (ยัง...แล้วคุณอามาตอนไหนก็ไม่รู้  ไม่เห็นมีใครบอกกูสักคน  ขนาดมึงรู้...มึงยังไม่บอกกูเลย)

 

            “กูก็เพิ่งรู้จากน้องแบคเมื่อเช้า...มึงจะมาน้อยใจอะไรวะ!!

 

            (วางๆไปได้แล้วไป  รำคาญ!!  คนยิ่งหงุดหงิดอยู่!)

 

            “ปรับๆอารมณ์หน่อย  เดี๋ยวคุณอาหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง  มึงจะพูดไม่ออก”

 

            (เออ!!!)

 

            “ขออนุญาตวางสายนะครับ...คุณคิม  จงอิน  โชคดีนะครับ”

 

            (ไอ้สัดด!!!)

 

แกร๊กก!!

 

         “ด่าใครเหรอครับ  คุณจงอิน??”

 

            “ T_T

 

            เป็นจังหวะชีวิตที่อยากเอาแจกันฟาดหัวตัวเองให้สลบ...เพราะไม่คิดว่าคนที่พูดถึงเมื่อครู่  จะกลับมาพอดี  ดอกไม้ก็ยังจัดไม่เสร็จ  อารมณ์ก็ยังไม่ได้ปรับ  และสถานการณ์ทุกอย่างอาจทำให้ความผิดที่ก่อไว้  ถูกเพิ่มโทษ

 

            “สวัสดีครับคุณจงอิน  มาถึงที่นี่นานหรือยังครับ  แล้วเป็นยังไงบ้าง  สบายดีไหม?”  ประตูห้องพัก...ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงทักทายของคนที่พาลูกชายบุญธรรมออกไปเปลี่ยนบรรยากาศที่สวนหย่อม  และกำลังเข็นรถคนป่วยไปที่เตียง

 

            “สวัสดีครับคุณอา  ผมสบายดีครับ  แล้วคุณอามาถึงที่นี่เมื่อไหร่ครับ?”  รีบโยนเครื่องมือสื่อสารลงบนโซฟา  แล้วโค้งตัวเพื่อเป็นการทำความเคารพผู้ใหญ่ตามมารยาท  ถึงแม้ว่าผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า...จะเป็นพนักงานในโรงแรมของตัวเองก็ตาม  แต่เมื่ออยู่นอกเหนือเวลางาน  จีซบถือเป็นบุคคลที่เขานับถือมากคนหนึ่ง

 

              อามาถึงที่นี่เมื่อเช้า  แต่...ไม่เจอคุณจงอิน  อาก็เลยอาบน้ำให้เซฮุน...แล้วก็พาขึ้นไปเดินเล่นที่สวนหย่อม”  พูดเสียงเรียบ...แล้วอุ้มลูกบุญธรรมวางลงบนเตียงอย่างเบามือ  และอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าคุณหมอก็คงจะเข้ามาตรวจร่างกายของคนป่วยตามปกติ

 

            “เอ่อ...เมื่อคืนผมติดงานอยู่ที่โรงแรมครับ  ก็เลยไม่ได้อยู่เฝ้าเซฮุน”  รีบสารภาพความจริง  แต่...คำสารภาพเรื่องที่ผิดสัญญากับคนป่วยว่าจะกลับมานอนด้วยเมื่อคืน  เขาขอยอมรับผิดกับเซฮุนเพียงคนเดียว

 

            “อาเข้าใจ...แล้วเซฮุนก็เป็นลูกของอา  อาดูแลได้  คุณจงอินไม่ต้องเป็นห่วง”  ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม  พร้อมกับนำรถเข็นไปเก็บไว้ที่ข้างโต๊ะหัวเตียง  และผายมือเชิญให้เจ้าของโรงแรมมานั่งคุยกันต่อที่โซฟา  เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาพักผ่อนของคนป่วย

 

            “เมียผมทั้งคน...ยังไงผมก็เป็นห่วงครับ  แล้วผมก็มีเรื่องจะรบกวนคุณอาด้วยครับ”  ตั้งใจแล้ว...ว่าจะสารภาพความจริง  และต่อให้ถูกคนที่ตัวเองนับถือตำหนิมากแค่ไหน  เขาก็จะไม่ใช้สิทธิ์  ไม่ใช้อำนาจที่มี...มาช่วยตัดสินปัญหาเด็ดขาด  ในฐานะพนักงาน...คุณอาอาจไม่มีสิทธิ์ตอบโต้อะไรทั้งนั้น  แต่ในฐานะตอนนี้...คุณอามีสิทธิ์ทุกอย่าง 

 

            “อารอฟังอยู่”  รู้ดี...ว่าเด็กที่นั่งอยู่ตรงหน้าต้องการพูดเรื่องอะไร  เพราะคนที่สารภาพผิด  คนที่ยอมพูดความจริง  คนที่มีเรื่องอัดอั้นในใจ  และเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังเป็นคนแรกก็คือเซฮุน  และตอนนี้...เขาก็อยากฟังเหตุผลของจงอินบ้าง  เพื่อจะได้เข้าใจความคิดของเด็กทั้งคู่  ว่าต่างคนต่างกำลังรู้สึก  หรือต้องการสิ่งใดหลังจากที่มีปากเสียงกันไปเมื่อคืน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

16.40 น.

 

            เหมือนยกภูเขาทั้งเชจูออกไปจากอก...เมื่อได้พูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ที่นับถือ  และไม่ถูกลงโทษเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้  แต่ก็มีถูกตำหนิ  ถูกตักเตือน  ถูกอบรม  ไปตามความเรื่องตามราว  ยอมรับว่ามีหงุดหงิดบ้าง  เวลาที่ท่านพูดถึงเซฮุนในด้านที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน  หรือ...อาจเป็นเพราะตัวเองที่ใส่ใจคนรักไม่มากพอ  คิดว่ารู้ดีแล้ว  รู้ใจแล้ว  และรักมากที่สุด  แต่ถ้าให้เทียบกับคนเป็นพ่อบุญธรรม  เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

 

ยิ่งคิด...ก็ยิ่งหงุดหงิดตัวเอง

 

            ส่วนเรื่องที่ทำให้รู้สึกโล่งใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ  การมีคนที่ไว้ใจได้...ช่วยดูแลคนป่วยในระหว่างที่เขาต้องเดินทางไปต่างประเทศ  แต่ก็ใช่ว่าจะโล่งใจได้ตลอดไป  เพราะคนอย่างเจ้าของโรงแรม  ก็มักจะมีเรื่องนั่นเรื่องนี้เข้ามากวนใจอยู่เสมอ  กลายเป็นคนคิดมาก...เมื่อมีคนรักที่ชื่อ  โอ  เซฮุน  วันนี้เป็นห่วงเรื่องนั้น  พออีกวัน...ก็เป็นหวงเรื่องในอีกสามวันข้างหน้า  เหมือนคนเสียสติ  และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้  ถ้าเรื่องทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับเซฮุน

 

            เมื่อจัดการปัญหาส่วนตัวเรียบร้อย...เจ้าของโรงแรมจึงขออนุญาตอยู่กับคนป่วยตามลำพัง  เพราะเวลาที่จะอยู่ด้วยกันมันเหลือน้อยลงเต็มที  จงอินโทรสั่งให้รถมารับจีซบกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม  และเตรียมห้องไว้ให้เป็นอย่างดี  สายตาคม...มองคนที่ยังหลับสนิทด้วยความคิดถึง  เพราะตั้งแต่เดินทางมาที่โรงพยาบาล  เขายังไม่ได้คุยกับเซฮุนเลยสักคำ  พอคุณหมอเข้ามาตรวจร่างกาย  และจ่ายยาให้ตามอาการ  คนป่วยก็หลับไปทันที

 

คน...ที่จัดดอกไม้ทีไรก็ยังใจร้อนไม่หาย  เริ่มทำในสิ่งนั้นอีกครั้ง  และคงเป็นครั้งแรก...ที่มันทำให้ยิ้มได้

 

            “อื้อ...อออ!”  หลับไปด้วยฤทธิ์ยาอีกครั้งหลังจากที่คุณพ่อพาไปเดินเล่นที่สวนหย่อม  และพอกลับมาที่ห้องได้สักพัก  คุณหมอก็เข้ามาตรวจร่างกายพร้อมกับจ่ายยาให้ทานตามปกติ

 

            “หลับไปนานเลยนะครับคนเก่ง  ไม่สบายหรือเปล่า หื้มให้พี่ตามหมอไหม??”  เกลี่ยผมสีเข้มที่ยาวจนปรกใบหน้าเรียวสวยออกอย่างเบามือ  และคิดว่าคงต้องให้ช่างมาตัดให้อีกครั้งหลังจากที่กลับมาจากต่างประเทศ 

 

            “ไม่ต้องตามคุณหมอหรอกครับ  เซฮุนไม่ได้เป็นอะไร...แล้วคุณพ่อละครับ??”  จำได้...ว่าเห็นจีซบนั่งคุยกับเจ้าของโรงแรมอยู่ที่โซฟา  และได้ยินเสียงพูดคุยกันอยู่สักพักแล้วตัวเองก็หลับไป  พอตื่นขึ้นมาอีกที...ท่านก็ไม่อยู่แล้ว

 

            “คืนนี้พี่จะอยู่กับเซฮุนเองครับ”  มือหนาเปิดผ้าห่มผืนโตที่คลุมร่างคนป่วยออก...แล้วแทรกกายขึ้นไปนอนบนเตียง  พร้อมทั้งกอดคนที่เรียกหาแต่พ่อบุญธรรมไว้แน่นด้วยอารมณ์ต่างๆที่ยากเกินอธิบาย  ทั้งคิดถึง  ทั้งเป็นห่วง  อยากขอโทษ  และอีกสารพัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

 

            “เดี๋ยวคุณพยาบาลก็ว่าหรอกครับ  แล้วพี่จงอินไม่ต้องไปต่างประ  ทะ...เทศ อื้มมม!!”  ยังไม่ได้รับตอบคำตอบเลยสักข้อ  ปากบางสีหวานก็ถูกบดจูบแบบไม่ทันตัว

 

            ทราบดี...ว่าจงอินเป็นคนเอาแต่ใจ  ปากร้ายและเจ้าอารมณ์  แต่การขึ้นมานอนด้วยกันบนเตียงแล้วโดนจูบอยู่ตอนนี้  มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเลยแม้แต่น้อย  เซฮุนอยากโกรธ  อยากตอบโต้  อยากลองขัดใจคนอย่างเจ้าของโรงแรมดูสักครั้ง  แต่...มันก็เป็นอีกครั้งในอีกหลายๆครั้งที่ไม่เคยทำสำเร็จ

 

โกรธตัวเองที่ใจอ่อน  เกลียดตัวเองที่ไม่เคยเอาชนะรสสัมผัสจากริมฝีปากคมได้เลย

 

            เป็นครั้งแรกที่จงอินขึ้นมานอนกับเขาบนเตียงคนป่วย  เพราะปกติเจ้าตัวจะนอนบนโซฟา  หรือไม่ก็บนที่นอนขนาดเล็กที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ทุกครั้ง  แล้วตอนนี้...สิ่งที่ถูกคนเอาแต่ใจมอบให้  ก็ใช่ว่าไม่กลัวคนอื่นจะเข้ามาเห็น  แต่ร่างกายมันขยับได้ไม่มากนัก  เนื่องจากกลัวจะกระทบต่ออาการบาดเจ็บ  และสิ่งที่พาให้ทุกอย่างเป็นไป  ก็คงเป็น...หัวใจของเขา  ที่ยอมให้เจ้าของโรงแรมทำได้ทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นการถูกจูบ  การถูกกอด  และถูกสัมผัสไปทั่วผิวเนื้อ

 

แต่...ความอ่อนประสบการณ์  ก็ทำให้ปากคมต้องละจากความหวานที่ตักตวงจนคนใต้ร่างเริ่มหายใจไม่ทัน

 

            “พี่ขอโทษนะครับ...ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”  ซบใบหน้าคมเข้มลงบนอกบางของคนป่วย  แล้วกอดร่างหอมๆไว้แน่น  พร้อมกับฟังเสียงหัวใจที่กำลังเต้นตึกตัก

 

            “ถ้าเซฮุนไม่ยกโทษให้ล่ะครับ  พี่จงอินจะทำยังไง?”  การกระทำต่างจากคำพูด  เมื่ออ้อมแขนทั้งสองข้าง...ที่โอบกอดคนบนอกเอาไว้  เริ่มกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม  และเซฮุนก็ไม่คิดว่าเจ้าของโรงแรมจะทำแบบนี้  เพราะมันเหมือนตัวเองกำลังถูกอ้อน...จากคนปากร้ายที่ว่ากล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรง  เมื่อวานเขายอมรับว่ามันเจ็บปวดและเสียใจจริงๆ  แต่...พอมาเจอคำขอโทษ  การกอดและรสสัมผัสที่แสนคิดถึง  ใจมันก็อ่อนเหมือนขี้ผึ้งถูกไฟรนเสียอย่างนั้น

 

ฟอดดดด!!!

 

            “พี่ก็จะไม่ไปฝรั่งเศส  ไม่ไปทำงาน  ไม่ไปไหนทั้งนั้นเลยครับ  พี่จะนอนกอดเซฮุนแบบนี้ทั้งวันทั้งคืน”  ละใบหน้าจากแผ่นอกบาง  คล่อมกายกักขังคนป่วยเอาไว้  แล้วหอมแก้มนุ่มจนยุบไปตามแรงกดด้วยคิดถึง  จงอินไม่อยากทะเลาะกับเซฮุนแล้ว  มันเหนื่อย  มันล้า  และไม่มีความสุขแม้แต่วินาทีเดียว  ถึงคนใต้ร่างตอนนี้จะไม่เคยโกรธกันเลยสักครั้ง  แต่เขาก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก  มันบั่นทอนจิตใจ  บั่นทอนความรู้สึก  บั่นทอนทุกอย่างจนแทบไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น

 

            “ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้นะครับ  งานสำคัญขนาดนั้นจะไม่ไปได้ยังไง...แล้วพี่จงอินก็ลงไปจากเตียงได้แล้วครับ  เดี๋ยวพี่พยาบาลเข้ามาเห็น  ถ้าไม่ลง...เซฮุนจะโกรธจริงๆนะครับ”  ยกมือสองข้างดันใบหน้าคนเจ้าเล่ห์ที่กำลังก้มลงมาหอมแก้มเขาอีกครั้ง  พร้อมเอ่ยปากสั่งให้ลงไปจากเตียงก่อนที่ใครจะเข้ามาเห็น 

 

            “ขอจุ๊บอีกทีนึง...ทีเดียว”  รู้ดี...ว่าคนป่วยโกรธเจ้าของโรงแรมคนนี้ไม่ลงแน่นอน  และคนเอาแต่ใจอย่างเขา  ก็ได้จูบริมฝีปากสีหวานอีกครั้ง

 

            จงอินประคองเซฮุนให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง  และเอาหมอนรองแผ่นหลังเอาไว้  ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบผลไม้ออกมาหนึ่งกล่อง  สตรอว์เบอร์รี่สีสด...ถูกมือหนาแบ่งครึ่งด้วยมีดขนาดเล็ก  และเรียงใส่จานวางไว้บนตักคนป่วย  พร้อมกับส้อมที่เตรียมไว้ให้  เซฮุนเคี้ยวความหอมหวานจนเต็มแก้ม  ซึ่งมันทำให้คนมองอดยิ้มตามไปกับความสดใสที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ได้  จงอินอยากให้คนรักยิ้มแบบทุกวัน  มีความสุขแบบนี้ทุกวัน  แต่...อีกสามวัน  กว่าเขาจะได้กลับมาเห็นภาพชวนมองแบบนี้อีกครั้ง  สามวันที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ  และมันคงเป็นสามวันที่ทรมานใจเขามากที่สุด

 

            “กินเยอะๆนะครับเซฮุน  พี่อยากให้เราอ้วนกว่านี้อีกหน่อย

 

            “ถ้าเซฮุนอ้วนแล้วพี่จงอินอุ้มไม่ไหวก็อย่ามาบ่นนะครับ

 

            “ไม่บ่นหรอกครับ  จับเต็มไม้เต็มมือดี!!

 

            “น่าเกลียด...หยุดพูดเลยนะครับ!!

 

            “ไม่เห็นจะน่าเกลียดเลยครับ...ก้นเซฮุนสวยจะตาย  เนื้อแน่นๆอวบๆ...สีเหมือนสตรอว์เบอร์รี่ด้วย!!

 

เพี๊ยะ!!!

 

            “อิ่มแล้วครับ  ไม่อยากกินแล้ว”

 

            มือบาง...ฟาดลงบนหัวไหล่ของคนที่พูดจาไม่น่าฟัง  แถมยังถูกมองด้วยสายตาที่เหมือนกำลังจับเขาเปลือยกายจนไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้น  คนป่วยไม่เคยทนต่อการถูกเจ้าของโรงแรมจ้องด้วยสายตาแบบนั้นได้เลย  มันทั้งเขิน  ทั้งอาย  และเริ่มทำตัวไม่ถูก  มือไม้ดูเกะกะไปหมด  ผ้าห่มที่กองอยู่บนตักก็ยกขึ้นมาคลุมร่างเหมือนอากาศหนาวติดลบ  ทั้งๆที่อุณหภูมิในห้องก็ปกติดี

 

            “ไม่กิน...ก็ไปอาบน้ำนะครับ  เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาตรวจ”

 

            “แล้วพี่จงอินไม่รีบไปที่สนามบินเหรอครับ  เครื่องออกกี่โมง??”

 

            “พี่ไปพรุ่งนี้ครับ  เครื่องออกเก้าโมง”

 

            “ละ...แล้วคุณยุนอาไปด้วยใช่ไหมครับ?!

 

            “คนป่วย...หึงเหรอครับ?”

 

            “เซฮุนหึงได้ใช่ไหม U_U

 

            “ได้ครับ....หึงเยอะๆเลย  พี่ชอบ”

 

            “เซฮุนไม่อยากหึง  แต่...มันหงุดหงิดครับ  แล้วก็อึดอัดด้วย  คุณยุนอาเธอสวยนะครับ  เหมาะกับพี่จงอินมากๆเลย  เหมาะสมกันทุกอย่าง”

 

            “เซฮุนอย่าพูดแบบนี้ได้ไหม  พี่ไม่อยากฟัง...ไม่มีใครเหมาะสมกับพี่เท่าเซฮุนอีกแล้ว  อย่าคิดมากนะครับ...คนดี  พี่รักเซฮุนนะครับ  รักมากๆ  รักคนเดียว”

 

ฟอดดดด!!!

 

            หอมแก้มนุ่ม  แล้วกอดคนคิดมากเอาไว้ด้วยความรัก  และเข้าใจทุกความหมายเป็นอย่างดี  ว่าคนธรรมดาๆอย่างเซฮุนกำลังรู้สึกเช่นไร  เพราะใครอีกคนก็สมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง  ทั้งฐานะ  เงินทอง  ชาติตระกูล  แถมยังมีจิตใจที่ดี  แต่...คนอย่าง  คิม จงอิน  ก็ไม่ขอเลือกใครอีกแล้ว  ต่อให้มีดีกว่าดี  รวยกว่านี้  สวยกว่านี้  เขาก็ไม่ต้องการใครทั้งนั้น  นอกจากคนที่ชื่อ  โอ  เซฮุนคนนี้คนเดียว

 

แล้วคนอ้อมกอดจะรู้บ้างหรือเปล่า...ว่าเจ้าของโรงแรมคนนี้  มีความสุขมากแค่ไหนเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน

 

            “เซฮุนขอโทษนะครับที่ทำให้พี่จงอินไม่พอใจ

 

            “ไม่ใช่ไม่พอใจ  แต่พี่ไม่อยากให้เราคิดแบบนั้น...เข้าใจไหม?!!”

 

            “ครับ...เซฮุนจะไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว  เซฮุนรักพี่จงอินนะครับ  รักมากๆเหมือนกัน

 

            “พี่จะลงโทษเซฮุนยังไงดีน้าาาา...พี่ขอคิดก่อน??”

 

            ลงโทษอะไรก็ได้ครับ  เซฮุนยอมพี่จงอินทุกอย่าง

 

            “พูดแล้วห้ามคืนคำนะครับคนเก่ง

 

             ร่างสวย...ปลิวเข้าสู่อ้อมแขนเจ้าของบทลงโทษทันที  และพาเดินเข้ามาในห้องน้ำด้วยสภาพที่เปลือยเปล่าทั้งคู่  เซฮุนเอียงใบหน้าไปทางซ้าย  แล้วทิ้งสายตาไว้ที่พื้น  เพราะรู้สึกอายที่ต้องมาอาบน้ำด้วยกันอีกครั้ง  แถมตอนนี้ยังต้องนั่งอยู่บนตักของจงอินแทนการนั่งเก้าอี้เหมือนทุกครั้งที่ถูกจับอาบน้ำ  หมอห้ามคนป่วยเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป  เนื่องจากเกรงว่าอาการบาดเจ็บจะหายช้ากว่าเดิม  แต่...มันคงไม่ทันเสียแล้ว

 

            “อื้ออ..ออ”

 

            เสียงน้ำ...ที่ไหลออกมาจากฝักบัว  เสียงจูบที่เร้าร้อน  และเสียงน่าอายที่ปกปิดไว้ไม่ไหว  มันกำลังดังก้องอยู่ในห้องอาบน้ำ  ฟองครีมเนื้อนุ่ม  ถูกลูบไล้ไปพร้อมๆกับการเคลื่อนไหว  ที่พาให้ร่างสวยพริ้วไปตามแรงอารมณ์ของคนด้านล่าง  ถึงแม้ทุกอย่างจะดูเชื่องช้า  แต่ก็หนักหนวงจนแทบหลอมละลาย  บทลงโทษที่ยอมให้เจ้าของโรงแรมกระทำ  มันสามารถทำให้ความต้องการ  อยู่เหนือความเจ็บปวดได้จริงๆ

 

            “อ๊ะ...ซี้ดด!!

 

            “เจ็บขาเหรอครับเซฮุน  อื้มม..มม!!

 

            “ปะ...เปล่าครับ  อ๊ะ!

 

            มือหนา...จับยึดสะโพกอวบที่กำลังขึ้นสีคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี่ที่เพิ่งกล่าวหยอกเย้ากันไปไม่นาน  แล้วขยับความต้องการด้วยอารมณ์ที่เริ่มพุ่งสูงมากขึ้น  แต่ก็ยังพยายามที่จะไม่ทำรุนแรงจนอาจส่งผลกระทบต่ออาการบาดเจ็บของคนป่วย  จงอินทราบดีว่าไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำ  แต่มันอดใจไม่ไหวแล้วในเวลานี้  เพราะเซฮุนก็ป่วยมาหลายเดือน  และเขาก็ห่างหายจากเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่องร้ายๆขึ้น  การอดดทนรอมาได้นานขนาดนี้  ก็ถือว่าเก่งมากแล้วสำหรับคนเอาแต่ใจ  และเอาแต่ใจมากๆอย่างเขา

 

            มือบาง...จิกลงบนแผ่นหลังสีน้ำผึ้งเพื่อระบายความรู้สึก  พร้อมกับซบใบหน้าเรียวสวยบนไหล่หนา  และหอบหายใจถี่รั่วอยู่แถวซอกคอของจงอิน  คนป่วยยอมแล้ว  ยอมทุกอย่าง  และยอมให้เจ้าของโรงแรมเพียงคนเดียวเท่านั้น  ขอโทษที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง  ขอโทษที่เอ่ยคำเหมือนเป็นการดูถูกความรักที่มอบให้  และขอโทษที่ร่างกายมันยังพร้อมจะรับความรุนแรงได้มากกว่านี้  เซฮุนทราบดี...ว่าเพลงรักที่กำลังบรรเลงอยู่ในขณะนี้  มันแทบไม่ใช่จังหวะที่คนด้านล่างเคยมอบให้  และอาจสร้างความหงุดหงิดใจให้กับเจ้าของบทลงโทษ

 

แต่...ร่างกายของเขา  มันก็ขยับไม่ได้มากไปกว่านี้  เพราะเกรงว่าอาการบาดเจ็บจะทำให้สิ่งที่คิดไว้  ถูกเลื่อนออกไปจากเดิม  ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น!!!?

 

            “อ๊ะ!!....”

 

            “คนเก่งงง  ซี้ดด...อ่าห์!!!

 

            กว่าความเร้าร้อนจะดับลง  กว่าจะได้เริ่มอาบน้ำกันแบบจริงๆจังๆ  คนป่วยก็แทบหมดแรงบนตักของคนรัก  และเมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย...คนที่ยังมีแรงเหลืออยู่อีกเยอะ  หรือไม่ก็...ยังไม่หมดความต้องการ   แต่ต้องข่มใจเอาไว้  ก็รีบอุ้มเจ้าของสะโพกอวบ  ออกมาจากห้องน้ำ  แล้วว่างลงบนเตียงอย่างเบามือ  เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า  หมอคงจะเข้ามาตรวจร่างกายของคนป่วยตามปกติ  และหวังว่าวันนี้...คุณหมอคงจะไม่ตรวจแบบละเอียดเหมือนที่เคยทำ  ไม่อย่างนั้น....ผิวเนื้อขาวเนียนที่มีรอยรักอยู่เต็มแผ่นอก  คงทำให้หมอต้องงดการทำกายภาพบำบัดไปอีกหลายวัน!!

 

            “พี่จงอินจัดกระเป๋าหรือยังครับ...ใครจัดให้??  แล้วเอาวิตามินไปด้วยหรือเปล่า???!!”  เป็นห่วงคนที่ไม่เคยจัดของได้ครบ  และจำได้แค่เอกสารสำคัญเท่านั้น  ส่วนเรื่องเสื้อผ้า  ข้าวของเครื่องใช้...ไม่ขาดอย่างหนึ่ง  ก็ขาดอีกหลายๆอย่าง  ขนาดของที่ใช้อยู่ทุกวันก็ยังเคยลืม  ซึ่งมันคือ...ชั้นใน

 

            “จัดเสร็จแล้วครับ  เซฮุนไม่ต้องเป็นห่วงนะ...พี่ทำได้”  แต่...คงไม่ดีเท่าตอนที่คนป่วยทำให้  เพราะตอนนี้เสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางมันเหมือนถูกจับโยนลงไปมากกว่าการพับ  และถ้าให้บอกว่าไม่ได้เอาวิตามินไปด้วย  ก็คงถูกงอนไปอีกหลายวัน

 

            “แล้วคุณพ่อจะมาหาเซฮุนกี่โมงครับ?  พี่จงอินจะได้กลับไปพักผ่อน”  คิดเองเออเอง...ว่าจีซบจะมาอยู่ด้วยคืนนี้  โดยที่ไม่รู้เลยว่าท่านกลับไปที่ไหน  หรือกำลังทำอะไร  และเพราะคิดว่าพรุ่งนี้เจ้าของโรงแรมต้องเดินทางไปสนามบินแต่เช้า  จึงไม่น่าจะอยู่กับเขาได้เช่นกัน

 

            “คุณอากลับไปพักที่โรงแรมแล้วครับ...คืนนี้พี่ขอนอนด้วยคนได้ไหม  หื้มม?!”  เรื่องงาน...ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าเรื่องของคนในอ้อมกอดตอนนี้  เพราะทุกๆอย่างเริ่มลงตัวตั้งแต่การประชุมครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น  และถ้ากลับมาจากต่างประเทศเมื่อไหร่  งานคงไม่หนักเท่าช่วงแรกๆ

 

            “งั้นคืนนี้...เรานอนด้วยกันบนเตียงนะครับ  เซฮุนอยากนอนกอดพี่จงอิน”  อยากได้รับอ้อมกอด  อยากอยู่ใกล้กันทุกวัน  อยากถูกมอบรอยจูบทุกเช้าและทุกคืนที่เข้านอน  แต่...เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันตอนนี้  มันเริ่มเหลือน้อยลงทุกที  เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่วันใหม่  เราทั้งคู่ก็คงต้องจากกันจริงๆ  และจากกันนานตราบเท่าที่หัวใจจะชินชา

 

 

ใช่ว่าอยากห่างไกล  ใช่ว่าไม่รู้สึกผิด  และหวังเพียงว่า...สิ่งที่เลือกคงจะไม่สร้างความเจ็บปวดให้ใคร  ในเมื่อ  คิม  จงอินมีความฝัน  คนอย่าง  โอ  เซฮุนก็มีความฝัน  และมันก็คงสำคัญไม่แพ้กัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  10/02/61

ดอกฝอยๆสีขาว** (Gypsophila ยิปโซ)


Cr : bentleyseeds.com

ใกล้จบแล้วนะคะ...เหลืออีกไม่กี่ตอนแล้วคะ ^o^

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆนะคะ  ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณกำลังใจดีๆที่มีให้กันเสมอ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆค่ะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #578 /tl26&? (@rmhex) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:58
    เดี๋ยวนะ อย่าบอกว่าระหว่างที่จงอินไปทำงานที่ฝรั่งเศส เซฮุนก็จะไปทำตามความฝันตัวเองใช่มั้ย ............ อมก คิดภาพไม่ออกเลยว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไง กลัวจงอินจะรู้สึกว่าถูกทิ้งอีกจัง ฮื่อออ เนี่ยไรท์เตอร์ชอบจบตอนแบบให้เราไม่ได้นอนอ่ะ หยุดอ่านไม่ได้เลย ,___,

    (เราลืมบอกอย่างหนึ่ง เรารู้สึกว่าสรรพนามที่ไรท์ใช้แทน แบบ ‘เจ้าของโรงแรม’ ‘วิศวกร’ ‘พนักงานจัดดอกไม้’ แทนการใช้ชื่อแบบตรงๆ มันทำให้บางครั้งก็เกิดความสับสนหรืออ่านไม่ลื่นอ่าค่ะ แห่ะ ไม่รู้ว่าเราเป็นคนเดียวมั้ย ._.)
    #578
    0
  2. #502 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:00
    ความฝันของฮุนคือไรหว่า จะต้องห่างกับจงอินไหม
    #502
    0
  3. #404 TDNND (@TDNND) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 09:37
    ลุ้นมากๆค่ะ แอบใจหายที่ฮุนฮุนจากพี่จงอินไปตามความฝัน ดราม่ามากกว่านี้ กลัวเสียน้ำตา 5555
    #404
    0
  4. #383 Michi_fonn (@Michi_fonn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 01:06
    แวะมาเป็นกำลังใจให้นะคะ เราพึ่งมาอ่านได้ไม่นาน ตอนแรกที่อ่านมันอาจไม่ใช่แนวเราเท่าไหร่ พออ่านไปเรื่อยๆ เราชอบนะคะ ยอมรับว่าติดเลยทีเดียว ไรท์แต่งดีแล้วค่ะ สไตล์ใครสไตล์มัน จะแต่งให้ถูกใจทุกคนมันก็คงไม่ใช่ ขอโทษที่ไม่เคยมาคอมเมนท์เลย สู้ๆนะคะ
    #383
    0
  5. #376 TonfaTon (@TonfaTon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 23:23
    ไม่อยากให้ปิดเลยเราชอบเรื่องนี้มากๆเลยแต่ก็เข้าใจนะคะ สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้
    #376
    0
  6. #375 chanbaekKaihun (@Numfonchanback) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 16:44
    เราเสียใจตรงปิดเนื้อหานี้แหละฮื้ออออออออออออออ ปกติเราชื้อหนังสือไว้เป็นที่ระลึกเฉยๆเราไม่ชอบอ่านหนังสือ555 เราชอบอ่านในนี้มากกว่าเสียดายฮื่อออออออออ
    #375
    0
  7. #374 Nong662 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 16:00
    ชอบนะคะจะรอจนถึงตอนจบค่ะ
    #374
    0
  8. #373 Oshannt (@yadapat) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:15
    รออ่า ถึงจะนานแค่ไหนก็รอนะคะ แอบเสียดายถ้าจะจบแล้วจะปิดตอนไว้ เพราะบางทีคิดถึงก็อยากกลับมาอ่านบ้าง .... ลุ้นๆๆๆว่าสุดท้ายแล้วเจ้าของโรงแรมกับหนุ่มน้อยผู้ชื่นชอบดอกไม้จะลงเอยกันแบบไหน .... สู้ๆๆๆค่า
    #373
    0
  9. #372 I_pissamai (@I_pissamai) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 21:54
    งือ รอมาตั้งนานคิดว่าไรท์จะไม่มาต่อแล้วค่ะ ต้องขอบคุณไรท์นะค่ะที่มาอัพให้ได้อ่าน เราเข้าใจความรู้สึกไรท์นะค่ะ การจะแต่งฟิคสักเรื่องมันไม่เรื่องง่าย เราว่าไรท์แต่งเก่งนะค่ะ แล้วคนที่เมนบอกว่าให้ไรท์ไปอ่านฟิคของไรท์คนอื่น ไรท์ไม่ต้องไปฟังคนแบบนั้นค่ะ การที่ไรท์แต่งฟิคเรื่องนี้ ไรท์คิดพอตเรื่องเอง ไรท์ลงมือพิมพ์ ลงมือแต่งฟิคเรื่องนี้เอง ไรท์ยังบอกอีกว่าไรท์เป็นมือใหม่ ไม่เป็นไรนะค่ะไรท์ ไรท์แค่พยายาม เราว่าอ่านลืนไหลดี ตัวละครแต่ละตัว คือเอาง่ายๆเลยค่ะ อ่านแต่ละตอน อินทุกตอน ไม่ว่าจะตอนมีตวามสุข เราก็ สุขไปกับตัวละ หรือ ตอนเศร้าเราก็อินจนร้องไห้กับตัวละ สำรับเราแล้ว ไรท์แต่งฟิคเรื่องนี้ได้สนุกมากค่ะ รอไรท์มาอัพทุกตอนเลย พอมีการแจ้งอัพ พอเราเห็นว่าฟิคเรื่องนี้อัพแล้ว เราก็จะพูดกับตัวเองว่า เย้ๆ ไรท์อัพฟิคแล้ว ไปอ่านเด้อค่ะ5555
    #ไรท์สู้ๆนะค่ะ คนอ่านที่ชอบในการแต่งฟิคของไรท์ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #372
    1
  10. #371 lเชาว์ เชาว์| (@lookyeeko) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 15:56
    ขอให้กลับบ้านอยุ่ด้วยกันเถอะ
    #371
    0
  11. #370 KaiHun940105 (@KaiHun940105) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 11:55
    รออัพทุกวันเลยยย จากตอนที่แล้วรู้สึกค้างคา หน่วงๆๆๆ สู้ๆๆน่ะค่ะ
    #370
    0
  12. #369 อัญมณีสีสวย (@peepeepp) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 11:53
    คุณจงอินกลับมาจะรู้สึกยังไงเนี่ย โอ่ยย สงสาร แต่ก็เข้าใจเซฮุนนะ มันเป็นความฝันของน้องมาตั้งแต่ก่อนเจอจงอิน ห่างๆกันบ้างก็ดีเนอะ แต่ละคนจะได้คิดทบทวนความรู้สึกและการกระทำของตัวเอง เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่าา
    #369
    0
  13. #368 daianne (@daianne) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 07:19
    เรารอตัวอัพทุกวัน อยากรู้ว่าอาการน้องจะเป็นยังไง ฟิคเรื่องนี้เป็นเพื่อนเราตอนเราเหงานะจะบอกให้
    #368
    0
  14. #367 gonjung (@gonjung) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 04:09
    เราแวะมาอ่านเรื่อยๆแต่ยังไม่ได้อ่านแบบจริงจังและเม้นให้ต้องขอโทษด้วย แล้วจะมาแก้ตัวทีหลังนะเนื่องจากแอปไม่ค่อยอำนวยในบางทีและเวลาที่ไม่ค่อยว่างอ่ะ
    #367
    0
  15. #365 ME3 KAEKY (@keetika333333) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 23:39
    สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้แต่งเรื่องนี้และเรื่องต่อๆไปนะคะ เรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดำเนินเนื้อเรื่องได้น่าจิดตามนะคะ เราชอบสไตส์การแต่งของไรท์ สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ จะติดตามผลงานนะคะ ????
    #365
    0
  16. #364 Fairy wings (@justnewly) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:48
    สงสารน้องฮุน ไปญี่ปุ่นแล้วจะคิดถึงพี่ไหมคะ
    พี่จงอินรู้แล้วจะทำไงนี่
    #364
    0
  17. #363 Pinkdao (@Pinkdao) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:45
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ. อยากรู้จัง ถ้าพี่จงอินรู้แล้วจะเป็นยังไง
    #363
    0
  18. #362 0412BD (@sumalee_jj) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:28
    ไม่อยากให้ไรท์ปิดเลยเลยค่ะ ชอลเรื่องนี้มากๆๆๆค่ะ
    #362
    0