จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 34 : ❀ 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    29 ก.ค. 61







-ดอกไม้ดอกที่ 34-

 

20.12 น.

 

            เสียงเคาะประตูในเวลาแบบนี้  ทำให้เจ้าของบ้านคิดว่าต้องเป็นพี่ชายใจดีที่อาจนำขนมมาให้หรือไม่ก็ลืมของอะไรไว้อีก  เพราะในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้  เซฮุนสนิทกับครอบครัวของมินโฮมากที่สุด  ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสามีของพี่ยูมิ  แต่พอเปิดประตูออก...ร่างสวยในชุดสเวตเตอร์สีครีม  พร้อมสวมกางเกงขาสั้นเนื้อบางเบา  กลับพบคนที่ตัวเองคิดถึงมาตลอดทั้งวันยืนอยู่ตรงหน้า  แถมยังมีสภาพเปียกปอนไปทั้งตัว 

 

            ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง...และหลังจากที่จัดข้าวของต่างๆเข้าที่เรียบร้อย  เซฮุนก็รีบไปอาบน้ำทันทีเพราะเริ่มรู้สึกไม่สบายตัว  พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ  เจ้าตัวก็ออกมาทำนมร้อนในห้องครัว  เผื่อว่าจะได้นอนหลับสบายมากขึ้น  แต่สำหรับตอนนี้...มือบางที่ถือแก้วเซรามิค  และริมฝีปากบางก็เต็มไปด้วยเครื่องดื่มรสหวานสีขาว  ยังคงยืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่ยากเกินอธิบาย  มันตกใจ  ดีใจ  ประหลาดใจ  ปะปนกันอยู่ตรงก้อนเนื้อที่เต้นตึกตักอยู่ในอกด้านซ้าย

 

            “ตกลง...ที่นี่มีดอกทิวลิปสีแดงขายไหมครับ??!”  ถือโอกาสเดินเข้ามาในบ้าน  พร้อมปิดประตูล็อคทันที  และใช้นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากนุ่ม  เพื่อเช็ดคราบเครื่องดื่มออกให้อย่างเบามือ

 

            “มะ...มีแต่ดอกกุหลาบครับ”  รีบวางแก้วเซรามิคที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะไม้ข้างประตูบ้าน  และกอดคนที่ทำให้ตัวเองหงุดหงิดมาทั้งวันด้วยความคิดถึง  โดยไม่สนว่าร่างกายของคนตรงหน้าจะเปียกชื้นมากแค่ไหน

 

จุ๊บบ!!

 

จุ๊บบ!!

 

            คิดถึงพี่ไหมครับ...คนดี”  กอดตอบด้วยความรู้สึกที่มากกว่าคำว่าคิดถึง  และจูบลงบนไหล่ลาดขาวเนียน  ที่โผล่พ้นเสื้อสเวตเตอร์สีครีมอย่างห้ามใจไว้ไม่ได้

 

            “คิดถึงครับ...คิดถึงมากๆ  วันนี้เซฮุนรอโทรศัพท์พี่จงอินทั้งวันเลยครับ  พี่จะ...จง  อื้มมม”  เสียงกระเง้ากระงอดที่กำลังบ่นเจ้าของโรงแรมอยู่เมื่อครู่ถูกกลืนหายไป  เพราะโดนปากคมป้อนจูบที่เอาแต่ใจให้แบบไม่ทันตั้งตัว

 

            ลิ้นอุ่นชื้นกวาดต้อนเก็บเกี่ยวความหวานจากปากบางอย่างโหยหา  มันคิดถึง  มันหึงหวง  และอีกสารพัดความรู้สึกก็ได้ถูกส่งผ่านโดยการสัมผัส  จงอินถอนความรู้สึกเพื่อให้เจ้าของบ้านได้หายใจ  และประกบปากป้อนจูบให้อีกครั้งอย่างคนไม่รู้จักพอ  ส่วนคนที่หอบเอาออกซิเจนเข้าปอดยังไม่เต็มที่  ก็เริ่มยืนไม่ไหว  เพราะรสสัมผัสที่ร้อนแรงมันแทบเผาไหม้อารมณ์ทุกอย่างไปพร้อมๆกับสติของตัวเอง

 

            มือหนาฟอนเฟ้นไปทั่วร่างสวย  บีบเอวคอด  แล้วจับชายเสื้อสเวตเตอร์ของเซฮุนดึงขึ้นจนถึงแผ่นอกเนียน  โดยที่เจ้าของเสื้อ...ก็รีบยกแขนทั้งสองข้าง  เหมือนบอกเป็นเชิงว่าให้ช่วยถอดมันออกไปให้พ้นเสียที  และการกระทำของคนรักก็ส่งผลให้อารมณ์บางอย่างของกายสีน้ำผึ้งพุ่งสูงมากขึ้นกว่าเดิม

 

            “รู้ไหม??...ว่าทำแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น  หื้มม

 

            “รู้ครับ...แล้วก็ไม่กลัวด้วย

 

 

            ร่างสวย...ที่เหลือเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวปกปิดส่วนล่าง  ยื่นปากสีสดจูบเบาๆที่สันกรามคม  และปลดกระดุมเสื้อของจงอินไปจนถึงเม็ดสุดท้าย  ทุกๆการกระทำของเซฮุน  ไม่ว่าจะเป็นคำพูด  หรือกิริยาท่าทางที่ทำอยู่ตอนนี้  มันเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟให้โหมหนักมากขึ้นเรื่อยๆ  และเมื่อเสื้อเชิ้ตเปียกชื้นถูกถอดออกไปแล้ว  จงอินก็รีบจัดการอุ้มคนช่างยั่วเดินตรงไปที่ห้องห้องหนึ่ง  โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่ามันคือห้องอะไร  แต่...พอเปิดประตูเข้ามาด้านใน  และเห็นเตียงควีนไซส์  รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เข้ากันได้ดีกับสีของห้อง  เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือห้องนอนของคนรัก  และเพราะโคมไฟหัวเตียงที่ถูกเปิดทิ้งไว้  จงอินจึงสามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆภายในห้องนี้ได้อย่างชัดเจน

 

 


 

 

          เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง...วางคนรักลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม  และเริ่มถอดกางเกงยีนส์  รวมถึงชั้นในที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนของตัวเองออกอย่างเร่งรีบ  ร่างสมส่วนเปลือยเปล่าอวดหุ่นดูดีจนน่าอิจฉาให้คนที่นอนอยู่บนเตียงได้เห็น  เซฮุนรีบพลิกตัวไปอีกทางเพื่อหลบสายตาคมที่จ้องอยู่ทันที  เนื่องจากรู้สึกอายกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า  แต่การเปลี่ยนท่าทางการนอน....มันทำให้จงอินได้เห็นบางอย่างที่เขาไม่เคยคิดว่าคนอย่าง โอ  เซฮุน  จะกล้าทำ  แถมมันยังเพิ่มเสน่ห์ให้กับเจ้าตัวได้เป็นอย่างมาก  จงอินนั่งลงบนเตียงนุ่ม  และก้มลงจูบสิ่งที่เห็นด้วยความหลงใหล  พร้อมกับถอดกางเกงขาสั้นเนื้อบางของคนรักออกช้าๆ  เพราะอยากเห็นทุกอย่างให้ชัดเจนมากกว่านี้  จากที่ก่อนหน้านั้นไม่ทันได้สังเกต

 

           ไปสักที่ไหนมาครับ...คนดี

 

            “ในตัวเมืองครับ...เซฮุนไปกับคุณพ่อ

 

            “เจ็บมากไหม  แล้วคิดยังไงถึงไปสัก  หื้มม?”

 

            “ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับ  แล้วคุณพ่อก็อนุญาตแล้วด้วย  เซฮุนอยากสักเพราะรอยแผลผ่าตัดมันน่าเกลียด  เซฮุนก็เลยสักปิดไว้  ละ...แล้วพี่จงอินโกรธเซฮุนหรือเปล่าครับ

 

            “ไม่โกรธที่ไปสักครับ  แต่โกรธ...ที่ไปนอนโชว์ขาอ่อน  กับก้นอวบๆให้คนอื่นเห็น!!!”

 

            “โอ๊ยย!!  อ๊ะ!

 

            ปากคมงับลงบนผิวเนื้อที่มี รอยสัก****ด้วยหมั่นเขี้ยว  เพราะเมื่อนึกถึงภาพที่เซฮุนต้องไปนอนอวดเรียวขาสวย  และสะโพกกลมกลึงให้ช่างสักบรรจงทำรอยเป็นรูปดอกทิวลิปสีแดงที่มีผีเสื้อสองตัวโบยบินอยู่บนใบไม้  มันก็ทำให้จงอินอดที่จะหึงหวงไม่ได้  และต่อให้มันเป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว  หรือจะทำไปด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม  แต่ร่างกายของเซฮุนก็ไม่ควรให้ใครได้เห็นนอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น

 

            มือหนาจับกายสวยให้นอนคว่ำ  พร้อมกับยกสะโพกอวบให้ลอยขึ้น  แล้วใช้ปากสัมผัสตั้งแต่แผ่นหลังเนียนไล่ลงมาจนถึงเอวคอดด้วยอารมณ์ต่างๆที่กำลังเดือดพล่าน  ส่วนคนถูกกระทำ...ก็ได้แต่นอนตัวสั่นด้วยความรู้สึกหวาบหวาบไปทั่วร่างกาย  และเมื่อบั่นท้ายรับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่ดุนดันอยู่ทางด้านหลัง  เจ้าของรอยสักก็ยิ่งเกร็งตัวมากขึ้นจนต้องจิกมือทั้งสองข้างลงไปบนหมอนใบโต

 

            “พร้อมหรือยัง...คนเก่ง

 

            “คะ..ครับ  อ๊ะ!”

 

            บทรักที่เหมือนเป็นการทำโทษไปในตัว...เริ่มลงทัณฑ์เจ้าของบ้านด้วยอารมณ์ที่อยากจะห้ามไหว  เสียงเนื้อกระทบดังขึ้นสอดประสานท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มตกหนักอีกครั้ง  ร่างสมส่วนผิวสีน้ำผึ้งเคลื่อนไหวส่วนเชื่อมต่ออย่างเชื่องช้า  แต่เน้นทุกจังหวะให้คนใต้ร่างหลุดเสียงหวานน่าอายออกมาได้แทบทุกครั้งเมื่อขยับกาย  จงอินโหมความคิดถึง  ความหึงหวง  รวมถึงความรัก  ใส่ร่างสวยด้วยความเอาแต่ใจที่ปะปนมาพร้อมความสุขจนเซฮุนหลอมละลายไปกับบทลงโทษในครั้งนี้  เจ้าของรอยสักที่น่าหลงใหลถูกคนที่มีแรงเยอะกว่า  จับร่างให้นอนหงายลงไปบนเตียงอีกครั้ง  แล้วถูกยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาพาดบ่าแกร่ง  โดยที่ส่วนเติมเต็มความต้องการยังคงเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น  เพลงรักบรรเลงจนถึงท่อนสุดท้าย  แล้วหยุดลงพร้อมกับสายฝนที่ตกอยู่ทางด้านนอก

 

            “อ่าห์...อื้มมม

 

            “อ๊ะ  พะ...พอแล้วครับพี่จงอิน  เซฮุนไม่ไหวแล้วครับ

 

            “เจ็บหรือเปล่า  หื้มม?”

 

            “เจ็บครับ  พี่จงอินใจร้ายมากเลย  พรุ่งนี้เซฮุนเดินไม่ไหวแน่ๆ

 

            “ไหนนนน...เจ็บตรงไหน  ขอพี่ดูหน่อยซิ

 

            “อ๊ะพี่จงอินอย่ากัดครับ  อื้ออออ...!!

 

            ถ้าเสียงหวานไม่เอ่ยห้ามเอาไว้  ป่านนี้เขาคงถูกเจ้าของโรงแรมต่อบทรักอีกเป็นรอบที่สอง  และตอนนี้ร่างเปลือยเปล่าขาวนวลก็ถูกอ้อมกอดอบอุ่นโอบไว้อย่างหวงแหน  แม้ก่อนหน้านั้น...จะโดนจงอินเย้าหยอกโดยการก้มตัวลงมากัดบนสะโพกก็ตามที  เซฮุนนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  และใช้นิ้วชี้ลูบวนอยู่บนแผงอกกว้างสีน้ำผึ้งด้วยความรู้สึกมีความสุข  เพราะคนที่ทำให้เขาคิดถึงมาตลอดทั้งวันได้มานอนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว  เจ้าของบ้านอุตส่าห์รอโทรศัพท์มาตั้งแต่เช้า  สุดท้ายจงอินก็แอบเดินทางมาเซอร์ไพรส์เขาถึงที่นี่  แถมยังมอบบทรักให้จนแทบลุกไม่ขึ้น

 

แต่...ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้มีความสุขมากจริงๆ

 

            ว่าพี่ใจร้าย...ใครกันแน่ที่ใจร้าย หื้มหนีพี่มาอยู่ญี่ปุ่นไม่บอกกันสักคำ

 

            “เซฮุนขอโทษครับ  พี่จงอินยกโทษให้เซฮุนได้ไหม  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย

 

            “แล้วผู้ชายที่ขับรถกระบะสีแดงคนนั้นเป็นใคร  มีสิทธิ์อะไรมาอุ้มเมียของพี่!!”

 

            “พี่จงอินเห็นด้วยเหรอครับ!!!?”

 

            “ขอคำตอบด้วยครับ  ไม่อย่างนั้นจะโดนลงโทษอีกรอบ

 

จุ๊บบ!!

 

จุ๊บบ!!

 

            ก่อนจะตอบคำถาม...ก็ขอลดโทษด้วยการจูบลงบนริมฝีปากของคนตรงหน้า  เพราะทราบดีว่าเจ้าของโรงแรมไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่จำเป็น  และยิ่งเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว  ก็ยิ่งไม่ชอบ  เซฮุนกอดเอวหนาไว้แน่น  พร้อมทั้งอธิบายเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นให้เจ้าของชีวิตฟังตั้งแต่ต้นจนจบ  รวมถึงเรื่องที่เขาต้องย้ายมาอยู่ที่นี่แบบกะทันหัน  และเรื่องอื่นๆที่จงอินควรรู้

 

            ร่างสวยไม่อยากปิดบังอะไรอีกแล้วเนื่องจากความห่างไกลมันโหดร้ายเกินกว่าที่จะทนรับไหว  และเพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับจงอิน  ชีวิตของเขาก็ไม่เคยเหมือนเดิม  มันอยู่คนเดียวไม่ได้  ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็อยู่คนเดียวมาตลอดหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต  และคนอย่างเขาก็ไม่เคยต้องมาหงุดหงิดกับการรอโทรศัพท์จากใครเพียงเพราะขาดการติดต่อไปแค่วันเดียว

 

            “พี่จงอินไปอาบน้ำก่อนเถอะ  ตากฝนมาตั้งนานยังไม่ได้ล้างเนื้อล้างตัวเลยนะครับ  เดี๋ยวไม่สบาย

 

            “ไปอาบด้วยกันนะครับ  พี่จะได้เอา(...)ออกให้ด้วย  เซฮุนจะได้สบายตัว

 

            “ค...ครับ  แต่พี่จงอินช่วยอุ้มเซฮุนหน่อยได้ไหมครับ  เซฮุนยืนไม่ไหว

 

            เมื่อคำขอร้องแสนหวานสิ้นสุดลง...ร่างสวยก็ถูกเจ้าของโรงแรมอุ้มเข้าไปในห้องน้ำ  แล้วจัดการทำความสะอาดส่วนที่ถูกเติมเต็มด้วยความรักให้อย่างทะนุถนอม  พร้อมกับอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จสรรพ  แต่ตอนนี้...อาการปวดขามันเริ่มส่งสัญญาณให้เซฮุนต้องรีบหยิบยาที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมาทาน  แล้วนอนพักเสียที  เพราะวันนี้เขาเดินตัดดอกไม้ในสวนอยู่นาน  แถมตอนบ่ายยังไปเดินเล่นในตลาดกับมินโฮอยู่หลายชั่วโมง  แล้วเมื่อครู่...ก็โดนคนรักโหมความคิดถึงให้อย่างเอาแต่ใจ 

 

            “กินยาเยอะแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ...เซฮุน?”

 

            “ครับ...ถ้าไม่กินเดี๋ยวปวดขา

 

            “พี่ขอโทษนะครับ...แล้วตอนนี้เซฮุนปวดขาหรือเปล่า

 

            “เริ่มปวดนิดหน่อยครับ  แต่ไม่มากเท่าไหร่  แค่รู้สึกตึงๆ  เซฮุนกินยาไปแล้วเดี๋ยวก็ดีขึ้นครับ  พี่จงอินไม่ต้องคิดมากนะ

    

            “งั้นเซฮุนนอนนะครับ...เดี๋ยวพี่นวดขาให้

 

            รู้ว่าถ้าห้ามก็คงไม่ฟัง...เซฮุนจึงนอนนิ่งๆให้คนรักนวดขาไปด้วย  และพูดคุยถึงเรื่องต่างๆให้ฟังไปด้วย  นานแค่ไหนแล้วที่เราทั้งคู่ไม่ได้นอนคุยกันแบบนี้  เพราะหลังจากที่เขาถูกยิง  ทุกอย่างในชีวิตมันก็เปลี่ยนไปหมด  แถมจงอินก็มีงานเยอะจนแทบไม่ได้พูดเรื่องอื่น  นอกจากอาการบาดเจ็บของเขา  และงานภายในโรงแรม  เสียงหวานที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่สักพัก  เริ่มเงียบลงพร้อมกับดวงตาคู่สวยที่ปรือเหมือนจะหลับแต่ก็ยังพยายามฝืนไว้  เพราะไม่อยากทิ้งให้จงอินต้องพูดอยู่คนเดียว  แต่...ความผ่อนคลายที่ได้รับจากการบีบนวด  มันทำให้เจ้าของขาเรียวฝืนลืมตาไว้ไม่ไหวอีกแล้ว  และหลับไปในที่สุด

 

จุ๊บบ!

 

จุ๊บ!!

 

 

                        ฝันดีนะครับ...ดอกไม้แสนสวยของพี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

06.40 น.

 

แกร๊กก!!

 

            เสียงประตูห้องนอนถูกเปิดออก และปิดลงอย่างเบามือ  เพราะคนตื่นก่อนอยากให้เจ้าของบ้านได้นอนต่ออีกสักพักหลังจากที่เหนื่อยกับงานในสวนมาทั้งวันรวมถึงเมื่อคืนยังถูกเขามอบบทรักให้จนเกือบยืนไม่ไหว  ร่างสมส่วนในกางเกงนอนขายาวเนื้อดีแต่เปลือยท่อนบน  เดินสำรวจตัวบ้านเหมือนกำลังเก็บรายละเอียด  เพราะอยากรู้ว่าคนรักของตัวเองใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ยังไง?  ในบ้านยังขาดเหลืออะไรอีกบ้าง?  และต้องต่อเติมส่วนไหนเพิ่มอีกหรือไม่?  แต่เท่าที่เดินสำรวจมาทุกห้อง  บ้านชั้นเดียวหลังนี้สมบูรณ์แบบมากจนแทบหาที่ติไม่ได้เลยสักอย่าง  ห้องนอน 1 ห้อง  ห้องรับแขก  1 ห้อง  และห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำอาหารวางอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  ทุกๆอย่างถูกจัดสรรได้ลงตัว  และเหมาะกับผู้อยู่อาศัยแบบเซฮุนที่สุด

 

            จงอินไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้เพราะปกติเขาจะตื่นหลังจากแปดโมงไปแล้ว  และกว่าจะทำธุระส่วนตัว  กว่าจะได้ออกไปทำงานที่โรงแรม...ก็ประมาณสิบโมงครึ่ง  แต่ที่วันนี้ตื่นเช้าก็เนื่องมาจากรู้สึกแปลกที่  รวมถึงเสียงนกร้องอยู่นอกหน้าต่างก็ดังเกินกว่าจะหลับได้  อยู่ในเมืองมาจนอายุใกล้จะสามสิบ  เสียงนกร้อง  เสียงไก่ขันก็ไม่เคยดังให้ได้ยินเลยสักครั้ง  จงอินจึงไม่คุ้นชินกับธรรมชาติที่นี่  แถมยังเริ่มรู้สึกหิว  เพราะเมื่อวานรีบเดินทางออกมาหาคนรัก  และยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยจนกระทั่งถึงตอนนี้  ร่างสมส่วนเดินเลี้ยวเข้ามาในห้องครัวอีกครั้ง  พร้อมกับหยิบแก้วเซรามิคลายดอกไม้ออกมาหนึ่งใบ  เพื่อชงกาแฟทานรองท้องไปก่อน   ถือวิสาสะตอนที่เจ้าของบ้านยังไม่ตื่น  หยิบของต่างๆที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ห้องครัวตามอำเภอใจแล้วคว้าคุ้กกี้ผลไม้ในโหลแก้วออกมากินคู่กับเครื่องดื่มร้อนรสเข้ม

 

ก๊อกๆ ๆ ๆ!!!

 

           “น้องเซฮุนครับ  น้องเซฮุน

 

            “.......???!!!!!

 

            มือหนาวางแก้วกาแฟลงบนเคาน์เตอร์ห้องครัวอย่างรีบร้อน  เพราะเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าบ้าน  พร้อมกับเรียกชื่อคนรักของตัวเองดังขึ้นในเวลาเช้าแบบนี้  จงอินจึงต้องรีบออกไปดูอย่างนึกสงสัย  และไม่ต้องการให้เสียงของคนที่อยู่ด้านนอก  ดังรบกวนเวลานอนของเซฮุน

 

แกร๊กก!!

 

            “เซฮุนยังไม่ตื่นครับ...เชิญคุณมินโฮเข้ามาข้างในก่อน

 

 

            เมื่อเปิดประตูออก...กายสีน้ำผึ้งที่เปลือยท่อนบน  ก็ได้พบกับเจ้าของรถกระบะสีแดงยืนอยู่หน้าบ้าน  แถมยังถือชามใบใหญ่ที่มีข้าวต้มปลาส่งกลิ่นหอมติดมือมาด้วย  จงอินไม่รู้สึกแปลกใจเมื่อรู้ว่าใครที่มาเคาะประตูบ้านหลังนี้ในตอนเช้า  แต่กลับกลายเป็นผู้มาเยือนมากกว่า...ที่รู้สึกตกใจ  เมื่อหน้าเห็นเขาแทนที่จะเป็นเจ้าของบ้าน!!

 

            “เอ่อออ...ขอบคุณครับ คุณจงอิน

 

            มินโฮไม่คิดว่าตัวเองจะได้พบกับบุคคลดังในแวดวงธุรกิจการโรงแรมที่นี่  และยอมรับว่าตกใจอยู่พอสมควรเมื่อเห็นผู้ชายคนนี้มายืนอยู่ตรงหน้า  เพราะเท่าที่เซฮุนเคยเล่าให้ฟัง  ชายหนุ่มผิวเข้มได้ถูกคุณลุงห้ามไม่ให้มาที่นี่จนกว่างานต่างๆจะเข้าที่เข้าทาง  ใช่ว่ามินโฮ...ไม่เคยเห็นหน้าของแฟนเจ้าของบ้านมาก่อน แต่เขาเพิ่งได้มาเห็นตัวจริงก็วันนี้  แถมยังดูดีกว่าในนิตยสารหลายเท่า  แม้สภาพการแต่งตัวในตอนนี้จะมีแค่กางเกงนอนตัวเดียวก็ตาม

 

            ผู้มาเยือนวางชามข้าวต้มไว้บนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟา  แล้วนั่งลงเมื่อมือของจงอินผายออกเป็นสัญญาณของการเชื้อเชิญ  และตอนนี้...ภายห้องในโถงกลางบ้าน  ก็กลายเป็นที่ที่เจ้าของสวนผักกับเจ้าของโรงแรมใช้สนทนา  หรือทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้

 

            “คุณมินโฮย้ายมาอยู่ที่นี่นานหรือยังครับ  แล้วได้กลับโซลบ้างไหม?”

 

            “ย้ายมา 8  ปีแล้วครับ  แต่ไม่ค่อยได้กลับเกาหลี...งานในสวนยุ่งมากครับ  แล้วภรรยาก็ไม่อยากทิ้งบ้านไปไหนนานๆด้วย

 

            “แล้วครอบครัวที่โซลล่ะครับ  มาหาคุณมินโฮบ้างหรือเปล่า??

 

            “พี่ชายของผมมีลูกตั้งสามคน  พ่อแม่ห่วงหลานๆมาก  พวกท่านก็เลยไม่ค่อยสนใจผมเท่าไหร่  ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า....

 

             “คุณมินโฮยังหนุ่มอยู่เลยนะครับ  หรือว่ายังไม่พร้อม??

 

            “พยายามอยู่ครับ  แต่เมียก็ยังไม่ท้องสักที!

 

            “ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างไหมครับ?  โรงแรมของผมยินดีต้อนรับคุณมินโฮเสมอ”

 

            “ขอบคุณมากนะครับ  แล้วผมจะลองดู

 

            “ยินดีครับ  จะไปเมื่อไหร่ก็โทรบอกผมได้เลย  ผมจะให้พนักงานเตรียมห้องไว้ให้  แล้วผมก็ต้องขอบคุณคุณมินโฮกับภรรยามากๆเลยนะครับ  ที่ช่วยดูแลเซฮุนตอนผมไม่อยู่

 

            จงอินก็ใช่ว่าไม่รู้จักผู้มาเยือน  เพราะหลังจากปรับความเข้าใจกับคนรักเมื่อคืน  เขาก็ทราบว่าเจ้าของรถกระบะสีแดงคนนี้เป็นใคร  และมีความสำคัญกับเซฮุนยังไงบ้าง  ยอมรับ...ว่าตอนแรกก็ไม่ค่อยพอใจมินโฮเท่าไหร่  เพราะเหตุของความหึงหวง  แต่พอได้ฟังจากที่คนรักเล่ามาทั้งหมด  จงอินก็เริ่มเข้าใจว่าทำไม...เซฮุนถึงได้ดูสนิทสนมกับเพื่อนบ้านคนนี้มากนัก  เป็นคนเกาหลีเหมือนกัน  ช่วยหาคนมาปรับปรุงบ้าน  ช่วยปลูกดอกกุหลาบในสวน  และอีกสารพัดความช่วยเหลือที่มอบให้เซฮุนด้วยความบริสุทธิ์ใจ

  

แกร๊กก!!

 

            “พี่จงอินนนน...คุยกับใครเหรอครับตื่นแล้วทำไมไม่ปลุก!!!!”

 

            คนตื่นสาย...ได้ยินเสียงการสนทนาของผู้ที่อยู่ด้านนอก  แต่ได้ยินไม่ชัดเพราะเพิ่งตื่นมาได้ไม่นาน  และยังรู้สึกเพลียอยู่เล็กน้อย  พอสายตาเริ่มปรับให้ชินกับแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้อง  เจ้าตัวกลับไม่พบคนต้นเหตุของความเมื่อยล้านอนอยู่ข้างกาย  และเสียงพูดคุยที่ได้ยินอยู่ทางด้านนอก  ก็ทำให้ต้องลุกขึ้นจากเตียงอย่างนึกสงสัย  แล้วรีบเปิดประตูออกไปดูทันที แต่...เซฮุนคงไม่ทันได้คิด  ว่าสภาพของตัวเองมันไม่พร้อมจะให้ใครเห็นทั้งนั้น  นอกจากเจ้าของโรงแรม

 

            “เซฮุน!!!  เข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อย  เดี๋ยวนี้!!

 

            “เอ่ออ...ผมกลับก่อนดีกว่าครับ”

 

            ไม่รู้จะโทษใคร...เพราะชุดที่อยู่บนร่างของคนตื่นสาย  จงอินเป็นคนสวมให้เองกับมือ  เสื้อสเวตเตอร์เพียงตัวเดียว  และสวมเพียงชั้นใน  ขาเรียวสวยมีแต่รอยรักสีกุหลาบ  ทุกอย่างที่อยู่บนตัวเซฮุน  มันทำให้พี่ชายข้างบ้าน  ถึงกับต้องหยุดการสนทนาไว้แค่นั้น  แล้วรีบขอตัวกลับบ้าน  ก่อนที่เจ้าของเสียงทุ้มจะโมโหมากไปกว่านี้  ส่วนคนที่ไม่ได้นึกถึงสภาพของตัวเอง...ก็รีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนทันที  เมื่อได้ยินคำเตือนที่มาพร้อมกับการแสดงสีหน้าไม่พอใจของหนุ่มผิวเข้ม

 

...

 

...

 

            “พี่มินโฮกลับไปแล้วเหรอครับ??”  ล้างหน้าล้างตา  และสวมกางเกงขายาวเพิ่มอีกหนึ่งตัว  เซฮุนก็เดินออกมาจากห้องนอนอีกครั้ง  แต่กลับไม่พบพี่ชายใจดีอยู่ในบ้านเหมือนอย่างตอนแรก

 

            “กลับไปแล้วครับ...แล้วเซฮุนหายปวดขาหรือยัง?  หิวข้าวไหม??  เดี๋ยวพี่ทำอาหารเช้าให้ทาน?”  ประคองร่างสวยให้นั่งลงบนตัก  พร้อมกับกอดเอวบางไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง 

 

            “หายแล้วครับ...แล้วพี่จงอินล่ะครับ  มีไข้หรือเปล่า??”  มือเรียวแตะลงบนหน้าผากของคนรัก  พร้อมถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน  เพราะเมื่อคืนกว่าเจ้าของโรงแรมจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ดึกมากอยู่พอสมควร

 

ฟอดดดดด!!!!

 

            “พี่สบายดี  แล้วก็...ยังมีแรงเหลืออีกเยอะเลยครับ!!!”  หอมแก้มนุ่มจนยุบไปตามแรงกด  และพูดในสิ่งที่คนฟังก็ทราบดีว่าหมายถึงสิ่งใด  และเพราะยอดอกสีหวาน...ก็กำลังถูกมือหนาลูบผ่านจนรู้สึกวูบไหว

 

            “อ๊ะ!!  พะ...พี่จงอินอย่าครับ  พอแล้ว  อื้มมม”  พยายามหนีการจู่โจมของคนรัก  แต่มันก็ไม่เป็นผลเพราะยิ่งดิ้น  ก็ยิ่งถูกคนเอาแต่ใจ  เค้นคลึงไปทุกส่วนของร่างกาย  แถมยังถูกป้อนจูบที่แสนร้อนแรงให้จนร่างกายเริ่มอ่อนระทวย

 

            ลิ้นอุ่นชื้น...เกี่ยวพันเติมความหวานในตอนเช้าอย่างไม่รู้เบื่อ  โดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามจากเจ้าของริมฝีปากบางสีสด  มือหนาจับร่างสวยให้นั่งคร่อมลงมาบนตัก  เพื่อให้ถนัดต่อความต้องการที่กำลังเพิ่มมากขึ้น  ลำแขนขาวเนียนภายใต้เสื้อสเวตเตอร์  ยกขึ้นคล้องคอจงอินไว้ทั้งสองข้าง  แล้วตอบรับรสสัมผัสตามแบบคนที่ยังอ่อนประสบการณ์  กางเกงขาวยาวที่เพิ่งสวมก่อนเดินออกมาจากห้องนอนเมื่อครู่  ถูกร่นลงมาจนเผยให้เห็นบั่นท้ายเล็กน้อย  และถูกเค้นคลึงด้วยมือเจ้าของตักอุ่น

 

            “อื้มม...ไปที่ห้องนะครับคนดี”

 

            “คะ...ครับ  อ๊ะ!!

 

            เอ่ยถาม...และตอบรับไปตามแรงอารมณ์ที่คงหยุดไว้ไม่ได้อีกแล้ว  พร้อมกับอุ้มคนบนตักเข้ามาในห้องนอนทันที  แสงแดดในยามเช้า  ที่ส่องเข้ามาด้านในทำให้เซฮุนรู้สึกเขินอาย  เพราะมันเห็นทุกอย่างชัดเจนกว่าเมื่อคืน  แผงอกกว้างสีน้ำผึ้ง  หน้าท้องเป็นลอนเหมาะสมกับรูปร่าง  ใบหน้าคมเข้ม  และสายตาที่ไม่อาจสบจ้องได้เกินเสี้ยววินาที  ทุกอย่างที่เป็น  คิม  จงอิน  ทำให้เจ้าของสวนดอกไม้หวั่นไหว  และไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบคนนี้มาเป็นคนรัก

 

            ร่างเปลือยเปล่า...นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงที่ดูเหมือนจะเล็กเกินไปสำหรับคนสองคน  แต่ความสุขที่ได้รับ  กลับเติมเต็มทุกอย่างจนทำให้มองข้ามเรื่องอื่นได้อย่างง่ายดาย  เสียงจูบ  รสสัมผัส  แรงปรารถนา  ถูกมอบให้แก่กันและกันด้วยความรัก  ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามจังหวะ  ตามบทรัก  ตามความรู้สึกที่ยากเกินจะต่อต้าน  หรือหยุดการกระทำต่างๆลงได้

 

แต่....

 

            “อ๊ะ!!...ซี้ดด”

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

            “อื้มม..มม!!!?”

 

            “พี่จงอิน  อ๊ะ!!...หยุดก่อน  คะ...ครับ?!!

 

Rrrrr!!!!!

 

Rrrrr!!!!!

 

Rrrrr!!!!

 

          เพลงรัก...ถูกขัดจังหวะ  ด้วยเสียงจากเครื่องมือสื่อสารที่ดังอยู่ใต้หมอน  และคนที่อยู่ด้านบนก็จำเป็นต้องบอกเจ้าของกายสีน้ำผึ้งให้หยุดการเคลื่อนไหว  ก่อนที่ปลายสายจะรับรู้ถึงความผิดปกติ  ส่วนอ่อนไหวยังถูกเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น  โดยที่เจ้าของเครื่องต้องรีบคว้าโทรศัพท์ออกมาจากใต้หมอน  แล้วกดรับด้วยความรู้สึกที่ยากเกินอธิบาย  แต่ก็ยังถูกคนด้านล่างกลั่นแกล้งขยับกายไปมา  พร้อมกับส่งยิ้มที่แสนเจ้าเล่ห์มาให้จนต้องฟาดมือใส่แผ่นอกกว้าง 

 

            “เซฮุน...เป็นอะไรหรือเปล่าลูก??  ทำไมวันนี้รับสายช้า?!

 

            “(ชู่ววว...คุณพ่อโทรมา)”

 

            ทำท่าทำทาง...และเอ่ยปากแบบไม่ออกเสียง  เพื่อให้คนขี้แกล้งรับรู้ว่าปลายสายเป็นใคร  และคนคนนี้ก็ยังเป็นคนที่เซฮุนไม่เคยโกหกเขาได้สำเร็จ  รับสายโดยไม่ได้ดูหน้าจอของเครื่องมือสื่อสารว่าใครเป็นผู้ที่โทรเข้ามา  เพราะจิตใจมันจดจ่ออยู่กับอารมณ์และความรู้สึกที่ถูกจงอินมอบให้  และคิดว่าคงเป็นแม่ค้าพ่อค้าในตลาด  ที่โทรเข้ามาเพื่อสั่งดอกไม้ในสวนไปขาย

 

            “เซฮุนอาบน้ำอยู่ครับ  ก็เลยรับสายช้า

 

            (แล้วเป็นอะไรหรือเปล่าลูก  ทำไมวันนี้ตื่นสาย?  ปวดขาอีกแล้วใช่ไหม??”

 

            “เซฮุนสบายดีครับ  คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วง...พอดีเมื่อวานไปส่งดอกไม้ในตัวเมืองกับพี่มินโฮ  แล้วก็ฝนตกหนัก  เซฮุนเลยเพลียนิดหน่อยครับ”

 

            (ดูแลตัวเองด้วยนะลูก  แล้ววันนี้ต้องไปส่งดอกไม้อีกไหม?)

 

            “ไม่ครับ...แล้วคุณพ่อสบายดีไหมครับ  แบคเป็นยังไงบ้าง  ยังดื้ออยู่หรือเปล่า”

 

            (ก็ดื้อเหมือนเดิม  พ่อปวดหัวทุกวัน...แล้วเซฮุนอยากได้อะไรเพิ่มไหมลูก?  พ่อจะได้ส่งไปให้!?)

 

            “เซฮุนมีครบแล้วครับ  พี่มินโฮจัดการให้ทุกอย่าง  อ๊ะ!!...”

 

            คำก็มินโฮ...สองคำก็มินโฮ  คนที่อยู่ด้านล่างจึงอดหึงหวงไม่ได้  และขยับกายเพื่อเตือนร่างสวยที่นั่งทับบางสิ่งของเขา  แล้วคุยสายอยู่กับคุณพ่ออย่างไม่นึกถึงใจของคนฟัง  รู้ดี...ว่าเป็นแค่พี่ชายข้างบ้านที่คอยช่วยเหลือกันมาหลายเรื่อง  แต่การชื่นชม  หรือพูดถึงบ่อยเกินไป  ก็ใช่ว่าเจ้าของโรงแรมจะทนได้

 

            (เซฮุน!!!....เป็นอะไรลูก  หกล้มหรือเปล่า  เซฮุน  เซฮุน!!!)

 

            “ปะ...เปล่าครับคุณพ่อ  หนามกุหลาบมันตำมือครับ  พอดีเซฮุนกำลังจะจัดดอกไม้”

 

            (ดูแลตัวเองด้วยนะลูก  พ่อเป็นห่วง...เดี๋ยวสายๆพ่อจะโทรไปหาใหม่)

 

            “ครับ....เซฮุนรักคุณพ่อนะครับ”

 

เพี๊ยะ!!!!!

 

            ฟาดมือลงบนแผ่นอกสีเข้มอีกครั้งเมื่อจบการสนทนา  เพราะเกือบโดนคุณพ่อจับได้ว่ากำลังโกหก  และถูกการสวนกายขยับความต้องการอย่างเอาแต่ใจ  มันทำให้เจ้าเครื่องจำเป็นต้องปิดปากกลั้นเสียงของตัวเองเอาไว้  แล้วพยายามตอบคำถามของคนปลายสายด้วยน้ำเสียงปกติ  เซฮุนวางโทรศัพท์ไว้บนตัวเตียง และนอนทับร่างสมส่วนของจงอินเอาไว้  พร้อมซบหน้าลงบนอกกว้างด้วยความรู้สึกผิด

 

            ใช่ว่าหมดอารมณ์...แต่ก็หาคำตอบให้กับความรู้สึกในตอนนี้ไม่ได้  ใจหนึ่งก็ไม่อยากโกหก  อีกใจก็ก็ไม่อยากห่างจากคนรัก  และมันก็เป็นครั้งแรกที่คุณพ่อไม่สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่  แต่เซฮุน...กลับไม่ดีใจเลยสักนิด  มันสับสนเกินจะเอ่ย  ลำบากใจเกินจะแก้ไข  และต้องทำเช่นไรถึงจะผ่านพ้นการความรู้สึกพวกนี้ไปได้  มือบางกระชับแรงกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม  และได้แต่หายใจทิ้งเหมือนอยากให้ความรู้สึกผิดมันหลุดออกไปจากหัวใจ

 

            “พี่ขอโทษ...พี่ทำให้เซฮุนคิดมากใช่ไหม?”

 

            พี่จงอินไม่ต้องขอโทษหรอกครับ  เซฮุนรักพี่จงอินนะ  รักมากๆ  มากที่สุด  ถ้าคุณพ่อจับได้  เซฮุนจะคุยกับคุณพ่อให้เอง

 

            “พี่เป็นคนผิดสัญญากับท่าน  เรื่องนี้พี่จัดการได้  เซฮุนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ

 

            คนโดนกอด...ก็ใช่ว่าไม่รู้  เพราะสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง  หรือได้เห็นสีหน้าของเซฮุนเมื่อจบการสนทนา  มันมีแต่ความกังวลฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่สวย  คิ้วขมวดแน่น  กัดปากจนขึ้นสีแดงสด  และแรงกอดที่เพิ่มมากขึ้น  ทุกอย่างมันฟ้องคนอย่างเขาได้ดี  ว่าเจ้าของสวนดอกไม้กำลังรู้สึกเช่นไร  เขาผิดเองที่ไม่รักษาสัญญา  เขาผิดเองที่ไม่รักษาคำพูด  และ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  เขาก็พร้อมที่จะยอมรับ

 

            กายสีน้ำผึ้ง...พลิกร่างคนบนอก  ให้นอนราบลงไปบนเตียงอย่างทะนุถนอม  ปากหยักพรมจูบไปทั่วใบหน้าเรียวสวยด้วยความรัก  และต่อจากนี้เป็นต้นไป  เขาจะรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองทั้งหมด  และจะไม่ให้ใคร...มาพรากคนรักไปจากเขาได้อีก  มันมีแต่ความคิดถึง  ความเป็นห่วง  อยากอยู่ใกล้ๆ  อยากกอด  อยากหอม  และนอนด้วยกันทุกค่ำคืนเหมือนอย่างที่เคยเป็น

 

            จงอินคิดว่า...เขาจะอยู่ที่นี่ต่ออีก  2-3  วัน  เพื่อดูความเป็นอยู่ของเซฮุนให้แน่ใจว่าทุกอย่างมันปลอดภัย  หรือสุขสบายเหมือนที่เจ้าตัวเคยบอกไว้หรือไม่  แล้วหลังจากนั้นจะกลับไปเคลียร์งานที่โซล  รวมถึงโปรเจคโรงแรมใหม่ที่ฝรั่งเศสให้เรียบร้อยตามที่ได้รับปากกับจีซบเอาไว้  ส่วนเรื่องสำคัญ  และแผนต่างๆที่เริ่มดำเนินการไปได้สักพัก  ก็ไม่น่าจะมีปัญหาหรือมีข้อผิดพลาด  เพราะผู้ที่ให้ความร่วมมือ  ให้คำปรึกษา  ต่างคนต่างก็ยินดีและเห็นพ้องกับทุกๆเรื่องที่เขาได้ตัดสินใจ

 

ส่วนตอนนี้...เจ้าของผิวกายสีน้ำผึ้งเปลือยเปล่า  และร่างสวยที่ไร้อาภรณ์  ต่างก็โอบกอดกันไว้ราวกับว่าไม่อยากให้ใครคนใดคนหนึ่งได้ออกไปเห็นแสงเดือนแสงตะวัน

 

...

 

...

 

...

 

...

 

            “ซี้ดด...อ๊ะ!!”

 

            “อื้มมม  คนเก่ง....อ่าห์!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  เชจู

09.21 น.

 

            ผู้อาวุโส...เจ้าของห้องทำงานส่วนตัวในโรงแรมสาขาเชจู  กำลังนั่งมองนาฬิกาบนโต๊ะของตัวเองเพราะตอนนี้มันเป็นเวลาเก้าโมงกว่า  แต่ทำไมลูกชายตัวแสบถึงยังไม่มาทำงาน  แถมโทรไปก็ปิดเครื่อง  ส่วนเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา  ก็เพิ่งโทรไปหาลูกชายอีกคนที่ย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น  และรายนั้นกว่าจะรับสายก็เกือบทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขาต้องโทรไปรบกวนเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของสวนผัก  แต่...พอได้คุยกันสักพัก  คนปลายสายกลับมีน้ำเสียงที่ดูผิดปกติ  และถ้าให้เดา...ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการโกหก

 

            วันนี้จีซบเดินทางมาทำงานแต่เช้าเหมือนอย่างเช่นเคย  แต่จะต่างกับวันอื่นๆก็ตรงที่  วันนี้ไม่มีแบคฮยอนนั่งรถมาทำงานพร้อมกัน  เพราะเมื่อคืนเจ้าตัวไปค้างที่คอนโดฯของวิศวกรหนุ่ม  เรื่องที่ลูกทั้งสองคนมีแฟน  จีซบไม่เคยห้ามเพราะถ้ารักกันจริงและดูแลกันได้  คนเป็นพ่ออย่างเขาก็หมดห่วง  แต่ถ้า....ตามใจกันมากเกินไป  และพากันมาทำงานสายแบบนี้  เห็นทีจะต้องอบรมกันบ้าง  และลูกชายตัวแสบอาจจะต้องโดนกักบริเวณอีกครั้ง

 

ก๊อกๆ ๆ ๆ

 

            “สวัสดีครับคุณอา”  เคาะประตูตามมารยาท  และเปิดออกเพื่อทักทายเจ้าของห้องด้วยอาการเหนื่อยหอบ

 

            “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคุณชานยอล  ทำไมถึงวิ่งมาแบบนั้น  แล้วเจ้าแบคไปไหน?”  ท่าทางของเด็กหนุ่มตรงหน้า  ทำให้จีซบต้องถามด้วยความร้อนใจ  เพราะไม่เห็นลูกชายมาพร้อมกับคนที่กำลังยืนหอบหายใจเหมือนไปวิ่งรอบสนามฟุตบอลมาสักร้อยรอบ

 

            “คะ...คือ  ผมจะมาเรียนคุณอาให้ทราบว่า  น้องแบคไม่ค่อยสบายครับ  ก็เลยมาทำงานไม่ไหว  ผมแวะเข้ามาเช็คงานในโรงแรม  ก็เลยรีบมาบอกข่าวคุณอาก่อน”  อธิบายทั้งๆที่ยังหอบไม่หาย  แถมกลัวคุณอาจะตำหนิเรื่องที่พาลูกชายของท่านไปเหลวไหลทั้งคืนจนเสียการเสียงาน

 

            “แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า  พาแบคไปหาหมอหรือยัง  หรือคุณชานยอลจะให้อาไปรับเจ้าแบคกลับบ้าน!!???”  ถามหยั่งเชิงไปอย่างนั้น  เพราะจีซบทราบดีว่าเด็กหนุ่มคงไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่นอน  ส่วนเรื่องที่แบคฮยอนป่วย  จีซบก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่ไม่ใช่น้อย

 

            “ไม่ต้อง อะ...เอ้ยย!!  ไม่เป็นไรครับคุณอา  ผมดูแลได้ครับ  เผื่อคุณอากำลังยุ่ง  แล้วน้องแบคก็แค่ปวดหัวนิดหน่อยเองครับ  ไม่ถึงขั้นต้องไปหาหมอ  ผมขอโทษจริงๆนะครับคุณอา  ที่ไม่ได้โทรมาบอกตั้งแต่เมื่อคืน”  ไม่รู้ว่าต้องขอโทษเรื่องอะไรกันแน่  ระหว่างเรื่องที่ตัวเองโกหก  กับเรื่องที่คนตัวเล็กป่วย  เนื่องจากความจริง...ลูกชายของคุณอาไม่ได้ปวดหัวเหมือนอย่างที่พูด  แต่เป็นพราะตัวเขาเอง...ที่ทำอะไรต่อมิอะไรรุนแรนจนทำให้ร่างกายของแบคฮยอนมาทำงานไม่ไหว

 

            “เฮ้อออ...อาไม่อยากใจร้ายเลยนะคุณชานยอล  แล้วเวลาจะไปไหน  จะรักกัน  จะทำอะไร   อาก็ไม่เคยห้าม  แต่อาขอเถอะ...อย่าให้มันกระทบถึงเรื่องงาน  แล้วก็อย่าตามใจกันให้มาก...คุณชานยอลคงไม่อยากเป็นเหมือนคุณจงอินใช่ไหม?”  ไม่เคยใจร้าย  และที่พูดออกไปแบบนั้นก็ไม่ได้ขู่เช่นกัน  เพราะถ้ารักกันจริงต้องพากันไปได้ดี  หรือพากันไปในทางที่ถูกที่ควร  ไม่ใช่เที่ยวเล่นกันสนุกจนลืมว่าแต่ละคนยังมีหน้าที่ให้ทำอยู่อีกมากมาย

 

            “ไม่อยากครับ  ไม่อยาก...ผมต้องตายแน่ๆ  ผมขอโทษนะครับคุณอา  ขอโทษจริงๆนะครับ  ขอโทษนะครับ”  รีบปฏิเสธ  และโค้งศีรษะเพื่อเป็นการขอโทษ  รวมถึงสำนึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้  เพราะแค่คิดว่าต้องห่างจากแฟนตัวเล็ก  หัวใจของชานยอลก็แทบสลาย  แถมเมื่อนึกไปถึงเรื่องของเพื่อนซี้ผิวเข้ม  เขาก็เดาไม่ออกเลยจริงๆ...ว่าถ้าคุณอารู้ว่าตอนนี้จงอินอยู่กับลูกบุญธรรมของท่านที่ญี่ปุ่น  แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น??

 

            “ถ้าไม่อยากโดนแบบคุณจงอิน  ก็ช่วยดูแลกันให้ดีกว่านี้  แล้วอีกอย่าง...ชีวิตของอาก็เหลือลูกๆอยู่แค่สองคน  คุณชานยอลเข้าใจที่อาพูดใช่ไหม?”  ถึงแม้ลูกชายทั้งสองคนจะโตเป็นผู้ใหญ่มากแค่ไหน  คนเป็นพ่ออย่างเขาก็ยังเห็นลูกๆเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ  และเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลาจนกว่าจะตายไปจากกัน  จีซบทราบดีว่าวันข้างหน้าลูกๆต้องออกไปใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง  ส่วนเขาก็คงทำได้แค่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ

 

            คนถูกอบรม...พยักหน้าเป็นคำตอบ  แล้วโค้งศีรษะเพื่อลาคุณพ่อของแฟนตัวเล็ก  และต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จ  เพราะต้องกลับไปดูแลแบคฮยอนที่คอนโดฯ  เมื่อวิศวกรหนุ่มเดินพ้นออกไปจากสายตา  จีซบก็ทิ้งแผ่นหลังลงบนเก้าอี้หนังสีเข้มอย่างเหนื่อยล้า  เนื่องจากรู้ดีว่าตัวเองกำลังถูกเด็กๆพูดเรื่องโกหกให้ฟังอีกครั้ง  เรื่องแรก...ก็คือเรื่องของจงอินกับเซฮุน  ส่วนเรื่องที่สอง...ก็คือเรื่องของลูกชายตัวแสบกับชานยอล  และที่รู้ว่ากำลังถูกโกหกก็เป็นเพราะ  รอยแดงบนคอของคนที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องทำงานเมื่อครู่  มันเป็นหลักฐานมัดความผิดทุกอย่างเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา  และสาเหตุที่ลูกชายของตัวเองมาทำงานไม่ไหว  ก็เห็นจะเป็นเพราะเหนื่อยจากเรื่องอย่างอื่นเสียมากกว่า

 

            ส่วนเรื่องของคู่รักอีกคู่ที่อยู่ญี่ปุ่น...จีซบก็ทราบดีว่าตอนนี้จงอินอยู่ที่ไหน  และที่ไม่พูดกดดันให้ลูกบุญธรรมต้องยอมรับสารภาพทางโทรศัพท์  ก็เป็นเพราะไม่ต้องการให้เซฮุนเสียใจ  หรือต้องมารู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น  คนเป็นพ่อจับได้ถึงความผิดปกติของน้ำเสียงจากปลายสายที่ได้พูดคุยกันอยู่เมื่อเช้า  มันฟังดูตะกุกตะกัก  และพูดได้ไม่เต็มเสียงเหมือนมีเรื่องบางอย่างปกปิดเอาไว้

 

            จีซบไม่โกรธ...ที่เจ้าของโรงแรมกล้าผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับเขา รวมถึงไม่โกรธเซฮุนด้วยเช่นกันที่กล้าโกหก  ผู้ใหญ่อย่างเขา...เข้าใจความรู้สึกของเด็กทั้งคู่ดีว่ากำลังคิดถึงกันมากแค่ไหน  แล้วก็ทราบดีด้วยว่าการที่จงอินต้องเดินทางไปญี่ปุ่นในครั้งนี้  เหตุผลมันเกิดจากงานแต่งงานของลูกค้า   ส่วนเรื่องที่เดินทางไปหาเซฮุนถึงบ้านหลังใหม่  ก็คงไปด้วยเหตุผลของใจ  บวกกับโดนความคิดถึงเล่นงานจนยอมกลายเป็นคนที่ผิดคำพูด  

 

            จีซบรู้จักกับครอบครัวชเวมาตั้งแต่รุ่นที่คุณพ่อของจงอินยังเป็นผู้บริหารโรงแรม  เพราะส่วนมากพ่อของเจ้าบ่าวป้ายแดงอย่างซีวอน  ก็มักจะเดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรมสาขาเชจูอยู่บ่อยครั้ง  แล้วก็เป็นพนักงานที่ชื่อ  จีซบ  ที่ต้องคอยดูแลลูกค้าตระกูลชเวมาโดยตลอด  ดูแลกันมายาวนาน  และสนิทกันจนได้รับการ์ดเชิญให้ไปร่วมงานแต่งงานของลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล  แต่...ที่ไปร่วมงานไม่ได้  ก็เป็นเพราะเวลาในชีวิตมันเหลือไม่พอที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้ทั้งนั้น  วันลา  วันหยุด  มันหมดไปกับเรื่องของลูกบุญธรรมตั้งแต่ที่เจ้าตัวต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 

 

ถึงแม้...จะไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของลูกค้าตามคำเชิญ  แต่จีซบก็ได้ส่งของขวัญไปแสดงความยินดี  พร้อมทั้งกล่าวขอโทษด้วยความจริงใจ

 

            จีซบไม่ได้อยากกีดกันหรือพรากคนรักไปจากใคร  แต่สิ่งที่ทำลงไปมันเป็นเหตุจำเป็น  และการที่เจ้าของโรงแรม  แอบไปหาลูกชายของเขาในครั้งนี้   ถ้ามันไม่ส่งผลกระทบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียใจ  มีเรื่องบาดหมาง  มีความเข้าใจผิด  และมีปากเสียงกันอีกครั้ง  เขาก็จะยกเลิกข้อห้ามทั้งหมด  และจะไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเด็กทั้งคู่อีกต่อไป  แต่เมื่อไหร่...ที่จงอินทำให้ลูกบุญธรรมของเขาต้องเสียน้ำตาเป็นครั้งที่สอง  คนเป็นพ่อ...คงต้องใจร้ายอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง  ส่วนเรื่องของลูกชายตัวแสบ  ที่แสบจนมาทำงานไม่ไหว  จีซบก็คงต้องลงโทษไปตามสมควร

 

Rrrrr!!!!

 

Rrrrr!!!!

 

            “สวัสดีครับคุณหญิง”  กำลังเริ่มต้นทำงานอีกครั้งหลังจากนั่งคิดเรื่องของลูกๆอยู่นาน  แต่พอได้ยินเสียงโทรศัพท์  และทราบว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร  จีซบก็รีบกดรับทันที  เพราะถ้าไม่รับสายของคนคนนี้มันคงเป็นการเสียมารยาท

 

            (นี่คุณจีซบ!!!...คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง  ห้ะ!!!  คุณเอาลูกสะใภ้ของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!)  เสียงแหลมเล็ก...โวยวายใส่คนที่อยู่ปลายสายด้วยความรู้สึกหงุดหงิดและโมโห  เมื่อรู้ว่าแฟนของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน  ย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นโดยมีคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นพ่อบุญธรรมคอยจัดการเรื่องให้ทั้งหมด

 

            “คุณผู้หญิงครับ...ใจเย็นๆก่อนนะครับ”  ไม่แปลกใจเลยว่าความใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้  เจ้าของโรงแรมได้รับเชื้อมาจากใคร

 

            (จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อน!!!  แล้วหนูเซฮุนเดินได้แล้วหรือไง  ถึงปล่อยให้แกอยู่ที่นั่นคนเดียว หึ!!!)  เหมือนจะใจเย็นลงแต่ก็ไม่ใช่  เพราะเมื่อซองรยองรู้ข่าวของเซฮุนจากปากลูกชายที่โทรมาเล่าเรื่องนั่นเรื่องนี้ให้ฟัง  เธอก็แทบอยากจะฆ่าพนักงานดีเด่นอย่างจีซบให้ตาย  โทษฐานพรากลูกสะใภ้คนโปรดไปโดยไม่บอกกล่าวกันสักคำ

 

            “ห่างกันแค่ประเทศญี่ปุ่น  คงไม่ไกลมากหรอกครับคุณผู้หญิง  ยังไงลูกชายของผม...ก็ต้องย้ายไปที่นั่นอยู่แล้ว  ผมก็แค่ช่วยให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น  ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บของเซฮุน  คุณผู้หญิงก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ  เพราะเซฮุนก็เริ่มเดินได้แล้ว  แต่ถ้าคุณผู้หญิงไม่เชื่อ...ก็ลองโทรถามคุณจงอินได้นะครับ  ลูกชายของคุณผู้หญิงน่าจะรู้ดี  จริงไหมครับ?!

 

ติ๊ดด!!

 

            สายถูกตัดไปโดยไม่มีการกล่าวลาใดใด  แต่ก็ไม่ได้ถือสา...หรือเก็บมาเป็นอารมณ์  จีซบรีบวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะทำงานทันที  พร้อมกับเริ่มเคลียร์เอกสารที่อยู่ตรงหน้า  แล้วพยายามตัดเรื่องวุ่นวายในสมองออกไปให้หมด  วันนี้...เหมือนเป็นวันที่ต้องรับศึกหนักกับการแก้ปัญหาต่างๆมากมายรอบตัว  ทั้งเรื่องของลูกชายสองคน  ทั้งเรื่องจงอิน  ทั้งเรื่องชานยอล  จนสุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็ทำให้พนักงานระดับสูงอย่างเขาต้องมีปากเสียงกับแม่ของผู้บริหารโรงแรม

 

แต่จีซบ...ก็เข้าใจความรู้สึกของซองรยองเป็นอย่างดี  เพราะความรักของพ่อแม่ที่มีให้กับลูก  มันยิ่งใหญ่มากจนยอมทำทุกอย่าง  เพื่อให้ลูกของตัวเองมีความสุข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  10/02/61

Cr. ภาพห้องนอน : ikea.com

ตอนหน้า...คือฉากจบของฟิคเรื่องนี้แล้วนะคะ T^T

เรื่องรอยสักที่เรา ดอกจัน***เอาไว้  เราไม่สามารถลงภาพให้ดูได้นะคะ  เพราะภาพค่อนข้างเปลือย  แต่ถ้าใครอยากเห็นรอยสักของเซฮุนเหมือนที่เราบรรยายไว้ในฟิคตอนนี้  ตามไปดูที่  Twitter : @Mokara16  ได้เลยค่ะ ภาพจะอยู่ใน FAV.  และแท็ก  #ดอกไม้ของเจ้านาย  หาไม่ยากค่ะเพราะแท็กน้อย  และเป็นทวิตฟิคโดยเฉพาะ   จึงไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวใดใดมากนัก

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่อยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ  ขอบคุณจริงๆจากใจเลยค่ะ ^-^)

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #582 /tl26&? (@rmhex) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 13:19
    ฮื่อ จีซบเป็นคุณพ่อที่น่ารักมากๆ เลยอ่า ถึงจงอินตอนนี้จะยังเอาแต่ใจอยู่หน่อยๆ แต่ก็มีเหตุผลและรับฟังมากขึ้น มันทำให้รู้สึกว่าเซฮุนคือคนที่โชคดีมากจริงๆ
    #582
    0
  2. #506 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:05
    คุณพ่อรู้ทุกอย่างจ้าาาาาา
    #506
    0
  3. #431 Padcha.a (@padcha01) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 12:17
    น่ารักกกก น่ารักทุกคู่เลย ขอบคุณไรท์นะคะที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา <3
    #431
    0
  4. #421 TFAIR (@paleenan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 01:37
    ในที่สุดก้ผ่านเรื่องร้ายๆไปได้ด้วยดี แฮปปี้เอนดิ้ง เป็นฟิคที่ดีมากเลยมาดร่ามาหย่อยๆ แต่โดยรวมคือฟีลกู้ดยิ้มตามเลย ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ ????
    #421
    0
  5. #420 อัญมณีสีสวย (@peepeepp) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 12:46
    ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณจงอินจะยอมย้ายมาอยู่กับเซฮุน แบบนี้แหละลงตัวที่สุดแล้ว ก็เหลือแต่ขอน้องฮิโรชิมาเป็นลูกบุญธรรมอะเนอะ อบอุ่นจังเลยยย
    #420
    0
  6. #419 TDNND (@TDNND) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 12:07
    สนุกมากค่ะ จบแล้ว จะมีตอนพิเศษแถมไหมน่ะขอบคุณนะค่ะ สำหรับนิยายดึๆ
    #419
    0
  7. #418 KaiHun940105 (@KaiHun940105) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 12:07
    สุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้ งื้อน่ารักกกก ขอบคุณไรท์มากค่ะ ที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่าน อยากให้มีภาค 2 รุ่นลูกของไคฮุน อิอิ ขอบคุณคะ รักไรท์
    #418
    0
  8. #417 nnanwrsrr (@nnanwrsrr) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:32
    จบแล้วอ่าาาา ติดตามมาตั้งนานนน ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ ~????
    #417
    0
  9. #416 Pinkdao (@Pinkdao) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 21:39
    เราชอบไคฮุน และเรื่องนี้ชอบมากเลย และแล้วพี่จงอินก็ใจเย็นขึ้นเยอะ ถนอมน้องฮุนมากมาย ถ้าเป็นไปได้อยากให้เปิดอ่านนะคะไรท์. เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ จะติดตามเรื่องอื่นๆ ต่อไปนะคะ. ขอบคุณนะคะ สำหรับฟิคสนุกๆ นะคะ^^
    #416
    0
  10. #415 ppang_kh (@kaihun8894) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 21:04
    สุดท้ายก็แฮปปี้กันทั้งหมด ได้มาอยู่ด้วยกันแล้วนะ จะไม่หนีกันไปไหนอีกแล้ว ฮืออออ

    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ <3
    #415
    0