จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 4 : ❀ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    4 พ.ค. 61







-ดอกไม้ดอกที่ 4-


 

โรงแรม  โซล

20.49 น.

  

แกร๊กก!! 

 

          “เฮ้อออ!!        

 

            ประตูห้องนอนชั้นบนสุดของโรงแรมถูกปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผู้เป็นเจ้าของห้องดังขึ้น  เมื่อแผ่นหลังกว้างทิ้งลงบนเตียงนุ่มด้วยความเหนื่อยล้า  วันนี้จงอินนั่งทำงาน  เซ็นเอกสารและเดินตรวจโรงแรมของตัวเองเหมือนอย่างที่เคยทำ  แต่ที่วันนี้เหนื่อยมากเป็นพิเศษเพราะมีงานของโรงแรมสาขาเชจูมาให้เคลียร์เพิ่ม  นั่นจึงทำให้คนเป็นเจ้าของกิจการอย่างเขารู้สึกล้าทั้งสมอง  รวมไปถึงร่างกาย  และคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่จงอินต้องมาค้างที่นี่  เนื่องจากความเมื่อยบวกกับความขี้เกียจ  มันทำให้ไม่อยากแม้แต่จะขยับร่างกายไปไหน  ยิ่งถ้าจะให้ขับรถกลับไปนอนที่คอนโดฯตอนนี้ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

แต่...พอนอนที่โรงแรมทีไรก็อดที่จะนึกถึง  พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ไม่ได้จริงๆ!! 

 

            ห้องพักที่เคยพาใครต่อใครเข้ามานอนตั้งหลายครั้ง  แต่ก็เคยไม่มีคนไหนทำให้เจ้าของโรงแรมรู้สึกโหยหาได้มากขนาดนี้มาก่อน  มันหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น?  แค่อยากรับผิดชอบ...ก็ไม่เชิง??  แค่ติดใจในเซ็กส์อันแสนอ่อนหัด...ก็ใช่!!?แต่ก็ไม่ทั้งหมด??  หรือแค่............?????????!!

 

            คิดได้แค่นั้น...คนเป็นเจ้าของโรงแรมก็เอามือยีหัวตัวเองจนยุ่ง  เพราะคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่?  แต่เท่าที่ได้คุยกันเมื่อหลายวันก่อน  มันก็พอจะทำให้จงอินทราบได้อย่างหนึ่งว่า  พนักงานใหม่อย่าง โอ เซฮุน  เป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากๆ  ถึงแม้จะโดนเข้าใจผิด  หรือโดนเขาแกล้งสารพัดสารเพ  แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเอาเรื่องวันนั้น  มาเป็นขอต่อรองเพื่อให้ตัวเองมีสิทธิ์เหนือคนอื่น  แล้วในหัวก็มีแต่เรื่องของงานทั้งนั้น  แถมยังบอกอีกว่าจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นและสัญญาว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาด  ซึ่งประโยคสุดท้ายนั่น...มันก็ทำให้จงอินยังคงรู้สึกแปลกใจไม่หาย??

 

            เจ้าของโรงแรมทั้งรู้สึกงงและรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก  เนื่องจากส่วนมากหรือเกือบจะทั้งหมดที่เข้ามาคบกับเขา  ก็เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าของธุรกิจด้านการโรงแรมที่มีชื่อเสียงและมีหน้ามีตามีในสังคมเท่านั้น   บางคนมีอะไรกับเขาเพียงชั่วข้ามคืน  ก็แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันจนออกนอกหน้า  บางคนก็อ้อนอยากให้พาไปเที่ยว  พาไปช็อปปิ้ง  ซื้อนั่นซื้อนี่จนวุ่ยวายไปหมด  และเหตุการณ์ที่ทำให้เขาหนักใจมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาก็คือ.....

 

            มีสาวคนหนึ่งที่จงอินเคยพามานอนที่นี่  เกิดไม่พอใจพนักงานทำความสะอาดที่กำลังเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเองในห้องของเจ้านายตามปกติ  แต่เธอคนนั้นกลับอาละวาดใส่พนักงานและกล่าวตำหนิว่าการกระทำที่พนักงานทำอยู่  เป็นการรบกวนเวลานอนของเธอ  แถมยังบอกกับพนักงานทุกคนอีกว่า  เธอคือนายหญิงของที่นี่  แล้วถ้าไม่อยากถูกไล่ออก  ก็รีบออกไปให้พ้นๆหน้าเธอ  ซึ่งกว่าจงอินจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้  ก็ทำเอาปวดหัวแทบแย่  และส่วนมาก...ไม่ว่าจะเป็นสาวๆหรือหนุ่มๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเป็นเจ้าของโรงแรม  ทุกๆคนก็จะทำกิริยาแบบนี้แทบจะทุกราย!! 

 

แต่...สำหรับพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่อย่างเซฮุน  มันกลับต่างไปจากที่เขาเคยเจออย่างสิ้นเชิง!!!??

 

            จงอินยอมรับ...ว่าตัวเองก็มีความต้องการเหมือนกับผู้ชายทั่วๆไป  และบางวันก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดาอย่างเช่น  การกินดื่ม  เที่ยวผับ  เที่ยวบาร์  หาความสุขใส่ตัวไปตามประสาชายโสด  แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง...ที่เวลาไปเที่ยว  แล้วต้องหิ้วใครต่อใครกลับมานอนด้วย  เพราะเขาไม่อยากให้พนักงานในโรงแรมที่ตัวเองบริหารงานอยู่  รู้สึกแย่ที่เห็นคนเป็นเจ้านายพาคนนั้น  พาคนนี้เข้ามานอนที่โรงแรมบ่อยๆ  และการตกเป็นข่าวในเรื่องทำนองนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก  ส่วนการจะหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต  ก็ไม่ยิ่งต้องพูดถึง  เนื่องจากจงอินยังไม่พร้อมที่จะลงเอยกับใคร  เพราะตัวเขายังมีหน้าที่การงานให้รับผิดชอบอยู่อีกมากมาย  ไหนจะลูกน้องในโรงแรมที่มีอยู่เป็นพันๆคน  รวมถึงยังมีโรงแรมสาขาอื่นๆให้ต้องพัฒนาอยู่อีกหลายแห่ง  และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้...จงอินจึงไม่มีเวลาที่จะเอาตัวเองไปผูกสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น

 

            “เฮ้ออออ!

 

            ร่างสมส่วนในชุดสูทเต็มยศยังคงนอนถอนใจอยู่บนเตียงเป็นรอบที่สอง  เพราะถึงตอนนี้จงอินก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี  ว่าที่ตัวเองออกคำสั่งต่างๆมากมายให้พนักงานจัดดอกไม้คนใหม่ทำตาม  มันเกิดจากสาเหตุใด  หวง?  หรือ  ห่วง?  เพราะแต่ละความรู้สึกที่พยายามจะนึกให้มันตรงกับใจ  มันก็ยังไม่ชัดเจนพอที่จะตัดสินได้ว่า  ความว้าวุ่นต่างๆที่กำลังคิดอยู่วิ่งวนอยู่ในหัวมันคืออะไรกันแน่???  แต่...เท่าที่รู้สึกได้อย่างเดียวในตอนนี้ก็คือ  เขาอยากปกป้อง  และไม่อยากให้เด็กที่ดูใสซื่ออย่างเซฮุนต้องไปเจอกับเรื่องแบบนั้นอีกครั้ง  โดยเป็นการกระทำจากคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง 

 

            จงอินทราบดีว่าความเสียหายแบบผู้ชายกับผู้หญิงมันให้ความรู้สึกที่ต่างกัน  บางคนอาจซีเรียสและอยากให้รับผิดชอบ  บางคนอาจไม่คิดอะไรเลยหรือบางคนก็อาจไปแจ้งความจนเป็นเรื่องใหญ่โต  ส่วนบางคน...พอมีความความเสียหายเกิดขึ้น  ก็อาจมีผลกระทบทางจิตใจตามมาด้วย  ซึ่งจงอินก็เดาเรื่องนี้ไม่ออกเหมือนกัน  ว่าเซฮุนจะรู้สึกอย่างไรบ้าง  จะเศร้าไหม?  จะเสียใจหรือเปล่า? และเพราะเหตุผลที่หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้  มันก็ทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรม  ต้องออกคำสั่งที่เหมือนเป็นการบังคับข่มขู่  เพื่อหวังให้พนักงานจัดดอกไม้ใหม่เกิดความระวังตัว  และไม่กล้าไปปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ใครต่อใครแตะต้องได้ง่ายๆเหมือนอย่างที่เขาทำ

 

            ถึงแม้เรื่องทั้งหมดมันจะเกิดจากความเข้าใจผิดและตัวของเซฮุนเองก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร  แต่...จงอินก็อยากจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้  เพราะอีกความรู้สึกหนึ่งที่ยังคงชัดเจนในอยู่ความทรงจำนั่นก็คือ  รสจูบแสนหวานจากริมฝีปากบางสีสด  รวมถึงเรือนร่างอันสวยงามและความบริสุทธิ์  ที่เขาได้รับเป็นคนแรก  แล้วถ้าเดาไม่ผิด...จูบหวานๆที่กำลังนึกถึงอยู่ในตอนนี้  ก็คงเป็นจูบแรกของเซฮุนอีกเช่นกัน  เพราะความอ่อนหัดในเรื่องบนเตียงที่พนักงานคนใหม่แสดงออกมาในคืนนั้น  มันก็ได้ฟ้องคนมากประสบการณ์อย่าง คิม  จงอิน  ไว้หมดแล้ว  และทุกๆอย่างที่เป็นของ  โอ เซฮุน ก็ต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น!!

 

Rrrrrr!!

 

Rrrrrrrr!!!

 

          “ว่าไงชานยอล...หายหัวไปเลยนะมึง  แล้วตอนนี้มึงอยู่ที่ไหนวะ??”  เสียงของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทดังขึ้น  ฉุดให้คนที่กำลังนอนเพ้อถึงรอยจูบอันแสนหวาน  ให้หลุดจากภวังค์ของตัวเอง  และรีบพูดเหน็บแนมออกไปทันทีเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร  เพราะตั้งแต่ผิดนัดกับเขาวันนั้น  ชานยอลก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

 

            (กูก็อยู่โซลนี่แหละ...แต่เดี๋ยวกูจะบินกลับเชจูพรุ่งนี้ตอนเย็นนี้  พอดีโรงแรมที่เชจูมีปัญหา  ช่างที่กำลังต่อเติมห้องพักแม่งลาหยุดไม่แจ้งกู  แถมยังเสือกทำงานผิดอีก  เฮ้อออ!!)  เป็นครั้งแรกที่ชานยอลต้องโทรมาบ่นเรื่องงานให้เพื่อนฟัง  และที่หายตัวไปนานก็เป็นเพราะงานที่ตัวเองถนัดที่สุดเกิดมีปัญหา  ทั้งๆที่ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ

 

            “อ้าว...ให้กูไปช่วยอะไรไหม??  เพราะทางนี้งานเรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไร  เหลือแค่เคลียร์เอกสารนิดหน่อย”  รีบเอ่ยปากถามเพื่อนซี้ออกไปอย่างรู้สึกเป็นห่วง  เพราะงานแต่ละชิ้นที่เขามอบหมายให้ชานยอลทำ  มันไม่เคยเกิดความผิดพลาดเลยสักครั้ง  แต่สำหรับงานนี้...คงเป็นเรื่องที่เขาต้องไปจัดการด้วยตัวเอง

 

            (เออ!!มาช่วยกูหน่อยก็ดี  แล้ว...พรุ่งนี้ตอนเย็นมึงว่างไหมวะ?  กูอยากให้มึงเอาเอกสารXXจากพี่เลขาของมึง  มาให้กูที่สนามบินด้วย   พอดีกูไม่ว่างเข้าไปเอา  กูนัดลูกค้าเอาไว้  เอ้ออ!!...แล้วกูมีเรื่องงานจะปรึกษากับมึงด้วย)  จงอินเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนของตัวเองถึงผิดนั้นเมื่อหลายวันก่อน   เพราะเท่าที่ฟังชานยอลบ่นอยู่ในตอนนี้  มันก็คือคำตอบที่ชัดเจนมากพออยู่แล้ว 

 

            “ได้ๆ...พรุ่งนี้ตอนเย็นเจอกันที่สนามบิน  แล้วเดี๋ยวกูบินตามไปที่หลังนะ  กูขอเคลียร์เอกสารทางนี้ให้เสร็จก่อน

 

           ปกติชานยอลเป็นคนที่ทำงานเร็วมากและหาข้อบกพร่องได้น้อย  แต่สงสัยงานนี้จะมีปัญหาจริงๆเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางเอ่ยปากขอให้เขาไปช่วยดูงานที่เชจูแน่นอน  เจ้าของโรงแรมโยนเครื่องมือสื่อสารทิ้งลงบนเตียงเมื่อสิ้นสุดการสนทนา  และค่อยๆถอดเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ  เนื่องจากวันนี้ทั้งวันงานก็ยุ่งมากจนรู้สึกเมื่อยล้าไปหมด  แถมเมื่อครู่ก็มีงานที่เชจูให้เข้ามาแก้ไข  และการได้นอนแช่น้ำอุ่นๆอาจเป็นทางออกเดียวในตอนนี้  ที่พอจะทำให้จงอินรู้สึกผ่อนคลายได้  หลังจากที่เหนื่อยกับเรื่องต่างๆมาทั้งวัน










 

 

 

 










มหาวิทยาลัย  XOXO

14.19 น.

 

 

 

            วันนี้เป็นวันที่เซฮุนกับแบคฮยอนต้องเดินทางมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อพรีเซ้นงานชิ้นสุดท้าย  และเมื่อส่งงานชิ้นนี้เสร็จ  เขาทั้งคู่  รวมถึงเพื่อนๆในคลาสก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักศึกษาที่เรียนจบปริญญาตรีโดยสมบูรณ์  แล้วหลังจากนี้...ก็ต้องออกไปเผชิญกับโลกใบใหม่ที่ไม่ใช่ในรั้วมหาวิทยาลัยอีกต่อไป   และเมื่อการพรีเซ้นงานของนักศึกษาคนสุดท้ายสิ้นสุดลง...เพื่อนๆทุกคนต่างก็ร่ำลาอาจารย์พร้อมกับกราบขอพรท่านเป็นการใหญ่  และต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ  ส่วนเพื่อนบางกลุ่มก็มีนัดกินเลี้ยงสังสรรค์กันต่อตามร้านอาหารหรือไม่ก็ผับบาร์

 

            “เซฮุนนนน...ขอกอดหน่อยยยยย”  คนตัวเล็กเริ่มออกอาการงอแงเมื่อรู้ว่าต้องจากกับเพื่อนรัก  เพราะหลังจากพรีเซ้นงานชิ้นสุดท้ายจบลง  แบคฮยอนต้องบินกลับเชจูเย็นนี้ทันที  เนื่องจากเป็นคำสั่งของคุณพ่อ 

 

            ไม่รีบไปเหรอ  เดี๋ยวก็ตกเครื่องจนได้?”  กอดเพื่อนรักเอาไว้แน่นและรู้สึกใจหายเหมือนกันเมื่อต้องกล่าวลา  แต่เซฮุนก็ต้องทำเป็นเข้มแข็งเพราะไม่อยากเห็นแบคฮยอนร้องไห้ฟูมฟายกลางมหาวิทยาลัย  ทั้งๆที่ตัวเองก็เริ่มกลั่นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้วในตอนนี้

 

            “เครื่องออกตั้งสองทุ่ม  แบคขอกอดเซฮุนให้หายคิดถึงก่อนไม่ได้เหรอ”  เอาหน้าหงอยๆซุกอกเพื่อนอย่างออดอ้อนและบ่นงุ้งงิ้งไม่หยุด  เพราะนับตั้งแต่วันนี้  แบคฮยอนก็คงไม่ได้เจอกับเซฮุนอีกนาน  เนื่องจากต้องกลับไปช่วยงานคุณพ่อที่โรงแรม

 

            “แบคอย่าทำแบบนี้สิ...เมื่อคืนยังนอนกอดเราไม่พออีกเหรอไง  เดี๋ยวเราก็ร้องไห้หรอก”  พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เพราะไม่อยากทำให้เพื่อนรักเป็นห่วง  เพราะหลังจากนี้เซฮุนต้องอยู่ตัวคนเดียว  โดยที่ไม่มีแบคฮยอนคอยช่วยเหลือ  หรืออยู่ดูแลกันและกันเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดสี่ปี  ที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมาด้วยกัน

 

            เมื่อคืนแบคฮยอนมานอนที่อพาร์ทเม้นของเซฮุนและช่วยกันทำรายงานเพื่อเตรียมมาพรีเซ้นที่มหาวิทยลัยในวันนี้  และอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องมาค้าง  ก็เป็นเพราะอยากให้เซฮุนช่วยพูดกับคุณพ่อ  เรื่องการขอยืดเวลาการกลับเชจูจากวันรุ่งขึ้นเป็นอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า  เนื่องจากแบคฮยอนอยากอยู่เที่ยวพักผ่อนรวมถึงอยู่ฉลองความสำเร็จกับเพื่อนๆที่นี่  ก่อนจะกลับไปอยู่ที่เชจูอย่างถาวร  แต่...สิ่งที่เขาหวังไว้ก็ไม่เป็นผล  เพราะเพื่อนรักอย่างเซฮุนไม่ยอมร่วมมือด้วย  แถมยังบ่นทั้งคืนจนทำรายงานเสร็จ  และเข้านอนพร้อมกัน

 

            คนตัวเล็กไม่ได้โกรธเพื่อนที่ไม่ยอมร่วมมือกับเขาและก็เข้าใจดีว่าที่เซฮุนบ่นไปทั้งหมด  ก็เป็นเพราะหวังดี  เนื่องจากการมาเรียนอยู่ที่นี่  ทำให้แบคฮยอนต้องอยู่ห่างกับคุณพ่อ  และไปๆกลับๆระหว่างโซลกับเชจูแค่ช่วงที่ปิดเทอมเท่านั้น  ซึ่งเหตุที่ทำให้ต้องห่างกันก็เกิดจากการที่  คุณพ่อต้องย้ายมาทำงานในโรงแรมที่สาขาเชจู  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ยังทำงานอยู่ที่สาขาโซลมาตั้งหลายปี  แต่พอ...เจ้าของโรงแรมที่ท่านทำงานอยู่เสียชีวิตลง  คุณพ่อก็ตัดสินใจย้ายมาทำงานที่สาขาเชจูทันที  พร้อมทั้งบอกเหตุผลที่ทำให้คนเป็นลูกอย่างเขาปฏิเสธไม่ได้จริงๆนั่นก็คือ  ท่านอยากพักผ่อนบ้าง  หลังจากเหนื่อยกับงานหนักๆที่สาขาโซลมานาน

    

            “เซฮุนดูแลตัวเองดีๆนะ  แล้วก็...ห้ามมีแฟนเด็ดขาด  แบคจอง”  เจ้าของเสียงงอแงทำท่าจองโดยการเอานิ้วโป้งมาแปะไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของเพื่อนรัก  เพราะตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องจากกันแล้วจริงๆ 

 

            “ถึงเชจูแล้วอย่าลืมโทรมาบอกเรานะ   แล้วก็...ฝากความคิดถึงให้พ่อของแบคด้วย  ถ้าเราว่างเมื่อไหร่  เราจะไปกราบท่านด้วยตัวเองทันที  เราขอบคุณแบคมากๆเลยนะ  ที่คอยช่วยเหลือเรามาตลอด  ถ้าเราไม่มีแบคเราต้องแย่แน่ๆ


               “งือออ...แบครักเซฮุนนะ  ถ้าถึงเชจูแล้วจะรีบโทรมาบอกทันทีเลย


               ดินทางปลอดภัยนะแบค

 

            เพื่อนรักทั้งสอง...กอดกันแน่นพร้อมกับกล่าวลากันเป็นรอบที่ร้อยของวัน  และเมื่อแยกย้ายกันแล้ว  เซฮุนก็เดินมาที่ร้านกาแฟเจ้าประจำที่ตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย  เพื่อหาเครื่องดื่มเย็นๆทานดับร้อนสักแก้วก่อนที่ตัวเองจะไปทำงานพิเศษต่อในตอนค่ำ  ใจจริงเซฮุนก็อยากไปส่งเพื่อนรักที่สนามบิน  แต่...งานพิเศษที่เขาได้รับปากเอาไว้ก่อนหน้านั้นว่าจะไปแทนคนที่ขาด  ก็ทำให้เซฮุนไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือลางานซ้ำซ้อนกับใครได้   และดี...ที่แบคฮยอนก็เข้าใจว่ามันคือเหตุจำเป็นจริงๆ  แถมไม่โกรธเพื่อนคนนี้แม้แต่นิดเดียว

 

            ร้านกาแฟหลังมหาวิทยาลัยเป็นร้านประจำของเซฮุนกับเพื่อนๆ  ที่มักจะมานั่งเม้าท์กันบ้าง  ทำรายงานกันบ้าง  จนสนิทกับพี่เจ้าของร้าน  และเมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์  เซฮุนก็จัดการสั่งเครื่องดื่มและเค้กมาทานด้วย 1 ชิ้น  พร้อมกับจ่ายเงินเสร็จสรรพ  แล้วมองหาที่นั่งเพราะวันนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ  พอเจอที่ว่าง...เจ้าตัวก็รีบเดินไปวางสัมภาระ  เช่นพวก โน๊ตบุ๊ค  กระเป๋าใส่แฟ้มงาน  รวมถึงกระดาษรายงายต่างๆว่างไว้บนโต๊ะ  แล้วนั่งรอเครื่องดื่มกับของหวานที่สั่งไปมาเสิร์ฟ

 

แต่พอจะลุกไปหยิบนิตยสารมาอ่านเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอ  เซฮุนกลับต้องยืนนิ่งเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง  เมื่อเจอกับเจ้าของรอยยิ้มกว้างที่ดูใจดียืนอยู่ตรงหน้า  พร้อมกับถือถาดพลาสติกลายการ์ตูนที่มีเครื่องดื่มและของหวานที่เขาเพิ่งสั่งไปเมื่อครู่  ถืออยู่ในมือ!! 

 

            “สวัสดีครับ  คุณเซฮุน  ช็อคโกแลตเย็นกับสตรอเบอร์รี่เฟรชครีมได้แล้วครับ (: ”

 

...


 

...


 

...


 

            วิศวกรหนุ่มเดินทางมาที่ร้านกาแฟหลังมหาวิทยาลัยเพราะนัดลูกค้าคนหนึ่งเอาไว้  ก่อนที่ค่ำนี้เขาจะเดินทางกลับไปงานสำคัญที่เชจูตามเดิม  และลูกค้าก็มานั่งรอตามที่ได้นัดกันเอาไว้เพื่อคุยเรื่องการก่อสร้างห้องพักที่ทางลูกค้าต้องการเปลี่ยนแบบนิดหน่อย  ลูกค้ากำลังจะสร้างหอพักแถวมหาวิทยาลัยแห่งนี้  ซึ่งแบบที่เคยคุยกันเอาไว้มันยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่   เขาจึงจำเป็นต้องรีบมาเคลียร์ให้เสร็จ  แต่...วิศวกรหนุ่มรูปหล่อก็รู้สึกหัวเสียอยู่ไม่ใช่น้อย  เพราะแบบที่ลูกค้าจะให้แก้มันเยอะมากจนเหมือนจะต้องแก้ใหม่ทั้งหมด  และนั่น...ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ  เนื่องจากการนัดกันในครั้งแรก  ลูกค้าแจ้งแค่ว่าต้องการปรับแบบเพียงไม่กี่อย่าง  แต่พอได้มาคุยกันจริงๆ  กลับไม่ได้เป็นอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ 


            ปกติชานยอลจะไม่ค่อยรับงานนอกสักเท่าไหร่  เนื่องจากงานประจำที่เพื่อนซี้เจ้าของโรงแรมได้มอบหมายให้เขาทำ  มันก็มีมากพออยู่แล้ว  แต่ที่จำเป็นต้องรับงานของลูกค้าท่านนี้ก็เป็นเพราะ  คนรู้จักกันแนะนำมาให้อีกที  ชานยอลจึงปฏิเสธไม่ได้  และวันนี้...เขาก็ต้องเปลี่ยนแผนเป็นการขอนัดลูกค้าใหม่อีกครั้ง  แต่ก็ไม่ระบุวันที่แน่นอนเพราะถ้าลูกค้าต้องการเปลี่ยนแบบหอพัก  เกือบจะทั้งตึกขนาดนี้  มันก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไข  หรือตกลงกับผู้รับเหมาอีกครั้ง  ซึ่งทุกๆขั้นตอนก็ต้องใช้เวลานานอยู่พอสมควร  ถึงแม้จะรู้สึกอารมณ์เสียอยู่บ้าง  แต่ชานยอลยังมีมารยาทพอที่จะเดินออกไปส่งลูกค้าที่รถและกลับมานั่งเคลียร์เอกสารต่างๆต่อที่ร้านกาแฟ 

 

แต่พอกลับเข้ามานั่งในร้านยังไม่ถึง  5 นาที...เสียงหวานๆติดขี้เล่นนิดๆที่กำลังสั่งเครื่องดื่มและขนมเค้กอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์  ก็ทำให้ความหงุดหงิดที่อยู่ในใจของชานยอลหายวับไปกับตา  จนต้องรีบเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารเพื่อดูว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร?? 

 

            ผู้ชาย  ผิวขาวเนียน  รูปร่างบาง  ใส่ชุดนักศึกษา  ผมสีดำสนิทที่มาพร้อมกับใบหน้าเรียวสวย  ก็ทำให้ชานยอลจำได้แม่น  ว่าเป็นคนคนเดียวกัน  กับที่เดินชนเขาหน้าลิฟท์ของโรงแรมเพื่อนซี้เมื่อหลายวันก่อน  และตอนนี้...ชานยอลก็ได้เจอกับพนักงานจัดดอกไม้จอมซุ่มซ่ามอีกครั้ง  แถมยังเป็นการเจอกันนอกสถานที่ทำงานอีกด้วย  วิศวกรหนุ่มยิ้มร้ายให้กับสิ่งที่ตัวเองเห็นและคิดว่าขอเร่งทำคะแนนหน่อยก็แล้วกัน  เพราะไหนๆก็ได้มาเจอกันนอกเวลางานทั้งที  ชานยอล...เริ่มหาจังหวะเหมาะตอนที่เป้าหมายเดินไปที่โต๊ะ  แล้วจัดการยกเครื่องดื่มแบบเย็นกับของหวานทั้งหมดที่ตัวเองได้ยินเมื่อครู่  และเดินไปเสิร์ฟให้ถึงที่

 

            “จำกันได้ไหมเอ่ย  แล้วนี่...ใช่เครื่องดื่มกับขนมหวานที่คุณเซฮุนสั่งหรือเปล่าครับ”  วิศวกรหนุ่มยื่นถาดเครื่องดื่มส่งให้พนักงานจัดดอกไม้พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

 

            “ชะ...ใช่ครับ  สวัสดีครับ.....คุณ เอ่อออ”  รู้สึกทำตัวไม่ถูกเพราะมันทั้งตกใจและไม่รู้ว่าคนตรงหน้าชื่ออะไร  แต่ที่จำได้แม่นไม่เคยลืมเลยก็คือ  ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของเจ้านาย และก็เป็นคนคนเดียวกัน  กับที่ตัวเองเดินชนอยู่ตรงหน้าลิฟท์ที่โรงแรม  จนถูกรองหัวหน้าแผนกเรียกไปตักเตือน

 

            “สวัสดีครับคุณเซฮุน  ผมชื่อปาร์ค  ชานยอลนะครับ คุณจำผมได้ใช่ไหม”  ชานยอลจำเป็นต้องวางถาดเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ  และรีบแนะนำตัวเอง  ก่อนที่เด็กหนุ่มนักจัดดอกไม้  จะทำมันร่วงลงพื้นไปเสียก่อน  เพราะมือบางทั้งสองข้างที่ค้างอยู่กลางอากาศมันดูเหมือนไม่พร้อมที่จะรับอะไรมาถือทั้งนั้น   

 

            จะ...จำได้ครับ  เชิญนั่งก่อนครับ  เอ่อออ...ผมต้องขอโทษคุณชานยอลอีกครั้งนะครับ  ที่วันนั้นผมรีบมากจนไม่ได้ถามชื่อ  ผมนี่...เสียมารยาทจริงๆ  แล้ว...คุณชานยอลมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ”  พอเริ่มตั้งสติได้  เซฮุนก็รีบเชิญให้เจ้าของรอยยิ้มกว้างนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม  พร้อมทั้งกล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน

 

            “ผมมาคุยงานกับลูกค้าครับ  พอดีลูกค้ากำลังจะสร้างหอพักแถวนี้  แล้ววว...คุณเซฮุนมาทำอะไรเหรอครับ?  อย่าบอกนะว่ามาเรียนหนังสือ”  เหมือนคนโง่ที่ถามอะไรออกไปแบบนั้น  ทั้งที่คนตรงหน้าก็ใส่ชุดนัดศึกษา  แต่...ความสงสัยที่อยู่ในใจ  มันทำให้ชานยอลต้องพูดออกไปแบบนั้น  เพราะปกติแล้ว  นักศึกษาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเลือกมาทำงานในโรงแรมถ้ายังเรียนหนังสือไม่จบ

 

            “ใช่ครับ ผมเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้  แล้วก็เป็นวันสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาของผมด้วย   เอ่ออ...พอดีผมเพิ่งเรียนจบครับ  ก็เลยแวะมานั่งเล่นที่นี่ฆ่าเวลา  ระหว่างรอเข้างานตอนค่ำ  เอ้ออ!!!...ผมนึกอะไรออกแล้ว?!!  ตอนนี้คุณชานยอลว่างไหมครับ  ผมอยากเลี้ยงอาหารคุณชานยอลสักมื้อเพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องวันนั้น”  พอสติกลับมาครบ  เซฮุนก็พูดไม่หยุดเพราะเห็นช่องทางที่ตัวเองพอจะไถ่ความผิดเรื่องที่ทำไว้กับเพื่อนเจ้าของโรงแรม

 

            “วันนี้ผมมีเวลาไม่มากขนาดนั้นซะด้วย  เพราะเย็นนี้ผมต้องบินไปต่างจังหวัด  แต่..เอาอย่างนี้ดีกว่า!!  คุณเซฮุนก็เลี้ยงกาแฟผมสักแก้วสิ  ส่วนเรื่องทานข้าว...ไว้วันไหนผมว่าง  ผมจะโทรไปชวนที่แผนกเอง  ตกลงไหม??”  วิศวกรหนุ่มก็เห็นช่องทางที่ตัวเองพอจะทำคะแนนเช่นกัน  เขาจึงรีบนัดพนักงานจัดดอกไม้เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ทันที  และกิริยาท่าทางของเด็กตรงหน้าที่กำลังที่พูดเจื้อยแจ้ว  แถมยิ้มตาหยีเอียงคอคุยกับเขา  พร้อมกับปากบางสีหวาน  ที่หวานไม่แพ้กับผลสตรอเบอร์รี่ที่วางอยู่บนหน้าเค้ก  ที่กำลังดูดเครื่องดื่มในแก้วทรงสูงจนแก้มตอบ  ก็ทำให้ชานยอลคิดว่ามันน่ารักสุดๆไปเลย

 

            “ตกลงครับ  งั้นนน...คุณชานยอลจะทานอะไรดีครับ  ผมสนิทกับพี่เจ้าของร้านนะ  อยากทานอะไรก็สั่งได้เลยครับ”  ความเป็นกันเองของชานยอล  ทำให้พนักงานโรงแรมระดับล่างอย่างเซฮุน  รู้สึกไม่อึดอัดเหมือนที่เจอกันในตอนแรก  แถมรอยยิ้มกว้างๆแบบนั้น  ก็ยิ่งทำให้ดูเป็นมิตรมากขึ้นไปอีก

 

            “ผมขอลาเต้ร้อนสักแก้วก็พอ  ส่วนเค้กไม่เอานะครับ  ผมไม่ชอบทานของหวาน”  เป็นครั้งแรกที่ชานยอลหุบยิ้มไม่ได้  เพราะกิริยาท่าทางที่ดูใสซื่อและความกระตือรือร้นของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่แสดงออกมาให้เห็น  ทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งรอบตัวมันช่างสดใสไปหมด 

 

           เซฮุนรีบวิ่งไปที่หน้าเคาน์เตอร์ทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่คนเป็นเพื่อนเจ้าของโรงแรมต้องการ  ปากบางสั่งเครื่องดื่มมุบมิบยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกับพนักงานในร้านอย่างสนิทสนม  และพอกาแฟมาเสิร์ฟ...ทั้งชานยอลและเซฮุนต่างก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ  แล้วคนที่เริ่มชวนคุยก็เป็นชานยอล  เนื่องจากเขาอยากรู้เรื่องของเด็กคนนี้ให้มากขึ้น  เพราะเมื่อครู่ก็เพิ่งได้ยินมาว่าเซฮุนเรียนจบแล้ว  แถมตอนนี้ยังทำงานอยู่ในแผนกจัดดอกไม้ของโรงแรมเพื่อนซี้อีกด้วย  และ...เมื่อความสงสัยบวกด้วยการอยากทำความรู้จักกับเซฮุนให้มากกว่านี้  วิศวกรหนุ่มจึงพยายามใช้คำพูดที่ดูเป็นกันเอง  เพื่อลดระยะห่างของคำว่าพนักงานโรงแรมกับเพื่อนเจ้าของกิจการ

 

            “คุณเซฮุนทำงานที่โรงแรมนานหรือยังครับ

 

            “เรียกผม  เซฮุนเฉยๆดีกว่าครับ ไม่ต้องมีคำว่าคุณก็ได้  ผมต่างหากที่ต้องเรียกคุณว่า คุณชานยอล  เพราะว่าคุณชานยอลเป็นเพื่อนกับเจ้านายของผม

 

            “แต่นี่เราอยู่นอกการทำงานนะครับ เซฮุนก็ห้ามเรียกผมว่าคุณชานยอลเหมือนกัน  งั้นนน...เซฮุนเรียกผมว่า... พี่ชานยอล ดีไหม??  มันจะได้ไม่ดูห่างเหิน”  

 

            “เอ่ออ  คะ...คือ ผมขอเรียกว่า  คุณชานยอล  เหมือนเดิมดีกว่าครับ  ผมเกรงว่ามันจะไม่เหมาะ


            พอได้ยินคำว่า  “พี่”  ทีไร  มันก็ทำให้เซฮุนนึกถึงใครอีกคนขึ้นมาทันที  และไม่อยากเรียกใครว่าพี่อีกแล้ว  เพราะไม่ต้องการได้สิทธิพิเศษอะไรทั้งนั้น  เนื่องจากเท่าที่ได้รับคำสั่งต่างๆมากมายมาจากคนเป็นเจ้าของโรงแรม  มันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกอึดอัดและคิดมากจนไม่เป็นอันทำงานมาตลอดหลายวัน 

 

            “โอเคๆ  เรียกผมว่าคุณชานยอลเหมือนเดิมก็ได้ครับ  เซฮุนอย่าทำหน้าหงอยขนาดนั้นสิ  ผมไม่บังคับแล้ว

 

            “ขอบคุณมากนะครับที่เข้าใจผม  แล้วที่เมื่อครู่...คุณชานยอลถามผมเรื่องงาน  คือผมทำงานที่โรงแรมมาได้สักพักแล้วครับ  อีกสองเดือนกว่าๆ  ผมก็จะถูกหัวหน้าประเมินแล้วด้วยว่าจะได้เข้าบรรจุหรือเปล่า  เอ่ออ...คุณชานยอลคิดว่าผมจะผ่านไหมครับ??

 

            “ผ่านอยู่แล้วไม่ต้องห่วง  แต่...ลดเรื่องซุ่มซ่ามลงหน่อยก็ดีนะ

 

            “โธ่...คุณชานยอลอย่าล้อผมสิครับ ผมซีเรียสจริงๆนะคับ

 

            “กินเหมือนเด็กเลยนะเซฮุน  ดูซิ...เลอะเทอะหมดแล้ว

 

            “.......!!!!? 

 

            ทานเค้กไปคุยไปจนปากบางเลอะคราบครีมสดสีขาวของขนมที่กำลังเคี้ยวจนแก้มตุ่ย  และนั่น...ก็ทำให้ชานยอลถือโอกาสใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆไปตรงส่วนที่เปื้อนอย่างจงใจ  เพราะรู้สึกหมั่นเขี้ยวกับกิริยาท่าทางหลายๆอย่าง  ที่เซฮุนแสดงออกมา  ไม่ว่าจะเป็น...น้ำเสียงที่บ่นกระเง้างอดเรื่องที่ถูกแซวว่าซุ่มซ่าม  หรือสีหน้าที่ดูเหมือนแมวหงอยตอนถูกบอกให้เรียกเขาว่าพี่  ซึ่งทุกๆการกระทำ  ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม  มันก็ดูน่ารักไปหมดในสายตาของชานยอล  และที่ทำให้ลืมไม่ลงในตอนนี้ก็คือ...ความนุ่มของริมฝีปากที่เขาเพิ่งได้สัมผัสไปเมื่อครู่

 

            ส่วนเซฮุนก็มีอาการตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้หลบหลีกหรือทำท่าทางรังเกียจใส่ชานยอล  เพราะกลัวจะเป็นการเสียมารยาท  แต่ในใจลึกๆก็ไม่คิดว่าเพื่อนสนิทของเจ้านาย  จะกล้าทำอะไรแบบนี้ในที่สาธารณะ  เซฮุนขอตัวไปเข้าห้องน้ำเนื่องจากไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรทำสีหน้ายังไง  และ...ด้วยความที่อยากรีบลุกออกไปให้พ้นจากเหตุการณ์ที่หน้าอึดอัด  ก็ทำให้เซฮุนสะดุดขาโต๊ะจนเกือบหกล้ม  แต่ดี...ที่ชานยอลรับเอาไว้ได้ทัน  เพราะไม่อย่างนั้น  เขาคงหกล้มหัวฟาดพื้นไปแล้วแน่ๆ

 

            “ระวังหน่อยสิเซฮุน  ผมบอกแล้วไงว่าให้ลดเรื่องซุ่มซ่ามลงบ้าง  เพื่อจะผ่านการประเมินงาน

 

            “ขอบคุณนะครับคุณชานยอล  ถ้าไม่ได้คุณชานยอลช่วยเอาไว้  มีหวังผมหน้าแหกแน่ๆ

 

            หลังจากทำธุระในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อย  เซฮุนก็กลับมานั่งคุยกับเพื่อนเจ้าของโรงแรมจนถึงเวลาที่พวกเขาทั้งคู่ต้องแยกย้ายกันกลับ  และตอนแรกชานยอลก็ขออาสาไปส่งพนักงานจัดดอกไม้ที่อพาร์ทเม้น  แต่...เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่  มันยังทำให้เซฮุนรู้สึกอึดอัดไม่หาย  เขาจึงต้องยอมทำเรื่องที่มันดูเสียมารยาทโดยการกล่าวปฏิเสธ  แล้วให้เหตุผลแบบที่ดูไม่หักหน้ากันจนเกิดไปว่า  ต้องเตรียมตัวออกไปทำงานพิเศษที่อื่นต่อ  และเหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่อยากให้ไปส่งก็เป็นเพราะเกรงว่าชานยอลจะเดินทางกลับมาที่สนามบินไม่ทันจนอาจตกเครื่องก็ได้  พร้อมกับอวยพรให้เจ้าของรอยยิ้มกว้างที่แสนใจดี  เดินทางไปต่างจังหวัดด้วยความปลอดภัยเป็นการปิดท้ายประโยค 









 

 

 










สนามบิน

18.23 น.

 

เอี๊ยดดด!!

 

            หลังจากแยกกับพนักงานจัดดอดไม้แสนซุ่มซ่าม(แต่น่ารัก)ที่หน้าร้านกาแฟ  ชานยอลก็รีบขับรถมาที่สนามบินทันทีเพราะต้องเดินกลับเชจูเพื่อไปสะสางปัญหาที่ช่างต่อเติมห้องพักได้ก่อไว้  รวมถึงได้นัดกับเพื่อนซี้ผิวเข้มเพื่อคุยเรื่องงานและรอเอกสารต่างๆที่ฝากให้เพื่อนเอามาให้  เจ้าของขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้ม  ค่อยๆเหยียบคันเร่งและหักพวงมาลัยถอยรถเข้าที่จอดเมื่อได้ที่ที่ต้องการ  แต่...ยังไม่ทันได้ดับเครื่องยนต์  เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเป้ด้านหลังก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

Rrrrrrrrrrrrrrrrrr!!!!

 

 

            ชานยอลถึงไหนแล้ววะ กูอยู่สนามบินแล้วเนี่ย!!???”  

 

            (เออ...กูถึงแล้ว  กำลังจอดรถอยู่  แล้วตอนนี้มึงรออยู่ตรงไหน?) 

 

            “กูอยู่ที่ร้านกาแฟ  มึงรีบมาให้ไวเลย!!  กูมารอนานแล้ว!!!”

 

            (มึง ๆ ๆ....กูมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง  มึงอย่าเพิ่งว่างสายนะ  กูฟิน , กูเขิน , กูรักเขา)

 

            “มึงหยุดพูดเลยชานยอล!!...มึงรีบมาที่นี่ก่อน  แล้วเดี๋ยวค่อยเล่าให้กูฟังก็ได้”

 

            (เออ ๆ ๆ....กูจอดรถเสร็จแล้ว  มึงรอแป๊บนึงนะ  เดี๋ยวกูไปเล่าให้ฟังต่อ)

 

ติ้ดด!!

 

 

            จงอินเดินทางมาถึงสนามบินได้ชั่วโมงกว่าๆ  และยืนรอเพื่อนซี้อยู่สักพักจนเริ่มรู้สึกว่ามันนานเกินไป  เขาจึงตัดสินใจเดินไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ  พร้อมกับโทรถามชานยอลทันทีว่าถึงไหนแล้ว  และพอรับสาย...เขากลับถูกเพื่อนพูดจาเพ้อเจ้อใส่  ว่าฟิน  ว่ารัก  อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด  และถ้าให้เดา...จงอินก็คิดว่า  ชานยอลคงไปตกหลุมรักใครเข้าอีกแน่ๆ  เจ้าของโรงแรมรู้สึกว่า...ทำไมเพื่อนของตัวเองถึงรักใครได้ง่ายเหลือเกิน  วันนั้นชอบคนนู้น  วันนี้ชอบอีกคน  แล้วถ้าวันไหนเกิดรถไฟชนกันขึ้นมา  เขาจะไม่มีทางช่วยเพื่อนคนนี้เด็ดขาด  เพราะคนแบบปาร์ค  ชานยอล  ควรต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนั้นบ้างถึงจะเข็ด!!

 

...


 

...


 

...


 

ปึ่กก!!

 

            “กว่าจะมาได้นะมึง!!...กูรอจนจะเทคโอเวอร์ร้านกาแฟอยู่แล้วเนี่ย!!  สรุปงานที่เชจูมีปัญหาอะไร”  เจ้าของโรงแรมพูดด้วยน้ำเสียงติดรำคาญพร้อมกับโยนเอกสารที่ชานยอลฝากให้เอามาด้วย  ลงบนโต๊ะกาแฟตัวเตี้ยๆที่ตั้งอยู่ด้านหน้า

 

            “เรื่องงานเอาไว้ก่อน...กูพอจะจัดการเองได้  มันไม่ได้มีปัญหาอะไรมากขนาดนั้น  แล้วที่กูอยากให้มึงตามไปที่เชจู  กูก็แค่อยากให้มึงไปเดินดูงานเฉยๆ  เผื่อจะช่วยให้ช่างเฮงซวยแถวนั้นมันเกรงใจขึ้นมาบ้าง”  ปากก็พูดมือก็จัดการเปิดเอกสารออกดูว่าที่เพื่อนเอามาให้มันครบอย่างที่ต้องการหรือไม่  

 

            “แล้วมึงจะกินอะไรไหม? เดี๋ยวกูสั่งเผื่อ”  กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อไปสั่งกาแฟมาทานสักแก้ว  เนื่องจากตอนนี้มันเริ่มรู้สึกง่วง  เพราะเมื่อคืนจงอินนั่งเคลียร์เอกสารของโรงแรมสาขาต่างๆจนดึก  แถมเมื่อเช้าก็ตื่นเร็ว  แต่...ยังไม่ทันจะได้ลุกออกไปไหน  เขาก็ถูกวิศวกรเพื่อนซี้สั่งให้นั่งลงเพื่อฟังสิ่งที่คุยกันค้างเอาไว้

 

            “ไม่เอา...กาแฟที่นี่อร่อยสู้ที่กูกินมาไม่ได้หรอก  มึงนั่งลงก่อนดิ  กูจะเล่าอะไรให้ฟัง”  พูดไปยิ้มไปเพราะมันเก็บความรู้สึกต่างๆเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ  มันมีความสุขจนอยากจะอธิบายให้เพื่อนฟัง  เนื่องจากคนต้นเหตุแห่งความสุขของชานยอล  ก็คือพนักงานจัดดอกไม้ที่ทำงานอยู่ในโรงแรมของเพื่อนซี้ 

 

            “หึ!!! ....ไปจีบใครเขาไว้อีกล่ะ  ระวังเถอะ!!  รถไฟจะชนกันสักวัน!!”  จงอินส่ายหน้าให้ความกระล่อนของเพื่อนตัวเองทันที  เมื่อเห็นสีหน้าของชานยอลที่เอาแต่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านกาแฟ

 

            “คนนี้กูจริงจัง  ของจริง  ตัวจริง!!!....มึงจำเด็กที่กูเคยเล่าให้ฟังได้ไหม  คนที่เดินชนกูหน้าลิฟท์ในโรงแรมมึง  ที่เป็นพนักงานจัดดอกไม้  ชื่อ โอ เซฮุนไง  มึงจำได้ปะ!??  วันนี้กูเจอเขาที่ร้านกาแฟหลังมหาลัย  พอดีกูไปคุยงานกับลูกค้า  แล้วเขาก็เลี้ยงกาแฟกูเพื่อเป็นการไถ่โทษด้วยนะเว้ย!!   กาแฟหวานนน...แบบไม่ต้องใส่น้ำตาลเลยว่ะ  เด็กอะไรก็ไม่รู้...โคตรน่ารักเลย  ตัวห๊อม...หอม  ปากก็นุ่ม มือก็นิ่ม  และที่เด็ดสุด  คือออ...เอวแม่งงงงง....เล็กนิ๊ดดดดดเดียว  ยิ่งพูดกูยิ่งฟิน  เซฮุนอย่างเด็ดอะมึง  กูคอนเฟริม!!!”

 

            “......!!!!!!!!!??” 

 

           ฟังเพื่อนสาธยายมาจนจบประโยค  จงอินก็ถึงกับคิ้วกระตุกเพราะคิดว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น  ชานยอลรู้ได้ยังไงว่าปากเด็กหนุ่มของเขามันนุ่ม??  มือก็นิ่ม??  แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ...รู้ได้ยังไงว่าเอวของเซฮุนเล็กนิดเดียว  แถมตัวก็หอม?????  จงอินรู้สึกโมโหมากๆเมื่อได้ยินแบบนั้น  และพยายามไม่แสดงอารมณ์ต่างๆที่กำลังจะระเบิดอยู่ในตอนนี้  เพราะเขาไม่อยากให้ชานยอลจับพิรุธอะไรได้  เนื่องจากตัวเจ้าของโรงแรมเอง  ก็เคยพูดกับวิศวกรเพื่อนซี้เอาไว้ว่า  เขาไม่ใช่ “สมภารกินไก่วัด” 

 

แต่ตอนนี้...จงอินก็ทำมากกว่าคำว่ากินไปเยอะแล้ว 

 

            “มึงรู้ได้ไงวะ...ว่าเด็กคนนั้น  ตัวหอม นุ่มนิ่ม  อย่างที่มึงพูด  มะ...มึงได้เขาแล้วเหรอ??”  ความอยากรู้ทำให้จงอินจำเป็นต้องถามออกไปแบบนั้น  และถึงแม้จะกลัวกับคำตอบที่ได้รับ  แต่มันก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

 

            “เปล่าเว้ย...กูยังไม่ได้อะไรทั้งนั้นแหละ!!  พอดีเซฮุน  กินเค้กเลอะปาก  กูก็เลยถือโอกาสใช้มือเช็ดให้  แล้วก่อนกลับ....เซฮุนเสือกเดินสะดุดโต๊ะทำท่าจะหกล้ม  กูเลยได้โอกาสอีกรอบ  รีบเข้าไปช่วยประคองเอาไว้....แล้วก็ตอนนี้แหละ!!!  กูถึงได้รู้ว่าเด็กนั่น   ตัวแม่งอย่างหอม  เอวนี่...เล็กยังกะผู้หญิง  พูดแล้วก็อยากได้  ผู้ชายอะไรวะ  หุ่นดีฉิบหาย    สงสัยจะฟิตหน้าดู!!” 

 

            คำตอบของชานยอลมันก็ไม่ได้ช่วยให้จงอินรู้สึกดีขึ้นมาเลยสักนิด  พร้อมทั้งคิดว่า...คำสั่งของเขามันไม่ได้มีความหมายอะไรกับพนักงานจัดดอกไม้คนใหม่เลยใช่ไหม?  ทำไมเซฮุนถึงให้เพื่อนของเขา  จับโน้นแตะนี่ได้ตามชอบใจ  โดยที่ไม่คิดจะปัดป้องหรือหลีกเลี่ยง  และตอนนี้...ความรู้สึกโมโหจากที่มีมากอยู่แล้ว  ก็กลับเริ่มมีมากขึ้นจนอยากจะพังโต๊ะในร้านให้มันเละไปเป็นแถบๆ  จงอินพยายามเก็บอารมณ์ต่างๆที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ  แล้วรีบลุกออกจากร้านกาแฟทันที  เมื่อคุยงานกับเพื่อนซี้เสร็จเรียบร้อย

 

...


 

...


 

...


 

            “โว้ยยยยยยยยยยย!!!

 

            “แม่งงงงงงง...เอ้ยยย!!#@&*)+!!$%>+*#$*&%!!!!!!!

 

            โวยวายและทุบรถปึงๆเมื่อเจ้าของโรงแรมเดินกลับมาที่รถของตัวเองหลังจากที่แยกกับเพื่อนซี้ในสนามบิน  มันหงุดหงิด  โมโห  ไม่พอใจ  และอีกสารพัดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้  จงอินฟุบใบหน้าลงกับพวงมาลัยรถยี่ห้อหรู  อย่างคนหมดแรง  หลังจากที่ได้ระบายอารมณ์ออกไปเมื่อครู่  และคำสั่ง...ที่ดูเหมือนจะไร้ความหมายสำหรับใครบางคน  ก็ทำให้เจ้าของโรงแรมคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องกลับไปเตือนความจำให้พนักงานคนใหม่ได้ทราบอีกครั้ง  พร้อมกับบทลงโทษตามแบบที่เคยได้ให้สัญญากันเอาไว้!!!!










 

 

 









100%

 

แก้ไขเมื่อ 11/08/60

ขอบคุณทุกการติดตาม  ขอบคุณนักอ่านทุกคน  และทุกๆคอมเม้นท์ที่ติชมและส่งกำลังใจมาให้นะคะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆค่ะ

ถ้ามีขอบกพร่องตรงไหน  เราขออภัยด้วยนะคะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #551 /tl26&? (@rmhex) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 01:40
    โอ้ยแกจะมาหงุดหงิดอะไรเค้าอ่ะ เป็นแฟนกันก็ไม่ใช่ป่ะ หมั่นไส้ๆๆๆๆๆๆ แต่แอบสงสารชานยอล ‘กูรักเค้า’ 5555555555หารู้ไม่ว่าเพื่อนได้ไปแล้วจ้า
    #551
    0
  2. #546 Ainkxii (@sweety-cy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 07:55
    ชานยอลเอ้ยยยยยย
    #546
    0
  3. #540 pawitt (@pawitt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:34
    หึงแล้วพาลอ่ะ
    #540
    0
  4. #512 btoey44 (@chocolatebt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:19
    หึงรุนแรงเลยค่ะคุณเจ้านาย หลงเสน่ห์น้องแน่ๆ
    #512
    0
  5. #465 อิเน่เมียไค. (@minimahann) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:34
    ชานยอลแกมันร้ายยยยยย จงอินแกอย่าไปโมโหน้องนะ ไปโมโหเพื่อนแกโน่น น้องฮุนเขาจะสวยอ่ะห้ามไม่ได้ แต่แกห้ามเพื่อนแกได้ ใจเย็นๆ 555555
    #465
    0
  6. #449 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 22:55
    จงอินใจเย็นไว้ๆๆๆ
    #449
    0
  7. #423 Padcha.a (@padcha01) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 14:28
    หึงเค้าเฉยเลยจงอินนน
    #423
    0
  8. #356 NookNH94 (@kachapa30) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:50
    หูยยย คุณเขาหึงใหญ่แล้วอ่ะ เซฮุนหนูจะโดนทำโทษอะไรบ้างเนียยย
    #356
    0
  9. #328 FranceTuan (@FranceTuan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:20
    โดนทำโทษแน่ๆโอเซฮุนนนน
    #328
    0
  10. #186 มักเน่ไลน์94 (@kaihun8894) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 11:22
    ชานยอลนี่เพ้อเจ้อจริงๆ555555555555 แต่เจ้านายอย่าใจร้ายใส่เซฮุนนะคะะะน้องไม่ได้ตั้งใจระะะ
    #186
    0
  11. วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 22:11
    อย่าไปรุนแรงกับน้องฮุนน้าาา
    #159
    0
  12. #136 Action!! (@abcdaxe) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 00:39
    ชานๆนั่นเมียเพื่อน 5555
    #136
    0
  13. #120 Kannika Tankam (@yingkhem) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:21
    พี่ชานไม่เอาๆ น้องฮุนนี่เด็กของเจ้านายเค้า อย่าไปยุ่งเด่วจะโดนๆ
    #120
    0
  14. #112 XXXX (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 01:05
    ฮ่า ฮ่า พี่ชานจะฟินอะไรเบอร์นั้น
    #112
    0
  15. #16 eve_popparazzi (@eve_ivyyy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:36
    อ่านจบ ตบหน้าผากตัวเองดังแปะ555 กรรมจริงๆ พี่แม่งหน้ามืดมากค่ะ55
    #16
    0
  16. #15 wonderful (@littledu_ck) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 18:00
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
    พี่ตงอินไม่ฟังอะไรน้องเลย ฮืออออ สงสารน้อง รับผิดชอบด้วยนะ

    นี่กลัวน้องตื่นก่อน แล้วยังไม่ทันบอกว่าตัวเองคือ พนักงานจัดดอกไม้ของโรลแรมจังเลยค่ะ ฮือออ

    น้องจะเกลียดพี่จงอินมั้ยเนี่ย เป็นห่วงจังเลยค่ะ
    #15
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #14 Mind (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 14:25
    น้องฮุนกำลังจะเสียสาวคริคริ
    #14
    0
  18. #13 eve_popparazzi (@eve_ivyyy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 00:28
    เดี๋ยววววววว ทำไมโหดจัง555 ไม่ฟังน้องเลย
    #13
    0
  19. #12 My.idsehunie1810 (@fafahratchada) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 20:17
    เจ้านายยังไม่ทันฟังเลย ก็อย่ารุนแรงกับน้องนะ 555555
    #12
    1
    • #12-1 Mokara (@Mokara) (จากตอนที่ 4)
      11 พฤษภาคม 2559 / 14:50
      อย่าโกรธเจ้านายเลยนะคะ ^^
      #12-1
  20. #11 wonderful (@littledu_ck) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 19:23
    พี่จงอิน ฟังน้องเค้าหน่อยๆ มาถึงจับจูบเลย โอ่ยยยยย

    น้องเค้าไม่กลัวไปแล้วหรอ ฮืออออออ

    รออีก 50% ที่เหลือนะคะ
    #11
    0
  21. #10 nattsune (@nattsune) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 17:05
    คุณเจ้านายฟังเซฮุนก๊อนนนน โอ้ยยยยย ไม่ทันฟังก็จูบเค้าเลย สู้นะลูกกก
    #10
    0