จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 41 : ✿✿ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    10 มี.ค. 62





-4-

 

 

หมู่บ้าน  ชิซะกะ

05.02 น.

 

แป๊กกก!!

 

            งานประจำของคนเป็นแม่...มันมากมายเกินจะทำได้หมดภายในวันเดียว  วันนี้อาจไม่ได้ซักผ้าเพราะต้องถูบ้าน  วันนั้นอาจไม่ได้ทำความสะอาดห้องเพราะต้องไปตลาด  แต่สิ่งที่ผลัดไปเป็นวันอื่นไม่ได้เลยนั่นก็คือ...การตื่นมาทำอาหารเช้าให้ลูกชาย  มือบางเปิดความร้อนจากเตาทั้งสองด้านด้วยความเร่งรีบ  หม้อกระทะตะหลิ่วถูกหยิบมาวางตามความเคยชิน  ก่อนคว้าเอาวัตถุดิบต่างๆออกมาจากตู้เย็นเป็นลำดับถัดไป  และเช้านี้มันก็ต้องเตรียมอะไรอีกหลายๆอย่างเนื่องจากเด็กแปดขวบต้องไปทัศนศึกษา

 

 

            อาหารเช้าก็ต้องทำ  ข้าวกล่องก็ต้องเตรียม  ของทานเล่นก็ต้องจัดเอาไว้ให้ครบ...เพราะการไปทัศนศึกษาของลูกชายมันอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยในระหว่างการเดินทาง  แล้วการมีของกินเพียบพร้อมก็คงช่วยให้เจ้าตัวหรือผู้เป็นแม่รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น  กลัวว่าลูกจะหิว  เกรงว่าจะถูกเพื่อนๆกลั่นแกล้ง  และอีกสารพัดความเป็นห่วงที่วิ่งวนอยู่ในความคิด  แถมการเดินทางไปทัศนศึกษาไกลถึงต่างเมืองก็พาลให้ความเป็นห่วงยิ่งมีมากขึ้น  และหวังว่าวันนี้จะผ่านไปด้วยดีเหมือนเช่นทุกวัน

 

 

            ไข่ดาวพร้อม  ชีสพร้อม...แฮม  ขนมปังรวมถึงผักนานานชนิดถูกเรียงซ้อนกันเป็นชั้นก่อนตัดแบ่งครึ่งก็เป็นอันเสร็จสิ้นการทำแซนวิช  ไส้กรอกที่ทอดแล้วไม่ได้ถูกแปลงร่างให้เป็นปลาหมึก  แต่ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำและวางเรียงใส่กล่องข้าวขนาดย่อมเอาไว้จนเต็มพื้นที่  ส่วนผลไม้ก็คงหนีไม่พ้นองุ่นพวงใหญ่  ลูกแพรปลอกเปลือกอย่างดีและสตอว์เบอร์รี่สีแดงน่าทาน  อยากให้ลูกอิ่มท้อง  อยากให้ตัวโตกว่านี้  และอยากให้กินข้าวมากกว่าของหวาน  คนเป็นแม่จึงไม่ห่อขนมเค้กหรือแม้กระทั่งพายชิ้นเล็กๆใส่กล่องให้เลยสักอย่าง

 

 

            เสร็จจากการตระเตรียมข้าวกล่องให้ลูกชาย...ก็ต้องรีบทำอาหารเช้าต่อทันที  เพราะมื้อนี้ครอบครัวของเราจะได้ทานอาหารพร้อมหน้ากันอีกครั้ง  คนงานเยอะยังไม่ตื่นและเพิ่งกลับบ้านมาเมื่อคืนเวลาตีสอง  คนเป็นภรรยาจึงต้องรีบทำทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่คนในบ้านจะถูกปลุกด้วยความหิว  เครื่องดื่มรสเข้มใส่นมเล็กน้อยและไข่ลวกสองฟองยังเป็นสิ่งที่สามีชอบทาน  แต่มื้อนี้คงต้องเพิ่มอาหารประเภทข้าวแทนพวกแฮมหรือไส้กรอกทอด  เพราะการทำงานหนักมันก็ต้องการอาหารหนักๆเพื่อเพิ่มพลัง

 

 

            ข้าวสาร...ที่แช่น้ำไว้ตอนปลอกผลไม้ให้ลูกชาย  ถูกนำมาล้างอีกครั้งให้สะอาดและตักใส่ชามใบใหญ่เอาไว้  ส่วนกระทะที่ตั้งไฟใส่น้ำมันไว้พร้อมแล้ว  ก็ค่อยๆนำเนื้อไก่ลงไปผัดพอสุกตามด้วยเครื่องปรุงต่างๆจนหอมฟุ้ง  แครอท  ถั่วลันเตา  ข้างโพดหวานใส่ตามลงไป  จากนั้นนำข้าวสารมาคลุกกับส่วนผสมทั้งหมดก่อนนำไปหุงในหม้อ  และรออีกไม่กี่นาที...ก็จะได้ข้าวอบทรงเครื่องเป็นหนึ่งเมนูในมื้อเช้า  จานชามช้อนตะเกียบถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะอาหารตามจำนวนคนในครอบครัว  แต่ตะกร้าที่ใส่ซอสมะเขือเทศหรือพวกเกลือและพริกไทยคงไม่ต้องหยิบมาวางให้เสียเวลา  เพราะมื้อเช้าในวันนี้มันไม่จำเป็นต้องใช้

 

ถ้าลูกชายไม่ต้องไปทัศนศึกษา  คนเป็นแม่ก็คงไม่ต้องเตรียมอะไรมากมายแบบนี้  และอาหารอย่างสุดท้ายที่ต้องทำก็คือซุปผัก แต่.....

 

ปังงง!!!

 

            “คุณแม่!!!...เห็นหมวกของผมไหมฮะ  หมวกสีแดงที่มีรูปเสืออยู่ตรงกลางงงง!!!!

 

            กำลังเทมันฝรั่งใส่หม้อซุป...แต่เสียงปิดประตูที่มาพร้อมกับเสียงของลูกชาย  ทำให้คนเป็นแม่ต้องละมือออกจากทำครัวก่อนหันหน้าไปหาต้นเสียง  วันนี้ตื่นเช้า  แต่งตัวเรียบร้อยในชุดพละ  และหวีผมจนเข้าทรงโดยไม่ต้องปลุกหรือต้องคอยดูแลเหมือนหลายๆวันที่ผ่านมา  แล้วที่เป็นแบบนี้ก็คงเพราะตื่นเต้นเรื่องที่ตัวเองจะได้ไปทัศนศึกษากับเพื่อนๆเป็นครั้งแรก

 

            “แม่เตรียมไว้ให้แล้วครับคนเก่ง”

 

            “ขอบคุณฮะ”

 

            “ไปนั่งรอที่โต๊ะเลยครับ  แม่กำลังทำซุปเสร็จแล้ว”

 

            “โอ้โห...แซนวิชน่ากินจังเลยฮะ  มีผลไม้เยอะด้วยยย ^o^      

 

            ไม่ได้ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารตามคำสั่ง...เพราะข้าวกล่องและหมวกสีแดงที่วางอยู่ในห้องโถงมันดึงดูดใจได้มากกว่า  แถมของว่างหรืออาหารกลางวันที่แม่เตรียมไว้ให้ก็น่าทานมากที่สุด  แอบเปิดกล่องข้าวดูด้วยความตื่นเต้น  เพราะสิ่งที่เซฮุนทำไว้ให้ลูกชายมันเยอะมากกว่าวันที่เจ้าตัวต้องไปโรงเรียนตามปกติ  จากนมรสหวานที่เคยได้สองกล่องก็มีเพิ่มเป็นสาม  จากผลไม้ที่เคยได้ส้มสองผลก็มีทั้งองุ่น  ลูกแพรและสตอว์เบอร์รี่  แล้วไหนจะแซนวิชรวมถึงข้าวห่อสาหร่ายอีกหลายก้อน

 

ฟอดดดด!!!

 

            “.......??!

 

            “ผมรักแม่ที่สุดเลยฮะ!

 

            “แม่ก็รักฮิโรกิที่สุดเลยครับ”

 

            รีบปีนเคาน์เตอร์ห้องครัว...และมอบทุกความรู้สึกให้คุณแม่ฟอดใหญ่เพราะไม่มีใครรักลูกคนนี้เท่าเจ้าของแก้มนุ่มอีกแล้ว  กระเป๋าพร้อม  ของกินพร้อม  และรองเท้าผ้าใบก็วางไว้พร้อมแล้วที่หน้าประตูบ้าน  ฮิโรกิไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเพื่อนๆที่โรงเรียนจะเป็นแบบเซฮุนหรือไม่  แต่ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร  จะดีจะร้าย  จะดุจะตี  มันก็คงไม่ต้องคิดให้เปลืองสมอง  เพราะแม่ปลอมๆที่เพื่อนชอบพูดให้เสียใจก็คือคนที่รักเขามากที่สุด

 

            “เช้านี้มีอะไรกินเหรอฮะ?”

 

            “ข้าวอบทรงเครื่อง  แล้วก็ซุปผักครับ”

 

            “อยากกินแล้วฮะ!!!

 

            “รอแด๊ดดี้ก่อนครับ...แด๊ดดี้ยังไม่ตื่นเลย”

 

            “งั้นผมจะปิ้งขนมปังให้คุณแม่เองนะฮะ”

 

            “ขอบคุณนะครับคนเก่ง”

 

            “จะทาเนยหรือแยมดีฮะ?”

 

            “ยะ...แยม!!!

 

แกร๊กกก!!!

 

            (เซฮุนนนน...เห็นเนคไทสีน้ำเงินของพี่ไหม?!!”)

 

          เหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว...เพราะเมื่อคนในครอบครัวหาของไม่เจอ  มันก็ต้องมาถามผู้ที่ดูแลทุกอย่างภายในบ้าน  แต่มันไม่ควรจะเป็นเช้าวันนี้  ลูกชายต้องไปทัศนะศึกษา  สามีต้องไปประชุม  และภรรยาก็ยังทำมื้อเช้าไม่เสร็จเสียที  เซฮุนรีบตักข้าวอบใส่ชามใบใหญ่เอาไว้  ก่อนตักซุปแบ่งเป็นสองถ้วยพร้อมยกไข่ลวกกับเครื่องดื่มร้อนมาวางไว้บนโต๊ะ  ส่วนเจ้าของเสียงทุ้มก็หายตัวเข้าไปในห้องนอนทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการไถ่ถาม

 

            “ฮิโรกิไปนั่งรอที่โต๊ะเลยครับ  เดี๋ยวแม่ไปหาเนคไทให้แด๊ดดี้แป้บนึง”

 

            รีบอุ้มลูกชายลงมาจากเคาน์เตอร์...แล้วเดินออกมาจากห้องครัวทันที  ผ้ากันเปื้อนยังไม่ถอด  อาหารเช้าก็ยังเตรียมไม่ครบ  เพราะนมรสหวานสีชมพูของเด็กแปดขวบยังไม่ถูกเทใส่แก้เลยสักหยด  ขาเรียวกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปห้องนอนก่อนพลักแผ่นไม้บานใหญ่ด้วยความร้อนรน  กลัวว่าจะส่งฮิโรกิขึ้นรถโรงเรียนไม่ทัน  เกรงว่าสามีจะไปประชุมสาย  และงานของคนที่เป็นทั้งแม่และภรรยาก็ยังมีอีกหลายอย่างให้ต้องจัดการ

 

แต่......

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ฟอดดดด!!!!

 

            “อืออ!!

 

            ก้าวขาเข้ามาในห้องได้ไม่กี่ก้าว...ร่างกายที่มีกลิ่นของมื้อเช้าก็ถูกรวบเข้ามากอดและถูกฝังความคิดถึงไว้บนแก้มนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว  จะเข้ามาช่วยหาเนคไทแต่กลับถูกจู่โจม  แถมยังเกรงว่ากลิ่นกายของตัวเองจะติดเสื้อผ้าของสามี

 

            “ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุก?”

 

            “ก็พี่จงอินงานเยอะ...กลับมาก็ดึก  เซฮุนเลยไม่อยากรบกวน”

 

            “รบกวนอะไรกัน...แล้วทีหลังก็อย่าทำแบบนี้อีก  วุ่นอยู่คนเดียวแต่เช้า...เกิดเป็นลมขึ้นมาจะทำยังไง  หื้มม?”

 

            รู้ดี...ว่ามีประชุมกี่โมง  ส่วนที่กลับบ้านดึกก็เพราะต้องอยู่เคลียร์เอกสารให้เรียบร้อยและกลับมาช่วยภรรยาเตรียมของให้ลูกชายในตอนเช้า  แต่สุดท้ายสิ่งที่คิดไว้ทั้งหมดก็พังไม่เป็นท่าเมื่อคนในอ้อมกอดตอนนี้ตื่นก่อนแล้วไม่ยอมปลุก  ทราบว่าไม่เคยละเลยต่อหน้าที่และทำทุกอย่างได้โดยไม่มีข้อบกพร่อง  แต่สามีอย่างเขาก็อยากมีส่วนในการช่วยดูแลลูกชายบ้าง

 

            “เซฮุนแข็งแรงจะตาย  พี่จงอินไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ...เรื่องแค่นี้สบายมาก”

 

            “ก็พี่อยากช่วย...เซฮุนจะได้มีแรงเอาไว้ทำอย่างอื่น”

 

            สายตาคมที่แสนเจ้าเล่ห์...ทำให้เซฮุนต้องรีบพาตัวเองออกมาจากอ้อมกอดก่อนที่คำว่า “ทำอย่างอื่น” จะเกิดขึ้นจริงๆ  ตู้เสื้อผ้าถูกเปิดและรีบคว้าเนคไทเจ้าปัญหามาผูกให้สามี  แต่...สะโพกอวบที่ถูกเค้นคลึง  เอวคอดที่ถูกโอบกระชับ  พร้อมลมหายใจที่เป่ารดอยู่แถวบริเวณลำคอ  มันพาลให้การผูกเนคไทกลายเป็นเรื่องยาก  ชอบกลั่นแกล้งให้เขินอาย  เก่งแต่เรื่องที่ทำให้ร่างกายอ่อนระทวย  และเก่งมากๆที่ทำให้ภรรยาคนนี้หลงรักได้ทุกวัน

 

            “ลูกรอทานมื้อเช้าอยู่นะครับ”

 

            “ทำไมวันนี้เซฮุนผูกเนคไทช้าจังเลย  หื้มม?”

 

            “หยะ...อย่างแกล้งสิครับ!

 

จุ้บบบ!!

 

            ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ...เพราะพวงแก้มเนียนนุ่มก็ถูกหอม  ปากบางสีหวานก็ถูกจูบ  แถมร่างกายยังถูกฟอนเฟ้นจนเสื้อผ้ายับไปหมดทั้งตัว  คนเป็นภรรยาได้แต่ยืนนิ่งให้สามีกอบโกยทุกอย่างไปตามความต้องการ  เพราะเข้าใจดีว่าความห่างไกลมันทำให้คิดถึงกันมากแค่ไหน  แต่คงปล่อยให้ถึงขั้นลึกซึ้งมากกว่านี้ไม่ได้  เนื่องจากลูกชายรอทานมื้อเช้า  แถมงานของคนเป็นแม่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังทำไม่เสร็จ

 

            “พอแล้วครับพี่จงอิง  อื้มม!!...เดี๋ยวรถโรงเรียนจะมารับลูกแล้วนะครับ  เราออกไปทานมื้อเช้ากันเถอะ!

 

            “แต่พี่อยากกินเซฮุน”

 

            “คืนนี้จะให้กินเต็มที่เลยครับ เซฮุนสัญญา”

 

            “ใส่ชุดนั้นรอเลยนะ  พี่อยากเห็น”

 

            “แล้ววว...เซฮุนจะใส่สีอะไรดีครับ”

 

            ถ้าไม่ติดว่าตอนบ่ายมีประชุม...หรือต้องรีบออกไปทานมื้อเช้าและต้องไปส่งลูกที่รถโรงเรียน  จงอินคงจับภรรยาจอมยั่วฟัดจมเตียงไปแล้ว  เพราะทั้งสายตา  ท่าทาง  รวมถึงการกระซิบข้างหูว่าต้องการให้เจ้าตัวใส่ชุดนอนสีอะไร  ทุกๆอย่างที่คนอ้อมกอดแสดงออกมามันทำให้สามีใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  ส่วนเซฮุนก็ไม่รู้ว่าจะโทษใครในเรื่องชุดนอนไม่ได้นอน  เพราะจากที่มีเรื่องรอยลิปสติกไปเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน  จงอินก็ซื้อชุดนอนเนื้อผ้าบางเบาหลากหลายแบบมาให้เขาใส่ทุกค่ำคืน

 

แต่...ใส่ได้ไม่ถึงนาทีก็ถูกถอดทิ้งอยู่ปลายเตียง  >//<)

 

 

 

 

 

 

 

 


 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

08.17 น.

 

VROOMMMM!!

 

VROOMMMM!!

 

            “วันนี้พี่จงอินจะกลับดึกไหมครับ?”

 

            “ไม่เกินสองทุ่มแน่นอนครับคุณแม่คนเก่ง”

 

            “อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ...เซฮุนจะเตรียมไว้ให้”

 

            “เตรียมใส่ชุดนอนสีแดงไว้ก็พอ”

 

            คนขับรถ...สตาร์ดเครื่องรออยู่แล้ว  แต่การร่ำลาของเจ้านายกับภรรยาเหมือนจะยังไม่เสร็จสิ้น  และอ้อมกอด  รอยจูบ  รวมถึงใบหน้าเรียวสวยที่แสดงอาการขวยเขิน  ก็ทำให้คนเป็นลูกน้องต้องทิ้งสายตาไว้บนพวงมาลัยของพาหนะยี่ห้อหรู  และ......

 

            “โยชิดะ...ขับรถช้าๆหน่อยนะ  แล้วก็อย่าตามใจพี่จงอินมากนัก”

 

            “คะ...ครับ  คุณเซฮุน!

 

            ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมรอยยิ้มหวาน  แต่คนเป็นลูกน้องก็ทราบดีว่าสายตาแบบนั้นมันแฝงไว้ด้วยความจริงจังจนคล้ายจะเป็นคำสั่งมากกว่าคำตักเตือน  แฟ้มงาน  โน๊ตบุ๊ค  หรือสิ่งที่ต้องใช้ในการประชุมถูกนำมาวางไว้ที่เบาะรถทางด้านหลัง  ก่อนการร่ำลาจะสิ้นสุดลงพร้อมรถสีดำที่เคลื่อนตัวออกไปจากหมู่บ้านอย่างช้าๆ

 

            “เซฮุนนนน!!!

 

            ส่งลูกขึ้นรถโรงเรียนเรียบร้อย  ส่งสามีไปทำงานเสร็จสรรพ  และยังไม่ทันได้ก้าวขาเข้ามาในบ้าน...เสียงเรียกที่คุ้ยเคยก็ทำให้ต้องหยุดทุกการเคลื่อนไหว  เจ้าของชื่อรีบเดินไปที่ต้นเสียงด้วยความร้อนใจ  เพราะสีหน้า  ท่าทาง  รวมถึงความตื่นตระหนกของพี่ชายข้างบ้านมันพาลให้เขารู้สึกลนลานไปหมด

 

            “ครับพี่มินโฮ!!!!??”

 

            “พี่จะพายูมิไปหาหมอ  รบกวนเซฮุนช่วยไปรดน้ำในสวนให้หน่อยได้ไหม?”

 

            “ได้ครับ...แล้วพี่ยูมิเป็นอะไรมากไหมครับ?”

 

            “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน...อ้วกตั้งแต่เมื่อคืนตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นเลย”

 

            “งั้นก็รีบไปเถอะครับ...ผมจะดูแลทางนี้ให้เอง”

 

            “ขอบคุณมากนะ!!

 

            งานของคนเป็นแม่...มีมากขึ้นด้วยเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วง  เพราะภรรยาของพี่ชายแสนดีป่วยกะทันหัน  เซฮุนจึงต้องดูแลทั้งบ้านของตัวเองและบ้านของมินโฮด้วยในวันนี้  รถกระบะสีแดงที่วิ่งออกไปจากหมู่บ้านด้วยความรวดเร็ว  ทำให้ความเป็นห่วงเริ่มมีมากขึ้นจนรู้สึกใจไม่ดี  ขอให้หายเร็วๆ  ขอให้ไม่เป็นอะไรมาก  และขอให้พี่ยูมิปลอดภัย

 

 

            มือบางรีบเปิดประตูรั้ว...และเข้าไปรดน้ำผักนานาชนิดให้พี่ชายข้างบ้านก่อนเป็นอันดับแรก  ส่วนจานชามที่กองอยู่ในห้องครัวบ้านของตัวเองก็คงต้องปล่อยไว้อย่างนั้น  แปลงแครอท  ผักกาดแก้ว  ต้นหอม  และความเขียวชอุ่มที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า  ก็ทำให้เซฮุนรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อครู่  เพราะตอนเช้าจนถึงช่วงสายมันมีแต่เรื่องที่พาลให้ใจเสีย  ลูกชายก็ห่วง  สามีก็คิดถึง  แล้วภรรยาของพี่มินโฮก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง  ทุกๆเรื่องเป็นสิ่งที่น่ากังวลไปหมด

 

 

            สวนผักในพื้นที่ขนาดย่อม...ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย  แถมฤดูกาลที่กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นฤดูหนาวก็พาให้อากาศเย็นสบายแม้แดดจะแรงขึ้นตามเวลาที่เดินไป  อาทิตย์หน้าคงได้เข้ามาช่วยเจ้าของสวนเก็บแครอทหรือไม่ก็ผักกาดแก้ว  เพราะผักต่างๆกำลังเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี  และเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเซฮุนก็ค่อยๆเก็บอุปกรณ์ในการรดน้ำ  ก่อนเดินเข้ามาในบ้านของมินโฮเพื่อตรวจดูความปลอดภัย  การพาภรรยาไปหาหมอด้วยความรีบร้อน  อาจทำให้เจ้าของบ้านลืมปิดแก๊สหรือหลงลืมบางสิ่งจนอาจเกิดอันตราย  เซฮุนจึงจำเป็นต้องถือวิสาสะเดินตรวจภายในบ้านอย่างเสียมารยาท

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

12.37 น.

 

แกร๊กกก!!!

 

            “เฮ้อออ!!!

 

            ประตูหลังบ้าน...ถูกปิดพร้อมเสียงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า  เพราะงานที่เพิ่มขึ้นในวันนี้มันทำให้รู้สึกเช่นนั้น  และเริ่มปวดตึงบริเวณขาที่ถูกผ่าตัด  ดูแลสวนผักให้พี่ชายเรียบร้อย  และกลับมาล้างจามชามในห้องครัวที่บ้านของตัวเองเสร็จสรรพ  พร้อมทานมื้อกลางวันจนอิ่ม  เซฮุนก็เตรียมตัวออกไปจัดการขึงผ้าใบให้ต้นกุหลาบในสวนหลังบ้าน  ฤดูกาลที่เริ่มเปลี่ยนไปทำให้ต้องดูแลสวนดอกไม้เป็นพิเศษ  เพราะหิมะหรือความเย็นตามธรรมชาติอาจทำให้ต้นกุหลาบที่กำลังผลิดอกออกใบเกิดความเสียหาย

 

 

            แต่ละฤดูกาล...สามารถสร้างความเสียหายให้ต้นกุหลาบได้ทั้งนั้น  เจ้าของสวนจึงต้องหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้ดอกไม้เสียไปอย่างไร้ค่า  ถุงมือ  หมวกปีกกว้าง  รองเท้าบู๊ท...ถูกสวมใส่อย่างคล่องแคล่ว  กระเป๋าหนังที่มีอุปกรณ์อย่างกรรไกร  มีดคัดเตอร์หรือแม้กระทั่งเชือกขนาดเล็กก็ถูกหยิบมาคาดไว้ที่เอวก่อนเดินเข้ามาที่แปลงของดอกกุหลาบสีแดงเป็นอันดับแรก  กิ่งใดแห้งกรอบก็ตัดทิ้ง  ใบไม้ที่หยิกงอก็เด็ดออก  แล้วผ้าใบสีเขียวขนาดใหญ่ก็ถูกกางและค่อยๆขึงให้ตึงจนสุดแปลง

 

 

            เสร็จจากแปลงของดอกกุหลาบสีแดง...ก็เปลี่ยนไปทำเช่นเดิมที่แปลงอื่นๆ  สีชมพู  สีขาว  สีโอรส  ทุกๆสีถูกขึงผ้าใบไปเรื่อยๆจนถึงแปลงของดอกทิวลิป  ดอกกุหลาบอาจยังไม่ถึงเวลาตัดดอกขาย  แต่ทิวลิปยังสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว  เซฮุนจึงเดินไปหยิบถังใบใหญ่มาเก็บผลิตผลจากสวนที่ยังพอทำเงินได้  สีแดงไม่ขาย  แต่สีม่วง  สีส้มหรืออีกหลายสีคงสามารถเพิ่มยอดในบัญชีได้ไม่ใช่น้อย  แต่......

 

VROOMMMM!!!!

VROOMMMM!!!!

VROOMMMM!!!!

 

            เสียงรถหลายคัน...ที่วิ่งผ่านสวนหลังบ้านไปด้วยรวดเร็ว  ทำให้ต้องละมือจากดอกทิวลิปก่อนมองไปจนสุดสายตา  ส่วนมากพาหนะของคนในหมู่บ้านจะเป็นรถกระบะและเป็นรถที่เอาไว้ใช้ในการทำสวนทำไร่เท่านั้น  แต่ความหรูหรารวมถึงยี่ห้อรถที่วิ่งผ่านตาไปสามคันมันเริ่มทำให้เกิดความสงสัย  ทั้งเฟอร์รารี่  มัสแตง  จากัวร์  รถพวกนี้มาทำอะไรกัน?  มาด้วยเหตุใด??  หรือว่าจะเป็นผู้คนที่กลับเยี่ยมครอบครัวของตัวเองในหมู่บ้านแห่งนี้???

 

 

            ความสงสัย...ถูกแทนที่ด้วยการงานที่ยังเหลือให้ทำอยู่อีกมากมาย  เพราะเมื่อตัดดอกทิวลิปเรียบร้อยก็ต้องรีบไปทำมื้อเย็นเตรียมไว้ให้คนในครอบครัว  และต้องกลับมาห่อดอกไม้เพื่อส่งขายในตัวเมืองอีกครั้ง  ดอกทิวลิปหลากสี...ถูกนำมาเก็บไว้ที่บ้านท้ายสวน  ส่วนถังที่มีแต่ดอกทิวลิปสีแดงต้องนำไปเก็บไว้ในบ้านเพราะความสวยงาม  ความสดชื่น  หรือสีสันที่สดใดจะต้องถูกประดับเอาไว้ทุกซอกทุกมุมตามความชื่นชอบ  แต่......

 

VROOMMMMM!!!!!!!

 

            “สวัสดีครับบบบ...”

 

            “..........??!!!!!

 

            “มีใครอยู่ไหมครับ?”

 

            ทั้งเสียงรถจอด  เสียงเรียกที่ไม่คุ้นหู...และการเปิดรั้วเข้ามาด้านใน  มันทำให้เจ้าของบ้านเริ่มรู้สึกไม่พอใจ  เป็นรถคันที่สี่ที่วิ่งเข้ามาในหมู่บ้านแถมยี่ห้อรถราคาหลายล้านอย่างเบนท์ลี่ย์ (Bentley)  ก็พาลให้เกิดความสงสัยที่ปะปนมากับความไม่น่าไว้ใจ  ถังไม้...ที่ใส่ดอกทิวลิปสีแดงเอาไว้ก็ยังไม่ได้เก็บ  หมวกปีกกว้างก็ยังไม่ได้ถอด  อุปกรณ์ในการทำสวนก็ยังไม่ได้จัดให้เข้าที่  เพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเหตุให้เซฮุนต้องรีบมายืนขวางเอาไว้ก่อนจะทำเรื่องที่เสียมารยาทไปมากกว่านี้

 

            “เข้ามาทำไม??”

 

            “ไอ้มินโฮมันขายที่ดินตรงนี้ให้คุณเหรอ?”

 

            “............!?”

 

            “ผม ไซมอน  โดมินิก...ผมเคยขอซื้อที่ดินผืนนี้เอาไว้”

 

            “ผมไม่เคยทราบว่าคุณติดต่อซื้อขายที่ดินกับพี่มินโฮไว้เมื่อไหร่  แต่ตอนนี้มันเป็นของผมแล้ว  เชิญคุณกลับไปเถอะครับ”

 

            ไม่อยากรู้...ว่าเป็นคนเชื้อชาติหรือสัญชาติใด  แต่เมื่อชายตรงหน้าเริ่มการสื่อสารด้วยภาษาสากล  เซฮุนจึงตอบไปด้วยภาษาสากลเช่นกัน  แต่งตัวก็ดี  ขับรถก็หรู  แต่การเอ่ยเรียกพี่ชายข้างบ้านอย่างหยาบคายมันก็ทำให้รู้สึกไม่พอใจ  แล้วการเดินเข้ามาในบ้านของคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตก็ถือเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งการอบรม

 

            “คุณ...?”

 

            “เซฮุน...!

 

            “อ๋อออ...เป็นคนเกาหลีเหมือนกันนี่เอง  ไอ้มินโฮมันถึงไม่ยอมขายที่ดินตรงนี้ให้ผม”

 

            “ผมบอกคุณไปแล้ว...ว่าผมไม่รู้เรื่องที่พวกคุณเคยซื้อขายอะไรกันไว้  เชิญคุณกลับไปเถอะ”

 

            “แล้วถ้าผมจะซื้อที่ดินต่อจากคุณเซฮุนละครับ...คุณเซฮุนจะว่ายังไง??  ขายแพงเท่าไหร่ก็ได้นะครับ  ผมยอมจ่าย!!!?”

 

            “ไม่ขายครับ...แล้วคุณก็ออกไปจากบ้านของผมสักที!!!

 

            “ถ้าไม่ขายที่ดิน  งั้นผมขอซื้อดอกไม้ในถัง  หนะ...นี้!

 

            “ไม่ขายครับ  ไม่ขายอะไรทั้งนั้น!!

 

            จากเสียงคุยที่ราบเรียบ...กลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวด้วยความหงุดหงิด  และเริ่มเข้าใจแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าหรือเจ้าของรถหรูที่ขับเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ต้องการอะไร  อ้อมแขนทั้งสองข้างรีบกระชับถังไม้เอาไว้แน่นเพราะดอกไม้สีแดงสดคือสิ่งที่หวงแหนพอๆกับที่ดินพื้นนี้  มันคือดอกไม้ของเรา  มันคือความฝันที่กลายเป็นจริง  และเป็นความรักที่ร่วมกันสร้างขึ้นจนมีครอบครัวที่สมบูรณ์  เซฮุนจึงรู้สึกโกรธในทุกๆเรื่องที่ชายตรงหน้าเอ่ยออกมา

 

VROOMM!!

 

            (ไซมอน!...คนในหมู่บ้านไม่มีใครยอมขายที่ดินเลยสักคน!!)

 

            “คนบ้านนี้ก็เหมือนกัน”

 

            (แล้วมึงจะเอายังไงต่อวะ?)

 

            “พวกมึงกลับไปก่อน  เดี๋ยวกูตามไป”

 

            เข้าใจแล้ว...ว่ารถหรูสามคันที่วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านต้องการอะไร  เพราะเสียงพูดคุยของกลุ่มคนที่จอดรถอยู่หน้าบ้านมันคือคำตอบของทุกความสงสัย  ที่แท้ก็เป็นพวกที่ชอบกว้านซื้อที่ดินตามต่างจังหวัดเพราะทั้งบรรยากาศ  ธรรมชาติที่สวยงาม  แถมด้านหลังของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังมีทะเลสาบขนาดใหญ่  ซึ่งทุกๆอย่างมันช่างเหมาะแก่การสร้างรีสอร์ทหรือไม่ก็โรงแรมขนาดเล็ก  เซฮุนจำได้ดีว่าพี่ชายข้างบ้านเก็บที่ดินผืนนี้ไว้ให้เขาด้วยเหตุใด  มันไม่ใช่เพราะเชื้อชาติที่เหมือนกัน  ไม่ใช่เพราะคำขอร้องของพ่อบุญธรรม  แต่เป็นเพราะไม่อยากให้หมู่บ้านอันแสนเงียบสงบต้องถูกรบกวนด้วยนักท่องเที่ยวและเต็มไปด้วยรถทัวร์คันใหญ่

 

            “แล้วผมจะกลับมายื่นขอเสนอให้ใหม่นะครับคุณเซฮุน”

 

            “อย่าเสียเวลาเลยครับ...เพราะยังไงผมก็ไม่ขาย”

 

            “งั้นนน...ผมคงต้องขอดอกไม้เอาไว้เป็นที่ระลึก  เพราะผมกับเพื่อนๆอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว  แต่...ก็ไม่แน่นะครับ  ผมอาจกลับมาอีกก็ได้”

 

            “อย่านะ...ผมไม่ให้  ไม่!!!  อย่า...โอ๊ยยย!!

 

            “ถ้าขายที่ให้ผมตั้งแต่แรก  คุณเซฮุนก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้!!!

 

            ร่างที่ล้มลงไปกับพื้น...ได้แต่ส่งสายตาคาดโทษให้เจ้าของรถหรูที่เดินออกไปจากบ้านก่อนพาหนะสีเข้มจะวิ่งไปบนถนนด้วยความรวดเร็ว  ถังไม้แตกกระจาย  ทิวลิปสีแดงถูกเหยียบจนไม่เหลือสภาพเดิม  แต่ทั้งหมดก็ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาบนโคนขาจนน้ำตาซึม  ใบหน้าเรียวสวยบิดเบี้ยวอย่างไม่อาจเก็บซ่อนอาการเพราะขาข้างที่ถูกผ่าตัดมันเริ่มส่งสัญญาณไม่สู้ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

โรงแรม  โตเกียว

15.18 น.

 

Rrrrr!!!!

 

Rrrrr!!!!

 

            เสียงโทรศัพท์...ที่ดังขึ้นในห้องประชุมผู้บริหาร  ทำให้คนที่นั่งหัวโต๊ะต้องรีบหยิบขึ้นมาดูหน้าจอทันทีว่าปลายสายเป็นใคร  ใบหน้าหวานยามหลับพริ้มอยู่บนหมอนใบโตคือภาพที่ทำให้เจ้าของเครื่องหลุดยิ้มออกมากโดยไม่แคร์สายตาคนเป็นเลขาและกดรับอย่างไม่เกรงใจผู้ร่วมประชุม  แต่....

 

            (พี่จงอิน...ฮึกก!!  ช่วยเซฮุนด้วย!)

 

            “เซฮุนนน!!!...”

 

            (เซฮุนเจ็บขา!)

 

            “พี่จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้...อดทนหน่อยนะครับคนดี”

 

            (ฮึกก!! ครับ)

 

            [เลิกประชุม!!!!]

 

            เป็นคำสั่งที่ทำให้คนทั้งห้องถึงกับพูดอะไรไม่ออก...เพราะยังไม่มีข้อสรุปสำหรับอะไรเลยสักอย่าง  งบประมาณในการปรับปรุงสระว่ายน้ำของสาขาโซล  การสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้ห้องอาหารของสาขาปูซาน  หรือวันเปิดบริการในโรงแรมสาขาที่ฝรั่งเศส  ทุกๆหัวข้อในการประชุมถูกยุติลงโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผล

 

            “คุณเลขา...สั่งให้คนเตรียมเครื่องบิน  แล้วก็นัดหมอให้ไปเจอกันที่สนามบินจังหวัดXXX

 

            “ค่ะ  ได้ค่ะ!!...”

 

            ลนลาน...พอๆกับคำสั่งที่ดังอยู่ตรงหน้า  แฟ้มงานก็ต้องถือ  โทรศัพท์ก็ต้องใช้  หูก็ต้องฟังทุกคำพูดของเจ้านาย  คนเป็นเลขาจึงพยายามแยกประสาทให้เหมาะกับการทำงานที่แสนยุ่งเหยิง  ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  เพราะสิ่งที่ทำให้เจ้าของโรงแรมรีบร้อนหรือแสดงความวิตกได้มากขนาดนี้ก็มีอยู่เรื่องเดียวนั่นก็คือ...เรื่องของภรรยา

 

            “เครื่องบินพร้อมแล้วค่ะคุณจงอิน”

 

            “คุณช่วยจัดการงานที่เหลือแทนผมไปก่อนนะ”

 

            “ค่ะ ๆ ๆ!!!

 

            รีบกดลิฟท์ไปที่ชั้นดาดฟ้า...เพราะเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวพร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง  ไม่ใช่คนปลายสายคนเดียวที่จงอินเป็นห่วง  แต่ลูกชายที่กำลังเดินทางกลับจากการไปทัศนศึกษาก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน  ถ้าฮิโรกิกลับมาเห็นเซฮุนร้องไห้หรือเห็นความเจ็บปวดที่ยังทราบสาเหตุ  เจ้าตัวคงร้องไห้ตามผู้เป็นแม่จนพ่ออย่างเขาอาจรับมือไม่ไหว

 

            “หมอถึงไหนแล้วคุณเลขา?”

 

            “กำลังเดินทางเหมือนกันค่ะ  แต่น่าจะถึงก่อนคุณจงอิน”

 

            “แล้วคนขับรถที่สนามบินXXX…พร้อมหรือยัง?”

 

            “ทุกอย่างพร้อมแล้วค่ะ!!...”

 

            “ขอบคุณมากคุณเลขา!

 

            “เดินทางปลอดภัยนะคะคุณจงอิน”

 

Rrrr!!!!

 

Rrrr!!!!

 

            อยากทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น...และการที่ตัวเองยังต้องนั่งอยู่บนเครื่องบิน  จงอินจึงจำเป็นต้องโทรไปถามพี่ชายข้างบ้านแทนการโทรไปฟังเสียงของความเจ็บปวดจากภรรยา  ยอมรับว่าทนฟังไม่ได้  หัวใจมันปวดร้าวไปหมด  ทั้งสงสาร  ทั้งร้อนใจ  และอยากมีเวทมนต์ขึ้นมาทันที  อยากหายตัวได้  อยากร่ายคาถาเพราะเซฮุนจะได้หายจากอาการที่ไม่รู้ว่าจะกำเริบขึ้นมาอีกเมื่อไหร่

 

            “สวัสดีครับคุณจงอิน”

 

            (สวัสดีครับคุณมิโฮ  ผมมีเรื่องจะรบกวนครับ  พอดีเซฮุนปวดขา...ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  คุณมินโฮช่วยไปดูเซฮุนให้หน่อยได้ไหมครับ!)

 

            “ขอโทษด้วยนะครับคุณจงอิน  ผมพายูมิออกมาหาหมอ  แล้วตอนนี้ผมก็ยังอยู่ในตัวเมือง”

 

            (อ้าว!...แล้วคุณยูมิเป็นอะไรมากไหมครับ?!!)

 

            “ไม่เป็นอะไรมากครับ  แค่...อาการของคนแพ้ท้อง”

 

            (ยินดีด้วยนะครับคุณมินโฮ)

 

            “ขอบคุณครับ...แล้วน้องเซฮุนปวดขาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

 

            (สักครึ่งชั่วโมงที่แล้วครับ  ผมนึกว่าคุณมินโฮอยู่บ้าน  ขอโทษที่โทรมารบกวนนะครับ)

 

            “ไม่เป็นไรครับ  ถ้าผมถึงบ้านก่อนคุณจงอิน  ผมจะรีบเข้าไปดูน้องเซฮุนให้นะครับ”

 

            (ขอบคุณมากนะครับคุณมินโฮ)

 

            ความกังวล  ความร้อนใจ  ความเป็นห่วง...มันตีรวนกันจนยากจะแยกออก  และพาหนะที่รวดเร็วอย่างเครื่องบินก็คล้ายว่าจะช้ากว่าความใจร้อนของผู้เป็นเจ้าของ  แถมการเดินทางจากสนามบินจังหวัดXXX...ไปจนถึงหมู่บ้านชิซะกะก็ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร  พยายามทำใจให้เป็นปกติเมื่อจบการสนทนากับพี่ชายข้างบ้าน  แต่เสียงร้องไห้ของภรรยาสุดที่รักก็ยังคงดังแว่วอยู่ในโสตประสาท  จงอินจึงทำได้เพียงภาวนาอยู่ในใจและขอให้ทุกๆอย่างมันไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

หมู่บ้าน  ชิซะกะ

17.29 น.

 

แกร๊กกก!!!

 

            “เซฮุน!!!..”

 

            “พี่จงอินนน!

 

            “พี่มาแล้วครับคนดี  //  ตรวจเลยครับหมอ!!

 

            คำสั่ง...ที่บอกว่าให้ขับรถช้าๆ  ถูกแหกกฎด้วยความเร็ว190กิโลเมตรต่อชั่วโมง  และความเร็วขนาดนี้ก็ต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับ  เพราะถ้าผู้ที่นอนอยู่บนโซฟาในห้องโถงทราบเรื่อง  ลูกน้องอย่างโยชิดะอาจตกงานโดยไม่รู้ตัว  ใช้เวลาไม่นาน...ก็ขับรถพาเจ้านายมาส่งที่บ้านด้วยความปลอดภัย  และต้องอยู่รอรับคุณหมอกลับไปส่งที่โรงพยาบาล  ส่วนจงอินก็รีบพาหมอเข้ามาด้านในเพื่อตรวจอาการของเซฮุนทันที  มือหนาประสานมือที่เล็กกว่าเอาไว้เพื่อสร้างกำลังใจ  และใบหน้าหวานที่แสดงออกถึงความเจ็บปวด  มันก็พาลให้หัวใจของเขาพลอยเจ็บไปด้วย

 

            ข้อศอกที่แขนข้างซ้ายมีรอยถลอก  ข้อมือมีอาการบวมเล็กน้อยจากแรงกระแทก...และขาข้างที่มีรอยสักปกปิดแผลผ่าตัดเอาไว้ก็มีอาการอักเสบจนต้องพักการเดินไปสักระยะ  ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร  ยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องถามในเวลานี้  เพราะคนเป็นสามีต้องตั้งใจฟังสิ่งที่คุณหมอกำลังจะอธิบาย

 

            “หมอต้องการให้คุณเซฮุนนั่งรถเข็นไปสักพักนึงนะครับ  เส้นเอ็นช่วงโคนขาอักเสบมาก...หมอไม่อยากให้เดิน  และถ้าจะใช้ไม้ค้ำก็ไม่ควรในตอนนี้”

 

            “แล้วเมื่อไหร่ภรรยาของผมจะเดินได้ละครับคุณหมอ?”

 

            “หมอขอเวลาหนึ่งอาทิตย์...ถ้าเส้นเอ็นไม่มีการอักเสบ  หมอถึงจะอนุญาตให้เดินได้  แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น  หมอก็ยังอยากให้คุณเซฮุนเดินให้ช้าน้อยลงหน่อย  แล้วก็ต้องระวังให้มากกว่านี้  ห้ามหกล้ม  อย่าทำให้ข้อเท้าพลิกหรืออะไรตามที่ทำให้เส้นเอ็นใช้งานหนัก  ผมว่าเรื่องนี้คุณเซฮุนก็น่าจะทราบดีนะครับ”

 

            “เฮ้ออออ!!...ครับ!

 

            “ทานยาให้ครบนะครับ...ห้ามลืมเด็ดขาด  แล้วอาทิตย์หน้าหมอจะมาตรวจให้อีกครั้ง”

 

            “ขอบคุณนะครับคุณหมอ”

 

            จำเป็นต้องปล่อยมือคนรัก...และเดินออกมาส่งคุณหมอด้วยตัวเอง  ความหนักใจเกิดขึ้นทันทีเมื่อผลการรักษาออกมาเป็นแบบนั้น  แล้วคำเตือนของหมอก็เป็นสิ่งที่เซฮุนระวังมาตลอดหลายปี  แต่ทำไมวันนี้ถึงปล่อยให้ตัวเองหกล้มจนต้องกลับมานั่งรถเข็นอีกครั้ง  ในใจมีแต่ความสงสัย  ในสมองมีแต่คำถาม  และรู้สึกสงสารคนเจ็บมากที่สุด

 

VROOMMM!!

 

            Daddy!!!

 

            ส่งคุณหมอขึ้นรถ...และกำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน  แต่เสียงเรียกของลูกชายพร้อมเสียงรถคันใหญ่ที่เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ  ทำให้คนเป็นพ่อต้องรีบหันไปมองที่ต้นเสียง  มัวแต่คิดมากเรื่องของภรรยา...จงอินจึงเหมือนคนหูดับและแทบไม่ได้สนใจสิ่งใดอีกเลยนอกจากคนเจ็บ  อ้อมแขนแข็งแรง...รีบอุ้มฮิโรกิเข้าสู้อ้อมอก  กระเป๋าใบน้อยถูกถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่งก่อนพาเด็กแปดขวบเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกวัน

 

 

            ดีใจที่ได้พบหน้าลูกชาย...แต่คนเป็นแม่ที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟา  สาเหตุของอาการบาดเจ็บ  หรือดอกทิวลิปสีแดงที่เพิ่งสังเกตเห็นว่ามันกระจายเกลื่อนอยู่หน้าบ้าน  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่จงอินต้องหาคำตอบรวมถึงหาคำอธิบายเพื่อให้ฮิโรกิเข้าใจถึงสถานการณ์ภายในครอบครัว  และดีที่ยังไม่ได้กำหนดวันเปิดโรงแรมในสาขาฝรั่งเศส  ไม่อย่างนั้นจงอินคงรู้สึกเครียดมากกว่าที่เป็นอยู่

 

            “ฮิโรกิฟังพ่อนะครับ...วันนี้คุณแม่ป่วย  เราต้องช่วยกันดูแลคุณแม่นะครับ  ฮิโรกิห้ามดื้อเด็ดขาด”

 

            “คุณแม่เป็นอะไรเหรอฮะแด๊ดดี้??”

 

            “คุณแม่หกล้มครับ...”

 

            “ฮึกก!!...แล้วคุณแม่เจ็บมากไหมฮะ”

 

            “ไม่ร้องไห้นะครับ...เดี๋ยวคุณแม่ก็หายแล้ว”

 

            ความสนุกสนาน...จากการไปทัศนศึกษา  ถูกแทนที่ด้วยน้ำตาแห่งความโศกเศร้า  เพราะเด็กน้อยทราบดีว่าถ้าเกิดการหกล้มเมื่อไหร่มันจะนำความเจ็บปวดมาให้ผู้เป็นแม่ได้มากที่สุด  ฮิโรกิซบความเสียใจลงไปบนไหล่กว้างพร้อมโอบรอบลำคอของคุณพ่อเอาไว้  และความหวาดกลัว...ก็เริ่มเกาะกินใจเด็กแปดขวบไปทีละนิด  ทีละนิดเมื่อเห็นเซฮุนนอนนิ่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่

 

            “คุณแม่!!!!  ฮืออออ.....”  รีบสะบัดกายจากอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ  และวิ่งเข้าไปหาเซฮุนด้วยความเป็นห่วง  แต่ไม่กล้าแตะต้องหรือแม้กระทั่งสัมผัสร่างกายเพราะเกรงว่าการกระทำของตัวเองจะสร้างความเจ็บปวดให้คุณแม่มากขึ้น

 

            “ไม่ร้องไห้นะครับคนเก่ง”  พยายามเก็บซ่อนสีหน้า  แอบน้ำตาไว้ภายใน  และไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ลูกเห็น  ทั้งๆที่ภายในใจมันแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอะไรอีกแล้วในตอนนี้

 

            ตะเกียดตะกาย...กลับเข้ามานอนในบ้านด้วยความยากลำบาก  กว่าจะรวบความกล้าเพื่อโทรไปขอความช่วยเหลือจากสามี  หรือกว่าความเจ็บปวดจะบรรเทา  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่เซฮุนต้องรวบรวมแรงกายเฮือกสุดท้ายเพื่อทำให้ตัวเองปลอดภัยกว่าการนอนอยู่นอกบ้าน  มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักอย่างเพราะจงอินก็คงยุ่งอยู่กับการการประชุม  และอาการบาดเจ็บที่เพิ่งได้รับ...ก็พาลให้แขนขาไม่พร้อมที่จะใช้งานได้เหมือนที่เคย  แถมพี่ชายข้างบ้านก็ยังไม่กลับมาจากการพาภรรยาไปหาหมอ  จะตะโกนเรียกให้คนในหมู่บ้านออกมาช่วยก็กลัวจะเป็นเรื่องใหญ่  และส่วนมากก็มีแต่ผู้สูงอายุทั้งนั้น

 

            “คุณแม่เจ็บมากไหมฮะ”

 

            “เจ็บนิดเดียวครับ  แล้วฮิโรกิล่ะครับ...ไปทัศนศึกษาสนุกไหม?  ถูกเพื่อนแกล้งหรือเปล่า?”

 

            “สนุกฮะ...เพื่อนไม่แกล้ง  แต่เพื่อนอยากกินแซนวิชอีกฮะ”

 

            “แม่หายเมื่อไหร่...จะทำให้อีกเยอะๆเลยครับ”

 

จุ้บบ!!!

 

            ปากเล็ก...จูบแก้มคุณแม่เพื่อแทนคำปลอบใจ  ก่อนหันไปกอดคุณพ่อเอาไว้จนเต็มอ้อมแขนน้อยๆ  จงอินเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าของลูกชายอย่างอ่อนโยน  และอดไม่ได้ที่ยิ้มให้กับความเป็นเด็กดีของฮิโรกิ  ความเข้มแข็งของภรรยา  และความเป็นครอบครัวที่ไม่อาจมีคำพูดใดมาทำลายให้เกิดความแตกแยก  จะพ่อแม่ตัวจริงหรือตัวปลอม  จะลูกแท้ๆหรือลูกบุญธรรม  มันก็คงไม่สำคัญเท่ากับความรักที่พวกเรามีให้แก่กัน

 

            “ฮิโรกิไปอาบน้ำให้เรียบร้อยนะครับ...เดี๋ยวแด๊ดดี้จะพาคุณแม่เข้าไปพักในห้อง”

 

            “ฮะ!!...”

 

            คนเป็นลูก...ขานรับเสียงใสและรีบคว้ากระเป๋าเดินเข้าไปห้องโดยไม่เกี่ยงงอน  ส่วนผู้เป็นแม่ก็ถูกสามีอุ้มเข้าสู่อ้อมแขนอย่างระมัดระวังก่อนเดินตรงไปที่ห้องนอนเช่นกัน  มีเรื่องต้องเคลียร์  มีประเด็นต้องถาม  และมีความสงสัยที่ต้องการคำตอบ  เดินยังไงให้หกล้มหรือมันจะมีอะไรที่มากกว่านั้น???

 

ปังงงง!!

 

            “ยังปวดขาอยู่ไหม?”

 

            “ปวดครับ”

 

            รู้ได้ทันทีว่าสามีอยู่ในอารมณ์ไหน  เพราะร่างกายของเขาถูกวางลงบนเตียงอย่างเบามือ  แต่ประตูห้องนอน...กลับถูกปิดเหมือนเป็นที่ระบายความอึดอัด  เซฮุนมองออกว่าจงอินกำลังรู้สึกเช่นไร  ทั้งดวงตา  สีหน้า  ท่าทางรวมถึงการกระทำที่ดูขัดแย้งกันไปหมด  มันก็เป็นตัวฟ้องทุกอย่างได้ดีเหลือเกิน  เตียงกว้างที่ยุบไปตามน้ำหนักของคนข้างกายทำให้เซฮุนต้องรีบโอบกอดสามีเอาไว้ก่อนที่สถานการณ์ภายในครอบครัวมันจะแย่ไปมากกว่านี้  และ....

 

            “มันเกิดอะไรขึ้น...พี่เป็นห่วงมากเลยรู้ไหม?!!

 

            “รู้ครับ...เซฮุนขอโทษที่โทรไปรบกวนเวลาการประชุม  พอดีพี่มินโฮไม่อยู่บ้าน  กะ...ก็!

 

            “เซฮุน!!...พี่ไม่ได้อยากฟังคำขอโทษ  พี่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!!?”

 

            “เฮ้ออ!...วันนี้มีผู้ชายชื่อ ไซมอน  โดมินิกกับเพื่อนอีกสามคนเข้ามาขอซื้อที่ดินในหมู่บ้าน  แล้วคนที่ชื่อไซมอนก็อยากได้ที่ดินของเซฮุน  แต่เซฮุนไม่ขาย...ก็เลยมีเรื่องกัน”

 

            “มันทำอะไรเซฮุน!!...”

 

            “เค้ามาขอซื้อที่ดิน  แล้วก็จะเอาดอกทิวลิปไปด้วย...แต่เซฮุนไม่ให้  ก็เลยถูกผลัก”

 

            “แค่ทิวลิปไม่กี่ดอก...ทำไมไม่ให้มันไป  เซฮุนควรห่วงตัวเองก่อน  ไม่ใช่ดอกไม้พวกนั้น!!

 

            “แต่มันเป็นดอกไม้ของเรา  เซฮุนจะไม่ให้ใครทั้งนั้น  บ้าน  ที่ดิน  ดอกไม้!!!...ทุกอย่างมันเป็นของเรา  เป็นของครอบครัว  พี่จงอินเข้าใจไหม?!!

 

            จากความสงสัย...แปรเปลี่ยนไปเป็นการทะเลาะ  เพราะต่างฝ่ายต่างก็ห่วงในสิ่งที่เรียกว่า  “เรา”  ครอบครัว  คนรัก  ที่ดิน  รวมถึงดอกไม้ที่ถูกมอบให้ในวันสำคัญ  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่คนทั้งคู่ให้ค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด  อ้อมกอดของภรรยาค่อยๆคลายออกจากเอวหนาก่อนพิงหลังลงไปบนหัวเตียงด้วยความน้อยใจ  ใช่ว่าอยากมาปากเสียง  ใช่ว่าไม่เข้าใจ  และไม่ได้อยากทำตัวงี่เง่าเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้  แต่ดอกทิวลิปสีแดงที่ตั้งใจปลูกด้วยความรัก  มันเป็นหนึ่งในอีกหลายๆสิ่งที่ไม่เคยคิดจะมอบให้ใคร  ตัดขายก็ยังไม่เคย  แม่ค้าในตลาดขอซื้อด้วยราคาที่สูงมากแค่ไหนก็ไม่ยอมขาย  แล้วเขาผิดด้วยหรือ...ที่หวงแหนของที่มีคุณค่าทางจิตใจ

 

 

            ส่วนคนเป็นสามี...ก็รู้สึกไม่ต่างไปจากภรรยาเพราะทุกๆอย่างมันถูกสร้างขึ้นมากจากความรัก  และกว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน  กว่าจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์  หรือกว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคมาจนถึงทุกวันนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  แล้วการที่เซฮุนต้องมาเจ็บตัวเพียงเพราะสิ่งที่สามารถเริ่มใหม่ได้อย่างการปลูกดอกไม้  ก็ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจถูกเลยสักนิด  แถมอาการบาดเจ็บจากการห่วงสิ่งที่เหมือนจะเป็นตัวแทนของคำว่า  “เรา”  ก็ยังทำให้เจ้าตัวต้องนั่งอยู่บนเข็นไปจนกว่าอาการต่างๆจะดีขึ้น

 

เสียอะไรก็ยอมได้...แต่จะให้เสียคนตรงหน้าไปอีกครั้ง  คิม  จงอินจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด  แล้วคนที่ชื่อไซมอนก็จะต้องได้รับความเจ็บปวดมากกว่าสิ่งที่เซฮุนเป็นอยู่ตอนนี้!!!!

 

            “พี่ขอโทษ  //  เซฮุนขอโทษ!

 

            เป็นประโยค...ที่พูดขึ้นมาพร้อมกันก่อนอ้อมกอดจะถูกโอบเอาไว้ด้วยความเข้าใจ  ด้วยการลดทิฐิ  และด้วยความรักที่มีให้กันมาตลอดหลายปี  เซฮุนเข้าใจว่าสามีไม่พอใจเรื่องใด  จงอินก็เข้าใจว่าภรรยาอ่อนไหวในเรื่องไหน  ต่างคนจึงต่างยอมยุติความหมางใจเอาไว้เพียงเท่านี้

 

ฟอดด!!!

 

            “เซฮุนรักพี่จงอินนะครับ  รักมากๆ”

 

            รีบอ้อนทันที...เมื่อรู้ว่าการตัดสินใจของตัวเองเป็นสิ่งที่ผิดพลาด  และเพิ่งตระหนักได้ว่าการรักษาร่างกายให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องไหนๆ  มีลูกให้ดูแล  มีสามีให้เอาใจใส่  แต่คนที่เป็นทั้งแม่และภรรยา...กลับเป็นห่วงดอกไม้ที่สามารถปลูกใหม่อีกสักร้อยไร่ก็ย่อมได้  ขอโทษที่ไม่ทันคิด  ขอโทษที่เอาแต่ใจ  แล้วสันกรามคมก็ถูกประทับทุกการสำนึกผิดเอาไว้อย่างแผ่วเบา

 

            “พี่ก็รักเซฮุนครับ  รักมากที่สุดในชีวิต”

 

            ไม่อยากรื้อฟื้น...หรือตอกย้ำเรื่องเดิมให้กลับมาเป็นปัญหาอีกรอบ  จงอินจึงต้องยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น  ส่วนอาการบาดเจ็บของภรรยาก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเรื่องอื่นๆ  คนเป็นเจ้าของโรงแรม...ยังคงยืนยันคำเดิมว่าธุรกิจของเขายังพอให้เลขาและลูกน้องช่วยกันดูแลไปก่อนได้  แต่สำหรับคนในอ้อมอกตอนนี้คือบุคคลที่คิม  จงอินดูแลได้แต่เพียงผู้เดียว

 

ขอโทษที่ใจร้อน  ขอโทษที่ขึ้นเสียง...และขอบคุณที่ยังรักกันเหมือนเช่นที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

เนื้อหาในส่วนที่เป็นเรื่องของการแพทย์  การรักษา  หรืออาการบาดเจ็บต่างๆ...คือสิ่งที่ผู้เขียนจินตนาการขึ้นนะคะ  และกราบขออภัยสำหรับนักอ่านที่มีความรู้ทางด้านนี้  (ไหว้ย่อ)

Cr.ภาพในตอนที่ 4 : dovemacob.com ,และm.blog.never.com

 

***ไซมอน  โดมินิก

 


 

 

Talk.

ถูกความหวานหลอกตาไป30%...หลังจากนั้นก็ดราม่าล้วนๆ  (อิอิ)

ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะคะ  และยังมีนักอ่านใหม่ๆเข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ  ส่วนใครที่อ่านบทแรกๆแล้วรู้สึกว่าไม่โอเค  เราขอชี้แจงตรงนี้เลยนะคะว่าเมื่อก่อนมันแย่กว่านั้น  และเราจะไม่ทำการแก้ไขอีกแล้ว  แต่จะนำความผิดพลาดมาปรับปรุงให้ดีขึ้นในเรื่องอื่นๆหรือในตอนถัดไป  (โค้งตัว)

ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์และกำลังใจแสนดีของนักอ่านนะคะ  มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีแรงสู้จริงๆ  ^-^)

ก่อนจากกันในตอนนี้...ขอฝากฟิคของไรท์เตอร์ผู้น้องด้วยนะคะ  #ficatothez  เป็นเรื่องสั้น 26 เรื่อง , มีบริบทไทยด้วย , เป็นคู่ชานแบค / ไคฮุน  และมี # ของแต่ละตอนด้วยค่ะ  (เห็นบอกว่าตอนหน้าจะเป็นคู่ไคฮุน ^-^)  

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #652 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:17
    นายนั่น บังอาจทำน้องฮุนเจ็บตัว!
    #652
    0
  2. #636 Pinkdao (@Pinkdao) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:19
    มาทำอย่างนี้กับน่องฮุนได้ไง พี่จงอินจัดการเลย
    #636
    0
  3. #632 TDNND (@TDNND) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:56
    ทำแม่ฮุนทำไมอิไซม่อน กระตุ้นต่อมมาเฟียของแด๊ดดี้เขานะ นั้นเมียรักเมียหวงแด๊ดดี้เลยนะเว้ยยยยยไซม่อน เตรียมตัวรับกำเลยเอ็ง
    #632
    0
  4. #631 noonakh (@noonakh) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:19
    คุณแม่หายไวไวน๊าาา นี่ว่าคนที่ทำแม่เจ็บคุณแด๊ดคงไม่น่าปล่อยผ่านใช่ไหมคะ
    #631
    0
  5. #630 OOh_Pang (@OOh_Pang) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:26
    ทำไมแด๊ดดี้น่ารักขนาดนี้
    #630
    0
  6. #629 OOh_Pang (@OOh_Pang) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:34
    งืออออออออ น่ารักมากๆๆๆๆๆ
    คุมแดดดี๊น่ารักมาก หื่นตลอดเวลา55555
    #629
    0
  7. #628 TDNND (@TDNND) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:38
    หื่นได้ตลอดเวลาจริงคุณแด๊ดดี้ มีเมียเซ๊กซี่ก็เข้าแด๊ดนะ
    #628
    0
  8. #627 noonakh (@noonakh) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:16
    คุณแด๊ดดี้คะ ใจเย็นๆนะคะ ความยั่วของคุณแม่นี่เลเวลอัพมากกก ฮ่าๆ
    #627
    0