จางฮุ่ยเหอ

ตอนที่ 17 : แม่ทัพมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    18 ก.ย. 61

"พี่คังท่านแน่ใจที่จะแต่งให้ข้าจริงๆหรือ...ท่านอยู่กับข้ามานานย่อมรู้ว่าข้าผ่านเรื่องอะไรมาบ้างแม้แต่ตัวของข้าเอง.....ยังยากที่จะรับ.....ตัวข้านั้นสกปรกเหลือเกิน..พี่คัง "


สองมือหยาบกระด้างจากการจับกระบี่ประคองใบหน้างามที่ดูเศร้าสร้อย สายตาจ้องมองในดวงตางามส่งความรู้สึกนึกคิดให้ลึกถึงหัวใจ

"ฮุ๋ยเหอ..เจ้ารังเกียจข้าหรือไม่..ข้าแค่เด็กที่ท่านพ่อเก็บมาเลี้ยงเป็นเพียงบ่าวในบ้านที่มีหน้าที่เปื้อนเลือด...ส่วนเจ้าเป็นถึงคุณชายคนเล็กของบ้าน...ข้าไม่คู่ควรกับเจ้าเลย" 

สองมือน้องน้อยสั่นๆ จับใบหน้าของคนรักจ้องตอบในดวงตาคมกล้าที่ส่งมา

"ข้ารักท่าน...ข้าไม่เคยรังเกียจท่านแม้แต่น้อยพี่คัง"

ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนริมฝีปากหนาแผ่วเบาเป็นการยืนยันคำพูดถึงแม้จะเป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบา แต่มันคือคำสารภาพรักที่อบอุ่นหัวใจยิ่งนัก

คนตัวโตมีหรือจะปล่อยโอกาสนี้หลุดลอย มือแกร่งจับท้ายทอยฮุ่ยเห่อให้แหงนรับจูบร้อน ลิ้นที่แทรกหาความหวานคว้านในโพลงปาก......สองร่างยังคงดูดดื่มไม่รู้จบ ..จนกระทั้ง

"อะแฮ่ม!!!ลูกชาย...นายท่านกำลังมา" ...............

หลังจากวันนั้นเหมือนพี่คังจะโดนว่าที่พ่อตาทั้งหลายกีดกันกลั่นแกล้งมีทั้งซึ่งหน้าและลับหลัง....

แต่ด้วยฝีมือของแม่ยายที่เคารพก็สามารถผ่านมาได้จนถึงวันนี้ที่ได้หมั้นหมายอย่างเป็นทางการและ..

หึ..หึ..ของเคยได้กินกลับถูกกีดกันจนอดอยากปากแห้ง.. 

"หึ..หึ..ท่านเขยเป็นอะไรขอรับ..ดูทำหน้าเข้าทำหน้าเหมือนคนเก็บกด...อั๊ก!!" 

ผู้โชคร้ายที่ไปแหย่เสือหลับถูกถีบไปติดกำแพงสลบเหมือบไปเรียบร้อย.. 

"ลูกชาย..เจ้าอย่าเที่ยวระบายอารมณ์กับลูกน้องสินู้น..นนนน..ไปฝึกตนสิไป๊.." 

คังมินโดนไล่เพราะเค้าเล่นระบายอารมณ์กับลูกน้องจนสลบเหมือบไปครึ่งกองร้อยแล้ว...

.ข้ายังไม่อยากขาดทหารดูแลจวนนะเสียงร้องในใจของท่านพ่อของพี่คัง

 ........... 

ด้านฮุ่ยเหอก็คิดถึงพี่คังเหมือนกันแต่ละวันโดนท่านพ่อลากไปช่วยงานบ้าง..ทำนู้นทำนี้ไม่ได้หยุดอยู่บ้านสักวัน 

เหมือนโดนท่านพ่อทั้งหลายกีดกันให้ไม่ได้เจอกับพี่คังยังไงไม่รู้...ヘ( ̄▽ ̄*)  

และวันนี้ก็อีกวันที่ต้องมาที่สำนักคุ้มภัยแห่งใหม่ของท่านพ่อจื่อไท่ และตอนนี้ข้าว่างมากกกกก....

ข้าจึงเดินไปรอบๆเพื่อหาอะไรทำสักหน่อย 

"นี่..นี่.."

อืม!~~ใครชื่อนี่วะ~~

ฮุ่ยเหอหันซ้ายหันขวาก่อนจะชี้ที่ตัวเองอย่างงงๆ

"เด็กน้อยเจ้าเรียกข้าเหรอ"

"ใครเด็กน้อยห๊า!......ก็ใช่นะสิไม่เรียกเจ้าจะให้ข้าเรียกนกหรือไง"

เด็กน้อยอายุประมาณ8ขวบที่หน้าตาน่ารักแต่ดูกวนตีนมากในสายตา พูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฮุ่ยเหอ ตามด้วยองค์รักษ์อีกสองคนดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นพวกคุณชายหรือลูกขุนนาง 

"บังอาจ..มองหน้าหาเรื่องหรือไง..ข้านะลูกใครไม่รู้รึ"

ฮุ่ยเห่อยังงงกับไอ้เด๊กเปรตตรงหน้า นิดหน่อย เจ้ายังไม่รู้แล้วข้าจะรู้ไหมว่าเจ้าลูกใคร..ก็ได้แต่คิดอะนะไอ้ครั้นจะหาเรื่องเด็กน้อยก็คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่

"ไม่ทราบว่าคุณชายชื่อเสียงเรียงนามอะไร ข้าน้อยจะได้ทราบว่าคุณชายเป็นลูกเต้าเหล่าใคร" 

ไอ้เด็กน้อยยืดอกขึ้นเบ่งเต็มสูบฮุ่ยเหอแอบขำแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมา

"ข้าเป็นหลานของแม่ทัพหลง..เจ้ารู้หรือยัง".

.............<(-︿-)>........

"เอ่ย?~~ไม่รู้จัก"

สามคนเด็กและหนุ่มอ้าปากค้างกับบเจ้าตัวโง่งม...

"นี่่ๆ..เจ้าไปมุดหัวที่ไหนมาไม่รู้จักแม่ทัพหลงมู่หยาง...ฉายาแม่ทัพมารมู่หยางไง"..

ฮุ่ยเหอยังคิดอยู่..

อืม..หลงมู่หยาง..คุ้นๆ..แม่ทัพเหรอ..

เดี๊ยวนะ....⊙_⊙...แม่ทัพมาร..แม่ทัพมารมู่หยาง...อย่าบอกนะว่าเป็น" 

"หลงหยาง..ข้าบอกว่าอย่าเดินเพ่นพาน.." 

"ท่านลุง..ข้าขออภัยขอรับพอดีข้าเบื่อเลยเดินรอบๆ..ท่านลุงข้าเจอคนผู้หนึ่งเป็นตัวโง่งมไม่รู้จักท่านด้วยดูสิ"

เด็กน้อยชี้ชวนท่านลุงให้หันไปดูเจ้าตัวโง่งมที่ว่า สองตาประสานกัน...ชายที่ดูบึกบึนสมกับเป็นผู้ออกรบจับดาบฟาฟันข้าศึก

สายตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวจ้องคนที่ยังจำได้ดีก่อนรอยยิ้มเหี้ยมจะปรากฏที่มุมปาก

"ไม่เจอกันนานนะท่านหมอฮุ่ย..หรือให้ข้าเรียกคุณชายจางดี".

...................⊙_⊙..........-_-||...... 

"เอ่อ!!คาราวะท่านแม่ทัพมู่..ท่านสบายดีหรือไม่..คือข้ามีธุระขอตัวก่อน..ฟิ๊ว~~ฟิ๊ว" 

ฮุ่ยเหอออกวิ่งสี่คูณร้อยหายไปจากลุงหลานอย่างไม่คิดชีวิต...ท่านพ่อช่วยข้าด้วย....ข้อเจอเจ้าหนี้...

 .........

กลับไปเมื่อหลายปีก่อน

ฮุ่ยเหอยังเดินทางรักษาผู้คนและรักษาชีวิตตัวเองเช่นกันและวันหนึ่งเขาได้รับเชิญให้ไปรักษานายทหารผู้หนึ่งในค่ายทหารของแม่ทัพแคว้นวารี

ทันทีที่ทหารที่นำทางเปิดประตูให้เข้าไป กลิ่นยาสมุนไพร  อบอวลไปทั่วมีเหล่าหมอทหารเดินกันขวักไข่วจนกระทั้งสายหันไปเห็น...คนผู้หนึ่งถูกศรปักที่ไหล่ไม่สามารถถอนออกได้เพราะทันทีที่ถอนออกพิษร้ายจะแตกกระจายเข้าสู่หัวใจและตายทันที.  แต่ถ้าไม่เอาออกพิษนั้นก็จะค่อยๆทำลายเส้นประสาทส่วนล่างจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ไม่ต่างจากเป็นผู้พิการ..และเพราะเหตุนี้กว่าเค้าจะได้มารักษาอาการก็ถึงขั้้นสองขาขาดความรู้สึกไปเสียแล้ว

หัวหน้าหมอทหารหันมาเจอหนุ่มน้อยที่เดินตามหลังทหารมาหยุดยืนท่ามกลางความวุ่นวายขณะที่กำลังจะไล่ให้ออกไป

"ข้าเป็นหมอ..มีนามว่าฮุ่ยเหอ..ท่านช่วยกันคนออกไปนอกกระโจมให้หมด ข้าจะรักษาคนผู้นั้นเอง"

หัวหน้าหมอทหารกงจั่ว รีบสั่งคนให้ออกไปให้หมดก่อนตัวเองจะคำนับให้กับหนุ่มน้อยก่อนเดินออกมาเป็นที่สงสัยของเหล่าหมอท่านอื่นและเหล่านายทหารบางคนเช่นกัน

"ท่านหัวหน้าทไมท่านถึงให้พวกข้าออกมาแล้วเด็กคนนั้นเป็นใครอยู่ดีๆถึงอ้างว่าตัวเองเป็นหมอ.."

เสียงถามกันเซ็งแซ่ด..ผู้ตอบคงไม่ใช่ใครแต่เป็นหัวหน้าหมอนั้นเอง

"เจ้าอย่าได้ดูถูกเด็กหนุ่มคนนั่นเชียว...นั้นคือหมอเพนจรฮุ่ยเหอที่เค้าเล่าลือถึงการรักษาที่อัศจรรย์รักษาโรคที่หมอทั่วไปรักษาไม่ได้ เพียงแต่ข้าแลกเปลี่ยนอาจจะดูพิลึกสักหน่อยแต่ตอนนี้คงมีแค่เค้าที่ช่วยท่านแม่ทัพได้

ภายในกระโจมฮุ่ยเหอบ้างมือและขัดด้วยสบู่ฆ่าเชื้อก่อนจะนำถุงมือยางที่ผลิตจากร้านของพี่สาวออกมาสวม สองมือสองตาพิจารณาบาดแผลที่กำลังกัดหนองและมีทีท่าว่าจะลุกลามเพราะตัวลูกศรที่คาอยู่นั้นไม่สามารถถอนออก

ยาเม็ดเล็กสีแดงถูกจับยัดเข้าปากคนป่วยที่ยังไม่รู้สึกตัวตามด้วยน้ำเมืาอเห็นว่ายายังไม่กลืนลงลำคอ  ฮุ่ยเหอเอาผ้าขาววางที่ปากคนป่วยก่อนจะประกบปากตัวเองลงไปเป่าดันยาให้ลงไปในคอสักเกตุว่าคนป่วยกลืนลงไปแล้วจึงใช้สองมือจับร่างคนป่วยให้ตะแครงข้างแล้ว

"อ๊าก"

เสียงร้องเพราะไม่ได้สติของคนป่วยขณะที่ดันหัวลูกศรจากด้านหน้าให้แทงทะลุออกด้านหลังเพราะปลายหัวเป็นแฉกไม่สามารถดึงออกได้ 

เสียงร้องทำให้เหล่าผู้คนที่อออยู่หน้ากระโจมพุ่งพรวดเข้ามาแต่

"ออกไป!!!เหลือหัวหน้าหมอทหารมาช่วยข้าที่เหลือออกไปให้หมด"

ทุกคนตะลึงกับภาพที่หัวลูกศรถูกดันออกมาน้ำหนองและเลือดไหลไม่หยุดแต่ที่แน่ๆท่านแม่ทัพยังหายใจอยู่  ......ท่านแม่ทัพยังไม่ตาย

หลังจากไล่เสร็จฮุ้ยเหอสั่งให้ท่านหมอกงจั่วจับคนป่วยให้มั่น  ส่วนตนใช้น้ำเกลือล้างที่บาดแผลใข้มีดเล็กอังไฟก่อนจะเฉือนที่เนื้อส่วนที่เริ่มเน่าออกแล้วใช้ผ้าชุบยาเช็ดกว้านภายในจากหนึ่งผืนเป็นสองผืน...จากสองผืนเป็นสิบผืน กองผ้าที่เปื้อนทั่งเลือดและหนองถูกกองอยู่ในอ่าง เมื่อแผลสะอาดแล้วจึงจับการใส่ยาแล้วพันแผล

"ท่านช่วยเช็ดตัวของแม่ทัพผู้นี้ด้วยเหล้าเพื่อฆ่าเชื้อและทำให้เหงื่อออกมากที่สุดเพื่อไล่พิษและสิ่งที่น่าห่วงคือขาของแม่ทัพผู้นี้จะยังใช้ได้หรือเปล่า"

หมอกงจั่วถึงกับสลดเพราะมิอาจช่วยท่านแม่ทัพได้กว่าจะตามหมอเพนจรเจอก็หลายวันจนพิษกระจายทำลายเส้นประสาทส่วนล่างแล้ว

"ท่านหมอฮุ่ยท่านพอจะช่วยท่านแม่ทัพได้หรือไม่. หากท่านแม่ทัพเดินไม่ได้ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้"

"ขึ้นอยู่ว่า..ท่านแม่ทัพจะยอมรับข้อเสนอของข้าหรือไม่"


........

คิดถึงทุกคนนะคะ...ไม่ทิ้งไปไหน....ช้าบ้างเร็วบ้างแล้วแต่เวลาอำนวย...อย่าเพิ่งทิ้งกันน้า ..ตอนนี้ย้อนไปถึงเหตุที่ฮุ่ยเหอทำไมต้องหนีแม่ทัพผู้นี้ตลอดเวลา.....

สงสารพี่คังอดไปอีกนานแน่เลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

14 ความคิดเห็น