จางฮุ่ยเหอ

ตอนที่ 23 : ความสัมพันธ์มันเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

จางฮุ่ยเหอ 

หลังวันนั้นฮุ่ยเห่อก็คอย แต่หลบหน้าท่านแม่ทัพมู่หยาง โดนมีเสี่ยวจื่อคอยดูต้นทางให้รวมถึงเป็นไม้กันหมา.....

มู่หยางรู้สึกหงุดหงิดเมื่อโดนฮุ่ยเหอหลบหน้าตลอดหนึ่งวัน 

มู่หยางเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆเวลาที่อยู่ใกล้ฮุ่ยเหอ...อยากปกป้อง...อยากครอบครอง..ความรู้สึกหวงแหนอย่างรุนแรงนี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่กัน...

ยามเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสหัวใจก็เต้นเหมือนกลองรบ ยามร่างบางเศร้าเสียใจหัวใจที่แข็งกระด้างมันกลับหดเกร็งปรารถณาที่จะเจ็บแทน......

...............

ฮุ่ยเหอคิดอย่างเหม่อลอยมือบางแตะที่ริมฝีปากอย่างเผลอไผล 

ข้ารู้ใจตัวเองว่าข้ารักพี่คังอย่างแน่แท้ ถึงแม้เป็นรักข้างเดียว..แต่กับแม่ทัพมู่หยางมันใช่ความรักไหมนะ. หรือเป็นเพราะความเหงาความใกล้ชิดทำให้หัวใจของข้ามันเต้นผิดจังหวะ....

หรือเพราะหัวใจไม่รักดีกันแน่  หลังเหตุการณ์ที่ทุ่งหญ้าเพียงเห็นท่านแม่ทัพจากที่ไกลๆ ข้ารู้สึกหน้าเห่อร้อน..มองหน้าไม่ติด...

ปกติข้าแทนจะกินหัวท่านแม่ทัพได้แต่ตอนนี้อย่าว่าแต่สบตาเลยแค่เห็นจากที่ไกลๆข้าก็ไม่ไหวแล้ว

............................................................................

พ้นจากแนวชายป่าเข้าเขตทะเลทรายร้อน ไม่มีต้นไม้สักต้น มีเพียงพุ่มไม้เตี้ยบ้างปะปลาย

ท่านแม่ทัพมู่นั่งบนหลังม้า ใช้ผ้าคลุมสีดำผืนหนาปิดทั้งตัวเหลือเพียงดวงตาเพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดด   

"ท่านแม่ทัพมีม้าจำนวนหนึ่งวิ่งมาทางนี้ขอรับ" 

นายทหารคนหนึ่งวิ่งม้าเทียบท่านแม่ทัพกล่าวรายงานสถานะการณ์ 

มู่หยางกระชับดาบข้างเอวสั่งการเสียงเครียดถอยลงมาอยู่ตรงข้างรถม้าที่ฮุ่ยเหอนั่งอยู่ด้านใน 

ร่างบางรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติโผล่หน้าออกมาก็เห็นทุกคนทำหน้าตึงเครียดมือกระชับดาบ

"มีเรื่องอะไรกัน..พี่มู่หยาง"

"เหมือนจะมีกลุ่มคนมาทางนี้ไม่รู้ว่าพวกไหน..เจ้าอย่าออกมาข้างนอกจนกว่าข้าจะเรียกเข้าใจไหม"

"อืม...ระวังตัวด้วย"

เพียงช่วงลมหายใจ เสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฝุ่นทรายคละคลุ้งจนแทบมองไม่เห็น จนม้าพวกนั้นหยุดอยู่ในระยะที่พอมองเห็นฝุ่นบางลง 

เบื้องหน้าคือเหล่าชายฉกรรณ์ร่างสูงใหญ่น่าจะเป็นพวกชนเผ่าจำนวนยี่สิบคนบนหลังม้าสีดำและแดงที่ตัวค่อนข้างใหญ่กว่าม้าในเมืองดูก็รู้ว่าเป็นยอดอาชา...ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะขยับม้าเดินเข้ามา

มู่หยางมองชายบนกลังม้าก่อนยกมือห้ามเหล่าทหารของตัวเอง ก่อนจะบังคับให้ม้าเดินไปข้างหน้าพร้อมเก็บดาบเข้าฝัก....

สองชายชาตรีชาตินักรบยืนประชันหน้ากันเหตุการณ์ไม่คลาดฝันก็เกิดขึ้น สองคนพุ่งเข้าหากันใช้อกกระแทกอกกันไปมา

ก่อนที่เสียงหัวเราะจะระเบิดขึ้น เสียงหัวเราะอันดังเรียกความสนใจจากสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี 

ฮุ่ยเหอได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนกันจึงใช้ผ้าคลุมตัวไว้ แล้วก้าวลงจากรถม้ามองแม่ทัพและชายปริศนาที่กำลังทักทายหัวเราะเสียงดัง

"มู่หยาง..ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..ไม่เจอกันนานหล่อขึ้นจนข้าจำไม่ได้แต่เจ้าก็ยังเตี้ยอยู่ดี...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า.."

อาเฮอตุนตบไหล่มู่หยางที่เตี้ยกว่าตนหนึ่งคืบอย่างอารมณ์ดี ข้าอาจไม่หล่อแต่ข้าเร้าใจ.

."เรื่องนี้ข้าไม่เถียงเจ้าอาเฮอตุน..แล้วทำไมถึงมารับข้าด้วยตัวเองกัน..ข้านึกว่าโจร..เกือบได้ปะมือกันแล้ว"

"ก็น้องสาวข้าอยากมาเจอเจ้าเร็วๆ..ข้าผู้เป็นพี่ชายก็ย่อมต้องมาคุ้มครองน้องสาวข้าสิ"

"หืม..เจ้าบอกว่าน้องสาวเจ้ามาด้วยเหรอ"

ไม่ทันจะได้ตั้งตัวหญิงสาวในชุดชนเผ่าร่างเล็กก็วิ่งมากอดมู่หยาง แรงปะทะทำให้ชายหนุ่มเซเล็กน้อยและกลัวว่าน้องสาวของอาเฮอตุนจะล้มไปด้วย

จึงกอดร่างสาวน้อยไว้ก่อน เมื่อยืนอย่างมั่นคงมู่หยางปล่อยเอวบางแต่สาวเจ้ากับกอดเอวมู่หยางแน่น

"พี่มู่ ซาเดีย คิดถึงท่านมากเลยขอให้พี่ชายมาดักรอรับท่านที่นี้ พี่มู่คิดถึงซาเดียบ้างไหม"

ขณะที่สองหนุ่มและหนึ่งสาวกำลังพูดจากันด้านหลังท่านแม่ทัพ 

ฮุ่ยเหอรู้สึกแย่ตั้งแต่เห็นร่างของหญิงสาววิ่งเข้ามากอดมู่หยางแล้ว และดูท่านแม่ทัพมู่หยางจะชอบนางมิใช่น้อยกอดตอบไม่ยอมปล่อยเสียด้วย 

หูก็พลันได้ยินนายทหารสองสามคนคุยกัน

"ท่านอาเฮอตุนเป็นบุตรของหัวหน้าเผ่าหวาส่วนอีกคนคือท่านซาเดียบุตรสาวสุดรักของหัวหน้าเผ่าและคนนี้หละที่หัวหน้าเผ่าจะให้แต่งกับท่านแม่ทัพ..ดูแล้วก็สมกันเหมือนกิ่งทองใบหยก ท่านแม่ทัพเก่งกล้าสามารถส่วนท่านซาเดียก็สวยงามน่ารัก งานบ้านงานเรือนไม่มีบกพร่อง.หากท่านแม่ทัพไม่ชอบสิแปลก..เจ้าว่าไหม...ท่านหมอท่านว่าจริงไหม" 

คำพูดของนายทหารผู้นั้นฮุ่ยเหอเข้าใจดี ว่าอีกฝ่ายต้องการบอกอะไร และคงต้องขอบคุณที่เตือนสติให้เขาได้เข้าใจว่า

         สิ่งใดควร..สิ่งใดไม่ควร 

     สิ่งใดควรทำ...สิ่งใดไม่ควรทำ

"ข้าเข้าใจที่ท่านพูดขอบคุณที่เตือนสติข้า พวกเขาเหมาะกันจริงๆ หากข้าเป็นพี่มู่หยาง..ไม่สิ...ท่านแม่ทัพมู่หยาง....ก็คงเลือกท่านซาเดียเช่นกัน"

นั้นสินะ..เจ้าคิดอะไรอยู่กันนะฮุ่ยเหอเจ้าเฟ้อฝันสิ่งใดกัน..

ร่างบางนิ่งค้างมองกลุ่มคนที่ยังคุยกันอย่างออกรสออกชาติ 

โดยเฉพาะท่านซาเดียที่เกาะแขนมู่หยางไม่ปล่อย

"เจ้าพาใครมาด้วยเหรอมู่หยาง"

"นั่นสิพี่มู่หยางท่านพาใครมาด้วย ไม่คิดจะแนะนำพวกเราหน่อยเหรอ..หรือว่าท่านพาผู้หญิงมาด้วย...ท่านพี่อาเฮอตุนซาเดียไม่ยอมนะ พี่มู่หยางพาผู้หญิงมาด้วย..พี่ชาย.."

"เจ้านี้นะ..มู่หยางมัน ยังไม่ได้พูดอะไรก็ตีโพยตีพายไปได้"

อาเฮาตุนขยี้ผมน้องสาวอย่างเอ็นดู ต่างกับอีกคนที่หันมาเห็ยสายตาเศร้าของคนด้านหลังพอดีก่อนที่มันจะหายไปเพียงเสียวนาที เหลือเพียงความว่างเปล่าน่าใจหาย

มู่หยางเดินนำอาเฮอตุนและซาเดีย..มายังร่างบางที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมพอมาอยู่รวมกัน ฮุ่ยเหอสูงกว่าซาเดียไม่มากยิ่งกับสองยักษ์แล้ว ฮุ่ยเหอดูบอบบางเหมือนผู้หญิงเข้าไปอีก

"นี้..คือ..ฮุ่ยเหอ..เป็น..เอ่อ..เป็น"

"ข้าน้อย..ฮุ่ยเหอ...เป็นเพียงหมอเพนจรที่มาพึ่งใบบุญท่านแม่ทัพมู่หยางช่วยพามาเปิดหูเปิดตาเพียงเท่านั้น ขอท่านทั้งสองได้โปรดอภัยที่ข้าเป็นส่วนเกินในครั้งนี้"

ฮุ่ยเหอประสานมือก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยตามมารยาท...รับรู้ได้ถึงสายตาของบางคนที่ไม่พอใจตน แต่เขาเลือกที่จะเมิน 

"เจ้าเป็นหมอเหรอ...ทำไมตัวเล็ก..เจ้าผอมบางเพียงนี้...จะเดินทางไหวเหรอ เพราะจากที่นี้ไปอีกสองชั่วโมงต้องขี่ม้าไปส่วนรถม้าคงต้องจอดไว้ที่นี้ เจ้าขี่ม้สเป็นหรือไม่"

อาเฮอตุนผู้ปากไวและเถรตรง พูดโผลงออกมา มองชายที่ตัวเล็กที่แนะนำตัวว่าเป็นเพียงหมอที่ขออาศัยมู่หยางมาเปิดหูเปิดตา.....แล้วไอ้สายตาไม่พอใจของมู่หยางว่าที่น้องเขยที่มองไปที่เจ้าหมอนั้น..มันแปลกๆหรือจะมีอะไรที่ข้าไม่รู้กันนะ

"แคว๊ก...แคว๊ก.."

เสียงนกอินทรีย์ที่ร้องดังมาจากภายใน ก่อนที่ปรากฏตัวก่อนจะบินมาเกาะที่บ่าของฮุ่ยเหอ

"สวย..นกอินทรีตัวนี้สวยมากเลย ของท่านฮุ่ยเหอเหรอ....ข้าขอซื้อได้หรือไม่"

ซาเดียผู้ชื่นชอบนกอินทรีมากถึงกับตาวาวมองเจ้านกยักษ์ เป็นอาเฮอตุนที่ส่ายหัวกับความแก่นแก้วของน้องสาวที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เล็ก

"ต้องขออภัยท่านซาเดีย เสี่ยวจื่อเป็นเหยี่ยวของท่านพ่อ.....ข้าจึงไม่อาจให้ท่านได้ต้องขออภัย"

"เสียดายจัง...ข้าชอบอินทรีมากเลย..คือพี่ฮุ่ยท่านก็ถือว่าข้าเป็นน้องสาวขอข้าจับหน่อยได้ไหม...น้าขอซาเดียจังหน่อยน้าาาา"

ฮุ่ยเหอมองอาการเด็กของซาเดียแล้วยิ้มขันเล็กน้อยก่อนจะบอกให้เสี่ยวจื่อบินไปเกาะที่ไหล่ของซาเดียและดูเหมือนนางจะชอบมากเลยด้วยพยายามจะลูบขนเสี่ยวจื่อแต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆ

"แล้วนี้ท่านหมอจะนั่งม้าไปกับใครดีเพราะม้าไม่พอ"

"ท่านอาเฮอตุนเรียกข้า...ฮุ่ยเหอ..ก็พอแล้ว..ส่วนเรื่องม้าคงต้องรบกวนพวกพี่ทหารหรือไม่ก็คนของท่าน ให้ข้าซ้อนหลังไปด้วยสักคนหากไม่เป็นการรบกวนเกินไป"

"ท่านพี่อาเฮอตุน..ให้ท่านหมอขี่ม้าของข้าไปก็ได้ ส่วนข้าจะไปกับพี่มู่หยางเอง"

"เอางั้นก็ได้..เมื่อก่อนพวกเจ้าก็เคยไปเที่ยวด้วยกันบ่อยอยู่แล้ว. ท่านหมอท่านขี่ม้าเป็นหรือไม่"

"แต่ข้าคิดว่า..มันคงไม่เหมาะ..ตอนนี้ซาเดียเป็นสาวแล้วไม่ควรทำแบบเมื่อก่อน. ให้ท่านหมอไปกับข้าแล้วกัน"

มู่หยางไม่อยากให้ใครแตะต้องใกล้ชิดฮุ่ยเหอและไม่อยากให้ร่างบางเข้าใจผิดเรื่องซาเดีย ที่เขาตั้งใจจะมาปฏิเสธอย่างจริงจังกับท่านหัวหน้าเผ่าและสหายที่ก็คงทราบว่าเขาไม่คิดอะไรกับซาเดียนอกจากฐานะน้องสาวเท่านั้น

"ไม่รบกวนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยขี่ม้าของท่านซาเดียไปจะดีกว่า..บุรุษกับบุรุษอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่"

สรรพนามที่เปลี่ยนไปจากพี่มู่หยางเป็นท่านแม่ทัพมู่หยาง จากข้าหรือฮุ่ยเหอกลายเป็นข้าน้อย..มู่หยางรู้สึกเดือดดาลขึ้นมา อย่างจะประชดฮุ่ยเหอ อยากจะเอาชนะ

"งั้น...ข้าตามใจท่านหมอ..ไปกันเถอะซาเดีย..อาเฮอตุน..เดี๋ยวจะค่ำซะก่อน"

ฮุ่ยเหอเดินไปที่ม้าสีขาวปรอดก่อนจะลูบหัวมันสองสามทีก่อนจะเหนี่ยวตัวขึ้นไปบนหลังของมันโดยมีลูกน้องของอาเฮอตุนช่วยพยุงเพราะม้าตัวนี้ค่อนข้างสูงใหญ่ ก่อนที่ขบวนจะเคลื่อนออกไปโดยมีที่ฮุ่ยเหออยู่เกือบรั้งท้าย

มองไปข้างหน้ามู่หยางมีซาเดียนั่งซ้อนด้านหน้า มือโอบร่างสาวน้อยไว้แนบอก  จากมุมมองนี้ช่างเหมาะสมกันเสียจริง

ดีที่มีผ้าคลุมอยู่จึงไม่มีใครเห็นว่าภายใต้ผ้าผืนหนา มีคนผู้หนึ่งกำลังรู้สึกเจ็บแปลบ กับภาพเบื้องหน้า 

ตัดใจเสียตอนนี้ ดีกว่าตกหลุมลึกยากจะปีนขึ้นมา

....

ตอนนี้ขี่ม้าอย่างเร็วมาได้สักพัก ฮุ่ยเหอนั้นถึงจะเคยขี่ม้าแต่ก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเหมือนพี่ๆ รวมกับอากาศที่ร้อนจังยามนี้ ก็ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเช่นกัน เหมือนภาพด้านหน้ามันเบลอๆ ร่างที่อยู่บนหลังม้าโอนเอนเล็กน้อยแต่เพราะตอนนี้อยู่รั้งท้ายจึงไม่มีใครสังเกตุ ต่างขี่ม้าอย่างเร็วเพื่อไปให้ถึงจุดหมายมิได้สนใจท่านหมอที่อยู่ด้านหลัง

...ปวดหัว..ใจมันหวิวหวิว..ตาก็พร่าเบลอ..ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยว..นี้ข้าอ่อนแอถึงเพียงนี้เชียวหรือ....

ครั้งสุดท้ายที่ข้าขี่ม้าในทะเลทรายเมื่อไหร่กันนะ....เหมือนครั้งนั้นท่านพ่อจิ้นหลิงและท่านพ่อจิ้นซิน..จะบอกว่าข้าไม่ควรขี่ม้า..เพราะข้าฝีมือแย่สุดแล้วพวกท่านก็หัวเราะ..ข้าที่วิ่งไล่ตีพวกท่าน..คิดถึงพวกท่านพ่อ..ท่านแม่..และพี่ๆ...ใกล้ถึงเวลาที่ข้าจะกลับบ้านแล้วสินะ...ตอนนี้พี่คังทำอะไรอยู่...ข้าหวังว่าท่านจะมีความสุข


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

14 ความคิดเห็น