จางฮุ่ยเหอ

ตอนที่ 31 : เสือ สิงห์ กระทิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    27 พ.ย. 61

 

"เจ้า..เป็น...เจ้าจริงๆใช่ไหม..ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม..แม่ทัพมู่ตบหน้าข้าที..ไม่ใช่ว่าข้าเมาจนหลอน"

องค์ชายจ้าวเจา สติหลุดไปเรียบร้อยถึงกับให้แม่ทัพมู่ตบหน้าเพื่อทดสอบ

ฮุ่ยเหอได้แต่กลั้นหัวเราะจนน่าแดง ไม่ค่อยได้เห็นด้านนี้ของพี่จั่นเจา

"ข้าอาจจะเป็นวิณญาณ ที่ทนเสียงหนวกหูของพวกขี้เมา ที่ชอบมาดื่มเหล้าเคล้าน้ำตาก็ได้นะ..ดูพวกท่านแก่ขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย...แต่ข้าสิยังเป็นเด็กหนุ่มน้อยอยู่เลย...เฮ้ย!!!!ดะ...เดี๋ยว...~~~"

คังมินกระชากร่างบาง เข้าวงแขนกดจูบปากแดงที่แสนจะคิดถึงและโหยหา ร่างเล็กดิ้นเล็กน้อย

จะเอ่ยปากว่า ก็ถูกลิ้นของอีกคนแทรกเข้ามาคว้านหาลิ้นเล็กที่พยายามหลบหนี

ฮุ่ยเหอก็คิดถึงพี่คังเช่นกัน ลิ้นเล็กจึงพัวพันลิ้นใหญ่แลกความรู้สึกโหยหาซึ่งกันละกัน หลังจากที่ปรับองศาและลมหายใจได้

จนลืมคนเมาอีกสองคนที่อยากจะร่วมวงใจจะขาด จนผ่านไปพักใหญ่ ฮุ่ยเหอกลายเป็นเทียนเหลว คังมินยอมปล่อยปากที่บวมเจ่อจากรสจูบที่รุนแรง น้ำหวานสีขาวใสยืดเป็นสายเชื่อมต่อกัน

"พี่คัง..ข้ากะ..เฮ้ย!!!!~~~"

ฮุ่ยเหอต้องตกใจรอบสอง เมื่อถูกกระชากออกจากอ้อมอกที่คุ้นเคย ไม่ทันจะตั้งตัว ท้ายทอยถูกยึด ด้านหน้าคือพี่จั่นเจาที่ก้มหน้าลงมา ใช้ริมฝีปากเย็นที่มีแต่กลิ่นสุราปิดปากที่ยังอ้าค้าง...

."อืม.."

ทันทีที่ปากแตะกัน ฮุ่ยเห่อไม่มีโอกาวได้ประท้วง ถึงจะใช้มือดันไหล่อีกคน แต่มันก็อ่อนแรงเหมือนกับไปวางบนไหล่ เพื่อผยุงตัวเองไว้

เงยหน้ารับรสจูบที่แปลกใหม่ จากคนที่เป็นเหมือนพี่ชายและสหายคนแรก ในวันที่เข้าวังครั้งแรก

มันก็ยากอยู่ที่จะขยับสถานะ แต่คงไม่ทันแล้วเพราะอีกคนที่กำลังบดจูบไม่ยอมปล่อยจนลมหายใจแทบจะหมด สองมือที่เมื่อก่อนนุ่มนิ่มบัดนี้มีตุ่มสากที่มือเพราะจับกระบี่

ได้ทำการเปลื้องผ้าฮุ่ยเห่อเสียแล้ว ถึงจะเป็นแค่ชุดด้านนอกก็เถอะ ก่อนที่จะเลยเถิดไปกว่านี้ปากก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ

ฮุ่ยเหอเข่าอ่อนล่วงลงไปกองกับพื้นอย่างหมดแรง โดยมีบางคนพยุงอยู่ใกล้ๆและคิดว่าน่าจะเป็นพี่คังมิน

"..พะ..พี่..จั่นเจา..มัน..นี้มัน..อืม"

ไม่ทันพูดจบดี ถูกคนที่ไม่ได้คาดหวัง คิดว่าแค่อารมณ์ชั่ววูบกดจูบลงมา ลิ้นเล็กถูกดูดดึงไล่ต้อนอีกครั้ง สองมือขย้ำคอเสื้อของแม่ทัพมู่หยางอย่างไม่รู้ว่าจะวางไว้ไหน

แว่วได้ยินเสียงสองคนด้านหลังคุยกัน..แต่มันจับใจความไม่ค่อยได้ เพราะความรู้สึกวาบหวามกับรสจูบที่อ่อนโยนและเรียกร้องในที ของบางคนที่ไม่ยอมปล่อยให้คิดอะไรมาก นอกจากรสจูบของที่มอบให้...

"คังมิน..ในห้องนอนมีเบาะไหม..."

จ้าวเจาที่แน่ใจแล้วว่าตรงหน้าคือฮุ่ยเหอที่มีชีวิตจริง...ร่างกายที่อบอุ่นและรสหวานของริมฝีปากที่ได้ลิ้มรส

"มี..ว่าแต่ท่านจะเอาจริงเหรอ..หากว่าฮุ่ยเหอโกรธขึ้นมาหละ"

คังมินที่งดใช้คำราชาศัพท์ชั่วคราว หันมองน้องน้อยที่ถูกแม่ทัพมู่หยางอุ้มไว้ทั้งที่ปากยังจูบกันไม่ห่าง..

ใช่ว่าตัวเขาตอนนี้ก็แทบทนไม่ไหวแล้ว..ตั้งแต่ฮุ่ยเหอจากไป ตนไม่เคยมีสัมพันธ์กับใครอีกเลยแม้แต่ช่วยตัวเองยังไม่มี..

ทั้งสามเหมือนกันในเรื่องนี้..

ดังนั้นพอเห็นว่าน้องกลับมามีชีวิตอีกครั้ง บางอย่างก็พร้อมจะรบ จนแทบกลั้นไม่ไหว อยากจะโจ้งจ้วงเข้าไปในร่างอุ่นๆของตัวเล็ก

แต่พวกเขามีสามคนและน้องคนเดียว หากทำพร้อมกันฮุ่ยเหอจะเป็นอะไรไหมนะ

"นี้คังมินจะคิดอีกนานไหน..ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว..ห้าปีเชียวนะ..มังกรข้าเหี่ยวมาห้าปี..เจ้าไม่ทำข้าทำเอง..อย่าหาว่าไม่ชวน"

จ้าวเจาชี้เจ้ามังกรหว่างขาที่ดันกางเกงจนแทบจะทะลุเนื้อผ้า ตาก็มองของคังมินที่ไม่ต่างกันก่อนที่สองตนจะจับมือกันและเป็นอันตกลง..

โดยที่ฮุ่ยเหอไม่ได้รู้เลยว่า คืนนี้จะต้องรับศึกหนังหน่วงจนต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว..

ท่านแม่ทัพแอบยกนิ้วโป้งเห็นด้วย อุ้มร่างเล็กเดินตามเจ้าของบ้านเข้าไปยังส่วนห้องนอนใหญ่ที่ตอนนี้ คังมินลากฟูกมาวางกลางห้อง เป็นที่เรียบร้อย

มู่หยางวางฮุ่ยเหอลงที่ฝูกเย็น. พอผิวสัมผัสความเย็นสติที่กระเจิดกระเจิงก็วิ่งกลับเข้าที่..ในสถานะการณ์ที่อันตรายสุดๆ

ฮุ่ยเหอกุมสาปเสื้อตัวเองแน่น..มองคนนั้นที..มองคนนี้ที..พี่คัง พี่จั่นเจา พี่มู่หยาง สามคนยืนล้อมฟูกนอนทั้งสามด้านแต่ละคนมองฮุ่ยเหอแทบจะเรียกได้ว่า ถ้ากินลงไปทั้งตัวได้ คงจะกินลงท้องไปแล้ว

ไม่น่าแล้ว..ข้าไม่น่ามาโผล่ตอนที่พวกขี้เมาอยู่กันพร้อมหน้าเลย...ฮือ...ฮือ....

ก็เพราะดีใจ..ที่ได้เกิดใหม่อีกครั้ง

ก็เพราะดีใจ..ที่จะได้กลับมาเจอบรรดาคนที่ตนรักอีกครั้ง

ก็เพราะแบบนี้

พอครบกำหนดเวลา ร่างกายสามารถกลับมาจับต้องได้อีกครั้ง ก็คิดอยากจะทำให้พี่คังแปลกใจ ไม่คิดว่า พี่จั่นเจาและพี่มู่หยางจะมารวมตัวกัน กำลังก๊งเหล้ากันอย่างสนุกสนาน..

ก็แค่อยากร่วมสนุกด้วยเฉยๆ ตั้งแต่ตายไปก็เห็นคนเหล่านี้ต่างโศกเศร้าเสียใจ จนรู้สึกเจ็บปวดมากกว่า ได้แต่มองอยู่ข้างพยายามสัมผัสเพื่อปลอบประโลมก็ไม่อาจทำได้ จำต้องรอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควร

ในเวลานั้นเกิดเรื่องมากมายจริง..นอกเหนือจากนั้นเป็นเพราะได้บุญกุศลจากไต้ซือเต๋อหมิง..ที่ช่วยทำให้สิ่งต่างๆเร็วขึ้น

ยังดี...ที่วันนั้น..เทพหยางและท่านพ่อกงชุน ดึงดวงวิญญาณของตนออกมาเก็บไว้ ก่อนที่ยมฑูตขาวดำ จะทันเอาดวงวิญญาณไป พร้อมกับที่เทพหยินปรากฏกายขึ้นมา ถึงจะไม่สมบูรณ์แต่ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตกับเทพหยางได้

ห้าปี....ที่ได้แต่เฝ้ามอง

ห้าปี....ที่ไม่อาจทำอะไรได้ดังใจ

ห้าปี....แห่งการรอคอย

ไม่คิดว่าจะลงเอย..ด้วยการโดนล้อมแบบนี้..นี่..นา...โฮกกกกก

"หยุดก่อน...พวกพี่ไม่อยากรู้เหรอว่าทำไม..ข้าถึงมาอยู่ที่นี้เวลานี้...หยุด!!จะถอดเสื้อกันทำไม พวกท่านฟังข้าก่อนข้ามีเรื่องจะบอก..."

ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงส่าน รีบห้ามพวกตาแก่ขี้เมา ที่ถอดเสื้อผ้าอย่างไวจนน่าใจหาย แต่ละคนโชว์มัดกล้าม แปร่งออร่าความหล่อน่ากัดออกมาอย่างไม่ยอมใคร หากได้กัดสักคำ...

~~อ๊า~~ไม่นะ..ข้าเป็นอะไรไปเนี่ย

"เอาไว้ เล่าไปทำไป แล้วกันเนอะ...จงยอมเป็นอาหารให้พวกข้ากินเสียดีๆ..หึ..หึ...พวกข้าอดอยากปากแห้งมานานแล้วเมียจ๋า...มามะ..."

จั่นเจาเอ่ย ทำท่าปาดน้ำลายด้วยสายตาหื่นๆช่างเหมือนคนขี้เมาบวกบ้ากาม

"ฮุ่ยเหอ..ยอมพี่เถอะ..พี่คังจะค่อยๆทำ"

"ใครจะเชื่อท่าน..พี่คัง..สายตาท่านมันไม่ใช่แบบนั้นสักนิด..อย่าเข้ามานะ..ตาบ้า~~"

"พี่มู่หยาง...รักฮุ่ยเหอ..อยากเข้าไปอยู่ในตัวตอนนี้..ขอพี่นะ"

"พวกท่าน...นี้ข้าเพิ่งจะได้ร่างใหม่มานะ..ข้ายังเด็ก....ทะ"

ปากถูกปิดลงอีกครั้งด้วยปากร้อนๆแต่อบอุ่นจองมู่หยาง ที่ควานหาความหวานไม่รู้เบื่อ สองมือน้อยๆแทนที่จะดันหน้าพี่มู่ กลับต้องมายื้อเสื้อตนเองออกจากมือของพี่จั่น ไม่ให้ถอดออกไหนจะดึงรั้งกางเกงที่ใส่

ที่กำลังถูกพี่คังแกะปมจนหลุด และพยายามดึงออกจากสะโพกกลมมน

หนึ่งแรงหรือจะสู้แรงหื่น ของสามผู้อดอยากปากแห้งมานาน เพียงครู่ร่างกายของฮุ่ยเหอก็ไร้สิ่งป้องกันใด เผยเนื้อขาวๆสดๆให้ เสือ สิงห์ กระทิง แถวนี้ได้ยลโฉม กระต่ายเนื้อหวานเป็นบุญตา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

14 ความคิดเห็น