(จบแล้ว) ไป๋เหมยฮวาสตรีแกร่งแห่งกองทัพอุดร

ตอนที่ 11 : พ่อเป็นใคร?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 383 ครั้ง
    14 ก.ย. 62



หลู่หลินจู

บุตรสาวคนโตสกุลหลู่

เป็นคู่หมั้นคู่หมายเก่าของชินอ๋อง




แม้พวกเขาจะเข้าประชุมลับกันอย่างงงๆโดยมีชินอ๋องหรือแม่ทัพบูรพาตามมาด้วย แม้จะเป็นข้อห้ามแต่เหมยฮวาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพราะหยางหลงรีบรู้ตัวตนที่แท้จริงของนางแล้วและสิ้งที่นางปลื้มใจคือเขาเปลี่ยนดาบมาใช้คาตานะของนางเพียงแค่เปลี่ยนสีผ้าของด้ามจับเป็นสีดำทองคล้าสีกระบอก


เหมยฮวาจ้องไปที่อาวุธคู่กายอันใหม่โดยมิได้สำรวมกิริยาทำเอาท่านพ่อถึงกับกุมขมับ 'โอ้ยย ตายนี่ลูกสาวข้าอยู่กับบุรุษมากเกินไปใช่หรือไม่ถึงได้หาความเอียงอายจากตัวนางยากยิ่งนัก หวังว่าชินอ๋องคงไม่ถือสานาง'


"เอาเป็นว่ารุ่นที่สามอยู่เมืองหลวงช่วยท่านพ่อนี่แหละส่วนเรื่องเพิ่มเกียตริแก่เผ่าเมารีไม่ควรมีเจ้าค่ะ หากจะให้ก็ให้เฉพาะพวกเรา"


"คุณหนู .. ขอบพระคุณที่ไม่ลืมคำสัญญาขอรับ"


หัวหน้าชนเผ่ากล่าวอย่างปราบปลื้มที่แม้เวลาล่วงเลยมานานแต่สัญญานางยังคงยึดมั่นไม่แปรเปลี่ยนตามแบบที่ท่านแม่ทัพเคยบอกไว้ว่าอย่าห่วงไปเลย


"อะไรกันท่านลุง ลูกชายท่านอย่างพี่ยวนถังทำงานดียิ่งกว่าองค์รัชทายาทเสียอีก"


ทำเอาท่านพ่อและหัวหน้าชนเผ่าเหงื่อแตกพลั่ก หยางหมิงเองก็นึกขุ่นเคืองที่ว่าเหตุใดนางจึงมาจิกกัดเขาได้หละนี่ว่าแล้วก็ย้ายที่นั่งอย่างเนียนๆไปนั่งข้างฉางมีมี่ด้วยท่าทีหงุดหงิด


"ฮวาเอ๋อเจ้าจะบอกว่าข้าไร้ประโยชน์งั้นหรือ!"


"ข้ามิกล้าเจ้าค่ะสหาย ตามจริงข้าก็มิได้พูดเสัยหน่อย"


"ฮึ่ยย!"


เหมือนจะโกรธแต่ก็ไม่โกรธ หยางหมิงเอาหัวซบไหล่บางของมีมี่อย่างเอาแต่ใจ ทำเอามีมี่เหงื่อผุดตามใบหน้าด้วยกลัวว่าจะโดนประหารเข้าสักวัน 'ฮือออ องค์รัชทายาทต้องไม่ชอบนางแน่เลยถึงได้ทำทีท่าน่ากลัวเช่นนี้' มีมี่คร่ำครวญอยู่ในใจและนึกๆไปว่านางทำสิ่งใด้ให้เขาขุ่นเคืองกันนะ (โธ่วว น้องง)


"อ้ะ องค์รัชทายาทเหตุใดจึง"


"เจ้ากล้าขัดหรือ!"


เขาเพียงข่มขู่เพื่อได้หลอกกินเต้าหู้ต่อเท่านั้นแต่เขาก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี่นางหวาดกลัวเขามากเพียงใดและคิดหาวิธีหลบหนีเขาเพื่อศรีษะที่จะยังคงอยู่บนบ่านางจนแก่เฒ่า


"อะ เอ่ออ"


"ปล่อยไปเถอะมีมี่ บางทีหากองค์รัชทายาทได้'ซบ'เจ้าสักพักคงจะหายดี"


ด้วยความหน่ายใจของทุกคนที่ได้เห็น 'เหตุใดสหายข้าถึงได้หลอกกินเต้าหู้สาวใช้ได้น่าตายเช่นนี้อีกทั้งยังทำต่อหน้าทุกคนราวกับว่าประกาศความเป็นเจ้าของเสียนั่น'


ทางหยางหมิงเองได้ลอบยกนิ้วให้เหมยฮวาอย่างลับๆเป็นการบอกว่าเจ้าทำได้ดี


"เห็นทีแม่นมฉาง ท่านแม่ของมีมี่คงหลับสบายได้แล้วลูกสาวคงได้สบายมิต้องมาลำบากในภายหลัง"


หยางหลงที่เงียบอยู่นานก็ได้เอ่ยพูดตามที่เขาเห็นหากถามว่าเขารู้จักท่านแม่ของมีมี่ได้เช่นไร นั่นก็เป็นเพราะแม่นมของมีมี่มีชื่อเสียงอย่างมากในการดูแลสั่งสอนบุตรและแม่นมฉงลี่เติบโตมาในตระกูลสูงศักดิ์โดยเป็นสาวใช้คนสนิทของฉินฟงหลินหรือฮูหยินไป๋ฟงหลินมารดาของเหมยฮวา


ที่มาจากสกุลฉินตระกูลสูงศักดิ์ของราชครูที่ได้สอนทุกอย่างแก่ ราชวงค์อย่างฮ่องเต้และตัวเขาที่เป็นชินอ๋อง เมื่อฟงหลินแต่งออกไปแม่นมที่เป็นสาวใช้ได้ตามดูแลรับใช้ในตอนที่ฟงหลินยังไม่ได้ให้กำเนิดบุตร


ฉงลี่ได้ขออณุญาติเป็นแม่นมให้แก่ลูกหลานตระกูลไป๋ เมื่อฟงหลินและฮุ่ยหลงอณุญาติชื่อเสียงแห่งการสั่งสอนที่ดีได้แพร่กระจายอย่ารวดเร็วโดยบ่าวในจวนสกุลไป๋เองเพราะลูกหลานที่ถูกอบรมสั่งสอนอย่างดีของแม่นมฉงลี่ทำให้เมื่อถึงช่วงปักปิ่นก็มีแต่แม่สื่อมาเทียบสู่ขอบุตรสาว


 ส่วนคุณชายที่มีความดีงามสุขุมใจเย็นและเป็นสุภาพบุรุษก็มีแต่หญิงสาวต่างหมายปอง ต่อมาจึงมีแต่คนว่าจ้างแม่นมให้ดูแลสั่งสอนบุตรของตนจนกระทั่งมีข่าวดีว่าฮูหยินไป๋ตั้งท้องแม่นมฉางจึงกลับมารับใช้ตามเดิมด้วยความดีใจที่ได้มีโอกาสดูแลบุตรของนายสาว 


แต่ในช่วงนั้นฉงลี่ก็ได้แต่งงานกับพ่อค้าฉางหยงเปาที่ไม่ได้ร่ำรวยมากนักแต่ความรักของทั้งคู่ยืนยาวและมั่นคงยิ่งทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ฮูหยินฟงหลินยังมิได้พบรักกับไป๋ฮุยหลิง และด้วยความเมตตาจากฮุ่ยหลงบัดนี้ฉางหยงเปาบิดาของมีมี่มีหน้าที่เป็นพ่อบ้านดูแลจวนของสกุลไป๋เพราะมีความรู้ทางการค้าจะทำให้สามารถจัดการปัญหาต่างๆได้ดี 


แม้จะต้องเสียแม่นมฉางไปในขณะที่มีมี่อายุได้สิบขวบปี แต่มีมี่ก็หาได้ขาดความอบอุ่นไม่เพราะมีทั้งฮูหยินและนายท่านที่คอยดูแลเอาใจใส่ดั่งบุตรที่เกิดจากตน มีมีเองมีศักดิ์สูงกว่าบ่าวในจวนถึงหลายขั้นแต่นางไม่เคยทำตัวสูงส่งขีดเส้นแบ่งแยกแม่แต่น้อยไม่แปลกที่นางจะเป็นที่รักของใครหลายๆคนรวมถึงองค์รัชทายาทโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว


"กระหม่อมเห็นด้วยพะยะค่ะ"


"ท่านพ่อ! อย่าไปให้ท้ายทั้งคู่สิเจ้าค่ะ" เหมยฮวาแย้ง


"อะเอ่ออ พ่อว่าเจ้ามากกว่านะที่ให้ท้าย"


ฮุ่ยหลงเอ่ะใจที่นางกล่าวเตือนเขาแต่ไม่ดูพฤติกรรมตัวเองที่ให้ท้ายสหายสูงศักดิ์นางอยู่


"อะ อุ่ยย"


นางหลุดลืมตัวพลางหัวเราะน้อยๆเป็นการบอกว่าข้าลืมตัวนี่เจ้าค่ะ ทางหยางหมิงมีหรือจะฟังเขากำลังอิ่มเอมกับความสุขบนความ'ทุกข์ใจ'ของมีมี่อยู่ ส่วนหยางหลงได้แอบลอบมองเหมยฮวาเป็นบางครั้งเพราะเขาเกรงใจฮุ่ยหลงที่เป็นสหายคนสนิทของพี่ชายเขาอยู่บ้าง


เพราะฮุ่ยหลงรู้เบื้องหลังเขาจนหมดในใจก็นึกหวั่นว่าฮุ่ยหลงจะรังเกียจเขาที่เคยเหลวไหลมาก่อนเพราะฮุ่ยหลงเองมีบุตรีเพียงคนเดียวเขาจึงเข้าใจว่าหวงมาก เขาก็เคยคิดหากเขามีลูกเป็นบุตรีคงจะหวงราวกับมังกรหวงไข่เป็นแน่ก็เขาผ่านช่วงเวลาเหลวแหลกมาก่อนนี่




************************************



เว่ยหยางหลง



เมื่อพวกเขากึ่งคุยกึ่งนั่งดูเหมยฮวากับหยางหมิงทะเลาะกันและกึ่งเอือมที่องค์รัชทายาทหลอกกินเต้าหู้มีมี่อย่างหน้าด้านๆ


"เอาหละๆๆ เจ้าปล่อยตัวสาวใช้ข้าได้แล้ว ข้าจะกลับจวน ส่วนเจ้าต้องเข้าเฝ้าฮองเฮากับฮ่องเต้ฉะนั้นเจ้าไปส่งไม่ได้รีบๆล่ำรากันเสียให้พอ!"


เหมยฮวาเหนื่อยที่จะทะเลาะกับเขาแล้ว และนางก็ได้ปล่อยให้หยางหมิงจ้องมองมีมี่ของนางอยู่พักใหญ่แล้วเหมือนกันแต่หมอนี่ก็หาได้กล่าวสิ่งใดออกมาไม่ 


'ขี้เกียจรอแล้ว เข้าใจป้ะ เห้ยย เร็วดิว้าาา รัดทายาท อยากเท่วอะ อยากเท่ว' หยางหมิงส่งสายตาจิกกัดให้เล็กน้อยแต่ก็รีบเบี่ยงกลับมาจดจ้องดวงตาของมีมี่อย่างไว


"อืม เจ้าไปได้ อย่าลืมรักษาเนื้อรักษาตัว"


"พะ เอ่ออ เจ้าค่ะ"


เมื่อจะกล่าวว่าเพคะแต่ก็โดยสายตาดุดันนั่นกลับนางที่หวาดกลัวอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงทำให้นางยอมเอ่ยวาจาธรรมดาแก่เขา หยางหมิงส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ก่อนเดินจากไปอย่างอ้อยอิ่ง


"ดูก็รู้ว่าไม่อยากจากไปแต่ขอติหน่อยเถอะไอ้รอยยิ้มอบอุ่นราวกับพระอาทิตย์ตกดินนั่นใยข้าจึงมิเคยได้รับ" เหมยฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัยปนน้อยใจ


"เพราะเจ้าไม่คู่ควร เจ้าสหายวิปริต!"


 หยางหมิงโต้ตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก เพราะสหายตัวดีของเขาทำให้วันนี้ครึ่งวันเต็มไปด้วยน้ำลายที่สาดใส่กันของเขาและเธอแต่ข้อดีของนางคือให้ท้ายเขาได้กินเต้าหูมีมี่


"เจ้า!" 


ห้ะะ อิหยังวะ ทำท่าทางราวกับเรามันตัวประหลาดถ้าไม่นับเป็นเพื่อนหรือองค์รัชทายามคงได้ฟันหัวขาดไปแล้วนะนั่น!


'วิปริตอะไรว้ะ งง คนสวยงง'


ราวหนึ่งชั่วยาม (2 ชม.) มีมี่และเหมยฮวาฝึกคมดาบร่วมกันอย่างขมักเขม้นเพราะอีก20วันหลังจากนี้มีมี่จะไปอยู่ที่ชายแดนกับเธอด้วยคำสั่งตายจากหยางหมิงที่อยากเห็นหน้ามีมี่ตลอดเวลาจนเหมยฮวานึกหมั่นไส้


เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามีแค่เหมยฮวาเท่านั้นที่ได้กอดหรือซบมีมี่แต่บัดนี้ที่ตรงนั้นจะไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว เมื่อคิดแล้วก็หงุดหงิดเหมยฮวาร่ายคมดาบฟันรัวๆจนแท่งไม้สำหรับฝึกซ้อมขาดหวิ่นด้วยดาบทหารเพียงเล่มเดียว(นางไม่ได้ใช้คาตานะเด้อทุกคน)


เมื่อผึกซ้อมพอหอมปากหอมคอแล้วจึงได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและร่วมทานอาหารกับทหารในค่ายอย่างอิ่มเอม เมื่อคิดจะกลับจวนเสียเลยก็นึกเสียดายเวลาเที่ยวเพราะนางอยู่แต่ชายแดนเจอะเจอแค่ตลาดขนาดเล็กหาได้ใหญ่โตเท่าเมืองหลวงไม่จึงได้ชักชวนให้แวะตลาดก่อนเข้าจวน


ตลาดกลางเมือง


ตลาดแห่งนี้ใหญ่จนสร้างหมู่บ้านได้หนึ่งหมู่บ้านเลยแหละมีของมากมายขายตามทางอีกทั้งยังมีโรงเตี้ยมอีกหลายที่ตั้งแข่งขันกัน


'อืมม ตั้งติดกันเกินไปแล้วว'


เมื่อเหม่อมองจนมิได้สนใจผู้คนที่ลอบมองนางอย่างเพ้อฝันนั้นก็เกิดเหตุขึ้นกับนาง


"อ้ะ!!"


"คุณหนู! เจ็บที่ใดรึไม่เจ้าค่ะ?"


"มะ ไม่มีมี่ ข้าไม่เจ็บที่ใด"


สตรีนางนึงล้มอยู่ใกล้ๆนางแต่เหมยฮวามั่นใจได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรืออุบัติเหตุเมื่อสตรีนางนี้ตั้งใจพุ่งชนนาง แต่สตรีที่ช่วยพยุงนั้นมันจางลี่หลินมิใช่รึ แล้วที่ชนนางนั่นเป็นใครกัน


"ยังไม่กล่าวขอโทษอีกรึ ช่างไร้มารยาท!"


จางลี่หลินทำท่าทีกระฟัดกระเฟียดอีกท่าก็ทำเป็นจะเอาเรื่องนาง ชาวบ้านที่อยู่ตามละเวกนั้นต่างเดินเข้ามาเพื่อรอชมดูงิ้วสด ส่วนสตรีที่ตั้งใจเดินชนนางเดินปลีกตัวหลบอยู่ด้านหลังลี่หลินด้วยท่าทีหวาดกลัว


'อะไรกันท่าทีหวาดกลัวของยัยนั่น ตัวเองตั้งใจเดินชนข้าเองแท้ๆ'


"ลูกไม้ตื้นๆ นี่ถามจริงนะจางลี่หลินสมองคิดได้แค่นี้หรอตั้งใจพุ่งเข้าเดินชนแต่ทำเหมือนข้าผิด ทำไมสมองเจ้าถึงมีแต่ขี้เลื่อยเล่าทั้งๆที่พ่อและพี่ชายเจ้าช่างแสนดีเหลือเกินแต่ดูเจ้าสิน่ารังเกียจยิ่งกว่าใส้เดือนดิน"


"เจ้า!! เจ้ามิกลัวทำตัวไม่รู้จักรับผิดชอบเช่นนี้เป็นถึงบุตรีของผู้สูงส่งแต่กลับทำตัวยิ่งกว่าไพร่ในเรือน" 


'นี่มันเข้าตัวเองชัดๆ เหตุใดนางถึงไม่รู้น่ะ?'


"ว้าวว นั่นเจ้ากำลังด่าตัวเองและสตรีที่ยืนอยู่หลังเจ้านี่!!"


คำพูดของเหมยฮวาทำเอาหญิงสาวนางนั้นสะดุ้งโหยงด้วยความโกรธที่โดนด่าอย่างเนียนๆ


"จะ เจ้า!"


"เอาเถิดๆๆ ข้าเห็นด้วยยิ่ง! เหตุใดจึงชอบทำตัวเยี่ยงไพร่เล่าทั้งที่ตนได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี"


แน่นอนว่าการจิกกัดของเหมยฮวามักสร้างความเจ็บปวดสำหรับผู้ที่โดนนางจิกกัดเสมอ


"ไป๋เหมยฮวา!!!"


จางลี่หลินร้องเรียกชื่อนางพรางชี้หน้าอย่างโมโห


"เอ้ะ หรือว่าๆๆ มีมี่ หรือว่าการสั่งสอนจะไม่ช่วยขัดเกลาจิตใจที่มืดมิดของนางกันนางถึงได้ชั่วช้าเช่นนี้ ข้าสงสารนางยิ่งนัก"


มีมี่ขบขันอย่างโจ่งแจ้งจนทำเอาลี่หลินสติแตกและทำท่าราวกับจะเข้ามากระชากหัวเหมยฮวาแต่ก็โดนฉุดรั้งเอาไว้เสียก่อน


"ขออภัยเจ้าค่ะ เป็นข้าเองที่เดินมิดูทางจนทำให้แม่นางเดินมาชนข้า"


"หืมม?"


'อย่างนี้ก็ได้หรอ โยนความผิดให้แบบซึ่งๆหน้าเนี่ยนะ หัวร้อนเลยไอ้เวเอ้ยย ทั้งชีวิตไม่เคยเจอใครด้านทนเท่าหน้าผู้หญิงสองตัวนี่เลย ถ้าอยากเล่นเดี๋ยวอิเวจัดให้'


'อยากเล่นใหญ่ใช่ไหม ได้! เดี๋ยวเวก้าคนนี้จะเล่นใหญ่กว่าให้ดู!'




************************************




ไป๋เหมยฮวา



เหมยฮวาที่กำลังควบคุมสติตนเองอยู่นั้นก็ได้นับกำลังใจจากมีมี่อย่างน่ารักนางเห็นสายตามีมี่บอกนางเป็นนัยๆว่า 'จัดการมันเลยเจ้าค่ะ' ทำเอานางหึกเหิมยิ่งนัก!


"ตัวข้าผู้นี้มีนามว่า หลู่หลินจู เจ้าค่ะแม่นางข้าต้องขออภัยจริงๆ และขอหะ..."


หลินจูยังพูดแนะนำตัวได้ไม่ทันจบงิ้วของเหมยฮวาก็ได้แสดงสู่สายตาเหล่าชาวบ้านทันที ส่วนชาวบ้านที่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนพวกเขาจะอยู่ข้างเหมยฮวาและอีกกลุ่มจะยืนเป็นกลางเพราะไม่ทราบข้อเท็จจริง


"ฮึก ฮึก ฮือออออ "


น้ำตาสั่งได้เหมือนเปิดก้อก นางเอาสกิลนางเอกที่เคยดูมาผ่านตาในทีวีที่แม่ชอบเปิดดู จากที่ร้องนิดๆต่อมา ฟูมฟายบานพ่อเสีย เอ้ยย ราวขาดใจ


"จะ เจ้าร้องไห้ด้วยเหตุอันใด"


หลินจูชงักข้างเมื่อแผนที่ตนคิดไว้ในใจอย่างรวดเร็วกลับพังไม่เป็นท่าเมื่อศรัตรูของน้องสาวญาตินางร้องห่มร้องไห้ปานขาดใจ


"แงงงงงงง ใยพวกเจ้าทั้งสอง ฮึก ฮึก ช่างร้ายกับขะ ข้า ฮึก ยิ่งนักเล่า"


เหมยฮวางัดสกิลการตัดพ้อรัวๆ นิสัยเดิมเป็นหญิงโนสนโนแคร์แต่นี่ต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายตัดพ้อราวแฟนไปมีชู้ (เออ นี่แหละแฟนเก่าพี่หลงอะ)


"นี่! หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ นังเหมยฮวา"


ตัวลี่หลินเองก็ตะลึงนางเคยแกล้งจนเหมยฮวาหลั่งน้ำตามาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็มิเคยมีครั้งใดที่นางฟูมฟายจะเป็นจะตายเช่นนี้


"ขะ ข้าไปทำสิ่งใดให้ท่านขุ่นเคืองใจกระนั้นฟรือถึงได้ใส่ความข้า'อย่างหน้าด้านๆ'เช่นนี้ข้าหาได้เดินชนท่านไม่ แต่เป็นท่านที่พุ่งใส่ข้า!"


เหมยฮวาหยุดร้องตามคำสั่งลี่หลินพรางก่นด่าพวกนางทั้งสองโดนเน้นคำ 'อย่างหน้าด้านๆ' ให้ขนบนหน้าตีกันจนชาไปข้างนึง 


พวกชาวบ้านยืนดูอย่างสนุกสนานพวกที่ไม่รู้ความจริงก็มาเข้าพวกเหมยฮวาเพียงเพราะนางมีคำพูดเชือดเฉือนคมกริบยิ่งกว่ามีดแล่เนื้อเสียอีก


"จะ เจ้าหยุดร้องแล้วรึ " หลินจูถามอย่างงงๆ


"นั่นสิ! เหตุใดจึงหยุดง่ายนัก!" ลี่หลินต่อเติม


"เอ้าา สงสัยรึ จะสงสัยสิ่งใดก็แล้วแต่เจ้าเถิด แต่หากเป็นเรื่องของข้า ข้าก็อยากเอ่ยบางสิ่งให้รู้ไว้ ว่าสงสัยได้แต่อย่าโง่ เพราะข้าชังคนโง่ยิ่งนัก"


เหมยฮวาพูดจายียวนใส่ลี่หลินจนนางใบหน้าบิดเบี้ยวไปตามที่เหมยฮวาตั้งใจ แต่แค่นั้นยังไม่สะใจพอจึงเติมไปเข้าไปให้ร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม


"โดยเฉพาะคนโง่อย่างเจ้าที่คอยแต่รังแกข้าจนเกือบตายมาแล้วครั้งนึง พ่อกับแม่เจ้าคงอบรมสิ่งที่ดีให้เจ้าไม่ได้แล้วหละ เพราะเจ้าชั่วช้าเกินคน หากเจ้าบอกว่าเจ้าเป็นสัตว์เดรัจฉานในร่างคน ข้าก็เชื่อโดยไม่ปริปากถามสักคำเพราะข้าก็เห็นอยู่ว่าเจ้าชั่วช้าเกินคน!"


กรี้ดดดด ~~ 


แน่นอนว่าถ้อยคำเจ็บแสบทำให้ลี่หลินทนฟังไม่ไหวเธอกรีดร้องออกมาอย่างไม่อายพลางกระทืบเท้าระบาย แม้หญิงสาวคล้ายญาติที่ยืนข้างกายนางจะเป็นคนเดินชนแต่เพราะลี่หลินหาเรื่องนางก่อนจึงมิได้ปริปากว่าการสิ่งใด


"นังเหมยฮวา!"


"ฮืออออ มีมี่กลับจวนกันเถิดเสียงเปรตร้องขอส่วนบุญกลับไปจวนคงต้องเตรียมของไปทำบุญที่วัดบนเขาเสียแล้วจะได้เลิกมารังควานข้าเสียที"


"กิริยาของเจ้าช่างไร้มารยาทนัก...ไม่รู้รึว่าข้าเป็นญาติของนางและเจ้ามิรู้รึว่าข้าเป็นบุตรีของผู้ใด!"


'อีกแล้ว! ถามว่าพ่อเป็นใครอีกแล้ว!'


ตามพล็อตเรื่องโอ้อวดฐานะนี่นางเกลียดที่สุดเลยหละเห็นได้ชัดว่าครอบครัวนางยืนหนึ่งด้วยพ่อเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นแม่เป็นบุตรสาวของราชครูฮ่องเต้ แล้วนี่นางจะใหญ่กว่าเหมยฮวาได้เช่นไรเว้นแต่ว่านางจะเป็นองค์หญิงเสียเอง


"ถามข้ารึ แล้วข้าจะไปถามใครได้ก็ในเมื่อข้าไม่รู้จักเจ้าหรือบิดามารดาเจ้า เราก็หาได้รู้จักมักจี่ถึงขั้นนับกันเป็นสหายรึ ก็ไม่นี่ เจ้านี่ช่างน่าขำเสียจริง"


แน่หละเมื่อไม่ชอบก็ไม่ควรรักษาน้ำใจกับคนที่ตั้งใจทำร้ายร่างกายเราแต่ไม่มีจิตสำนึกที่จะขอโทษ หลินจูถึงกับอึ้งคำพูดยียวนของนางทำให้นางควบคุมตัวตนไม่ไหวอีกต่อไป 


แต่หลินจูไม่รู้เลยว่าฐานะของเหมยฮวาเทียบเท่าองค์หญิงองค์นึงได้เลยต่างจากตนที่มีท่านพ่อเป็นขุนนางชั้นสูงสามีเป็นรองแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นแต่ก็เป็นลูกน้องพ่อเหมยฮวาอยู่ดี ทางด้านลี่หลินเหงื่อไหลพลั่กเพราะนางรู้ดีว่าฐานะฝ่ายใดเหนือกว่า


"เจ้า!!"


นางร้องอย่างเจ็บใจพลางเชิ่ดหน้าอย่างเย่อหยิ่งและพูดประโยคคล้ายกันอีกครั้ง


"ปากดีนักนะไม่รู้จริงๆสินะว่าท่านพ่อข้าเป็นใคร"


"โอ้ยยย ถามอยู่ได้ว่าพ่อเป็นใคร ใช้ชีวิตมานานถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่รู้ชื่อพ่อเจ้าหรือพ่อเจ้าเป็นผู้ใด ก็ตายๆไปเสียเถิดอย่าอยู่ให้รกแผ่นดินเลย ข้าสงสารพ่อเจ้า!"


'หญิงนางนี้ความจำเสื่อมหรือไร ถามอยู่ได้พ่อเป็นใคร'


กรี้ดดดดดด


"อือๆๆ โกรธไปเถิด อ้ออ โกรธได้แต่อย่าบ้าหละ อุ้ย!! เกรงว่าจะเตือนไม่ทัน ดูสิมีมี่ โกรธจนน้ำลายยืดเลยข้าว่าเรารีบกลับจวนเถอะมีมี่ ข้ากลัวติดเชื้ออ~~ ... หมาบ้า!!"


มีมี่ที่แทบจะลากคุณหนูออกจากพื้นที่ตรงนี้ให้รีบกลับจวนตั้งแต่คุณหนูสกุลหลู่และยังไม่กรีดร้อง นับว่าคุณหนูแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว ไม่กลัวโดนตบเหมือนก่อนแล้วไม่พอยังกล้าทำท่าทางที่กุลสตรีในห้องหอไม่พึงมีอีกต่างหาก


ก็ไอ้ท่าทางนักเลงนั่นน่ากลัวว่าคุณหนูสกุลหลู่จะโดนบาทาพิฆาตจนเกิดเรื่องใหญ่โตหนะสิจึงต้องรีบดึงออกมาเพราะคุณหนูคงไม่แค่ขู่แน่ๆ ขนาดพี่ชายยังถีบมาแล้วนับประสาอะไรกับคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเล่า แล้วแบบนี้คุณหนูสกุลหลู่จะไม่กระอักเลือดตายเลยรึไง!


กรี้ดดดดดดดด ~~~~~~~~


พอดึงตัวคุณหนูออกมาได้ไม่ทันไรก็เกิดเสียงกรีดร้องตามไล่หลังมาแต่นายตนกลับเดินยิ้มแย้มอย่างเป็นสุข โธ่วว ช่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับเขาเล้ยยยย





***********************************


**หึ หลู่หลินจู จางลู่หลินเธอเล่นผิดคนแล้ว! 


**ที่มาของแม่มีมี่ไม่ธรรมดาเด้อขนาดเชื้อพระวงค์บางพระองค์ยังเคยจ้างวานให้เลี้ยงดูบุตร แต่ไม่ได้เขียนเพิ่มเพราะมันจะยืดเยื้ออ่านแล้วเบื่อๆเกินไป 


**แต่ให้รีดรู้ไว้ว่ามีมี่มีศักดิ์เป็นคุณหนูสกุลกลางๆได้เลยค่ะด้วยบารมีของท่านแม่นมที่ได้สร้างไว้แต่ก็ไม่ได้ออกไปตั้งจวนเพราะแม่นมรักและเคารพฟงหลินมากด้วยตระกูลของทั้งสองดีกับแม่นมมากๆจึงไม่อาจแยกออกไปใช้ชีวิตเองได้ค่ะ 


**และมีมี่เองก็ถูกเลี้ยงมาด้วยความรักและเมตตาจากฟงหลินและฮุ่ยหลง มีมี่มีเรือนเป็นของตัวเองเหมือนกับบุตรสกุลไป๋แต่พอดีกับฐานะค่ะ เรือนมีสองห้องอยู่อาศัยกับท่านพ่อที่เป็นหัวใจที่เหลืออยู่ของมีมี่หรือพ่อบ้านฉางนั่นเองค่ะ


**ส่วนเรื่องที่กังวลว่าหลู่หลินจูจะยังไงกับอ๋องอยู่ไหมอันนี้ต้องติดตามค่ะ ^^





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 383 ครั้ง

113 ความคิดเห็น

  1. #100 Konrawat (@Konrawat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 17:17
    อย่ากเท่วอ่า รัดทายาด 555555
    #100
    0
  2. #41 0825794143 (@0825794143) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 21:32
    ปกติแล้ว ลูกแม่ทัพย่อมมีศักดิ์สูงกว่าลูกพ่อค้านะ เพราะเป็นถึงขุนนาง ปกติต้องให้ความเคารพด้วยซ้ำไปค่ะ
    #41
    0
  3. #40 0825794143 (@0825794143) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 21:29
    รีบมาอัพต่อเถอะค่ะค้างมากๆ สนุกมากๆเลยค่ะ
    #40
    0
  4. #39 mydear26 (@mydear26) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 14:56

    ไรท์จัดการอิหลิน อิจูให้จมดินน่อยสิ ลำไยกับมันมากกกกกก เอาให้กระอักเลือดไปเลย แค่ลูกอนุกร่างยิ่ง ฮึ!!!
    #39
    0