(จบแล้ว) ไป๋เหมยฮวาสตรีแกร่งแห่งกองทัพอุดร

ตอนที่ 13 : งิ้วเล็กๆ น้อยๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    16 ก.ย. 62




จวนสกุลหลู่



"ไปที่ใดมาจูเอ๋อ เหตุใดจึงไม่กลับจวนสกุลเฟย แล้วเช่นนี้หลานข้าจะหลับลงหรือที่ไร้เงาแม่" 


หลู่เจียงฟงเอ่ยถามแกมเย้าแหย่บุตรสาวที่แต่งงานแล้ว ปกติเขาเป็นคนอารมณ์ดีแม้เจอเรื่องร้ายแรงมาเขาก็หาได้เก็บมาใส่ใจไม่ต่างจากลูกสาวของเขา


ที่บัดนี้ตามบวมเปร่งจึงคิดว่าทะเลากับสามีมาโดยมิรู้เลยว่านางได้ใช้อำนาจหยกของไทเฮาเข้าตำหนักชินอ๋องคนรักเก่าของนาง


"ท่านพ่อหยุดพูดทีเถิดเจ้าค่ะ ข้าเหนื่อย"


นางพูดเพื่อให้ท่านพ่อเลิกเย้าแหย่นางเพราะนางหาได้อารมณ์ดีไม่ อันที่จริงนางเป็นคนอารมณ์ร้ายเมื่อโมโหมักจะลงที่บ่าวไพร่แต่ท่านพ่อและท่านแม่มิเคยว่าอันใด


เพียงบางครั้งหากเกินไปกว่าเหตุก็เพียงแค่ตักเตือนว่าหากชินอ๋องทราบเข้าว่าแท้จริงแล้วนางมิใช่หยกแต่เป็นเพียงหินสีชินอ๋องคงมิปลื้ม 


นางจึงทำใจให้เย็นลงนั่นจึงเป็นแบบอย่างที่ชินอ๋องพบเจอนางที่ท่าทีของนางเชื่องช้าเรียบร้อยแลดูอ่อนหวาน


"ข้าเข้าใจ แต่ข้าบอกหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าอย่าไปยุ่งหรือคบค้ากับบุตรสาวอนุชั่วนั่น โดนด่าหน้าสั่นกลับจวนกันขนาดนี้ก็เพราะมัน จางลี่หลิน!"


ฮูหยินกล่าวอย่างมีโทสะ นางเคยเตือนบุตรสาวแล้วหลายทีเรื่องคบค้าสมาคมกับจางลี่หลิน หากเป็นสกุลจางเนื้อแท้เป็นดั่งทองคำแต่นี่อะไรเนื้อตัวและจิตใจลี่หลิน


บุตรีอนุนั่นเป็นเพียงก้อนกรวดไร้ค่าดั่งแม่ของนางที่คิดปีนเตียงนายจนสำเร็จได้เป็นอนุสมใจเดิมที่สกุลจางเป็นสกุลของท่านแม่เฒ่าหลู่จึงได้นับกันเป็นญาติเพราะ...


ครั้งที่แม่เฒ่ายังสาวนางเปรียบเสมือนดอกไม้ที่งดงามในตระกูลและตัวตนแท้ๆของเแม่เฒ่านั้นดีหนักหนามิเหมือนลี่หลินเด็กนั่นช่างไร้ยางอายมักใหญ่ใฝ่สูง!


"หลินเอ๋อมิผิดเจ้าค่ะเป็นนังไป๋เหมยฮวาที่ผิด!!"


เพี้ยะะะ


"ยังกล้าลบหลู่ดูแคลนนางอีกรึ เจ้าก็เห็นแล้ว เจ้าเห็นมากับตาถึงสองครั้งสองคราว่าเจ้าไม่มีทางชนะนางได้ไม่ว่าเรื่องใด!"


หลู่เจียงฟงตบเรียกสติบุตรีไปหนึ่งฉาดแต่ก็ไม่แรงถึงขั้นเลือดกลบเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงไม่ลงมือกับนางแม้แต่ฮูหยินเองก็ไม่ได้ตกใจหรือคิดโกรธ


เพราะหากเจียงฟงไม่ทำนางเองที่จะทำและอาจจะตบจนเลือดกลบปากเลยก็ว่าได้เพราะตั้งแต่เล็กจนโตหวายยังมิเคยได้ลงบนตัวของนางแม้แต้ครั้งเดียว พวกเขาจึงตระหนักได้ว่าเขาเลี้ยงดูนางผิดจริงๆ


"ไม่จริง! เหตุใดข้าจะแพ้นางซ้ำๆแม้เจอกันคราแรกในวันนี้ข้าเกลียดชังนางยิ่งนักนางแย่งสิ่งที่ข้ารักยิ่งไปอย่างหน้าด้านๆ!"


หลินจูไม่ได้ตกใจที่ท่านพ่อตบนางเพราะขณะนี้ใบหน้าที่รับแรงกระแทกยังเจ็บไม่เท่ากับใจนางตอนนี้เลย


"อันใดของเจ้า!"


หลู่หนี่เหอถามอย่างเสียงดัง ในใจนางรับรู้ทันทีว่าบุตรีของนางคงก่อเรื่องใหม่เสียแล้ว


"ชินอ๋องอย่างไรเล่า นางแย่งเขาไปจากข้า! ท่านได้ยินรึไม่ ข้ารักเขา และเขารักข้าเช่นกัน"


หลินจูร่ำไห้ปานขาดใจสตินางหายไปหมดสิ้นหลู่


เพี้ยะะะะ เพี้ยะะะะ !!


หนี่เหอทนไม่ไหวอีกแล้วนางอยากตบบุตรสาวให้ได้สติเสีย เป็นนางมิใช่รึที่ขอยกเลิกแล้วเหตุใดจึงคร่ำครวญราวคุณหนูไป๋แย่งชินอ๋องไปเล่า


ใช่ว่าพวกเขาจักมิได้ยินที่เหมยฮวาพูดอย่างเสียงดังในห้องรับประทานอาหารตอนที่พวกเขาขอเข้าพบเพื่อขอโทษที่บุตรสาวได้ทำเกินกง่าเหตุ


เรื่องนี่หนี่เหอเองลมแทบจับเมื่อได้ยินเข้าเพราะพวกเขาสกุลหลู่หาได้อยากมีเรื่องกับสกุลไป๋ไม่แต่บุตรสาวตัวดีของนางก่อเรื่องขึ้นเพราะลี่หลินบอกว่าเหมยฮวาเป็นศรัตรูของนาง


แต่ก็ไม่คิดว่าคำพูดที่ไป๋เหมยฮวาบอกว่าชินอ๋องนั้นได้บอกชอบนางจะทำให้บุตรสาวเขาทำกาน้ำชาแสนแพงที่จะนำมาไถ่โทษตกแตก 


"เจ้าพูดอันใดอยู่รู้ตัวหรือไม่!"


หนี่เหอตวาดถามดังลั่นเพื่อให้นางรู้สึกตัวเสียที


"รู้สิเจ้าค่ะท่านแม่! ข้ารู้ดีด้วยว่าเรื่องนี้ข้าชนะนางอย่างแน่นอน"


หนี่เหอขบคิดในใจว่าบุตรสาวเขาไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหนทั้งที่ก่อนหน้านั้นชินอ๋องเองหาได้มีใจต่อนางไม่


"หลู่หลินจู!! ตื่นสักทีได้หรือไม่ เจ้าแต่งงานแล้วมีลูกแล้วด้วยถึงสองคน อีกทั้งสามีเจ้าเป็นเจ้าเองที่ชอบพอเขาก่อน"


"ท่านพ่อ!!! กรี้ดดดดดดดด"


หลู่หลินจูรับไม่ได้ทุกครั้งที่มีคนพูดว่านางมีสามีและมีลูกแล้วแม้จะอยู่ที่จวนนางจะเป็นภรรยาและแม่ที่ดีแต่เมื่ออยู่นอกจวนนางทำตัวราวกับว่าเป็นสาวโสดไร้คู่ครอง 


มีบุรุษหลายรายเชื่อคำลวงของนางจนได้เสียกันมาแล้วหลายทีแลหลายคนทำให้บัดนี่นางไม่ต่างจากหญิงคณิกาชั้นสูงและเรื่องนี้สกุลหลู่มิเคยรับรู้เลยแม้แต่น้อย


"บอกข้ามาว่าเจ้าไปที่ใดมาก่อนที่จะกลับมาที่จวนนี้"


เจียงฟงถามเสียงแข็ง เขาใจดีกับนางไม่ได้อีกต่อไปแล้ว


"ข้าไปหาชินอ๋องของข้ามา ท่านจะอยากรู้มาไปใยท่านพ่อ"


หลินจูสติเริ่มเลือนลอยคล้ายคนวิปลาส


"หลู่หลินจู! เจ้ามีสามีแล้ว เหตุใดจึงใจกล้าหน้าด้านไปหาพระองค์ในยามมืดค่ำเช่นนี้!"


หนี่เหอลมแทบจับที่บุตรสาวทำตัวหน้าด้านเข้าออกตำหนักคู่หมายเก่าอย่างไม่ทุกข์ร้อน แต่ตามบวมๆของนางก็บ่งบอกได้แล้วมิใช่หรือ


ว่าชินอ๋องพูดจากระทบกระทั่งจิตใจนางมาจึงได้ร้องไห้จนตามบวมน่าเกลียดน่ากลัวเช่นนั้น


"เหตุใดจะไปมิได้แล้วท่านแม่ก็ในเมื่อไทเฮามอบหยกให้ข้าเข้าออกนอกวังได้ตามใจชอบข้าก็แค่ใช้มันเพื่อไปทักทายชินอ๋องเสียหน่อย"


"หลู่หลินจู ! เจ้ามันบ้าไปแล้ว หยกที่ไทเฮามอบให้เจ้าก็เพื่อให้เจ้าใช้เข้าเฝ้านางหาได้ใช้พร่ำเพื่อไม่"


หนี่เหอจะบ้าตายแล้วกับบุตรสาวนางหลอกตัวเองไปเรื่อยไม่ตื่นเสียที เห็นทีพูดสิ่งใดไปนางคงไม่ฟังอีกแล้วเพราะบัดนี้นางหาได้รับรู้ไม่


"อีกอย่างองค์ไทเฮาให้ใช้เข้าออกวังหลวง แต่มิได้ให้เจ้าใช้เข้าออกตำหนักบูรพาที่อยู่นอกเขตวังหลวง เหตุใดจึงแยกแยะไม่ออก!!"


เจียงฟงกุมขมับพรางนวดเพื่อผ่อนคลายทั้งชีวิตเขามิเคยเครียดกับสิ่งใดมากเท่านางมาก่อนและครั้งนี้มันสุดจะทนเหลือเกิน


"ทหารโง่นั่นมิเห็นว่ากระไรใยพวกท่านจึงเดือดร้อนแทนข้านัก"


เพี้ยะะ


"อิบ่าวทั้งหลาย! รีบมาเอาตัวมันไปโยนทิ้งที่จวนสกุลเฟย ข้าหนื่อยเต็มทนแล้วอย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีกเฟยหลินจู!"


เจียงฟงรับไม่ได้อีกแล้วเหตุบุตรสาวของเขาจึงมิรู้ผิดชอบชั่วดีเช่นนี้ หนี่เหอหลั่งน้ำตาแม้จะไม่เห็นด้วยอยู่หน่อยๆแต่นางก็เกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ


แม้หลินจูจะโวยวายด่าทอบ่าวไพร่ที่ลากตัวนางจับยัดเข้าไปในรถม้าแต่เจียงฟงและหนี่เหอเพียงแค่โอบกอดกันพร้อมทั้งให้กำลังใจซึ่งกันและกันและใช้ความผิดที่เลี้ยงลูกไม่ดีมาเลี้ยงลูกอีกคนให้รู้จักผิดชอบมากกว่าหลินจู


ซึ่งทั้งคู่พึ่งมีบุตรคนที่สองมาไม่นานอายุได้เพียง 5 ขวบปีเท่านั้นเป็นบุตรชาย พวกเขาจะสั่งสอนโดยไม่ตามใจอย่างเด็ดดูจากหลินจูแล้วพวกเขาไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิม



**ทางด้านลี่หลิน


ตัวลี่หลินนั้นชมชอบปกปิดความผิดตนเองเป็นอย่างมากท่านพ่อและแม่ใหญ่ไม่เคยรับรู้เลยว่าตนชมชอบกลั่นแกล้งเหมยฮวาตั้งแต่เล็กขนาดไหนแม้แต่เรื่องผลักตกสระบัวทั้งคู่ก็มิเคยรับรูว่านางเป็นคนทำจนกระทั่ง 


จางลู่อี่ พี่ใหญ่ในตระกูลเอ่ยปากเล่าให้ท่านพ่อฟัง คราแรกท่านไม่ได้โกรธมากนั้นแต่พอเป็นเรื่องที่สองท่านโกรธถึงขั้นกักขังนางให้อยู่แต่ในเรือนถึงสามเดือนไม่พอยังลดเงินนางอีก


ท่านแม่ก็พลางโกรธลู่อี้ที่แส่เรื่องพวกนางแต่พวกนางหาได้ทำสิ่งใดได้ไม่ในเมื่อสกุลจางมีบุตรเพียงสองคนเท่านั้นจะใจร้ายแก่ลี่หลินได้คงไม่นานได้ปล่อยตัวเป็นแน่


แต่ลี่หลินที่ไม่เคยโดนลงโทษอย่างจริงๆจังนางหาได้หลาบจำไม่ นางได้วานให้ท่านแม่ตามสหายของนางเข้าพบ


"มีเหตุอันใดจึงได้ตามข้ามาถึงเรือน"


"นั่งก่อนเถิดลี่เสี่ยว"


ลี่เสี่ยวเปรียบเสมือนสหายคนสนิทด้านการวางแผนชั่วของลี่หลิน


"เอ้า มีอันใดก็ว่ามา"


"เจ้าชอบนังเหมยฮวาใช่หรือไม่"


ลี่หลินเอ่ยถามเมื่อลี่เสี่ยวได้ยินแม้จะตั้งตัวไม่ทันแต่ก็ตอบตามความจริงอย่างไม่แยแส


"ปล่าวหรอกอันที่จริงข้าชอบสาวใช้นางแต่ที่ข้าตีสนิทนางเมื่อก่อนนั้นเพื่อเพิ่มรากฐานให้แก่วงตระกูล เจ้าถามทำไม"


"บัดนี้มันงามนักงามยิ่งกว่าสาวใช้อีก เจ้าจะไม่สนนางหน่อยรึ" 


นางใช้คำหว่านล้อมลี่เสี่ยวแต่ลี่เสี่ยวยังนั่งนิ่งอยู่


"เจ้าตกข่าวแล้วหลินเอ๋อนางเป็งนางในดวงใจชินอ๋องเขาลือกันทั่ว" 


เหตุใดเขาจะต้องเอาหัวเข้าใกล้คมดาบชินอ๋องด้วยเล่า ที่เขาทราบก็เพราะว่าเมื่อวันก่อนได้เข้าไปพูดคุยกับสหายที่เป็นทหารอยู่ทิศบูรพาเล่าให้ฟังว่าชินอ๋องแลเหมยฮวาสนิทสนมกันเยี่ยงคู่ครองที่ผ่านการแต่งงานมาเป็นปี


"เจ้าคิดว่านางจะชมชอบชินอ๋องที่เคยปนเปื้อนมาก่อนกระนั้นหรือ ต่างจากเจ้าที่ขาวสะอาดไม่แม้แต่เคยเข้าหอนางโลม"


แม้จะตกใจและโกรธที่ชินอ๋องบุรุษที่นางแอบหลงรักตั้งแต่เป็นคู่หมายญาตินางอย่างหลินจูนางใช้ถ้อยคำมากมายเพื่อให้หลินจูยกเลิกการหมั้ยหมาย


เพื่อที่นางจะแทรกตนเข้าไปแทนแล้วตอนนี้ยังมีเสี้ยนแหลมคมที่แข็งแรงผุดขึ้นมาอีก นางไม่ยอมแน่!


"ไม่เข้าก็ใช่ว่าจะไม่เคยนี่ที่ไม่เข้าเพราะโจ่งแจ้งเพียงแค่ซื้อตัวมารับใช้ที่จวนพอสุขกายสบายใจก็ไล่กลับ"


ลี่หลินหงุดหงิดที่ลี่เสี่ยวไม่ทุกข์ร้อน แต่นางสิทุกข์ร้อนจนใจจะขาด หากนางอยากได้แล้วนางก็ต้องได้ แม้เหมยฮวาจะอยู่สูงกว่านางหลายขั้นนางนี่แหละจะอยู่สูงกว่าให้ได้!


ทางลี่เสี่ยวลอบยิ้มในใจเพราะคนที่เขาชอบนั้นหาใช่เหมยฮวาไม่จริงอยู่ที่นางงดงามมานานแล้วแต่เขามิได้ชอบนางก็คือมิชอบเขาชอบสาวน่ารักอย่างมีมี่เป็นที่สุด


และแผนการของเขาต้องสำเร็จเท่านั้น นางจะต้องเป็นยอดดวงใจของเขาแต่เพียงผู้เดียวโดยมิรู้เลยว่าตนกำลังทำเรื่องให้หัวของตนไร้ที่อยู่




**********************



"คุณหนูเจ้าค่ะองค์รัชทายาทเสด็จมาเยี่ยมไข้เจ้าค่ะ"


หยางหมิงไม่รอคำเชิญเดินพรวดเข้าห้องเหมยฮวาทันที แต่ต้องตกใจที่สหายเขาซูบผอมลงมาอีกทั้งคราบน้ำตานั่นเหมือนผ่านการร้องไห้มาเสียอย่างนั้น


"เหตุใดสหายข้าจึงทำตัวไม่เอาไหนเช่นนี้เล่า"


ก่อนหน้านี้ราว 5 วัน ลี่เสี่ยวบุตรชายคนโตตระกลูลี่ได้มาสู่ขอสาวใช้มีมี่โดยอ้างว่ารู้สึกผิดยิ่งนักที่ได้ล่วงเกินนางไป ท่ามกลางความตกใจแก่เจ้าตัว 


มีมี่มั่นใจว่าไม่เคยพบเจอลี่เสี่ยวเป็นการส่วนตัวมาก่อนแม้จะรับรู้ว่าลี่เสี่ยวคนนี้ชมชอบนางแต่นางมิได้ชอบพอเขาอีกทั้งตอนนี้ยังโกหกสร้างเรื่องลวงว่าเขาได้ล่วงเกินนาง 


ทางฮุ่ยหลงจนปัญญายิ่งที่จะช่วยเหลือนางแม้เขาจะมีราชโองการแต่คำขอนั้นให้ได้เฉพาะสกุลไป๋แม้เขาจะรักและเอ็นดูมีมี่เหมือนลูกก็ตามแต่ชื่อเสียงนางต้องมาก่อน


แต่ฟงหลินมั่นใจว่านางไม่ได้แต่งหรอกเพราะดูๆแล้วเหตุการมันไวเกินไปเหมือนวางแผนมาอย่างดี อีกอย่างสายตาบุตรสาวที่จ้องมองลี่เสี่ยวอย่างขบขันนั่นอีก 


สงสารก็แต่มีมี่ที่นั่งอมทุกข์โดยมิรู้เลยว่ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นสนุกของบุตรสาวอยู่ สามีนางก็ช่างไม่เก่งเรื่องงิ้วเอาเสียเลยเขาคิดได้อย่างไรว่ามีมี่โดนล่วงเกินจริงๆหนะ


หมับ!


"หมะ เหมย..ฮวา เหตุใดเจ้าถึงได้..."


เหมยฮวาเมื่อเห็นสหายเดินเข้ามาในห้องที่ตนปิดขังตัวเองไว้หยางหมิงเหมือนน้ำที่ชโลมจิตใจนางโผลเข้ากอดอย่างไม่มีท่าทีเอียงอายแม้แต่น้อย (เพราะนางไม่เคยอาย) มุมปากลอบยิ้มและหลุดขำออกมาแต่ด้วยใบหน้าที่ไม่ดีนั้นหยางหมิงจึงคิดว่านางกำลังร้องไห้อีกครา


ทางด้านหยางหมิงเองก็ตกใจที่นางเจอเขาแล้วโผลเข้ากอดอย่างจังแต่ยังไม่เท่าใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้ดูทรุดโทรมไม่เหลือเค้าโครงงามล่มแคว้น


"เจ้ามาก็ดีแล้วหยางหมิง ข้ามีเรื่องนึงจะขอร้องเจ้า"


เหมยฮวาพูดออกมาขณะน้ำตาคลอ


"ว่ามาอย่าได้เกรงใจ"


หยางหมิงมองดูแล้วสีท่าดูไม่ดีนัก

เหมยฮวาทำท่าป้องปากเพื่อบอกเขาว่านี่คือความลับสุดยอด เมื่อเอียงหูเพื่อรับฟัง ตาเขาเบิกโพรงหน้าเริ่มแดงด้วยความรู้สึกที่ประทุอย่างไว


เหมยฮวาที่กลั้นน้ำตา (ที่แสบเพราะพริก) ไม่ไหวจึงปล่อยให้ไหลผ่านใบหน้างามสร้างความตกใจแก่หยางหมิงแม้นางจะเคยร้องไห้ห่มร้องไห้ให้เขาเห็นแต่นั่นเป็นเพียงงิ้วที่นางเสแสร้งทำขึ้นเพื่อความสนุกเท่านั้น (แต่นี่คืองิ้วขั้นที่สูงกว่า)


ตอนนี้ตรงหน้าเขามันคือใบหน้าที่เศร้าหมองของนางโดยแท้จริง (โถวว น่าสงสาร) ไหนจะคำกล่าวที่นางบอกเขาอีกหากเป็นเรื่องจริงเขาคงยอมไม่ได้ เขาหนะหรือที่ปล่อยนางไป คนที่ต้องเคียงข้างนางมีเพียงเขาเท่านั้นความโกนธประทุออกมาเหมยฮวาเบี่ยงหน้าเข้าหามุมห้องพร้อมกับเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสารหยางหมิงเดินออกโดยลืมนึกว่าสหายกำลังเสียใจอยู่


เหมยฮวาลอบยิ้มให้แก่งิ้วของตนที่แสดงออกมา 'ขอโทษนะมีมี่จัง คงตกใจน่าดูอีกอย่างเจ้าคงต้องโกรธข้าเป็นแน่ คิ้คิ้ อุ่ยย!' เพลอหัวเราะออกมาอย่างลืมตัวแต่ดีที่หยางหมิงเดินออกไปแล้ว



ณ ห้องเก็บตัวเจ้าสาว



มีมี่นั่งอยู่ภายในห้องด้วยสีหน้าอมทุกข์นางหาได้อยากแต่งไม่แต่เมื่อคุณหนูอยากให้นางแต่งนางก็จะแต่งเพื่อคุณหนู


พรึ่บบบ !


"ไง จะเป็นเจ้าสาวอยู่แล้วใยใบหน้าเจ้ามิยินดี"


"อะ .. องรัชทายาท มาทำอะไร"


เสียงบุรุษปริศนานั่นก็คือเว่ยหยางหมิงนั่นเอง มีมี่ที่พร่ำบอกตัวเองว่ามิเป็นอันใด นางทำเพื่อคุณหนูแม้นางจะมิสมยอมแต่นางก็เต็มใจหากเพื่อคุณหนูแล้วต่อให้ทั้งชีวิตนางก็ให้ได้


"ข้าก็มาฉุดเจ้าหนะสิมี่เอ๋อ"


 หยางหมิงกล่าวออกมาอย่างหน้าตายพลางช้อนตัวมีมี่ขึ้นกอดแน่นแล้วกระโดดออกจากห้องไปพร้อมๆกัน





***************************************


** วันนี้เอาไปก่อนสั้นๆ แบบน่ารักๆ


หลินจูนางดูจิตๆอะ เราแต่งให้นางจิตเกินไปป่ะเราเริ่มกลัวๆแล้วเหมือนกันนะนางจิตเกินอะ เนื้อตัวนางสกปรกพอใจรีดมั้ยค่ะ ?


สงสารอิลี่เสี่ยวโดนความโก๊ะของนางเอกด่ากราดเฉย นางเล่นงิ้วเก่งจริงๆแหละ 555+



ฮือออออ เรากลัวล้าวววว ปล่อยเราไป อย่าเห็นเราเป็นสนามอารมแห่งความอินของพวกเธอเลยยย


แหน่ๆๆ อินเพราะเราแต่งดีอะเด้ เราแต่งดีแน่นอน ความมั่นหน้ายังไงเราก็ชนะหลู่หลินจูขาดลอย!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

113 ความคิดเห็น

  1. #52 non2647 (@non2647) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 20:55

    ค้างซะไรท์
    #52
    0
  2. #51 mydear26 (@mydear26) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 20:45

    ไรท์เมื่อไหร่ได้เวลายำอิพวกอสรพิษ ขัดใจ ฮึยยยยยยยย
    #51
    0
  3. #50 Emmajung (@Emmajung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 18:46
    ฆ่าล้าง โค-ร ให้หมดเลยไหม อิอิ สายโหด
    #50
    0
  4. #49 K-khoy (@K-khoy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 17:02
    แต่งดีย์ ตอนหน้าขอยาวๆๆๆๆ
    #49
    0