Chain-ขังใจไว้ด้วยรัก{CHANBAEK}

ตอนที่ 14 : Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    6 ม.ค. 61

Chapter 13











ฟึบ!

 

 

 

และแล้วสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของร่างเล็กก็หมดลง ร่างทั้งร่างทรุดลงกับพื้นอย่างแรง ดวงหน้าหวานซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ด้านร่างสูงเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ทั้งที่มือหนากำลำแขนบางไว้อย่างแน่นแล้วแท้ๆ แต่กลับร่างของอีกฝ่ายไว้ไม่ทัน จนร่างเล็กกระแทกลงกับพื้นเต็มแรง

“แบคฮยอน แบคฮยอน!” ชานยอลช้อนศีรษะเล็กขึ้นอย่างเบามือ พร้อมเขย่าร่างของแบคฮยอนเบาๆ เพื่อเรียกสติ แต่ก็ไร้การตอบสนองจากร่างเล็ก

ตอนนี้ร่างของแบคฮยอนซีดมาก อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มือและเท้ากลับเย็นเฉียบอย่างน่านตกใจชานยอลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบช้อนร่างของอีกคนขึ้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้านทันที

“ว๊าย! คุณหนูแบคฮยอน” ทันทีที่เข้ามาในตัวบ้าน กได้ยินเสียงของมุนจองร้องขึ้นเป็นคนแรก แต่เสียงนั้นหาได้ทำให้ร่างสูงสนใจไม่ ตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจคือ คนที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขาในตอนนี้ต่างหาก

“เกิดอะไรขึ้นคะ? คุณชาย ทำไมคุณหนูถึง...”

“อย่าเพิ่งถามอะไรมากตอนนี้ รีบโทรเรียกคยองซูให้มาที่นี่ด่วนเลย”

“ค่ะๆ”

สิ้นคำถามสั่งจากผู้เป็นนาย มุนจองก็รีบทำตามที่คำสั่งผู้เป็นนายทันที จนดูร้อนรนไปหมด มือบางพยายามกดหมายเลขปลายทางอย่างเร่งรีบจนมือสั่นไปหมด รอสายสักพัก คนปลายสายก็ตอบรับ

(“สวัสดีครับ คยองซูพูดสายอยู่ครับ”)

“สะ สวัสดีค่ะ มุนจองพูดสายนะคะ คะ คุณคยองซูคะ ยะ แย่แล้วค่ะ แย่แล้ว”

เธอรับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงรีบร้อน จนคนที่อยู่ปลายสายได้ฟังก็จำต้องขมวดคิ้วอย่างอัตโนมัติ

(“พี่มุนจองค่อยพูดนะครับ เกิดอะไรขึ้นครับ?”) คยองซูพยายามใช้น้ำเสียงเรียบเย็นตามแบบฉบับนายแพทย์เข้าช่วย เพื่อให้มุนจองผ่อนคลายแล้วพูดในสิ่งที่จะพูดออกมา

“คุณหนูแบคฮยอนค่ะ คุณแบคฮยอนเป็นอะไรก็ไม่รู้ค่ะ คุณชายอุ้มเข้ามาในบ้านตัวซีดมากเลยค่ะ คุณคยองซูรีบๆ มานะคะ”

(“ครับพี่มุนจอง ผมจะรีบไป”)

“ค่ะๆ”

 

หลังจากวางโทรศัพท์จากคยองซู มุนจองก็รีบหมุนตัวกลับเพื่อที่จะเดินไปช่วยผู้เป็นนายดูแลร่างเล็กทันที แต่ก็มีเสียงๆ หนึ่งเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน

“คราวนี้ แกล้งเป็นอะไรอีกล่ะ? ดูก็รู้ว่าสำออย เหอะๆ”

“หุบปากของเธอไปเถอะ คัง มยองจี ถ้าไม่รู้อะไรก้อย่าพูด ฉันขอเตือนเธอด้วยความหวังดีนะ”

มุนจองสวนกลับทันทีเมื่อจบประโยคพูดของมยองจีสาวใช้ในบ้านอีกคน แต่มยองจีไม่ค่อยเข้ากลุ่มกับใคร เธอมักจะอยู่สองคนกับอึนจอง อาจเพราะด้วยทั้งมยองจีและอึนจองมีนิสัยที่คล้ายคลึงกัน ปากร้าย และชอบนินทาคนอื่นไปทั่ว

“ทำไม? พูดความจริแล้วมันผิดตรงไหน? แล้วอีกอย่างแบคฮยอนอะไรนั่นก็เป็นคนใช้แบบเดียวกับพวกเรา ไม่เห็นจะมีอะไรวิเศษวิโศเลย”

มยองจียังไม่ยอมหยุดที่จะพูดแขวะใส่แบคฮยอน เธอมีความรู้สึกว่า แบคฮยอนก็เป็นคนใช้เหมือนๆ คนอื่น มีสิทธิ์เท่าเทียมกับคนอื่น ทำไมต้องทำอย่างกับว่าเป็นลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็นด้วย

เหอะ! ถึงจะเคยเป็นก็เถอะ ตอนนี้ก็เป็นแค่เพียงลูกคุณหนูที่ตกกระป๋องอะนะ หึ!

“ฉันว่าถ้าเธอไม่รู้อะไรก็อย่าพูดออกมามั่วๆ ดีกว่านะ”

“แล้วอะไรล่ะที่ฉันไม่รู้ ก็แค่คุณหนูตกกระป๋อง”

“มยองจี! เอาล่ะฉันไม่อยากจะเสียเวลาพูดกับเธอหรอก ถึงพูดไปคนโง่ๆ อย่างเธอก็คงไม่เข้าใจ หึ”

พูดจบมุนจองก็รีบเดินออกไปทันที ทิ้งไว้แต่มยองจีที่กำลังยืนตัวสั่น อ้าปากค้าง เพราะพูดอะไรไม่ออกกับคำด่าที่ได้รับมาเมื่อครู่

“คอยดูแบคฮยอน แกเจอดีแน่” มือบางกำเข้าหากันแน่ด้วยความโกรธ แววตาวาวโรจน์ที่กำลังทอดมองไปยังด้านบนนั้น บ่งบอกได้ว่าเธอกำลังโกรธมากอย่างปิดไม่มิด

 

 


 

 

 

 

ร่างเล็กบอบบางนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงกว้างด้วยท่าทีที่ดูทรมานสุดๆ เหงื่อเม็ดโตผลุดออกมาตามดวงหน้าหวาน ทั้งที่ปากบางพร่ำบอกด้วยน้ำเสียงแหบพล่าราวกับคนกำลังละเมอว่าหนาว

“หนะ หนาว แบคฮยอนหนาว คุณแม่ฮะ คุณแม่”

มือเล็กยกขึ้นมากอดตัวเองทั้งที่ไม่มีสติ ร่างเล็กนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างอย่างน่าสงสารจนชานยอลที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียงทนดูไม่ไหว ร่างสูงช้อนร่างของแบคฮยอนขึ้นมาสู่อ้อมกอด ลำแขนแกร่งโอบร่างทั้งร่างของคนตัวเล็กจนแบคฮยอนแทบจมหายเข้าไปในอ้อมกอดนี้

“แบคฮยอน รออีกนิดนะ เดี๋ยวคยองซูก็มาแล้ว ทนอีกนิดนะ” ชานยอลพูดออกมาจากใจจริง เพราะร่างสูงไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะเป็นถึงขนาดนี้ นี่ถ้าเขาเชื่อคยองซูสักนิดแบคฮยอนก็คงไม่มีสภาพเป็นอย่างนี้

“หนาว ฮึก หนะ หนาวจังเลยฮะ คุณแม่ น้องแบคฮยอนหนาว ฮือ”

“อดทนอีกนะ น้องตะ...”

 

แอ๊ด!

 

เสียงเปิดประตูของผู้มาใหม่เรียกความสนใจจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี ชานยอลเงยหน้าขึ้นจากคนใจอ้อมกอดขึ้นมองผู้มาใหม่ทันที

“แบคฮยอนเป็นยังไงบ้างครับ?”

“เอ่อ...คือ”

ร่างบางเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากสบตาเข้ากับร่างสูงผู้เป็นพี่ แต่อีกคนได้แต่อ้ำอึ้งไม่ยอมตอบคำถามสักที จนทำให้คยองซูถึงกับถอนหายใจยาวออกด้วยความเหนื่อยใจ ไม่ใช่ว่าร่างบางจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่าที่แบคฮยอนต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้เพราะใคร ถ้าไม่ใช้คนที่กำลังนั่งกอดกอดตัวของแบคฮยอนเองอยู่บนเตียง

“เฮ้อ พี่ออกไปรอผมด้านนอกก่อนเถอะครับ ผมจะตรวจน้อง”

ร่างสูงไม่พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าเพื่อเป็นคำตอบเท่านั้น ก่อนที่ค่อยๆ ปล่อยกอดจากร่างเล็กที่กำลังอยู่ในอาการสั่น จัดการท่านอนให้อีกคนดีๆ แล้วเดินออกไปจากห้องทันที

เมื่อชานยอลเดินออกไปจากห้องเรียบร้อยแล้ว คยองซูก็ไม่รอช้ารีบจัดการตรวจวัดไข้ให้กับร่างเล็กที่กำลังนอนสั่นอยู่บนเตียงกว้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นอุณหภูมิของร่างเล็กที่สัดไปจากปรอทวัดไข้ เมื่อปรากฏอุณหภูมิ 29 องศาเซลเซียส ร่างบางจัดการฉีดยาลดไข้เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้แบคฮยอนอาจจะช็อกก็เป็นได้

 

 

 

ด้านร่างสูงเมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วก็ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้อง ในใจร่างสูงตอนนี้รู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก มันร้อนรุ่มไปหมดจนทำให้ยืนรอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จนป้าวายองอดไม่ได้ที่จะเอ่ยห้าม

“คุณชายคะ ป้าว่าคุณชายหยุดเดินวนไปวนมาเถอะนะคะ ป้าเวียนหัวค่ะ”

“เอ่อ ครับป้า”

 

แอ๊ด

 

ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางของนายแพทย์คยองซูที่เดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ

“คยองซู แบคฮยอนเป็นยังไงบ้าง?” ทันทีร่างบางปิดประตูลง ชานยอลก็ยิงคำถามใส่ทันทีด้วยความกระวนกระวายใจ

“พี่ชานยอลอีกแล้วใช่ไหมครับ?” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามกลับทันควัน โดยไม่ตอบคำถามของผู้เป็นพี่

“อืม” ร่างสูงตอบเพียงสั้นๆ โดยไม่สบตากับคนถาม เพราะชานยอลรู้ดีว่าคยองซูเป็นอย่างไร ถึงคยองซูจะดูเป็นคนนิ่งๆ แต่ถ้าเมื่อไรขีดจำกัดในตัวลดลงล่ะก็ เมื่อนั้น...

 

เพี๊ยะ!

 

เสียงมือบางกระทบเข้าใบหน้าด้านซ้ายของผู้เป็นพี่อย่างจัง จนอวัยวะที่ถูกกระทบนั้นชาไปทั้งแถบ  คนพี่ไม่ตอบโต้อะไรเพราะรู้อยู่แก่ใจว่า คราวนี้ตัวเองเป็นคนผิดเต็มๆ

“ว้าย! คุณคยองซูคะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันนะคะ”

หญิงร่างท้วมแทรกตัวเข้าห้ามทันที เธอไม่คิดว่าร่างบางจะตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ ทั้งที่ดูเป็นคนใจเย็น ทำตัวนิ่งๆ มาโดยตลอดแท้ ด้านมินจองและมุนจองที่อยู่ในเหตุนี้ด้วยเช่นกัน แต่กลับยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกเลย

“ผมเย็นมามากแล้วครับป้าวายอง พี่ชานยอลไม่ฟังอะไรผมบ้างเลย ผมถามจริงๆ เถอะ ในหัวของพี่มันคิดเป็นอยู่เรื่องเดียวหรือไงกัน ห๊ะ!? ปาร์ค ชานยอล”

“...”

 

“ผมจะเตือนพี่เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแบคฮยอนเลย น้องไม่ได้รู้อะไรเลยซ้ำ ลองกลับไปคิดทบทวนดูนะครับ ก่อนที่ทุกอย่างมันสายเกินแก้ ผมขอตัว”

ร่างบางเดินกลับเข้าไปในห้องที่เพิ่งจะออกมาทันทีที่พูดจบ เพราะถ้าขืนยังยืนอยู่ล่ะก็มีหวังระเบิดได้ลงชานยอลอีกเป็นแน่ คยองซูในตอนนี้นั้นสุดจะทนกับพี่ชายเขาเหลือเกิน ทั้งที่ก็เตือนไปแล้วตั้งหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยฟังกันบ้างเลย

 

 

 

 

 

“แบคฮยอน พี่ติดต่อกับเขาไว้แล้วนะ ตอนนี้ก็เหลือแต่แม่ของเราที่พี่ยังติดต่อไม่ได้ เขารู้เรื่องการล้มละลายของครอบครัวบยอนแล้ว อีกไม่นานแบคฮยอนก็คงต้องไปจากที่นี่แล้วนะ ทนอีกนิดนะ”

มือบางลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มไปมาอย่างเบามือ ด้วยความเอ็นดู ปากบางเอ่ยพูดประโยคที่ยาวเหยียดออกมา แม้รู้ว่าพูดไปคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงนี้จะไม่ได้รับรู้ด้วยก็ตาม เพราะตั้งแต่คยองซูรู้ข่าวที่ครอบครัวบยอนโดนฟ้องล้มละลาย และนี้จะเป็นฝีมือของใครไม่ได้นอกจาก ปาร์ค ชานยอล ลูกพี่ลูกน้องของเขา ร่างบางพยายามช่วยเหลือแบคฮยอนทุกวิถีทาง พยายามหางติดต่อกับคนๆ หนึ่งให้ได้ โดยให้ คิม จงอิน แฟนหนุ่มของเขาเป็นคนทำเรื่องไว้ให้ทุกอย่าง เพราะจงอินนั้นเป็นตำรวจเรื่องก็เลยดูง่ายไปเสียทุกอย่าง ตอนนี้ร่างบางได้แต่ภาวนาอยู่ในใจว่าให้ทุกอย่างมันผ่านไปได้ด้วยดีและไม่มีอะไรมาเป็นอุปสรรคด้วยเถอะ

 

Rrrrrrr

 

“ครับ”

(“โถ่ว คยองซูจ๋า ทำไมทำเสียงเย็นชาอย่างล่ะครับ”)

“ถ้าพี่ไม่มีอะไรผมจะวางแล้วนะครับ”

(“เดี๋ยวครับๆ คยองซูอ่า พี่จะบอกว่าอีกสองเดือนเขาจะมาแล้วนะครับ”) น้ำเสียงที่ดูขี้เล่นในตอนต้นแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจังขึ้นเมื่อเอ่ยประโยคถัดมา เพราะเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับร่างบางผู้เป็นแฟน เขาเลยเล่นๆ ไม่ได้

“ทำไมนานจังล่ะครับ?”

(“เขาบอกว่าต้องจัดการอะไรหลายอย่างหน่ะ แต่ก็ไม่แน่ เพราะถ้าทุกอย่างเสร็จเร็ว เขาก็อาจจะมาก่อนกำหนด”)

“ขอให้เป็นอย่างนั้นทีเถอะครับ ผมสงสารน้อง”

ดวงตากลมโตมองไปยังร่างเล็กที่นอนป่วยอยู่บนเตียงกว้างด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ แม้คยองซูนั้นจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตระหว่างชานยอลกับแบคฮยอนมากนัก แต่ก็พอจะรู้มาบ้าง ร่างบางเคยเจอกับแบคฮยอนแค่ไม่กี่ครั้ง แบคฮยอนเป็นเด็กที่นิสัยดี น่ารัก ร่าเริง ยิ้มเก่ง ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็จะรู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

(“ไว้ถ้าเขาติดต่อกลับมาอีกแล้วพี่จะโทรบอกคยองซูอีกทีนะครับ”)

“ครับ ขอบคุณมากนะครับพี่จงอิน”

(“ด้วยความยินดีครับ คุณแฟน พี่วางละนะ”)

“ครับ ตั้งใจทำงานนะครับ”

(“รับทราบครับคุณหมอ”)

 

ตี๊ด

 

“ทนอีกนิดนะแบคฮยอน อีกไม่นานแล้วนะ”















มาแล้วค่าอีกตอน มาดึกหน่อยแต่ก็มานะคะ

เขาคนนั้นคือใครเอ่ย? 555+

ลุ้นไปพร้อมๆ กันนะคะ

เม้นเป็นกำลังในให้เค้าด้วยน้าาาาาา พลีสสสสส

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

142 ความคิดเห็น

  1. #101 bayun B (@nee_bayun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 12:48
    เอาให้อิพี่อกแตกตายไปเลยค่ะ
    #101
    0
  2. #51 pondmay (@pangpond_3161) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 12:29
    สงสารแบครอเลยคะ
    #51
    0
  3. #47 littlemod (@manatsanan_bb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 11:29
    ใครก็ได้มาพาน้องออกไปจากที่นี่ทีใจร้ายเกินไปแล้ว
    #47
    0
  4. #46 bam_jiriya (@bam_jiriya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:52
    รีบๆเถอะ ให้น้องออกจากวงโคจรแบบนี้ซักที
    #46
    0
  5. #45 littlepuppy_pb (@littlepuppy_pb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 09:27
    สงสารแบคอ่ะ
    #45
    0
  6. #42 BGoT7 (@punyakabeam) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 23:08
    รอค่ะรอออ
    #42
    0
  7. #41 พรนภา ทองเทพ (@yamm0302) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 23:05
    สงสารน้องงง
    #41
    0
  8. #40 พรนภา ทองเทพ (@yamm0302) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 23:05
    สงสารน้องงง
    #40
    0