Chain-ขังใจไว้ด้วยรัก{CHANBAEK}

ตอนที่ 15 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    17 ก.พ. 61

Chapter 14











 

เคยสงสัยไหม?

        ทำไมเวลาที่เราอยากทำอะไรสักอย่างที่คือการเริ่มต้นใหม่

แต่ความคิดในหัวกลับแวบเข้ามา แล้วเกิดคำขึ้นว่า

        “จะลืมความหลังที่แสนเจ็บปวดนั้นได้หรือ?”

อีกด้านหนึ่งบอกว่า

        “ควรเริ่มต้นใหม่นะ ถ้าจมอยู่กับความคิดแบบนั้นก็มีแต่ทุกข์”

แต่อีกเสียงตอบกลับไปว่า “ความทุกข์ของใจก็ต้องชำระสิ”

 

นั่นทำให้เราฉุกคิดว่า ปล่อยความเจ็บไว้แบบนี้มันไม่ดีแน่ คนที่ทำให้เราต้องเป็นแบบนี้คือคนพวกนั้น ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้

ปาร์ค ชานยอล เองก็คิดแบบนั้นมาโดยตลอด ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นมา ร่างสูงก็ได้แต่โทษผู้นำของครอบครัวบยอนตลอดว่าเป็นคนที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ชีวิตที่เคยอยู่อย่างเป็นสุขสบายก็เปลี่ยนไป เขาต้องใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่วันนั้น ความลำบากก็ได้คืบคลานเข้ามา สิ่งที่เคยเป็นของเขากลับหายไป และไปอยู่ในมือของคนอื่น ตอนนั้นในใจก็ได้แต่คิดว่า ทั้งที่ครอบครัวของร่างสูงเองก็ดีกับครอบครัวนั้นมาโดยตลอดแต่ทำไม ทำไมถึงทำกันได้ลงคอ ได้แต่เพียงคิดไว้ว่า สักวันเขาจะต้องมาทวงสิ่งที่เป็นของเขาคืน

และวันหนึ่งฟ้าก็เป็นใจ เมื่อธุรกิจของครอบครัวบยอนเดินมาถึงทางตันทำให้เกิดวิกฤตร้ายแรง และที่ยิ่งไปกว่านั้นหัวหน้าครอบครัวอย่าง บยอน บินวอน ก็มาเสียชีวิตลง เพราะเส้นเลือดในสมองแตก ณ ตอนนั้นเองธุรกิจที่ชานยอลสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองก็กำลังไปได้สวยเลยทีเดียว จึงไม่ยากที่จะร่างสูงจะเข้าไปแทรกตัวและกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทนั้นและแน่นอนว่าหุ้นที่มากถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์นั้นทำให้ชานยอลกลายเป็นเจ้าของบริษัทได้อย่างเต็มตัว จะเรียกว่าโกงเอามาดื้อๆ เลยก็ว่าได้ เขาไม่แคร์ แค่ขอให้ได้ชำระแค้นนี้เป็นพอ

หลังจากนั้นไม่นานลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบยอน บินวอน อย่าง บยอน แบคฮยอน ก็มาสมัครงานกับเขา อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ แถมแบคฮยอนเองก็จำเขาไม่ได้อีก แต่ชานยอลหาได้สนใจไม่ เขากลั่นแกล้งร่างเล็กสารพัด แรกๆ มันก็สนุกอยู่หรอก แต่มาถึงตอนนี้แล้วทำไม ปาร์ค ชานยอล คนนี้เริ่มไม่มีความสุขเลย ยิ่งหาเรื่องแกล้งแบคฮยอนมากเท่าไร มันกลับยิ่งเหมือนทำร้ายตัวเองไปด้วย จนร่างกายของแบคฮยอนเริ่มรับมันไม่ไหว

“ฉันควรทำอย่าไรต่อไปดี?”

ร่างสูงนั่งทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ที่ผ่านมานั้นหลายคนบอกเขาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดจนฝังใจแค้นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแม่ของเขาเอง คยองซูก็ด้วย แต่ร่างสูงไม่เคยฟังใครเลย เพราะคิดมาโดยตลอดว่ามันจะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรกัน ในเมื่อเหตุการณครั้งนั้นเขาเห็นมันเองกับตา แม้จะมีคนพยายามคอยบอกว่าเรื่องมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นก็ตาม แต่ชานยอลไม่เคยเชื่อใครเลย ร่างสูงเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แม้จะรู้สึกข้องใจ แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะตามสืบให้รู้เรื่องสักครั้ง จนมันเลยเถดมาถึงตอนนี้

มือหนากุมศีรษะของตัวเองอย่างใช้ความคิด เพราะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เรื่องมันมาขนาดนี้ คยองซูคงไม่ปล่อยให้เขาได้เข้าใกล้แบคฮยอนง่ายๆ เป็นแน่ ไหนจะเรื่องที่แบคฮยอนจำเขาไม่ได้อีก เรื่องนี้ชานยอลก็กำลังตามสืบอย่างเงียบๆ อยู่ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมร่างเล็กถึงจำตนและคนอื่นๆ ไม่ได้ เพราะภายในเวลาไม่กี่ปีมันไม่ได้ทำให้ลืมได้หรอก แม้จะยังเด็กอยู่ก็เถอะ แต่ก็น่าจะจำได้บ้างแหละ แต่นี่แบคฮยอนไม่เหลือความทรงจำอะไรที่เกี่ยวกับเขาเลย

“ตกลงเธอใช่แบคฮยอนที่ฉันเคยรู้จักหรือเปล่า ทั้งที่ข้อมูลทุกอย่างมันชี้ว่าเป็นเธอ แต่ทำไมเธอถึงจำฉันไม่ได้กัน บยอน แบคฮยอน”

สายตาคมจ้องมองไปยังรูปคู่สมัยเด็กที่คู่กันกับอีกคน แล้วระบายยิ้มออกมาบางๆ เด็กชายตัวน้อยยิ้มเล่นกับกล้องอย่างสดใส สองแขนเล็กโอบกอดคนข้าง ส่วนคนข้างๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เด็กชายร่างอ้วนใช้มือข้างซ้ายวางบนศีรษะเล็ก ข้างขวาก็ชูสองนิ้วให้กล้อง ใบหน้าของทั้งสองเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ล้นออกมาจนรู้สึกได้ เมื่อได้มองไปยังภาพ

“สัญญาที่เคยให้ไว้ก็คงลืมได้ด้วยแล้วสินะ”

มือหนาเอื้อมไปหยิบกล่องรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ข้างๆ กับกรอบรูป ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองมันสักพักก่อนจะตัดสินใจ นำมันกลับไปวางไว้ที่เดิมที่เคยอยู่และอยู่มาโดยตลอดไม่เคยย้ายไปไหน

ก่อนหน้านี้แบคฮยอนเคยเข้ามาทำความสะอาดที่ห้องนี้ แล้วกำลังจะหยิบอะไรสักอย่างดู แต่ร่างสูงเข้ามาเห็นก่อนจึงต่อว่าแบคฮยอนแล้วไล่ไป ชานยอลรู้ดีว่าที่เขาทำไปมันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย แต่มันก็หยุดไม่ได้เลย

“ฉันคงไม่มีสิทธ์เรียกร้องอะไรหรอก ที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้ก็เพราะฉัน”

คิดถึงเรื่องนี้ชานยอลก็รู้สมเพชตัวเอง ทั้งๆ ที่เป็นเริ่มก่อนเองแท้ๆ อยากแก้แค้น อยากเอาชนะ พยายามทำทุกอย่างอย่างที่ได้คิดได้วาดเอาไว้ แต่กลับเป็นตัวเขาเองที่พ่ายแพ้

“ถ้าขอโทษเธอตอนนี้มันคงสายไปแล้วใช่ไหม?”

ตอนนี้ชานยอลก็ไม่ต่างอะไรกับคนบ้าที่กำลังเหมือนว่าพูดคุยกับใครสักคน แต่ไม่มีใครเลย ร่างสูงรู้อยู่แก่ใจ แม้จะเอ่ยคำขอโทษออกมามากมายแค่ไหน มันก็ไม่สามารถแทนความรู้สึกของอีกคนที่เสียไปได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เฮ้อ ทำไมฉันถึงไม่หายจากอาการแบบนี้เสียทีนะ เจ้าแมวน้อย”

เหมียว เหมียว

“เหอะๆ ฉันนี่ชักจะบ้าเนาะ คุยกับแมวอย่าแกตลอดเลย”

เหมียว เหมียว

ลูกแมวขนฟูสีขาวยังคงคลอเคลียหน้ากับท่อนแขนแกร่งไปมาอย่างออดอ้อน มือหนาก็ทำหน้าที่ลูบขนฟูๆ นั่นอย่างดี บ้างก็เกาคางของมันไปด้วยความเพลิดเพลิน

“จะว่าไป พี่ของยัยนั่นบอกให้ฉันติดต่อกลับไปด้วยหนิ”

เมื่อนึกบางสิ่งบางอย่างออก ร่างสูงของเซฮุนก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาทันที โดยไม่ลืมที่จะอุ้มเจ้าตัวขนฟูนี้ไปด้วย

“อยู่ไหนวะ?”

พึมพำเบาๆ เมื่อไม่เจอในสิ่งที่ต้องการ เซฮุนวางแมวขนฟูลงบนพื้นก่อนค่อยเขย่าเสื้อดูทีละตัว เพราะเขาเองก็จำไม่ได้เช่นกันว่าวันนั้นใส่เสื้อตัวไหน

เหมียว เหมียว

แมวตัวน้อยเดินวนไปวนมาอยู่รอบๆ อย่างให้กำลังใจ บ้างก็เข้าไปคลอเคลียอยู่ที่เท้าของร่างสูงบ้าง นอนกลิ้งอยู่บนพื้นพรมใกล้ๆ บ้าง จนเวลาผ่านไปได้สักพัก

“นี่ไง เจอแล้ว”

ร่างสูงทิ้งตัวนั่งบนพื้นพรมทันทีที่หาสิ่งที่ต้องการเจอ นามบัตรของคุณหมอหนุ่มที่ได้ให้ไว้กับเขาในวันนั้น เซฮุนไล่สายตาอ่านแต่ละบรรทัดอย่างละเอียด แม้ในนั้นจะมีตัวหนังสือไม่มาก แต่ก็พอมีข้อมูลให้รู้ว่าชื่อของคนที่อยู่บนบัตรนี้เป็นใคร ทำอาชีพอะไร

“แกว่าฉันจะติดต่อเขากลับไปดีไหม?”

เหมียว เหมียว

“ใจจริงฉันก็อยากรู้นะ ว่ายัยนั่นเป็นอย่างไรบ้าง เพราะจากที่เห็นมันก็น่าห่วงอยู่ ว่าไงเจ้าแมวน้อย”

เหมียว เหมียว

“ถามแกชาติหน้าฉันก็คงไม่ได้คำตอบหรอก ฮ่าๆ เอาเป็นว่าฉันจะลองโทรไปแล้วกัน”

ไวเท่าความคิด เซฮุนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา นิ้วเรียวกดหมายเลขโทรศัพท์บนนามบัตรลงไปอย่างคล่องแคล่วแล้วกดต่อสายทันที

ตู๊ด  ตู๊ด...

(“สวัสดีครับ เสี่ยว ลู่เฟิง พูดสายครับ”)

“สวัสดีครับ ผม โอ เซฮุน เองครับ”

(“อ๋อ คุณเซฮุนนี่เอง ผมคิดว่าคุณจะไม่ติดต่อลับมาเสียแล้ว”)

คนปลายสายเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ เพราะหลังจากเหตุการณ์วันนั้นนี่ก็ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้ว ยังไม่มีวี่แววว่า คุณหมอหนุ่มคนนี้จะติดต่อกับเซฮุนเพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยน้องชายของเขาไว้ได้เลย แต่มาวันนี้อยู่เซฮุนก็ติดต่อกลับมาทำให้เขาดีใจเป็นอย่างมาก เพราะวันนั้นเขายังไม่ได้ขอบคุณอีกคนอย่างดีสักเท่าไร เพียงแค่พูดไปเท่านั้น

“ครับ พอดีว่าช่วงนี้ผมยุ่งๆ อยู่หน่ะครับ”

ร่างสูงเอ่ยโกหกออกไป เพราะช่วงนี้เขาไม่ได้ยุ่งอะไรเลย ที่กลับมาที่นี่ก็เพื่อมาพักผ่อนเท่านั้น ไม่ได้คิดไว้ว่าจะทำอะไรด้วย นอกจากเที่ยวเล่นไปวันๆ

(“ครับ”)

“เอ่อ หมอครับ ว่าแต่ ยะ เอ้ย น้องของหมอเป็นไงบ้างล่ะครับ”

(“ลู่หานเหรอครับ ตอนนี้ก็ดีขึ้นเยอะมากเลยครับ ผมต้องขอบคุณคุณเซฮุนมากๆ เลยนะครับ ถ้าวันนั้นไม่ได้คุณเซฮุนช่วยไว้ น้องของผมคงแย่แน่ๆ เลยครับ”

คุณหมอหนุ่มเอ่ยออกมากยาวเหยียด เขารู้สึกขอบคุณเซฮุนเป็นอย่างมากที่ช่วยน้องเขาเอาไว้ เพราะใจชีวิตนี้เขาก็เหลือลู่หานอยู่แค่คนเดียว ถ้าลู่หานเป็นอะไรไป ก็ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้ทั้งนั้น และเขาเองก็คงไม่ให้อภัยตัวเอง

(“ว่าแต่ว่าคุณเซฮุน พอจะมีเวลาว่างออกมาเจอผมได้ไหม ผมว่าจะขออนุญาตเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน”)

“ได้ครับ ไม่มีปัญหา”

ร่างสูงตอบกลับอย่างอัตโนมัติ โดยที่แทบไม่ได้ใช้ความคิดเลยด้วยซ้ำ เซฮุนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาจึงเป็นเช่นนี้ เพราะความรู้สึกมันสั่งให้ตอบออกไปแบบนั้น ทั้งที่ความคิดในหัวไม่ได้คิดแบบนั้นเลย

นี่สินะที่เขาบอกว่าความรู้สึกของคนเรามักจะเร็วการสั่งการของสมองเสมอ

(ถ้าอย่างนั้น ผมขอนัดเป็นตอนเย็นของวันนี้เวลาประมาณทุ่มครึ่ง ที่ร้านคาชินซอง ใกล้โรงพยาบาลเลยได้ไหมครับ คุณเซฮุนสะดวกไหมครับ”)

“ครับ เย็นนี้ผมก็ว่างพอดีเลย”

(“ครับ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกันนะครับ”)

คุณหมอหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ เพราะอีกอย่างเขาจะได้พาลู่หานน้องชายของเขาไปด้วย ให้ลู่หานได้ขอบคุณเซฮุนด้วยตัวเอง ลู่หานจะได้รู้ด้วยว่าคนที่ช่วยเหลือจริงๆ แล้วเป็นใคร

“ครับ”

ติ๊ด

“ฟู่...เฮ้อ”

เอ่ยตอบกลับคนปลายสาย ก่อนจะถอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่รู้ตัวเองเลยเหมือนกันว่าตอนที่คุยโทรศัพท์กับคุณหมอเมื่อกี้คิดอะไรอยู่ เหมือนจิตใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย

เหมียว เหมียว

“แหม่ ว่าจะเรียกหาอยู่พอดีเลย”

เหมียว เหมียว

แมวน้อยขนฟู่ใช้หน้าของมันถูไถไปมาบนตักแกร่งตามสัญชาตญาณ เพื่อบ่งบอกให้ร่างสูงรู้ว่ามันกำลังหิวแล้ว

“อ้อนอย่างนี้ หิวล่ะสิท่า ไปๆ เดี๋ยวฉันเทนมให้กินก็แล้วกัน”

พูดจบก็อุ้มเจ้าแมวขนฟูขึ้นแล้วก้าวเดินไปยังห้องครัวซึ่งก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไรนัก เซฮุนวางร่างแมวลงพื้นก็จะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อนำนมสดที่เขาเพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดเมื่อเย็นนี้เอง จากนั้นก็เดินไปหยิบถ้วยเล็กๆ ที่ว่าอยู่ข้างๆ กันกับตู้เย็นออกมาแล้วจักการเทนมสดใส่ลงไปจนค่อนถ้วย

“อะ มากินได้แล้ว เจ้าแมวน้อย”

เหมียว เหมียว

แมวน้อยขนฟูวิ่งดุ๊กดิ๊กมาราวกับรู้ว่าประโยคที่ร่างสูงเอ่ยออกมาเมื้อกี้คืออะไร จัดการกินนมสดในถ้วยอย่างเอร็ดอร่อย เซฮุนเองเมื่อเห็นถ้าทางของแมวตัวน้อยที่กินนมสดอย่างเอร็ดอร่อยก็ได้แต่ระบายยิ้มออกมาบางๆ

“อร่อยเชียวนะ”

มือหนาลูบขนนุ่มฟูสีขาวๆ อย่างเบามือ ซึ่งเจ้าแมวน้อยเองก็ไม่ได้ตอยโต้อะไรกลับเพราะมัวแต่สนใจนมสดแสนอร่อยตรงหน้าอยู่อย่างเดียว

“นี่ แกคิดว่ายัยนั่นจะมาด้วยหรือเปล่า?”

ไร้เสียงขานรับใดๆ

“ฉันว่านะ หมอต้องมาคนเดียวแน่ๆ เลย”

 

“ฉันอยากรู้ว่าทำไมวันนั้น ยัยนั่นเป็นอะไร แล้วทำไมอยู่ก็เป็นลมไปอย่างนั้น แถมยังพูดจาแปลกๆ อีกด้วย”

 

“เอ๊ะ แล้วนี่ทำไมฉันต้องสนใจด้วยล่ะเนี่ย?”

ร่างสูงพูดอยู่คนเดียวสักพัก ก่อนจะหันไปยังจุดที่เพิ่งเทนมสดให้เจ้าแมวน้อยกินเมื้อกี้ แต่กลับไม่เจอตัวซะงั้น

“อ้าว หายไปไหนแล้วล่ะ? เจ้าแมวน้อย”

เซฮุนเดินหาร่างแมวไปโดยรอบ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับก้อนๆ สีขาวๆ ที่อยู่บนพื้นพรมข้างๆ โซฟา

“แหม่ กินเสร็จแล้วก็นอนเลยนะ เจ้าแมวอ้วนเอ้ย”

เซฮุนยองๆ ข้างเจ้าก้อนกลมๆ ที่กำลังนอนขดอยู่บนพื้นพรมแล้วพูดออกมา ก่อนจะใช้มือหนาขยี้ลงบนขนฟูๆ นั่น ด้วยความหมั่นเขี้ยว พร้อมกับหัวเราะเบาๆ ไปพรางๆ แต่เจ้าตัวที่อยู่บนพื้นพรมนั้นหาได้สนใจร่างสูงไป มันยังคงนอนนิ่งต่อไปราวกับไม่ได้มีใครไปกวนมัน

“แกนี่มันจริงๆ เลยะนะ”

ร่างสูลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอีกครั้ง ตาคู่คมจ้องมองไปยังนาฬิกาแขวนเรือนโตที่แขวนอยู่กับผนังที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลมากนัก ปรากฏว่าเข็มยาวชี้ไปทางเลขห้า และเข็มสั้นชี้ไปทางสี่

“เฮ้อ เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ”

มือหนาหยิบรีโมทกดเปิดทีวีดูไปพรางๆ เพื่อคั้นเวลา แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปช่องรายการไหน ก็มีแต่รายการที่น่าเบื่อมากๆ สำหรับเขา

“ไม่มีอะไรดูเลยแฮะ เฮ้อ”

เซฮุนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง กดปิดทีวีไป แล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบจับนู่นทีนี่ที อะไรก็ตามที่เขาคิดว่ามันจะสามารถทำให้เขาหายเบื่อได้ แต่มันก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ

จนเวลาล่วงเลยมาประมาณหกโมงครึ่งของตอนใจเย็น ตอนนี้เซฮุนอยู่ในชุดที่พร้อมออกไปข้างนอกแล้ว เสื้อเชิ้ตขาวยาวสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนสามเม็ดกับกางเกงยีนส์สีดำสนิท เอาชายเสื้อไว้ด้านในกางเกงเพื่อความสุภาพ เพราะคนที่เขากำลังจะไปพบนั้นเป็นถึงแพทย์ของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง

“แค่นี้ก็คงพอ คนหล่ออย่างฉันใส่อะไรก็ดูดีหมดแหละ ใช่ไหม เจ้าแมวน้อย”

เหมียว เหมียว

“ฉันจะเอาแกไปด้วยก็แล้วกันนะ ขืนปล่อยไว้ ห้องฉันคงต้องเละแน่ๆ ไปแล้วก็ห้ามดื้อนะ เข้าไหม?”

เหมียว เหมียว

ว่าจบแล้วเซฮุนก็อุ้มร่างของแมวตัวน้อยออกไปขึ้นรถทันที มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย














กลับมาค่า

ยังมีคนรออยู่ไหมหนอ ช่วงนี้ยุ่งสุดๆ เลยค่ะ ไม่ว่างเลย

อ่านกันเยอะๆ นะคะ

#ขอบพระคุณที่ติดตามนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

142 ความคิดเห็น

  1. #58 KunladaSudsang (@KunladaSudsang) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:26
    รีบมาต่อเน้ออ
    #58
    0
  2. #57 littlepuppy_pb (@littlepuppy_pb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:25
    งื้อออรอน่าาา สู้ๆ
    #57
    0
  3. #56 byun_exo (@Byun_EXO) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:41
    รอค่าา
    #56
    0
  4. #55 UbonwanSaiwaew (@UbonwanSaiwaew) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:54
    ต่อน่ะค่าาา
    #55
    0
  5. #54 snutkrita (@papapoppui) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:38
    รออยูค่าา
    #54
    0
  6. #53 blackaieye'ㅅ' (@eye18454) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:29
    ทำไมน้องจำไม่ได้;-; อันนี้นี่สงสัยจริง ใครจะพาน้องไปด้วย
    #53
    0
  7. #52 BGoT7 (@punyakabeam) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:26
    รออยู่ค่าา
    #52
    0