Fic : Boku no hero academia

ตอนที่ 7 : BITE ME HERE (IN SIDE) 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    22 เม.ย. 60

BITE ME HERE (IN SIDE)

Part 2 (End)

Fic : MHA

  *คำแนะนำ - ควรอ่านภาค Out Side ก่อน*


     เมื่อรุกและหลอกล่อแล้ว อย่าดึงดันเกินไป ให้ผ่อนจังหวะลงเพื่อให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ เป็นหนึ่งในวิธีกลยุทธ์ที่เคยเรียนรู้ในตอนเรียน ถึงจะไร้สาระสำหรับคนชอบสู้ลุยดะไม่เคยแยแสศัตรู แต่มันก็เอามาใช้ได้ในชีวิตจริง บาคุโกผ่อนจังหวะการเข้าหาด้วยการทำตัวปกติ ไม่ไล่ต้อนกระตุ้นอะไรกับคิริชิมะตลอดทั้งวัน แต่ก็ยังเห็นอาการสติแตกที่แสดงออกชัด แค่เพียงได้สบตากับเขา หรือแค่เขาทัก ก็ตัวแข็งทื่อด้วยอัตลักษณ์ จู่ๆลุกพรวดพราดทำลายของในห้องพังพินาศ ลากเพื่อนคนอื่นล้มระเนระนาดไปด้วยอีก

     “นายเป็นอะไรรึเปล่า”

     โทโดโรกิถามหลังจากมองลูกบอลที่คิริชิมะควรขว้างไปยังลานกว้าง กลายเป็นพุ่งเข้าห้องเรียนใกล้ๆ ดีที่กระจกมันเปิดอยู่ แต่เท่าทีได้ยินเสียง น่าจะมีใครสักคนได้รับบาดเจ็บพอตัว และอ.ไอซาวะก็ตัดคะแนนกระจุยทันทีอีกด้วย เล่นเอาคิริชิมะคอตกเป็นหมาจ๋อย แต่พอถูกถามขึ้นมาก็รีบปฏิเสธเลิ่กลั่กเสียงสูงดูผิดปกติกว่าเดิม

     มันต้องเป็นอะไรแน่ๆ!

     ทุกคนในห้องA คิดแบบนั้นพร้อมเพรียงกันในทันที เว้นแค่คนที่รู้ความจริงที่ซ่อนรอยยิ้มด้วยการใส่แรงทั้งหมดลงไปในลูกบอลแล้วขว้างเต็มแรง ทำตัวเลขดีอย่างที่ไม่เคยมีมาทีเดียว

     รออีกนิด อย่าใจร้อนไป คัตสึกิ หมาโง่นั่นยังไงก็เป็นของนายอยู่แล้ว..

     ..ให้ตายเถอะ..ชักเข้าใจความรู้สึกของคนที่มองกล่องของขวัญที่ถูกห้ามเปิดเพราะยังไม่ถึงเวลาแล้วสิ.. มันบีบใจให้พองโตตื่นเต้นขนาดนี้เลยจริงๆ ตื่นเต้นจริงๆ

     ตุบ..

     คะ คัตจัง…. คัตจังฮัมเพลงด้วยอ่ะ!!

     มิโดริยะหน้าซีดเผือดมือสั่นพั่บๆลูกบอลหล่นไปกับพื้น รู้สึกหวาดกลัวจับจิตจับใจทีเดียว วันนี้ต้องมีวิลเลินบุกมาโรงเรียนแน่ๆ!!! ต้องแจ้งออลไมท์แล้ว!

 

***

 

     หลังพักเที่ยงนักเรียนใช้เวลาที่เหลือก่อนเข้าห้องเรียนกระจายกันไปพักผ่อนเล่นกัน บาคุโกเดินตัดสวนด้านหลังโรงเรียนเพื่อเตรียมกลับเข้าตึกหลังจากไปแอบงีบมาในที่ไม่มีคนเกะกะตา เขารู้ว่าเวลานี้คิริชิมะถูกเรียกตัวไปห้องพักครู กว่าจะออกก็คงเข้าคาบเรียนใหม่พอดี ไม่ต้องห่วงอะไร เด็กหนุ่มลัดเลาะไปตามทางด้านหลังพลางคิดถึงแผนการต่อไปที่ตั้งใจเอาไว้ สักสองสามวัน เขาจะเริ่มกระตุ้นคิริชิมะอีกครั้ง จะทำแบบไหนดี

     ระหว่างที่คิดด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มรื่นรมย์นั้น บาคุโกก็เหลือบเห็นเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังเดินมาพอดี จังหวะนั้น สองเท้าเขาชะงักงัน รอยยิ้มบนหน้าลบหายไปพลัน ดวงตากดข่มความเกลียดชังเอาไว้แทบไม่มิด เจ้าของจดหมายขยะนั่น

     ใจเย็นไว้ คัตสึกิ

     ท่องเอาไว้เพื่อไม่ให้ระเบิดใส่ ยังไงเขาก็ไม่อยากทำให้แม่นี่สติแตกจนอาจวิ่งไปหาคิริชิมะแล้วพูดอะไรออกมาให้เสียเรื่อง จึงทำเป็นไม่เห็นเพื่อเดินผ่านไปทั้งที่ใจมันคุกรุ่นเต็มที

     “อะ เอ่อ..บาคุโกคุงใช่ไหมคะ”

     แต่ดันเป็นอีกฝ่ายที่มาเรียกรั้งเขาไว้ แถมยังทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อลังเลคล้ายกลัวแต่พยายามรวบรวมความกล้าออกมา ไม่มีใครในโรงเรียนไม่รู้จักบาคุโก คัตสึกิ นักเรียนห้องA แผนกฮีโร่ วีรกรรมโฉ่งฉ่างตอนแข่งกีฬาสีทำให้หลายคนแอบหวาดกลัว รวมทั้งเธอคนนี้ เด็กนักเรียนสายสามัญที่พอมีอัตลักษณ์เรียบง่ายนิดๆหน่อยๆ พออยู่ใกล้คนอันตรายอันดับ1 ของโรงเรียนก็อดหวั่นๆไม่ได้ พยายามใจดีสู้เสือคิดว่าเขาคงไม่ได้โหดร้ายเท่าที่ได้ยินมา เพราะคนที่เธอแอบชอบมาตลอดนั้น เป็นเพื่อนสนิทของเขา คิริชิมะคุงเป็นคนใจดีมากๆ บาคุโกเองก็คงจะ มีส่วนนี้บ้างเช่นกัน

     “ฉะ ฉัน..คือ.. ฉันอยากจะถามอะไรสักหน่อยค่ะ..เรื่องคิริชิมะคุง”

     หลุดชื่อนี้ออกมาจากปาก ใบหน้าก็ยิ่งแดงซ่านกว่าเก่าจนร้อนแก้มไปหมด เธออยากจะถามเรื่องจดหมายที่เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดใส่ไปในตู้รองเท้าของเขา เมื่อวานนี้แอบลุ้นทั้งวันว่าคิริชิมะคุงจะอ่านแล้วว่ายังไง วันนี้ก็ไม่มีโอกาสได้เจอ ความรู้สึกสุมอกนี้ทำให้พอเจอบาคุโกขึ้นมาก็อยากจะถามสักนิด เผื่อจะได้ยินอะไรดีๆบ้าง

     แต่เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องตัวเอง จึงเพิ่งได้เห็นว่าสีหน้าของคนตรงหน้า..ดูน่ากลัว น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใด เธอเพิ่งเคยเห็นสีหน้าที่น่ากลัวขนาดนี้ วูบหนึ่งภาพเมื่อวานตอนที่ออกมาจากห้องเรียน เห็นคิริชิมะคุงแต่ไกล และเหมือนสบสายตาที่รุนแรงจากบาคุโก มันแค่สั้นๆตอนนั้นเธอคิดว่าแค่คิดไปเอง แต่มาบัดนี้ มันไม่ใช่

     มันรุนแรง อาฆาตแค้น เกลียดชัง หลอมรวมทุกสิ่งของความชั่วร้ายไว้ในนั้น สีทับทิมแดงเข้มจัดจ้าน เหมือนไฟที่เผาให้อีกฝ่ายเป็นจุลไปในทันที..

     บอกได้คำเดียวว่า บาคุโกเกลียดเธอ เกลียดเธอจับขั้วหัวใจ เหมือนที่เธอกำลังกลัวเขาจับขั้วหัวใจเช่นกัน

     ทำไม

     เด็กสาวไม่ได้รู้เลยว่า ทันทีที่ชื่อคิริชิมะหลุดออกมาจากปาก มันก็ทำให้เส้นความอดทนขาดสะบั้นในพริบตา

     คิริชิมะคุงเรอะ! หุบปากเน่าๆ นั่น อย่าสะเออะมาเรียกชื่อนั้นเด็ดขาด!

     ในเพลิงพายุความเกลียดยังพอมีแก่นสติบางๆรั้งไม่ให้บาคุโกโผเอามือไปอัดระเบิดใส่หน้าอัปลักษณ์นั่นให้แหลกละเอียดเป็นซากเน่าๆ สาสมกับความรู้สึกของเขา แต่มันก็จวนเจียนเหลือเกินจริงๆ

     “บะ บาคุโก”

     “ไสหัวไปซะ! คิริชิมะไม่มีวันแลมองเธอ ชั่วชีวิตแม้แต่เศษเสี้ยวก็ไม่มี จำใส่หัวกลวงๆเอาไว้!”

     “ทะ ทำไมรู้ล่ะ คิริชิมะคุงบอกงั้นเหรอ!” เขาเอาจดหมายเธอให้คนอื่นอ่านงั้นเหรอ ใจร้าย..

     “หุบปาก!! หยุดเรียกชื่อคิริชิมะ! หยุดสำรอกคำนั้นออกมาจากปากเธอซะ ไปให้พ้นๆ!”

     บัดนี้ สมอง สองตา หัวใจ มันเดือดแดงพลุ่งพล่าน แรงปะทุระเบิดในร่างทุกอณู ยิ่งกว่าตอนสู้กับใครหน้าไหนในชีวิต ทุกอย่างที่กักเก็บพุ่งออกมาจนแม้แต่แก่นสติยังเริ่มยั้งไว้ไม่อยู่ ด้วยความเกลียดชังสุดแสนนี้

     “คิริชิมะเป็นของฉันไอ้หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ยุ่ง หมอนั่นเป็นของฉันเท่านั้น!”

     เสียงกร้าวแกร่งประกาศชัด ก้าวข้ามเส้นต้องห้ามที่บาคุโกตั้งใจเอาไว้ ให้ใครรู้ก่อนจะได้คิริชิมะมาไม่ได้ ไม่งั้นหมอนั่นอาจหลุดมือไป แต่บัดนี้ช่างแม่งกับทุกสิ่ง ระเบิดความรู้สึกที่สุมออกพุ่งพล่านจนแทบฉีกร่างเขา ทำลายร่างเขาออกมาเพื่อให้คนตรงหน้าได้รับรู้ว่าห้ามมายุ่งกับของของเขาเป็นอันขาด ถ้าต้องทำร้ายผู้หญิง บางทีบาคุโกอาจทำได้..

     พายุอารมณ์ที่พัดทำลายทุกสิ่งให้แหลกลาญมันทำให้เด็กสาวหน้าซีดไร้สีเลือดสมองเข้าใจแจ่มชัด ได้ยินขนาดนี้ใครจะโง่งมได้อีกกัน หยดน้ำตาร่วงพรูบนหน้าเธอ ทั้งตกใจ เสียใจ กลัว แต่กลับยิ่งขยะแขยงในสายตาของบาคุโก ก่อนร่างนั้นจะหันหลังวิ่งไป

     แต่แล้ว

     “อะ!”

     “ว้าย!”

     คิริชิมะโผล่มาจากมุมตึก ชะงักเท้าทันก่อนปะทะชนกับร่างเล็กๆที่วิ่งมา สายตาท่าทางดูงุนงงตกใจไม่น้อยที่เห็นเด็กนักเรียนหญิงน้ำตาอาบหน้าโผล่มา ก่อนจะทอความห่วงใยให้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น กริยาที่ทำให้บาคุโกมือเท้าเย็นในพริบตา…

     อย่านะ.. อย่านะ เจ้าหมาโง่

     เขาต้องไปห้าม ต้องไปรั้งมือคิริชิมะ ต้องไปผลักทั้งสองคนให้ห่างออกจากกัน ต้องไปทำให้ไม่มีใครได้พูดอะไรกัน

     ถ้าเกิดยัยนั่นสารภาพรักออกไปในตอนนี้ สิ่งที่ตั้งใจทำมาจะพังทลายลงในทันที..ทั้งที่กำลังไปได้สวยแล้วแท้ๆ

     ไม่นะ.. เจ้าหมาโง่ ไม่นะ

     อย่าไปสนใจผู้หญิงคนนั้น อย่าไปห่วงใยใคร อย่าไปมองใคร

     นอกจากฉัน…

     คิริชิมะ

     “…”

     เหมือนรู้ตัวรึไร คิริชิมะหันมาที่บาคุโก สบตากันด้วยสายตาที่ดูงุนงงชัดเจนจากหนุ่มผมแดง บาคุโกกลับไม่มีสักหนึ่งคำหลุดออกมาจากปากที่หนักอึ้ง ทั้งที่ได้ยินเสียงในใจกำลังกรีดร้องรุนแรงบ้าคลั่ง ฉีกทึ้งตัวเองราวคนเสียสติ แต่สองเท้ากับตรึงแน่นดั่งถูกเสียบตะปูปักไว้ มองภาพชายหญิงสองคนที่ยืนเคียงกัน ด้วยความรู้สึกที่กำลังฉีกกระชากรุมทึ้งหัวใจของเขาให้เป็นจุล!

     “บาคุโก..”

     คิริชิมะเข้ามาหาเขา สีหน้าทอความเป็นห่วงให้แก่เขา ไม่ใช่ให้แก่ใครที่ไหน.. บาคุโกรู้ว่าตัวเองเป็นคนฉลาด เป็นคนฉลาดที่แกล้งหลอกตัวเองมาตลอด แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นถึงสิ่งที่เขาพ่ายแพ้แก่ศัตรูหัวใจ สิ่งที่ทำให้เขาเกลียดชังรุนแรง

     เขาเป็นผู้ชาย. ผู้ชายที่ต้องเกิดมาคู่กับผู้หญิง ผู้ชายที่ต้องแพ้ผู้หญิงในสงครามแบบนี้

     เขาเกลียด เกลียดผู้หญิงคนนั้น เกลียดทุกสิ่งอย่างที่สามารถแย่งชิงความสนใจของคิริชิมะไปจากเขาได้

     เกลียดด้วยความอิจฉาที่ล้นหัวใจ

     ..ทำไม

     “นายโอเคไหม”

     …ทำไมเขาถึงแพ้ผู้หญิงคนนี้..

     คำตอบของคำถามเกิดขึ้นตามอารมณ์ที่พรั่งพรู วินาทีนั้นไม่มีสิ่งใดในสมอง แต่เคลื่อนไหวด้วยหัวใจที่เว้าวอนร้องขอและปรารถนามากล้น รั้งคิริชิมะมาใกล้ กดริมฝีปากจูบแนบชิดแทนที่ทุกสิ่ง สัมผัสกลิ่น ไออุ่น ความร้อนของคนที่เขารักผ่านปากตัวเอง

     ตอนนี้เขาไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว..เพราะงั้น อย่าไปจากเขา คิริชิมะ

     ได้โปรด

     ความรู้สึกวอนขอกดผ่านริมฝีปากที่เผยอขึ้นสอดแทรกเพิ่มขึ้น เพื่อเรียกร้องมากขึ้น ซึมซับทุกสิ่งเอาไว้อย่างเนิ่นนาน ก่อนที่จะจำยอมถอดจูบออกมา เมื่อไม่อาจหักห้ามใจ เผลอก้าวมาไกลถึงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นเช่นไรต่อไป..แต่เขาต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้

     “เลิกมายุ่งได้แล้ว ไสหัวไปให้พ้นๆหน้าซะ อย่าสะเออะมาให้เห็นอีก”

     บาคุโกเปล่งเสียงเหี้ยมเกรียมแข็งกร้าวไม่แยแสว่ายัยนั่นจะสติแตกยังไง จะร้องไห้ทุเรศทุรังขนาดไหน จะไปป่าวประกาศอะไรหรือไม่ จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามาใกล้คิริชิมะอีกเด็ดขาด

     “มัวยืนโง่อยู่ได้ เดี๋ยวก็เจออ.ด่าพอดี ออดเข้าเรียนมันดังนานแล้วนะเว้ย”

     กระชากแขนคิริชิมะที่ยืนนิ่งทำหน้าเซื่องซึม ลากไปตามทางเดินเข้าห้องเรียน ตอนนี้บาคุโกเองก็ไม่สามารถใช้คำไหนพูดกับหมาโง่นี่ได้ ถ้าเกิดถูกถามขึ้นมา คงอาจเผลอบอกความรู้สึกจริงๆออกไป เป็นครั้งแรกที่บาคุโกกลัว..กลัวจะถูกปฏิเสธออกมาในเวลาที่เขาอ่อนแอทางจิตใจเต็มที อย่าเพิ่งพูดอะไรในตอนที่เขายังไม่เข้มแข็งพอ แต่มือขาวก็ยังไม่คิดปล่อยแขนที่จับไว้ กำแน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

     ถึงจะไม่ได้ครอบครองก็อย่าได้มีหน้าไหนมาแตะต้อง

 

***

 

     “เลิกเรียนแล้วไปเที่ยวกันไหม วันก่อนร้านเกมส์ในเมืองมีตู้เกมส์ใหม่มาลง ไปเล่นกันป่ะ”

     คามินาริชวนเสียงดังในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า พรุ่งนี้ไม่มีเรียนพวกเขาตื่นสายได้เต็มที่ ตั้งใจจะเที่ยวกันให้สนุก ยิ่งมาอยู่หอพักเดียวกันยิ่งเหมือนได้ทำเรื่องเฮฮากันบ่อยครั้ง

     “ฉันขอผ่าน มีการบ้านจากอ.ไอซาวะมาเพิ่ม แล้วยังการบ้านอื่นอีก ไม่รีบทำไม่ทันแน่

     คิริชิมะยิ้มแหยๆ เจอเสียงบ่นจากคนชวน แต่ก็เข้าใจว่าถ้าขืนไม่รีบทำคนหัวทึบแบบคิริชิมะคงทำไม่เสร็จแน่ๆ ใครจะอยากโดนอ.ไอซาวะจอมโหดลงโทษบ้างล่ะ

     “บาคุโกไปกันป่ะ”

     หนุ่มไฟฟ้าชะโงกหัวถามคนที่กำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ บาคุโกถอดเสื้อพลางเช็ดเนื้อตัวที่ชุ่มเหงื่อ เหล่มองก่อนตอบรับสั้นๆ มีคนเสนอไปชวนสาวๆ กัน กลายเป็นปาร์ตี้เล็กๆ ของห้องAขึ้นมา แต่ละคนดูมีแผนสนุกสนานของตัวเองกันทันที

     ระหว่างเดินไปขึ้นรถไฟไปเที่ยวกัน คามินาริที่เม้าท์มอยตลอดทางเพิ่งเห็นว่าเพื่อนหายไปคน

     “อ้าว บาคุโกล่ะ”

     “เห็นว่าขี้เกียจไปแล้วน่ะ”

     เซโระบอกสั้นๆ แต่ละคนเข้าใจชัดว่าตอนบอกคงหน้าตาบูดบึ้งชักสีหน้าตามเคยแหงๆ เลยไม่มีใครติดใจอะไรในอารมณ์มาๆไปๆของคนเลือดร้อน สนใจในเรื่องจะเที่ยวกันต่อไป

 

***

 

     ในห้องอาบน้ำของหอพัก สายน้ำไหลจากฝักบัวอาบรดร่างที่ยืนนิ่ง ผิวขาวจัดมีน้ำพร่างพราวจนตัวเปียกปอน แต่สีหน้านั้นยังคงหลับตานิ่งเฉย หลังเปลือกตาฉายภาพทั้งหมดในวันนี้ไหลวนไปมาในสมอง แค่วันเดียวแต่เรื่องราวเกิดขึ้นพลิกผันไปมาเหลือเกิน รวมทั้งเรื่องตอนฝึกซ้อม ที่คิริชิมะทำพลาดอย่างหนักชนิดที่ไม่น่าเชื่อ เด็กหนุ่มผมแดงก้มหัวขอโทษไม่หยุดต่อจิโร่ และอุซุยที่ร่วมทีมหลังจบการฝึก

     “เอาเหอะนายเองก็ไม่ได้ตั้งใจ อย่าทำพลาดอีกก็แล้วกัน”

     “คิริชิมะจังมีเรื่องกลุ้มใจอะไรเหรอ เล่ามาได้นะ ปัญหาที่คิริชิมะจังกลุ้ม ไม่น่าใช่เรื่องไร้สาระเหมือนพวกมิเนตะจังแน่ๆ อ๊บอ๊บ”

     “ไม่มีอะไรหรอกทสึยุจัง”

     คิริชิมะพยายามยิ้ม หัวเราะออกมา ทุกสิ่งอยู่ในดวงตาของบาคุโกที่มองตลอด และกำหมัดแน่นตอนที่เห็น สองมือเล็กๆของสองสาวเพื่อนร่วมห้องตีไหล่ปลอบใจ รู้อยู่ว่ามันไม่มีอะไร แต่ความรู้สึกก็ยังทิ่มแทงใจ

     ความเย็นของน้ำ ดับความร้อนเดือดในหัว ความขุ่นมัว ความหึงหวง ความรู้สึกทั้งหมดที่มี เรียบเรียงทุกอย่างในสมอง เริ่มกลับเป็นบาคุโกคนเดิม ที่มีมันสมองระดับอัจฉริยะคนหนึ่ง ทบทวนทุกสิ่งอย่างด้วยความนิ่งสงบ

     แกร๊ก

     มือขาวปิดก๊อกน้ำ ดวงตาสีทับทิมส่องประกายวาววับ ไร้ซึ่งการลังเลใด ความอ่อนแออันน่าอายมลายหายไปสิ้น

     เมื่อตัดสินใจแล้ว คนอย่างเขาไม่มีวันถอยหลัง

 

***

 

     “นะ นายไม่ได้ออกไปข้างนอกเหรอ”

     “หา พูดอะไรของนายว่ะ”

     เจ้าหมาโง่ทำหน้าตาตื่นใส่แล้วรีบหันกลับไปที่โต๊ะอ่านหนังสือตัวเองในทันทีท่าทางเลิ่กลั่กจนปิดไม่มิด บาคุโกนอนอ่านจัมป์เล่มใหม่แต่ไม่ได้สนใจในเนื้อหาที่เปิดสักนิด ไล่มองแผ่นหลังของคิริชิมะ ผมสีแดงไมได้เซตทรงตกลงมาปรกลำคอ แต่ก็ไม่ได้ปิดใบหูที่แดงก่ำไม่แพ้สีผม ทำให้บาคุโกเลียริมฝีปากเบาๆ จมูกเหมือนได้กลิ่นความปรารถนาดำมืดเจือจางออกมา หมอนั่นกำลังต้องการ

     คิริชิมะกำลังสะกดกลั้นสุดกำลัง

     ความรู้สึกปรีดาพุ่งในใจจนคลี่ยิ้มกว้างอย่างกลั้นไม่อยู่ ดีที่อีกฝ่ายหันหลังไม่เห็น บาคุโกไม่อาจซ่อนสีหน้ามีความสุขล้นใจเอาไว้ได้อีกแล้ว ถูกจูบแล้วยังแสดงอาการแบบนี้ แสดงว่าแรงกระตุ้นมันส่งผลแล้วสิ

     ที่เหลือก็แค่..ทำลายมันลง

     “ทำไม่ได้เหรอว่ะ อ.ไอซาวะให้การบ้านอะไรกับนาย”

     จงใจลุกมาข้างหลัง เข้าใกล้ระยะประชิด ชะโงกหน้าลงไปเหมือนสนใจในการบ้าน แต่แท้ที่จริงตั้งใจเพิ่มแรงปลุกเร้าลงไปแก่คนที่พยายามทำตัวไม่เข้าใกล้ แสร้งไม่เห็นท่าทางสะดุ้งลนลานหน้าแดงจัด เลิ่กลั่กเป็นหมาโง่ที่ทำตัวไม่ถูก แต่.. ดวงตาสีทับทิมเหลือบมอง มุมนี้เห็นชัดยังเป้ากางเกงขาสั้นของคิริชิมะที่เริ่มตึงขึ้นช้าๆ ปฏิกิริยาร่างกายที่ซื่อสัตย์ชัดเจนที่สุด บาคุโกแค่นยิ้มในใจเลียริมฝีปากตนเอง กลั้นความกระหายที่เริ่มก่อเกิด แกล้งอธิบายการบ้านตรงหน้าอย่างรู้ดีว่ามันไม่ได้อยู่ในสมองของคิริชิมะที่กำลังสติแตกเกือบถึงที่สุด

     อีกแค่นิดเดียว

     “เฮ้ย! ฟังอยู่รึเปล่าเจ้าทึ่ม”

     มือขาวบีบแก้มคนหลบตาให้หันมาจ้องหน้ากัน ได้เห็นว่าคิริชิมะชะงักงันในสัมผัส ก่อนจะตะลึงนิ่ง

     มาสิ

     โครม!!

     เป็นครั้งแรกในชีวิตที่บาคุโกยินดีกับการล้มกระแทกพื้นไม้ มองคิริชิมะที่เริ่มจวนเจียนขาดสติ แค่นเสียงเอ่ยอย่างเจ็บปวดร้าวรานถึงความต้องการ สีหน้ายิ้มร่าเริงเสมอเปี่ยมด้วยความทรมานจุกอกที่ต้องต่อสู้กับความถูกต้องในใจ

     เหมือนกับเขา

     ทำไมจะไม่รู้สึกล่ะว่าวันนี้สายตาแกกำลังจับจ้องมองฉัน ทำไมจะไม่รู้สึกกันล่ะว่าแกกำลังมองร่างกายฉันตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า

     ทำไมจะไม่รู้ล่ะว่า แกอยากจะทำอะไรกับฉัน เจ้าหมาโง่

     “..ฉันไม่เคยเล่นกับอะไรกับแกสักนิด”

     ฉันต้องการแก

     “แกมันบ้า คิริชิมะ”

     เอื้อมมือไปแตะแก้มที่แดงก่ำ ราวกับได้ยินเสียงพังทลายลง เสียงที่สวยงามไพเราะที่สุด

     มาสิ มาเป็นของฉันซะ คิริชิมะ

     สองมือโอบรอบลำคอคิริชิมะที่พุ่งลงมา เหมือนหมาป่าร่างยักษ์สีแดง ที่อยากกัดกิน ขย้ำและกลืนเขาลงไปในท้อง บาคุโกคลี่ยิ้มยามลิ้นอุ่นร้อนพัวพันกันอย่างกระหาย สอดแทรกรุกล้ำรูดไรฟันคม ลิ้มรสความหวานซ่านที่น่าอภิรมย์ พร้อมรับรู้ถึงความแข็งตึงด้านล่างที่เสียดสีกันผ่านกางเกงเนื้อบาง ร้อนจัด ตึงแข็ง เว้าวอนออกมาและสัมผัสกันและกัน

     ต้องการ ปรารถนา อยากได้คิริชิมะเร็วๆ

     ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการอีกต่อไป

     แค่เพียงคิด ก็วาบหวามไปถึงข้างใน..จนต้องขยับสะโพกบดเบียดเสียดสีเข้าหา

     รีบๆเข้ามา คิริชิมะ รีบๆเป็นของฉันซะ

     ฉันจะใส่ปลอกคอล่ามแกเอาไว้เอง เจ้าหมาโง่ขนแดง

 

..Bite Me Here..

****

นอนตายกับความพาร์ทแมว..

พูดไรไม่ออก เป็นพาร์ทที่พร้อมทำลายทุกคนที่มาใกล้ของตัวเองมาก ใจเย็นนนนน อย่าเพิ่งฆ่าใครน้า555

ยังมีเรื่องราวหลังจากนี้อีก เป็นบทสรุป ที่รับรองว่า…….ขอไม่ระบุเรต55555

พยายามเลี่ยงคำบรรยายที่ชัดเจนมากไปแต่ก็กลัวจะไม่เข้าใจเหมือนกัน เขียนฉากแล้วต้องตั้งสติแป๊บ555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มกราคม 2562 / 15:35
    ดูจิตนิดๆดีฝั่งน้องคัตนี่ดีจริงๆฟินเฟ่อ(เดกุแค่น้องคัตฮัมเพลงวิลเลนไม่บุกโรงเรียกหรอกหนูถถถ)
    #44
    0
  2. #32 fakanda (@falovekanda) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 00:34
    บาคุโก ฉลาดฮะ รุ้ว่าเวลาไหนควรรุกเข้าหา5555
    #32
    0
  3. #21 130844 (@130844) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 09:36
    มีความอ่อยนะคะ
    ได้เขามาแล้วสมใจแล้วนะคะฮาาาาาาา
    #21
    1
  4. #8 เสื้อฮีโร่ของคัตจัง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 00:36
    คัตจังก็ยังเป็นคัตจังเหมียวหัวร้อนวันยังค่ำ

    ทำอ้อยหกเป็นคันรถแบบนี้มันต้องจับตีก้นซะให้เข็ด!
    #8
    1