SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,172 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    147

    Overall
    53,172

ตอนที่ 1 : ...รักได้ยินรึเปล่า…

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    2 พ.ค. 61


...รักได้ยินรึเปล่า

________ x Hyunbin




   
  CR.SQW



 

เคยได้ยินประโยคที่ว่า คนร่าเริงหัวเราะง่าย ยิ้มเก่ง เวลาร้องไห้เสียใจจะน่าสงสารที่สุดไหม ....

 

มันไม่จริงเลยสักนิด ยิ่งผมร้อง เพราะความอ่อนไหวของตัวเองมากเท่าไหร่ ผมยิ่งถูกต่อว่า และถูกเกลียดมากขึ้นเท่านั้น

 

คนอื่นๆมักบอกว่าผมไม่เคยพยายาม เอาแต่ร้องไห้เรียกคะแนนสงสาร  ไม่เคยคิดพัฒนาตัวเอง ต้องให้คนอื่นมาคอยเขี้ยวเข็ญ ใช่ ผมยอมรับ ยอมรับว่าขี้แย ยอมรับ ว่าไม่เอาไหน ยอมรับหมดทุกอย่างที่ทุกคนตำหนิมา

 

ผมยอมรับจากหัวใจของผม ว่าต่อให้ผมพยายามมากแค่ไหน ผมมันก็เป็นได้แค่ไอ้ขี้แพ้อยู่ดี

 

แม่ง มินฮยอนฮยองก็ดูฉลาดนะ ทำไมเลือกฮยอนบินวะ แค่สูงขายาวหน้าตาดี แต่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง เต้นก็ไม่ได้ ร้องก็ไม่ได้ แร็พก็ไม่เป็น หลุมดำชัดๆ

 

โคตรอ่อนอ่ะ ผู้ชายตัวใหญ่ซะเปล่าร้องไห้อย่างกับเด็ก แม่งตุ๊ด กะใช้แค่หน้าตาเรียกคะแนนความน่าสงสาร ไม่น่ามาในนามวายจีเลย ถึงจะเป็นเคพลัส  แต่ยังไงก็มีโลโก้วายจีอยู่ดี ทำมาตรฐานเด็กฝึกของค่ายดูตกต่ำหมด

 

ยิ่งอีพีล่าสุดออกมาผมก็ยิ่งโดนด่าว่า โดนนินทาลับหลัง  ไม่มีใครเฉียดมาใกล้เข้ามาหาอย่างจริงใจ ไม่มีเลย

 

แม้จะมาจากที่เดียวกัน เคยสนิทกัน แต่มันก็แค่หน้ากล้อง พอหลังกล้องการกระทำของพวกเขาก็เปลี่ยนไป  เพียงเพราะกลัวโดนนินทาเหมารวมไปด้วย

 

 

ผมเห็นและรับรู้ทุกอย่างนั่นแหละ คำด่า คำว่า คำตำหนิ  คำสาปแช่ง คำกล่าวโทษดูถูก ผมรู้หมดทุกอย่าง  แต่รู้แล้วผมจะทำอะไรได้ นั่งร้องไห้เหรอ หึ ผมทำอะไรไม่ได้หรอกไม่ได้สักอย่าง

 

            หลายๆคนบอกว่าผมเหมือนรุ่นพี่โซฮเยของ โปรดิวซ์ 101 ซีซั่นที่แล้ว แต่มันอาจแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกเก้าสิบน่ะเหรอ บอกว่าแตกต่างกัน รุ่นพี่เขาพยายาม จนประสบความสำเร็จ ส่วนตัวผมอ่อนแอ น่าสมเพช

 

ในขณะที่คนรอบข้างมองผมไม่ต่างจากเศษขยะ  ในขณะที่คนร่วมทีมซอรี่ซอรี่ทีม 2 เริ่มมองผมด้วยสายตาตำหนิ ไม่พอใจ ในขณะที่คนดูรายการเห็นผมเอาแต่อู้ซ้อมไม่สนใจทีม

เคยรู้บ้างรึเปล่าว่าเบื้องหลังภาพเหล่านั้นผมเป็นยังไงบ้างไม่มีใครสักคนสนใจและมองเห็นมัน ไม่มีเลย แม้กระทั่งคนที่ผมเชื่อใจและไว้ใจ

 

 

ทุกเช้ามืดที่แสนน่านอน ผมต้องลุกมาซ้อมเงียบๆ คนเดียว อย่างน้อยเวลาทำผิดจะได้ยิ้มและหัวเราะกับความเด๋อของตัวเองได้อย่างเต็มปาก ไม่ต้องทนทำเป็นมองไม่เห็นสายตาดูถูกดูแคลน ของคนอื่นๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะไปได้ยินอะไรที่บั่นทอนตัวเองอีกหรือเปล่า  ผมเป็นนายแบบ ไม่ได้ถูกฝึกมาเหมือนเทรนนี่ทั่วไป ไม่ได้มีความสามารถหรือพรสวรรค์เหมือนกับนายแบบคนอื่นๆ ที่มาด้วยกัน ผมถึงได้พยายาม ซึ่งความพยายามเหล่านั้นก็เหมือนการพยายามเดินท่ามกลางลมพายุที่คอยพัดทำลายร่างกายและจิตใจของผม

 

แต่...ในตอนนี้ผมไม่รู้เลยว่าควรเดินต่อไปไหม ผมเหนื่อยเหลือเกิน ต่อให้ทำออกมาดีแค่ไหน ก็ไม่มีใครมองเห็น คิดว่ามันง่ายนักเหรอ ถึงผมจะเต้นออกมาดูเก้งก้างเกะกะ ไม่มีเสน่ห์เหมือนคนอื่นๆในทีม แต่ผมก็พยายามมากเลยนะ มากจนผมคิดว่าผมภูมิใจและแฟนๆคงภูมิใจที่ผมพัฒนาขึ้น แต่มันไม่ใช่เลย...

คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากมันยังคงเป็นความจริงเสมอ  ทุกครั้งที่ต้องแกล้งเข้าห้องน้ำหรือ กลับหอเพียงเพราะผมจะได้ร้องไห้ได้แบบไม่ต้องกลัวใครเห็น ไม่ต้องกลัวสายตาสมเพช 

 

นายมันตัวถ่วง ไอ้เด็กขี้แพ้ ควอนฮยอนบินคำพูดที่ถูกตะคอกตอนที่ซ้อมเหนื่อยๆจากคนป่วยอย่างแดเนียลผู้ใจดีกับทุกคนยกเว้นตัวถ่วงอย่างผม ถูกแล้วเจ้าตัวไม่ได้พูดให้ผมได้ยินหรอก คงระบายใส่ภาพโปสเตอร์โปรโมทหรืออะไรสักอย่าง แต่ผมคงดวงดีเกินไปถึงได้ผ่านไปรับรู้ด้วยตัวเอง

 

สมองนายมันไม่มีไง ใจนายมันก็ไม่มี แต่ที่เข้ามาได้เนี่ย มันก็เพราะขายาวๆกับหน้าตาของนายเท่านั้นแหละ องฮยองสินะ

 

ลองไม่หล่อไม่สูงสิ  แม่ง ไม่มีอะไรดีอ่ะคนแบบนี้ พี่แจฮวานผู้แสนอบอุ่น

 

รอบหน้าใครจะเลือกมันเข้ากลุ่มวะ ฝึกยาก บอกยาก แม่ง ปัญญาอ่อน พี่จงฮยอนเหรอ อยู่ที่นี่กันหมดเลยสินะ แค่ขยับตัวนิดเดียวก็เห็นภาพจากกระจกที่ค่อนข้างขุ่น ทุกคนยืนทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ เหมือนมาระบายความอัดอั้น มินฮยอนฮยองก็ไม่ได้มีสีหน้าต่างจากทุกคนเท่าไหร่นัก ฮยองผู้แสนใจดีของเขา ไม่มีอีกแล้ว ผมขอโทษนะครับที่เป็นตัวถ่วง

 

.

.

.

.

 

 

พีดีครับ ผมอยากถอนตัวเป็นคำพูดจากปากผมตอนที่เข้าพบพีดีของรายการ แต่มันไม่สำเร็จผล ผมเหนื่อยที่ถอนตัวไม่ได้ แต่ที่เหนื่อยกว่าคือการที่ต้องพยายามฝืนยิ้ม ยิ้มทั้งๆที่ใจของผมกำลังร้องไห้ ดีหน่อยที่เวลาพักรวมหลังจากมิชชั่นแรกเสร็จ ผมได้กลับมารวมอยู่กับกลุ่มของเด็กเกรดเอฟ อาจเป็นเพราะไม่เก่งเหมือนกัน ถูกเกรดอื่นดูถูกดูแคลนเหมือนกัน เลยเข้าใจกันและเห็นใจกันมากกว่า ทันทีที่เข้าห้องรวมมา คนแรกที่วิ่งมากอดผมก็คือเจ้าเด็กเด๋อ ซึ่งเป็นคู่หูคู่เด๋อของผมอย่างยูซอนโฮ คงรู้สินะว่าผมเจออะไรมาบ้าง แต่กอดผมเนี่ยเกรงใจเด็กเจ๊กที่ทำหน้ามึนแต่ตาอาฆาตข้างหลังด้วยเถอะนะ

 

ฮยองโอเคไหมเสียงอู้อี้ดังมาจากคนที่กอดผมแน่นไม่ยอมปล่อยจนผมต้องงัดหัวน้องออกให้มามองหน้าผม ตาแดงๆแบบนี้ คงรู้เรื่องที่ผมไปพบพีดีมาแล้วแน่ๆ ไม่น่าแปลกใจเพราะคนที่บังเอิญเข้ามาตอนที่ผมคุยกับพีดีคือจางมุนบก ผู้แสนร่าเริงและมีพลังงานล้นเหลือ ห่วงใยคนรอบข้างอย่างถึงที่สุด และเพราะความห่วงความกังวลข่าวเลยแพร่กระจายในเด็กกลุ่มเอฟอย่างว่องไวแบบนี้ ผมไม่ถือหรอกแค่ไม่อยากให้มิตรแท้เกรดเดียวกันไม่สบายใจ เรารู้ดีว่าเด็กเกรดอื่นมองเรายังไง นินทาอะไรบ้าง เราก็พยายามนะ ไม่ใช่ไม่พยายาม แค่รายการไม่แสดงด้านนั้นของเราออกมาเท่านั้นเอง โชว์แต่ดราม่า เพื่อเรียกเรทติ้งและกระแส มันดีต่อรายการ ดีต่อเด็กเกรดดีๆ ที่ดูดี ดูสง่า น่าชื่นชม แต่สำหรับพวกผม...มันแย่ แย่ที่สุด ให้เลือกได้ผมไม่อยากได้แอร์ไทม์เลย ให้ผมออกน้อยๆ ก็ได้ แต่ขอแค่ให้ผมได้พยายาม พยายามในสิ่งที่ผมตั้งใจ ไม่ใช่อะไรที่บั่นทอนจิตใจกันขนาดนี้

 

            โอเคดิ ไอ้เด๋อน้อย นี่ไปถ่ายแบบมาย้อมผมใหม่มาด้วยหล่อป่ะ กลับมาเลยหอบขนมมาฝาก ไปๆ ไปกินกันชูถุงขนมขึ้นล่อเพื่อให้เด็กเด๋อกับคนอื่นๆที่มองอยู่สบายใจและอารมณ์ดีขึ้น ซึ่งมันได้ผลดีทีเดียวล่ะ อย่างน้อยในตอนที่ไม่มีกล้องแบบนี้ ผมก็สามารถยิ้มได้จากข้างในแบบไม่ต้องฝืนทนเหมือนที่ทำมาตลอด  

 

            ไปเข้าห้องน้ำกับฉันหน่อยสิแรงสะกิดที่ไหล่เรียกให้ผมลุกเดินตาม ร่างกายผมก็ตอบรับด้วยการตามเจ้าของเสียงเรียกนั้นไป จางฮโยจุนฮยอง นายแบบจากค่ายเดียวกันกับผม พี่ชายใจดีที่อยู่ข้างผมเสมอมาและไม่ทำให้ผมเสียใจเหมือนกับพวกฮยองที่ผมรักและเคารพอย่างทีมซอรี่ ซอรี่ ของผม


            “นี่ไม่ใช่ทางไปห้องน้ำนี่ครับผมรั้งแขนอีกคนที่เริ่มเดินออกนอกเส้นทางด้วยบันไดหนีไฟไม่ใช้ลิฟท์ คงเพราะหลบหลีกกล้อง แต่คนเป็นพี่กลับหันมายิ้มอบอุ่นให้ผมแล้วจูงมือผมเดินต่อไป เมื่อถึงจุดหมายมันก็ทำให้ผมยิ้มได้ยามที่สายลมพัดผ่านใบหน้าและร่างกาย ชั้นดาดฟ้าของตึกที่สูงชัน... บรรยากาศเหมือนได้ออกจากกรงสู่อิสระ

 

            ดีขึ้นไหมฮยอนบินอ่าอ้อมกอดที่โอบรัดช่วงเอวทำให้รู้ว่าผมกำลังถูกอีกคนกอดจากด้านหลังอยู่และตัวของผมเองก็ไม่มีความคิดที่จะปัดมือของเขาออก ต่อให้ผมตัวโตแค่ไหนกับพี่ชายคนนี้ผมก็เป็นแค่เด็กน้อยอยู่ดี ต่อให้พยายามฝืน พยายามเข้มแข็ง แต่ทุกอย่างก็พังลงทุกครั้งเพราะอ้อมกอดและเสียงทุ้มนุ่มของฮโยจุนฮยอง ทุกครั้งเลยจริงๆ


            "ขอบคุณนะครับฮยอง" ถ้าในเวลานี้คืออิสระของผม ผมก็ขอยิ้มรับและพักพิงในอ้อมกอดของพี่ชายคนนี้อีกสักพัก ก่อนที่จะถึงเวลากลับเข้ากรงขังอีกครั้งหนึ่ง


              ผู้ชายตัวโตทั้งสองคนยืนกอดอิงกันด้วยรอยยิ้มอ่อนๆที่ระบายไปทั่วใบหน้า ช่างเป็นภาพที่แสนอบอุ่นและชวนให้ยิ้มตามเสียเหลือเกิน แต่นั่นมันไม่ใช่กับคนกลุ่มหนึ่งที่มองเห็นภาพเหล่านั้น 

              หึ คืนนี้เราจะได้เห็นดีกัน ฮยอนบิน

.

.

.

              "เดี๋ยวก็ถึงวันคัดคนออกแล้วดิ เกรดเราจะเหลือรอดไหมเนี่ย" คิมแทมินรุ่นพี่ที่พกความฮามาแบบไม่รู้ตัว พูดขึ้นด้วยสีหน้าชวนขำ แต่ผีย่อมเห็นผี ทำไมฮยอนบินจะไม่รู้ว่าภายใต้ความร่าเริงนั่นมันปกปิดอะไรไว้บ้าง ตอนนี้เด็กเกรดเอฟทุกคนนอนแผ่ราบอยู่บนพื้นห้องซ้อมบ้างก็พิงผนังนั่งพัก บ้างก็กินขนม บ้างก็นอนฮึมฮัมเพลงไปพลางๆ ตอนนี้กล้องไม่มาจับพวกเกรดเอฟหรอก เป็นช่วงซ้อมช่วงแอร์ไทม์ของตัวหลักคนอื่นเขาต่างหาก ดีแล้วจะได้พักหายใจหายคอบ้าง ขี้เกียจฝืน 


               "จะยังไงก็ช่างเถอะ แต่ดีใจที่ได้เจอนะ แล้วก็ดีใจที่ได้มาอยู่เกรดเดียวกัน ขอบคุณนะ ที่คอยเช็ดน้ำตาคอยตบบ่า คอยช่วยเหลือกันเสมอ" เสียงเด็กฝึกสักคนพูดขึ้นมาต่างคนก็ต่างรับฟังและรับรู้ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นไว้ด้วยหัวใจ จนผมรู้สึกถึงแรงขยับของคนที่นอนอยู่ข้างๆที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากห้องซ้อมไป พี่ชายตัวเล็กที่คอยจับบ่าให้กำลังใจผมเสมอ กำลังเดินออกไปจากห้องซ้อมด้วยไหล่อันสั่นเทา ไม่เสียเวลาคิดนานผมก็ลุกตามไปจนมาหยุดอยู่ตรงซอกมุมตึกที่ล้างผู้คนและกล้อง พี่ชายตัวเล็กนั่งกอดเข่าร้องไห้เงียบๆอย่างน่าสงสาร ผมจึงเลือกนั่งลงข้างๆแล้วโอบไหล่อีกคนมากอดไว้ 

 

                 "พี่แทมินคนตลกของผมไปไหนแล้วล่ะครับ ไหงมีแต่พี่ชายขี้งอแงเนี่ย มาว่าผมเด็กน้อยไม่ได้แล้วนะพี่ก็งอแงเหมือนกัน" เอ่ยหยอกล้อเพื่อให้อีกคนยิ้มได้บ้าง แต่ยิ่งผมพูดก็ยิ่งถูกพี่ชายตัวเล็กขยับเข้ามากอดจนแน่น


                  "เหนื่อยเนาะ ได้ดูแล้วใช่ไหม อีพีที่ผ่านๆมาน่ะ ไม่มีใครอยากอยู่กับพี่เลย เหมือนพี่เป็นตัวถ่วง ซึ่งใช่พี่ยอมรับ แต่บางทีมันก็ไม่ไหว คนตลกก็มีหัวใจนะ พี่เป็นแค่คนอารมณ์ดี แต่ไม่ใช่ตัวตลก" เคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าผมเป็นเด็กขี้แย เพราะงั้นเห็นคนพี่ที่ตลกร่าเริงร้องไห้แบบนี้มีเหรอที่ผมจะเก็บน้ำตาของตัวเองเอาไว้ได้  


                 "ใช่ครับมันเหนื่อย เหนื่อยมากๆ เหนื่อยจนผมอยากยอมแพ้ แต่พอมาตอนนี้ เห็นพี่ร้องไห้ เห็นทุกคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันยังไง ผมก็มีความอยากสู้ขึ้นมาเยอะเลยครับ อย่างน้อยพี่ยังมีผมนะ มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ในเกรดเอฟที่รักและหวังดีต่อพี่อยู่อีกเยอะแยะ ไหนจะพี่แทอูอีกคน" พี่รู้ไหมพี่แทมินว่าพี่น่ะโชคดีกว่าผมอีกนะ 


                "อย่าพูดว่าพี่ไม่มีใครต้องการเลยนะครับ ผมคิดว่าถ้าคนที่รักและห่วงพี่มากๆมาได้ยินเขาคงเสียใจมากแน่ๆ แล้วตอนนี้ผมก็คิดว่าเขาคงอยากกอดปลอบและซับน้ำตาให้กับพี่มากที่สุด" ผมดันตัวพี่แทมินออกเบาๆแล้วประคองให้พี่เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงมือใครอีกคนที่ยืนมองอยู่ข้างหลังมาวางจับกับมือของพี่แทมินไว้


                "คนที่รักและต้องการพี่เขาอยู่ตรงนี้แล้ว ถึงการมาแข่งครั้งนี้พี่จะไม่ได้เดบิ้วท์ใน 11 คนแต่พี่ก็ได้สิ่งที่ยิ่งใหญ่กลับไปด้วยรู้ไหมครับ พี่ได้หัวใจและความซื่อสัตย์ของพี่แทอูไปโดยที่ไม่ต้องแข่งกับใครเลย มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีกนะครับ ผมไปล่ะ ฝากพี่แทมินด้วยนะครับแทอูฮยอง" 



               ผมบอกแล้วว่าพี่แทมินน่ะโชคดี ต่างจากผม ... ที่ไม่เคยถูกรักแม้กับคนที่อยากให้รัก


.

.

.

               หายนะมาเยือนผมอีกครั้งเมื่อกลับเข้าหอคืนแรก ผมยังต้องนอนกับทีมซอรี่ซอรี่ เหมือนเดิม อึดอัด...จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ทางที่ดีผมควรรีบซ้อมรีบกินอาหารที่เอามาตุนไว้แล้วชิ่งเข้านอนดีกว่า ดีที่ได้เตียงชั้นบนไม่ติดตู้เลยรู้สึกสันโดดขึ้นมาหน่อย จัดการตัวเองเสร็จผมก็คลุมโปงพลิกตัวเข้าหากำแพงหลับตาหนีโลกภายนอกทันที ต้องหลับก่อนฮยองคนอื่นๆจะเข้ามา...คิดแต่ว่าจะต้องหลับและผมก็หลับไปจริงๆ 


.

.

.

              "หลับเหรอ ฝันดีนะไอ้ตี๋ขี้แย" สัมผัสนุ่มหยุ่นแตะแผ่วเบาบนหน้าผาก มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่หลายๆครั้งจากคนห้าคน ปกติผมไม่ใช่คนหลับยากและตื่นง่ายแต่อาจเป็นเพราะความกังวลใจหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นไวกว่าทุกๆวัน แม้จะค่อนข้างไม่แน่ใจว่านี่ผมตื่นหรือกำลังฝัน แต่คำพูดฝันดีที่หวานหู การกระทำที่แสนอ่อนโยน ทำไมมันช่างแตกต่างกับเวลาที่ผมตื่นเต็มตานักนะ ถ้านี่คือความฝันผมก็ขอหลับอยู่แบบนี้ ไม่ตื่นเลยจะได้ไหม 


     

             "เรื่องวันนี้พักไว้ก่อน วันหลังค่อยเคลียร์ทีเดียว น้องคงร้องไห้มาเยอะจนเหนื่อยแล้ว ปล่อยให้น้องได้พักเถอะ" กลับมาแล้วสินะพี่แจฮวานที่อบอุ่น มันช่างเป็นฝันที่ดีจริงๆ ..ผมระบายยิ้มออกมาน้อยๆ ตามกลไกความรู้สึก แล้วปล่อยให้สติดำดิ่งลงไปอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน หรืออาการละเมอกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่มันคือความจริง



.

.

.

              เช้าวันใหม่ เป็นวันที่ผมค่อนข้างใจหายเพราะนอกจากการอัดรายการทำกิจกรรมตามตารางแล้วเย็นวันนี้ยังเป็นวันที่คัดคนออกจนเหลือหกสิบอันดับ ผมไม่อยากให้ใครออกไปเลยโดยเฉพาะเกรดเอฟ ถ้าเป็นไปได้ ผมขอเป็นคนไปเองจะดีกว่า...



              ก่อนที่จะทำกิจกรรมในวันคัดคนออกพวกเราได้อัดรายการไว้ก่อนแล้วซึ่งมีอยู่สองกิจกรรม

              กิจกรรมแรกคือการตื่นเพื่อไปฟิตร่างกายกับเทรนเนอร์หุ่นบึก มันไม่ดีตรงที่เกรดเอฟถูกบรรจุอยู่ในห้องเดียวกับเกรดเอนี่แหละ ทุกๆครั้งที่กล้องไม่จับ ผมมักรู้สึกถึงสายตาสองคู่ที่จ้องมองมาอยู่เสมอ สายตาจากพี่ชายหัวสีชมพู และคู่หูอย่างพี่องซองอู ผมรู้สึกนะแต่แค่ทำเป็นไม่สนใจ ผมก็คือผมทำหน้าง่วงมึนๆได้ปกติอยู่แล้ว แต่ดันมาหลุดเพราะมินกิฮยองที่ผายไหล่โชว์จนผมอดหัวเราะไม่ไหว จากที่ทำหน้ามึนต้องฉีกยิ้มกว้าง แล้วหุบลงเพราะสบกับสายตาของพี่ชายสองคนที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว หมดกันการคีพลุคมึน


                อีกครั้งที่ต้องเหนื่อยคูณสองเมื่ออัดกิจกรรมต่อมา ต้องทำเป็นร่าเริงที่เจอรุ่นพี่ ให้ตายเถอะ ผมตื่นเต้นก็จริงนะ แต่ช่วยเช็คความมึนเบลอของผมนิดนึงเถอะครับ  ดีหน่อยที่มีเจ้าเด็กฮักนยอนคอยชวนคุยคอยป่วนแถมตอนเรียกออกไปเต้นยังลากผมออกไปด้วยอีก เกือบโดนเหยียบแล้วไหมล่ะดีที่สูง พอได้จังหวะผมก็ดึงเจ้าเด็กแสบกลับไปนั่งที่ 

               การเต้นแบทเทิ้ลเริ่มประเดิมด้วยคังแดเนียลฮยอง ถ้าผมไม่ได้ตาฝาดเหมือนเห็นฮยองเขายักคิ้วท้าทายเจ้าเด็กแสบที่นั่งข้างๆผม จนมันลุกออกไปประจันหน้ากับพี่เขา แล้วก็อย่างที่คาด สกิลการเต้นของคังแดเนียลไม่ด้อยไปกว่าใครอยู่แล้ว แต่ก็นะผมเชียร์เจ้าเด็กฮักนยอนแหละ ไม่รู้ว่าเชียร์ออกนอกหน้าไปหรือเปล่า แต่รู้สึกถึงสายตาอาฆาตรุนแรง มาจากหลายๆสารทิศ แต่ผมก็ไม่สนใจหรอกนะ ....


                การเข้าห้องอัดตอนคัดคนออกนี่โคตรจะกดดันเลยครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการบรีพงานและสคริปท์ บอกผมทีว่าพระเจ้าเกลียดผมใช่ไหมถึงได้ดลใจให้พีดีลงมาจัดสคริปท์แบบนี้ มันไม่มีอะไรยากไปกว่าการต้องสกินชิพและตัวติดกับฮวังมินฮยอนอีกแล้วล่ะในตอนนี้ แม้จะอยากหันไปคุยกับเหล่าโมเดลฮยองที่มาด้วยกันแต่ผมก็แหกสคริปท์ไม่ได้อยู่ดี เอาเถอะ...ผมจะพยายาม อันดับถูกประกาศผ่านไปเรื่อยๆ ช่วงที่กล้องไม่จับผมก็ถอยห่างจากมินฮยอนฮยองไปคุยกับฮโยจุนฮยองแทน และก็ไม่ผิดหวัง รอยยิ้มของฮโยจุนฮยองยังคงทำให้ผมยิ้มตามได้เสมอ แล้วความตึงเครียดก็ถาโถมมาอีกครั้ง เมื่อผมได้ไปต่อ ในอันดับที่ 23 มันสูงไป และผมรู้ดีแก่ใจว่าคงจะมีคนเขม่นผมมากขึ้น และไม่ชอบผม ผมเดินออกจากที่นั่งมายังโซนด้านหน้าที่เขาจัดไว้ให้ยืน ใจชื้นขึ้นมาหน่อยตอนที่ พวกรุ่นพี่นายแบบบีบมือให้กำลังใจพร้อมรอยยิ้ม 


                

               ผมพูดในสิ่งที่อยากพูดเมื่อถึงคิวผม ผมขอบคุณและขอโทษคนดูและทุกๆคน ทั้งที่ชอบและไม่ชอบผม มันมาจากใจจริงๆ ขอบคุณที่เอ็นดูและโหวตให้ผมทั้งๆที่ความสามารถของผมแทบจะอยู่อันดับสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ ...และผมก็พูดขอบคุณซอรี่ๆทีมสอง ผมอยากขอบคุณ ที่ทำให้ผมฮึดสู้ ขอบคุณสายตา ดูถูก ตำหนิ ของใครหลายๆคน ขอบคุณความใจร้าย และความรู้สึกแย่ๆที่ผลักดันตัวผม พอผมนั่งประจำที่ ผมก็เฝ้ามองและลุ้นอยู่ในใจอย่างน้อยถ้าพระเจ้ายังเมตตาผมก็ขอให้ฮยองจากวายจีเคพลัสรอดเข้ามาสักคน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเลย.... 



                "ช่วยสู้ต่อไปด้วยนะเพื่อตัวนาย เพื่อคนที่สนับสนุนนาย และเพื่อพวกเรา สู้ๆนะฮยอนบินอ่า" ฮยองสองคนเดินออกไปหาเพื่อนคนอื่นหลังจากพูดกับผมเสร็จแล้ว เหลือแค่ผมกับฮโยจุนฮยองที่ยืนอยู่ด้วยกันตอนนี้ เราสองคนเลือกที่จะเดินออกจากห้องอัดไปเรื่อยๆ จนมาถึงสถานที่พักพิงที่อีกคนชอบพาผมมาบ่อยๆ ดาดฟ้าของตึก แม้จะยิ่งดึกยิ่งหนาว แต่มันก็คุ้มกับความรู้สึกอิสระที่ได้สัมผัส


                "ดีใจด้วยนะตี๋น้อย" ฝ่ามือของฮโยจุนฮยองลูบเบาๆไปมาบนหัวของผม มันไม่ได้น่ารำคาญกลับกันมันทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจและสบายใจ 

               

                 "ผมอยากกลับไปกับพวกฮยองด้วย อยู่ตรงนี้มันกดดันเหลือเกิน" ผมเลือกที่จะหลับตาแล้วพิงไหล่ของฮโยจุนฮยองไว้ในตอนที่เรานั่งข้างกันบนพื้นของชั้นดาดฟ้า

                   

                 "พี่เข้าใจเรานะ แค่ทำให้เต็มที่ ใครจะว่ายังไงอย่าเอามันมาบั่นทอนจิตใจ เขาไม่ได้มาเห็นตอนที่เราวิ่งเขาไม่รู้หรอกว่ามันเหนื่อยแค่ไหน เพราะเขาเห็นแต่ตอนที่เราพัก และเดินอืดอาด เขาตัดสินเราจากสิ่งที่เขาเห็น ทั้งๆที่เขาไม่เคยได้เข้ามาสัมผัสตัวตนของเราจริงๆเลยสักครั้ง แค่สู้ต่อไป ถ้าหัวใจเราแกร่งเราก็จะฝ่าฟันทุกอย่างไปได้ ยังมีอีกหลายคนที่รักและคอยอยู่เคียงข้างเรา หนึ่งในนั้นก็คือพี่นะฮยอนบินนา"


                  "ยิ่งสูงมันยิ่งหนาว ยิ่งเดินต่อยิ่งอันตราย แต่เชื่อเถอะ ไม่ว่าเราจะล่วงลงมาแรงแค่ไหน พี่จะคอยรอรับเราอยู่ข้างล่างเอง อย่ากลัวที่จะสู้ ถึงแพ้ก็ได้สู้ จะได้ไม่เสียดายไง ถ้าเกิดว่าจะต้องแพ้ พยายามให้คนที่คอยเหยียบย่ำซ้ำเติมเราได้เห็นว่าเราก็มีดีและพัฒนาได้ พยายามให้สมกับความรักและความเชื่อใจของคนที่รักเรา ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง แค่เราตั้งใจและพยายามเราก็ชนะแล้ว"


                  "ถึงจะแพ้จนโดนคัดออก แต่เราจะได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่...อย่างน้อยเราก็ชนะใจตัวเอง ชนะความกลัว ความไม่กล้า และชนะใจคนอื่นๆด้วย"

                  "พี่ไม่ได้อยู่กอดปลอบแบบนี้แล้ว" คนพี่เว้นระยะคำพูดแล้วยกแขนขึ้นมาโอบรอบตัวผมเอาไว้ "อย่าร้องไห้อย่างอแงบ่อยรู้ไหมพี่เป็นห่วง แต่ถ้าเก็บไว้ไม่ได้ อย่าอดกลั้นมันไว้คนเดียว มาที่นี่ บนนี้และปล่อยมันไปกับสายลม พี่อยู่ข้างๆเราเสมอนะเจ้าตี๋น้อย" ความอบอุ่นอ่อนโยนจากฮยองคนโปรดยังคงเป็นสิ่งที่ดีต่อใจผมอยู่เสมอ ผมไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าอีกคนรู้สึกยังไง แต่เราต่างรู้ดีว่าเพราะอะไรถึงยังคงเป็นพี่น้องกันอยู่แบบนี้ มันก็เพราะเราต่างเป็นความสบายใจของกันและกัน เป็นรอยยิ้ม เป็นที่พักพิง แต่เราแค่ไม่ได้รู้สึกตรงกันก็เท่านั้น  

.                  

.


.

.                     ควอนฮยอนบิน ไม่เหลือใจไว้ให้ใครคนอื่นอีกแล้วแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเพราะคนที่มากกว่าแค่คนเดียวมันก็สับสนและหนักหนามากเกินจะแบกเอาไว้ได้ไหว ถ้าจะให้ตัดสินใจรับความรู้สึกของฮโยจุนฮยองเพื่อตัดความสับสนเหล่านั้น ฮยอนบินก็รู้ดีว่าปลายทางมันคงจบไม่สวยเท่าไหร่นัก....เพราะเรื่องของหัวใจและความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้... ก็ได้แต่หวังว่าสักวันฮยองที่แสนดีของเขาจะเจอคนที่รักและอยู่เคียงข้างจริงๆได้สักที ส่วนตัวฮยอนบินนั้น แค่ขอให้ความรู้สึกมันหมดไป ไม่ได้หวังให้ต้องสมหวัง ขอแค่ไม่เจ็บไปมากกว่านี้ก็พอแล้ว. ..


.

.

                    ใจหาย...ความรู้สึกเดียวในตอนนี้ที่มีตอนมองเด็กเกรดเดียวกันและทั้งจากเกรดอื่นที่ไม่ได้ไปต่อกำลังเก็บของ บางคนก็ลากกระเป๋าออกไปหาคนที่มารอรับ เป็นภาพที่ดูแล้วปวดใจจริงๆ  


                    ก่อนลากันเด็กเกรดเอฟเลือกมารวมตัวอยู่ในห้องซ้อมรวม ค่อยๆกอดลากัน แลกช่องทางการติดต่อและอย่างอื่นที่จำเป็นสำหรับการติดต่อกันในอนาคต ถึงแม้ต้องลาจากกันในรายการ แต่ชีวิตจริงมิตรภาพ ความผูกพันธ์ยังคงอยู่เสมอ

                    ภาพรอยยิ้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา...เจ็บปวดทั้งคนลาและคนถูกลา เพื่อนร่วมฝันที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกันทั้งทนการถูกดูถูก ถูกมองข้าม การโดนละเลย และต่อว่าต่างๆนาๆ ในเวลานี้กลับหายไป ... แล้วเมื่อไหร่ความเจ็บปวดที่ผมต้องเจอจะหายไปบ้างนะ



.

.

                   หนีไม่พ้น เฮ้อ... อยากจะกระโดดหอตกลงไปนอนเละจริงๆเลย คืนที่สองที่ต้องนอนกับกลุ่มเดิม ไม่เข้าใจมากๆว่าภารกิจเสร็จแล้วก็แยกย้ายกลับเกรดได้นี่ ทำไมนะ  เมื่อไหร่จะเลือกภารกิจใหม่สักที....แต่ คิดไปคิดมา ใครจะรับคนเด๋อขี้แพ้อย่างผมเข้ากลุ่มวะ โว้ย!!!! คาดว่าเกรดเอฟได้อยู่ด้วยกันแหงมๆ หายใจเข้าหายใจออกช้าๆเรียกกำลังใจ ยังไม่ดึกมากเท่าไหร่ คนอื่นๆก็มีคนที่ต้องลาน่า ยังไม่มีใครกลับมาหรอก ฮยอนบินสู้โว้ย!!!!


                  แกร่ก~ ฟู่ว ห้องว่างเปล่าโอเค รอดโว้ย!!! เต้นแทงโก้ได้มะ ดีใจ ไม่มีคนอยู่จะรออะไรล่ะครับ วิ่งเข้าห้องน้ำอาบน้ำสิ ต้องหลับหนี ทางเดียวเท่านั้น .... อาบน้ำเสร็จถึงไวแต่รับรองว่าสะอาดแน่นอนตี๋ฮยอนขอการันตี ไม่ใช่ล่ะ นาทีนี้ต้องสับขาเดินไปตากผ้าเช็ดตัว กับผ้าเช็ดหัว แล้วจัดการปีนขึ้นไปนอนประจำที่ ผมเปียกช่างมัน เอาตัวรอดก่อน ใจพังบ่อยๆไม่ดี

.

.

.

.                

                หัวถึงหมอนได้ไม่กี่นาทีก็รู้สึกว่าอึนๆบนหัวเพราะผมที่เปียกอยู่แต่ความขี้เกียจมากกว่าเลยไถหัวไปกับหมอนแล้วซุกหลับมันซะเลย หลบมุมกำแพงช่างอุ่นเสียนี่กะไร เคลิ้มๆกำลังจะหลับเหมือนสติกำลังล่องลอย ถึงแม้ปกติจะไม่ค่อยมีก็เถอะ  แต่ก็ต้องดึงสติกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดปิดประตู ร่างกายเริ่มเกร็งโดยอัตโนมัติ คงกลับมากันแล้วสินะรูมเมทที่เหลือ ผมยังคงนอนนิ่งเหมือนเดิมโชคดีที่แกล้งนอนเหมือนซ้อมตายคืองานถนัดของผม แม้จะแปลกใจที่ไม่มีเสียงคุยกันของใครเลยแต่มันไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องหันไปมองนี่ ให้คิดว่าผมหลับอ่ะดีแล้ว นอนคิดอะไรไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่เป็นคนหลับง่ายแต่คงจะมายากเอาวันนี้นี่แหละ จากที่เงียบเชียบได้ยินเพียงเสียงเดิน ก็มีเสียงอื่นเพิ่มมา ทุกคนคงทยอยกันไปอาบน้ำ แต่ยกเว้นคนที่กำลังปีนมานั่งบนเตียงผมไว้คนนึง  เขาค่อยๆวางมือลงบนผมของผมลูบไปมาเบาๆก่อนที่สัมผัสนั้นจะหายไปพร้อมกับเสียงบ่น



.            "ไอ้ตี๋เอ้ย ผมไม่แห้งแล้วยังจะมานอนอีก ขี้เซาจริงๆเลย ถ้าไม่สบายขึ้นมานะน่าดู" เสียงทุ้มละมุนที่ผมคุ้นเคย เสียงของแจฮวานฮยอง ไม่ทันได้คิดวิเคราะห์อะไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องสติหลุด เมื่อคนพี่ที่หายไปกลับมานั่งบนเตียงผมแล้วยกหัวผมขึ้นไปวางบนตักของพี่เขาแทน และตามมาด้วยการวางผ้าผืนเล็กสำหรับเช็ดผมลงบนหัวของผมก่อนที่พี่แจฮวานจะค่อยๆนวดคลึงและซับผมให้ผมอย่างเบามือ


               ความอบอุ่นอ่อนโยนจากการกระทำเหล่านี้กับสิ่งที่เคยได้ยินทำไมมันดูตรงข้ามกันเหลือเกินนะ อาจเป็นเพราะความสับสน คิดมากจนลืมว่าตัวเองแกล้งหลับอยู่เลยเผลอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งที่ยังไม่ลืมตา จนคนเป็นพี่สังเกตเห็นถึงได้เปลี่ยนมาเป็นการนวดบริเวณหัวคิ้วของผมให้คลายลงแทน



              "ยังไม่หลับใช่ไหมล่ะ คิดอะไรอยู่ คิ้วขมวดเชียว" พูดมาขนาดนี้แกล้งหลับคงไม่ดีเท่าไหร่ พอเลือกที่จะลืมตาเผชิญหน้าก็หัวใจจะวายแทน เพราะภาพแรกที่เห็นคือหน้าของคนพี่ซึ่งอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย 

    


                "ว่าไงคิดมากอะไรน่ะเรา" จะให้ผมตอบยังไงในเมื่อผมก็สงสัย และไม่เข้าใจอะไรเลยด้วยซ้ำ เหมือนพระเจ้าจะตั้งใจรังแกผมถึงได้ดลใจให้เมมเบอร์ที่เหลือกลับมาในห้องพร้อมกัน ทำอะไรไม่ถูกนอกจากพลิกตัวออกจากตักอีกคนแล้วมุดผ้าห่มคลุมโปง อาจดูก้าวร้าวและไม่มีมารยาท แต่ผมต้องเลือกที่จะทำให้พวกฮยองเห็นว่าผมปฏิเสธการพูดคุยและเริ่มบทสนาหรืออะไรก็แล้วแต่ในทุกรูปแบบ



                "พรุ่งนี้ต้องแบ่งสายแล้วนะ ลงมาคุยกันหน่อยเถอะฮยอนบินนา" เสียงของลีดเดอร์ผู้ใจดีของทุกคน แต่ไม่ดีต่อใจผมเลยสักนิด ตอนนี้มิชชั่นมันจบแล้วผมไม่จำเป็นต้องฟังอีก เห็นใจผมหน่อยเถอะ คนนะไม่ใช่หิน... เหนื่อยแล้ว ผมเลือกที่จะขยับตัวเบียดเข้าหาผนังมากขึ้นและจับยึดผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่แน่นๆ บางทีพวกฮยองอาจจะไม่พอใจมากกว่าที่เคยเป็นแต่มันก็ดีกับตัวผม....ที่ไม่ต้องรับรู้ว่าฮยองที่แสนดีคิดอะไรบ้างข้างในจิตใจ และผมก็น่าจะรู้ตัวว่าคิดอะไรไม่เคยถูก นอกจากจะไม่ลามือแล้วยังส่งแดเนียลฮยองที่แรงเยอะและตัวเหมือนหมีขาวขึ้นมาจัดการผมอีก ลงท้ายผมก็ดื้อไม่ได้ต้องลงจากที่นอนของตัวเองเพื่อมานั่งล้อมวงกับคนอื่นๆ  กดดัน อึดอัดชะมัด ทำได้แค่นั่งก้มหน้ามองพื้นแทนการเงยหน้าขึ้นไปมองพวกฮยองที่นั่งอยู่ด้วยกัน 





                   "ทำไมชอบหลบหน้า พอหมดสคริปท์หรือถ่ายทำเสร็จก็หายไป แล้วทำไมถึงไม่มองเวลาพี่พูดด้วย!!!" ดุแบบนี้มีแค่องฮยอง แต่ผมไม่เงยหน้าหรอกนะไม่มีทางแน่ๆ เพราะผมขี้แยไง ยิ่งรู้สึกกดดัน แล้วมาเจอดุแบบนี้น้ำตาก็พาลจะไหล ถ้าให้มองใครตอนนี้มันไหลแน่ๆ 



                   "ใจเย็นๆก่อนซองอู อยากร้องก็ร้องไม่มีใครว่าหรอกนะตี๋น้อย ซองอูไม่ได้ตั้งใจว่าเราหรอก" มือของผมถูกคว้าไปจับจากคนสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ฝั่งซ้ายคือพี่แจฮวาน ฟังขวาคือพี่จงฮยอน ส่วนแดเนียลฮยองเลือกที่จะนั่งซ้อนหลังผมและกอดผมเอาไว้ ผมก็ได้แค่มองที่พื้นเหมือนเดิมเท่านั้นแหละ แปลกเนาะคนเราท่าเต้นไม่กี่ท่าจำยากจำเย็น แต่ทำไมกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่น่าจะจำได้อย่างเสียงจังหวะการเดิน รองเท้าที่รุ่นเดียวกันสีเดียวกันแค่มีลักษณะรูปทรงที่ถูกใส่ต่างกัน ผมก็ยังจำได้และแยกออก แล้วที่แปลกไปกว่านั้นคือสัมผัส แค่เข้ามาใกล้โดยไม่หันมองผมก็รู้ว่าคือใคร ตลกตรงที่ผมจำได้แค่เรื่องราวยิบย่อยที่ไม่น่าจำได้ของฮยองแค่ห้าคนนี้ ฮยองที่ทำร้ายความรู้สึกผมจนเจ็บไปหมด 




                     "อย่าเงียบแบบนี้สิ มีอะไรทำไมไม่บอกกัน อย่าเก็บไว้คิดมากคนเดียวสิฮยอนบินนา พวกฮยองเป็นห่วงนะ" ยิ่งถูกปลอบทั้งจากอ้อมกอดของแดเนียลฮยอง บวกกับแรงบีบที่มือทั้งสองข้าง ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าผมทนไม่ไหวแล้ว มันอึดอัดจนอยากระเบิดออกมาจะตายอยู่แล้ว



                   

                   "ในห้องนี้ตอนนี้กล้องไม่ทำงานนี่ครับ ไม่ต้องมาทำดีกับผมก็ได้" ผมเงยหน้าขึ้นมองฮยองทุกคน มองด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก



                    "ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ เป็นอะไร หรือเพราะพวกฮยองไม่ใช่พี่ฮโยจุนเราถึงไม่อยากอยู่ด้วย ไม่อยากให้เข้าใกล้" มันไม่เกี่ยวกับใครเลยครับมินฮยอนฮยอง ทำไมถึงมองผมด้วยสายตาตัดพ้อและเจ็บปวดกันแบบนี้ สายตาแบบนั้นควรจะเป็นของผมมากกว่าสิ...



                      "มันไม่เกี่ยวกับใครเลยครับ ไม่เลย พวกฮยองถามผมว่าเป็นอะไร มีเรื่องอะไรให้คิดมาก ทำไมต้องคอยหลบหน้าและถอยห่างใช่ไหมครับ" ถ้าอยากรู้ผมก็จะพูดมันออกมาให้หมด ถ้าทุกอย่างจะจบมันก็ควรจบแค่วันนี้....


                     "ผมจะตอบให้ก็ได้ ว่าผมไม่รู้ ผมไม่รู้อะไรเลย" 

                     "ผมไม่รู้ว่าคนไม่เอาไหนอย่างผมจะทำให้พวกฮยองลำบาก ไม่เคยรู้ว่าจริงๆแล้วผมมันไร้ค่าและเป็นภาระแค่ไหนในสายตาของพวกฮยอง"

                     "และพอรู้ผมถึงเลี่ยงที่จะเข้าใกล้ ให้ผมทนสายตาเหนื่อยหน่ายไม่ชอบใจ สายตาดูถูก ตำหนิ จากเด็กฝึกเป็นร้อยคน ให้ผมทนฟังคำพูดจาไม่ดี เสียดสีและเหยียดหยามอีกเป็นพันๆคำ ผมยังคิดว่าผมทนมันไหว เพราะมันยังไม่เจ็บเท่ากับคนที่ผมรักและเชื่อใจบอกว่าผมเป็นตัวถ่วง เป็นคนไม่มีอะไรดี แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำเท่านั้น มันทำให้ผมไม่อยากไปต่อ มันทำให้ผมอยากพักและอยากหยุด" ตอนนี้เองที่เสียงของผมเริ่มสั่นและน้ำตาเริ่มไหล



                     "ทำไมล่ะครับ ฮึก เกลียดผมไม่ชอบผม ก็แค่ปล่อยผมไปสิ ในตอนที่ไม่จำเป็นต้องมีผม ก็แค่ทิ้งผมไว้ก็เท่านั้น ทำไมต้องทำให้ผมรู้สึกดี ทำเหมือนผมสำคัญกับพวกฮยอง ทั้งๆที่มันไม่จริงเลยสักอย่าง มันเหมือนกับการที่พวกฮยองพาผมขึ้นไปบนกระเช้าลอยฟ้าเพื่อชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ หลอกให้ผมสุขใจ แล้วค่อยผลักผมให้ตกลงมาจากกระเช้าร่วงลงมาจนเจ็บระบมไปหมด การที่เห็นผมเป็นเด็กโง่ การได้เห็นผมเจ็บปวดมันมีความสุขมากนักเหรอครับ" 


                    "ทั้งๆที่ผมยอมทนเจ็บปวด ออกห่างจากคนที่ผมอยากอยู่ใกล้ ยอมทนไม่ไปเจอ ไม่เข้าใกล้เพียงเพราะกลัวที่จะเจอหน้าและพบกับสายตาเกลียดชัง ไม่ชอบใจ ทั้งๆที่ สำหรับผม พวกฮยองสำคัญและพิเศษกว่าคนอื่นเป็นไหนๆ แล้วทำไมถึงทำแบบนี้กับผมล่ะครับ ถ้าไม่ชอบไม่ถูกใจ อยากแกล้งให้ผมทรมาน ผมขอร้องได้ไหมครับช่วยหยุดมันสักที เพราะแค่ในตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่า ผมจะทนความเจ็บปวดที่เจออยู่ได้อีกนานแค่ไหน และไม่รู้ว่าผมจะมีแรงพอรับมันต่ออีกไหม ได้โปรดเถอะครับ หยุดสักที ผมจะรับมันไม่ไหวอยู่แล้ว" ปล่อยทุกคำพูดที่อัดกันจนแน่นอยู่ข้างในให้หลั่งไหลออกมาพร้อมกับน้ำตา แม้ในตอนนี้ผมจะอยากลุกออกจากวงล้อมของเหล่าฮยองใจร้ายนี้แค่ไหนผมก็ทำได้แค่ขยับตัวให้หลุดจากพันธนาการของพวกฮยองก็เท่านั้น ยิ่งขยับออกห่างแดเนียลฮยองก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดจนผมยอมอยู่นิ่งๆ หมดแรงแล้ว ผมเลือกที่จะหลับตาและร้องไห้เงียบๆในอ้อมกอดที่ผมไม่ได้เต็มใจจะอยู่ ถึงจะต้องการมันมากแค่ไหนแต่มันก็ทำร้ายผมเหลือเกิน




                   "วันนั้นน่ะ ได้ยินสินะ ฟังนะ ควอนฮยอนบินสำหรับพวกพี่แล้ว เราไม่ได้เป็นภาระเลยนะ ไม่เคยเลยสักครั้งที่พวกพี่จะรู้สึกว่าคิดผิดที่เลือกเรา" สัมผัสอบอุ่นจากมือของมินฮยอนฮยองกำลังเกลี่ยซับน้ำตาให้ผม มันรู้สึกดีนะ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี....วันนั้นพวกฮยองพูดเองนี่ ... จะหลอกเด็กอย่างผมไปถึงไหนกันนะ



                    "ลืมตามาก็มองขวางใส่อีก วันนั้นที่ได้ยินน่ะ พวกฮยองกำลังโมโห ที่ทำหน้าบึ้ง หงุดหงิดตลอด เพราะว่าสคริปท์ที่พีดีแนบมา คำพูดพวกนั้นน่ะ ถูกจัดลงในสคริปท์ พวกฮยองทนไม่ได้หรอกนะถ้าเราได้เห็นน่ะ เราคงเสียใจมากแน่ๆ แค่อ่านในห้องน้ำก็อยากเผาสตูดิโอของเอ็มเน็ตแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าเราจะมาได้ยิน" องฮยองมองผมด้วยสายตายิ้มๆ เสียงทุ้มที่แสดงอาการตามคำพูดว่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆในเวลานั้น



                   "พวกฮยองอยากขอโทษและอยู่เคียงข้างเรามากเลยรู้ไหม แต่พออัดเสร็จเราก็ออกไปเลย กว่าจะเจอกัน พอได้มาเจอกันอีกเราก็ชอบหลบหน้า ไม่ยอมให้เข้าใกล้  มันเจ็บปวดมากเลยนะที่เห็นเราถูกด่า ถูกโจมตี ทั้งๆที่งัดข้อกับเอ็มเน็ตโยนสคริปท์ทิ้ง แหกกฎทุกอย่าง แต่รายการก็ตัดต่อออกมาจนได้ผลอย่างที่พีดีต้องการอยู่ดี สุดท้ายพวกฮยองก็ปกป้องเราไว้ไม่ได้ แถมยังเป็นคนที่ทำร้ายเราให้เจ็บปวดมากกว่าเดิมอีก" ฮยองที่แสนมั่นใจและเข้มแข็งกำลังก้มตัวนอนแล้วกอดช่วงท้องของผมไว้ ความเปียกชื้นที่รู้สึกทั้งจากไหล่และช่วงท้องทำให้ผมรู้ว่า ยังมีแดเนียลฮยองกับองฮยองกำลังร้องไห้ไม่ต่างจากผม ส่วนฮยองอีกสามคนที่เหลือก็ไม่ต่างกันสายตาเจ็บปวดนั่น ....มันทำให้ผมอุ่นใจเพราะอย่างน้อยเราก็ยังรู้สึกตรงกัน 


                   "ตอนที่มองเห็นเราร้องไห้มันเจ็บปวดมากนะ แต่ไม่เท่ากับที่เห็นเรายิ้มและหยุดร้องในอ้อมกอดของคนอื่น มันเจ็บและทรมานมากตอนที่คนที่รักเสียใจแต่พวกฮยองไม่สามารถเข้าไปกอดหรือเช็ดน้ำตาให้เขาได้ ได้แต่มองเขายิ้มให้กับคนอื่น ในขณะที่เขาเริ่มยิ้มหัวใจพวกฮยองกลับร้องไห้ เพราะกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะเสียเขาไป"


                  "พวกฮยองขอโทษนะฮยอนบินนา ไม่เคยคิดที่จะทำให้เราเสียใจเลย ไม่เคยสักครั้ง" เมนโวคอลผู้แสนอบอุ่น พี่แจฮวานคนเดิมของผม


                   "ยกโทษให้พวกฮยองนะ ตี๋น้อย" ลีดเดอร์นางฟ้าอย่างพี่จงฮยอนพูดพร้อมกับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้เห็นแสงสว่างในความมืดอยู่เสมอ


                    "กลับมาเป็นรอยยิ้มของพวกฮยองเถอะนะครับ เจ้าเด็กเด๋อ" ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมยิ้ม ผมรู้สึกแค่ว่าตอนนี้รอยยิ้มของผมกำลังกว้างขึ้นเรื่อยๆ ผมคงจะเด๋อจริงๆนั่นแหละครับพี่มินฮยอน...

 

                     "เจอกระแสดราม่ายังไม่ปวดใจเท่ากับเห็นเราเจ็บเพราะปากหมาๆของพวกฮยองเลย" ตอนผมเห็นคำต่อว่าที่ฮยองโดน มันก็ปวดหัวใจเหมือนกัน...


                    "อย่าไปร้องไห้ ให้คนอื่นปลอบอีกนะ อนุญาตแค่พวกฮยอง เพราะมันเจ็บปวดมากจริงๆ ตอนที่มองเห็นเรากอดกับพี่ฮโยจุนน่ะ เข้าใจไหมว่าองซองอู ยอมให้แค่ซอรี่ซอรี่ทีมสองเท่านั้น คนอื่นน่ะ อย่าให้เห็นนะ ไอ้เด็กมึนของฮยอง" อ่า ผมปวดแก้มชะมัดเลยในตอนนี้  เหมือนฝันร้ายที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง สุดท้ายก็ถูกปลดความรู้สึกเหล่านั้นให้หายไปด้วยแสงสว่างและความอบอุ่นจากเหล่าฮยองของผม ...ผมมีความสุขจัง... ขอให้ความรักความอบอุ่นแบบนี้จงอยู่กับพวกเราไปนานๆ และคาดว่าคืนนี้คงได้ขนขโยงกันมานอนกองบนพื้นแหงๆ และผมก็ท้วงอะไรไม่ได้ที่จะต้องถูกเหล่าฮยองนอนกอด ก็นะ....ทำไมเราต้องปฏิเสธความอบอุ่นที่ดีต่อใจเราล่ะจริงไหมครับคุณรีดเดอร์ที่รัก หวังว่าคุณคงมีรอยยิ้มเหมือนผมนะ....




 





           ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน... แต่พวกผมไม่เชื่ออย่างนั้นนะ เพราะตั้งแต่มีเด็กตาตี่จอมเด๋อเดินเข้ามาในชีวิตพวกผมก็ได้เรียนรู้ว่าความรักไม่มีข้อจำกัด ... แค่ต่างคนต่างมีความสุข แค่ได้มีกันและกันอยู่ก็พอแล้ว


              แม้ความรักของพวกผมอาจจะดูแปลก ที่มีคนมากกว่าสองคน แต่พวกผมไม่สนใจหรอกว่าจะถูกมองยังไง เพราะพวกเรามีฮยอนบินเป็นรอยยิ้ม และหัวใจ ที่เสียไปไม่ได้เหมือนกัน ....ดังนั้น พวกเราจึงเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันด้วยมิตรภาพ เพื่อที่จะรักษาหัวใจและความสุข ที่มีชื่อว่าฮยอนบินเอาไว้.....

     



           เพราะสุดท้ายความรักมันก็ยังคงเป็นความรัก.....


            เพราะความรักใช้ความรู้สึกและหัวใจ เพราะคนที่รักคือข้อยกเว้นของกฎเกณฑ์ทุกอย่าง เพราะอย่างนั้นพวกผมถึงได้รักเด็กขี้แยอย่างฮยอนบินยังไงล่ะ

เด็กที่ตัวสูงดูหล่อเหลา แต่แท้จริงแล้วแสนอ่อนโยนและเปราะบาง ฮยอนบินเติบโตมาท่ามกลางความรัก เมื่อโดนทำร้ายโดนโจมตีด้วยคำพูดที่รุนแรงก็เหมือนเด็กน้อยยามที่โดนรังแก และพวกผมก็อยากเป็นคนปกป้องเจ้าเด็กน้อยที่ว่านั่น

อาจเพราะรอยยิ้ม ความน่ารักที่ไม่จำเป็นต้องปั้นแต่ง ความใจดี และความไม่คิดร้ายต่อใคร ที่อีกคนมี ถึงทำให้พวกผมรู้สึกรัก หรือแท้ที่จริงแล้วเหตุผลมันอาจจะง่ายกว่านั้น....เหตุผลข้อเดียวนั่น มันก็แค่เพราะฮยอนบินคือฮยอนบิน พวกผมถึงรัก



           

    



..............................................................Smile in the end..........................................................................


ขอโทษที่มาช้านะคะ น็อคยาพึ่งฟื้นเลย ToT
ปล. มันมีความหลายพีมากมากว่าสามพีแน่นอน
ถึงตี๋จะสูงแต่ตี๋น่ารักนะคะ แหะๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามา 
ปล. เป็นONe shot ที่ยาวมาก และทำให้ขี้เกียจอ่าน ไรท์ขอประทานอภัย
 สอบเสร็จจะมาจัดหน้าเพราะพิมพ์ในโทรศัพท์ รักและคิดถึง ToT




ขอคู่ได้นะคะ รีดเดอร์ที่รัก <3 แต่อยากให้เผื่อใจนิดนึง
เพราะว่า...ไรท์ชิปไม่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาเลย ToT 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #1674 ButsoapPN (@yut_sport) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:04
    ฮรุกกก ละมุนมากกก ความ6pที่ดีต่อใจ
    #1674
    0
  2. #1650 porlu (@porpiek) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:59
    ดีอ่าาา
    #1650
    0
  3. #1489 PANGDL7 (@spaonepiece) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 21:33
    ฮือออออออออออออ แต่สุดท้ายก็อบอุ่นหัวใจ
    #1489
    0
  4. #1194 Jannie8761 (@janny_8761) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 19:41
    น้ำตาไหลพราก T^T
    #1194
    0
  5. #857 cmaxx. (@cmxxxx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 11:36
    โอ้ยยยยย สงสารฮยอนบินอ่านละร้องไห้เลยค่ะแงง ;;_;;
    #857
    0
  6. #735 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 23:42
    แงงงง นึกว่าพวกพี่เขาใจร้ายจริงๆ ร้องละเนี่ย 55555555
    #735
    0
  7. #628 Jetty Kris (@jetty101) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:44
    น้ำตาซึมเลย ??
    #628
    0
  8. #501 ฮะฮับ 'ㅈ' (@hana-287) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 23:35
    ร้องไห้เลย TT
    #501
    0
  9. #446 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 11:58
    เกินไปหัวร้อนนนน ยัยหลินน ฝ่าบาทจัดการเลยค่ะ !
    #446
    0
  10. #439 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 08:13
    โอ๊ย จะร้องมาเจอแบบนี้ ฮื่อ
    #439
    0
  11. #387 Ji(won)young (@minemewmy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 17:30
    แทบร้องไห้ไรท์แต่งออกมาได้ดีจริงๆ ช่วงแรกสงสารฮยอนบินมากทั้งกดดัน ทั้งรู้สึกไม่ดีอยู่คนเดียวเพราะคิดว่าพวกพี่ๆไม่เอาแล้ว มันเศร้านะกับการได้ยินคนที่รักต่อว่าน่ะTT_____TT
    #387
    0
  12. #242 a-ndrem (@a-ndrem) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 18:48
    อินมากกก ร้องตามเลยค่ะ เหมือนถ่ายทอดชืวิตอีกมุมนึงของตี๋เลย แต่งต่อเยอะๆเลยนะคะ หาอ่านยากมากกป
    #242
    0
  13. #231 k1k1 (@k1k1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 09:19
    เราก็เหมือนไรท์เลยชิปไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาอะค่ะ55555
    หาฟิคอ่านยากมากกกกกกก
    เรื่องนี้ดีมากเลยแต่งตี๋เคะบ่อยๆเนอะเพราะไม่มีใครแต่งให้อ่านเราว่านางน่ารักจะตาย สู้ๆค่ะ
    #231
    0
  14. #224 แอมบิแกรม (@xyzooooo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 13:00
    อ่านแล้วอิน ร้องไห้กับตี๋เลยอ่ะ
    #224
    0
  15. #193 lpnh (@parnhyuk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 00:12
    บรรยายตอนฮยอนบินพูดได้ดีมากเลยค่ะ เรารู้สึกเจ็บที่หัวใจตามเลย ; - ;
    #193
    0
  16. #167 NUTTO007 (@NUTTO007) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 00:17
    นี่อินจนร้องไห้เลยอะ????????
    #167
    0
  17. #136 sunvays (@sunvay) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 12:06
    เป็นฟิคที่ดีงามมากเลยค่ะ ยาวมากแล้วสนุกมากมีครบรสเลย ทั้งจะร้องไห้ตามตี๋ เขินตอนตี๋ถูกพวกๆฮยองลุม5555 สนุกมากเลยอ่านแล้วไม่ขัดบรรยายดีมาก ๆ ฮือออรักไรเตอร์ หนึ่งตอนทีาโคตรยาวแล้วก็สนุกมาก ๆ รักไรเตอร์เลย สนุกมากกกเป็นกำลังใจให้นะคะฮือออ
    #136
    0
  18. #132 'ทดลองเป็นโนรา (@noramb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 01:29
    แอบร้องไห้เลย ตอนตี๋โดนดราม่าโจมตี ยิ่งตอนไปได้ยินฮยองพูดอยู่ห้องน้ำ โอ้โหเศร้ามาก พอไปอยู่กับกลุ่มเอฟก็ซึ้งในมิตรภาพ สุดท้ายกลับมาฟินกับเหล่าฮยอง ครบรสจริงๆค่ะ ฮือ
    #132
    0
  19. #93 nukniknaknek (@earthnaka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 22:47
    น้ำตาไหลพรากเลยค่ะ อิน 5555555 ตี๋น่ารักก
    #93
    0
  20. #61 SKELISME (@gailzkyz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 20:15
    อินไปกับตี๋มาก ร้องไห้เลย55555
    #61
    0
  21. #54 purpleliner (@purpleliner) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 21:22
    กรี้ดดดดด ละมุนมาก รักยัยเด๋อกันนะคะทีมซอรี่ซอรี่2
    #54
    0
  22. #52 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 15:27
    อ่านต้นเรื่อง สงสารเด๋อมาก

    แต่ตอนท้ายเรื่อง มันซึ่งอะ. เด๋อบินของฮยองทั้งห้า
    #52
    0
  23. #51 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 15:27
    อ่านต้นเรื่อง สงสารเด๋อมาก

    แต่ตอนท้ายเรื่อง มันซึ่งอะ. เด๋อบินของฮยองทั้งห้า
    #51
    0
  24. วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 13:30
    ในที่สุดก็จบงืออชอบมากเลยเครียกันแล้วอิอิแต่องอย่าดุน้องสิน้องเครียดเป็นเหมือนกันนะดีนะที่เข้าใจกันฮือออชั้นฟินจะระเบิดตัวตายอยู่แล้วTwT
    #50
    0
  25. #49 JEDCRECK13 (@JEDCRECK13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 10:54
    คุณองงงงง อย่าดุหมวยคุยกับน้องดีๆหน่อย
    ตอนนี้น้องพูดความในใจออกมานี่ใจคนอ่านจะร้าวแล้ว โอ้ยหนูลูก เจ็บปวดแทน
    เข้าใจกันสักทีนะ เสียน้ำตาไปหลายเลยฮืออออ
    #49
    0